LOGIN“ก็บอกว่าไม่เอาไง”
“มึงรวยเหรอฝน” ปิงลี่ถาม “งั้นเลี้ยงกูบ้าง ขี้เกียจทำงาน”
“กูแค่จะเลี้ยงข้าวมื้อนึงจ้ะ ไม่ได้จะเอาภาระ” สามสาวเถียงกัน เป็นการเถียงจนจิกกัน มีทั้งเสียงหัวเราะขำและเสียงด่าสลับกันอย่างสนุกสนาน หากไม่นานก็มีเสียงทุ้มละมุนจากชายหนุ่มบางคนแทรกดัง
“งั้นพี่ขอเลี้ยงเองนะครับ”
เสียงนั้นเรียกสายตาของทั้งสามสาวให้หันไปมองได้ไม่ยาก แล้วทั้งหมดก็ต้องแย้มยิ้มกว้าง
“พี่นพ มาได้ยังไงคะเนี่ย” สายขิมเบิกตาเมื่อเห็นว่าเป็นนพวิทย์
“ไม่ทำงานเหรอคะ”
“ทำค่ะ แต่ได้ข่าวว่ามีเด็กมาแอบกินปิ้งย่างเลี้ยงฉลองสอบเสร็จ พี่เลยแอบโดดงานมาช่วงบ่าย กะว่าจะมาขอความอนุเคราะห์เป็นเจ้ามือให้เด็กซะหน่อย” นพวิทย์เอ่ยพลางนั่งลงข้างสายขิมเพราะน้ำฝนที่นั่งข้างสายขิมตั้งแต่ต้นลุกขึ้นและย้ายไปนั่งฝั่งปิงลี่อย่างรู้ใจ
“ยินดีมากเลยค่ะพี่นพ” คนจะเป็นเจ้ามือมาพูดว่าอยากขอความอนุเคราะห์ มันใช่เหรอ ใครเขาใช้คำนี้กัน สายฝนแอบขำ
“ขอบพระคุณคุณพี่นะคะที่วันนี้เป็นเกียรติมาเป็นเจ้ามือให้ ปิงลี่จะยอมให้โอกาสค่ะ” ทั้งปิงลี่และน้ำฝนต่างพร้อมใจยกมือไหว้อย่างไม่คิดปฏิเสธแต่อย่างใด
นพวิทย์ส่ายหน้าขำ สองคนนี้หัวไวติดตลก สามารถเล่นมุขเรียกรอยยิ้มให้เขาได้ทุกครั้ง หากแต่ยังไม่เท่าหญิงสาวข้างกายที่เพียงแค่นั่งหายใจเฉย ๆ ก็ทำหัวใจเขาเต้นแรงได้
“แต่...” สายขิมยิ้มเจื่อนเพราะเกรงใจ
มื้อนี้พวกเธอมากินร้านแพง แม้จะเป็นบุฟเฟต์แต่พวกเธอก็เลือกราคาพรีเมี่ยมพันกว่าเพราะตั้งใจตั้งแต่แรกว่าต่างคนต่างจ่าย
หากนพวิทย์เลี้ยงทั้งทั้งหมดเขาคงต้องจ่ายเกือบห้าพันบาทรวมของตัวเขาเองด้วย เขาเพิ่งทำงานได้ไม่ถึงปีเป็นแค่พนักงานทั่วไป เงินเดือนไม่ได้มากมายนัก เธอไม่อยากให้เขาลำบากเพราะเธอตั้งแต่เพิ่งคบกันได้เพียงเดือนเดียวหรอกนะ
“ไม่มีแต่ค่ะ พี่ขอนะคะ ที่รัก...”
“กรี๊ด!”
