Share

Chapter 5 หมาเด็กผมแดง

Author: Selenex
last update publish date: 2026-09-17 01:28:49

Chapter 5

หมาเด็กผมแดง

เช้าวันต่อมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูรบกวนการนอนอันยาวนาน จูนปรือตาตื่นขึ้นมาพร้อมความหนักอึ้งที่แล่นริ้วทั่วร่าง ศีรษะมึนหน่วง ลำคอแห้งผากขยับกายลำบากด้วยพิษไข้ที่ยังตกค้าง เมื่อคืนหลังจากทานยาเธอก็หลับลึก รู้ตัวอีกทีแสงตะวันก็สาดทะลุผ้าม่านเสียแล้ว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

จูนขมวดคิ้วมุ่น พยายามประคองเรือนร่างอ่อนเปลี้ยลุกจากเตียงตรงไปยังประตูทั้งที่สติยังไม่แจ่มชัดดีนัก ครั้นบานประตูแง้มออก สุ้มเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังขึ้น

“สวัสดีครับ เห็นพวกอา ๆ บอกว่าพี่ไม่สบาย ผมเลยเอาข้าวต้มมาให้ ไม่คิดว่าจะยังนอนอยู่”

น้ำเสียงนั้นดึงสติอันพร่าเลือนให้ตื่นเต็มตา วงหน้าหล่อเหลาคมคายกับเส้นผมสีเปลวเพลิงสะดุดตาคือภาพลักษณ์ที่เธอเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก

“เอ่อ…คือ…” คนตัวเล็กอึกอัก พยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวทว่าสมองกลับว่างเปล่า

“อ้อ โทษทีครับลืมแนะนำตัว ผมชื่อนักรบ มีศักดิ์เป็นน้องชายของพี่…เป็นลูกบุญธรรมอีกคนของคุณพ่อ”

คำเฉลยไม่ได้ช่วยให้ความประหลาดใจลดน้อยลง มือหนาประคองถาดข้าวต้มไว้มั่น แววตาที่ทอดมองมาฉายแววความห่วงใยปิดไม่มิด ยามพิจารณาคนตรงหน้าดี ๆ จูนจึงสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายสวมเสื้อช็อปของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และที่ลำคอแกร่งมีเกียร์ห้อยอยู่…

จูนเคยได้ยินเรื่องเล่าขานมาบ้าง ว่าสำหรับเด็กคณะนี้ ‘เกียร์’ คือของแทนใจล้ำค่า เปรียบเสมือนหัวใจของเจ้าของที่จะมอบให้คนที่มีความหมายลึกซึ้ง…โดยเฉพาะคนที่เป็นดวงใจ

“เอ่อ…ขอบคุณนะคะ” จูนเอื้อมมือหมายจะรับถาดอาหาร ทว่าคนตัวโตกลับชักมือหนี

“พี่เข้าไปข้างในก่อนเถอะ เดี๋ยวผมถือตามเข้าไปให้ มันร้อน”

คนงามทำตามคำสั่งอย่างงง ๆ ก่อนก้าวนำอีกฝ่ายเข้ามาในห้องพัก 

“ขอบคุณนะ อุตส่าห์ยกขึ้นมาให้แต่เช้า”

เจ้าของห้องเอ่ยแก้เก้อหวังทำลายกำแพงความอึดอัดระหว่างคนแปลกหน้า ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นทำให้ตัวเองยิ่งหน้าแตกไปอีก

“แต่นี่มันเที่ยงแล้วนะครับ” ชายหนุ่มหลุดขำ พลางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ

จูนตาเบิกโพลง รีบหันขวับไปมองนาฬิกาบนผนัง ตัวเลขบอกเวลาเที่ยงวันกว่าแล้วจริง ๆ มือบางยกขึ้นเกาท้ายทอยด้วยความขัดเขิน 

“แย่จัง นี่เรานอนจนลืมเวลาไปเลยเหรอเนี่ย”

“ก็พี่ป่วยนี่ครับ ไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อนเถอะแล้วค่อยมาทานข้าว ว่าแต่…ตัวหายร้อนหรือยังเอ่ย”

