Share

บทที่ 11

last update Tanggal publikasi: 2025-11-08 12:23:57

หลายวันต่อมา

มินกับมะลิเดินไปที่บ้านหลังเล็กโดยในมือของมะลิถือกระเป๋าเสื้อผ้าหนึ่งใบ ทั้งคู่ไปยืนอยู่ข้างๆ วีลแชร์ของภาคิน ที่กำลังนั่งมองเหม่อลอยไปข้างหน้าอยู่ตรงริมสระบัว ด้วยสายตาอันแสนเศร้า

"พี่คินค่ะ น้องพาพยาบาลคนใหม่มาแล้วค่ะ"

"สวัสดีค่ะ พี่คิน" พนมมือไหว้พร้อมส่งยิ้มให้

ภาคินหันไปมองตามเสียงที่คุ้นๆแล้วก็ต้องชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง เขาไม่คิดเลยว่ามินจะพามะลิมาเป็นพยาบาลดูแลเขา มองหน้ามะลิแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปทางเดิมไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ ทำเหมือนมะลิไม่มีตัวตนยืนอยู่ตรงนั้นเลย

"พี่คินค่ะ จะไม่ทักทายมะลิซักหน่อยเหรอคะ"

"ไม่เป็นไรมิน ไม่ต้องหรอก"

"ก็ได้ งั้นไปดูห้องกันเถอะ"

มะลิเดินตามหลังมินเข้าในห้องนอนที่เธอต้องอยู่หลับนอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วางกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองลงบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมา

"มินพี่คินชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง บอกฉันหน่อยสิ"

"แม้มาถึงก็ทำงานเลยนะ"

"จ้ะ ฉันไม่อยากเสียเวลา อีกอย่างต้องทำให้พี่คินยอมทำกายภาพก่อนปล่อยไว้นานไม่ดีแน่"

"เตรียมจดเลยนะ ฉันจะบอกอย่างละเอียดเลยแหละ" พูดจบก็บอกสิ่งต่างๆที่ภาคินชอบกับไม่ชอบให้มะลิฟังอย่างละเอียด

"ขอบใจนะที่บอกจะได้ทำงานได้สะดวกมากขึ้น"

"จ้ะ งั้นฉันกลับไปที่ร้านกาแฟก่อน สู้ๆนะ ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องทำได้" มินเข้าไปสวมกอดมะลิเป็นกำลังใจให้

"ขอบใจนะ ที่เชื่อมั่นในตัวฉัน"

"จ้ะ ไปก่อนนะ" มินเดินออกไปจากบ้านทันที

หลังจากที่มินบอกเรื่องต่างๆเกี่ยวกับตัวภาคินแล้ว มะลิจึงเข้าในห้องของภาคินเพื่อดูข้าวของที่จะตกแตกได้ เพื่อที่จะได้เอาไปเก็บไว้ที่อื่นแทน เพราะภาคินชอบทำลายสิ่งของถ้าอารมณ์เสียขึ้นมา มะลิเก็บแจกันดอกไม้และแก้วน้ำออกมาจากห้องของภาคิน กำลังจัดของต่างๆให้เป็นระเบียบมากขึ้นเพื่อที่จะใช้งานได้ง่ายขึ้นเวลาจะหยิบจับ ตาก็เหลือบไปเห็นการ์ดที่เธอเขียนให้ภาคินอยู่ตรงหัวเตียงเขา จึงเดินไปหยิบขึ้นมาอ่านข้อความที่ตัวเองเขียนให้ภาคินแล้วยิ้มกว้าง เขาคงอ่านข้อความแล้วพิมพ์คิดในใจ

ภาคินเข้ามาข้างในห้องพอดี มะลิจึงวางการ์ดลงไว้ที่เดิมทันที แล้วหันไปทางภาคิน เพื่อที่จะพูดคุยทำความสนิทกันให้มากขึ้น มะลิมองดูนาฬิกาที่ข้อมือเพื่อดูเวลาตอนนี้กำลังสิบโมงเช้าอยู่

"พี่คินทำกายภาพกันดีไหมคะ"

"ไม่ ฉันไม่ทำ"

"ก็ได้ค่ะ ไม่ทำก็ไม่ทำ"

"แล้วอยากทำอะไรไหมคะ"

"ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันอยากอยู่คนเดียว"

"ได้ค่ะ เดี๋ยวมะลิมานะคะ" พูดจบก็เดินตัวปลิวออกไปจากห้อง

มะลิเดินตรงไปยังห้องครัวของบ้านใหญ่ เพื่อหาของว่างให้ภาคินทานเจอป้าชุ่มอยู่ในครัวพอดี