“หวานมาก”
“มาที่รงที่รักอะไรกันตรงนี้คะ ช่วยเห็นใจคนโสดอย่างน้องด้วยจ้า”
“พี่นพอะ” สายขิมแก้มแดงก่ำ
นพวิทย์ตามจีบเธอมาตั้งแต่เพิ่งเข้าชั้นปีที่ 1 เขาเสมอต้นเสมอปลายเสมอ จนเธอยอมใจอ่อนรับรักและรับสถานะแฟนเมื่อเดือนก่อนนี่เอง
4 ปี เชียวนะ ไม่คิดเลยว่าเขาจะรอไหว
นพวิทย์ถือวิสาสะลอบสอดประสานมือจับกับมือหญิงสาวไว้ใต้โต๊ะ แล้วนั่งชิดกันแบบไหล่ชนไหล่
“ก็รักจริง ๆ นี่นา ตามจีบมาตั้งนาน ได้เป็นแฟนแล้วก็ขอหวานโชว์ชาวโลกหน่อยนะคะ” คำพูดคะขาและสายตาที่มองมาทำเอาสายขิมยิ่งเขินอาย
“ว่าแต่ คืนนี้มีเลี้ยงรุ่นกันนี่ใช่ไหม พวกเราไปกันรึเปล่า” นพวิทย์หันมาสนทนากับสองสาวเพื่อนรักของสายขิม อีกมือที่ยังว่างก็ช่วยหยิบจับจัดแจงอาหารจานโปรดที่พอจะจำได้ว่าแฟนเพื่อนชอบอะไร และแฟนสาวอย่างสายขิมชอบอะไรไปไว้ใกล้มือคนนั้นเพื่อจะสามารถรับประทานกันได้ง่าย ๆ
เขาเป็นเช่นนี้เสมอตั้งแต่รู้จักกันมา นพยวิทย์มักจะใส่ใจเธอและคนรอบตัวเธอเสมอ และนี่ก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้สายขิมอ่อนใจจนตกลงคบหาไม่ว่าที่ผ่านมาจะเคยใจแข็งแค่ไหน
“ปิงลี่ไปค่ะ”
“น้ำก็ไป”
“น้องขิมล่ะคะ ไปไหม” นพวิทย์หันมาถาม
“ไปค่ะ”
“หูย แม่แกอนุญาตเหรอขิม”
“หึ ไม่”
“อ้าว!”
“แล้วจะออกมาได้ยังไง”
“ไว้จะลองเสี่ยงดู”
“โห... ใจมันได้ว่ะ” ปิงลี่ปรบมือให้
“นี่แกจะกบฏเหรอยายขิม” น้ำฝนถามตาวาว
รู้จักกันมาตั้งนานรู้ดีว่าสายขิมเป็นคนอ่อนนอกแต่แข็งใน ดูหวาน ๆ แต่หัวแข็งและมีจุดยืนของตัวเองชัดเจนเสมอ หากก็ไม่เคยเห็นสายขิมดื้อหรือขัดคำสั่งมารดาเลยสักครั้ง
ยายนี่ทั้งรักทั้งกลัวแม่อย่างกับอะไร
“ก็แม่ไม่อยู่ แล้วงานเลี้ยงนี่ก็เป็นงานเลี้ยงอำลา ครั้งสุดท้ายแล้วนะที่พวกเราจะได้เจอกัน ถ้าไม่ได้ไปก็เสียดายแย่เลยถูกไหม”
งานรวมรุ่นของคนอื่นเป็นเช่นไรไม่รู้ แต่ของคณะพวกเธอคือการที่พวกปี 4 ที่เรียนจบจัดเลี้ยงกันเพื่อส่งท้าย มักจะจัดเลี้ยงหลังสอบเสร็จไม่เกินสัปดาห์เพราะหลายคนก็มีงานรองรับแล้ว อีกหลายคนต้องเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตการทำงาน เริ่มต้นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ ต่างจังหวัดบ้าง ต่างประเทศบ้าง อีกหลายคนก็ต้องกลับบ้านเกิดไป
หากปล่อยเวลานานกว่านี้อาจจะอยู่กันไม่ครบแล้วก็ได้ สาขาของเธอจึงเลือกจะจัดเลี้ยงกันวันนี้ทันที
ที่ผ่านมาสายขิมไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนเป็นทุนเดิม แต่งานนี้เธออยากไป อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งเหงาอยู่ที่บ้านแล้วลุ้นว่าจะต้องปะทะคารมณ์กับคนประสาทอีกตอนไหน
บทสนทนาของสี่คนยังดำเนินต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดคุยกันถูกคอ อาหารถูกปาก และคำพูดพวกนั้นก็ดังจนคนที่นั่งพิงหลังอยู่อีกฝั่งของเก้าอี้ได้ยินชัดทุกคำ
นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงมองตะเกียบในมือแล้วก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปาก
ในเมื่ออยากออกมามากนักก็ได้!
