Share

บทที่ 4

Author: แมกไม้และม่านหมอก
ผมนั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดคนเดียว

ผมเอนหลังพิงเบาะรถ หลับตาแล้วสูดหายใจลึก ในที่สุดความรู้สึกหายใจไม่ออกและอาการหูอื้อก็ค่อยๆ บรรเทาลง

ตอนลงจากรถ คนขับช่วยเอากระเป๋าเดินทางมาวางไว้ด้านล่างคอนโด อีกฝ่ายถามผมว่าให้ไปส่งหน้าลิฟต์ไหม

ผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมใช้มือซ้ายกอดโน้ตบุ๊กที่พังไปแล้ว มือขวาลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในคอนโด

หลังจากเข้ามาในห้อง ผมไปหาฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูลในห้องหนังสือ

ฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ด้านในสุดของลิ้นชัก

ผมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ไปหยิบขวดยาที่โต๊ะข้างหัวเตียง

เมื่อผมหยิบขวดยาขึ้นมา เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

ซูหร่านยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าขุ่นมัวมาก

“นายกลับมาจริงด้วย”

ผมเอาฮาร์ดดิสก์ใส่ไว้ในช่องด้านในกระเป๋าเดินทาง

“ออกไป”

เธอยังนิ่ง สายตามองมาที่ขวดยาในมือผม

จู่ๆ เธอเดินเข้ามาแย่งขวดยาจากมือผม

“เจียงเหยียน นายเลิกงี่เง่าได้หรือยัง? ฉันบอกแล้วว่าจะซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ให้ แล้วก็จะให้เย่หล่างขอโทษนายด้วย นายจะเย็นชาใส่เราไปถึงเมื่อไร?”

ผมยื่นมือไปแย่งขวดยา

“เอาคืนมา”

ซูหร่านยกมือขึ้น สีหน้าดูเหมือนกำลังข่มความโกรธอยู่

“เย่หล่างคุกเข่าอยู่ด้านล่างคอนโด เอาแต่ตบหน้าตัวเองเพราะรู้สึกผิด นายไม่ถามถึงเขาสักคำ นายเป็นคนเลือดเย็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”

“ก็ตั้งแต่ตอนที่เธอกับเย่หล่างเอาเรื่องในชีวิตฉันมาพนันกันไง”

“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม” เธอกัดฟันกรอด “แค่งานประกวด แค่โน้ตบุ๊ก แค่ไปเที่ยว ทำไมนายเป็นแบบนี้ หลายปีที่เรารู้จักกันไม่มีค่าเลยหรือไง?”

ผมมองเธอ

“ซูหร่าน เราเลิกกันเถอะ”

เธอชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะออกมา

มันไม่ใช่เสียงหัวเราะจากความสุข แต่เป็นเสียงหัวเราะเวลาเจอเรื่องไร้สาระ เป็นเสียงหัวเราะหลังจากโดนคนทำให้รู้สึกไม่พอใจ

“เลิกเหรอ? นายเอาเรื่องเลิกมาขู่ฉันเหรอ?”

“ฉันไม่ได้ขู่”

ผมไม่อยากพูดไร้สาระกับเธอแล้ว ดึงคันชักกระเป๋าเดินทางแล้วยื่นมือไปแย่งขวดยาจากเธอ

แต่ซูหร่านเอียงตัวหลบก่อน เธอกำขวดยาเอาไว้แน่น

“โอเค นายอยากสงบสติอารมณ์ใช่ไหม งั้นฉันจะทำตามที่นายต้องการ”

เธอถอยออกไปนอกประตู

จู่ๆ ผมรู้สึกใจคอไม่ดี

“ซูหร่าน เธอจะทำอะไร?”

ประตูปิดลงต่อหน้าผม

ช่องเสียบกุญแจหมุนล็อก

ผมวิ่งไปบิดลูกบิดประตู แต่มันล็อกไปแล้ว

เสียงของซูหร่านดังผ่านประตูเข้ามา

“ฉันพนันกับเย่หล่างเป็นครั้งสุดท้าย นายอยู่ในนั้นสี่ชั่วโมง แค่สี่ชั่วโมง แล้วนายจะรู้ว่าวันนี้ตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง”

ผมทุบประตู

“เปิดประตู”

“ฉันเอาขวดยาไปก่อน นายจะได้ไม่เอาเรื่องป่วยมาขู่ฉันอีก” เธอพูดเสียงเย็นชา “ยอมคุยดีๆ เมื่อไรก็โทรหาฉัน”

