Share

บทที่ 4 เดินทาง

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-18 09:15:23

บทที่ 4 เดินทาง

เย็นวันเดียวกันกับที่ น้ำปิง ได้พูดคุยกับอาสาวเรื่องการเดินทาง พันเอกธเนศ ก็กลับมาบ้านกลางดึกเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้มาพร้อมกับภาพที่บาดตาและบาดใจมากกว่าทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่โอบกอดเด็กหนุ่มรูปร่างอรชรที่ดูอายุเพียงประมาณสิบแปดปีเข้าบ้านอย่างหน้าไม่อาย น้ำปิงที่เดินลงมาดูสถานการณ์ก็เห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาได้แต่ยืนกอดอก มองดูพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของผู้เป็นสามีด้วยความอดกลั้นที่ถึงขีดสุด

“พี่เนศ! เมื่อไหร่พี่จะเลิกสำส่อนเอาไม่เลือกแบบนี้!” น้ำปิงเหลืออดกับพฤติกรรมที่เลยเถิด ทุกครั้งที่พันเอกธเนศหายไปสามวัน พอวันที่สี่มักจะมีเด็กใหม่กลับมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย

“กูบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าเสือก!” พันเอกธเนศตวาดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ผมต้องเสือก! ผมทนไม่ไหวกับพฤติกรรมพี่แล้ว!”

“นั่นก็เรื่องของมึง! ส่วนเรื่องของกูคือ... ควยกู! กูจะเอาใครมึงก็ไม่มีสิทธิ์เสือก เพราะกูเป็นคนหาเงินเลี้ยงมึงกับลูก! เงียบปากเน่าๆ ของมึงไปซะ!”

ถ้อยคำหยาบช้าที่พ่นออกมาอย่างไร้ซึ่งความเคารพ ทำเอาใบหน้าของน้ำปิงชาหนึบราวกับถูกตบด้วยของแข็ง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความอัปยศที่ถูกลดทอนคุณค่าจนเหลือเพียงผู้อาศัย

“งั้นเราหย่ากันเถอะครับ! ในเมื่อพี่ไม่เห็นค่ากันแล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่ไปเลย!”

“กูไม่หย่า!” ธเนศแผดเสียงก้อง

“มึงต้องอยู่ที่นี่เป็นของตายให้กูโขกสับจนกว่ากูจะเบื่อ!”

“พี่เนศครับ... เราขึ้นข้างบนกันดีกว่า ลูกหว้าไม่อยากให้พี่ต้องอารมณ์เสียเพราะของเก่าค้างปีแบบนี้” เสียงของเด็กหนุ่มที่ชื่อ ลูกหว้า ซึ่งเบียดกายอยู่ในอ้อมกอดของสามีเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ดวงตาคู่นั้นมองจิกมาที่น้ำปิงอย่างผู้ชนะ

“ไปครับคนสวย... คืนนี้พี่จะจัดหนักให้หนูจนเดินไม่ได้เลยเชียว” ร่างสูงหันไปสบตาเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้มหื่นกระหาย มือหนาลูบไล้สะโพกมนอย่างเปิดเผย เขาโน้มลงหอมแก้มชู้รักอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตาภรรยาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า

“ไปสิครับ... ลูกหว้าอยากโดนพี่ตอกจนใจจะขาดจะแย่อยู่แล้ว” เด็กหนุ่มกระซิบเสียงพร่าอย่างไม่อายฟ้าดิน ก่อนจะพากันกอดก่ายเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน... ห้องที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขากับธเนศ

“ทุเรศ... ต่ำที่สุด” น้ำปิงพึมพำออกมาอย่างรังเกียจ ความรู้สึกสะอิดสะเอียนมันตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้

“อย่าเสือกปากดี! อีดอก!” เสียงตะโกนด่าทออย่างกักขฬะดังย้อนลงมาจากชั้นบน เป็นดั่งตะปูตัวสุดท้ายที่ตอกฝาโลงความสัมพันธ์นี้จนมิด

