LOGINChapter 1
ผู้ชายไม่เป็นมิตร
เรือนร่างอรชรในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายก้าวลงมาจากรถยนต์คันหรู ในอ้อมแขนกอดกระเป๋าใบโตไว้แน่น ดวงตากลมโตสีเข้มกับเรือนผมดำสยายช่วยขับผิวขาวจัดและวงหน้าหวานซึ้งให้ยิ่งโดดเด่น แม้ท่าทีของคนตัวเล็กจะดูเก้ ๆ กัง ๆ ทว่าเหล่าคนรับใช้ที่ยืนเรียงแถวต้อนรับต่างพากันโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
ไม่ใช่เพราะรู้จัก แต่เพราะคำสั่งเสียสุดท้ายของเจ้าสัวผู้ล่วงลับที่ระบุไว้ชัดเจนว่าให้ดูแลเธอประหนึ่งสายเลือดแท้ ๆ
“จะยืนหันรีหันขวางอยู่อีกนานไหม?”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจกระชากความสนใจให้ใบหน้าสวยหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลสีเข้มยืนอยู่ไม่ไกล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยมาจาง ๆ ขับเน้นกลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่ นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบหน้าคมสันตวัดมองหลานสาวนอกไส้ด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างไร้ความรู้สึก
“ขอโทษค่ะ…จูนมาตามจดหมายสั่งเสียของคุณพ่อค่ะ” จูนเอ่ยตอบด้วยความเกรงอกเกรงใจ ความโอ่อ่าของคฤหาสน์เตชะวานิชทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวลีบเล็กลงไปถนัดตา ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของบุรุษตรงหน้า คนงามก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก
“เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว” ร่างสูงกอดอก ปรายตามองปฏิกิริยาของเด็กสาววัยยี่สิบปีราวกับกำลังประเมิน “ฉันชื่อจักรพรรดิ เป็นพี่คนรองของบ้านนี้ ตอนนี้ฉันรับหน้าที่ดูแลเธอต่อจากพี่ใหญ่”
“งั้น…คุณก็คืออาสองของจูนใช่ไหมคะ?” เจ้าของเสียงหวานถามกลับ แววตาสั่นระริกหวังใจจะไขว่คว้าความสนิทชิดเชื้อจากคนตรงหน้าบ้าง
“อาสอง? ใครอนุญาตให้เธอเรียกฉันแบบนั้น”
“คือ…คุณพ่อเขียนไว้ในจดหมายค่ะ”
มือบางรีบดึงจดหมายในกระเป๋าออกมายื่นให้อีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่กลับขยับถอยหลังหนีหนึ่งก้าว แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง
“ช่างเถอะ” ชายหนุ่มพูดตัดบทน้ำเสียงรำคาญใจ “ในเมื่อพี่ใหญ่สั่งไว้ก็ตามนั้น แต่จำใส่หัวเอาไว้ว่าอย่าก้าวเข้ามาใกล้ฉันเกินสองเมตร นี่คือกฎข้อแรกที่เธอต้องทำตามถ้าคิดจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้”
ถ้อยคำไร้เยื่อใยบีบให้กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น แม้จะเตรียมใจมารับมือกับความไม่เป็นมิตรอยู่ก่อนแล้ว แต่จูนก็ไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธอย่างไร้จรรยาบรรณต่อหน้าคนรับใช้ทั้งเรือนเช่นนี้…มันช่างน่าอายสิ้นดี
ครั้นก้าวเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ สะโพกมนเพิ่งจะหย่อนลงนั่งบนโซฟาหนังตัวหรูยังไม่ทันอุ่นก้น กระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า ผู้นำตระกูลคนใหม่ไม่แม้แต่จะทรุดกายลงร่วมนั่งสนทนา ราวกับว่าการสละเวลาคุยกับเธอมันช่างไร้ค่า
