Masukสองวันต่อมา
ไฟนีออนสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวของร้านเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่ง กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ เสียงดนตรีสดดังกระหึ่มจนพื้นสั่นสะเทือน กลุ่มรุ่นพี่ฝึกงานที่แผนกยกแก้วขึ้นชนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงพูดคุยดังขึ้นไม่หยุด “กินเต็มที่เลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง”รุ่นพี่ผู้ชายที่ชอบแซวนับหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงเพลง นับหนึ่งหัวเราะ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นชนกลับ “ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ”เธอพูดเสียงสดใส ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มมาแล้วหลายแก้ว ตะวันที่นั่งข้างกันยกมือขึ้นปิดปากหาว“กูขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปหน้างานแต่เช้า”เขาหันไปกระซิบกับสกายและคีริน“มึงกลับพร้อมกูด้วยไหม” คีรินพยักหน้า“เออ กลับด้วย กูก็ง่วงแล้วเหมือนกันว่ะ ปล่อยให้สองคนนี้เมาให้พอ”ทั้งคู่ลุกขึ้น บอกลารุ่นพี่รอบโต๊ะ แล้วเดินกอดคอออกไปทันที ทิ้งให้สกายและนับหนึ่งนั่งดื่มต่อกับกลุ่มรุ่นพี่ สกายถือแก้วเหล้า สีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าดวงตาเริ่มแดงก่ำ เพราะดื่มไปหลายแก้ว แต่ดูเหมือนคนที่เมาหนักกว่าเขาคือนับหนึ่ง เธอเอาแต่ยกแก้วชนกับคนนั้น คนนี้ไปทั่ว บางครั้งก็ยืนขึ้นโยกตามจังหวะเพลงที่กำลังดัง ด้วยท่วงท่าที่ลำตัวโงนเงน ยืนแทบจะไม่อยู่ เขาจ้องมองอาการของเธอไม่วางตา ดวงตาคมเริ่มพร่าเลือนขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องสะบัดศรีษะไล่ความมึนเมาอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง รุ่นพี่หลายคนทยอยกันกลับ นับหนึ่งนั่งพิงไปกับพนักเก้าอี้ ดวงตาเริ่มปิดลง แต่ทว่ามือเล็กยังคงกำแก้วเหล้าเอาไว้ในมือแน่น คนตัวสูงขยับตัวไปนั่งข้างเธอ เมื่อเห็นรุ่นพี่เรียกพนักงานมาเช็คบิล “กลับกันเถอะ”เขาพูดพลางเอามือแตะไหล่บางของเธอเบา ๆ นับหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองเขา ด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “กลับ...กลับไปไหน” “คอนโดเธอไง เดี๋ยวฉันไปส่ง”เขาเอ่ยตอบ ใช้มือหนาประคองแขนเธอให้ลุกขึ้น “นายจะไปส่งฉันเหรอ วันนี้ทำไมใจดีจัง สกายคนหน้านิ่งแค่กับฉัน กับคนอื่นยิ้มไม่หยุด” สกายไม่เอ่ยอะไรตอบโต้กลับไป รู้ดีว่าเธอกำลังเมา สติน่าจะเหลือน้อยเต็มที ก่อนเขาจะบอกลารุ่นพี่และประคองเธอเดินออกจากร้าน เธอเดินเซจนเขาต้องโอบไหล่เธอเอาไว้ มืออีกข้างเปิดประตูฝั่งนั่งข้างคนขับ ดันตัวเธอขึ้นไปนั่ง ก่อนเขาจะอ้อมหน้ารถ เดินมาเปิดประตูอีกฝั่ง เบียดตัวขึ้นไปนั่ง สะบัดศรีษะไล่ความเมาของตัวเองอีกครั้ง และสตาร์ทรถออกไปตามท้องถนนใหญ่ทันที ถนนในยามดึกสงัด ดูวังเวง มีเพียงแสงไฟจากถนนสาดส่องเข้ามา คนตัวสูงที่รู้สึกมึน ๆ ก็เปิดเพลงคลอเบา ๆ เพราะคนนั่งข้างตอนนี้ดูเหมือนจะไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว เวลาต่อมา สกายพานับหนึ่งมาคอนโดของตัวเองแทนคอนโดของเธอ ตลอดทางเธอหลับบ้าง ตื่นบ้าง พึมพำออกมาตลอดทาง เขาถามทางไปคอนโดเธอก็ไม่ตอบ หรือเธอตอบแต่เขาไม่เข้าใจก็ไม่รู้ ถึงตัวเขาเองจะรู้สึกเมามากเหมือนกัน แต่ทว่าก็ยังพอประคองสติตัวเอง ขับรถกลับถึงคอนโดตัวเองได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังต้องพยุงคนตัวเล็กให้เดินลงจากรถ ไปตามทางของคอนโด เข้าลิฟต์ กว่าจะถึงหน้าห้องของเขา เล่นเอาเขาเหงื่อตกไปเหมือนกัน ติ้ด! คีย์การ์ดถูกแตะลง ประตูเปิดออก พร้อมร่างสูงประคองร่างบางเดินผ่านห้องนั่งเล่น เข้าไปในห้องนอนส่วนตัว “นั่งลงก่อน”สกายเอ่ยบอกคนตัวเล็ก กดตัวเธอให้นั่งลงบนเตียง โดยที่ขาของเขาเองก็เริ่มไม่มั่นคง นับหนึ่งพยักหน้า แต่แทนที่เธอจะนั่ง เธอกลับหันมาจ้องหน้าเขา ดวงตาเป็นประกาย “กะ กาย…ขอบคุณนะที่มาส่ง” เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเธอเรียกชื่อเขาว่ากาย ไม่ใช่สกายเหมือนทุกครั้ง คำพูดนั้นทำให้หัวใจแกร่งของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขายกยิ้มมุมปาก กำลังจะเอ่ยตอบเธอกลับไป แต่ทว่าจู่ ๆ ขาเล็กของเธอก็อ่อนยวบ เธอเซไปข้างหน้า เขารีบคว้าแขนเล็กเอาไว้ แต่แรงเขาเองไม่มากพอทำให้เราสองคนล้มลงบนเตียงพร้อมกัน เสียงหัวเราะคิกคักของคนตัวเล็กขาดหายไปทันที ร่างของเธอทับลงบนตัวเขา ผมยาวสลวยของเธอแผ่สยายลงมาปกหน้าเขา ลมหายใจร้อนผ่าวสาดใส่กัน กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นบุหรี่ลอยแตะจมูก คนตัวสูงตกใจ แต่ทว่ายังไม่ทันขยับปากพูดอะไร ริมฝีปากของร่างเล็กก็แตะลงบนริมฝีปากหนาของเขาโดยบังเอิญ จูบบางเบานั้นเริ่มจากความผิดพลาด แต่ทว่าไม่มีใครขยับหนี ลมหายใจร้อนผ่าวผสานกัน หัวใจสองดวงกระหน่ำเต้นรัว สกายยกมือขึ้นประคองท้ายทอยของเธอโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวยาวสอดแทรกลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธอ ส่วนนับหนึ่งเองก็หลับตาลง มือเล็กบีบไหล่เขาแน่น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในฉับพลัน มีเพียงเสียงลมหายใจ และความอบอุ่นจากร่างกายที่กอดประสานกันในความมืดมิด แสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงนอน สาดส่องเพียงรำไร ราวกับไม่อยากรบกวนความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ ริมฝีปากที่เคยแตะกันโดยบังเอิญ ตอนนี้เริ่มขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ลิ้นร้อนของเขาสอดลึกเข้าไปในโพรงปากนุ่มของเธอ ลิ้มรสความขมปร่าของรสชาติแอลกอฮอล์ที่ยังคงหลงเหลือติดปลายลิ้น "อืม"นับหนึ่งครางเบา ๆ ในลำคอ มือเล็กของเธอจิกไหล่เขาแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม เลือดในกายสูบฉีดอย่างหนัก ก่อนที่คนตัวสูงจะผละจูบออกไป “กะ กาย”เสียงเธอสั่นเครือ ราวกับขอร้องให้เขาหยุด แต่ทว่าร่างกายที่ไม่ค่อยสมประกอบเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าครอบงำ กลับโน้มเข้าหาเขาด้วยความเต็มใจ ครานี้เป็นจูบที่ทั้งดุเดือดและเร่าร้อน คนตัวสูงพลิกตัวให้เธอนอนหงายลงบนเตียง ร่างสูงใหญ่ของเขาขึ้นคร่อมอยู่เหนือร่างเล็กของเธอ มือหนาล้วงเข้าไปใต้เสื้อนักศึกษาสีขาวของนับหนึ่ง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผิวเนียนนุ่มบริเวณหน้าท้องแบนราบ นับหนึ่งสะดุ้งเบา ๆ แต่ทว่าไม่ผลักไส กลับยกแขนขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขาแทน เสื้อผ้าถูกถอดออกจากร่างกายทั้งสองคนทีละชิ้น อย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเป็นไปด้วยความเร่าร้อน