LOGINตอนที่สี่
เหล่าองค์ชาย
“อีอี พรุ่งนี้ปลายยามซื่อพวกเราต้องไปงานเลี้ยงน้ำชาชมดอกเหม่ยที่จวนของท่านอัครเสนาบดีตามคำเชิญของฮูหยินเอก แม่นำเครื่องประดับมาให้เจ้าเลือก ลองดูสิว่าชอบชิ้นไหน” หลิวซื่อมารดาของฟางเจียอีเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ซึ่งถือถาดตามมาอีก3-4คน
“โอ้...ไยมากมายเพียงนี้เจ้าคะ ท่านแม่” ฟางเจียอีเดินมาจูงมือมารดาให้ไปนั่งลงด้วยกันพลางเอ่ยถาม
“ออกงานครั้งแรก ลูกแม่ต้องงดงามที่สุด แม่จะทิ้งเอาไว้ให้เจ้าค่อยๆเลือกดีหรือไม่” ผู้มารดายิ้มตอบบุตรสาวด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู
“ได้เจ้าค่ะ ลูกจะค่อยๆเลือก” สาวน้อยยิ้มแย้มสดใส
“อ้อ...แม่นำชุดที่จะใส่ในวันพรุ่งนี้มาด้วยอีกหลายชุด เจ้าค่อยๆเลือกดูว่าอยากใส่ชุดไหน” สาวใช้อีก5-6คนเดินนำชุดงดงามมาแขวนเอาไว้กลางห้องเพื่อให้คุณหนูสามได้ชมดู
“ท่านแม่น่ารักที่สุด” สาวน้อยซบหน้าเล็กกับแขนของมารดาเพื่อแสดงอาการออดอ้อน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่มีบุตรสาวคนเดียว ทุกสิ่งย่อมต้องดีที่สุด” มารดาของนางตอบออกมาจนอิงดาวในร่างฟางเจียอีสะท้อนใจเสียดายแทนฟางเจียอีตัวจริง
สาวน้อยเริงร่าเลือกชุดและเครื่องประดับสำหรับออกงานเปิดตัวโดยมีมารดานั่งยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อได้ชุดที่เห็นพ้องต้องกัน สองแม่ลูกจึงชวนกันออกไปกินอาหารอย่างชื่นมื่น โดยฮูหยินใหญ่หลิวซื่อไม่ลืมที่จะสั่งสอนบุตรสาวอีกหลายคำเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในวันงาน
รุ่งขึ้นฟางเจียอีโดนปลุกมาแต่งตัวแต่ฟ้ามืด สาวน้อยขอแต่งหน้าเองท่ามกลางความแปลกใจของสาวใช้ซึ่งมารดาส่งมาช่วยแต่งกาย แต่เมื่อเห็นใบหน้าซึ่งตกแต่งบางเบาจนอ่อนหวานสมวัย สาวใช้เหล่านั้นจึงล่าถอยกลับไปโดยดี
กว่าจะประโคมเครื่องประดับจนครบ ร่างน้อยก็แทบขยับตัวไม่ได้ ฟางเจียอีตัดสินใจถอดบางชิ้นออกโดยไม่ฟังคำร้องขอของเสี่ยวถง เมื่อมองใบหน้าและชุดเครื่องแต่งกายซึ่งงดงามสมวัยแรกแย้มแล้ว ฟางเจียอีจึงเดินออกมาอย่างมั่นใจ
ร่างนี้ยังอ่อนเยาว์ ไยต้องประโคมแป้งหนาหนักและเครื่องประดับเหล่านั้นลงไปมากมาย เพียงเท่านี้ก็งามจนผู้คนต้องเหลียวหลังแล้ว
ฟางฮูหยินมองบุตรสาวคนเดียวซึ่งเดินเยื้องย่างเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
สองแม่ลูกจูงมือกันขึ้นรถม้าประจำตระกูลอย่างชดช้อยเพื่อเคลื่อนตัวไปยังจวนอัครเสนาบดีตามเวลา
“งานนี้พี่หญิงรองของเจ้าอาจจะมาด้วย” มารดาของนางเอ่ยบอก
อิงดาวคิดถึงคำบอกเล่าของฟางเจียอี นางบอกว่าพวกนางพี่น้องมีอายุต่างกันไม่มาก แต่ไม่ได้สนิทสนมกัน เพียงพูดคุยกันบ้างตามมารยาทเท่านั้น แม้ไม่ดีต่อกันแต่ก็ไม่ได้ร้ายต่อกัน นั่นน่าจะดีที่สุดแล้วสำหรับบุตรสาวของฮูหยินใหญ่และอนุภรรยา