น้ำปิงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองขึ้นไปบนชั้นสองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เมื่อไหร่หนอ…เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกันเสียที เขาคิดอย่างเจ็บปวด จะโทษใครได้ ในเมื่อเขาเป็นคนเลือกที่จะรักและแต่งงานกับผู้ชายคนนี้มากับมือ คิดว่าจะรักเขาคนเดียว แต่สุดท้ายก็เหลือไว้เพียงร่องรอยของการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ

น้ำปิงยืนรอจนกระทั่งเสียงครางและเสียงเตียงดังมาจากชั้นบนดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าเขามีเวลาจำกัดแล้ว เขาเดินขึ้นไปในห้องนอนของน้องปันปันอย่างเงียบเชียบ ลูกชายยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้เรื่องราวใด ๆต้องเป็นคืนนี้เท่านั้น!

เขาเริ่มเก็บของทันที กระเป๋าเดินทางที่จัดเตรียมไว้แล้วถูกนำออกมา เขาเซ็นเอกสารใบหย่าที่ทนายร่างไว้แล้วอย่างเด็ดเดี่ยว วางไว้บนโต๊ะทำงานพร้อมกับสำเนาหลักฐานทุกอย่าง แล้วหยิบเงินสดและบัตรเอทีเอ็มที่เก็บสะสมไว้ออกมาให้มากที่สุด

หลังจากนั้น เขาอุ้มร่างเล็กของลูกชายที่หลับปุ๋ยลงมาเบา ๆ ห่มด้วยผ้าห่มผืนโปรด แล้วพาเดินออกจากประตูหน้าบ้านราวกับเป็นโจรหนีคดี เขาไม่ได้ห่วงทรัพย์สมบัติใด ๆ ในบ้านแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการพาลูกชายของเขาหนีออกจากขุมนรกนี้ให้เร็วที่สุด

เขาเดินออกมาจากรั้วหมู่บ้านหรูเงียบ ๆ ในยามวิกาลอย่างหวาดระแวง กลัวว่าจะมีรถของพันเอกธเนศตามมา เขาโทรศัพท์เรียกแกร๊บไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารราชบุรีทันที

เมื่อถึงสถานีขนส่ง สิ่งแรกที่น้ำปิงทำคือตรงไปที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว แม้จะดึกมากแล้ว

“ขอตั๋วรถทัวร์ไป ศรีสะเกษ ด่วนที่สุดครับ!” น้ำปิงเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเหนื่อยล้าและความตื่นกลัว

“รอบถัดไปคือรถสายด่วน ออกตีหนึ่งสี่สิบห้า ถึงศรีสะเกษเช้าเลยค่ะ” พนักงานตอบ

น้ำปิงมองดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว เขากำตั๋วในมือแน่น แล้วเดินพาลูกชายไปยังจุดรอรถทัวร์ที่เงียบเหงาสถานีขนส่งผู้โดยสารราชบุรี – มุ่งสู่ศรีสะเกษน้ำปิงนั่งอยู่บนม้านั่งแข็ง ๆ โดยมีน้องปันปันซบหลับอยู่ในอ้อมแขน เขาพยายามซ่อนตัวอยู่ใต้เงาเสาไม่ให้เป็นที่สังเกต ดวงตาคมสวยเฝ้ามองประตูทางเข้าตลอดเวลาด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าร่างของพันเอกธเนศจะปรากฏขึ้นที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก

นี่คือการเดินทางไกลที่สุดในชีวิต…และเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เขาต้องแลกมาด้วยทุกสิ่งน้ำปิงที่นั่งรออย่างกระวนกระวายไม่นาน รถทัวร์สายด่วน ราชบุรี–ศรีสะเกษ ก็เทียบชานชาลา เขาอุ้มลูกชายที่หลับไม่รู้เรื่องขึ้นไปบนรถอย่างรวดเร็ว หาที่นั่งคู่ริมหน้าต่างตามหมายเลขตั๋ว แล้วจัดแจงวางกระเป๋าสัมภาระไว้ใต้ที่นั่งอย่างแน่นหนา

ทันทีที่ร่างกายได้ทิ้งน้ำหนักลงบนเบาะที่นั่งแคบ ๆ ความรู้สึกตึงเครียดที่สะสมมาหลายชั่วโมงก็ค่อย ๆ คลายลง น้ำปิงมองออกไปนอกหน้าต่าง ตัวเมืองราชบุรีในยามดึกสงัดดูเงียบงันกว่าที่เคยเห็น

เขาหันมามองลูกชายที่ซบอยู่บนไหล่ของเขาอย่างปลอดภัย สูดดมกลิ่นแป้งเด็กจากกลุ่มผมของน้องปันปันอย่างรักใคร่ การตัดสินใจที่เด็ดขาดในคืนนี้ คือทางรอดเดียวของชีวิตพวกเขา

น้ำปิงเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาเพิ่งจะผ่านพ้นตีหนึ่งไปไม่นาน เขาคิดไว้ในใจว่าจะโทรศัพท์ไปหาอาเมื่อเวลาประมาณตีห้า ซึ่งเป็นเวลาที่รถทัวร์น่าจะใกล้เข้าเขตอีสานแล้ว และเป็นเวลาที่อาสาวน่าจะตื่นมาทำวัตรเช้าพอดี

ตลอดการเดินทางข้ามคืน เสียงเครื่องยนต์ที่ดังอื้ออึงและความมืดมิดภายนอกไม่ได้ทำให้เขาสงบลงเลย น้ำปิงไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่รถเบรกหรือชะลอความเร็ว หัวใจของเขาก็เต้นรัวด้วยความระแวง กลัวว่าจะมีใครมาหยุดรถเพื่อตามหาเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ความระแวงก็ถูกแทนที่ด้วยความหวังอันริบหรี่

เช้ามืด… บนถนนสู่ดินแดนอีสานเมื่อแสงแรกของวันเริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างรถทัวร์ น้ำปิงรู้ทันทีว่าเขากำลังเข้าสู่ดินแดนที่คุ้นเคยในความทรงจำวัยเยาว์ ทุ่งนาสีเขียวอมทองเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นระยะ ๆ ความรู้สึกผ่อนคลายก็เริ่มเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว

เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือได้เวลาแล้ว… ในที่สุดเขาก็กดเบอร์โทรศัพท์ของอาสาวยายนิดตามที่ตั้งใจไว้ เสียงโทรศัพท์ดังไปไม่นานก็มีเสียงรับสายที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความง่วงงุนเล็กน้อย

“ติ๊ด… ติ๊ด…”

“ฮัลโหลจ้า” เสียงของยายนิดรับสายด้วยความงัวเงียเล็กน้อย

“อาครับ ผมเอง น้ำปิง ตอนนี้ผมอยู่บนรถทัวร์กำลังจะถึงศรีสะเกษแล้วครับ”

“โอ๊ย! มาอีหลีบ่ลูก! อาดีใจเด้อ!” เสียงของอาสาวเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นและดีใจอย่างออกนอกหน้าทันที

“แล้วเราถึงสถานีตอนใด๋ล่ะ เดี๋ยวอาให้บ่าวนิค ไปรับ ลูกของพี่ชายพ่อเรา จำน้องได้บ่” อานิดถามถึงลูกพี่ลูกน้อง น้ำปิงนึกถึงความทรงจำที่เลือนราง

“จำได้ครับ ตอนนั้นน้องตัวเล็กนิดเดียวเอง”

“ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว”อานิดหัวเราะเบา ๆ

“ครับอา เดี๋ยวผมรออยู่ที่สถานี แล้วน้องจะจำผมได้ไหมครับ” น้ำปิงอดกังวลไม่ได้ เพราะจากกันไปนานมาก

“เดี๋ยวอาเอารูปเราให้น้องดู”

“ครับ” น้ำปิงตอบรับอย่างโล่งใจ

“ถึงแล้วโทรหาอาอีกรอบนะ เดี๋ยวอาให้น้องไปรอ”

“รถน่าจะเข้าถึงสถานีขนส่ง อำเภอโพธิ์ศรีพิสัย ประมาณเก้าโมงเช้าครับ”

“โอเค ๆ เดินทางปลอดภัยเด้อ”

