Share

เข้าเฝ้าพระพันปี 1

"วันนี้มีไข่มุกจากทางใต้มาด้วย คุณหนูสามอยากดูหรือไม่เจ้าคะ"

"มีอะไรเจ้าก็เอามาวางไว้เถอะ เดี๋ยวข้าจะเลือกดู"

ระหว่างรอเถ้าแก่เนี้ยไปหยิบของสารพัดมาให้นางเลือกชม เว่ยอวี่หยุนก็พูดสิ่งหนึ่งที่ทำให้นางต้องสะอึกขึ้นมา

"พี่ดูเงียบขรึมผิดปกตินะ ยังไม่สบายตรงไหนอยู่ ก่อนกลับเราไปหาหมอให้ตรวจสักหน่อยดีไหม"

"ไม่ ๆ ข้าสบายดี เพียงแค่ว่าการอยู่ในบ้านนานๆ ทำให้รู้สึกไม่แจ่มใสเท่านั้น"

"อ้อ! เป็นอย่างนี้เอง รู้อย่างนี้ข้าน่าจะพาท่านออกมาข้างนอกตั้งนานแล้ว"

น้องชายผู้นี้เสียงดังจนเป็นปกติของตัวเอง เวลาอยู่ในจวน ก็จะได้ยินเสียงเขาก่อนเห็นตัวเสียอีก

จะว่าอย่างไรดีล่ะ เว่ยหย่งฮวารู้สึกว่าครอบครัวนี้เป็นบ้านที่ประหลาดมาก ๆ มาเทียบกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตโดยทั่วไปของคนอื่น ๆ ในแคว้น แต่เป็นความประหลาดที่ดีต่อนาง

เว่ยหย่งฮวากระแอมไอแล้วปรับอารมณ์ตัวเอง การตายไม่ทันตั้งตัวแม้ไม่มีห่วงอยู่ข้างหลังมากเท่าหลาย ๆ คนก็ทำให้นางเศร้าใจอยู่ดี เรื่องนี้ไม่ง่ายเลยกับการที่จะเดินไปข้างหน้าเพียงข้ามวัน

"อวี่หยุน ปกติเราใช้เงินวันละเท่าไร"

"ไม่รู้สิ บางครั้งข้าก็ไม่ได้มาซื้อของกับพี่ แต่พี่ก็ซื้อผ้าหรือของพวกนี้เป็นปกติอยู่แล้วนะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหรอกน่า ท่านพ่อร่ำรวยจะตาย"

ถ้าน้องชายว่าอย่างนี้นางก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ

เว่ยหย่งฮวาลุกเดินไปดูผ้าทีละม้วนด้วยตัวเอง นั่งสังเกตมาได้หลายวันแล้วว่าผ้าที่นี่จะมีลายปักที่สวยงามและหลากหลาย แต่ความประณีตนั้นยังห่างชั้นกับที่นางเคยพบเจอมาในชีวิตก่อน

หากนำจุดแข็งทั้งสองอย่างนี้มาใส่ด้วยกันได้ล่ะก็ จะต้องออกมาเป็นชุดที่สวยงามมาก ๆ แน่

"เถ้าแก่เนี้ย จัดผ้าพวกนี้อย่างละม้วนไปส่งข้าที่จวน"

นางสังเกตตั้งแต่ออกจากจวนว่าเสื้อผ้าและสีสันที่คนเมืองดีนิยมใส่นั้นมีสีอะไรบ้าง รวมถึงแบบลายปักพวกนางชื่นชอบ เครื่องประดับต้องมีสีอะไร วัสดุอะไร นางแอบสังเกตและจดจำมาทั้งหมด

