LOGINเสียงทุ้มกระแทกแดกดันที่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงครึกครื้นเรียกสายตาคู่สวยให้หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ในมือยังถือแก้วไวน์
“สวัสดีค่ะ” สายขิมยกมือไหว้ตามมารยาทแล้วหันกลับมาจัดการจานชามตรงหน้า ไม่ได้ปล่อยให้พี่ ๆ ป้า ๆ ทำกันแล้วตัวเองนั่งสบายเป็นเจ้าของบ้าน
ในใจพลางคิดว่าลมอะไรกันนะถึงพัดธนนท์ให้เดินไกลมาจนถึงปีกตึกฝั่งนี้ได้
“ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน” การกระทำเมินเฉยต่อเขาของหญิงสาวกลับทำให้คนที่เริ่มเมานึกหมั่นไส้
ยกมือไหว้เขาแต่กลับไม่หันมาสบตากันด้วยซ้ำ ปล่อยผ่านทุกคำพูดกระแทกแดกดัน ราวกับเขาเป็นอากาศธาตุที่เธอไม่จำเป็นต้องใส่ใจนัก
จานชามพวกนั้นมันน่ามองกว่าหน้าเขาหรืออย่างไร
“จองหอง”
“...” สายขิมยังมีอารมณ์ยกแก้วดื่มน้ำ แต่แต่ตอนที่วางก้นแก้วกลับกระแทกเสียงดังปัง
เธอรวบแก้วน้ำและจานอาหารของตัวเองได้แล้วลุกขึ้นเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไป จุดหมายคือห้องครัว โดยไม่คิดสนใจจะต่อปากต่อคำ
“สายขิม!”
“อ๊ะ!”
เพล้ง!
“ว๊าย!” ป้าน้อยกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อสายขิมโดนมือหนากระชากแขนจนเสียหลัก ร่างเล็กเซจนหน้าเกือบคะมำ แถมจานชามแก้วน้ำยังร่วงลงแตกกระจาย
“ทำอะไรของคุณ!” หญิงสาวเผลอแหวใส่เจ้าของบ้าน การกระทำหยาบคายของเขาทำเธอลืมมารยาทที่ผู้อาหารพึงกระทำไปชั่วขณะ
“ฉันพูดด้วย ไม่ได้ยินหรือไง!”
“อ้อ นั่นคำพูดของคนเหรอคะ คิดว่าเสียงหมาหอน”
“สายขิม!”
“ค่า! เรียกทำไมค๊า!” เขาจะต่อว่าด่าทออะไรก็ตามเธอทนได้ ก็แค่ไม่ให้ค่าให้ราคาแล้วทำเป็นลมผ่านหูไป
แต่หากมีการถึงเนื้อถึงตัวหรืออาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นเธอรับไม่ได้และจะไม่ทนเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแน่ เธอไม่ผิดจะไปยอมทำไมล่ะ
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
“เป็นบ้าก็ไปหายากินสิคะ จะมายุ่งกับขิมทำไม... อ๊ะ!”
“ปากเธอนี่นะ” ธนนท์คว้ากรามเล็กของสายขิมเข้าให้ มือหนาดังคีมเหล็กบีบคั้นตามแรงอารมณ์ โกรธที่เธอหาว่าเขาเป็นหมา โกรธที่เธอกล้าต่อปากต่อคำ และโกรธที่เธอจองหองมองข้ามหัวกัน
“อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม”
“อ๊ะ!”
“คุณทิมอย่านะคะ” ป้าน้อยรีบเข้ามาปราม กลัวว่าธนนท์จะลงมือลงไม้กับสายขิม
“ไสหัวไป!” ชายหนุ่มตะหวาดลั่น ทำเอาคนรับใช้ตัวสั่นไม่กล้าเข้าห้าม ป้าน้อยที่เป็นคนเก่าแก่และเคยเลี้ยงธนนท์มากับมือยังแทบไม่กล้าเข้าใกล้ หากทว่าก็ยังเป็นห่วงสายขิมอยู่ดี ถึงไม่ยอมไปไหน
คนที่อารมณืร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเวลาเมามันพลาดพลั้งทำร้ายกันได้ง่าย ๆ
สายขิมปัดมือแกร่งทิ้งจนตัวเองก็หน้าหันไปตามแรง แต่เธอเลือกที่จะหันมาเตือนแม่บ้านก่อนเลือกใส่ใจความเจ็บของตัวเอง
“ป้าน้อยกลับเข้าห้องไปก่อนเถอะค่ะ”
“แต่...”
