LOGINสกายยกศีรษะขึ้นมองหน้าเธอ ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายของเขา จนร้อนรุ่มกลางกาย ไม่อาจทานทนไหว
“อยากให้หยุดไหม?”เขาถามเสียงแหบพร่า ทว่าคำตอบของเธอ คือดึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาจูบอย่างดุเดือด กางเกงในของทั้งสองคนถูกถอดออกในพริบตา คนตัวสูงก้มลงจูบที่หน้าอกอวบอิ่มของเธอ ดูดเม้มจุกยอดสีหวานที่แข็งคัด ชูชันขึ้นมาจนเธอร้องครางดังลั่น มือหนาอีกข้างของเขาลูบไล้เนินอกข้างที่ว่าง สลับกับปากที่ดูดเม้มไม่หยุด นับหนึ่งเกร็งตัว มือจิกผมหนาของเขาแน่น ก่อนเขาจะลากเลียความเปียกชื้นลงไปตามหน้าท้องแบนราบ "อื้อ~ อ๊าสส" นับหนึ่งครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากหนาของเขาแตะผิวเนื้อต้นขาด้านใน ร่างกายของเธอสั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวขึ้นทุกขณะ สกายยกยิ้มมุมปาก มองขึ้นไปเห็นใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เขาตวัดลิ้นร้อนออกมาแตะเบา ๆ ที่ร่องรักชุ่มชื้นของเธอ ซึ่งกำลังอ้าออกเล็กน้อย เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม “อ๊าส กะ กาย”นับหนึ่งร้องครวญคราง มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่น ทว่าสกายไม่รอช้า ลิ้นร้อนของเขาดูดเลียร่องรักนั้นอย่างช่ำชอง เริ่มจากกลีบแคมที่อ่อนนุ่ม ไล้วนไปรอบเม็ดเล็กสีสดที่บวมเป่ง เขาดูดมันเบา ๆ สลับกับการเลียยาวขึ้นลงตามร่องแคบที่กำลังหลั่งน้ำสีใสออกมาไม่ขาดสาย รสชาติกลิ่นกายสาวหวานล้ำของเธอ ทำให้สกายคลั่ง เขากดจมูกเข้าไปใกล้ ดมกลิ่นหอมเฉพาะตัว สอดลิ้นร้อนเข้าไปในร่องลึก เลียตวัดภายในที่ร้อนผ่าว นับหนึ่งขยับสะโพกเข้าหา ขาเกี่ยวไหล่กว้างของเขาแน่น “กาย อ๊าสสส เสียวจัง” สกายเร่งจังหวะ ลิ้นร้อนดูดเลียเร็วขึ้น มือข้างหนึ่งลูบไล้เนินอก นิ้วเรียวยาวบีบบี้จุกเล็กที่แข็งชัน นับหนึ่งร้องครางดังขึ้น ร่างกายสั่นสะท้าน น้ำสีใสไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่ม เข้าปากของเขาที่กลืนมันลงคอราวกับคนขาดน้ำ ก่อนจะดูดติ่งสีสดนั้นแรง ๆ อีกครั้ง “อ๊าสส กะ กาย ขอเลยได้ไหม”เสียงหวานขาดห้วง เพราะความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นมา เธอรู้สึกอึดอัดไปหมดทุกส่วน อยากระบายความกระสันของตัวเองอีกครั้ง จนร้องขอบางสิ่งบางอย่างที่ถูไถขาอ่อนของเธอตอนนี้ เข้ามาเติมเต็มในจุดอ่อนไหวของตัวเองอย่างหน้าไม่อาย คนตัวสูงที่เข้าใจความหมายนั้น เขาหยัดตัวขึ้น สาวรูดเอ็นร้อนของตัวเองสามสี่ครั้ง ก่อนขยับสะโพกหนาเข้าไปจ่อสัมผัสกับความเปียกชุ่มกลางกายของเธอ นับหนึ่งกัดริมฝีปากแน่น มองหน้าเขาด้วยดวงตาที่พร่ามัว ก่อนจะรู้สึกถึงความแข็งขืนที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาช้า ๆ ทว่าเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัว สกายก็ต้องก้มมองจุดเชื่อมที่แน่นขนัด ตอดรัดปลายหัวบานของเขาจนรู้สึกเจ็บ “เธอไม่เคย”เขาเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าเอวสอบยังคงผลักดันลำกายเข้าไปในร่องรักของเธอ ก่อนจะกระแทกเข้าไปทีเดียวจนสุดลำ “กรี๊ดดดด!!!”