“ครับอา ขอบคุณมากครับ” น้ำปิงตอบรับด้วยหัวใจที่เต้นแรง ด้วยความตื่นเต้นและความหวังอันแรงกล้า การเดินทางครั้งนี้คือการเดิมพันเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สงบสุขสำหรับเขาและลูกชาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 31ความสุข The End

    บทที่ 31ความสุข The End กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากวันที่มีกลุ่มคนมาประท้วงวุ่นวายที่หน้าบ้าน บัดนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 3 เดือนแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ทั้งน้ำปิงและสิงห์ร่วมกันสร้าง รากฐานของคำว่าครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น แผนการแต่งงานที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะจัดกันแบบเรียบง่ายสไตล์บ้านๆกลับกลายเป็นงานช้างระดับตำบล เพราะความกว้างขวางของเถ้าแก่สิงห์ที่อยากจะประกาศศักดาความรักให้โลกจำ จนสุดท้ายน้ำปิงต้องยอมจำนนจ้างบริษัทออแกไนซ์มืออาชีพมาดูแลสถานท่ีให้ เพื่อไม่ให้หัวหมุนไปมากกว่านี้ ณ ร้านเช่าชุดพรีเวดดิ้งชื่อดังในตัวเมือง “เหนื่อยจังเลยครับ...” น้ำปิงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังอย่างหมดแรง ใบหน้าหวานล้อมกรอบด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ หลังจากถูกจับเปลี่ยนชุดไปไม่ต่ำกว่าห้ารอบ ใจจริงน้ำปิงอยากเลือกใส่ชุดสูทกางเกงที่ดูทะมัดทะแมง แต่ติดตรงที่ว่าที่สามีอย่างสิงห์กลับยืนกรานหัวชนฝาว่าอยากเห็นยอดดวงใจในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์สักครั้งในชีวิต “โอ๋ๆ... ไม่เหนื่อยนะจ๊ะคนดี ใส่กระโปรงนะ... พี่อยากเห็นหนูในชุดแบบนี้จริงๆ นะจ๊ะ” สิงห์ขยับเข้าไปใกล้พลางลูบศีรษะน้ำปิงอย่างแผ่วเบา สายตาอ้อนว

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 30 ไม่ยอม

    บทที่ 30 ไม่ยอม ข่าวลือเรื่องงานแต่งงานของเถ้าแก่สิงห์แพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพียงชั่วข้ามคืนคนทั้งตำบลก็รู้กันทั่วว่าสิงห์รถเกี่ยวตัดสินใจจะสละโสดกับหลานชายคนสวยของอานิด แน่นอนว่ามีคนยินดี... แต่สำหรับบรรดาอดีตเด็กในสังกัด ทั้งหลาย ข่าวนี้กลับเหมือนระเบิดที่ลงกลางใจจนอยู่ไม่สุข เช้าวันนั้น หลังจากสิงห์ขับรถกระบะไปส่งปันปันที่โรงเรียนเสร็จสรรพ ทันทีที่เลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าบ้านอานิด ทั้งสิงห์และน้ำปิงก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นกลุ่มคนทั้งชายหนุ่มหน้าหวานและสาวน้อยหน้าใสมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน โดยมีอานิดนั่งกอดอกมองด้วยสายตาเอือมระอา “มาทำอะไรกันเยอะแยะเนี่ย?” สิงห์เดินลงจากรถด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์พลางจูงมือน้ำปิงไว้แน่น “พวกเราไม่ยอมที่อ้ายสิแต่งงาน!” หมวยเล็ก ลูกสาวร้านขายส่งเจ้าใหญ่เปิดฉากขึ้นคนแรก ก่อนที่เสียงคัดค้านจากคนอื่นๆ จะดังระงมตามมาเป็นพรวน “ใช่! พี่สิงห์จะทิ้งพวกเราไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้นะ!” “พวกเรามาก่อนนะพี่! ทำไมพี่ทำร้ายจิตใจพวกเราแบบนี้ล่ะ!” “พี่สิงห์ต้องรับผิดชอบความรู้สึกพวกเราด้วย!” เสียงประท้วงดังเซ็งแซ่จนชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มเดินมามุงด

