Se connecterเช้าที่รู้สึกดีมากกว่าทุกวันที่ผ่านๆมา เพราะความหนักอึ้งในใจได้เบาบางลง มนต์พระพายที่อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่7โมงเช้ารีบเข้าครัวช่วยป้าเจียดเตรียมอาหาร
“ไม่เวียนหัว ไม่อ้วก ไม่อยากกินอะไรพิเศษเลยหรอคะ” ร่างบางส่ายหัว แน่นอนว่าเธอไม่มีอาการอะไรเลยกินได้ปกติ เหมือนคนไม่ตั้งครรภ์เลย หากไม่ใช่ว่าที่ตรวจครรภ์นับ10อันมันยืนยันด้วยขีดเข้มสองขีดเธอคงคิดว่าตัวเองเครียดจนประจำเดือนเลื่อน “โถว่รักคุณแม่น่าดูเลยนะคะคุณหนูน้อยเนี่ย” เธออมยิ้มที่ลูกใจดีกับเธออย่างที่แม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าเจียดพูด “แบบนี้เหมือนกับว่าลูกรักพายใช่ไหมคะ” เธอเตรียมเด็ดกะเพรารีบถามอย่างตื่นเต้น “ค่ะ รักมากๆเชียวแหละ แต่หากอีกฝั่งเขาอ้วกหรือวิงเวียนแทนแสดงว่า อุ้ย!!” คนที่เผลอพูดถึงคนในความลับรีบเอามือขึ้นปิดปาก แววตาไหววูบของหญิงสาวทำป้าเจียดใจเสีย ก่อนเธอจะฉีกยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอไม่เป็นไร “หากเขาอ้วกหรือวิงเวียนแปลว่าลูกเกลียดเขาใช่ไหมคะ? สาาาาาธุ” สองมือบางยกขึ้นประนมเหนือหัว เพราะก่อนที่จะห่างเหินเขาบ่นบ่อยๆว่าเวียนหัวจนเรียนไม่รู้เรื่องพาลให้หงุดหงิด สมน้ำหน้า!! แม้หน้าตาแม่บ้านจะไม่ได้บอกเช่นนั้น แต่เธอคิดไปเองเรียบร้อยจนป้าเจียดไม่กล้าเอ่ยออกไปว่า…หากเขาแพ้ท้องแทนแปลว่าเขารักมาก!! “ขอให้ลูกเกลียด!! โตมาหากเจอกันก็ขอให้ลูกพายแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไปเลยพายจะไม่ห้าม!!” คำพูดของเธอทำป้าเจียดและแม่บ้านอีกคนนิ่งอึ้ง ก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะตามมา รวมถึงคนที่มาแอบฟังตั้งแต่ต้น นั่นคือเจ้าของบ้านสวนอย่างคุณย่ามนตราด้วย ที่กลั้นหัวเราะจนน้ำตาไหล และสุดท้ายต้องเดินออกห่างจากหน้าประตูห้องครัวไปหัวเราะรอที่ห้องอาหาร “แสบเหลือเกินนะแม่พริกขี้หนูของย่า” คนที่เริ่มแก่ตัวมีเรื่องหนักใจหลายอย่าง แต่ในใจรู้สึกดีที่หลานเลือกกลับมาพึ่งใบบุญเธอไม่หนีเตลิดเพราะกลัว หากเป็นเช่นนั้น คนแก่คงเจ็บปวด “มีตัวเล็กๆมาอยู่ที่เรือนก็ดี พ่อมันจะเป็นใครก็ชั่งหัวมันเถอะ อย่างน้อยก็มีคนให้รักเพิ่มขึ้นอีกคน!!” ฟากฝั่งคนที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นพ่อกำลังเท้าแขนลงกับอ่างล้างหน้าในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เขามาฝึกงาน “ไหวไหมวะ มึงเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วนะ” เพื่อนสามคนที่มาด้วยกันถามอย่างเป็นกังวลแต่เขาส่ายหน้า “กูโอเค พวกมึงไปทำงานเถอะ อยู่คนละแผนกเสือกมารวมตัวกันอยู่ได้ กูไม่เป็นไร” สุดท้ายก็กลับมายืนได้มั่นคง เขาเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนจนต้องไปหาหมอเพราะคิดว่าเป็นโรคร้าย แต่หมอกลับบอกว่าร่างกายเขาปกติทุกอย่าง “เห้อออ อยากกินน้ำปลาหวานฝีมือพายชิบ!!” พูดจบก็เดินออกไปทำงานต่อ ไม่ได้ตกตระกอนในความคิดว่าตอนนี้เขาบ่นถึงเธอคนนั้นบ่อยแค่ไหน “เป็นเอามาก คิดถึงเหมือนคนจะตายแต่บอกว่าไม่รัก!! โง่จริงๆ” 3เดือนผ่านไป ตอนนี้มนต์พระพายที่หอบท้องโตเข้าเดือนที่6กำลังนั่งจดบางอย่างลงสมุด ไม่ทันเห็นว่าตอนนี้ใครบางคนเดินมาข้างหลัง “พักบ้างเถอะแม่พาย ย่าเห็นเราตีไอ้เส้นๆนี่มาหลายวันแล้ว ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรสำคัญสักนิด” คนแก่ที่แอบเป็นห่วงหลานสาวเริ่มทนไม่ไหวเมื่อเห็นคนที่ถูกตนเองลงโทษทำงานหามรุ่งหามค่ำ หลังจากวันที่มาสารภาพกับนางพร้อมด้วยไปฝากท้อง ได้รับรู้ว่าหลานสาวท้องถึง3เดือนทำคนเป็นย่าแทบอยากหยิกให้เนื้อเขียว ไม่รู้ว่าก่อนนี้ใช้ชีวิตยังไง กินข้าวตรงเวลาหรือไม่ ถามไปถามมาได้ความว่า ปกติประจำเดือนเจ้าตัวมาไม่ตรงอยู่แล้ว คิดว่าอาจเครียดจนเลื่อนไปเรื่อยๆ ไม่ทันระวังว่าตนเองจะท้อง ดีที่พอเข้าเดือนที่5ได้เห็นอวัยวะครบส่วนของเจ้าเม็ดถั่วในพุง จึงวางใจลงหน่อยและหลังจากนั้นยามใดที่ไปตรวจครรภ์ผู้เป็นย่ามักตามไปดูด้วยตา ฟังด้วยหูของตนเองเสมอ “คุณย่า พายมีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณย่า จริงๆพายอยากรอให้คลอดก่อนแต่ใจพายมันร้อนจนทนไม่ไหว” หน้าตากึ่งกล้า กึ่งกลัวทำคนแก่ขมวดคิ้วแน่น “เรื่องหนักหนาแค่ไหนกันเชียวดูทำหน้าเข้า” โต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสำนักงานกลางไร่ที่หลานสาวให้คนมาต่อเติมจากเรือนกล้วยไม้ ถูกป้าเจียดที่ตามคุณย่ามนตรามาด้วยเลื่อนเก้าอี้ตรงข้ามหลานสาวออกให้ท่านได้นั่ง “พายแอบช่วยพี่ศจีทำบัญชีค่ะ” คำตอบของหลานสาวทำนางมนตราถอนหายใจ “แล้วยังไง จะทำตำแหน่งนี้แทนการทำการตลาดเหมือนที่ขอทำงั้นหรือไง” เมื่อหลานสาวยังคงมองมาที่ตนอย่างแน่วแน่ก็เริ่มอ่อนเสียงลง “ตรวจเช็คย้อนหลังไปกี่ปีหล่ะ” สมุดบัญชีเล่มใหญ่ที่วางเป็นตั้งทำเจ้าของไร่ตัดสินใจถาม “ย้อนหลังสิบปีค่ะ…คุณย่าไร่เราเป็นหนี้มากมายขนาดนั้น ทำไมไม่บอกพายคะ” ตั้งแต่ที่คนเป็นย่าลงโทษให้ทำงานหาเงินใช้เอง