นับหนึ่งกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น กระตุกสะโพกขึ้น น้ำตาคลอเบ้า ร่างกายดิ้นเร่า ๆ รู้สึกถึงความเจ็บปวดของร่องรักของเธอ เหมือนจะฉีกขาดออกจากกัน ได้กลิ่นความเลือดลอยขึ้นมาแตะจมูก สกายหยุดชะงัก ก้มลงจูบที่หน้าผากเธอเพื่อปลอบใจ ทั้งที่เขาเองก็ปวดท่อนลำที่ถูกบีบรัดจนต้องขบกรามเข้าหากันแน่น“ทนหน่อยนะ ฉันจะขยับแล้ว”เขาพึมพำ ก่อนจะเริ่มขยับเอวสอบช้า ๆ นับหนึ่งเกร็งตัวในตอนแรก เพราะความเจ็บและร่องรักของเธอยังไม่ชินกับขนาดแก่นกายของเขา แต่ทว่าผ่านไปเพียงไม่นานความเจ็บก็กลายเป็นความเสียวซ่านที่แผ่ขยายไปทั่วร่าง ขาเล็กของเธอยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นเธอปรับตัวได้ สกายก็เร่งจังหวะเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องที่เงียบสงัด ประสานกับเสียงครวญครางของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นเป็นระยะ “อ่ะ อ๊าสส กะ กาย ขะ ขอแรงกว่านี้”นับหนึ่งร้องขอเสียงแหบแห้ง เธอไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกไป ถึงจะรู้ว่าเขาคือใครและกำลังทำอะไรกับร่างกายเธอตอนนี้ แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เผาผลาญสติสัมปชัญญะของเธอไปจนหมดสิ้น ตอนนี้มันเหลือเพียงความต้องการ และอารมณ์ปรารถนาเดือดพล่านที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด “ซี้ดดด อ๊าสส ตอดดีฉิบ” สกายคำรามในลำคอ เขายกขาของเธอขึ้นพาดบ่า ดันเอ็นร้อนเข้าไปลึกยิ่งขึ้น จนชนผนังมดลูกของเธอทุกครั้งที่เขาขยับ เหงื่อแตกพลั่กไปทั่วลำตัว ความร้อนระอุของอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับบรรยากาศยามดึกที่เริ่มหนาวเหน็บ “มะ ไม่ไหวแล้ว อ๊าสส” นับหนึ่งร้องครางออกมาไม่หยุด มือจิกผ้าปูแน่นจนยับยู่ยี่ คนตัวสูงก้มลงจูบปากเธออย่างดุเดือด ลิ้นร้อนพัวพันกันยุ่งเหยิง ขณะที่เอวสอบของเขายิ่งเพิ่มจังหวะกระแทกไม่หยุด “นับ อ๊าสส ฉันจะเสร็จ”ใบหน้าหล่อแหงนหน้าขึ้น มือหนาบีบอกอวบของเธอแน่น เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของกามอารมณ์ นับหนึ่งเหมือนจะเข้าใจความหมายของเขา เธอเอ่ยออกไปทันทีโดยไม่ต้องคิด“เสร็จเลย อ๊าสส ปล่อยมาเลย” สกายเร่งจังหวะสุดแรง กระหน่ำตอกอัดรัวเร็ว คำรามเสียงดังลั่น ดันท่อนลำเข้าไปลึกสุด ปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าไปในตัวเธอ “อึก อ๊าสส” “อร้ายยย” นับหนึ่งเองก็เกร็งไปทั้งร่าง ร้องครางดังลั่นเมื่อถึงจุดสูงสุดของห้วงอารมณ์วาบหวาม น้ำสีใสถูกปลดปล่อยออกมาปะปนกับลาวาขาวขุ่นของคนตัวสูง สกายผละตัวออก ทิ้งตัวลงบนเตียง หายใจรัวเร็ว ผ้าปูเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและร่องรอยของความเร่าร้อน ก่อนจะหันมากอดคนตัวเล็กแน่น “นับ”เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอ ทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เขาเองก็ทั้งเหนื่อยและเพลีย จึงหลับตามเธอไปในที่สุด เช้าต่อมา แสงแดดช่วงสายสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา กระทบลงบนเตียงนอนที่ยับย่นที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรักไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สกายขยับตัวอย่างเมื่อยขบ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะทำให้เขาร้องออกมา "โอ้ยย!!!"