เสื้อช็อปถูกดึงออกไปพร้อมเสื้อยืดสีดำตัวในของคนตัวสูงหลุดลงพื้น ตามด้วยกระโปรงตัวสั้นของนับหนึ่งที่ถูกเลื่อนลงมาตามขาเรียว ผิวขาวเนียนของเธอเผยออกมาใต้แสงไฟสลัว สกายมองตาค้าง ราวกับไม่อยากเชื่อว่าร่างกายของเธอจะสวยได้ขนาดนี้ มันทำให้ใจแกร่งเต้นรัว ความรู้สึกกลางกายดีดเด้งขึ้นมาทันที “นับ…เธอสวยมาก รู้ตัวหรือเปล่า”เขาพึมพำออกมาเหมือนคนละเมอ ก่อนจะก้มลงจูบที่ซอกคอเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวดูดเม้มผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงไปทั่ว “อืม อ๊าสส”นับหนึ่งส่งเสียงครางแผ่วเบา มือเล็กลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของสกาย จิกเล็บลงเบา ๆ เมื่อเขาขบเม้มที่ติ่งหูเธอ ความเสียวซ่านที่ได้รับ เป็นตัวนำทาง เผาผลาญสติไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือหนทางที่จะผลักไสคนตัวสูง ที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวลงต่ำ ลูบไล้ต้นขาเนียนนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดมือเข้าไปภายใต้กางเกงในผ้าบางตัวจิ๋ว นิ้วกลางแตะต้องจุดอ่อนไหวที่เปียกชุ่ม ทำเอานับหนึ่งสะดุ้งสุดแรง แผ่นหลังกระตุกขึ้นโดยอัตโนมัติ “อ๊าส กะ กาย มะ ไม่” เสียงหวานของเธออู้อี้ พูดจาไม่เป็นภาษา คำพูดเหมือนจะผลักไส แต่ทว่าขาเล็กของเธอกลับแยกออกจากกันโดยไม่รู้ตัวหลังจากนั้นไม่นาน ใยไหมก็มาส่งนับหนึ่งที่คอนโดเก่าของตัวเอง สภาพห้องยังปกติทุกอย่างเพราะใยไหมให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง "ขอบใจมึงมากนะ รีบกลับไปดูลูกเถอะ" "งั้นเจอกันที่ร้านเหล้าเลยนะ มึงห้ามเบี้ยวเด็ดขาด เข้าใจไหม" "อะไรทำให้มึงคิดว่ากูจะเบี้ยว" นับหนึ่งเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเพื่อน ตั้งแต่กลับมาเธอเองก็สังเกตุว่าเพื่อนพูดอะไรทำนองนี้หลายครั้ง จนเธอนึกสงสัยว่าเพื่อนรู้เรื่องอะไรมาหรือเปล่า "กะ กู...." "ติดอ่างอะไรของมึง" "ก็กูคิดว่ามันคือเหตุผลที่มึงหนีไปทำงานที่เชียงใหม่"เธอถึงกับอึ้งไปทันที เมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อน "แต่กูแค่คิดนะ แล้วไม่อยากรู้ด้วย ถ้ามึงไม่อยากเล่าให้กูฟังเอง เอาที่มึงสบายใจ อยากบอกอะไรกับกูตอนไหนก็บอก ขอแค่มึงรู้ว่ากูอยู่ข้าง ๆ มึงเสมอก็พอ ห้ามคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว" น้ำตาที่เก็บไว้แทบจะไหลออกมา เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิท แต่ก็พยายามแสร้งยิ้มออกมา "กูบอกว่าอย่าพูดอะไรเลี่ยน ๆ นี่มึงติดคำพูดพวกนี้มาจากใครว่ะ" "ไม่ได้ติดมาจากใคร กูแค่อยากย้ำให้มึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว" "กลับไปได้แล้วเหอะ หลานกูร้องไห้คิดถึงมึงแล้ว" เมื่อรู้ว่าตั
“หม่ำ หม่ำ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังขึ้นทำให้นับหนึ่งเอ็นดูเป็นที่สุด ได้แต่คิดว่าเธอหายไปนานจนหลานโตขนาดนี้ได้ยังไง "กูคิดถึงมึง"ใยไหมยิ้มทั้งน้ำตา“กูจะไม่ถามว่าที่ผ่านมามึงหายไปทำไม แต่หลังจากนี้อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมว่ะ” "เออ กูไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่เกาะติดมึง จนมึงเบื่อกูเลยดีไหม"นับหนึ่งเอ่ยออกมา พลางหัวเราะเบา ๆ รับหลานตัวน้อยมาอุ้ม