Mag-log inสองวันต่อมา
ไฟนีออนสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวของร้านเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่ง กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ เสียงดนตรีสดดังกระหึ่มจนพื้นสั่นสะเทือน กลุ่มรุ่นพี่ฝึกงานที่แผนกยกแก้วขึ้นชนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงพูดคุยดังขึ้นไม่หยุด “กินเต็มที่เลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง”รุ่นพี่ผู้ชายที่ชอบแซวนับหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงเพลง นับหนึ่งหัวเราะ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นชนกลับ “ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ”เธอพูดเสียงสดใส ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มมาแล้วหลายแก้ว ตะวันที่นั่งข้างกันยกมือขึ้นปิดปากหาว“กูขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปหน้างานแต่เช้า”เขาหันไปกระซิบกับสกายและคีริน“มึงกลับพร้อมกูด้วยไหม” คีรินพยักหน้า“เออ กลับด้วย กูก็ง่วงแล้วเหมือนกันว่ะ ปล่อยให้สองคนนี้เมาให้พอ”ทั้งคู่ลุกขึ้น บอกลารุ่นพี่รอบโต๊ะ แล้วเดินกอดคอออกไปทันที ทิ้งให้สกายและนับหนึ่งนั่งดื่มต่อกับกลุ่มรุ่นพี่ สกายถือแก้วเหล้า สีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าดวงตาเริ่มแดงก่ำ เพราะดื่มไปหลายแก้ว แต่ดูเหมือนคนที่เมาหนักกว่าเขาคือนับหนึ่ง เธอเอาแต่ยกแก้วชนกับคนนั้น คนนี้ไปทั่ว บางครั้งก็ยืนขึ้นโยกตามจังหวะเพลงที่กำลังดัง ด้วยท่วงท่าที่ลำตัวโงนเงน ยืนแทบจะไม่อยู่ เขาจ้องมองอาการของเธอไม่วางตา ดวงตาคมเริ่มพร่าเลือนขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องสะบัดศรีษะไล่ความมึนเมาอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง รุ่นพี่หลายคนทยอยกันกลับ นับหนึ่งนั่งพิงไปกับพนักเก้าอี้ ดวงตาเริ่มปิดลง แต่ทว่ามือเล็กยังคงกำแก้วเหล้าเอาไว้ในมือแน่น คนตัวสูงขยับตัวไปนั่งข้างเธอ เมื่อเห็นรุ่นพี่เรียกพนักงานมาเช็คบิล “กลับกันเถอะ”เขาพูดพลางเอามือแตะไหล่บางของเธอเบา ๆ นับหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองเขา ด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “กลับ...กลับไปไหน” “คอนโดเธอไง เดี๋ยวฉันไปส่ง”เขาเอ่ยตอบ ใช้มือหนาประคองแขนเธอให้ลุกขึ้น “นายจะไปส่งฉันเหรอ วันนี้ทำไมใจดีจัง สกายคนหน้านิ่งแค่กับฉัน กับคนอื่นยิ้มไม่หยุด” สกายไม่เอ่ยอะไรตอบโต้กลับไป รู้ดีว่าเธอกำลังเมา สติน่าจะเหลือน้อยเต็มที ก่อนเขาจะบอกลารุ่นพี่และประคองเธอเดินออกจากร้าน เธอเดินเซจนเขาต้องโอบไหล่เธอเอาไว้ มืออีกข้างเปิดประตูฝั่งนั่งข้างคนขับ ดันตัวเธอขึ้นไปนั่ง ก่อนเขาจะอ้อมหน้ารถ เดินมาเปิดประตูอีกฝั่ง เบียดตัวขึ้นไปนั่ง สะบัดศรีษะไล่ความเมาของตัวเองอีกครั้ง และสตาร์ทรถออกไปตามท้องถนนใหญ่ทันที ถนนในยามดึกสงัด ดูวังเวง มีเพียงแสงไฟจากถนนสาดส่องเข้ามา คนตัวสูงที่รู้สึกมึน ๆ ก็เปิดเพลงคลอเบา ๆ เพราะคนนั่งข้างตอนนี้ดูเหมือนจะไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว เวลาต่อมา สกายพานับหนึ่งมาคอนโดของตัวเองแทนคอนโดของเธอ ตลอดทางเธอหลับบ้าง ตื่นบ้าง พึมพำออกมาตลอดทาง เขาถามทางไปคอนโดเธอก็ไม่ตอบ หรือเธอตอบแต่เขาไม่เข้าใจก็ไม่รู้ ถึงตัวเขาเองจะรู้สึกเมามากเหมือนกัน แต่ทว่าก็ยังพอประคองสติตัวเอง ขับรถกลับถึงคอนโดตัวเองได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังต้องพยุงคนตัวเล็กให้เดินลงจากรถ ไปตามทางของคอนโด เข้าลิฟต์ กว่าจะถึงหน้าห้องของเขา เล่นเอาเขาเหงื่อตกไปเหมือนกัน ติ้ด! คีย์การ์ดถูกแตะลง ประตูเปิดออก พร้อมร่างสูงประคองร่างบางเดินผ่านห้องนั่งเล่น เข้าไปในห้องนอนส่วนตัว “นั่งลงก่อน”สกายเอ่ยบอกคนตัวเล็ก กดตัวเธอให้นั่งลงบนเตียง โดยที่ขาของเขาเองก็เริ่มไม่มั่นคง นับหนึ่งพยักหน้า แต่แทนที่เธอจะนั่ง เธอกลับหันมาจ้องหน้าเขา ดวงตาเป็นประกาย “กะ กาย…ขอบคุณนะที่มาส่ง” เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเธอเรียกชื่อเขาว่ากาย ไม่ใช่สกายเหมือนทุกครั้ง คำพูดนั้นทำให้หัวใจแกร่งของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขายกยิ้มมุมปาก กำลังจะเอ่ยตอบเธอกลับไป แต่ทว่าจู่ ๆ ขาเล็กของเธอก็อ่อนยวบ เธอเซไปข้างหน้า เขารีบคว้าแขนเล็กเอาไว้ แต่แรงเขาเองไม่มากพอทำให้เราสองคนล้มลงบนเตียงพร้อมกัน เสียงหัวเราะคิกคักของคนตัวเล็กขาดหายไปทันที ร่างของเธอทับลงบนตัวเขา ผมยาวสลวยของเธอแผ่สยายลงมาปกหน้าเขา ลมหายใจร้อนผ่าวสาดใส่กัน กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นบุหรี่ลอยแตะจมูก คนตัวสูงตกใจ แต่ทว่ายังไม่ทันขยับปากพูดอะไร ริมฝีปากของร่างเล็กก็แตะลงบนริมฝีปากหนาของเขาโดยบังเอิญ จูบบางเบานั้นเริ่มจากความผิดพลาด แต่ทว่าไม่มีใครขยับหนี ลมหายใจร้อนผ่าวผสานกัน หัวใจสองดวงกระหน่ำเต้นรัว สกายยกมือขึ้นประคองท้ายทอยของเธอโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวยาวสอดแทรกลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธอ ส่วนนับหนึ่งเองก็หลับตาลง มือเล็กบีบไหล่เขาแน่น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในฉับพลัน มีเพียงเสียงลมหายใจ และความอบอุ่นจากร่างกายที่กอดประสานกันในความมืดมิด แสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงนอน สาดส่องเพียงรำไร ราวกับไม่อยากรบกวนความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ ริมฝีปากที่เคยแตะกันโดยบังเอิญ ตอนนี้เริ่มขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ลิ้นร้อนของเขาสอดลึกเข้าไปในโพรงปากนุ่มของเธอ ลิ้มรสความขมปร่าของรสชาติแอลกอฮอล์ที่ยังคงหลงเหลือติดปลายลิ้น "อืม"นับหนึ่งครางเบา ๆ ในลำคอ มือเล็กของเธอจิกไหล่เขาแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม เลือดในกายสูบฉีดอย่างหนัก ก่อนที่คนตัวสูงจะผละจูบออกไป “กะ กาย”เสียงเธอสั่นเครือ ราวกับขอร้องให้เขาหยุด แต่ทว่าร่างกายที่ไม่ค่อยสมประกอบเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าครอบงำ กลับโน้มเข้าหาเขาด้วยความเต็มใจ ครานี้เป็นจูบที่ทั้งดุเดือดและเร่าร้อน คนตัวสูงพลิกตัวให้เธอนอนหงายลงบนเตียง