มือหนาบีบศรีษะตัวเองหลายครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาภายในห้องที่เงียบสงัด สายตาคมปรับโฟกัสกับสภาพรอบตัว เสื้อผ้าของเขากระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น ที่นอนนุ่มข้างตัวว่างเปล่า ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับ นึกถึงภาพเมื่อคืน กิจกรรมเร่าร้อนที่สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับเขา กลิ่นกายและความรู้สึกยังชัดอยู่ในความทรงจำของเขา “นับหนึ่ง”ก่อนเขาจะเอ่ยเรียกชื่อเธอ ผู้หญิงที่ควรจะนอนข้างเขาตอนนี้ ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับ ก่อนจะหันไปมองข้างตัว ที่ไร้ร่างบางที่เขานอนกอดเอาไว้ทั้งคืน คนตัวสูงขมวดคิ้ว แล้วสายตาคมของเขาก็ไปสะดุดหยุดที่ผ้าปูที่นอน มีรอยเลือดเป็นวงกว้างติดอยู่ตรงกลางเตียง ใกล้กับจุดที่ร่างบางของนับหนึ่งนอนอยู่เมื่อคืน เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ได้ฝันไปและที่สำคัญคือเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว ก่อนจะตั้งสติตัวเองได้ เดินเท้าเปล่าลงจากเตียง มองหาโทรศัพท์ของตัวเอง เจอมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อช็อปของเขา ที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างเตียง หน้าจอว่างเปล่า ไม่มีข้อความ หรือแม้แต่สายที่ไม่ได้รับจากเธอ คนตัวสูงยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หันไปมองรอยเลือดบนเตียงอีกครั้ง มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในหัวของเขาตอนนี้ เขามั่นใจว่าเราสองคนถึงจะเมา แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดพลาด เขาถามเธอก่อนด้วยซ้ำว่าทำได้หรือเปล่า เธอเป็นคนเปิดโอกาสให้เขา ที่สำคัญนั่นเป็นครั้งแรกของเธอ อีกทั้งเขายังปล่อยใน ไม่ได้ป้องกันอีกด้วยหลังจากนั้นไม่นาน ใยไหมก็มาส่งนับหนึ่งที่คอนโดเก่าของตัวเอง สภาพห้องยังปกติทุกอย่างเพราะใยไหมให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง "ขอบใจมึงมากนะ รีบกลับไปดูลูกเถอะ" "งั้นเจอกันที่ร้านเหล้าเลยนะ มึงห้ามเบี้ยวเด็ดขาด เข้าใจไหม" "อะไรทำให้มึงคิดว่ากูจะเบี้ยว" นับหนึ่งเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเพื่อน ตั้งแต่กลับมาเธอเองก็สังเกตุว่าเพื่อนพูดอะไรทำนองนี้หลายครั้ง จนเธอนึกสงสัยว่าเพื่อนรู้เรื่องอะไรมาหรือเปล่า "กะ กู...." "ติดอ่างอะไรของมึง" "ก็กูคิดว่ามันคือเหตุผลที่มึงหนีไปทำงานที่เชียงใหม่"เธอถึงกับอึ้งไปทันที เมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อน "แต่กูแค่คิดนะ แล้วไม่อยากรู้ด้วย ถ้ามึงไม่อยากเล่าให้กูฟังเอง เอาที่มึงสบายใจ อยากบอกอะไรกับกูตอนไหนก็บอก ขอแค่มึงรู้ว่ากูอยู่ข้าง ๆ มึงเสมอก็พอ ห้ามคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว" น้ำตาที่เก็บไว้แทบจะไหลออกมา เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิท แต่ก็พยายามแสร้งยิ้มออกมา "กูบอกว่าอย่าพูดอะไรเลี่ยน ๆ นี่มึงติดคำพูดพวกนี้มาจากใครว่ะ" "ไม่ได้ติดมาจากใคร กูแค่อยากย้ำให้มึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว" "กลับไปได้แล้วเหอะ หลานกูร้องไห้คิดถึงมึงแล้ว" เมื่อรู้ว่าตั