เสียงเท้าไกลออกไป

เสียงประตูลิฟต์ปิดลง

ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง

ผมยืนอยู่หน้าประตู วางมือลงบนบานประตู จู่ๆ ผมหายใจถี่อีกแล้ว

ทางเข้าแคบๆ ประตูถูกล็อก ยาก็โดนเอาไป

สิ่งเหล่านี้เหมือนมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบปอดของผมจนแทบหายใจไม่ออก

ผมหันหลังวิ่งไปค้นลิ้นชัก

ไม่มียาสำรอง

เมื่อกี้ของในกระเป๋าหล่นกระจัดกระจายอยู่ที่สนามบิน

มือถือไหลเข้าไปในซอกกระเป๋าเป้ที่ขาดไปแล้ว ผมใช้มืออันสั่นเทาล้วงมันออกมา แต่ดันสแกนนิ้วไม่ผ่านสามรอบติดกัน

ข้อความของเย่หล่างเด้งมาบนหน้าจอ

[พี่เหยียน พี่สงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่า พี่หร่านหวังดีกับพี่นะ]

ผมอ่านข้อความแล้วขำแห้ง

พวกเขาคิดว่าการขังผมไว้คือสิ่งที่เรียกว่าหวังดี

หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

สายตาเริ่มพร่ามัว

ก่อนสติจะดับวูบ ผมชนชั้นวางของตรงทางเข้าบ้านจนล้มคว่ำ

ผมเก็บเครื่องทองเหลืองโบราณขึ้นจากพื้น ใช้แรงเฮือกสุดท้ายปามันไปที่หน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น

“เพล้งงง”

เสียงกระจกแตกดังสนั่น เศษกระจกกระจายไปทั่ว มันฝังลงบนแขนของผมจนเลือดไหลออกมา

หน้าจอมือถือสว่างอีกครั้ง

เป็นข้อความที่ซูหร่านส่งมา

แจ้งเตือนที่อยู่บนหน้าจอเป็นข้อความหนึ่งบรรทัด

[แค่สี่ชั่วโมง อย่าทำเป็นน่าสงสารหน่อยเลย]

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 8

    หลังจากผ่านไปสามปี ช่วงฤดูหนาวผมบินกลับไปจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์บ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้หลินทิงกลับมากับผมด้วยหลังจากทำเอกสารเรียบร้อย ตอนเดินออกมาจากล็อบบี้ หิมะตกหนักมากเธอยื่นมือมากระชับผ้าพันคอของผมให้แน่นขึ้น“หนาวไหม?”“โอเคอยู่”“รถอยู่ฝั่งตรงข้าม เดี๋ยวฉันไปขับมา นายรอฉันหน้าประตูนะ”ผมส่ายหน้าไปมา“ไปด้วยกันสิ”ตอนเราเดินมาถึงทางแยก ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งยองอยู่ริมถนนเธอใส่เสื้อโค้ทเก่าๆ รูปร่างผอมบาง กอดเค้กสตรอว์เบอร์รีไว้ในอ้อมแขนซูหร่านเธอจำผมไม่ได้จะบอกว่าเธอไม่ได้มองผมก็ได้ เพราะสายตาของเธอเอาแต่จ้องหน้าจอมือถือบนหน้าจอเป็นโปรไฟล์ของบัญชีโซเชียลมีเดียที่ปิดใช้งานไปแล้วเธอพูดเสียงแผ่วเบา เหมือนกลัวจะทำให้ใครตื่นยังไงยังงั้น“อาเหยียน วันนี้คือวันเกิดนาย ฉันไม่ได้ซื้อผิดนะ เพราะนายไม่ได้แพ้สตรอว์เบอร์รี”เธอเงียบไปแป๊บหนึ่ง แล้วก็ค่อยๆ พูดอีกว่า“ฉันไม่พนันกับใครแล้ว นายเปิดประตูได้ไหม?”ห่างออกไปไม่ไกล เย่หล่างในชุดพนักงานร้านสะดวกซื้อเดินหิ้วถุงผักลดราคาเข้ามาหาเธอความหนาวทำให้มือเขาแดงก่ำ ใบหน้าดูอิดโรย ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยเมื่อเห็นซูหร