มนต์พระพายที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยศจีคนดูแลเอกสารและบัญชีรวมถึงการตลาดของไร่ได้ค้นพบบางอย่าง ไร่องุ่นมนต์ตราแห่งนี้ขาดทุนหนักมา5ปีเต็มๆ แต่ย่าของเธอไม่เคยค้างค่าแรงคนงาน จ่ายตรง และไม่ไล่ออกแม้แต่คนเดียว แบกภาระไว้มากมายจนตอนนี้ยอดหนี้พุ่งถึง10ล้านบาททีเดียว!! “บอกเราไปให้ทุกข์ใจทำไม เรามีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เงินพ่อแม่เราทิ้งไว้ให้จนจบออกมานอนอยู่ที่บ้านเฉยๆสิบปีก็ยังได้ จะมาสนใจเงินในไร่ย่าทำไมกัน” คนที่ตอบหลานสาวแต่เฉสายตาไปทางอื่นทำเธออ่อนใจ “นี่เป็นไร่ของเราค่ะ ของเราที่หมายถึงคุณย่า ป้าชาช่า และพาย อ๊ะๆ เรื่องนี้คือเรื่องจริงที่เราหยุดคิดไม่ได้ค่ะ และพายจะขอคุณย่าลงมาช่วยจัดการระบบใหม่ได้ไหมคะ” แววตาอ้อนวอนทำคนแก่ที่ไม่อยากเอ่ยถึงลูกชายคนโตต้องเบือนหน้าหนี พึบ “แม่พาย!!” เพราะหลานสาวลงไปคุกเข่าที่พื้นคนเป็นย่าจึงเรียกเสียงแข็งแต่เธอก็ไม่ลุก แถมยังแนบแก้มลงมาบนตักแทนการร้องขอ “ถึงพายจะเรียนไม่จบ แต่พายไม่ได้หยุดหาความรู้นะคะ พายยังดูวิธีดูแลองุ่น ยังดูผลิตภัณแปรรูปจากองุ่น คุณย่า…เราต้องยอมรับนะคะ แค่ขายให้พ่อค้าคนกลางมันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของคนงานในสวนจริงๆ” เธอกวาดตามองรอบไร่ที่มีต้นองุ่นมากมาย รวมถึงคนงานที่ดูแลมันอย่างดีแต่ยังขาดการบำรุงที่ทั่วถึง เพราะตอนนี้ในไร่เพียงใส่ปุ๋ยตามกำลัง ปุ๋ยจากธรรมชาตินั้นมีประโยชน์ แต่ต้องรับในปริมาณที่พอควร ตอนนี้ทั้งไร่ได้รับน้อยไปจริงๆ เพราะขีดจำกัดของค่าใช้จ่ายองุ่นถึงตกเกรดมากกว่าจะได้คุณภาพ “ย่าไม่อยาก…รบกวนเงินของใครเขา” ใครเขาที่ว่าคงไม่พ้นคุณป้าชาช่าของเธอ และคงรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรถึงพูดดักเอาไว่ก่อน “พายมีของล้ำค่าอยู่ในมือถึง3อย่าง 1คุณย่ากับคุณป้าและตัวน้อยในท้อง 2คือร้านสปาของพ่อกับแม่ 3 คือไร่องุ่นที่พ่อเคยเล่าให้พายฟังจนพายอ้อนจะมาหลายครั้ง คุณย่าจะให้พายปล่อยอะไรพายก็ทำให้คุณย่าได้ แต่ของล้ำค่า3อย่างนี้พายขอได้ไหมคะ ขอให้พายดูแลทุกอย่างให้ดี ให้คงอยู่กับพายนานที่สุด!!”