مشاركة

บทที่ 8

last update تاريخ النشر: 2025-04-02 09:00:01

 

ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อน

ท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย

“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้

“อืม”

ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ

“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”

“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง

“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”

รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อน

 เรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีร่างโรสรินนอนอยู่ด้านข้างในสภาพเปล่าเปลือยแล้ว

 โรสรินที่เป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ถูกพบนอนบนเตียงของเขา ชายหนุ่มครุ่นคิดในความทรงจำที่พร่าเลือน กลิ่นน้ำผึ้งป่ารวมไปถึงเรือนร่างที่เขาสัมผัสเมื่อคืนมีลักษณะบางราบเรียบและย้อนมองดูหน้าอกที่อวบอัดและกลิ่นกุหลาบอ่อนที่มาจากตัวของโรสรินจึงไม่มั่นใจในความคิดของตนนัก หากแต่เช้าวันนั้นช่างวุ่นวายจนทำให้ชายหนุ่มลืมข้อสงสัยของตนไปสนิท

เวลาผ่านไปไม่นาน โรสรินได้นำที่ตรวจครรภ์ของตนมาให้เขาเพื่อยืนยันว่าตอนนี้ตนเองกำลังตั้งท้องอยู่ ทางคุณแม่ของเขาจึงต้องรีบจัดงานแต่งงานสายฟ้าแลบเพื่อไม่ให้ท้องของเจ้าสาวโตไปกว่านี้ ชายหนุ่มจึงต้องแต่งงานอย่างไม่เต็มใจนัก เขาจึงต่อต้านโดยการย้ายตัวเองไปทำงานต่างประเทศเป็นหลักแทบไม่ค่อยกลับบ้าน แม้แต่ตอนที่เด็กในท้องของโรสรินคลอดออกมาเขาก็แค่มองดูแวบเดียวและบินด่วนไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ

น่าแปลกเขาไม่รู้สึกผูกพันกับอัยวาผู้เป็นลูกชายเลยสักนิด แต่กระนั้นสิ่งที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับอัยวาก็ได้ทั้งหมด

เวลาผ่านไปจนกระทั่งใกล้ถึงวันหมั้นของอัยวากับแทนไทลูกชายนักธุรกิจชื่อดังฝั่งภาคเหนือ ว่าที่ลูกเขยนัดทานอาหารขอเขาคุยเป็นการส่วนตัวเดิมทีเขาคิดว่าชายหนุ่มแค่อยากสานสัมพันธ์ว่าที่พ่อตาลูกเขยเท่านั้น แต่กลับไม่ใช่

“คนในรูปเป็นใคร” ครามที่อยู่ในวัยกลางคนถามหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งฝั่งตรงข้าม คนในรูปช่างดูงดงามเหลือเกิน รอยยิ้มหวานในรูปทำให้หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวสั่นสะท้านเล็กน้อย

“คนในรูปชื่อ ลออจันทร์ครับเคยทำงานที่บ้านของคุณลุง”เสียงเย็นชาเอ่ยถึงคนในรูปภาพก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมเมื่อว่าที่พ่อตาเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ต่อมาไม่นาน คุณน้าลออจันทร์ก็ลาออกไปทำงานที่ร้านกาแฟจนกระทั่งคลอดลูกชายโอเมก้าชื่อ ลลิต คุณลุงลองดูรูปลูกชายของคุณน้าลออจันทร์สิครับ”

ครามเปิดซองที่บรรจุรูปจำนวนหนึ่งออกมา ครามตกตะลึงมองรูปมีตั้งแต่ตอนเด็กไปกระทั่งตอนโตทีละรูปด้วยความตกตะลึง

“ตาของเด็กคนนี้เหมือนกับเด็กในตระกูลของเราไม่มีผิด” ครามเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ความคิดบ้า ๆ เริ่มผุดขึ้นมา

“อายุของเด็กคนนี้ล่ะ” เสียงละล่ำละลักถามชายหนุ่มรุ่นลูก

“ลลิตอายุแค่ 24 ปี ครับ” จากคำบอกเล่า ทำให้ครามจะรู้สึกผิดหวังอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป

“งั้นเด็กคนนี้คง...”

“ลลิตจากไปตอนที่อายุเพียงแค่ 24 ปีครับ” เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ครามนิ่งงันตกตะลึงอยู่นาน

“แล้วครามบอกเรื่องนี้กับลุงทำไม” เสียงที่เคยหนักแน่นตอนนี้กลับแหบพร่าอย่างน่าประหลาด

“คุณลุงควรจะทราบว่าลูกที่แท้จริงตายไปแล้ว ส่วนอัยวานั้นคือลูกของคุณน้าโรสรินแค่คนเดียว” เมื่อชายหนุ่มเมื่อพูดเรื่องราวทั้งหมดก็ขอตัวกลับทันที ทิ้งครามให้นั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเงียบงัน จนกระทั่งแววตาที่เศร้าสลดแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น ครามสั่งให้คนสนิทสืบเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนทันที

“คราม คุณทำอะไรคะเนี่ย” โรสรินกรีดร้องเสียงแหลม เมื่อครามถือกระดาษปึกนึงเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะปาไปที่หน้าของคนที่ได้ชื่อว่าภรรยา

          “คุณพ่อ/ตาคราม” เสียงเรียกจากตกใจของทั้งครอบครัวดังขึ้นในห้องทานอาหาร

          “ทำอะไรงั้นเหรอ คุณลองก้มดูกระดาษพวกนี้สิ” โรสรินหยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะหน้าซีดเมื่อเป็นผลตรวจดีเอ็นเอระหว่างอัยวากับคราม

          “ไม่จริง เรื่องนี้ฉันอธิบายได้ อัยวา! ลูกอย่าอ่านนะ” คนเป็นแม่ร้องห้ามเสียงหลง เมื่อลูกชายหยิบกระดาษที่ตกอยู่ใกล้ตัวมาอ่าน รวมไปถึงทุกคนที่โต๊ะทานอาหารด้วย

          “ นี่มันไม่จริงใช่ไหม แล้วเด็กในรูปคือใคร เอ๊ะหนูลลิตนี่นา” คุณหญิงไพลินถามลูกชายเสียงสั่นตอนแรกก็งุนงงแต่เห็นรูปถ่ายปัจจุบันก็จำได้ว่าเป็นเพื่อนของหลานชายที่ทำทรงผมปิดหน้าปิดตา แต่เมื่อเห็นรูปสีตาของลลิตเป็นสีอำพันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดกันมาในตระกูลที่จะปรากฏในบางรุ่นเท่านั้น ดังนั้นตอนที่อัยวาเกิดทุกคนถึงไม่เอะใจกับสีตาแต่หากรู้ตัวตนของลลิตมาก่อนทุกคนย่อมเอะใจเป็นแน่

          “ลลิตลูกชายที่ตายไปแล้วของผมเอง” ที่แหบพร่าดังขึ้นอย่างคนใจสลาย ลูกชายของเขาต้องทุกข์ทรมานกับโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและต้องตายภายในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่แค่คนเดียว ปราศจากครอบครัวที่แท้จริงคอยห้อมล้อม

          สิ้นเรื่องราวที่ออกมาจากลูกชายคุณหญิงไพลินเป็นลมล้มไปทันที ครามมองความวุ่นวายตรงหน้าอย่างเย็นชาก่อนจะเดินออกไปทันที

          ชายวัยกลางคนขับรถไปยังบ้านแถบชานเมืองที่เงียบสงบ เดินขึ้นชั้นสองของบ้านอย่างเงียบ ๆ เปิดประตูเข้าไปหยุดข้างเตียงที่มีร่างอ่อนแรงนอนอยู่ แม้กาลเวลาที่ผ่านไปก็ไม่อาจลดทอนความงามของคนตรงหน้าไปได้

          ฝ่ามือลูบหน้าผากที่มีรอยเส้นแห่งกาลเวลาทิ้งไว้ ก่อนจะสัญญากับคนตรงหน้า

“ต่อไปฉันจะดูแลเธอเอง ลออจันทร์”

รถหรูแล่นมาจอดที่หน้าภัตตาคารอาหารที่มีชื่อเสียงของประเทศ เมื่อรถจอดนิ่งทำให้ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์

“ถึงที่นัดหมายแล้วครับ คุณคราม” เตวิชเปิดประตูรถให้เจ้านายหนุ่ม

“โรสรินมาถึงหรือยัง” ดวงตาคมฉายแววเย็นชาไม่เหมือนเอ่ยถึงภรรยาที่เพิ่งคลอดหลานชายคนแรกให้แก่ครอบครัว

“ถึงแล้วครับท่าน”

“อืม เอกสารล่ะ” เดินตรงไปยังห้องอาหารที่จองไว้ส่วนตัว ก่อนที่บริกรจะเปิดประตูให้ชายหนุ่มมาดเข้มเดินเข้าไปในห้องอาหาร โรสรินที่เพิ่งคลอดลูกไม่ถึงหนึ่งปีแต่ร่างกายกลับมาเหมือนอย่างเดิมราวกับไม่เคยคลอดลูกมาก่อน ใบหน้าสวยที่ผ่านการบำรุงอย่างดียิ้มให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี

“คุณคราม มาแล้วหรือคะ” โรสรินดีใจเมื่อเห็นสามีของตนนัดออกมาทานข้าวนอกบ้าน หญิงสาวตื่นเต้นมากเพราะตั้งแต่แต่งงานมาชายหนุ่มไม่เคยแสดงความรักให้แก่ตนสักครั้ง

พึ่บ! เสียงเอกสารถูกปาลงไปยังกลางโต๊ะที่ประดับไปด้วยดอกไม้ โรสรินหน้าเสียเมื่อเห็นการกระทำของสามี

“อะไรกันคะ !!!!”

“เปิดสิ” มือเรียวสวยเอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารบนโต๊ะ ดวงตากรอกไปตามตัวอักษรที่ปรากฏก่อนจะหน้าซีดนี่มัน ใบหย่า !!!