ขาดคำ ร่างสูงก็สาวเท้าเข้าประชิด พลันส่งหลังมืออุ่นแตะลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา

“อืม ตัวไม่ร้อนแล้วแฮะ แต่ทานยาดักไว้อีกหน่อยก็ดีนะ ผมเตรียมมาให้เรียบร้อยแล้ว ทานข้าวเสร็จค่อยทานยาครับ”

จูนเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จสรรพ คิดว่าหลังจากทานมื้อเที่ยงและกินยาเสร็จ นอนต่ออีกสักตื่นก็คงหาย แต่ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูห้องน้ำออกมา หญิงสาวก็ต้องชะงักด้วยความหลาดใจ เมื่อพบว่าไอ้หมาหนุ่มที่คิดว่าน่าจะกลับไปแล้ว ยังคงนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง

“เอ่อ…นักรบ” จูนอึกอัก คลับคล้ายคับคาว่าคำถามในหัวจะดูขวานผ่าซาก ทว่าก็ทนความสงสัยไม่ไหว “ทำไมยังอยู่อีก?”

เจ้าของเรือนผมสีเปลวเพลิงเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มกว้างอย่างสบายอารมณ์ “อยู่เป็นเพื่อนพี่ไงครับ”

“คือ…”

“ไม่เป็นไรนะพี่ไม่ต้องเกรงใจ ผมอยู่ได้ทั้งวัน วันนี้ไม่มีเรียนแล้ว”

เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นกับความเออออห่อหมกเก่งของคนตรงหน้า แม้หนุ่มรุ่นน้องจะดูไม่มีพิษสงอะไร ทว่านิสัยพูดเองเออเองนั่นก็แอบพิลึก ร่างน้อยยืนละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งนักรบดีดตัวลุกจากโซฟาเดินดิ่งเข้ามาคว้ามือนุ่มให้ก้าวตามไปยังโต๊ะอาหาร

“มาครับ รีบกินเถอะเดี๋ยวจะเย็นชืดหมด…”

คนตัวโตนั่งเท้าคางจดจ้องมองช้อนที่กำลังตักข้าวเข้าปากอิ่ม แววตาคาดหวังคำชมเด่นชัดจนจูนทำตัวไม่ถูก 

“อร่อยไหม? ผมทำเองสุดฝีมือเลยนะ”

“อะ…อร่อยดี”

หญิงสาวแย้มยิ้มแหยตอบกลับ ถ้าบอกว่าไม่อร่อยมีหวังได้ซึมเป็นหมาหงอยแน่ ๆ ท่าทางกระตือรือร้นนั่นชวนให้นึกถึงสุนัขโกลเด้นตัวยักษ์ที่มีหูงอกออกมา พลางสะบัดหางดิ๊ก ๆ ด้วยความดีใจทันทีที่ได้รับรางวัลเป็นคำชม

“โถ่ อะไรกัน… แบบนี้กะจะมาทำคะแนนคนเดียวเลยหรือไงเจ้ารบ”

ฉับพลันที่กลืนข้าวลงคอ ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก็โผล่พรวดเข้ามาทางด้านหลัง สองแขนแกร่งตวัดโอบรอบลำคอระหงของจูนอย่างวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่โชยมาแตะจมูก บ่งบอกตัวตนของผู้มาใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดา

“อาเล็ก… ฉวยโอกาสอีกแล้วนะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า

“ฮ่า ๆ ฉันมาวัดไข้ให้ไง” เจ้าคุณหัวเราะร่าหน้าเป็น “ได้ยินว่าเธอป่วย นี่คือการโอบกอดวัดอุณหภูมิด้วยความบริสุทธิ์ใจสุด ๆ เลยนะครับ”

ขาดคำ จอมกะล่อนก็ซุกวงหน้าคมคายเข้าหาซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของคนป่วยเข้าปอดฟอดใหญ่ จนจูนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“วัดไข้กับผีสิ! เอาหน้าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” จูนเบี่ยงกายหลบ ความร้อนรุ่มแปลกประหลาดไต่ขึ้นมาในอก ทั้งที่ในเวลานี้พิษไข้ทุเลาลงไปมากแล้วแท้ ๆ

“เฮ้ย ไอ้เล็ก! ลามปามอีกแล้วนะมึง”

เพียะ!!!