"ป้าค่ะ หนูขอทำของว่างให้พี่คินหน่อยได้ไหมคะ"

"ได้สิคะ เต็มที่เลยค่ะ ป้าออกไปข้างนอกดีกว่าจะได้สะดวกขึ้น"

"ขอบคุณค่ะ" พูดจบก็เดินไปเปิดตู้เย็นเจอแอปเปิ้ลกับแตงโม มะลิจึงเก็บออกมาทันที

มะลิลงมือทำเองทั้งผ่าทั้งปอกพอให้ได้หนึ่งจานรวมกันทั้งสองอย่าง พอหั่นทั้งสองอย่างลงจานแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญ มะลิหยิบแตงโมหนึ่งชิ้นขึ้นมาใช้ปลายมีดค่อยๆ กรีดลงไปตรงเนื้อแตงโมจนเกิดเป็นลวดลายขึ้นมา ทำชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนเต็มจาน จากนั้นก็จัดแจงให้สวยงาม ป้าชุ่มกับอัมพรเดินเข้ามาเห็นพอดีก็พากันยิ้มกว้าง

"แม้สวยขนาดนี้คุณคินคงไม่กล้ากินแล้วแหละค่ะ"ป้าชุ่มเอ่ยขึ้น

"ป้าก็อย่างนั้นแหละ เพิ่งจะรู้นะ ว่าหนูเป็นงานแกะสลักด้วย"อัมพรส่งยิ้มให้

"ก็พอได้ค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ"

"จ้ะ ไปเถอะ"

มะลิถือจานผลไม้เดินออกจากห้องครัว ตรงไปยังบ้านหลังเล็ก เดินตามหาภาคินจนทั่วบ้านแต่ก็ไม่เจอ จึงออกไปตรงริมสระบัวเห็นภาคินนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว

"พี่คินทานผลไม้หน่อยนะคะ มะลิตั้งใจปอกให้พี่โดยเฉพาะเลย"

มะลิวางจานลงบนโต๊ะข้างๆตัวภาคินแล้วกลับเข้าในบ้านรินน้ำดื่มใส่แก้วเอาไปวางบนโต๊ะข้างๆ จานผลไม้

"ทานให้อร่อยนะคะ "เดินเข้าไปในบ้าน

ภาคินเอาแต่นั่งเงียบหันไปมองจานผลไม้ แล้วก็ต้องสะดุดตากับลายต่างๆ บนผลไม้ที่มีทั้งลายดอกไม้และรูปหัวใจเต็มจานไปหมดจนไม่กล้าที่จะยื่นมือไปหยิบขึ้นมาทาน

มะลิเดินกลับเข้าไปในบ้านหยิบสมุดเล่มเปล่าออกมาหนึ่งเล่มพร้อมกับดินสอสีต่างๆ จากนั้นก็ลงมือวาดรูปหัวใจดวงใหญ่หนึ่งดวงพร้อมกับแต้มระบายสีในหน้าแรกของสมุด และหน้าถัดไปวาดเป็นตัวการ์ตูนต่างๆตรงริมกระดาษทุกหน้าในเล่ม พอเสร็จก็ออกไปหาภาคินตรงริมสระบัว

"พี่คิน นี้ค่ะสมุดเอาไว้เขียนระบาย พี่คินอยากจะเขียนอะไรลงไปก็เขียนไปเลยนะคะ" วางสมุดกับปากกาลงบนตักของภาคิน

"ส่วนผลไม้ทานด้วยนะคะ เดี๋ยวคนทำให้น้อยใจ"

มะลิออกไปจากตรงที่ภาคินอยู่แล้วแอบมองดูอยู่ห่างๆ เพื่อดูปฏิกริยาของภาคินว่าจะรับในสิ่งที่เธอทำให้ไหม ถึงภาคินจะไม่อยากจะคุยกับเธอแต่อย่างน้อยก็ขอให้ภาคินรับในสิ่งที่เธอทำให้บ้างก็ยังดี