เว่ยหย่งฮวาไม่รู้แล้วไม่แน่ใจว่าเจ้าของร่างเคยทำอะไรมาบ้างหรือยังไม่เคยทำอะไร แต่หากนางจะอยู่ที่นี่ อย่างน้อยนางก็ต้องอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยตัวเอง รู้ดีเลยล่ะว่าสตรีที่แคว้นนี้ถูกจำกัดอิสรภาพด้านใดบ้าง ทางเลือกของนางมีไม่มากนักจริง ๆ หวังว่าวิญญาณของคุณหนูสามจะไม่โกรธเคืองกันในภายหลัง

เว่ยอวี่หนุนไม่ได้เอ่ยขัดหรือถามอะไรนาง นอกจากตามดูใกล้ ๆ หญิงสาวไม่รู้เลยว่าพี่น้องคู่นี้เป็นเช่นนี้ปกติ หรือแค่ช่วงนี้ที่นางพึ่งฟื้นตัวกันแน่

หลังซื้อผ้าและวัตถุดิบทำเครื่องประดับจนสีหน้าพี่สาวดูร่าเริงขึ้นมา เว่ยอวี่หยุนก็พานางไปร้านน้ำชาร้านหนึ่ง

"ที่นี่มีอะไร"

"ท่านชอบมากินขนมที่ร้านนี้"

นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าคนในครอบครัวแม้แต่สาวใช้พยายามจะทำให้นางจำได้ ช่วยฟื้นความทรงจำโดยการพาไปสถานที่ที่นางเคยไป หรือพาไปรู้จักของที่นางเคยชอบ

ในใจหญิงสาวหวาดกลัวขึ้นมา ว่าถ้าไม่อาจตอบรับความปรารถนาหรือความหวังนั้นได้จะเป็นอย่างไร นางไม่มีความทรงจำ ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเว่ยหย่งฮวาที่โลกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

บทที่ 4 เข้าเฝ้าพระพันปี

"พี่สั่งอะไร ลองเลือกสิ"

"ขนมเซาปิ่ง" เว่ยหย่งฮวาตอบโดยไม่ต้องคิด นี่ขนมโปรดของนางเลย แต่กินได้ไม่บ่อยนัก ถ้ากินมากไปจะเลี่ยนจนพาลไม่อยากกินในครั้งหน้า

"เจ้ายิ้มอะไรเนี่ย"

"เปล่า แค่ดีใจที่พี่ยังจำของชอบตัวเองได้"

นางอยากบอกมาก ๆ ว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ บางทีสถานการณ์นี้ก็ทำให้นางรู้สึกอึกอัดจริง ๆ จะมีสักวันที่นางสามารถบอกความจริงได้ไหม หรือควรเก็บมันไว้เป็นความลับตลอดกาล

เว่ยหย่งฮวาเหมือนนางแต่ก็ไม่ใช่

เว่ยหย่งฮวาอาจจะแสดงเป็นร่างเดิมได้ แต่ใครจะอยากสวมบทเป็นคนอื่นตลอดชีวิต เรื่องนี้ไม่น่าอภิรมย์เลย อะไรทำให้ต้องมาอยู่ที่นี่กัน แล้วพานางมาทำไม แล้วเว่ยหย่งฮวาตัวจริงของโลกนี้ล่ะอยู่ไหน หรือว่าตายไปแล้วจริง ๆ

"ท่านพี่?"

"หืม?"

"ท่านเหม่อ มีเรื่องอะไรให้คิดหรือ"

"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

ไม่สิ จริง ๆ เรื่องใหญ่มาก นางเครียดจะตายอยู่แล้ว ถ้าแปลงร่างเป็นคิงคองอาละวาดแล้วหนีเข้าป่าไปเลยได้นางก็จะทำ เว่ยหย่งฮวารู้สึกเหมือนเองมีชนักติดหลังตลอดเวลา ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความต้องการของนางเลย

เว่ยอวี่หยุนมองหน้าพี่สาวแล้วก็แสดงสีหน้าออกว่าไม่เชื่อที่พูดไปแน่ แต่เขาก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้นางบอก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ 2 (จบ)

