LOGINบทที่ 5 มาเยือนอีสาน
ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอโพธิ์ศรีพิสัย จังหวัดศรีสะเกษเวลาเก้าโมงเช้าตามเวลาที่กะไว้ไม่มีผิดเพี้ยน รถทัวร์สีฟ้าขาวคันใหญ่เคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทในชานชาลา น้ำปิงกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกชายที่เพิ่งตื่นเต็มตาลงจากรถอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างต้องคอยพยุงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่บรรจุสัมภาระชิ้นสุดท้ายในชีวิตเดิมของเขาเอาไว้ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สถานีขนส่งที่ดูเรียบง่ายและเงียบสงบ กลิ่นไอของไอดินและสายลมจาง ๆ ในยามเช้าของภาคอีสานช่างแตกต่างจากความแออัดในเมืองหลวงที่เขาเพิ่งจากมา น้ำปิงตัดสินใจจูงมือลูกชายไปนั่งรอที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่งใกล้ ๆ จุดจอดรถ เพราะกลัวว่าถ้าเดินไปไหนไกล น้องชายที่อาบอกว่าจะมารับจะหากันไม่เจอ ส่วนน้องปันปัน เด็กน้อยดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่กลมโตกวาดมองรถสามล้อเครื่องและผู้คนที่สวมโสร่งหรือผ้าซิ่นเดินขวักไขว่ไปมาอย่างแปลกตา “หม่ามี้ครับ...เราอยู่ที่ไหนครับ?” เสียงเล็ก ๆ ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ พลางดึงชายเสื้อแม่เบา ๆ น้ำปิงก้มลงยิ้มให้ลูกชาย ความกังวลในใจดูจะเบาบางลงเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อย “เราอยู่อีสานครับ เป็นบ้านเกิดของคุณตา” “ว้าว!” ปันปันอุทานออกมาเสียงดังพลางยิ้มกว้าง “ที่นี่สวยจังเลยครับหม่ามี้” “ครับ...เดี๋ยวรอพี่นิคมารับเรา แล้วเราก็จะไปหายาย ๆ กันนะลูก” “ครับ!” เด็กน้อยรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลงที่ดังแว่วมาจากวิทยุของแม่ค้าแถวนั้น น้ำปิงได้แต่ลูบหัวทุย ๆ ของเด็กชายด้วยความรักสุดหัวใจ เขาแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้เขาก็พาปันปันออกมาจากกรงทองที่แสนทรมานได้สำเร็จแล้ว เหลือเพียงรอคอยคนที่จะมารับเขาไปสู่บ้านหลังใหม่เท่านั้น . . . ในโรงจอดรถขนาดใหญ่ที่บ้านของสิงห์เสียงประแจกระทบกับโลหะดังขึ้นเป็นระยะ สิงห์ ในสภาพเสื้อยืดตราห่านคู่คอย้วยที่มีรอยน้ำมันเครื่องเปื้อนประปราย กำลังง่วนอยู่กับการเช็กสภาพลูกปืนรถเกี่ยวข้าวคู่ใจเตรียมรับฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยมี นิค หนุ่มน้อยหน้ามนลูกพี่ลูกน้องของน้ำปิงเป็นลูกมือคอยช่วยอยู่ข้าง ๆท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเครื่องและความร้อนของแดดยามเช้า เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของนิคก็ดังขึ้นขัดจังหวะ “อ้ายหล่อบ่หลาย แต่บ่หลายใจคือใครคนนั้น….” “ไผโทรมาว่ะบักนิค โทรศัพท์โตดัง”(ใครโทรมาว่ะ ไอ้นิค โทรศัพท์เองดัง)สิงห์เอ่ยถามพลางปาดเหงื่อที่หน้าผากขณะที่มือยังถือไขควงค้างไว้ นิคลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบมือถือที่วางไว้บนโต๊ะไม้หินอ่อน “ฮัลโหลครับ” “บ่าวนิคเหรอลูก นี่สาวนิดเองเด้อ” เสียงปลายสายจากอาสาวนิดดังแว่วออกมา “ครับสาวนิด” “ไปรับอ้ายน้ำปิงที่ขนส่งได้บ่” “อ้ายน้ำปิง ลูกลุงทีแม่นบ่ครับ?” นิคทวนคำด้วยความแปลกใจ เพราะไม่ได้เจอหน้าพี่ชายคนนี้นานแสนนาน “แม่น ๆ อ้ายเลามากับน้องปันปัน ไปรับเลาแหน่”(ใช่ๆ พี่เรามากับน้องปันปัน ไปรับหน่อย) “ครับ ๆ คั้นผมไปรับเลย”(ครับๆ งั้นผมไปรับเลย) นิคตอบรับคำสั่งของอาสาวอย่างแข็งขัน “เค ๆ เดี๋ยวสาวนิดส่งรูปให้เด้อ” “ครับ ๆ” นิคกดวางสายก่อนจะหันมามองคนพี่ที่กำลังนั่งยอง ๆ ดูเครื่องจักรอยู่ “ใผโทรมาว่ะ บ่าวนิค”(ใครโทรมาว่ะ นิค)สิงห์ถามซ้ำด้วยความอยากรู้ตามประสาคนขี้เล่น “สาวนิดโทรมาให้ไปรับอ้ายน้ำปิง เพิ่นมาจากเมืองราชบุรี พู้นน่ะ”(น้านิดโทรมาให้ไปรับพี่น้ำปิง เขามาจากราชบุรี โน่นแหละ) นิคอธิบาย “อ้อ… แล้วสิไปยังไง เอารถอ้ายไปติล่ะ”(อ้อ….แล้วจะไปยังไง เอารถพี่ไปสิ) สิงห์พยักหน้าไปยังรถกระบะสี่ประตูคันโตที่จอดอยู่ไม่ไกล ซึ่งเป็นรถที่ใช้ทั้งลุยงานและขับไปไหนมาไหนในจังหวัด “อ้ายไปนำติล่ะ ผมบ่อยากขับรถยนต์ปานใด ใจมันมักแต่แว้นมอเตอร์ไซค์” (พี่ไปกับผมดิ ผมไม่ยากขับรถยนต์เท่าไหร่ ใจมันชอบแต่ขี่มอเตอร์ไซค์) นิคหันมาหยั่งเชิงลูกพี่ เพราะรู้ว่าสิงห์ขับรถคล่องและชำนาญเส้นทางกว่า สิงห์วางประแจลงก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง 180 กว่าเซนติเมตร เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “เอ้อ… ไปกะไป อ้ายล้างมือแป๊บเดียว” “ครับ!” สิงห์รีบไปล้างคราบน้ำมันเครื่องออกจากมือหนา แม้ตามตัวจะยังมีกลิ่นอายของลูกผู้ชายสายลุยอยู่บ้าง แต่เขาก็คว้าเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตมาสวมทับง่าย ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนรถที่ตำแหน่งคนขับ โดยมีนิคนั่งข้างเพื่อคอยดูรูปน้ำปิงที่น้าสาวส่งมาให้ รถกระบะคันงามของเจ้าของรถเกี่ยวข้าวที่ใหญ่ที่สุดในตำบลโคกม้า เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านอีโซมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอโพธิ์ศรีพิสัย รถกระบะคันโตสีเข้มเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบในสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอโพธิ์ศรีพิสัยชายหนุ่มสองคนก้าวลงจากรถพร้อมกับกวาดสายตามองหาใครบางคนตามคำสั่งของอาสาว “ไปคนละทางแล้วกัน ใครเจอก่อนก็โทรบอกด้วยนะ” สิงห์ หันไปสั่ง นิค รุ่นน้องคนสนิทที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคนที่พวกเขากำลังตามหา “โอเคครับอ้าย” นิคพยักหน้ารับคำก่อนจะแยกตัวเดินออกไปอีกทาง ทางด้าน น้ำปิง ที่นั่งรออยู่บนม้านั่งยาวด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล น้องปันปัน ตัวน้อยที่เริ่มอยู่ไม่สุขเพราะนั่งรอมานาน ก็เริ่มวิ่งเล่นซนอยู่รอบตัวแม่เพื่อแก้เบื่อ จนกระทั่ง... ผลั่ก!! “โอ๊ย!...” ร่างเล็ก ๆ ปะทะเข้ากับหน้าขาแข็งแรงของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเดินหาคนอยู่พอดี ปันปันเซถอยหลังไปนิดหน่อยก่อนจะรีบประนมมือไหว้ด้วยความนอบน้อมตามที่แม่สอนมา “ปันปันขอโทษครับ...