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 7

    ซูหร่านผอมจนจำแทบไม่ได้ เสื้อโค้ทสีดำหลวมโคร่งเย่หล่างก็ไม่ได้มีออร่าเปล่งประกายเหมือนเมื่อก่อน ผมเผ้าไม่เป็นทรง ใต้ตาดำคล้ำเห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบมาที่นี่มากซูหร่านเดินฝ่ากลุ่มคนมาตรงหน้าผมขอบตาของเธอแดงก่ำ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน“อาเหยียน”ผมไม่ได้ตอบเธอเอากล่องแหวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นมันมาตรงหน้าผมแขกที่อยู่บริเวณรอบๆ เงียบลง“ฉันไม่ได้พนันกับใครทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้ล้อเล่นด้วย” เธอเงยหน้ามองผม เสียงสั่นเครือ “ฉันมาขอนายแต่งงานจริงๆ ฉันขอใช้ทั้งชีวิตชดใช้ให้นายได้ไหม?”เย่หล่างก็เดินเข้ามาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ เขาจะยื่นมือมาจับแขนเสื้อผม“พี่เหยียน ผมรู้จักคำว่าขอบเขตแล้ว ผมแซวเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้หญิงแบบมั่วซั่ว ทำให้โดนบริษัทไล่ออก ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?”ผมถอยหลังหลบมือของเขาซูหร่านยังยืนถือกล่องแหวนอยู่อย่างนั้น“ฉันขายคอนโดนั้นแล้ว นายเอาเงินไปเลย เรื่องประกวด เรื่องโน้ตบุ๊ก ทุกสิ่งที่ทำพลาดไป ฉันจะชดใช้ให้นาย นายจะให้ฉันทำอะไรก็ได้”ผมมองเธอ“ซูหร่าน สิ่งที่ฉันต้องการคือพวกเธอไม่ควรเอาชีวิตฉันมาล้อเล่นตั้งแต่แรก”

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 6

    ลมหนาวที่เรคยาวิกทำให้รู้สึกแสบผิวมาก เหมือนเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ พัดใส่หน้าตอนอาจารย์ที่ปรึกษามารับผมที่สนามบิน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผ้าพันแผลที่แขนผมเขาไม่ได้ถามอะไรมาก ทำเพียงแค่ถอดผ้าพันคอของตัวเองมาพาดไว้บนไหล่ผม“ที่สตูดิโอเปิดฮีตเตอร์ไว้ นายไปพักผ่อนสักหน่อยดีกว่า”ผมพยักหน้าที่นี่ไม่มีใครเอาความอดทนของผมมาเดิมพัน แล้วก็ไม่มีใครมองว่าการที่ผมมีขอบเขตเป็นเรื่องน่าอึดอัดผมเริ่มจัดการอาร์ตบุ๊กอีกครั้งโน้ตบุ๊กที่พังถูกส่งไปซ่อมแล้ว ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในฮาร์ดดิสก์ส่วนเลเยอร์ภาพที่ขาดหายไป ผมค่อยๆ วาดใหม่อีกครั้งบางครั้งวาดจนถึงตอนเช้าตรู่ จะรู้สึกคันตรงแผลที่แขนอาจารย์ที่ปรึกษาเคาะประตูแล้วเอาซุปร้อนๆ มาวางไว้ข้างโต๊ะ“ไม่ต้องรีบ เจียงเหยียน อย่าเอาสุขภาพตัวเองไปแลกกับผลงาน”สัปดาห์ที่สาม ผมเจอหลินทิงที่สตูดิโอเธอเป็นภัณฑารักษ์ที่อาจารย์ที่ปรึกษาทำงานด้วย ประจำอยู่ที่ไอซ์แลนด์หลายปีแล้ว เธอพูดภาษาจีนช้ามาก แต่ออกเสียงชัดเจนทุกคำเธอเดินมาหยุดข้างโต๊ะ ก่อนจะยื่นกาแฟให้ผม เธอพูดว่า“นายดื่มกาแฟดำเฉยๆ หรือต้องเพิ่มนมด้วย?”ผมชะงักเล็กน้อย“กาแฟดำก็ได้”เธอพยักหน้

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 5

    ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมา แขนผมถูกล็อกไว้ข้างเตียงผู้ป่วยพยาบาลกำลังทำแผลให้ผม พอเห็นผมลืมตาขึ้นมา เธอเอ่ยเสียงเบาว่า“แขนของคุณเย็บเจ็ดเข็ม เสียเลือดค่อนข้างมาก ยามที่คอนโดได้ยินเสียงกระจกแตกก็เลยพังประตูเข้าไป แล้วก็พาคุณมาส่งโรงพยาบาล”ผมมองเพดาน ตั้งสติอยู่แป๊บหนึ่ง เพิ่งจะรู้สึกว่าลำคอแห้งผากมากพยาบาลยื่นมือถือให้ผม“เพิ่งชาร์จแบต มือถือคุณดังอยู่นานมาก”บนหน้าจอมีแจ้งเตือนสายไม่ได้รับหลายสิบสายเป็นสายจากซูหร่านทั้งหมดเย่หล่างก็ส่งข้อความเสียงมาเยอะมากผมยังไม่ทันกดเข้าไปดูเพื่อนดันส่งคลิปมาให้ก่อนเป็นคลิปที่ซูหร่านนั่งอยู่บนโซฟาในคลับ เธอถือแก้วอยู่ในมือ พูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ฉันตามใจเจียงเหยียนจนเขานิสัยเสีย ขังไว้สัก 3-4 ชั่วโมง เดี๋ยวเขาก็รู้เองว่าใครที่หวังดีกับเขาจริงๆ”มีคนหัวเราะแล้วถามว่า“นี่เธอล็อกประตูจริงเหรอ?”ซูหร่านเอนหลังพิงพนักโซฟา“เมื่อก่อนตอนอาการแพนิคของเขากำเริบ ฉันเป็นคนที่อยู่กับเขาตลอด แล้วฉันจะคิดร้ายกับเขาได้ยังไง? เขาแค่หัวร้อน ต้องให้บทเรียนเขาสักหน่อย”คลิปถึงตรงนี้แล้วก็ตัดไปเพื่อนส่งข้อความมาอีก[พี่เหยียน เกิดอะไรขึ้นที่บ้านพ