เขาจะทำให้ความตั้งใจของเธอสมปรารถนาเอง
“งั้นเดิมพันต้องเพิ่ม เป็นเงินอีกสิบล้าน เพราะถือว่าใจมึงกาก”“ไอ้เหี้ย เรื่องไรล่ะ” ดีนคัดค้าน เพราะลำพังที่ดินย่านสาทรที่เขาเผลอลั่นปากเอาเป็นเดิมพัน เห็นแปลงเล็ก ๆ เท่าหนูดิ้นตายเพียงไม่ถึง 25 ตารางวาแค่นั้นก็มูลค่าปาไปเกือบ 60 ล้านแล้ว“กติกาสากลเขาไม่ทำกัน มึงใจกาก” ปริญเสริมทัพ“ที่ดินราคาเกือบหกสิบล้านมึงยังไม่พอใจอีกเหรอไอ้สัส!”“นั่นมึงเสนอมาเอง กูไม่ได้เรียกร้องด้วยซ้ำ”“พอ ๆ ไม่ต้องแข่งหรอก แม่งใจโคตรกาก” ธนนท์และปริญทับทมกัน และนั่นทำเอาดีนลั่นปากรีบตอบรับ“เออ! กูนั่ง” เป็น Co-driver ก็ดีกว่าขับเองก็แล้วกัน และเขามั่นใจมากว่านักแข่งฟอมูล่าวันที่จ้างมาจะชนะธนนท์ได้ไอ้เวรนี่มันติดคุกตั้งนาน ห่างหายไปจากวงการเป็นปี ๆ เพิ่งได้กลับมาจับพวงมาลัยอีกครั้งก็วันนี้ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางเอาชนะคนที่เพิ่งได้แชมป์มาได้“งั้นก็ดิล”“เดี๋ยวสิ” ดีนรีบขัด “แล้วเดิมพันของมึงล่ะ”“มึงอยากได้อะไร”“อืม...” ดีนเกาคางอย่างคนครุ่นคิด หากนัยน์ตากลับเป็นประกายเจ้าเล่ห์เหมือนไฮยีน่าที่กำลังจ้องจะงาบกระต่ายน้อยในกรงเล็บของเสือร้ายเวลาเผลอ“รถคันนั้น” เขาชี้ไปยังรถของธนนท์ที่จอดอยู่ไกล ๆ แต่มูลค่ารถ
การที่ธนนท์เดินหลบกองขี้หมาที่ขวางทางก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลัวมัน แต่หมายถึงการไม่อยากไปเกลือกกลั้วกับสิ่งปฏิกูลให้กลิ่นมันติดส้นตีนต่างหาก“ปากเก่งเหมือนเดิมเลยนะมึง”ธนนท์ไม่ต่อปากต่อคำ เขาทำเพียงค่อย ๆ ก้าวไปตรงหน้าดีนก็เท่านั้น ร่างสูงใหญ่กว่าอีกฝ่ายเมื่อยืนประจันหน้ากันทำให้เห็นความแตกต่างที่อีกฝ่ายต้องแหงนขึ้นมองออร่าความมืดดำเมื่อโดนธนนท์จับจ้องทำเอาคนใจปอดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหากแต่ความมั่นใจว่าธนนท์ไม่กล้ากระทืบกันเพราะมันยังติดคดีมีชนักติดหลังทำดีนนึกอยากปากเก่งขึ้นมาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเคยใจกล้าพอจะทำ“ถ้าเก่งนักมึงมาแข่งกับกูหน่อยไหม”“เห็นกูว่างมาเล่นกับมึงขนาดนั้น?”“กากนี่หว่า ติดคุกไปกลับมาใจกากเฉย” คนด่าว่ากากกลับถอยหลังไปสองก้าวแล้วเอ่ยท้าทาย“ไอ้สัส!” ธนนท์ที่ทนให้อีกฝ่ายเหยียดหยามกันไม่ไหวก็ดึงคอเสื้อจนดีนตัวปลิวเข้ามาใกล้แล้วกำลังจะสาวหมัดใส่“เฮ้ย ๆ ๆ” เพื่อนของเขารีบเข้ามาห้าม“เฮียใจเย็น”“ใจเย็นมึง” ปริญเข้ามาปราม ร่างสูงยืนขวางระหว่างทั้งสองคน ส่วนลีโอกับเจเดนเตรียมถกแขนเสื้อเข้าไปเอาเรื่องดีนแทนเพื่อนให้“มึงกล้าเข้ามามีปัญหาในถิ่นกูจริงเหรอไอ้