คุณลุง” สิงห์ชะงักฝีเท้าลงทันที เขาก้มมองเด็กชายตัวป้อมหน้าตาน่ารักที่เพิ่งวิ่งมาชนด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะย่อตัวลงให้เสมอกับระดับสายตาเด็กน้อย “ไม่เป็นไรครับลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย?” “ขอโทษแทนลูกผมด้วยนะครับ!” น้ำปิงที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งกุลีกุจอเข้ามาหาทันที เขาประนมมือไหว้ชายแปลกหน้าตรงหน้าด้วยความเกรงใจ สิงห์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงหวาน ๆ นั้น แล้วเขาก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้ารูปไข่ที่ดูเรียบเนียนละเอียด ดวงตาคู่สวยที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนแต่กลับดูเหนื่อยล้าสะกดให้คนมองถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ “ไม่...ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บเลย” สิงห์ตอบกลับเสียงนุ่ม สายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าของน้ำปิงอย่างลืมตัว “ขอบคุณครับ... ปันปัน ไปนั่งรอกันตรงโน้นดีกว่าครับลูก อย่าซนสิครับ” น้ำปิงกล่าวขอบคุณอีกครั้งก่อนจะจูงมือน้อย ๆ ของลูกชายกลับไปนั่งที่เดิม โดยมีสายตาคมเข้มของเจ้าของรถเกี่ยวข้าวคนดังมองตามไปด้วยรอยยิ้ม สิงห์ยืนยิ้มอยู่คนเดียวพลางคิดในใจว่า 'แม่ลูกคู่นี้น่ารักจังว่ะ' ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขามีงานต้องทำ “เอ้อ... ลืมขอรูปจากไอ้นิคมันเลย แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าคนไหนคือน้ำปิง” ร่างสูงบ่นอุบก่อนจะหยิบมือถือออกมากดโทรหานิคทันที “เอ่อ บ่าวนิค! โตลืมส่งรูปน้ำปิงให้อ้ายหรือเปล่าเนี่ย? แล้ววันนี้จะหากันเจอไหมล่ะ”(เอ่อ นิค เองลืมส่งรูปน้ำปิงให้พี่หรือเปล่าเนี่ย แล้ววันนี้จะหากันเจอไหม) “ครับ ๆ จั่งซั่นผมโทรหาสาวนิดแป๊บ ให้เพิ่นเอาเบอร์อ้ายน้ำปิงมาให้”(ครับๆ งั้นผมโทรหาน้านิดอาแป๊บ ให้เอาเบอร์พี่น้ำปิงมาให้) ปลายสายตอบกลับมา “เออ ๆ อ้ายรออยู่ตรงม้านั่งแถวที่ม้าโยกเด็กเล่นนะ”สิงห์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แล้วขยับไปนั่งลงที่ม้านั่งว่าง ๆ ข้างเด็กชายตัวน้อยคนเมื่อกี้ ปันปันหันมามองลุงตัวโตตาใสแจ๋ว ก่อนจะส่งยิ้มโชว์ฟันน้ำนม “คุณลุง... เมื่อกี้ปันปันขอโทษนะงับ” สิงห์อดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปลูบผมทุย ๆ ของเด็กน้อยเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “ครับผม ลุงไม่เจ็บเลยครับ ปันปันเก่งมากที่รู้จักขอโทษ” . . . ในขณะที่สิงห์กำลังเพลิดเพลินกับการคุยกับเด็กน้อย เสียงโทรศัพท์ของคนที่นั่งถัดไปก็ดังขึ้น “ฮัลโหลครับ...” น้ำปิงรับสาย “ครับนิค พี่รออยู่ตรงม้านั่ง” สิงห์ขมวดคิ้วนิด ๆ เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคย เขาเงยหน้าขึ้นมองนิคที่กำลังเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางนี้ เขาจึงยกมือขึ้นโบกเรียก “เฮ้ย! นิค ทางนี้!” แต่นิคกลับเดินเลยเขาไปทักคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แทน “อ้ายน้ำปิงใช่ไหมครับ!” นิคถามด้วยความดีใจ “นิคหรือเปล่า?” น้ำปิงย้อนถามพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อจำน้องชายได้ “ใช่ครับอ้าย! โห... ไม่เจอกันนาน สวยขึ้น... เอ้ย! ดูดีขึ้นเยอะเลยครับ” สิงห์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับทำหน้าเอ๋ออ้าปากค้าง นิคหันมาเห็นลูกพี่ตัวเองทำหน้าเด๋อด๋าอยู่ก็หลุดขำ “อ้ายสิงห์! เป็นอะไรเนี่ย ทำไมไม่บอกว่าเจออ้ายน้ำปิงแล้ว ก็นั่งอยู่ข้างกันแท้ ๆ” “อ้าย... อ้ายก็เพิ่งรู้นี่แหละ!” สิงห์โพล่งออกไปอย่างลืมตัว “อ้าว!!” ทั้งน้ำปิงและสิงห์อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองเพิ่งมีเจอคือคนที่จะมารับ คนที่จะไปอยู่ด้วย “ไป ๆ ไม่ต้องตกใจกันแล้วครับ ป่ะปันปัน มาหาน้านิคเร็วลูก เดี๋ยวลุงสิงห์เขาจะพาเราไปกินของอร่อย ๆ ที่หมู่บ้าน” นิคอุ้มหลานชายขึ้นมาแนบอกด้วยความกระตือรือร้น น้ำปิงลุกขึ้นยืนพลางมองสิงห์ด้วยสายตาประหม่านิด ๆ ส่วนสิงห์ก็ได้แต่ยิ้มเขิน ๆ เกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ ใครจะไปคิดว่า 'แม่ลูกที่น่ารัก' ที่เขาเพิ่งเจอ คือคนเดียวกันกับที่หา 📢 ประกาศแจ้งกำหนดการ E-Book สวัสดีครับนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ผมมีข่าวดีมาแจ้งครับ ตอนนี้ E-Book "ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก" วางจำหน่ายบน M*B เรียบร้อยแล้วนะครับ! สำหรับใครที่อยากอ่านรวดเดียวจบ พร้อมตอนพิเศษเฉพาะในเล่ม สามารถแวะไปอุดหนุนกันได้เลยครับ 👇 ช่องทางสนับสนุน E-Book 👇 https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQxOTgwMiI7fQ E-Book : มีทั้งหมด 36 ตอน ตอนหลัก 31 ตอน ตอนพิเศษ 5 ตอน จำนวน 558 หน้า (≈ 78,098 คำ) 💸 ราคาน่ารักสุดๆ เพียง 79 บาทเท่านั้น!💸 (ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า แต่ความฟินจัดเต็มแน่นอน 🍎 ทริคสายเปย์แบบฉลาด (ฉบับชาว iOS) แนะนำให้ซื้อผ่าน Safari หรือหน้าเว็บ M*b แทนการซื้อผ่านแอปนะครับ ราคาจะน่ารักกว่าเดิมเยอะ เอาส่วนต่างไปซื้อน้ำหวานกินระหว่างอ่านนิยายดีกว่า 😘 👇 พาน้องกลับบ้านได้ที่นี่เลย 👇 https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQxOTgwMiI7fQ 💬 แวะมาคุยกันได้นะ อ่านจบแล้วชอบไม่ชอบตรงไหน กดหัวใจ ❤️ หรือรีวิวติชมได้เต็มที่เลยครับ ไรท์น้อมรับทุกคำแนะนำ หรือจะไปสะกิดไหล่คุยกันที่ 📌 TikTok: Tawan miki https://www.tiktok.com/@tawanmiki 📧 พบปัญหาหนังสือไม่เข้า/หาไม่เจอ 👇ติดต่อด่วนที่👇 support@mebmarket.com แอดมินเค้าไวปรู๊ดปร๊าดมากครับ! ขอบคุณที่สนับสนุนและเอ็นดูตัวละครในเรื่องนี้เสมอมานะครับ รักนักอ่านทุกคนเลย! 🙏🥰✨ 📢 เพิ่มเติมเรื่องไฟล์สำหรับนักอ่านครับ! 📌 แนะนำให้อ่านผ่านไฟล์ P*Fตอนนี้ไฟล์ P*F พร้อมให้อ่านแบบสมบูรณ์ 100% มีภาพประกอบสวยๆ จัดเต็มแน่นอนครับ! 