“ที่ผ่านมาเธอจะเคยใช้ชีวิตเหลวแหลกแบบไหนมาฉันไม่สน แต่เมื่อก้าวเข้ามาที่นี่…ฉันคือผู้มีอำนาจสูงสุด กฎทุกอย่างอยู่ในนี้ อ่านและจำใส่สมองเอาไว้ด้วย”
คนตัวเล็กยื่นมือไปรับมาพลางกวาดสายตาอ่านสิ่งที่อยู่บนกระดาษจนคิ้วเรียวขมวดมุ่น นี่มันกฎระเบียบคฤหาสน์หรือค่ายทหารกันแน่? ทุกข้อล้วนล้ำเส้นชีวิตส่วนตัวตั้งแต่เวลาตื่น เวลากินข้าว ไปจนถึงเคอร์ฟิวกลับบ้านราวกับเธอเป็นนักโทษ
จนกระทั่งสายตามาสะดุดเข้ากับข้อห้ามข้อหนึ่ง…
‘ห้ามสวมใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า’
บ้าบอที่สุด! ผู้ชายคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นเผด็จการฮิตเลอร์กลับชาติมาเกิดหรืออย่างไร? วินาทีนั้นจูนอยากจะเอาหัวโขกกำแพง หรือไม่ก็กรี๊ดใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด คิดว่าเธอเป็นพจมาน สว่างวงศ์ ที่ยอมเข้ามาให้โขกสับกดหัวตามอำเภอใจงั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
เธอคือเด็กกำพร้าที่ปากกัดตีนถีบจนเอาชีวิตรอดมาได้ถึงอายุยี่สิบปี โลกภายนอกโหดร้ายกว่านี้เธอยังผ่านมาได้ กะอีแค่ผู้ชายเย็นชาจอมบงการคนเดียว ไม่มีวันทำให้เธอขยาดได้หรอก ในเมื่ออยากเล่นบทท่านประธานจอมเผด็จการนัก…นับจากนี้จนกว่าจะเรียนจบ คอยดูแล้วกันว่าเธอจะปั่นหัวเขาให้ปวดสมองได้ขนาดไหน!
ทว่าภายใต้ความคิดดื้อรั้น วงหน้าหวานกลับคลี่รอยยิ้มพิมพ์ใจ พลางช้อนสายตาตอบรับเสียงหวานละมุน
“ค่ะ…จูนจะจำกฎพวกนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ”
“ก็ตามนั้น”
จักรพรรดิปรายตาคมกริบมองร่างอรชรเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก
คล้อยหลังแผ่นหลังกว้าง แววตาซื่อใสของคนตัวเล็กก็แปรเปลี่ยนวูบ ประกายความเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตากลมโต จูนขยับกายลุกขึ้นยืนทว่ากลับแกล้งทำเป็นเข่าอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นโซฟาคล้ายคนหมดแรงกะทันหัน
“อ๊ะ…อื้อ”
สุ้มเสียงหวานเครือที่เล็ดลอดออกมาดังพอจะทำให้คนที่กำลังจะเดินจากไปต้องชะงักฝีเท้า จักรพรรดิหันขวับกลับมามอง และในวินาทีนั้นเอง ร่างอรชรก็แกล้งทิ้งตัวฟุบลงไปกับเบาะหนาอย่างหมดสภาพ
“เฮ้ย! เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
กระแสเสียงที่เคยราบเรียบเย็นชาหลุดโทนขึ้นมาทันที ร่างสูงใหญ่ถลาเข้ามาประคองโอบรับเรือนร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนอย่างลืมตัว
วงหน้าสวยมุดเข้าหาแผงอกแกร่งที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ จูนต้องก้มหน้าลงเพื่อกลั้นขำสุดความสามารถ ก่อนจะดัดเสียงให้แหบพร่าอ่อนแรงขั้นสุด
“เอ่อ…เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ จูนน่าจะเพลียเพราะเดินทางมาไกล” หญิงสาวช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างมีจริตจะก้าน “แต่คุณอาสองไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวจูนพยายามลุกเอง…อึ้ก…อื้อ”
คำสุดท้ายเด็กสาวจงใจเปล่งเสียงครางเครือแผ่วเบาชวนคิดลึก ส่งผลให้อานอกไส้ถึงกับขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน
“นี่! อย่าร้องเสียงแปลก ๆ แบบนั้น”