ภาคินเปิดสมุดหน้าแรกออกก็เจอภาพวาดรูปหัวใจดวงใหญ่พร้อมกับข้อความที่เขียนอยู่ตรงกลางรูปหัวใจ สู้ต่อไปนะคะ อย่าพึ่งท้อ มะลิเป็นกำลังใจให้พี่เสมอค่ะ พออ่านข้อความเสร็จก็ปิดสมุดลง จากนั้นก็ใช้ช้อนซ้อมจิ้มผลไม้ชิ้นแรกขึ้นมาเข้าปาก มะลิที่แอบมองดูอยู่ก็ยิ้มออกมาแก้มแทบปริดีใจที่ภาคินสนใจสิ่งที่เธอทำให้ หลังจากที่ทานผลไม้คำแรกก็ก้มหน้าลงไปเขียนอะไรบางอย่างในสมุดเขียนเสร็จก็วางสมุดลงบนโต๊ะแล้วเคลื่อนวีลแชร์เข้าบ้านไป

มะลิออกจากที่ซ่อนตรงไปยังสมุดเล่มนั้น หยิบขึ้นมาเปิดอ่านอย่างว่องไว พออ่านข้อความในสมุดแล้วก็ต้องตกใจ เธอไม่คิดว่าภาคินจะเขียนมันลงไปในสมุดที่เธอให้ ข้อความฉันอยากตาย มันบ่งบอกถึงสภาพจิตใจของภาคินที่ไม่ปกติและหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

"โธ่ พี่คินมะลิจะช่วยพี่ยังไงดี แม้แต่พูดกับมะลิสักคำพี่ยังไม่อยากจะพูดเลย"

มะลินั่งลงมองข้อความในสมุดและจานผลไม้ที่ไม่พร่องลงเลยสักนิด ไม่ว่าจะยังไงเธอจะต้องช่วยภาคินให้ได้ ในเมื่อเธอตัดสินใจจะช่วยตั้งแต่แรกแล้ว ถึงจะยากขนาดไหน เธอจะต้องทำให้ได้ แม้จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

มะลิเดินเข้าในห้องเห็นภาคินจะเข้าไปในห้องน้ำก็รีบเข้าไปช่วยประคองทันที

"พี่คินอยากจะได้อะไร อยากจะทำอะไรบอกมะลิได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ " ประคองภาคินไปนั่งบนชักโครก

"มะลิถอดให้ดีกว่า" ยื่นไปจะถอดกางเกงให้ภาคิน

"นี้เธอ!" เอ่ยเสียงดุ

"งั้นมะลิไปรอข้างนอกก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วเรียกด้วยนะคะ" เดินออกไปแล้วปิดประตูลง

หลังจากภาคินเสร็จธุระส่วนตัวแล้วมะลิก็เข้าไปช่วยพยุงภาคินขึ้นบนวีลแชร์ พร้อมกับเข็นภาคินออกมาจากห้องน้ำ มองดูนาฬิกาที่ข้อมือเที่ยงพอดี

"พี่คินไปทานข้าวเที่ยงกันเถอะค่ะ" จับจะเข็นวีลแชร์ให้ แต่ภาคินเคลื่อนไปข้างหน้าก่อน

มะลิเดินตามหลังภาคินไปติดๆ จนไปถึงข้างในห้องรับประทานอาหาร อัมพรกับสุวัตรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับส่งยิ้มให้ทั้งคู่

"นั่งลงเลยจ้ะ หนูมะลิ"อัมพรเอ่ยขึ้น

"ค่ะ"

"ทานเยอะๆเลยนะ จะได้มีแรงดูแลพี่คินเขา" อัมพรตักกับข้าวใส่จานให้มะลิ

"ขอบคุณค่ะ"

"แล้วคินล่ะ ได้ทำกายภาพหรือยังวันนี้"สุวัตรถามขึ้น

"หลังทานข้าวเสร็จ พี่คินจะให้มะลิทำให้ค่ะ" มะลิเห็นสีหน้าภาคินเหมือนไม่พอใจก็เลยชิงพูดขึ้นก่อน

"ดีแล้วล่ะ นึกว่าจะไม่ยอมทำอีกแล้ว"

"พี่คินก็ทานเยอะๆ นะคะ" มะลิตักกับข้าวใส่จานให้ภาคินพร้อมกับส่งยิ้มให้

ภาคินนั่งทานไปเงียบๆ จนมะลิหันไปเห็นเศษอาหารติดปาก เธอจึงยื่นมือไปหยิบกระดาษทิชชู ไปเช็ดปากให้ภาคิน อัมพรกับสุวัตรเห็นก็พากันยิ้มกว้าง ส่วนภาคินก็ชะงักไปชั่วครู่ที่อยู่ๆมะลิก็เช็ดปากให้เขา แต่ก็ยังทำหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไร

"คินลูกรู้ไหม หนูมะลิยอมลาออกจากงานมาเพื่อดูแลลูกเลยรู้ไหม อย่าไปไล่เขาล่ะ" อัมพรเอ่ยขึ้น

ภาคินได้ยินอย่างนั้นก็อึ้งไปไม่คิดว่ามะลิจะยอมทิ้งงานเพื่อมาดูแลตัวเขาถึงที่บ้าน

"ให้ความร่วมมือกับหนูมะลิด้วยนะลูก อย่าใช้แต่อารมณ์รู้ไหม"

"ครับ"

หลังมื้ออาหารพิมพ์เดินตามภาคินที่เคลื่อนไปข้างหน้าไปจนถึงบ้านหลังเล็ก แล้วเข้าไปในห้อง มะลิจึงตามภาคินเข้าไป

"พี่คินค่ะ ทำกายภาพกันเถอะ"

"ฉันไม่ทำ"

"ทำไมถึงไม่อยากทำคะ บอกมะลิหน่อยได้ไหม"

"ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น ออกไปน่ารำคาญ"

"มะลิเข้าใจนะคะ ว่าพี่เสียใจกับสิ่งที่พี่ต้องเจอ แต่มันก็ไม่จำเป็นที่พี่จะต้องอยู่กับความทุกข์ไปตลอด มะลิอยากให้พี่เปิดใจรับความหวังดีของคนอื่นบ้าง อย่างน้อยๆ ก็เพื่อตัวพี่เอง"

"ไม่ต้องมาสอนฉัน เธอเป็นเด็กจะรู้อะไร"

"มะลิยอมรับค่ะว่าตัวเองเป็นเด็ก แต่ขอร้องเถอะค่ะ ให้มะลิได้ทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง"

"ถ้าทนไม่ได้ก็กลับไปสิ"

"กลับก็ได้ค่ะ แต่ต้องทำให้พี่เดินได้ก่อนมะลิถึงจะยอมกลับ"

ภาคินได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไป ไม่คิดว่ามะลิจะมีความตั้งใจจริงขนาดที่จะช่วยทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง

"ถ้าเกิดว่าพี่ยอมทำกายภาพแล้วกลับมาเดินได้อีกครั้ง พี่ไม่เสียดายเวลาที่ปล่อยไปเปล่าประโยชน์เหรอคะ แทนที่จะกลับมาเดินได้เร็วขึ้น"

"เธอพูดเหมือนจะทำให้ฉันเดินได้อย่างนั้นแหละ ไม่มีทาง"

"ก็ไม่แน่นะคะ มะลิอาจจะทำได้ก็ได้ แต่ถ้าพี่ไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรค่ะ" เดินจะออกจากห้องไป

"เดี๋ยวก่อน ทำก็ได้"

"จะทำจริงๆ เหรอคะ มะลิหูฝาดไปหรือเปล่า"

"เธออย่ามาเล่นลิ้นกับฉันหรือจะให้ฉันเปลี่ยนใจ"

"มะลิล้อเล่น มาค่ะ มะลิช่วย" เดินเข้าไปพยุงตัวภาคินขึ้นไปนั่งบนเตียง

มะลิจัดท่าทางให้ภาคินนั่งอยู่เตียงแล้ว จากนั้นก็ลงไปนั่งกับพื้นห้อง ลงมือนวดขาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างให้ภาคินประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างที่นวดมะลิก็ถามความรู้สึกตรงขาว่าภาคินรู้สึกอะไรไหม ภาคินก็ตอบไปตามตรงว่าไม่รู้สึกอะไรเลย แอบลอบมองหน้ามะลิที่เอาแต่ก้มหน้าผ่อนคลายกล้ามเนื้อขาให้เขา

"มาค่ะเปลี่ยนท่าบ้าง" จัดหมอนซ้อนกันสองใบ จากนั้นก็จับตัวภาคินให้นอนลงพิงหมอนตรงหัวเตียง

"นี้เธอจะปล้ำฉันเหรอ" ภาคินมองหน้ามะลิที่โน้มลงมาใกล้หน้าของเขา

"เปล่าค่ะ แค่จะจัดท่าให้พี่นอนสบายขึ้น"

พอจัดท่านอนเสร็จมะลิก็เดินไปตรงปลายเตียงยกบริหารขาทั้งสองข้างเป็นชั่วโมงเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการยืดหยุ่นและแข็งแรงมากขึ้น ระหว่างที่มะลิทำกายภาพไป ภาคินก็เอาแต่มองหน้ามะลิไม่วางตา