📌 สำหรับไฟล์ EPUBสามารถอ่านเนื้อหาได้ปกติเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้อยู่ในช่วง "ส่งไฟล์แก้ไข" ในส่วนของคำนำและส่วนอื่นๆ เล็กน้อยเพื่อให้สมบูรณ์ที่สุดครับ (ใครโหลดไปแล้ว ไม่ต้องตกใจน้า เดี๋ยวระบบจะอัปเดตให้อัตโนมัติครับ)บทที่ 5 มาเยือนอีสาน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอโพธิ์ศรีพิสัย จังหวัดศรีสะเกษเวลาเก้าโมงเช้าตามเวลาที่กะไว้ไม่มีผิดเพี้ยน รถทัวร์สีฟ้าขาวคันใหญ่เคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทในชานชาลา น้ำปิงกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกชายที่เพิ่งตื่นเต็มตาลงจากรถอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างต้องคอยพยุงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่บรรจุสัมภาระชิ้นสุดท้ายในชีวิตเดิมของเขาเอาไว้ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สถานีขนส่งที่ดูเรียบง่ายและเงียบสงบ กลิ่นไอของไอดินและสายลมจาง ๆ ในยามเช้าของภาคอีสานช่างแตกต่างจากความแออัดในเมืองหลวงที่เขาเพิ่งจากมา น้ำปิงตัดสินใจจูงมือลูกชายไปนั่งรอที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่งใกล้ ๆ จุดจอดรถ เพราะกลัวว่าถ้าเดินไปไหนไกล น้องชายที่อาบอกว่าจะมารับจะหากันไม่เจอ ส่วนน้องปันปัน เด็กน้อยดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่กลมโตกวาดมองรถสามล้อเครื่องและผู้คนที่สวมโสร่งหรือผ้าซิ่นเดินขวักไขว่ไปมาอย่างแปลกตา “หม่ามี้ครับ...เราอยู่ที่ไหนครับ?” เสียงเล็ก ๆ ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ พลางดึงชายเสื้อแม่เบา ๆ น้ำปิงก้มลงยิ้มให้ลูกชาย ความกังวลในใจดูจะเบาบางลงเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อย “เราอยู่อีสานครับ เป็นบ้านเกิดของคุณตา” “ว้
บทที่ 4 เดินทาง เย็นวันเดียวกันกับที่ น้ำปิง ได้พูดคุยกับอาสาวเรื่องการเดินทาง พันเอกธเนศ ก็กลับมาบ้านกลางดึกเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้มาพร้อมกับภาพที่บาดตาและบาดใจมากกว่าทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่โอบกอดเด็กหนุ่มรูปร่างอรชรที่ดูอายุเพียงประมาณสิบแปดปีเข้าบ้านอย่างหน้าไม่อาย น้ำปิงที่เดินลงมาดูสถานการณ์ก็เห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาได้แต่ยืนกอดอก มองดูพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของผู้เป็นสามีด้วยความอดกลั้นที่ถึงขีดสุด “พี่เนศ! เมื่อไหร่พี่จะเลิกสำส่อนเอาไม่เลือกแบบนี้!” น้ำปิงเหลืออดกับพฤติกรรมที่เลยเถิด ทุกครั้งที่พันเอกธเนศหายไปสามวัน พอวันที่สี่มักจะมีเด็กใหม่กลับมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย “กูบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าเสือก!” พันเอกธเนศตวาดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ผมต้องเสือก! ผมทนไม่ไหวกับพฤติกรรมพี่แล้ว!” “นั่นก็เรื่องของมึง! ส่วนเรื่องของกูคือ... ควยกู! กูจะเอาใครมึงก็ไม่มีสิทธิ์เสือก เพราะกูเป็นคนหาเงินเลี้ยงมึงกับลูก! เงียบปากเน่าๆ ของมึงไปซะ!” ถ้อยคำหยาบช้าที่พ่นออกมาอย่างไร้ซึ่งความเคารพ ทำเอาใบหน้าของน้ำปิงชาหนึบราวกับถูกตบด้วยของแข็ง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความอัปยศที่ถูกลดทอนคุณค