“ขิมรับมือไหว”
“เหอะ!” ธนนท์แทบขำกลิ้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น
‘รับมือไหว?’
“คนอย่างเธอเนี่ยนะ จะมีปัญญาสู้อะไรฉันได้” เขากอดอกแล้วมองสายขิมหัวจรดเท้า
“ตัวเท่าลูกหมา”
“ถ้าเรื่องพละกำลังก็ใช่ค่ะ ขิมไม่มีทางสู้คุณไม่ได้ แต่ถ้าเป็นมันสมองกับวุฒิภาวะและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ล่ะก็... ขิมชนะขาด”
“ปากดี” ธนนท์ถึงกับมุมปากกระตุก เขามองหญิงสาวด้วยนัยน์ตามืดดำ หากทว่าคำพูดบางอย่างก็ทำให้เขาหยุดทำอะไรเกินกว่าเหตุไปได้
“ไสหัวไปซะ!”
หึ! ไปอยู่แล้วไม่ต้องไล่ย่ะ ใครจะอยากอยู่ใกล้คนบ้า! สายขิมตะโกนประโยคนี้ในใจ
ไม่ต้องรอให้เขาไล่ซ้ำเธอก็รีบจ้ำอ้าวพาตัวเองเดินกลับเข้าห้องส่วนตัวไป ทิ้งชายหนุ่มร่างใหญ่ไว้คนเดียว
.
.
และแล้ววันสุดท้ายของการสอบก็มาถึง สายขิมสอบเสร็จตั้งแต่ช่วงเช้าเนื่องจากสอบแค่วิชาเดียว วิชาสุดท้าย
ช่วงบ่ายเธอจึงมาห้างกับเพื่อนสนิทเพราะตกลงกันไว้ว่าจะมากินปิ้งย่างเกาหลีฉลองให้หนำใจ
“ช่วงอ่านหนังสือสอบฉันแทบกินอะไรไม่ลงเลยแก วันนี้ขอยัดห่าหน่อยเถอะ เอาให้ฉ่ำ” คนบอกช่วงสอบกินอะไรไม่ได้เพราะเครียดกำลังหยิบปูดองเข้าปากแล้วทำสีหน้าราวกับอร่อยจนแสงออกปาก
“อ๊า... โออิชิ!”
“นั่นภาษาญี่ปุ่นค่ะอีบ้า” ปิงลี่ด่า
“อ่อ ลืม ๆ งั้นเอาใหม่นะ” เอาใหม่อีกทีนะ เธอพูดแล้วกินปูดองใหม่อีกทีก่อนจะร้องออกมา “อ๊า... มาชิซอโย…!”
“อายคนมากอีฝน” ปิงลี่มองซ้ายขวาแล้วทำท่าจะเอาหน้ามุดใต้โต๊ะ
“จ้า... กินอะไรไม่ลงเนอะ งั้นก็กินเยอะ ๆ แล้วเลี้ยงด้วยนะคะ” สายขิมเอ่ยติดขำ มองเพื่อนรักแล้วเธอหัวเราะได้ทุกครั้ง
“โอ้ยสบายมาก วันนี้ทำข้อสอบได้แบบมั่นใจมาก ๆ ถือว่าแทนคำขอบคุณที่ขิมมันติวให้ละกัน ฉันเลี้ยงเอง” น้ำฝนรับปากอย่างว่าง่าย
“ไม่เอาเราพูดเล่น” สายขิมโบกมืออย่างตกใจ เธอแค่พูดเล่นก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะเลี้ยงจริง “หารกันเหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้วแก”
“แต่ฉันอยากเลี้ยงพวกแกอะ ฉันกินเยอะสุดเลยเนี่ย”
“งั้นเดิมพันต้องเพิ่ม เป็นเงินอีกสิบล้าน เพราะถือว่าใจมึงกาก”“ไอ้เหี้ย เรื่องไรล่ะ” ดีนคัดค้าน เพราะลำพังที่ดินย่านสาทรที่เขาเผลอลั่นปากเอาเป็นเดิมพัน เห็นแปลงเล็ก ๆ เท่าหนูดิ้นตายเพียงไม่ถึง 25 ตารางวาแค่นั้นก็มูลค่าปาไปเกือบ 60 ล้านแล้ว“กติกาสากลเขาไม่ทำกัน มึงใจกาก” ปริญเสริมทัพ“ที่ดินราคาเกือบหกสิบล้านมึงยังไม่พอใจอีกเหรอไอ้สัส!”“นั่นมึงเสนอมาเอง กูไม่ได้เรียกร้องด้วยซ้ำ”“พอ ๆ ไม่ต้องแข่งหรอก แม่งใจโคตรกาก” ธนนท์และปริญทับทมกัน และนั่นทำเอาดีนลั่นปากรีบตอบรับ“เออ! กูนั่ง” เป็น Co-driver ก็ดีกว่าขับเองก็แล้วกัน และเขามั่นใจมากว่านักแข่งฟอมูล่าวันที่จ้างมาจะชนะธนนท์ได้ไอ้เวรนี่มันติดคุกตั้งนาน ห่างหายไปจากวงการเป็นปี ๆ เพิ่งได้กลับมาจับพวงมาลัยอีกครั้งก็วันนี้ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางเอาชนะคนที่เพิ่งได้แชมป์มาได้“งั้นก็ดิล”“เดี๋ยวสิ” ดีนรีบขัด “แล้วเดิมพันของมึงล่ะ”“มึงอยากได้อะไร”“อืม...” ดีนเกาคางอย่างคนครุ่นคิด หากนัยน์ตากลับเป็นประกายเจ้าเล่ห์เหมือนไฮยีน่าที่กำลังจ้องจะงาบกระต่ายน้อยในกรงเล็บของเสือร้ายเวลาเผลอ“รถคันนั้น” เขาชี้ไปยังรถของธนนท์ที่จอดอยู่ไกล ๆ แต่มูลค่ารถ
การที่ธนนท์เดินหลบกองขี้หมาที่ขวางทางก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลัวมัน แต่หมายถึงการไม่อยากไปเกลือกกลั้วกับสิ่งปฏิกูลให้กลิ่นมันติดส้นตีนต่างหาก“ปากเก่งเหมือนเดิมเลยนะมึง”ธนนท์ไม่ต่อปากต่อคำ เขาทำเพียงค่อย ๆ ก้าวไปตรงหน้าดีนก็เท่านั้น ร่างสูงใหญ่กว่าอีกฝ่ายเมื่อยืนประจันหน้ากันทำให้เห็นความแตกต่างที่อีกฝ่ายต้องแหงนขึ้นมองออร่าความมืดดำเมื่อโดนธนนท์จับจ้องทำเอาคนใจปอดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหากแต่ความมั่นใจว่าธนนท์ไม่กล้ากระทืบกันเพราะมันยังติดคดีมีชนักติดหลังทำดีนนึกอยากปากเก่งขึ้นมาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเคยใจกล้าพอจะทำ“ถ้าเก่งนักมึงมาแข่งกับกูหน่อยไหม”“เห็นกูว่างมาเล่นกับมึงขนาดนั้น?”