    เว่ยเหลียนเล่อไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจมากกว่ากัน เขาโดนหางเลขไปกับยอดบัณฑิตคนนั้นเสียแล้วเว่ยหย่งฮวาเห็นสหายบวกตำแหน่งพี่สะใภ้เขินจนตัวเกร็งก็เห็นใจ นางคงอยากเจอสามีเหมือนกัน จึงไม่ได้เอ่ยหยอกเย้าอะไรต่อ พอดีกับที่อู๋ซือหนิงพาเด็ก ๆ มา จึงได้เวลาแลกหน้าที่กันนางเดินออกจากซุ้มร้านค้ามาหาตั้งแต่เห็นเขากับลูก ๆ อยู่ไกลลิบทั้งครอบครัวเดินเที่ยวชมเมืองด้วยกัน การเดินทางครั้งนั้นเหมือนยาวนาน แต่เพียงพริบตาก็จะได้เวลากลับถึงบ้านแล้วจากการเดินทางแบบขบวนสินค้าเมื่อครั้งนั้น ชื่อเสียงพลอยมรกตของตระกูลเซียนและร้านแพรของนางก็ยิ่งขจายออกไป แต่คนที่มาเมืองหลวงครั้งแรกนั้นก็ยังหาร้านนางไม่เจออยู่ดี ซึ่งเว่ยหย่งฮวาก็ไม่คิดเปลี่ยนด้วยตอนนี้นางเป็นทั้งท่านหญิงจวิ้นจู เป็นฮูหยินสกุลอู๋ แต่ชาวเมืองก็ยังติดเรียกนางว่าคุณหนูสามเช่นเดิม"กลับไปคราวนี้น้องหญิงคงได้ลายใหม่ ๆ ออกมาอีก"ภรรยาของเขามักมีมีความคิดสร้างสรรค์พลุ่งพล่านเหมือนการทอยลูกเต๋า บางครั้งที่นางไม่ได้จุดประกายอะไรกลับมาจากการเดินทางหรือพบปะผู้คนหน้าใหม่ๆ แต่ส่วนมากแล้วมันบังเกิดผล พอเป็นเช่นนั้นนางก็จะหมกตัวอยู่ในห้องทำงานเกือบทั้งวัน"ไม

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ 1

    "ดูนั่นสิ เจ้าเห็นหรือไม่"สตรีกลุ่มหนึ่งชี้ชวนกันดูหญิงสาวที่โดดเด่นอยู่กลางพรมสีแดง ตั้งแต่เจ้าถิ่นรับงานเป็นหุ่นแสดงเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้บรรดาพี่สาวที่นางนับถือก็รู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นมากมาย นางถูกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเอ่ยถึงได้ชื่นชม เจ้าตัวจึงรู้สึกยินดีอย่างมาก"งดงามมากจริงๆ ถ้าไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ธรรมดา นึกว่าเทพเซียนประทานมาเสียอีก"คำสรรเสริญเยินยอมีเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะเท่าที่เห็น ชุดที่คุณหนูจ้าวสวมใส่อยู่ใครต่อใครก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่างดงามไร้ที่ติไม่ว่าจะผ่านเมืองไหนก็ต้องถูกพูดถึง สินค้าของสองท่านหญิงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการบอกเล่าปากต่อปากของชาวเมือง การเดินทางใกล้สิ้นสุดแล้ว ตอนนี้ขบวนสินค้าของท่านหญิงเซียนซูอิงอยู่ห่างจากชายแดนไม่กี่ก้าว หลังจากเสร็จธุระที่เมืองนี้แล้วก็เหลืออีกครึ่งทางก่อนจะกลับถึงเมืองหลวง"ใต้เท้าอู๋มิต้องกลับเมืองหรือ?"จากความรู้สึกเอือมระอาเริ่มกลายเป็นความหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ เพราะอู๋ซือหนิงเอาแต่เกาะติดเพื่อนนางทั้งวัน การงานไม่เสีย แถมมาพลอดรักกันต่อหน้า จากความเอือมระอาที่มีเริ่มกลายเป