ร่างสูงใหญ่ของเขาขึ้นคร่อมอยู่เหนือร่างเล็กของเธอ มือหนาล้วงเข้าไปใต้เสื้อนักศึกษาสีขาวของนับหนึ่ง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผิวเนียนนุ่มบริเวณหน้าท้องแบนราบ นับหนึ่งสะดุ้งเบา ๆ แต่ทว่าไม่ผลักไส กลับยกแขนขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขาแทน เสื้อผ้าถูกถอดออกจากร่างกายทั้งสองคนทีละชิ้น อย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเป็นไปด้วยความเร่าร้อน เสื้อช็อปถูกดึงออกไปพร้อมเสื้อยืดสีดำตัวในของคนตัวสูงหลุดลงพื้น ตามด้วยกระโปรงตัวสั้นของนับหนึ่งที่ถูกเลื่อนลงมาตามขาเรียว ผิวขาวเนียนของเธอเผยออกมาใต้แสงไฟสลัว สกายมองตาค้าง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าร่างกายของเธอจะสวยได้ขนาดนี้ มันทำให้ใจแกร่งเต้นรัว ความรู้สึกกลางกายดีดเด้งขึ้นมาทันที “นับ…เธอสวยมาก รู้ตัวหรือเปล่า”เขาพึมพำออกมาเหมือนคนละเมอ ก่อนจะก้มลงจูบที่ซอกคอเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวดูดเม้มผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงไปทั่ว “อืม อ๊าสส”นับหนึ่งส่งเสียงครางแผ่วเบา มือเล็กลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของสกาย จิกเล็บลงเบา ๆ เมื่อเขาขบเม้มที่ติ่งหูเธอ ความเสียวซ่านที่ได้รับ เป็นตัวนำทาง เผาผลาญสติไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือหนทางที่จะผลักไสคนตัวสูง ที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวลงต่ำ ลูบไล้ต้นขาเนียนนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดมือเข้าไปภายใต้กางเกงในผ้าบางตัวจิ๋ว นิ้วกลางแตะต้องจุดอ่อนไหวที่เปียกชุ่ม ทำเอานับหนึ่งสะดุ้งสุดแรง แผ่นหลังกระตุกขึ้นโดยอัตโนมัติ “อ๊าส กะ กาย มะ ไม่” เสียงหวานของเธออู้อี้ พูดจาไม่เป็นภาษา คำพูดเหมือนจะผลักไส แต่ทว่าขาเล็กของเธอกลับแยกออกจากกันโดยไม่รู้ตัวห้าปีต่อมา ชีวิตคู่ของสกายและนับหนึ่ง ดำเนินมาจนถึงช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งคู่มีลูกน้อยที่น่ารักสองคนเข้ามาเติมเต็ม คนที่หนึ่งเป็นผู้ชายอายุสี่ขวบชื่อปกป้อง เป็นเด็กที่ช่างพูดและหน้าตาถอดแบบคนเป็นแม่มาไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนที่สองเป็นผู้หญิงชื่อออดอ้อน คนนี้เป็นเด็กขี้อ้อนเหมือนชื่อ หน้าตาเหมือนคนเป็นพ่อราวกับแกะ และที่สำคัญคือติดสกายมาก ตอนนี้ทั้งสี่คนกำลังมุ่งไปยังเกาะเสม็ด เพื่อใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด โดยสกายเป็นคนขับรถพาครอบครัวมาด้วยตัวเอง เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายว่า หากมีวันหยุด เขาจะพาลูกมาเล่นน้ำที่ทะเล ใช้เวลาขับรถกว่าสี่ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือบ้านเพ ที่จะพาไปยังเกาะเสม็ด จากท่าเรือนั้นต้องเดินทางอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงจะถึงที่พักวิลล่าที่เขาจองเอาไว้ “เดี๋ยวกายอุ้มลูกเอง?” สกายหันไปรับลูกสาวคนเล็กมาจากภรรยา ส่วนปกป้องนั้น ตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับน้ำทะเลที่เห็น จนไม่สนใจสิ่งอื่น แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ลูกของเขาทั้งสองคนไม่มีใครมีอาการเมาเรือ ที่รู้ก็เพราะเขาเคยพาไปนั่งเรือยอร์ชเมื่อเดือนที่แล้ว ห้องพักที่สกายจองนั้น เป็นห้องพักวิลล่าแบบครอบครัว มีสอ