“กากนี่หว่า ติดคุกไปกลับมาใจกากเฉย” คนด่าว่ากากกลับถอยหลังไปสองก้าวแล้วเอ่ยท้าทาย“ไอ้สัส!” ธนนท์ที่ทนให้อีกฝ่ายเหยียดหยามกันไม่ไหวก็ดึงคอเสื้อจนดีนตัวปลิวเข้ามาใกล้แล้วกำลังจะสาวหมัดใส่“เฮ้ย ๆ ๆ” เพื่อนของเขารีบเข้ามาห้าม“เฮียใจเย็น”“ใจเย็นมึง” ปริญเข้ามาปราม ร่างสูงยืนขวางระหว่างทั้งสองคน ส่วนลีโอกับเจเดนเตรียมถกแขนเสื้อเข้าไปเอาเรื่องดีนแทนเพื่อนให้“มึงกล้าเข้ามามีปัญหาในถิ่นกูจริงเหรอไอ้
“มีเรื่องอะไรกันวะเฮีย!”“เฮ้! พวกมึงเป็นห่าอะไรกัน” เป็นเจเดนและลีโอที่รีบตามมาห้าม ทั้งคู่วนรถกลับมาที่ตัวอาคารตั้งแต่ได้ยินเสียงรถของธนนท์ชนสลั่นเพราะคิดว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุเสียหลักแต่ที่ไหนได้...“ใจเย็นก่อนดิวะ เพิ่งกลับมารวมตัวมึงก็จะบวกกันซะแล้วไอ้ห่า” เจเดนเข้ามายืนขวาง แขนล่ำสองข้างยกขึ้นผลักอกเพื่อนทั้งสอง ส่วนรุ่นน้องเพียงคนเดียวในกลุ่มอย่างลีโอก็ช่วยปรามฝั่งธนนท์ไว้เพราะมีแต่ธนนท์ที่ดูเดือดดาลจนแทบจะสาวหมัดใส่เพื่อนได้ตลอดเวลา ส่วนปริญที่มีสติกว่าทำเพียงแค่ยียวนกวนส้นตี ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยตีกับเพื่อนแต่อย่างได“หวงเหรอมึง” ปริญยิ้มยียวน“หวงห่าไร!”“แล้วที่มึงกำลังแสดงออกอยู่นี่คือ?”ธนนท์ชะงักไปเพียงชั่วครู่ หากก็สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของลีโอจนหลุด “ปล่อยกู!”เขายังยืนยันจะพาสายขิมกลับ หากทันใดนั้นก็ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามา“วู้ว... สนุกจังเลยว่ะ” เสียงยียวนกวนบาทามาพร้อมกับเสียงปรบมือแปะ ๆ ราวกัลป์กำลังมีเรื่องสนุกให้รับชมธนนท์ที่หันไปเห็นว่าชายฉกรรจ์ที่เข้ามากันเป็นฝูงนั่นเป็นใครก็ยิ่งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ธนนท์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นปรปักษ์อย่างไม่ปกปิด
“คุณคนนี้!”“อือ เมียพี่เอง”“เชี่ย! อุ๊บส์” หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากก่อนที่จะสบถคำหยาบคายออกมา“ตกใจอะไรฮะ” ปริญขำ มือนายกขึ้นยี่หัวทุยจนผมยุ่งให้กับท่าทางโอเวอร์แอ็คติ้งพวกนั้น“พี่ปริ๊นเด็ดดอกฟ้าเลยเหรอเนี่ย นี่มันดาราดังเลยนะ ในโซเชียลกำลังดังมาก ขิมติดติดตามอยู่คนนี้โคตรน่ารัก”ฟังคำจากปากของสายขิมแล้วปริญก็ชูคออย่างอัตโนมัติ อยู่ ๆ หลังก็ตรงไหล่ก็ตั้ง“เด็ดดอกฟ้าอะไรล่ะ พูดซะเหมือนพี่เป็นหมาวัดเลยยายขิม เค้าเรียกว่าคู่สร้างคู่สม กิ่งทองใบหยกต่างหาก”“แต่คนนี้สนิทกับคุณพายแฟนพี่อาทิตย์ด้วยนี่คะ” หญิงสาวถาม อาทิตย์ หยาง คือหนุ่มหล่อไฮโซเพื่อนสนิทของพี่ลีโอ สายขิมรู้จัก ส่วนพายหรือพัชชาก็สนิทกันกับคนแก๊งนี้ พวกชนชั้นสูงเขาก็รู้จักกันทั้งนั้น“เธอรู้จักหมดทั้งวงการแล้วมั้ง” ปริญหัวเราะขบขัน“เรื่องชาวบ้านขิมเก่งมาก” สายขิมตอบรับ ทั้งที่ความจริงเธอไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะอยากทำงานในวงการต่างหากเธอจึงสนใจเรื่องคนดังเป็นพิเศษเพื่อหาลู่ทาง“ไอ้ทิตย์มันติดเมีย ส่วนพายก็บ้างาน” ปริญเอ่ยถึงเพื่อนอีกคนพี่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นานกับคนรักที่เขาเองก็เคยหลงเธอหัวปักหั
“มันบ้า” ปริญสายหน้าก่อนจะลุกขึ้นมาหย่อนกายนั่งใกล้กับสายขิม“คุณปริ๊นมานั่งตรงนี้เดี๋ยวขิมก็ซวยอีก”“ก็รู้อยู่ว่าปากมันหมา อย่าเก็บเอามาใส่ใจมากปวดหัวตายห่า ไอ้ทิมมันก็ดีแต่ปากนั่นแหละ ปากดี ปากไม่ตรงกับใจ” ปริญว่า“แล้วนี่ไม่เรียกพี่ว่าพี่แล้วเหรอ หืม” ปริญกลั้วขำพรางสายหน้า เพื่อนเขาก็บ้าส่วนใหญ่เด็กสายขิมนี่ก็ขี้น้อยใจ เวลาผ่านไปก็โตกันแต่ตัวสินะ นิสัยไม่เห็นจะเปลี่ยนกันเท่าไหร่เลย“ยังเรียกได้อยู่เหรอคะ คุณทิมจะไม่ว่าขิมอีกใช่ไหม” สายขิมนั่งหน้างอ เธอเริ่มผ่อนคลายคำพูดจาและการวางตัวเมื่อเห็นว่าปริญยังใจดีกับเธอไม่เปลี่ยน อย่างน้อยตอนนี้ ณ ขณะนี้ธนนท์ก็ไม่อยู่ตำหนิเธอได้“นี่มันชื่อพี่ พี่จะให้ขิมเรียกพี่ว่าไอ้ปริ๊นยังได้เลย” ปริ๊นแสร้งพูดให้หญิงสาวหัวเราะได้ เห็นความเศร้าในแววตาของสายขิมแล้วปริญเผลอหวนคิดถึงหน้าผู้หญิงอีกคน คนที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจนึกถึงหญิงสาวคนนั้นแล้วเขาก็รู้สึกราวกับมีก้อนแข็ง ๆ อัดอยู่กลางอก ลำคอตีบตัน จิตสำนึกด้านดีดันมาเปิดระบบทำงานเอาตอนนี้เสียอย่างนั้น“ตลกแล้วค่ะพี่ปริ๊น เรียกแบบนั้นขิมก็บาปตายชัก” สายขิมหันมาค้อนใส่ปริญ แต่ใบหน้าสวยกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยย
“How are You. หายไปไหนมาตั้งนาน” เจเดนทักทายไทยคำอังกฤษคำตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งที่พูดไทยไม่ค่อยเก่งนัก สังคมเพื่อนฝูงก็พูดภาษาอังกฤษกันเป็นหลัก“สบายดีค่ะ” สายขิมยิ้มตอบเพียงสั้น ๆ และด้วยรอยยิ้มละมุนของหนุ่มผมบลอนทำเธอมองแล้วต้องยิ้มตามอย่างอดไม่ไหวแบบนี้สิถึงจะเรียกได้ว่าพระเจ้าปั้นที่แท้ทรู เทพเจ้ากรีกที่เขาว่ากันเป็นแบบนี้ใช่ไหม“รำคาญ!”