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 29 ได้ฤกษ์แต่งงาน

    บทที่ 29 ได้ฤกษ์แต่งงาน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน น้ำปิงตื่นขึ้นมาเตรียมข้าวปลาอาหารและจัดแจงข้าวของให้ลูกชายตามปกติ เขาปล่อยให้ "พ่อลูก" ที่ดูจะเข้ากันได้ดีเหลือเกินนอนกองรวมกันอยู่บนเตียงจนถึงเวลาอันสมควร ร่างบางเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เห็นภาพสิงห์ที่นอนกอดก่ายอยู่กับปันปัน แขนแกร่งที่เคยแบกเครื่องยนต์หนักๆ บัดนี้กลับใช้รองศีรษะให้เด็กน้อยอย่างทะนุถนอม น้ำปิงลอบยิ้มออกมาด้วยความอุ่นใจ ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ปลุกสมาชิกทั้งสอง “ตื่นได้แล้วครับทั้งสองคน ปันปันไปโรงเรียนลูก ส่วนพี่สิงห์... ลุกมาล้างหน้าล้างตาได้แล้วครับ” น้ำปิงส่งเสียงเรียกพลางเดินไปเปิดม่าน “งึมๆ... หม่ามี้” ปันปันขยี้ตาปรือ ลุกขึ้นนั่งโงนเงนด้วยความงงงวยตามประสาเด็กเพิ่งตื่น ทว่าคนตัวโตอย่างสิงห์กลับไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นมาหยอกล้อเหมือนทุกวัน เขากุมขมับพลางครางซี้ดออกมาในลำคอ ใบหน้าคมเข้มดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด “หนู... พี่ปวดหัวมากเลยจ้ะ เหมือนโลกมันหมุนไปหมุนมา พี่จะอ้วกอีกแล้ว” สิงห์บอกเสียงพร่าพยายามจะหยัดตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องทิ้งตัวลงนอนตามเดิม น้ำปิงรีบเดินเข้าไปเอาหลังมือแตะหน้าผาก

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 28 อ่อนแอก็แพ้ไป

    บทที่ 28 อ่อนแอก็แพ้ไป เย็นวันนั้น ณ ร้านอาหารริมทางระหว่างทางกลับบ้าน สิงห์บ่นว่าหิวจนทนไม่ไหวจึงแวะร้านอาหารอีสานเจ้าประจำ ทว่าทันทีที่กลิ่นกุ้งเต้นและลาบเลือดโชยมาแตะจมูก เถ้าแก่ผู้เคยกินได้ทุกอย่างกลับชะงักกึก "อุ้ก... แหวะ!" สิงห์รีบยกมือปิดปากแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าคมเข้มที่เคยอิ่มเอิบเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา กลิ่นข้าวคั่วหอมๆ และกลิ่นปลาร้านัวๆ ที่เคยทำให้เขาน้ำลายสอ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นรุนแรงที่ทำเอาลำไส้ปั่นป่วนจนแทบจะขย้อนออกมาเสียให้ได้ “พี่สิงห์! เป็นอะไรไปอีกครับ!” น้ำปิงที่เพิ่งอุ้มปันปันลงจากรถรีบถลาเข้ามาดูด้วยความตกใจ เห็นว่าที่สามีจอมขี้เล่นกำลังยืนเกาะเสาร้านอาหารอีสานโก่งคอทำท่าจะอ้วกแหล่ไม่แหล่แหล่ “ไหนบอกว่าหายเมาค้างแล้วไงครับ?” “พี่... พี่ไม่รู้ อึก... แหวะ! กลิ่นมัน... กลิ่นปลาร้ามันเหม็นเหมือนซากอะไรสักอย่างเลยหนู พี่ทนไม่ไหวแล้ว!” สิงห์บอกเสียงอู้อี้ผ่านฝ่ามือพลางรีบหันหลังวิ่งพุ่งตรงไปหลังร้านอาหารทันที ทิ้งให้น้ำปิงยืนอึ้งอยู่กับปันปันที่มองตามคุณยักษ์ของเขาไปด้วยความงุนงงก่อนจะเดินตามไปดู "หือ? ปกติพี่ชอบกินส้มตำปลาร้