สามเดือนผ่านไป ทะเลอันดามันตอนเช้าตรู่ สีฟ้าครามใสจนเห็นเงาของเรือยอร์ชลอยอยู่ใต้ผิวน้ำ สกายยืนอยู่ที่หางเสือ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างโอบเอวนับหนึ่งที่ยืนพิงหน้าอกของเขา ชุดเดรสสีขาวบางของเธอปลิวไปตามสายลม ผมยาวสีน้ำตาลปลิวไสว จนเขาต้องเอามือจับไปไว้ข้างหนึ่ง “แน่ใจนะว่าอยากทิ้งสมอตรงนี้?”สกายถามเสียงแผ่ว ก้มลงจูบที่ขมับของเธออย่างแสนรัก “แน่ใจสิ”นับหนึ่งหันมายิ้ม“ตรงนี้แหละ ห่างไกลผู้คนดี โรแมนติกที่สุด?” เป็นความคิดของเธอเอง ที่อยากมาฮันนีมูนบนเรือยอร์ชกลางทะเล โชคดีที่ครอบครัวของสกายมีธุรกิจเรือยอร์ชพอดี เธอจึงถือโอกาสมาจัดงานแต่งที่ทะเลด้วยเสียเลย งานแต่งจบปุ๊บก็ขึ้นเรือมาฮันนีมูนทันที ทว่าเจ้าบ่าวหมาด ๆ ของเธอคงไม่รู้ว่าการมาล่องเรือของเธอนั้น มันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ ตกตอนเย็น พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มเรืองรองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม เรือยอร์ชจอดนิ่งอยู่กลางอ่าวลับตาผู้คน ไม่มีเรือลำไหนแล่นผ่านเลยสักลำ เหมือนผืนน้ำแห่งนี้ มีเพียงคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันเป็นเจ้าของ นับหนึ่งนอนเอนตัวบนเก้าอี้ผ้าใบสีสันสดใส ตรงดาดฟ้าด้านหน้าเรือ บิกินี่สีดำสนิทสุดเซ็กซ
เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เรียวปากสีแดงก่ำแตะลงบนกลีบปากของเขาอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะกดจูบลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างเร่าร้อน แต่ทว่ามีความนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน คนตัวสูงหลับตาพริ้ม ตอบรับจูบร้อนแรงนั้นโดยอัตโนมัติ มือหนาของเขายกขึ้นกอดเอวบางของเธอโดยไม่รู้ตัว จูบนั้นไม่เร่งรีบ ไม่ดุดันอย่างที่คิด มันเต็มไปด้วยความรักที่ล้นทะลักจนเขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะสลาย ไม่นานคนตัวเล็กก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า สกายที่ยังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด กำลังหอบหายใจเบา ๆ แต่ทว่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นวาบที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงง ๆ เห็นนับหนึ่งส่งยิ้มหวานให้เขา เธอยังคงอยู่ในชุดคอสเพลย์แมวเซ็กซี่ แต่ทว่าท่าทางของเธอกลับจริงจังขึ้นมาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอยกมือขวาขึ้น โชว์แหวนเพชรสีเงินที่มีเพชรเม็ดโตส่องแสงระยิบระยับใต้แสงไฟสลัว หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ กับภาพนั้น ก้มมองนิ้วมือของตัวเองที่มีแหวนสีเงินราบเรียบแบบของผู้ชายอยู่ในนิ้วนางข้างซ้าย “กาย”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ“ตั้งแต่เรื่องคืนนั้นของเราเกิดขึ้น ถึงแม้ตอนแรกมันจะไม่ชัดเจน แต่มันเปลี่ยนแ
นับหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ ขาทั้งสองข้างพาดลงพื้นอย่างยั่วเย้า ร่างกายของเธอห่อหุ้มด้วยชุดแมวยั่วสวาทที่เซ็กซี่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ชุดนั้นเป็นหนังสีดำมันวาว รัดรูปเข้ากับเรือนร่างโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ หูแมวเล็ก ๆ สีชมพูครอบทับอยู่บนศีรษะ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลทองของเธอถูกปล่อยลงมาแผ่สลายเต็มแผ่นหลัง หางแมวห้อยย้อยลงมาจากบั้นท้ายงอนงาม ปลายหางสั่นไหวเบา ๆ ตามจังหวะการหายใจของเธอ ชุดนั้นเปิดเผยมากพอที่จะทำให้หัวใจแกร่งของเขากระหน่ำเต้นแรงขึ้นทันที คอเสื้อเว้าลึกจนถึงสะดือ เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลง กระโปรงสั้นกุดที่แค่อ้าขาออก ก็มองเห็นเนินอวบอิ่มที่มีกางเกงในตัวจิ๋วผ้าเนื้อบางโผล่ออกมา แทบจะปกปิดส่วนนั้นของเธอไม่มิด ปล่อยให้ต้นขาเรียบเนียนและเรียวขาของเธอที่มีถุงน่องตาข่ายสีขาว เพิ่มความเซ็กซี่มากขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตของเธอมองตรงมาที่เขา ด้วยแววตายั่วยวนที่เต็มไปด้วยความซุกซนและขี้เล่น ทว่ามีไฟแห่งความปรารถนาปะปนอยู่ด้วย ในตอนนั้นเอง ที่ความรู้สึกของเขาพุ่งทะลักราวกับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดถล่มเข้ามา ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ใครจะคิดว่าเธอจะกล้ายั่วยวนเขาด้วยชุดคอสเพลย์
ห้าเดือนผ่านไป มือหนาของสกายแตะคีย์การ์ดหน้าห้องพักของแฟนสาว ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออก ภายในห้องกลับมืดและเงียบสนิท ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่ หัวคิ้วหนาขมวดมุ่น ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจออีกครั้ง เป็นข้อความล่าสุดจากเธอที่เขาได้รับ นับหนึ่ง: เลิกงานแล้ว มาที่คอนโดนะ เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปมา ก็คิดว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจอะไรผิด เมื่อเช้าเขาเป็นคนมาส่งเธอที่คอนโด เพราะเธอบอกว่าปวดหัว อยากนอนพัก และจะเริ่มเก็บของ เพื่อย้ายไปอยู่คอนโดของเขา ขาเรียวยาวก้าวอย่างมั่นคงไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิท มือหนาจับลูกบิดหมุนออก ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องนอน ภายในห้องก็เงียบและมืดสนิทไม่ต่างกันกับด้านนอก เขากำลังจะกดสวิตช์ไฟเพื่อเปิด แต่ทว่าได้ยินเสียงหวานของเจ้าของห้องดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลังของเขาเสียก่อน "อย่าเปิดนะ" ยอมรับว่าเขาสะดุ้งตกใจในช่วงแรก แต่ก็ถูกความวาบหวามจากฝ่ามือเล็กที่กำลังลูบไล้แผงอกแกร่งของเขาจากด้านหลัง ลำตัวด้านหน้าของเธอแนบสนิทไปกับแผ่นหลังกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอม ของเธอลอยขึ้นแตะจมูก จนกลืนกินความรู้สึกตกใจไปจนหมดสิ้น "เล่นอะไร หืม?" คนตัวเล็กด้านหลังยิ้มกริ่มในค