“หม่ำ หม่ำ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังขึ้นทำให้นับหนึ่งเอ็นดูเป็นที่สุด ได้แต่คิดว่าเธอหายไปนานจนหลานโตขนาดนี้ได้ยังไง "กูคิดถึงมึง"ใยไหมยิ้มทั้งน้ำตา“กูจะไม่ถามว่าที่ผ่านมามึงหายไปทำไม แต่หลังจากนี้อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมว่ะ” "เออ กูไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่เกาะติดมึง จนมึงเบื่อกูเลยดีไหม"นับหนึ่งเอ่ยออกมา พลางหัวเราะเบา ๆ รับหลานตัวน้อยมาอุ้ม เด็กน้อยเกาะคอของเธอแน่น“ไหนน้องเซ้นต์ของน้าครับ ดื้อกับแม่หรือเปล่าเอ๋ย” ทั้งสองคนเดินออกจากสนามบิน ใยไหมเป็นคนเข็นกระเป๋าให้เพื่อน ส่วนนับหนึ่งอุ้มหลานชายตัวอ้วนที่หลับตาพริ้มในอ้อมแขน จากที่คิดว่ากลับมาแล้ว บรรยากาศระหว่างเพื่อนคงแปลกไป กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอกับใยไหมยังคงต่อกันติด มีเรื่องเล่าให้ฟังกันไปตลอดทาง จนถึงบ้านหลังโตของเพื่อน “พ่อแม่ผัวมึงไม่อยู่เหรอ”นับหนึ่งถามพลาง มองสำรวจไปรอบบ้าน ที่ดูเงียบผิดปกติ นอกจากมีแค่แม่บ้านที่เดินมาช่วยเข็นกระเป๋าของเธอ “พ่อกับแม่ไปพักผ่อนที่ลำปาง ส่วนยีนส์กับมิลลิไปนอนคอนโดนะ" "ปกติมึงอยู่คนเดียวแบบนี้เหรอ ถ้าผัวมึงไปทำงาน" ใยไหมพยักหน้า รับเอาลูกชายที่กำลังหลับมาวางบนที่นอนอย่างเบามือ นับหนึ่งที่เห็นภาพนั
“ถ้ามึงไม่ได้คิดแบบที่กูว่า งั้นกูจีบนับหนึ่งนะ” “ไอ้เหี้ย! มึงหยุดพูดสักที” “งั้นก็บอกกูมาว่าระหว่างมึงกับนับหนึ่งมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น” “แม่ง!! ขี้เสือกว่ะ”สกายแกล้งต่อว่าเพื่อนออกไป ทั้งที่ในใจคือเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าให้เพื่อนฟังตั้งแต่ตอนไหน อีกทั้งมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไปหวงเธอ ไม่อยากให้เพื่อนจีบ ในเมื่อเขากับเธอตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกัน และยอมรับว่าความรู้สึกในใจเขา มันไม่ถึงขั้นชอบหรือรัก เพียงแต่เป็นความไม่เข้าใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทุกอย่างมันเลยหนักอึ้งอยู่ในอกของเขาจนถึงตอนนี้ “ถ้ามึงไม่ถือเรื่องได้ผู้หญิงคนเดียวกับเพื่อน กูก็ไม่มีอะไรจะพูด” “สัดกาย ทำไมปากหมาจังว่ะ ว่าแต่คืนงานเลี้ยงส่งของรุ่นพี่ใช่ไหมว่ะ กูเห็นหลังจากวันนั้นนับหนึ่งก็หายไปเลย” “…..” สกายไม่ตอบ คีรินก็เลยทึกทักเอาเองว่าต้องเป็นคืนนั้นแน่นอน ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เพื่อนหัวร้อนออกมาทันที“ได้แล้วไม่รัก ได้แล้วไม่ชอบ จะหวงทำเหี้ยไรว่ะ จะมองเขาตาเป็นมันขนาดนั้นทำไม” “กูไม่ได้หวง แค่ไม่เข้าใจ ว่าเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง” “อ้าว เขาไม่พูด มึงไม่พูด ก็แค่คิดว่ามันเป็นวันไนต์สแตนด์สิว่ะ จะไปยากอะ
สกายทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มือหนากุมศีรษะแน่น ความทรงจำเมื่อคืนพรั่งพรูออกมา ทั้งเสียงครางของเธอที่เรียกชื่อเขาหลุดออกมาจากปากเธอหลายครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ กลับมีเพียงความเงียบ และความสงสัยในหัวของเขา ว่าเธอทิ้งเขาไว้แบบนี้ได้ยังไง หรือเมื่อคืนเธอจะจำไม่ได้ว่าเราสองคนทำอะไรกัน และเพิ่งมารู้สึกตัวตอนตื่น เลยหนีเขาไปแบบนี้ สองเดือนต่อมา งานแต่งงานของโซลกับใยไหมถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะลูกชายบริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ติดอันดับของประเทศ ทุกอย่างถูกเนรมิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อนเจ้าสาว อย่างนับหนึ่ง เอวา และใบหม่อน แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม ด้วยธีมชุดเพื่อนเจ้าสาว เดรสเกาะอกสีชมพูหวาน ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไม่น้อยหน้า ทั้งยีนส์ คาเตอร์ สกาย คีริน ตะวัน อยู่ในชุดทักซิโด้แบรนด์ดัง “มึงมองใครนักหนาไอ้กาย กูเห็นมองอยู่นานแล้ว”ตะวันหันมาถามไถ่เพื่อน เขาสังเกตุเห็นว่าตั้งแต่พิธีหมั้นตอนเช้า จนถึงงานเลี้ยงตอนเย็น สกายเอาแต่มองไปยังกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวตลอดเวลา “มันคงตะลึงที่เห็นเพื่อนเจ้าสาวสวยล่ะมั้ง แต่ว่าก็ว่าเถอะ นับหนึ่งสวยฉิบหายเลยว่ะ แม่ง!!! ไม่คิดว่าจะแต่งแนวหวานแบบนี้แล้วสวยจับใจข