“มีเรื่องอะไรกันวะเฮีย!”“เฮ้! พวกมึงเป็นห่าอะไรกัน” เป็นเจเดนและลีโอที่รีบตามมาห้าม ทั้งคู่วนรถกลับมาที่ตัวอาคารตั้งแต่ได้ยินเสียงรถของธนนท์ชนสลั่นเพราะคิดว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุเสียหลักแต่ที่ไหนได้...“ใจเย็นก่อนดิวะ เพิ่งกลับมารวมตัวมึงก็จะบวกกันซะแล้วไอ้ห่า” เจเดนเข้ามายืนขวาง แขนล่ำสองข้างยกขึ้นผลักอกเพื่อนทั้งสอง ส่วนรุ่นน้องเพียงคนเดียวในกลุ่มอย่างลีโอก็ช่วยปรามฝั่งธนนท์ไว้เพราะมีแต่ธนนท์ที่ดูเดือดดาลจนแทบจะสาวหมัดใส่เพื่อนได้ตลอดเวลา ส่วนปริญที่มีสติกว่าทำเพียงแค่ยียวนกวนส้นตี ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยตีกับเพื่อนแต่อย่างได“หวงเหรอมึง” ปริญยิ้มยียวน“หวงห่าไร!”“แล้วที่มึงกำลังแสดงออกอยู่นี่คือ?”ธนนท์ชะงักไปเพียงชั่วครู่ หากก็สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของลีโอจนหลุด “ปล่อยกู!”เขายังยืนยันจะพาสายขิมกลับ หากทันใดนั้นก็ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามา“วู้ว... สนุกจังเลยว่ะ” เสียงยียวนกวนบาทามาพร้อมกับเสียงปรบมือแปะ ๆ ราวกัลป์กำลังมีเรื่องสนุกให้รับชมธนนท์ที่หันไปเห็นว่าชายฉกรรจ์ที่เข้ามากันเป็นฝูงนั่นเป็นใครก็ยิ่งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ธนนท์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นปรปักษ์อย่างไม่ปกปิด
“คุณคนนี้!”“อือ เมียพี่เอง”“เชี่ย! อุ๊บส์” หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากก่อนที่จะสบถคำหยาบคายออกมา“ตกใจอะไรฮะ” ปริญขำ มือนายกขึ้นยี่หัวทุยจนผมยุ่งให้กับท่าทางโอเวอร์แอ็คติ้งพวกนั้น“พี่ปริ๊นเด็ดดอกฟ้าเลยเหรอเนี่ย นี่มันดาราดังเลยนะ ในโซเชียลกำลังดังมาก ขิมติดติดตามอยู่คนนี้โคตรน่ารัก”ฟังคำจากปากของสายขิมแล้วปริญก็ชูคออย่างอัตโนมัติ อยู่ ๆ หลังก็ตรงไหล่ก็ตั้ง“เด็ดดอกฟ้าอะไรล่ะ พูดซะเหมือนพี่เป็นหมาวัดเลยยายขิม เค้าเรียกว่าคู่สร้างคู่สม กิ่งทองใบหยกต่างหาก”“แต่คนนี้สนิทกับคุณพายแฟนพี่อาทิตย์ด้วยนี่คะ” หญิงสาวถาม อาทิตย์ หยาง คือหนุ่มหล่อไฮโซเพื่อนสนิทของพี่ลีโอ สายขิมรู้จัก