บทที่ 3 วางแผน เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องครัว น้ำปิงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้าให้ลูกชายอย่างเงียบ ๆ พลันประตูห้องก็เปิดออก เมื่อหญิงสาวคนเมื่อคืนเดินลงมาจากบันไดเพียงลำพัง ท่าทางของเธอรีบร้อนและมีพิรุธเล็กน้อย เมื่อเห็นน้ำปิงเธอก็ยกมือไหว้เขาอย่างเกรงใจ ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายที่กำลังนั่งรออาหารหันไปมองหน้าแม่ด้วยความไม่เข้าใจ ในสายตาของเด็กสามขวบมีความสงสัยอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร และเหตุใดถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของตนได้ “แม่ครับ ผู้หญิงคนนั้นใครครับ?” น้องปันปันถามเสียงใส น้ำปิงกำลังจะอธิบายให้ลูกชายฟังว่าเธอเป็นเพื่อนคุณพ่อเพื่อปกป้องจิตใจของลูก แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปาก เสียงผู้เป็นสามีที่แต่งตัวเต็มยศนายทหารก็เดินลงมาจากบันไดมาถึงห้องครัวพอดี “มอร์นิ่งครับ ลูกชายพ่อ” พันเอกธเนศทักทายลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย “มอร์นิ่งครับ คุณพ่อ” เด็กชายตอบผู้เป็นพ่อเสียงแผ่ว พลางหลบสายตาไม่กล้าสบตาตรง ๆ ด้วยความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อวาน “วันนี้ไปเที่ยวบิ๊กซีไหมครับ?” พันเอกธเนศเอ่ยถามอย่างเอาใจ “เ
บทที่ 2 ตัดพ้อ สองสามวันที่พันเอกธเนศไม่กลับบ้าน เป็นความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในคฤหาสน์หลังนี้ น้ำปิง และลูกชายรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ความกดดัน และไม่ต้องคอยฟังเสียงก่นด่าที่บาดลึก แต่ทว่าความสบายใจนั้นมักอยู่กับเขาได้ไม่นาน กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่น้ำปิงกำลังจะเคลิ้มหลับ ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยที่ดังเข้ามาจากหน้าบ้าน เขาเดินลงมาชั้นล่างด้วยความหวาดระแวง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาก้าวขาไม่ออก แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาก็ไม่เคยชินกับความเจ็บปวดที่บาดลึกนี้เลย ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นสามี กำลังประคองหญิงสาวใบหน้าน่ารักที่แต่งกายล่อแหลมเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแสและเปิดเผย หัวใจของน้ำปิงแตกสลายจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละครั้งที่เห็นก็เหมือนโดนคมมีดกรีดซ้ำลงไปบนแผลเก่า เขาพยายามประคับประคองครอบครัวนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นภรรยาจะทำได้ ทว่าความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับการกระทำที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอดของผู้เป็นที่รัก “พี่เนศ…เมื่อไหร่พี่จะเลิกพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” น้ำปิงเอ่ยถามเสียงสั่น แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้มาจะไม่น่าฟังก็ตาม