สกายยกศีรษะขึ้นมองหน้าเธอ ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายของเขา จนร้อนรุ่มกลางกาย ไม่อาจทานทนไหว “อยากให้หยุดไหม?”เขาถามเสียงแหบพร่า ทว่าคำตอบของเธอ คือดึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาจูบอย่างดุเดือด กางเกงในของทั้งสองคนถูกถอดออกในพริบตา คนตัวสูงก้มลงจูบที่หน้าอกอวบอิ่มของเธอ ดูดเม้มจุกยอดสีหวานที่แข็งคัด ชูชันขึ้นมาจนเธอร้องครางดังลั่น มือหนาอีกข้างของเขาลูบไล้เนินอกข้างที่ว่าง สลับกับปากที่ดูดเม้มไม่หยุด นับหนึ่งเกร็งตัว มือจิกผมหนาของเขาแน่น ก่อนเขาจะลากเลียความเปียกชื้นลงไปตามหน้าท้องแบนราบ "อื้อ~ อ๊าสส" นับหนึ่งครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากหนาของเขาแตะผิวเนื้อต้นขาด้านใน ร่างกายของเธอสั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวขึ้นทุกขณะ สกายยกยิ้มมุมปาก มองขึ้นไปเห็นใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เขาตวัดลิ้นร้อนออกมาแตะเบา ๆ ที่ร่องรักชุ่มชื้นของเธอ ซึ่งกำลังอ้าออกเล็กน้อย เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม “อ๊าส กะ กาย”นับหนึ่งร้องครวญคราง มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่น ทว่าสกายไม่รอช้า ลิ้นร้อนของเขาดูดเลียร่องรักนั้นอย่างช่ำชอง เริ่มจากกล
สองวันต่อมา ไฟนีออนสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวของร้านเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่ง กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ เสียงดนตรีสดดังกระหึ่มจนพื้นสั่นสะเทือน กลุ่มรุ่นพี่ฝึกงานที่แผนกยกแก้วขึ้นชนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงพูดคุยดังขึ้นไม่หยุด “กินเต็มที่เลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง”รุ่นพี่ผู้ชายที่ชอบแซวนับหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงเพลง นับหนึ่งหัวเราะ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นชนกลับ “ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ”เธอพูดเสียงสดใส ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มมาแล้วหลายแก้ว ตะวันที่นั่งข้างกันยกมือขึ้นปิดปากหาว“กูขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปหน้างานแต่เช้า”เขาหันไปกระซิบกับสกายและคีริน“มึงกลับพร้อมกูด้วยไหม” คีรินพยักหน้า“เออ กลับด้วย กูก็ง่วงแล้วเหมือนกันว่ะ ปล่อยให้สองคนนี้เมาให้พอ”ทั้งคู่ลุกขึ้น บอกลารุ่นพี่รอบโต๊ะ แล้วเดินกอดคอออกไปทันที ทิ้งให้สกายและนับหนึ่งนั่งดื่มต่อกับกลุ่มรุ่นพี่ สกายถือแก้วเหล้า สีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าดวงตาเริ่มแดงก่ำ เพราะดื่มไปหลายแก้ว แต่ดูเหมือนคนที่เมาหนักกว่าเขาคือนับหนึ่ง เธอเอาแต่ยกแก้วชนกับคนนั้น คนนี้ไปทั่ว บางครั้งก็ยืนขึ้นโยกตามจังหวะเพลงที่กำลังดัง ด้