เธอรู้ว่าผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับไปแล้วและผู้เป็นลุงที่ไม่กล้าสู้หน้าคุณย่าติดค้างอะไร คุณย่าที่แม้ปากแข็งตั้งปณิธานเอาไว้ว่าหากบุตรขายทั้งสองไม่ร้องขอก็จะไม่เอ่ยปากให้ช่วย คนในไร่นี้เล่าเป็นเสียงเดียวกันให้เธอฟังทุกคน มนต์พระพายตั้งใจไว้แล้วว่า ข้อผิดพลาดตรงนี้เธอจะรับหน้าที่แก้ไขเอง“เจียดพรุ่งนี้โทรตามทนายชานนมาพบฉันหน่อย” หลังจากหลานสาวขอตัวไปจับเด็กอ้วนอาบน้ำ คุณมนตราหันไปบอกแม่บ้านประจำตัวทันทีทนายที่เป็นทนายความของลูกชายคนเล็กคือคนที่คุณมนตราเลือกมาจัดการอะไรหลายอย่างให้เรียบร้อย ต่อให้หลานสาวไม่พูดก็รู้ดีว่าตัวเองมีเวลาไม่มาก“ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง ปลาก็จ้องแลมองเพราะในคลองมีหอยปูปลา”“คิก คิก” ฟองน้ำเป็ดสีเหลืองอันเล็กถูกจุ่มลงในน้ำก่อนจะพองตัวดูดซับน้ำจนเต็มอิ่ม จากนั้นผู้เป็นแม่ก็บีบน้ำใส่มือน้อยๆที่แบรับอย่างเช่นทุกครั้งที่อาบด้วยกัน“เปะ เปะ” เสียงเรียกเป็ดที่ไม่ชัดนักทำคนเป็นแม่ยิ้มขำ“เดือนหน้า1ขวบแล้ว ต้องหัดเป่าเค้กนะ” ฟู่ว ฟู่ว ฟองสบู่ถูกสองมือของมนต์พระพายอุ้มขึ้นมาจากน้ำพร้อมเป่าให้บุตรสาวดู เด็กหญิงพรพระจันทร์มองมารดาเพียงครู่ก็ทำตาม ฟู่ว ฟู่ว“เก่งจังเลยยย
และมันเป็นแบบนั้น…ไม่ว่าเธอตะเขียนอะไร เช้าวันถัดมามักจะได้ตามต้องการ คราแีกเริ่มก็ขอของเล่น โตมาหน่อยก็เป็นตุ๊กตาตามภาษาเด็กผู้หญิง แต่หลังจากเสียพวกท่านไป เธอขอพรให้ได้เจอพวกท่านอีก แต่ไม่เป็นผล เขียนไปทุกวันก็ยังเงียบสนิท จนกระทั่งคุณย่ามาเห็นจึงสอบถามหลานสาว เมื่อเธอเล่าทุกอย่าง ท่านกอดปลอบและบอกว่า พ่อกับแม่ส่งย่าให้มาดูแลเธอแทน เมื่อเริ่มโตขึ้นเริ่มเข้าใจ เธอหยุดเขียนขอพรพระจันทร์ไปนานแล้ว จนกระทั่งตั้งครรภ์เป็นหนูน้อยจันทร์เจ้า เธอขอพรพระจันทร์ทุกคืนให้ลูกแข็งแรง และเธอสมหวัง…“ไว้พายออกจากโรงพยาบาลคุณย่าไปแจ้งเกิดให้จันทร์เจ้ากับพายนะคะ” เธอรู้ว่าแม้จะเกิดความสงสัยมากมายกับบ้านจิรากร แต่หากพวกเขาเห็นสายตาร้องขอของเธอ เธอคิดว่าพวกท่านคงเข้าใจ มนต์พระพายไม่คิดปิดบัง เธอย้ายบ้านหนีเขาไม่ได้ จะหลบไปอยู่ที่อื่นเธอก็มีคุณย่าและคนงานในสวนให้ต้องดูแล สักวันนึงหากเขากลับมาและไม่โง่จนดูไม่ออกอย่างไรเขาก็รู้ว่าจันทร์เจ้าเป็นลูกของเขา แต่เธอมีทางออกเรื่องนี้ไว้แล้ว…จากเดือนเลื่อนเป็นปี ตอนนี้มนต์พระพายขยายสวนองุ่นได้เริ่มลงตัว ตั้งแต่ที่เธอโทรสารภาพกับผู้เป็นป้าว่าตั้งท้องโดยไร้พ่อเด็ก