ส่วนพายหรือพัชชาก็สนิทกันกับคนแก๊งนี้ พวกชนชั้นสูงเขาก็รู้จักกันทั้งนั้น“เธอรู้จักหมดทั้งวงการแล้วมั้ง” ปริญหัวเราะขบขัน“เรื่องชาวบ้านขิมเก่งมาก” สายขิมตอบรับ ทั้งที่ความจริงเธอไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะอยากทำงานในวงการต่างหากเธอจึงสนใจเรื่องคนดังเป็นพิเศษเพื่อหาลู่ทาง“ไอ้ทิตย์มันติดเมีย ส่วนพายก็บ้างาน” ปริญเอ่ยถึงเพื่อนอีกคนพี่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นานกับคนรักที่เขาเองก็เคยหลงเธอหัวปักหั
“มันบ้า” ปริญสายหน้าก่อนจะลุกขึ้นมาหย่อนกายนั่งใกล้กับสายขิม“คุณปริ๊นมานั่งตรงนี้เดี๋ยวขิมก็ซวยอีก”“ก็รู้อยู่ว่าปากมันหมา อย่าเก็บเอามาใส่ใจมากปวดหัวตายห่า ไอ้ทิมมันก็ดีแต่ปากนั่นแหละ ปากดี ปากไม่ตรงกับใจ” ปริญว่า“แล้วนี่ไม่เรียกพี่ว่าพี่แล้วเหรอ หืม” ปริญกลั้วขำพรางสายหน้า เพื่อนเขาก็บ้าส่วนใหญ่เด็กสายขิมนี่ก็ขี้น้อยใจ เวลาผ่านไปก็โตกันแต่ตัวสินะ นิสัยไม่เห็นจะเปลี่ยนกันเท่าไหร่เลย“ยังเรียกได้อยู่เหรอคะ คุณทิมจะไม่ว่าขิมอีกใช่ไหม” สายขิมนั่งหน้างอ เธอเริ่มผ่อนคลายคำพูดจาและการวางตัวเมื่อเห็นว่าปริญยังใจดีกับเธอไม่เปลี่ยน อย่างน้อยตอนนี้ ณ ขณะนี้ธนนท์ก็ไม่อยู่ตำหนิเธอได้“นี่มันชื่อพี่ พี่จะให้ขิมเรียกพี่ว่าไอ้ปริ๊นยังได้เลย” ปริ๊นแสร้งพูดให้หญิงสาวหัวเราะได้ เห็นความเศร้าในแววตาของสายขิมแล้วปริญเผลอหวนคิดถึงหน้าผู้หญิงอีกคน คนที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจนึกถึงหญิงสาวคนนั้นแล้วเขาก็รู้สึกราวกับมีก้อนแข็ง ๆ อัดอยู่กลางอก ลำคอตีบตัน จิตสำนึกด้านดีดันมาเปิดระบบทำงานเอาตอนนี้เสียอย่างนั้น“ตลกแล้วค่ะพี่ปริ๊น เรียกแบบนั้นขิมก็บาปตายชัก” สายขิมหันมาค้อนใส่ปริญ แต่ใบหน้าสวยกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยย
“How are You. หายไปไหนมาตั้งนาน” เจเดนทักทายไทยคำอังกฤษคำตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งที่พูดไทยไม่ค่อยเก่งนัก สังคมเพื่อนฝูงก็พูดภาษาอังกฤษกันเป็นหลัก“สบายดีค่ะ” สายขิมยิ้มตอบเพียงสั้น ๆ และด้วยรอยยิ้มละมุนของหนุ่มผมบลอนทำเธอมองแล้วต้องยิ้มตามอย่างอดไม่ไหวแบบนี้สิถึงจะเรียกได้ว่าพระเจ้าปั้นที่แท้ทรู เทพเจ้ากรีกที่เขาว่ากันเป็นแบบนี้ใช่ไหม“รำคาญ!”