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 4

    ผมนั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดคนเดียวผมเอนหลังพิงเบาะรถ หลับตาแล้วสูดหายใจลึก ในที่สุดความรู้สึกหายใจไม่ออกและอาการหูอื้อก็ค่อยๆ บรรเทาลงตอนลงจากรถ คนขับช่วยเอากระเป๋าเดินทางมาวางไว้ด้านล่างคอนโด อีกฝ่ายถามผมว่าให้ไปส่งหน้าลิฟต์ไหมผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมใช้มือซ้ายกอดโน้ตบุ๊กที่พังไปแล้ว มือขวาลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในคอนโดหลังจากเข้ามาในห้อง ผมไปหาฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูลในห้องหนังสือฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักผมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ไปหยิบขวดยาที่โต๊ะข้างหัวเตียงเมื่อผมหยิบขวดยาขึ้นมา เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นซูหร่านยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าขุ่นมัวมาก“นายกลับมาจริงด้วย”ผมเอาฮาร์ดดิสก์ใส่ไว้ในช่องด้านในกระเป๋าเดินทาง“ออกไป”เธอยังนิ่ง สายตามองมาที่ขวดยาในมือผมจู่ๆ เธอเดินเข้ามาแย่งขวดยาจากมือผม“เจียงเหยียน นายเลิกงี่เง่าได้หรือยัง? ฉันบอกแล้วว่าจะซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ให้ แล้วก็จะให้เย่หล่างขอโทษนายด้วย นายจะเย็นชาใส่เราไปถึงเมื่อไร?”ผมยื่นมือไปแย่งขวดยา“เอาคืนมา”ซูหร่านยกมือขึ้น สีหน้าดูเหมือนกำลังข่มความโกรธอยู่“เย่หล่างคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 3

    ผมซื้อกาแฟร้อนที่ร้านในเกทสนามบินเพิ่งปิดฝาแก้ว จู่ๆ ก็มีคนมาตบไหล่ผมอย่างแรงกาแฟกระเด็นออกมาโดนนิ้วผมเล็กน้อยเมื่อผมหันไปมอง เห็นซูหร่านกับเย่หล่างยืนอยู่ด้านหลังซูหร่านติดกระดุมเสื้อคลุมผิดไปหนึ่งเม็ด ตรงขมับมีเหงื่อซึมออกมาด้วยเย่หล่างยังกำตั๋วเครื่องบินไปซานย่าอยู่ในมือ เขาหอบจนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว“พอได้แล้ว” ซูหร่านยื่นมือมาเอาแก้วกาแฟของผม เธอเอามือแตะข้างแก้ว แล้วก็คืนแก้วให้ผม “ยังดีที่รู้จักซื้อกาแฟร้อน หนาวไหมเนี่ย”น้ำเสียงเธอเหมือนกำลังง้อ แล้วก็เหมือนกำลังบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว“เราไม่ไปซานย่าแล้ว เราตกเครื่องเพราะมาตามหานาย ครั้งนี้ถือว่าหายกัน กลับบ้านกับฉันเถอะ”เย่หล่างหายเหนื่อยแล้ว เขาเอามือค้ำเข่าแล้วเงยหน้ามองผม“พี่เหยียน พี่มาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศทำไม? จะหนีออกจากบ้านเหมือนในละครเหรอ?”ผมหันไปมองซูหร่าน“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”สายตาเธอวูบไหวเล็กน้อย“ระบบยกเลิกบัตรเครดิตมันแจ้งเตือนล่าช้า มีข้อความที่นายซื้อกาแฟส่งมาเมื่อกี้”“เธอก็เลยเช็กดูอย่างนั้นเหรอ?”“ก็ฉันเป็นห่วงนายไง” ซูหร่านขมวดคิ้ว “มันคือความเป็นห่วงตามปกติ นายอย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status