ตอนเย็นมินกลับมาจากร้านกาแฟก็ตรงไปที่บ้านหลังเล็กเลย เดินเข้าในห้องภาคินเห็นประตูห้องน้ำเปิดอยู่ จึงเดินเข้าไปดูก็เจอมะลิกำลังสระผมให้ภาคินอยู่ ก็ยิ้มกว้างออกมาจนหน้าบาน

"เป็นยังไงบ้างคะ พี่คินฟินไหม มีคนสระผมให้" มินเอ่ยแซวขึ้น

"_______" ภาคินนั่งนิ่งเงียบ

"แล้วมะลิล่ะ เป็นยังไงบ้าง คนไข้ดื้อไหม"

"ก็ดื้ออยู่นะ แต่คงน้อยลงแล้วมั้ง"มะลิส่งยิ้มให้มินมือก็สระผมให้ภาคินไป

"จ้ะ ดีแล้วแหละ ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ น้องไปก่อนนะพี่คิน" ส่งยิ้มให้คนทั้งคู่แล้วเดินออกไปทันที

หลังมื้ออาหารเย็นมะลิก็ไปช่วยภาคินทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ จากนั้นก็ตรงไปยังห้องของตัวเอง หยิบเอาหมอนกับผ้าห่มออกมาจากห้องไปวางตรงโซฟากลางบ้าน เพราะเวลาภาคินมีอะไรให้ช่วยกลางดึกจะช่วยได้เร็วขึ้น มะลิเดินเข้าไปในห้องเห็นภาคินนั่งจ้องจอโทรศัพท์อยู่ จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ

"พี่คินอยากจะเข้านอนเลยไหมคะ"

"อืม"

มะลิช่วยพยุงตัวภาคินไปนอนลงบนเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้ จัดแจงท่านอนให้และถือโอกาสบริหารกล้ามเนื้อขาให้อีกขาละยี่สิบครั้งก่อนจะนอน

"ฝันดีนะคะ พี่คิน" เดินไปปิดไฟในห้องจนมืดสนิทแล้วปิดประตูลง

ภาคินพยายามข่มตาให้หลับลง แต่ก็อดนึกถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นไม่ได้ที่มะลิ อาบน้ำสระผมให้เขา ยังไม่พอยังจะสวมกางเกงในให้เขาอีก ถ้าเขาไม่ห้ามไว้เธอคงจะใส่ให้เขาไปแล้วหน้าตาเฉย พูดมาได้ว่าเคยเห็นของคนไข้ทุกคนแล้ว สลัดหัวเบาๆแล้วหลับตาลง

ส่วนมะลิก็นอนห่มผ้าหลับตาอยู่ตรงโซฟา แต่ในหัวก็คิดถึงเรื่องภาคิน เธอแอบแปลกใจเล็กน้อยที่ภาคินยอมให้เธอทำกายภาพให้ ทั้งที่เธอเพิ่งมาทำงานวันแรกเอง ท่าทางภาคินเหมือนจะดื้อมากเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆ แต่กลับยอม ถ้าเกิดมีอะไรมากระตุ้นอารมณ์ให้โกรธก็ไม่แน่อาจจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยก็ได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 179

    "ผมว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่เนี่ยแหละที่คิดมากไปเอง ผมว่าคุณอย่าเข้มงวดกับลูกไปหน่อยเลย" หมอต้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ก็ได้ผมจะปล่อยเด็กไปตามวัยก็ได้ แต่ถ้าโตขึ้นผมไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นยังไง" ภาคินกระดกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม "แม้หวงแต่ลูก อย่าลืมหวงเมียด้วยก็แล้วกันค่ะ"

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 178

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ สวนส้มพงษ์ไพศาลครอบครัวของภาคินกับหมอต้นมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักในสวนเพื่อมาผ่อนคลายพักผ่อนกันในวันหยุดและถือโอกาสพาเด็กๆ ทั้งสองบ้านมาเล่นด้วยกัน ระหว่างที่มะลิกับมินกำลังช่วยกันทำกับข้าวลูกๆ ก็พากันวิ่งเล่นไล่จับอยู่บริเวณในสวน ส่วนภาคินกับหมอต้นก็นั่งดื่มพร้อมกับแกล้มเนื้อย่