“นี่เป็นสัญญาเก่าที่ลุงเซ็นต์กับคุณมนตรา แต่หากหนูพายบอกว่าสัญญาฝั่งหนูพายหาไม่เจอ ลุงยินดีจะทำสัญญาขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ตั้งใจคุยกับท่านหลายหนแต่ท่านบ่ายเบี่ยงตลอด” เธอกวาดตามองสัญญากู้ยืมที่เที่ยงธรรมที่สุด เพราะคนบ้านจิรากรคิดดอกเบี้ยตามกฏหมายกำหนดทุกประการ เธอไม่กลัวพวกเขาโกง แต่อยากปรับแผนการชำระหนี้ใหม่มากกว่า“พายไม่กลัวว่าคุณลุงคุณป้าจะเอาเปรียบคุณย่าหรอกค่ะ แต่ที่พายมาวันนี้ พายอยากจะคุยเรื่องแบ่งชำระ วันนี้พายตั้งใจนำเงินต้นมาคืน1ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยค่ะ อยากเปลี่ยนสัญญาเป็นยอด9ล้านบาท เอาอัตราดอกเบี้ยที่คุณลุงคุณป้าสะดวก และจากนี้พายจะนำเงินต้นมาคืนในแต่ละเดือน เดือนละ3แสนบาท พายอยากให้เขียนลงในสัญญาด้วยค่ะ” เธอสบตาพวกท่านทั้งสองอย่างเกรงใจ“คือว่าพายไม่ได้จะเรื่องมากนะคะ แต่เพราะว่าระบบบัญชีต้องทำใหม่ พายอยากจัดการเป็นงวดๆไป ลดต้น ลดดอก เพื่อตรวจตราค่าใช้จ่ายให้ได้ครอบคลุมที่สุดค่ะ” คุณปานฤทัยจับมือเธอมาบีบด้วยความเข้าใจ“ป้าไม่เร่งรัดเอาเงินต้นคืน ตั้งใจว่าสัญญาใหม่จะไม่เขียนดอกลงไปด้วยซ้ำ ตั้งแต่หนูพายโทรแจ้งป้าเรื่องสัญญาหาย ป้าว่า…” “ไม่ได้ค่ะ ดอกยังคงมีเหมือนเดิมค่ะ อ
คำพูดของหลานสาวคนเดียวทำคนเป็นย่าน้ำตารื่น ก่อนจะมองมือบอบบางที่เอื้อมมาที่จับมือพร้อมอ้อนวอนนางทางสายตา“เอาไงก็เอากัน ย่าเองก็แก่แล้ว การจัดการก็ย่อมโบราณตามกาลเวลา ย่าอนุญาตให้พายจัดระบบ ระเบียบในสวนใหม่” คำพูดนั้นทำมนต์พระพายฉีกยิ้มทั้งน้ำตา“หนี้สิบล้านพายจะปลดมันให้ได้ด้วยสองมือของพาย คุณย่าแค่นั่งให้กำลังใจพายก็พอค่ะ” แค่นึกถึงว่าใครเป็นเจ้าหนี้เธอก็อยากขายทรัพย์สมบัติที่มีไปชดใช้เสียให้หมด คนบ้าน“จิรากร” คือสิ่งเดียวที่เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เพราะการเริ่มฟื้นฟูสวนองุ่นนี้ต้องใช้เงินมหาศาล เธอจำใจต้องกลืนความต้องการตัวเองลงไป…อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ไม่อยู่อีกหลายปีพอให้เธอได้ทำใจ…“ป้าฤทัยของเราหน่ะเขาไม่เร่งร้อนเรื่องหนี้สิน ดอกเบี้ยย่าก็ให้เขาไม่เคยขาด แต่ว่า…สัญญาของทางเราย่าหาไม่เจอจริงๆ ว่าจะไปขอก็เห็นว่าทางนั้นเขายุ่งๆกับการขยายรีสอร์ท” คำว่า ”ป้าฤทัยของเราหน่ะ“ มันเจ็บจี๊ดอย่าบอกใครเชียว เมื่อตอนนี้เจ้าหนี้ของสวนองุ่นมนตราคือแม่ของบิดาเจ้าหนูในท้อง!! นี่สินะ ยิ่งหนียิ่งเจอ…คำพูดของคุณมนตราทำเธอหนักใจ แต่ไม่อยากแสดงสีหน้ากังวลออกมา“ยังไงเราก็ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษอัก
เช้าที่รู้สึกดีมากกว่าทุกวันที่ผ่านๆมา เพราะความหนักอึ้งในใจได้เบาบางลง มนต์พระพายที่อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่7โมงเช้ารีบเข้าครัวช่วยป้าเจียดเตรียมอาหาร“ไม่เวียนหัว ไม่อ้วก ไม่อยากกินอะไรพิเศษเลยหรอคะ” ร่างบางส่ายหัว แน่นอนว่าเธอไม่มีอาการอะไรเลยกินได้ปกติ เหมือนคนไม่ตั้งครรภ์เลย หากไม่ใช่ว่าที่ตรวจครรภ์นับ10อันมันยืนยันด้วยขีดเข้มสองขีดเธอคงคิดว่าตัวเองเครียดจนประจำเดือนเลื่อน“โถว่รักคุณแม่น่าดูเลยนะคะคุณหนูน้อยเนี่ย” เธออมยิ้มที่ลูกใจดีกับเธออย่างที่แม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าเจียดพูด “แบบนี้เหมือนกับว่าลูกรักพายใช่ไหมคะ” เธอเตรียมเด็ดกะเพรารีบถามอย่างตื่นเต้น“ค่ะ รักมากๆเชียวแหละ แต่หากอีกฝั่งเขาอ้วกหรือวิงเวียนแทนแสดงว่า อุ้ย!!” คนที่เผลอพูดถึงคนในความลับรีบเอามือขึ้นปิดปาก แววตาไหววูบของหญิงสาวทำป้าเจียดใจเสีย ก่อนเธอจะฉีกยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอไม่เป็นไร“หากเขาอ้วกหรือวิงเวียนแปลว่าลูกเกลียดเขาใช่ไหมคะ? สาาาาาธุ” สองมือบางยกขึ้นประนมเหนือหัว เพราะก่อนที่จะห่างเหินเขาบ่นบ่อยๆว่าเวียนหัวจนเรียนไม่รู้เรื่องพาลให้หงุดหงิด สมน้ำหน้า!! แม้หน้าตาแม่บ้านจะไม่ได้บอกเช่นนั้น แต่เธอคิดไปเองเรียบร้
“คุณป้า” ทำทีที่กดรับเสียงสะอื้นไห้ที่กลั้นไว้กลับแสดงออกจนปลายสายตกใจ“ร้องไห้ทำไมคะ โดนดุหรอลูก ไม่เป็นไร คุณย่าให้ออกมาไหมป้าจะส่งคนไปรับ” ออกมาไหมนั่นเลี่ยงมาจากคำว่าไล่ออกจากบ้านไหม แต่มันสะเทือนใจเกินกว่าจะใช้คำนั้น เสียงทอดอ่อนทำหลานสาวสะอื้อฮัก“คุณย่าไม่ให้ออกค่ะ คุณย่า…ให้พายรับผิดชอบชีวิตลูกทุกอย่าง” มนต์พระพายพูดถึงข้อตกลงที่ผู้เป็นย่าบอกจนทำให้ปลายสายเช็ดน้ำตาปอยๆ“คุณย่ายังรู้สึกผิดกับพ่อแม่หนู ป้าจะไม่ถามถึงต้นสายปลายเหตุแค่พิมพ์มาป้าเข้าใจทั้งหมด แต่เรามีกันและกันนะลูก หนูมีป้า มีคุณย่า และเรากำลังจะมีดวงใจเพิ่มอีกดวง ทุกอย่างที่ป้าเตรียมไว้ให้หนูก็ยังให้เหมือนเดิม ไม่มีคำว่าผิดหวังในตัวหนูแน่นอน” ความรักที่เธอได้มันมาจนล้น ในวันวานเคยคิดว่าเธอก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย ไม่กล้าเล่าความกลัวให้ใครฟัง แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอมีปัญหา คนในบ้านกลับสอนให้เธอเข้มแข็ง โอบกอดด้วยความรู้สึกรักจริงๆ หวังดีจริงๆจนเธอเจ็บไปหมด เจ็บที่วันวานเหตุใดจึงเอาใจไปรักคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวกัน“ป้าชาช่า ป้าคิดว่าพายจะฟื้นฟูสวนองุ่นให้ดีขึ้นได้ไหมคะ” ภาพที่ผู้เป็นย่าเ