เด็กน้อยเกาะคอของเธอแน่น“ไหนน้องเซ้นต์ของน้าครับ ดื้อกับแม่หรือเปล่าเอ๋ย” ทั้งสองคนเดินออกจากสนามบิน ใยไหมเป็นคนเข็นกระเป๋าให้เพื่อน ส่วนนับหนึ่งอุ้มหลานชายตัวอ้วนที่หลับตาพริ้มในอ้อมแขน จากที่คิดว่ากลับมาแล้ว บรรยากาศระหว่างเพื่อนคงแปลกไป กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอกับใยไหมยังคงต่อกันติด มีเรื่องเล่าให้ฟังกันไปตลอดทาง จนถึงบ้านหลังโตของเพื่อน “พ่อแม่ผัวมึงไม่อยู่เหรอ”นับหนึ่งถามพลาง มองสำรวจไปรอบบ้าน ที่ดูเงียบผิดปกติ นอกจากมีแค่แม่บ้านที่เดินมาช่วยเข็นกระเป๋าของเธอ “พ่อกับแม่ไปพักผ่อนที่ลำปาง ส่วนยีนส์กับมิลลิไปนอนคอนโดนะ" "ปกติมึงอยู่คนเดียวแบบนี้เหรอ ถ้าผัวมึงไปทำงาน" ใยไหมพยักหน้า รับเอาลูกชายที่กำลังหลับมาวางบนที่นอนอย่างเบามือ นับหนึ่งที่เห็นภาพนั
“ถ้ามึงไม่ได้คิดแบบที่กูว่า งั้นกูจีบนับหนึ่งนะ” “ไอ้เหี้ย! มึงหยุดพูดสักที” “งั้นก็บอกกูมาว่าระหว่างมึงกับนับหนึ่งมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น” “แม่ง!! ขี้เสือกว่ะ”สกายแกล้งต่อว่าเพื่อนออกไป ทั้งที่ในใจคือเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าให้เพื่อนฟังตั้งแต่ตอนไหน อีกทั้งมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไปหวงเธอ ไม่อยากให้เพื่อนจีบ ในเมื่อเขากับเธอตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกัน และยอมรับว่าความรู้สึกในใจเขา มันไม่ถึงขั้นชอบหรือรัก เพียงแต่เป็นความไม่เข้าใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทุกอย่างมันเลยหนักอึ้งอยู่ในอกของเขาจนถึงตอนนี้ “ถ้ามึงไม่ถือเรื่องได้ผู้หญิงคนเดียวกับเพื่อน กูก็ไม่มีอะไรจะพูด” “สัดกาย ทำไมปากหมาจังว่ะ ว่าแต่คืนงานเลี้ยงส่งของรุ่นพี่ใช่ไหมว่ะ กูเห็นหลังจากวันนั้นนับหนึ่งก็หายไปเลย” “…..” สกายไม่ตอบ คีรินก็เลยทึกทักเอาเองว่าต้องเป็นคืนนั้นแน่นอน ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เพื่อนหัวร้อนออกมาทันที“ได้แล้วไม่รัก ได้แล้วไม่ชอบ จะหวงทำเหี้ยไรว่ะ จะมองเขาตาเป็นมันขนาดนั้นทำไม” “กูไม่ได้หวง แค่ไม่เข้าใจ ว่าเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง” “อ้าว เขาไม่พูด มึงไม่พูด ก็แค่คิดว่ามันเป็นวันไนต์สแตนด์สิว่ะ จะไปยากอะ
สกายทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มือหนากุมศีรษะแน่น ความทรงจำเมื่อคืนพรั่งพรูออกมา ทั้งเสียงครางของเธอที่เรียกชื่อเขาหลุดออกมาจากปากเธอหลายครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ กลับมีเพียงความเงียบ และความสงสัยในหัวของเขา ว่าเธอทิ้งเขาไว้แบบนี้ได้ยังไง หรือเมื่อคืนเธอจะจำไม่ได้ว่าเราสองคนทำอะไรกัน และเพิ่งมารู้สึกตัวตอนตื่น เลยหนีเขาไปแบบนี้ สองเดือนต่อมา งานแต่งงานของโซลกับใยไหมถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะลูกชายบริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ติดอันดับของประเทศ ทุกอย่างถูกเนรมิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อนเจ้าสาว อย่างนับหนึ่ง เอวา และใบหม่อน แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม ด้วยธีมชุดเพื่อนเจ้าสาว เดรสเกาะอกสีชมพูหวาน ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไม่น้อยหน้า ทั้งยีนส์ คาเตอร์ สกาย คีริน ตะวัน อยู่ในชุดทักซิโด้แบรนด์ดัง “มึงมองใครนักหนาไอ้กาย กูเห็นมองอยู่นานแล้ว”ตะวันหันมาถามไถ่เพื่อน เขาสังเกตุเห็นว่าตั้งแต่พิธีหมั้นตอนเช้า จนถึงงานเลี้ยงตอนเย็น สกายเอาแต่มองไปยังกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวตลอดเวลา “มันคงตะลึงที่เห็นเพื่อนเจ้าสาวสวยล่ะมั้ง แต่ว่าก็ว่าเถอะ นับหนึ่งสวยฉิบหายเลยว่ะ แม่ง!!! ไม่คิดว่าจะแต่งแนวหวานแบบนี้แล้วสวยจับใจข