“จากที่คนของแม่สืบข่าวมา ผู้เข้าร่วมงานฝ่ายหญิงน่าจะมีทั้งเหล่าองค์หญิง ชายา และบุตรสาวขุนนางหลายคน ส่วนฝ่ายชายงานนี้น่าจะรวมทั้งองค์ชาย ขุนนางหนุ่ม และบุตรชายขุนนางทั้งหลาย
อีอี เจ้าน่าจะได้รู้จักคนมากมาย ดังนั้นต้องระวังตนให้มาก เข้าใจหรือไม่” ผู้เป็นมารดากำชับอีกครั้ง
เมื่อถึงจวนอัครเสนาบดี หลิวซื่อรอจนบุตรสาวเยื้องย่างลงจากรถม้าจากนั้นจึงเดินเข้างานไปพร้อมกัน
เมื่อฟางเจียอีปรากฏกายขึ้น เสียงพูดคุยที่ดังอยู่ก็ค่อยๆเงียบลงก่อนที่ทุกสายตาจะหันมามองราวกับนัดกัน
ฟางเจียอีเชิดหน้าเดินอย่างมั่นใจไม่มีทีท่าเก้อเขินดั่งผู้ที่ออกงานครั้งแรก หญิงสาวแย้มยิ้มเล็กน้อยส่งให้ใบหน้าเผยความงดงามจนผู้คนตะลึงงัน
ตอนที่ยี่สิบหก เอาแต่ใจองค์หญิงน้อยทั้งสองแสดงความเคารพนอบน้อมก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมาให้ผู้คนได้เห็นอย่างชัดเจน โอ้โฮ...หน้าตาคมเข้ม สวยบาดตาบาดใจทีเดียว รูปร่างก็ไม่เบา ทั้งทรวงอกอะร้าอร่าม สะโพกกลมกลึง พวกนางใส่ชุดบางเบาเน้นให้เห็นเรือนร่างอย่างตั้งใจถึงเพียงนี้เชียว ฟางเจียอีมององค์หญิงทั้งสองแล้วปรายตามองไปทั่วท้องพระโรง สายตาของชายหนุ่มทุกคนต่างจับจ้องมองร่างเย้ายวนขององค์หญิงต่างแคว้นอย่างสนใจ โดยเฉพาะองค์ชายสามซึ่งถึงกับน้ำลายหกจนชายารองต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาช่วยเช็ดให้ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ “เราต้องขอบพระทัยเสด็จพ่อของพวกเจ้าที่ส่งธิดาแสนงดงามมาถึงสององค์ เอาล่ะในสาสน์นี้ได้เขียนขอเอาไว้ว่าอยากให้พวกเจ้าทั้งสองได้เลือกชายหนุ่ม
ตอนที่ยี่สิบหก เอาแต่ใจทันทีที่สายตาของครูพิณหนุ่มหยุดอยู่ที่ฟางเจียอีซึ่งยืนอยู่ไกลๆ หญิงสาวถึงกับใจหายวาบเกรงว่าเขาจะพูดสิ่งใดออกมาทำให้สวามีระแวง โชคดีที่สนมขั้นเฟยอดใจไว้ไม่อยู่ จึงคว้ากระบี่ยาวในมือองครักษ์ด้านข้างเสือกแทงเข้าไปในร่างของครูพิณหนุ่มด้วยตนเอง ร่างขาวบอบบางค่อยๆทรุดลงบนพื้นหญ้าทั้งๆที่สายตายังอยู่ในอาการไม่อยากเชื่อ ฟางเจียอีหมุนกายกลับเข้าตำหนักทันทีด้วยใจระทึกและไม่อยากรับรู้เรื่องอื่นแล้ว อุตส่าห์มีชีวิตใหม่ได้มาเข้าร่างอื่นทั้งที ทำไมถึงสิ้นคิดขนาดนั้น 
ตอนที่ยี่สิบห้า สอนแบบนี้เองหรือฟางเจียอีจับโต๊ะกลางเอาไว้ให้มั่นเพื่อโยกสะโพกสอดส่ายควงโยกย้าย มือหนาเอื้อมมาบีบเคล้นทรวงเต่งซึ่งเด้งไหวไปตามจังหวะ ก่อนทั้งสองร่างจะขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกันอีกครา หญิงสาวหันร่างมาผลักสวามีหนุ่มให้พิงร่างไปกับโต๊ะกลางบ้าง หยางจินอี้เอนร่างรอดูว่าชายาสาวจะมีท่วงท่าใดมาให้เขาแปลกใจจนเมื่อร่างบางหันหลังแล้วจับแท่งทวนสอดใส่เข้าไปในร่องน้ำของตนเอง หญิงสาวเด้งร่างขึ้นลงขย่มราวแก่นกายของชายหนุ่มเป็นของเล่นอันหฤหรรษ์ หยางจินอี้เพียงยกสะโพกรับการขึ้นลงของชายาสาวจนนางพอใจ เมื่อโยกจนหมดแรงฟางเจียอีจึงเอนร่างนอนลงบนโต๊ะบ้าง องค์ชายหนุ่มยกขาเรียวขึ้นพาดบ่าทั้งสองข้างแล้วยืนทิ่มแทงตอกย้ำเข้ากลางกายสาวอย่างรุนแรงจนฟางเจียอีหัวสั่นหัวคลอน เต้าทรวงอวบเด้งสั่นไหวเรียกให้หยางจินอี้ต้องเอื้อมมือไปบดขยี้จนหนำใจสองหนุ่มสาวโยกร