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ความคลั่งรักของสามี 2

    เซียนซูอิงไม่ได้หมายตาซุ้มนักกวี แต่เธอก็ไม่อาจมองข้ามได้ เจ้าของขบวนสินค้าเดินทางไปติดต่อย่านการค้าที่ตนได้เช่าหน้าร้านไว้เพราะในช่วงสองวันนี้จะมีการชุมนุมของกลุ่มการค้าหลายกลุ่มในเมือง ไม่ใหญ่เทียบเท่างานเทศกาลแต่ก็เหมาะแก่การเปิดหูเปิดตาและทดลองตลาดจ้าวจินกับเว่ยหย่งฮวาเดินเล่นในเมืองได้อิสระจนกว่าจะถึงช่วงเย็นที่งานชุมนุมกลุ่มการค้าจะเริ่มคึกคักอู๋เถียนที่เพลียจากการเดินทางกลับอยู่กับอกผู้เป็นพ่อ เว่ยหย่งฮวาจูงมือบุตรชายไว้โดยให้เขาเดินกลางระหว่างพ่อแม่"เสี่ยวหรง เจ้าหิวหรือยัง""ข้ายังไม่หิวเท่าไร พึ่งกินเปาจื่อไปหนึ่งลูกบนรถ" เด็กชายตอบมารดาโดยที่มือก็ยังถือเปาจื่อลูกที่สองเอาไว้ด้วย"ท่านพี่ล่ะ อยากกินอะไรหรือไม่""ฮวาฮวาอยากกินอะไรข้าก็กินด้วยทั้งนั้น" อู๋ซือหนิงยิ้มตอบภรรยา เว่ยหย่งฮวาเห็นเขายิ้มตลอดจนคิดว่าหากวันใดเห็นหน้าโกรธเป็นยักษ์มาร โลกคงถึงคราวหายนะแน่"ข้ายังไม่หิวเท่าไร เราเดินเล่นในเมืองสักรอบก่อนก็ได้ ข้ากลัวท่านกับลูกๆ จะล้าเกินไป วันนี้หลังทานมื้อเย็นเสร็จท่านพักอยู่โรงเตี๊ยมกับเด็กๆ ไปเถอะนะ""ฮวาฮวาไม่อยากให้ไปช่วยด้วยหรือ?""ลูกเจอคนเยอะจนจะเฉาอยู่แล้ว ข้า

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ความคลั่งรักของสามี 1

    "ข้ารู้ว่าเขาทั้งรักทั้งหลงเจ้ามาก แต่นี่มันเกินความคาดหมายของข้าไปไปหน่อยนะ" เซียนซูอิงแทบจะเท้าเอวมองสามีของสหายตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนหน้านี้ไม่นานระหว่างกำลังทำการประชาสัมพันธ์ร้านพลอยและเสื้อผ้าในงาน คนที่ไม่ควรอยู่ก็โผล่มาทั้งที่ยังไม่ทันข้ามวันดีด้วยซ้ำ"คงต้องขอรบกวนท่านหญิงสักระยะ" อู๋ซือหนิงว่ายิ้ม ๆ เขายืนอยู่กับที่ยังดูเหมือนรูปสลัก เมื่อก่อนสง่างามอย่างไร วันนี้ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหลงใหลในตัวภรรยาเกินพอดี"นี่ท่านไม่ได้หนีงานมาใช่ไหม" เว่ยหย่งฮวากระซิบถามสามี"ฮวาฮวาอย่าใส่ร้ายข้าสิ เห็นข้าติดเจ้าแบบนี้แต่การงานข้าไม่เคยเสียนะ" เขาก้มลงไปอุ้มบุตรชายที่ยืนเกาะขาอยู่ขึ้นมา ตอนยังอุ้มได้ต้องอุ้มให้เยอะ ๆ เพราะโตไปกว่านี้คงไม่ยอมให้อุ้มแล้ว"แล้วใต้เท้ามาได้อย่างไร?""ท่านหญิงถามเป็นทางการเหลือเกิน ข้าไม่ได้หนีงานมาจริงๆ นะ""น่าสงสัยสุดๆ""ข้ามีงานราชการที่นี่พอดี ฮ่องเต้เลยทรงอนุญาตให้เป็นการทำงานนอกสถานที่"สรุปก็คือหาทางจะมาให้ได้อยู่นั่นล่ะ!เซียนซูอิงหมดคำจะเอ่ยนางจึงปล่อยเลยตามเลย อู๋ซือหนิงต้องไปพักโรงเตี๊ยมอื่นเพราะที่จองไว้ไม่มีที่พอสำหรับเขา หลังจากแวะมาทักทาย