ถึงปากจะติติง ทว่าในเวลานี้ ระยะห่างสองเมตรที่เขาเคยประกาศกร้าวกลับหดเข้าใกล้แบบไม่ทันตั้งตัว
“ขอโทษค่ะ…แต่จูนขอพักสักแป๊บได้ไหมคะ เหมือนจะก้าวขาไปที่ห้องไม่ไหวจริง ๆ”
ยิ่งได้พินิจใบหน้าคมคราดในระยะประชิด ออร่าความหล่อเหลาเนี้ยบกริบก็ยิ่งกระแทกตา จนคนตัวเล็กอดค่อนขอดในใจไม่ได้ว่า ทำไมผู้ชายที่หน้าตาฟ้าประทานขนาดนี้ ถึงได้นิสัยเสียสวนทางกับเบ้าหน้านักนะ
“เฮ้อ…” ผู้นำตระกูลคนใหม่ถอนหายใจยาวอย่างไม่สบอารมณ์ “มาวันแรกก็สร้างเรื่องเลยนะ มานี่มา…”
ทว่าแม้ปากจะบ่น ทว่าท่อนแขนกำยำกลับช้อนอุ้มร่างนุ่มนิ่มขึ้นมาแนบอกอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มออกแรงยกตัวเธอจนลอยวืด ก่อนจะสาวเท้าพาร่างเล็กตรงไปยังห้องพักเพื่อจะได้จบภารกิจต้อนรับที่พี่ชายสั่งเสียไว้เสียที
โดยที่จอมบงการไม่มีวันรู้เลยว่า… คนในอ้อมแขนกำลังแอบลอบยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอยู่เงียบ ๆ
TBC...
Chapter 42บ้านเตชะวานิชภายในโบสถ์คริสต์หลังย่อมที่ตั้งตระหง่านอย่างสงบสงัด หยาดแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกสีสเตนกลาสลงมาเป็นริ้วสายละมุน มวลบรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายหอมละมุนของดอกลิลลีสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกจัดแต่งประดับประดาไว้ตามแนว ม้านั่งไม้เนื้อดี สุ้มเสียงเครื่องออร์แกนเริ่มบรรเลงบทเพลงเฉลิมฉลองวิวาห์แผ่วเบา ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะหนักหน่วงขึ้นเมื่อบานประตูใหญ่ถูกผลักเปิดออกกว้างเรือนร่างอรชรของจูนปรากฏกายขึ้นในชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตา ชายกระโปรงยาวระย้าทอดตัวลากยาวไปตามผืนพรมทางเดิน กลุ่มผมสลวยถูกจัดแต่งทรงอย่างเรียบง่ายทว่ากลับดูเลอค่า รับกับใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา หากทว่าเวลานี้กลับดูหยาดเยิ้มพราวเสน่ห์ยิ่งกว่าวันไหน ๆดวงตาคู่กลมโตสั่นระริกด้วยความตื้นตันเอ่อล้น ยามที่สองเท้าเยื้องกรายก้าวเดินไปตามเส้นทางหินอ่อน โดยมีผู้ใหญ่ใจดีซึ่งทางคริสตจักรจัดหามาให้ รับหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวทำหน้าที่เดินส่งตัวเจ้าสาวผู้ไร้ญาติขาดมิตรให้ถึงฝั่งฝันทุกสายตาภายในโบสถ์ต่างถูกสะกดตรึงไว้ที่ความงามอันไร้ที่ติของจูน ทว่าคงไม่มีสายตาของใครจะสั่
Chapter 41อาสามสุดเถื่อนหลายวันต่อมา...ช่วงเย็นของวันธรรมดาวันหนึ่ง แสงอาทิตย์สีอุ่นเริ่มอัสดงอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลเตชะวานิช บังเกิดเงาทอดยาวพาดผ่านตามระเบียงทางเดินอันเงียบสงบ จูนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัวหลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัย ทันใดนั้นสุ้มเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของจอมทัพจะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมที่ประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ“จูนค่ะ ว่างหรือเปล่าคะ?” จอมทัพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานที่ฟังกี่ครั้งก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ“ว่างค่ะคุณอา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” จูนเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก พลางส่งยิ้มตอบกลับอาผู้ได้ชื่อว่าใจดีและสุภาพที่สุดในบ้าน“พอดีอาจะเข้าไปที่ห้องสมุดส่วนตัวน่ะค่ะ ไปเป็นเพื่อนอาหน่อยได้ไหมคะ?”