เวลาต่อมา รถคันหรูจอดที่โรงรถของบ้านพ่อแม่ของนับหนึ่ง สกายนั้นมีท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้เกร็งเหมือนตอนที่เธอไปเจอพ่อแม่เขาก่อนหน้านี้ “ไหนบอกว่าความรู้สึกไม่เหมือนกันไง” “ก็ไม่เหมือน แต่คิดว่ายังไงก็ต้องเจอกัน เรื่องแบบนี้มันหนีกันไม่พ้นหรอก” เขาดึงมือเธอมาจับเอาไว้ และเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ในขณะที่นับหนึ่งได้แต่ภาวนาให้คนเป็นพ่อ ไม่พูดอะไรที่ทำให้สกายลำบากใจ “มากันแล้วเหรอลูก”ธนิดาคนเป็นแม่ เดินออกมาต้อนรับลูกสาวคนเล็ก ที่เดินควงคู่กันมากับแฟนหนุ่ม เธอยิ้มดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่ลูกสาวของเธอมีผู้ชายที่เพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง เข้ามาดูแล “สวัสดีครับ”สกายยกมือไหว้ผู้อาวุโส ก่อนจะเดินตามเข้ามาในห้องรับแขก เห็นหน้าก้องภพ พ่อของนับหนึ่งที่เขาเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “นั่งลงสิ” ช่วงแรกคนตัวสูงก็ยอมรับว่าเกร็งเหมือนกัน ที่จะต้องพูดคุยกันในฐานะอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องงานเหมือนที่บริษัท แต่ทว่าก็แค่เพียงช่วงแรก เพราะหลังจากที่ย้ายมาพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศทุกอย่างก็ดีขึ้นมาก รวมถึงนับหนึ่งที่คลายความกังวลทุกอย่าง
นับหนึ่งรอไม่นาน ใยไหมก็มาถึงคอนโด เพื่อนไม่ได้รอให้เธอเปิดประตูให้ แต่กลับแตะคีย์การ์ดเข้ามาเอง เข้ามายืนมองเธออยู่ที่หน้าโซฟาตัวยาว ที่เธอกำลังนอนเหม่ออยู่ตอนนี้ "มึงจะเกลียดกูไหม ถ้ารู้ว่ากูทำตัวไม่ดี ทำผิดศีลธรรม" "คนเรามันก็เคยทำผิดศีลด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่มึงน่าจะผิดข้อห้าหนักสุด นอกนั้นกู
“กะ กาย ใกล้แล้ว”มือเล็กกอดคอเขาแน่น แอ่นอกอวบให้คนตัวสูงก้มลงดูดเม้มจุกสีหวานข้างหนึ่งแรง ๆ ขณะที่สะโพกยังคงกระแทกกันไม่หยุด "อร้ายยย" นับหนึ่งเกร็งกระตุกตัวสุดขีด ร้องครางออกมาดังลั่นพร้อมถึงจุดสูงสุดของห้วงอารมณ์อีกครั้ง ร่องรักขมิบตอดรัดลำกายแน่นจนสกายทนไม่ไหว เขากระแทกสวนกลับขึ้นไปอีกไม่กี่ค
คำว่ากายที่หลุดออกมาจากปากของเธอ มันทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้เมามากอย่างที่คิด ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เขามากขึ้นไปอีก เขายื่นมือไปจับข้อมือเล็กของเธอ ดึงออกจากแขนของคีรินที่เธอเผลอไปจับเข้าโดยบังเอิญ “เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกที” “มึงทำเชี่ยไรของมึงไอ้กาย มือนับจะมาโดนตัวกูสักนิดไม่ได้เลยเหรอว่ะ เป็นอ
“หม่ำ หม่ำ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังขึ้นทำให้นับหนึ่งเอ็นดูเป็นที่สุด ได้แต่คิดว่าเธอหายไปนานจนหลานโตขนาดนี้ได้ยังไง "กูคิดถึงมึง"ใยไหมยิ้มทั้งน้ำตา“กูจะไม่ถามว่าที่ผ่านมามึงหายไปทำไม แต่หลังจากนี้อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมว่ะ” "เออ กูไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่เกาะติดมึง จนมึงเบื่อกูเลยดีไหม"นับหนึ่งเอ่ยออกมา พลางหั