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ฝ่ามือหนาของจักรพรรดิก็ฟาดบึ้กลงบนศีรษะของตัวการเต็มแรงจนเกิดเสียงดัง

“โถ่พี่สอง! ใช้ความรุนแรงกับน้องกับนุ่งแบบนี้ได้ยังไง” รองประธานหนุ่มบ่นอุบพลางลูบหัวป้อย ๆ “นี่อย่าบอกนะว่า…หวงยัยตัวเล็กนี่ขึ้นมาน่ะ”

เขาหัวเราะเย้าแหย่ ก่อนจะยอมปล่อยร่างอรชรให้กลับคืนสู่อิสระ จังหวะนั้นเองที่จูนได้มีโอกาสพิจารณาใบหน้าของเจ้าคุณเต็มตา ยอมรับเลยว่าเมื่อวานนี้เกิดเรื่องวุ่นวายจนไม่มีกะจิตกะใจจะสังเกต ทว่าพอได้มองนิ่ง ๆ ในยามนี้ ออร่าความหล่อเหลาร้ายกาจของเขากลับเจิดจ้าจนยากจะละสายตาจริง ๆ

หากไม่เคยรับรู้พฤติกรรมฉาวโฉ่มาก่อน หรือบังเอิญได้พบเจอกันในสถานที่อื่น จูนคงเถียงไม่ออกว่าตนเองอาจเผลอไผลไปกับรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก เรือนผมสีบลอนด์ทองอ่อนรับกับท่าทางเป็นกันเอง ยิ่งรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ประดับแต้มบนดวงหน้าแทบตลอดเวลาบวกกับความมั่นใจเต็มเปี่ยม บรรยากาศรอบกายของเขาช่างเย้ายวนดึงดูดเสียเหลือเกิน

“เด็กบ้าน ๆ แบบนี้ มีอะไรให้น่าหวง… ฉันแค่ไม่อยากให้บ้านเราวุ่นวายไร้ระเบียบก็เท่านั้น”

เสียงราบเรียบแดกดันส่งผลให้บรรยากาศอึดอัดขึ้นมาในทันควัน ไม่ต้องเสียเวลาเดาก็รู้ดีว่าวาจาขวานผ่าซากนี้เป็นของใคร จูนกลอกตาใส่จอมบงการไปหนึ่งที ตั้งท่าจะอ้าปากเถียงกลับเสียหน่อย ทว่าเงาร่างของใครอีกคนที่ก้าวเข้ามาสมทบกลับทำให้เธอต้องหยุดชะงักลง

“จูนคะ… ถึงจะพอรู้อยู่แล้วว่าคนบ้านนี้ค่อนข้างแปลก อะไรหลาย ๆ อย่างอาจจะไม่สะดวกสำหรับจูนสักเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละคนก็เป็นผู้ชาย แถมบ้านหลังนี้ก็ไม่เคยมีผู้หญิงเข้ามาอาศัยมาก่อน แต่อยากให้รู้ไว้นะคะว่าพวกเราทุกคนกำลังพยายามปรับตัวอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง เพราะฉะนั้น…จูนอยู่ให้สบายใจเถอะนะ”

ในที่สุด ชายที่จูนเฝ้ารอก็เดินเข้ามาหา สุภาพบุรุษใต้กรอบแว่นผู้ดูปกติและพึ่งพาได้ที่สุดในคฤหาสน์ยื่นฝ่ามืออุ่นขึ้นลูบเรือนผมดำสยายของหญิงสาวอย่างแสนเอ็นดู ถ้อยคำปลอบประโลมหวานหูกับคำพูดคะขาที่มอบให้ ทำเอาคนฟังแทบสำลักความใจดี ผู้ชายคนนี้จะอ่อนโยนเกินไปแล้ว!