เสียงทุ้มบ่นพลางกระแทกหมวกกันน็อกปึงปังดังขึ้นจากด้านหลัง สายขิมไม่คิดจะหันไปมองคนนิสัยไม่ดี เอะอะอะไรก็ใช้กำลัง มีเพียงสามหนุ่มที่ปล่อยขำ“หัวเราะห่าไรไอ้สัส” ธนนท์พาลด่าลีโอที่เสียงขำดังที่สุดแล้วตวัดสายตามาดุสายขิม“เธอก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มเอ่ยลอดไรฟันในตอนที่ทั้งลีโอและเจเดนหันไปสนใจดูเครื่องรถที่เพิ่งวางใหม่ ส่วนปริญตอนนี้มัวแต่หันไปสนใจมือถือ“อะไรคะ ขิมทำผิดอะไรอีก” ธนนท์คงกำลังว่าเธอว่าพูดมากกระมัง แล้วจะบังคับมาด้วยทำไมไม่ทราบ!“ฉันให้เธอมาคอยรับใช้ ไม่ได้ให้มาคอยอ่อยผู้ชาย”“ถ้ากลัวขิมอ่อยเพื่อนคุณทิมแล้วจะลากมาด้วยทำไมตั้งแต่แรก” สายขิมเถียงกลับ ลำพังกระเป๋าใบนั้น คนตัวแรงเยอะอย่างเขาสามารถหิ้วได้สบายมากดัมเบลที่เขายกตอนออกกำลังกายยังห
ห้องอาหารที่เขาหมายถึงเป็นห้องรับประทานอาหารฝั่งปีกตึกที่เขาอยู่และที่นั้นมักจะไม่มีใครไปวุ่นวาย หลายปีหลังมีเพียงธนนท์ใช้คนเดียวเท่านั้นแล้วดูนะแค่เรื่องกินข้าวยังจะบังคับกัน!เธอไม่หิว!ป้าน้อยบอกจะให้คนเอาข้าวมาให้เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ออกไปไหนเด็ดขาด!เขาเอามือถือเธอไปเพิ่มบัญชีติดต่อของเขาทุกช่
“จะออกไปทั้งสภาพแบบนั้นก็ตามใจ” เขาหันกลับไปทิ้งตัวลงนอนกระดิกเท้าเป่าปากฮัมเพลงอยู่บนเตียง พลางกดรีโมทเลื่อนเลือกเพลงไป ส่วนเครื่องมือสื่อสารของหญิงสาวเขาตั้งใจวางไว้บนแผงหน้าท้องเป็นลอน 8 ก้อนนั่น“คุณมันประสาท!”เขามันเอาแต่ใจ นิสัยไม่ดีและบ้าอำนาจ ประสาทตั้งแต่เด็กจนโต ท่าทางแก่ตายก็รักษาไม่หาย
[แล้วจะกลับตอนไหนคะ ถ้าคุณขวัญถามล่ะคะจะให้ป้าตอบว่ายังไง]ลำพังเรื่องเป็นห่วงสายขิมคงไม่มีอะไรมากเพราะชื่อมั่นว่าหญิงสาวคงดูแลตัวเองได้และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นอันตรายไปง่าย ๆ ไหนจะเพื่อนจะฝูงที่สนิทกันมีหลายคนอีกป้าน้อยจึงไม่กลัวเท่าไหร่ แต่เรื่องขวัญจิรานี่สิที่ป้าน้อยหนักใจ“เดี๋ยวขิมโทรหาแม่เอ
“คุณออกมาไกลขนาดนี้ได้ด้วยเหรอ” สายขิมที่นั่งนิ่งเงียบเปาเป่าสากมาตลอดเส้นทางเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าธนนท์เริ่มขับออกจากบ้านมาไกลกว่าที่คิดไว้ตอนไปเที่ยวคืนนั้นเจอเขาก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะร้านที่ไปดื่มอยู่ไม่ห่างจากบ้านมากเขาเหลือบมามองหางตาหากก็ไม่ได้ตอบอะไร จากนั้นก็หมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอย“เ