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เดินทางไปต่างเมือง 2

    เว่ยหย่งฮวาทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบออกมา "เหมาะแก่การลงทุน ทว่าหากไม่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จะสู้ร้านในท้องถิ่นไม่ได้""เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร""ช่างฝีมือในท้องที่สามารถดึงจุดเด่นจากสีย้อมผ้าออกมาได้ดี เลือกหาเครื่องประดับที่เหมาะสมได้เพราะเป็นคนในท้องถิ่น เติบโตมากับสิ่งของในชีวิตประจำวันเหล่านี้ เป็นไปตามธรรมชาติของพวกเขา ทีนี้ก็ต้องถามท่านหญิงแล้วว่ารับมือกับนิสัยเฉพาะตัวของคนในท้องที่ได้หรือไม่"ประชาชนฝั่งทางเหนือของแคว้นต้าซานมีความภาคภูมิใจในต้นกำเนิดของตัวเองมาก หาคนนอกจะเข้ามาแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของตนแบบดูสุดโต่งเกินไปอาจถูกต่อต้านได้ ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากมีเรื่องทะเลาะกันเพราะความเห็นไม่ลงรอยในวันนี้วันหน้าก็จะประสานงานกันได้ยากหากเซียนซูอินตั้งใจจะตั้งร้านที่นี่เพิ่มจริงๆ นางต้องใจเย็นพอที่จะรับมือกับอุปนิสัยนั้นได้ พวกเขาซึมซับมาจากบรรพบุรุษและภาคภูมิใจกับมัน ฝังรากลึกราวกับเป็นเลือดในกาย"เช่นนั้นทำเป็นร้านสาขาเล็ก ๆ จะดีกว่าล่ะสินะ""ถ้าหากเจ้าคิดเช่นนั้นข้าก็เห็นด้วย เพราะยังไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเปิดร้านใหญ่ แต่หากทำให้ร้านสาขานั้นได้รับ