ทว่าลึก ๆ แล้ว จูนก็เข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาพูดได้เป็นอย่างดี

แม้ชายหนุ่มทั้งสี่ตรงหน้าจะมีอุปนิสัยและพฤติกรรมแตกต่างกันแบบสุดขั้ว ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ดิบเถื่อนเลวร้ายอย่างที่เคยหวั่นวิตกแต่แรก

นัยน์ตาคู่สวยทอดมองใบหน้าคมคายของแต่ละคนสลับไปมา ก่อนที่กลีบปากอิ่มจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง

“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ”

TBC...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 42 บ้านเตชะวานิช

    Chapter 42บ้านเตชะวานิชภายในโบสถ์คริสต์หลังย่อมที่ตั้งตระหง่านอย่างสงบสงัด หยาดแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกสีสเตนกลาสลงมาเป็นริ้วสายละมุน มวลบรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายหอมละมุนของดอกลิลลีสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกจัดแต่งประดับประดาไว้ตามแนว ม้านั่งไม้เนื้อดี สุ้มเสียงเครื่องออร์แกนเริ่มบรรเลงบทเพลงเฉลิมฉลองวิวาห์แผ่วเบา ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะหนักหน่วงขึ้นเมื่อบานประตูใหญ่ถูกผลักเปิดออกกว้างเรือนร่างอรชรของจูนปรากฏกายขึ้นในชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตา ชายกระโปรงยาวระย้าทอดตัวลากยาวไปตามผืนพรมทางเดิน กลุ่มผมสลวยถูกจัดแต่งทรงอย่างเรียบง่ายทว่ากลับดูเลอค่า รับกับใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา หากทว่าเวลานี้กลับดูหยาดเยิ้มพราวเสน่ห์ยิ่งกว่าวันไหน ๆดวงตาคู่กลมโตสั่นระริกด้วยความตื้นตันเอ่อล้น ยามที่สองเท้าเยื้องกรายก้าวเดินไปตามเส้นทางหินอ่อน โดยมีผู้ใหญ่ใจดีซึ่งทางคริสตจักรจัดหามาให้ รับหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวทำหน้าที่เดินส่งตัวเจ้าสาวผู้ไร้ญาติขาดมิตรให้ถึงฝั่งฝันทุกสายตาภายในโบสถ์ต่างถูกสะกดตรึงไว้ที่ความงามอันไร้ที่ติของจูน ทว่าคงไม่มีสายตาของใครจะสั่

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 41 อาสามสุดเถื่อน 30+

    Chapter 41อาสามสุดเถื่อนหลายวันต่อมา...ช่วงเย็นของวันธรรมดาวันหนึ่ง แสงอาทิตย์สีอุ่นเริ่มอัสดงอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลเตชะวานิช บังเกิดเงาทอดยาวพาดผ่านตามระเบียงทางเดินอันเงียบสงบ จูนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัวหลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัย ทันใดนั้นสุ้มเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของจอมทัพจะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมที่ประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ“จูนค่ะ ว่างหรือเปล่าคะ?” จอมทัพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานที่ฟังกี่ครั้งก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ“ว่างค่ะคุณอา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” จูนเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก พลางส่งยิ้มตอบกลับอาผู้ได้ชื่อว่าใจดีและสุภาพที่สุดในบ้าน“พอดีอาจะเข้าไปที่ห้องสมุดส่วนตัวน่ะค่ะ ไปเป็นเพื่อนอาหน่อยได้ไหมคะ?”เมื่อได้ยลสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและคำชวนที่ดูไร้พิษสง จูนจึงพยักหน้ารับคำตกลงทันทีโดยไม่คิดระแวงหยาดแสงแดดสีส้มสลัวทอประกายลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงสูงของห้องสมุดขนาดยักษ์ บรรยากาศภายในห้องลับแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบและลึกลับ มีเพียงกลิ่นอายของกระดาษและปกหนังเก่าหอมอวลจาง ๆ สลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแผ่วเบา“จ