เสียงทุ้มบ่นพลางกระแทกหมวกกันน็อกปึงปังดังขึ้นจากด้านหลัง สายขิมไม่คิดจะหันไปมองคนนิสัยไม่ดี เอะอะอะไรก็ใช้กำลัง มีเพียงสามหนุ่มที่ปล่อยขำ“หัวเราะห่าไรไอ้สัส” ธนนท์พาลด่าลีโอที่เสียงขำดังที่สุดแล้วตวัดสายตามาดุสายขิม“เธอก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มเอ่ยลอดไรฟันในตอนที่ทั้งลีโอและเจเดนหันไปสนใจดูเครื่องรถที่เพิ่งวางใหม่ ส่วนปริญตอนนี้มัวแต่หันไปสนใจมือถือ“อะไรคะ ขิมทำผิดอะไรอีก” ธนนท์คงกำลังว่าเธอว่าพูดมากกระมัง แล้วจะบังคับมาด้วยทำไมไม่ทราบ!“ฉันให้เธอมาคอยรับใช้ ไม่ได้ให้มาคอยอ่อยผู้ชาย”“ถ้ากลัวขิมอ่อยเพื่อนคุณทิมแล้วจะลากมาด้วยทำไมตั้งแต่แรก” สายขิมเถียงกลับ ลำพังกระเป๋าใบนั้น คนตัวแรงเยอะอย่างเขาสามารถหิ้วได้สบายมากดัมเบลที่เขายกตอนออกกำลังกายยังห
“คุณออกมาไกลขนาดนี้ได้ด้วยเหรอ” สายขิมที่นั่งนิ่งเงียบเปาเป่าสากมาตลอดเส้นทางเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าธนนท์เริ่มขับออกจากบ้านมาไกลกว่าที่คิดไว้ตอนไปเที่ยวคืนนั้นเจอเขาก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะร้านที่ไปดื่มอยู่ไม่ห่างจากบ้านมากเขาเหลือบมามองหางตาหากก็ไม่ได้ตอบอะไร จากนั้นก็หมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอย“เ
ห้องอาหารที่เขาหมายถึงเป็นห้องรับประทานอาหารฝั่งปีกตึกที่เขาอยู่และที่นั้นมักจะไม่มีใครไปวุ่นวาย หลายปีหลังมีเพียงธนนท์ใช้คนเดียวเท่านั้นแล้วดูนะแค่เรื่องกินข้าวยังจะบังคับกัน!เธอไม่หิว!ป้าน้อยบอกจะให้คนเอาข้าวมาให้เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ออกไปไหนเด็ดขาด!เขาเอามือถือเธอไปเพิ่มบัญชีติดต่อของเขาทุกช่
“จะออกไปทั้งสภาพแบบนั้นก็ตามใจ” เขาหันกลับไปทิ้งตัวลงนอนกระดิกเท้าเป่าปากฮัมเพลงอยู่บนเตียง พลางกดรีโมทเลื่อนเลือกเพลงไป ส่วนเครื่องมือสื่อสารของหญิงสาวเขาตั้งใจวางไว้บนแผงหน้าท้องเป็นลอน 8 ก้อนนั่น“คุณมันประสาท!”เขามันเอาแต่ใจ นิสัยไม่ดีและบ้าอำนาจ ประสาทตั้งแต่เด็กจนโต ท่าทางแก่ตายก็รักษาไม่หาย
[แล้วจะกลับตอนไหนคะ ถ้าคุณขวัญถามล่ะคะจะให้ป้าตอบว่ายังไง]ลำพังเรื่องเป็นห่วงสายขิมคงไม่มีอะไรมากเพราะชื่อมั่นว่าหญิงสาวคงดูแลตัวเองได้และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นอันตรายไปง่าย ๆ ไหนจะเพื่อนจะฝูงที่สนิทกันมีหลายคนอีกป้าน้อยจึงไม่กลัวเท่าไหร่ แต่เรื่องขวัญจิรานี่สิที่ป้าน้อยหนักใจ“เดี๋ยวขิมโทรหาแม่เอ