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เดินทางไปต่างเมือง 1

    กองคาราวานของท่านหญิงเซียนซูอิงเคลื่อนออกไปในเวลาสายของวัน อู๋ซือหนิงมายืนรอส่งภรรยาตั้งแต่เช้าและอยู่เป็นเพื่อนนางจนกระทั่งรถม้าออก รถมาที่ห่างออกไปยิ่งย้ำเตือนให้ในใจวูบโหวง วันนี้กลับจวนไปแล้วก็คงไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ อีก ไม่มีเสียงภรรยาคอยบ่นอยู่ข้างกาย กว่าพวกเขาจะกลับมาคงมีคนเหงาตายแน่ อู๋ซือหนิงคิดว่าหากความคิดถึงทำให้คนตายได้ เขาคงเป็นหนึ่งในนั้นอู๋ซือหนิงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อไม่มีสายตาของผู้คนจับจ้อง เขาหันหลังกลับเข้าไปในบ้านโดยมีบ่าวรับใช้คนสนิทเดินตาม ตงฟางเห็นผู้เป็นนายทำหน้าเศร้าก็รู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้เขาจะจิกกัดคุณชายอยู่ตลอดแต่ลึกๆ ก็เป็นห่วงเจ้านายผู้นี้เห็นเขามีใจต่อท่านหญิงมาตั้งแต่แรก พยายามทำอะไรต่อมิอะไรที่บางครั้งไม่ใช่นิสัยตัวเอง สุดท้ายแล้วก็สมหวังในความรักทั้งคู่ และดูเหมือนว่าคุณชายของเขาจะติดภรรยากับลูกเป็นอย่างมากไม่รู้ว่าหากอายุมากไปกว่านี้ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่หรือไม่ แต่ตงฟางคิดว่าเป็นไปได้ยากที่เขาจะเปลี่ยน แม้จะได้รับฉายายอดบัณฑิต กิริยาทุกท่วงท่าเป็นอย่างสุภาพชน แต่เนื้อแท้ในใจแล้วก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง"นายท่าน วันนี้ข้าจะอุ

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ผลการตัดสิน 2

    เว่ยหย่งฮวานึกขึ้นได้ว่าวันนี้พวกเขายังไม่ได้เงินพิเศษเลย จึงให้หนิงชิงชิงนำถุงเงินไปมอบให้พวกนางคนละถุงเป็นน้ำใจที่มาช่วย เสียงขอบคุณดังไล่หลังมา เซียนซูอิงกับจ้าวจินเห็นนางอยู่กับได้เท้าอู๋ก็ล้มเลิกความคิดที่จะเข้ามาทักหลังจบงาน ปล่อยให้สองหนุ่มสาวเดินไปด้วยกัน"เจ้าว่าสหายข้าจะมีงานมงคลเร็ว ๆ นี

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ร้านแพรลับ

    ผ่านพ้นไปยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ร้านแพรไร้ชื่อนั้นก็พร้อมเปิดประตูต้อนรับลูกค้า เว่ยหย่งฮวาตระหนักดีว่าการโฆษณามีผลต่อความสนใจของผู้ซื้อ แต่ที่นี่ไม่มีจอดิจิทัลให้นางสามารถซื้อสื่อโฆษณาได้ เพราะฉะนั้นการแสดงละครเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่แย่ ซึ่งนางขอความช่วยเหลือใครไปไม่ได้นอกจากเซียนซูอิง คุณหนูที่สนิทสนมก

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   อาภรณ์ลายปักที่โดดเด่น

    เว่ยหย่งฮวายิ้มกว้างออกมา สายตาของผู้เป็นมารดาที่มองนางอยู่ ทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความใส่ใจและความเชื่อใจที่ถ่ายทอดมา"ขอบคุณท่านแม่ หากท่านมีตรงไหนอยากแก้ไขถ้าจะทำให้สุดฝีมือ""ช่างฝีมือของเจ้าเล่า ทำไมยังต้องทำเองอีก""ข้าเปิดโรงเตี๊ยมให้พวกเขาไปพักจนกว่าร้านของเราจะต่อเติมได้ แนะนำไปด้วยว่าออก

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   การคัดเลือกช่างปักผ้า 2

    "ท่านพี่ข้า ขอนั่งด้วย" เว่ยอวี่หยุนอยากรู้อยากเห็น คนมองจากด้านนอกไม่ไหวจึงขอเข้ามานั่งอยู่ด้านในช่องกับพี่สาวนางไม่ได้ว่าอะไรแต่ทำสัญญาให้เขาเงียบเสียงไม่รบกวนสมาธิระหว่างนี้ก็พอ หลายคนที่คุณหนูมอบให้ไปคือนกยูงตัวผู้ สีพื้นฐานที่มักจะหยิบใช้ในลายนี้คือเขียว ฟ้าและน้ำเงิน ความเข้มอ่อนแล้วแต่จะพิจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status