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 40 ปิดฉากผู้ชายกะล่อน 30+

    Chapter 40ปิดฉากผู้ชายกะล่อน‘จะพาแฟนขึ้นกล้องโชว์ไลฟ์ไหม?’ หรือ ‘คนไหนคือผู้โชคดีคนนั้น?’เพราะบรรดาแฟนคลับที่ติดตามผลงานมาแรมปีต่างรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าเพลย์บอยคนนี้ไม่เคยออกตัวคบหากับผู้ใดจริงจัง แถมยังไม่เคยถ่ายคลิปสวาทกับใครซ้ำหน้าเลยสักครั้ง การที่เขาออกมาประกาศเปิดตัวแฟนเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าต่อจากนี้คอนเทนต์รักจะถูกลงเฉพาะกับแฟนคนนี้คนเดียวงั้นหรือ?คอมเมนต์รันตัวเลขต่อไปไม่ยอมหยุดจนจูนที่แอบสังเกตการณ์อยู่อ่านตามไม่ทันจนเริ่มมีอาการตาลาย ทว่าท่ามกลางความหงุดหงิดหึงหวงเมื่อครู่ กลับมีกระแสความเขินอายแทรกซึมเข้ามากุมหัวใจแทนที่ ยามได้เห็นว่าเหล่าแฟนคลับดูจะคาดหวังและตื่นเต้นที่จะได้ยล ‘คลิปร่วมรัก’ ของเจ้าหมอนี่กับแฟนเหลือเกิน จนจูนหน้าร้อนผ่าวแดงซ่านไปหมดแล้วในเวลานี้“คนนี้แหละครับ... แฟนของผม”ว่าแล้วเจ้าคุณก็วาดมือเรียกขานคนที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดให้ย่ำก้าวเดินออกมา ซึ่งร่างเล็กก็ยอมเดินออกมาอย่างว่าง่าย ทว่าเรือนร่างอรชรกลับสวมใส่ชุดเมดสาวสุดเซ็กซี่น่ารักที่ถูกอีกฝ่ายใช้กุศโลบายบังคับให้สวมใส่มาตั้งแต่วันแรกเริ่มจูนเยื้องกรายเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่นั่งปักหลักรออยู่หน้าเลนส์กล

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 39 หมาเด็กบอกรัก

    Chapter 39หมาเด็กบอกรักเช้าวันจันทร์ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดสนิทอยู่หน้าตึกคณะ จูนที่เพิ่งฟื้นตัวจากพิษไข้ดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาก จนนักรบที่รับหน้าที่เป็นสารถีแทบไม่อยากละสายตาไปมองเส้นทางบนท้องถนน วันนี้เป็นเวรของหมาเด็กประจำบ้าน เขาเป็นห่วงไม่อยากให้คนตัวเล็กขับรถมาเอง จึงถือโอกาสทำหน้าที่มาส่งถึงที่หมาย“ขอบใจมากนะที่มาส่ง” จูนจุดยิ้มหวานเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดบานประตูรถเพื่อลงไปเรียน“พี่จูนครับ... เดี๋ยวจดจ่ออยู่ตรงนี้ก่อนสิ”ฝ่ามือหนาของหมาเด็กเอื้อมไปเกี่ยวกุมข้อมือบางไว้แผ่วเบา ก่อนที่นักรบจะยกมือขึ้นปลดตะขอสร้อยคอของตนเอง มันคือสร้อยคอที่คล้องเกียร์เกียรติยศสีเงินวาววับที่เจ้าตัวสวมใส่ติดตัวแทบจะตลอดเวลาออกมา จูนเฝ้ามองตามด้วยความฉงนฉงาย เพราะเธอรู้ดีว่าสำหรับหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์แล้ว สิ่งนี้มันมีคุณค่าความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนักรบโน้มเรือนร่างสูงใหญ่เข้ามาหา กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนวสปอร์ตอ่อน ๆ ลอยอวลมาปะทะจมูก ก่อนที่เขาจะบรรจงคล้องสร้อยเกียร์เส้นนั้นลงบนลำคอระหงของจูนอย่างทะนุถนอม“ให้พี่ทำไม?”“พวกผมมีคำพูดติดปากกันว่า... เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเกียร์ไว้กับใคร