สกายยกศีรษะขึ้นมองหน้าเธอ ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายของเขา จนร้อนรุ่มกลางกาย ไม่อาจทานทนไหว “อยากให้หยุดไหม?”เขาถามเสียงแหบพร่า ทว่าคำตอบของเธอ คือดึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาจูบอย่างดุเดือด กางเกงในของทั้งสองคนถูกถอดออกในพริบตา คนตัวสูงก้มลงจูบที่หน้าอกอวบอิ่มของเธอ ดูดเม้มจุกยอดสีหวานที่แข็งคัด ชูชันขึ้นมาจนเธอร้องครางดังลั่น มือหนาอีกข้างของเขาลูบไล้เนินอกข้างที่ว่าง สลับกับปากที่ดูดเม้มไม่หยุด นับหนึ่งเกร็งตัว มือจิกผมหนาของเขาแน่น ก่อนเขาจะลากเลียความเปียกชื้นลงไปตามหน้าท้องแบนราบ "อื้อ~ อ๊าสส" นับหนึ่งครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากหนาของเขาแตะผิวเนื้อต้นขาด้านใน ร่างกายของเธอสั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวขึ้นทุกขณะ สกายยกยิ้มมุมปาก มองขึ้นไปเห็นใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เขาตวัดลิ้นร้อนออกมาแตะเบา ๆ ที่ร่องรักชุ่มชื้นของเธอ ซึ่งกำลังอ้าออกเล็กน้อย เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม “อ๊าส กะ กาย”นับหนึ่งร้องครวญคราง มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่น ทว่าสกายไม่รอช้า ลิ้นร้อนของเขาดูดเลียร่องรักนั้นอย่างช่ำชอง เริ่มจากกล
สองวันต่อมา ไฟนีออนสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวของร้านเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่ง กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ เสียงดนตรีสดดังกระหึ่มจนพื้นสั่นสะเทือน กลุ่มรุ่นพี่ฝึกงานที่แผนกยกแก้วขึ้นชนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงพูดคุยดังขึ้นไม่หยุด “กินเต็มที่เลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง”รุ่นพี่ผู้ชายที่ชอบแซวนับหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงเพลง นับหนึ่งหัวเราะ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นชนกลับ “ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ”เธอพูดเสียงสดใส ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มมาแล้วหลายแก้ว ตะวันที่นั่งข้างกันยกมือขึ้นปิดปากหาว“กูขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปหน้างานแต่เช้า”เขาหันไปกระซิบกับสกายและคีริน“มึงกลับพร้อมกูด้วยไหม” คีรินพยักหน้า“เออ กลับด้วย กูก็ง่วงแล้วเหมือนกันว่ะ ปล่อยให้สองคนนี้เมาให้พอ”ทั้งคู่ลุกขึ้น บอกลารุ่นพี่รอบโต๊ะ แล้วเดินกอดคอออกไปทันที ทิ้งให้สกายและนับหนึ่งนั่งดื่มต่อกับกลุ่มรุ่นพี่ สกายถือแก้วเหล้า สีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าดวงตาเริ่มแดงก่ำ เพราะดื่มไปหลายแก้ว แต่ดูเหมือนคนที่เมาหนักกว่าเขาคือนับหนึ่ง เธอเอาแต่ยกแก้วชนกับคนนั้น คนนี้ไปทั่ว บางครั้งก็ยืนขึ้นโยกตามจังหวะเพลงที่กำลังดัง ด้