ตอนที่ยี่สิบสี่ ตั้งตรงไว้ก่อน ฟางเจียอีอ้างเรื่องการมีรอบเดือนซึ่งทำให้มีอารมณ์แปรปรวนจนองค์ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เป็นเช่นนั้นเองหรือ หากเจ้าหงุดหงิดด้วยเรื่องนั้นก็ควรให้หมอตรวจดูสักหน่อย ดีหรือไม่” “หม่อมฉันมักเป็นเช่นนี้ทุกเดือนเพคะ หากทำให้เสด็จพี่ไม่พอใจก็คงต้องหลบลี้หนีหน้าในช่วงนั้นนะเพคะ” “ไม่ต้องหรอก พี่เข้าใจดีแล้ว” หยางจินอี้รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้รู้ถึงสาเหตุแห่งความตึงเครียดของชายาสาว “วันนี้น้
ตอนที่ยี่สิบสาม ไม่ยุ่งเกี่ยว ฟางเจียอีคิดอย่างทอดถอนใจ แม้จะอยากช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่แต่นางคงไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป จะให้ออกไปห้ามปรามในยามนี้ก็คงจะเสี่ยงเกินไป ได้แต่รอดูไปก่อนโดยหวังว่าองค์หญิงน่าจะหยุดยั้งเอาไว้ได้ก่อนที่จะโดนสอดใส่ดังเช่นที่นางเคยหยุดยั้งองค์ชายสี่เอาไว้ได้หลายครา ร่างขาวของครูพิณไหลตัวลงยังเบื้องล่างของกายสาวเพื่อสอดลิ้นส่งความหวามไหวให้องค์หญิงน้อยจนเสียงครวญครางดังลอดออกมา ร่างบางขององค์หญิงดิ้นซ้ายขวาบ่งบอกถึงอารมณ์ซ่านเสียว มือขาวของครูพิณเอื้อมขึ้นมาบีบขยำทรวงเต่งจนฟางเจียอีรู้สึกเจ็บแทนมองคนอื่นกลับรู้สึกเจ็บ แต่ยามตนเองโดนบดขยี้กลับรู้สึกดีจนต้องขอให้บีบจนบี้แบนหญิงสาวคิดขำ แม้จะมองไม่ชัดแต่นางแน่ใจว่ารุ่นพี่ในร่างของครูพิณย่อมไม่ใช้เวลากับการโลมเล้านานนักเพราะเขาใจร้อนเกินไปความคิดของฟางเจียอีย่อมเป็นจริงเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนร่างขึ้นทาบทับแล้ว“กระหม่อมจะเข
ตอนที่ยี่สิบสาม ไม่ยุ่งเกี่ยว“ตัวจริงของพวกเขาก็ตายไปแล้ว จะมาแก้แค้นอะไรกัน พี่แค่อยากบอกให้อิ๊งค์รู้ว่ายังมีพี่เป็นเพื่อนในโลกที่ไม่ใช่ของพวกเรา ถ้าอยากให้พี่ช่วยอะไรก็บอกได้” เสียงอ่อนนุ่มพยายามเอ่ยคล้ายหวังดี“คงไม่ต้อง ตอนนี้อิ๊งค์คือชายาเอกขององค์ชายสี่ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายมาก และจะสบายมากขึ้นถ้าพวกเราไม่ต้องติดต่อหรือพบเจอกันอีก” อิงดาวตัดความสัมพันธ์อย่างไม่รั้งรอ“แน่ใจหรือว่าสุขสบายดี ไม่คิดถึงพี่แน่หรือ” รุ่นพี่หนุ่มในร่างครูพิณขยับเข้าใกล้เพื่อเล้าโลมตามที่เคยกระทำในร่างก่อน“อย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่เช่นนั้นพี่คงไม่ได้ตายดี” ฟางเจียอีขยับถอยห่างพร้อมข่มขู่“แหม...ได้เป็นชายามียศศักดิ์ถึงกับขู่พี่เสียแล้ว พี่แค่อยากมอบความสุขให้เหมือนเดิมแค่นั้น” สายตาโลมเลียมองไล่ไปทั่วร่างบาง“ร่างนี้สวยงามน่ารักน่ารังแกกว่าร่างเก่าของเธออีกนะ ทั้งอกก็เต็มล้นกว่า เอวก็เล็กแต่สะโพกกลับใหญ่ หน้าตาก็อ่อนหวาน นี่ถ้าได้ออกกล้องยอดเงินต้อง