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 38 เวรของอาสอง

    Chapter 38เวรของอาสองหลายวันต่อมา...หยาดแสงแดดยามสายสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนสูงเข้ามาภายในห้องนอนทว่าเรือนร่างอรชรที่ซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน จนกระทั่งสุ้มเสียงแผดร้องของสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างเตียงดังทำลายความเงียบขึ้นมาจูนครางอือในลำคอด้วยความขัดใจ ก่อนจะฝืนเอื้อมวงแขนที่ไร้เรี่ยวแรงไปกดรับสาย ทันใดนั้นสุ้มเสียงจากปลายสายก็แผดจ้าลอดออกมาจนเธอต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากใบหูแทบไม่ทัน“อีจูน! มึงหายหัวไม่มาเรียนเป็นอาทิตย์แล้วนะเป็นไรวะ ไม่สบายเหรออีคุณหนู!”ฟ้าเพื่อนสนิทคนเดิมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ทว่าโวลุ่มเสียงที่ดังทะลุพิกัดนั้นทำเอาคนป่วยถึงกับตื่นเต็มตา จูนได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนให้กับความว่างเปล่ารอบกายก่อนจะกรอกเสียงแหบพร่าตอบกลับไป“อืม... กูไข้ขึ้นน่ะมึง แต่อาทิตย์หน้าคงไปเรียนได้แล้วล่ะมั้ง”คนงามพ่นคำโป้ปดคำโตออกไป อันที่จริงนับตั้งแต่เสร็จสิ้นศึกมหากาพย์มัลติพาสในห้องแดงวันนั้น เธอก็ไข้ขึ้นนอนซมแถมยังปวดเมื่อยเนื้อตัวระบมขัดยอกจนแทบขยับเขยื้อนลุกจากเตียงไม่ไหวอยู่หลายวัน ร่างกายที่รองรับศึกหนักหน่วงรอบทิศทางเกินข

  • ร้อนรักเด็กในโอวาท (5P)   Chapter 37 พร้อมกัน 30+

    Chapter 37พร้อมกัน 30+“ฮึก... เดี๋ยวครับพี่จูน ค่อย ๆ ขยับนะ มันเสียวหัวไปหมดแล้ว...”ฝ่ามือหนายังคงเกาะกุมเอวบางไว้แน่นหนา แรงรัดรึงจากร่องเนื้อนุ่มที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวถอยห่างออกไปส่งผลให้หมาเด็กตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จูนค่อย ๆ วาดสะโพกมนยกตัวขึ้นอย่างแผ่วเบาเนิบนาบ กระทั่งส่วนปลายหยักถอดถอนหลุดพ้นออกมา ทันทีที่การเชื่อมต่อขาดสะบั้นลง ธารน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นจัดที่นักรบฝากฝังฉีดอัดไว้ในกายขององค์ราชินีก็ไหลย้อนทะลักไหลบ่าออกมาตามแรงดึงดูดหยาดน้ำกามร้อนระอุเปรอะเปื้อนชโลมไล้ไปตามเรียวขาขาวผ่องและผืนผ้าปูที่นอนสีแดงเพลิงจนดูวาววับสะท้อนตาแสงไฟสลัวสาดกระทบคราบน้ำรักค้างคาบนเนื้อตัวของทั้งคู่ ยิ่งตอกย้ำภาพความพ่ายแพ้หมดรูปของหมาเด็กที่ทำได้เพียงนอนหอบหายใจรวยรินดั่งคนสิ้นเรี่ยวแรง“หมดเวลาสนุกของเด็กน้อยแล้ว”ยังไม่ทันที่นักรบจะได้พักเอาแรง เจ้าคุณก็พุ่งกายเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลาดไหล่แกร่ง ก่อนจะออกแรงกระชากเรือนร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของหลานชายให้พ้นทางไปอย่างไม่คิดออมแรง เจ้าของห้องสายดาร์กสะบัดสายตาลงมองคราบน้ำรักที่ยังคงหลั่งไหลเยิ้มออกมาจากกึ่งกลางกายจูนด้วยประกายตา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status