เมื่อได้ยลสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและคำชวนที่ดูไร้พิษสง จูนจึงพยักหน้ารับคำตกลงทันทีโดยไม่คิดระแวงหยาดแสงแดดสีส้มสลัวทอประกายลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงสูงของห้องสมุดขนาดยักษ์ บรรยากาศภายในห้องลับแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบและลึกลับ มีเพียงกลิ่นอายของกระดาษและปกหนังเก่าหอมอวลจาง ๆ สลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแผ่วเบา“จ
Chapter 40ปิดฉากผู้ชายกะล่อน‘จะพาแฟนขึ้นกล้องโชว์ไลฟ์ไหม?’ หรือ ‘คนไหนคือผู้โชคดีคนนั้น?’เพราะบรรดาแฟนคลับที่ติดตามผลงานมาแรมปีต่างรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าเพลย์บอยคนนี้ไม่เคยออกตัวคบหากับผู้ใดจริงจัง แถมยังไม่เคยถ่ายคลิปสวาทกับใครซ้ำหน้าเลยสักครั้ง การที่เขาออกมาประกาศเปิดตัวแฟนเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าต่อจากนี้คอนเทนต์รักจะถูกลงเฉพาะกับแฟนคนนี้คนเดียวงั้นหรือ?คอมเมนต์รันตัวเลขต่อไปไม่ยอมหยุดจนจูนที่แอบสังเกตการณ์อยู่อ่านตามไม่ทันจนเริ่มมีอาการตาลาย ทว่าท่ามกลางความหงุดหงิดหึงหวงเมื่อครู่ กลับมีกระแสความเขินอายแทรกซึมเข้ามากุมหัวใจแทนที่ ยามได้เห็นว่าเหล่าแฟนคลับดูจะคาดหวังและตื่นเต้นที่จะได้ยล ‘คลิปร่วมรัก’ ของเจ้าหมอนี่กับแฟนเหลือเกิน จนจูนหน้าร้อนผ่าวแดงซ่านไปหมดแล้วในเวลานี้“คนนี้แหละครับ... แฟนของผม”ว่าแล้วเจ้าคุณก็วาดมือเรียกขานคนที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดให้ย่ำก้าวเดินออกมา ซึ่งร่างเล็กก็ยอมเดินออกมาอย่างว่าง่าย ทว่าเรือนร่างอรชรกลับสวมใส่ชุดเมดสาวสุดเซ็กซี่น่ารักที่ถูกอีกฝ่ายใช้กุศโลบายบังคับให้สวมใส่มาตั้งแต่วันแรกเริ่มจูนเยื้องกรายเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่นั่งปักหลักรออยู่หน้าเลนส์กล
Chapter 39หมาเด็กบอกรักเช้าวันจันทร์ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดสนิทอยู่หน้าตึกคณะ จูนที่เพิ่งฟื้นตัวจากพิษไข้ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาก จนนักรบที่รับหน้าที่เป็นสารถีแทบไม่อยากละสายตาไปมองเส้นทางบนท้องถนน วันนี้เป็นเวรของหมาเด็กประจำบ้าน เขาเป็นห่วงไม่อยากให้คนตัวเล็กขับรถมาเอง จึงถือโอกาสทำหน้าที่มาส่งถึงที่หมาย“ขอบใจมากนะที่มาส่ง” จูนจุดยิ้มหวานเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดบานประตูรถเพื่อลงไปเรียน“พี่จูนครับ... เดี๋ยวจดจ่ออยู่ตรงนี้ก่อนสิ”ฝ่ามือหนาของหมาเด็กเอื้อมไปเกี่ยวกุมข้อมือบางไว้แผ่วเบา ก่อนที่นักรบจะยกมือขึ้นปลดตะขอสร้อยคอของตนเอง มันคือสร้อยคอที่คล้องเกียร์เกียรติยศสีเงินวาววับที่เจ้าตัวสวมใส่ติดตัวแทบจะตลอดเวลาออกมา จูนเฝ้ามองตามด้วยความฉงนฉงาย เพราะเธอรู้ดีว่าสำหรับหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้ว สิ่งนี้มันมีคุณค่าความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนักรบโน้มเรือนร่างสูงใหญ่เข้ามาหา กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนวสปอร์ตอ่อน ๆ ลอยอวลมาปะทะจมูก ก่อนที่เขาจะบรรจงคล้องสร้อยเกียร์เส้นนั้นลงบนลำคอระหงของจูนอย่างทะนุถนอม“ให้พี่ทำไม?”“พวกผมมีคำพูดติดปากกันว่า... เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเกียร์ไว้กับใคร