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 177

    "แล้วคิดจะมีอีกสักคนไหมคะ" "แล้วมินไหวไหมละ ถามอย่างนี้อยากมีใช่ไหม" "ไม่ใช่ค่ะ มินแค่ถามเฉยๆเอง แค่รินกับตินก็เหนื่อยมากแล้ว พี่ไหวเหรอ" "สำหรับพี่แค่นี้ก็พอแล้ว มีกันแค่สองคนพี่น้องก็พอ และที่สำคัญมีเมียที่น่ารักอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ขออะไรอีกแล้วล่ะ" จูบหน้าผากมนเบาๆ "มินก็เหมือนกันค

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 176

    "มะลิกำลังยั่วพี่อยู่ใช่ไหม" "เปล่าสักหน่อยค่ะ" พูดพลางเดินไปยืนตรงใต้ฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไหลลงมาอาบบนเรือนร่างบาง ภาพตรงหน้ามันช่างยั่วยวนปลุกความกำหนัดของคุณพ่อลูกสามยิ่งนัก ภาคินไม่รอช้ารีบถอดกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในออกด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าไปยืนซ้อนหลังเมียรักพร้อมกับใช้มือหนาลูบไล้ไปตร

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 175

    ภาคินกับมะลิกำลังแต่งตัวกันอยู่ในห้องเพื่อจะพาเด็กๆ เข้าไปเล่นในสวนส้มด้วยในวันนี้ ทั้งสองคนกำลังจูบคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่ตรงหน้ากระจกแต่งตัว ริมฝีปากหนาจูบดูดกลืนความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มไม่ยอมหยุด จนคนที่ถูกเล้าโลมแทบจะหายใจไม่ออกจึงผลักไหล่หนาออกเบาๆ "พอได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันที

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 174

    ภาคินพอดูออกว่ามะลิยังคงน้อยใจเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆเองแต่เธอก็จริงจังไปได้มันน่าน้อยใจนัก ร่างหนาขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมๆ เข้าสู่ปอดด้วยความชื่นใจ "ยังงอนพี่อยู่เหรอ" "เปล่าค่ะ นอนเถอะ" "มะลิอยากให้พี

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 25

    "ไปกันเถอะ" มะลิเอ่ยขึ้น "จ้ะ" มินรับคำแล้วเข็นภาคินไปข้างหน้า "แล้วเธอไปชื้ออะไรมา" ภาคินถามมะลิระหว่างทางที่เดินไปที่รถ "สมุดวาดรูปกับดินสอค่ะ" "แล้วนั้นอะไรสีส้มๆ" "อ๋อ ที่เสียบปากกาวางโต๊ะเป็นผลส้มค่ะ มะลิชื้อมาให้พี่คินค่ะ" มะลิหยิบออกมาให้ภาคินดู "อืม" พยักหน้าแล้วหันไปทางอื่น มะลิหน้า

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 24

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลังจากที่มะลิอาบน้ำแต่งตัวให้ภาคินเสร็จก็พยุงนั่งลงบนวีลแชร์ กำลังจะเดินไปหยิบหวีมาหวีผมให้ภาคิน อยู่ๆ ภาคินก็ดึงแขนมะลิให้นั่งลงบนตักของตัวเอง "พี่คินจะทำอะไรคะ" จ้องหน้าภาคิน "ฉันขอชื่นใจเธอหน่อยสิ" ภาคินไม่รอช้ายื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มมะลิฟอดหนึ่ง จากนั้นก็เลื่อนริมฝีปากหยักห

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 23

    "ผมก็จะตามตื้อตามจีบ จนคุณใจอ่อนนั้นแหละ" "งั้นก็ตามใจค่ะ" ก้มหน้าทานข้าวต่อ "คุณพูดอย่างนี้ แสดงว่าได้ใช่ไหม" มินไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้หมอต้นแทนคำตอบ หมอต้นจึงยิ้มรับ ทั้งคู่นั่งทานข้าวไปก็ชวนกันพูดคุยไปเรื่อยเปื่อยและทำความรู้จักกันมากขึ้น ด้านมะลิหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวให้ภาคินเสร็จก็กลับเข

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 22

    ณ ร้านกาแฟ มินกำลังชงกาแฟให้ลูกค้าในร้านอยู่ตรงหน้าเคาร์เตอร์ หมอต้นก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสด เดินตรงไปหามินข้างในเคาน์เตอร์โดยไม่แคร์สายตาของใครในร้านทั้งนั้น "คุณผมให้" หมอต้นยื่นช่อดอกกุหลาบไปตรงหน้ามิน "ให้ฉันเหรอ" มินทำหน้างง "ให้คุณนั้นแหละรับไปสิ" "ค่ะ" รับช่อดอกกุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status