บทที่ 1 รอยร้าวในใจณ หมู่บ้านอนันต์ ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี คฤหาสน์หรูสองชั้นสไตล์โมเดิร์นสีเทาขาวตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่กว่าสองร้อยตารางวา ใกล้กับใจกลางเมืองยิ่งเน้นให้ความโอ่อ่าดูโดดเด่นสะดุดตา เป็นที่พำนักของครอบครัวนายทหารยศใหญ่ที่ผู้คนภายนอกต่างมองด้วยสายตาชื่นชมในความสมบูรณ์แบบทว่า... ใต้ฉากหน้าอันเลิศหรูที่ฉาบไว้ กลับมีเพียงรอยร้าวอันลึกล้ำที่กัดกินความสุข และฝังรากลึกในหัวใจของคนภายในมานานนับสิบปี“กูบอกให้ดูลูกดี ๆ มึงเป็นแม่ประสาอะไรห้ะน้ำปิง!”เสียงก่นด่าที่ดุดันและเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วโถงรับแขกของบ้าน น้ำปิง นภวัฒน์ ในวัยยี่สิบเก้าปีที่ยังคงดูอ่อนหวานและงดงามราวกับไม่เคยผ่านการทำงานหนัก ชะงักมือที่กำลังประคองลูกชายวัยสามขวบอย่างน้องปันปัน ให้หยุดร้องไห้ ร่างกายที่เคยอ่อนนุ่มของเขา บัดนี้กลับชาชินกับแรงสั่นสะเทือนจากเสียงกร้าวเหล่านั้นเสียแล้ว ตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมา... สิบปีที่เขาอุทิศตนเป็นยิ่งกว่าแม่ศรีเรือน คอยดูแลบ้านและอาหารการกินอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง ความดีงามทั้งหมดที่พยายามประคับประคองมานั้น กลับไม่ได้มีความหมายแม้แต่น้อยที่จะทำให้ผู้ที
แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับมาล้อมวงกันเข้ามาจ้า! วันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความม่วนซื่นและฮีลใจให้ทุกคนในทุ่งนาแห่งนี้กันครับภาษาในเรื่องในนิยายเรื่องนี้ ไรต์มีการใช้ "ภาษาอีสาน" สอดแทรกในบทสนทนาบ้าง เพื่อให้ได้บรรยากาศความม่วนซื่นและเข้ากับกลิ่นอายของจังหวัดศรีสะเกษครับ แต่คนดีไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ กระผมจะเน้นคำที่เข้าใจง่าย หรือมีการแปลกำกับไว้ให้ในตอน เพื่อให้ทุกคนอ่านได้ลื่นไหลและอินไปกับความน่ารักของพี่สิงห์และน้ำปิงแน่นอนจ้า!สถานที่ในเรื่องสำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัดศรีสะเกษครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นเด้อ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่ 100% จ้า อ่านเอาความม่วนความฟินกันนะจ๊ะ!:นายเอก น้ำปิง (นภวัฒน์) อายุ 29 ปีนิสัยของนายเอก : แม่ศรีเรือนตัวจริงครับ เรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ใจเย็นสุดๆ แถมยังทำกับข้าวเก่งจนมัดใจคนทั้งบ้านได้ แต่เห็นหวานๆ แบบนี้ เวลาเด็ดขาดขึ้นมาบอกเลยว่า ‘แม่เสือ’ ดีๆ นี่เ







![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)