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 27 รักษาคนป่วย 18+

    บทที่ 27 รักษาคนป่วย 18+ ตั้งแต่เก้าโมงเช้าที่เถ้าแก่หนุ่มร้องขอ "ยาดี" จากเมียจ๋า ดูเหมือนยาขนานนี้น่าจะออกฤทธิ์แรงเกินคาด เพราะสิงห์ไม่มีทีท่าว่าจะพักรบเลยสักนิด อาการเวียนหัวเมาค้างหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่ทำเอาน้ำปิงแทบรับมือไม่ไหว “อ๊ะ... พี่สิงห์ ใกล้เวลา... ไปรับลูกแล้วนะจ๊ะ” น้ำปิงประท้วงเสียงพร่า ลมหายใจติดขัดยามที่ร่างสูงใหญ่โถมเข้าหาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ดวงตาสวยพยายามจะโฟกัสเข็มนาฬิกาบนผนังที่บัดนี้เดินมาถึงเลขสองกว่าๆ แต่มันช่างยากเหลือเกินเมื่อสติสัมปชัญญะถูกรบกวนด้วยสัมผัสวาบหวามที่สิงห์มอบให้ไม่หยุดหย่อน “อีกนิดนะจ๊ะเมียจ๋า... พี่กำลังจะหายดีแล้วเนี่ย หนูดูสิ... หัวพี่ไม่หมุนแล้ว แต่ใจพี่มันสั่นแทน” สิงห์ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางกดจูบซับเหงื่อตามขมับนวลอย่างรักใคร่ มือหนาที่แกร่งกร้าวรวบเอวคอดไว้มั่นราวกับจะประกาศว่าต่อให้ฟ้าจะถล่มเขาก็ไม่มีวันปล่อยยาดีขนานนี้ไปง่ายๆ “บ่ายสองครึ่งเราค่อยออกจ้ะ... จากบ้านพี่ไปโรงเรียนสิบนาทีก็ถึง พี่ซิ่งกระบะแป๊บเดียว ปันปันไม่รอนานหรอกหนู... เชื่อพี่นะ” “แต่พี่... อื้อ... พี่พูดแบบนี้มาหลายรอบแล้วนะ!”

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 26 เมื่อเสือสิ้นลาย…

    บทที่ 26 เมื่อเสือสิ้นลาย… เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปเกือบหนึ่งปีแล้วที่ น้ำปิง หอบหิ้วดวงใจน้อยๆ อย่างปันปันมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้ จากวันแรกที่เต็มไปด้วยความกังวล บัดนี้เขามีสถานะเป็นถึงคู่หมั้นของ สิงห์ เถ้าแก่รถเกี่ยว หลายเดือนมานี้ ร้านลูกชิ้นปิ้งที่เคยเป็นอาชีพหลักต้องปิดตัวลงชั่วคราวหรืออาจจะถาวรเพราะว่าที่สามีตัวดีไม่ยอมให้เขาตรากตรำอาบเหงื่อต่างน้ำอีกต่อไป หน้าที่หลักของน้ำปิงในตอนนี้คือการดูแล "ปันปัน" ที่กำลังจะเริ่มต้นก้าวสำคัญในฐานะนักเรียนชั้นอนุบาล เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน กระทบกับชุดนักเรียนตัวจิ๋วสีขาวสะอาดตาที่แขวนเตรียมไว้ น้ำปิงบรรจงกลัดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้ลูกชายอย่างเบามือ ปันปันในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมดูหล่อเหลาถอดแบบคนเป็นพ่อมาไม่มีผิดเพี้ยน “หล่อที่สุดเลยครับลูกชายหม่ามี้” น้ำปิงพรมจูบลงบนหน้าผากมนของเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดพื้น ทว่าในจังหวะที่เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคู่ใจของสิงห์คำรามใกล้เข้ามาและจอดสนิทที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวันแต่… “อ๊อก!... แหวะ!” เสียงโก่งคออาเจียนที่ดังสนั่นมาจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status