Chapter 38เวรของอาสองหลายวันต่อมา...หยาดแสงแดดยามสายสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนสูงเข้ามาภายในห้องนอนทว่าเรือนร่างอรชรที่ซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน จนกระทั่งสุ้มเสียงแผดร้องของสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างเตียงดังทำลายความเงียบขึ้นมาจูนครางอือในลำคอด้วยความขัดใจ ก่อนจะฝืนเอื้อมวงแขนที่ไร้เรี่ยวแรงไปกดรับสาย ทันใดนั้นสุ้มเสียงจากปลายสายก็แผดจ้าลอดออกมาจนเธอต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากใบหูแทบไม่ทัน“อีจูน! มึงหายหัวไม่มาเรียนเป็นอาทิตย์แล้วนะเป็นไรวะ ไม่สบายเหรออีคุณหนู!”ฟ้าเพื่อนสนิทคนเดิมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ทว่าโวลุ่มเสียงที่ดังทะลุพิกัดนั้นทำเอาคนป่วยถึงกับตื่นเต็มตา จูนได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนให้กับความว่างเปล่ารอบกายก่อนจะกรอกเสียงแหบพร่าตอบกลับไป“อืม... กูไข้ขึ้นน่ะมึง แต่อาทิตย์หน้าคงไปเรียนได้แล้วล่ะมั้ง”คนงามพ่นคำโป้ปดคำโตออกไป อันที่จริงนับตั้งแต่เสร็จสิ้นศึกมหากาพย์มัลติพาสในห้องแดงวันนั้น เธอก็ไข้ขึ้นนอนซมแถมยังปวดเมื่อยเนื้อตัวระบมขัดยอกจนแทบขยับเขยื้อนลุกจากเตียงไม่ไหวอยู่หลายวัน ร่างกายที่รองรับศึกหนักหน่วงรอบทิศทางเกินข
Chapter 37พร้อมกัน 30+“ฮึก... เดี๋ยวครับพี่จูน ค่อย ๆ ขยับนะ มันเสียวหัวไปหมดแล้ว...”ฝ่ามือหนายังคงเกาะกุมเอวบางไว้แน่นหนา แรงรัดรึงจากร่องเนื้อนุ่มที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวถอยห่างออกไปส่งผลให้หมาเด็กตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จูนค่อย ๆ วาดสะโพกมนยกตัวขึ้นอย่างแผ่วเบาเนิบนาบ กระทั่งส่วนปลายหยักถอดถอนหลุดพ้นออกมา ทันทีที่การเชื่อมต่อขาดสะบั้นลง ธารน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นจัดที่นักรบฝากฝังฉีดอัดไว้ในกายขององค์ราชินีก็ไหลย้อนทะลักไหลบ่าออกมาตามแรงดึงดูดหยาดน้ำกามร้อนระอุเปรอะเปื้อนชโลมไล้ไปตามเรียวขาขาวผ่องและผืนผ้าปูที่นอนสีแดงเพลิงจนดูวาววับสะท้อนตาแสงไฟสลัวสาดกระทบคราบน้ำรักค้างคาบนเนื้อตัวของทั้งคู่ ยิ่งตอกย้ำภาพความพ่ายแพ้หมดรูปของหมาเด็กที่ทำได้เพียงนอนหอบหายใจรวยรินดั่งคนสิ้นเรี่ยวแรง“หมดเวลาสนุกของเด็กน้อยแล้ว”ยังไม่ทันที่นักรบจะได้พักเอาแรง เจ้าคุณก็พุ่งกายเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลาดไหล่แกร่ง ก่อนจะออกแรงกระชากเรือนร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของหลานชายให้พ้นทางไปอย่างไม่คิดออมแรง เจ้าของห้องสายดาร์กสะบัดสายตาลงมองคราบน้ำรักที่ยังคงหลั่งไหลเยิ้มออกมาจากกึ่งกลางกายจูนด้วยประกายตา