“คุณคราม คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง ฉันเพิ่งคลอดลูกชายให้คุณนะคะ” โรสรินกรีดร้องลั่นเมื่อเห็นเอกสารด้านใน

“ลูกชายของผม คุณแน่ใจเหรอ” เสียงเย็นชาที่เปล่งออกมาทำให้โรสรินหน้าแทบไร้สีเลือด

“คุณ...พูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”

“ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ดังไปทั่วประเทศ ก็เซ็นใบหย่ามาซะเถอะ”

“คุณคราม คุณอย่าบีบบังคับฉันเลยนะคะ หนูอัยวาตอนนี้ลูกของเราตอนนี้เพิ่งจะแปดเดือนเอง แกไม่มีพ่อไม่ได้...”

“แล้วลูกของฉันต้องขาดพ่ออย่างงั้นเหรอ” เสียงตวาดดังขึ้นไปทั่วห้อง โรสรินสะดุ้งตัวโยนแสดงท่าทางหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า

“รีบเซ็นซะเถอะ ฉันจะให้เงินพวกเธอสองแม่ลูกตั้งตัว”

“แต่คุณแม่...”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณแม่ ฉันจะอธิบายให้ท่านทราบเอง” ครามตัดบทเมื่อบทสนทนาเริ่มยืดเยื้อ โรสรินเม้มปากแน่นก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างเชื่องช้า

“ฉันให้เวลาสามวันเก็บข้าวของแล้วพาอัยวาไปต่างประเทศซะ บอกคุณแม่ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอคนไหนก็ได้”

          เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ชายหนุ่มก็หันหลังกลับเดินออกไปทันที ไม่สนใจเสียงอาละวาดด้านหลัง

          “หาตัวเจอหรือยัง” น้ำเสียงของครามเปลี่ยนไปเมื่อนึกถึงใบหน้าลูกเมียตัวจริงที่แอบหนีไปของตน

          “ครับ ตอนนี้คุณลออจันทร์ทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟอุ่นไอรักครับท่าน” ส่งรูปที่แอบถ่ายให้ชายหนุ่มใบหนึ่ง รอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปากเมื่อเห็นชายหนุ่มโอเมก้าที่อุ้มเด็กตัวจ้ำม่ำไว้แนบอกชี้ชวนให้ดูดอกไม้ริมทาง

          “อืม พรุ่งนี้ยกเลิกนัดทั้งหมด ฉันจะไปตามลูกกับเมียฉันกลับบ้าน” สั่งงานจบพลางสอดรูปถ่ายไว้ในกระเป๋าสตางค์

          ลออจันทร์ พรุ่งนี้พี่จะไปหาเธอกับลูกแล้วนะ

ตัดมาที่ปัจจุบัน

“แงงงงงงง ฮึก” เสียงร้องไห้ของลูกชายทำให้ความเจ็บที่ข้างขมับทวีความปวดยิ่งขึ้น ชายหนุ่มมองตามร่างบางรีบไปปลอบประโลมเด็กอ้วนจอมร้ายกาจที่เพิ่งขว้างของเล่นใส่ศีรษะเขา ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ

         ช่างเป็นการพบเจอที่น่าประทับใจจริง ๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 54 END

    แทนไทเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก วันนี้นอกจากจะมีครอบครัวเพลิงโชติเมธีแล้วยังมีครอบครัวโยธินตระกูลมาร่วมรับประทานอาหารด้วยลินินตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของคุณวาสินีที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามา ร่างตุ้ยนุ้ยนั่งเก้าอี้คอยชวนคุณยายพูดคุยด้วยท่าทางไร้เดียงสา ครามกับปราบนั่งคุยล้อมวงกับคุณอารัญและคุณพิศาล เด็กชายคีตานั่งไถโทรศัพท์เงียบ ๆ นั่งข้างลลิตกับแทมมาลีน“อ้าว พี่จ๋าหายไปไหนมา”แทมมาลีนเอ่ยทัก เผลอละสายตาจากหมากรุกที่เขากับลลิตฟาดฟันมาหลายนาที จังหวะที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไม่รู้ตัวเลยว่าลลิตแอบหยิบหมากตัวเองออกไปหนึ่งตัว“ตานายแล้ว รีบเดินสิ”“เร่งทำไม เอ๊ะ ทำไมมันแปลก ๆ”“แปลกอะไร ไม่มี้” ลลิตพูดเสียงสูง ไม่มีพิรุธสักนิด แทมมาลีนที่เห็นท่าทางลลิตเป็นแบบนี้ก็กระโจนเข้าไปขยี้ผมนุ่มทันที“หน็อยแน่ ทำเป็นเนียนเลยนะ”“ปล่อยนะ นายกล้าทำกับพี่เขยแบบนี้ได้ยังไง” ลลิตเผลอตัวหลุดโพล่งออกมา

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 53

    “บาดแผลสมานตัวดีมาก อย่าลืมมาพบแพทย์ตามนัดอีกสองสัปดาห์นะครับ ตอนนี้คุณหนูสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับ”คุณหมอมอบรอยยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าที่นั่งยิ้มหน้าบาน“ขอบคุณคุณหมอมาก ๆ ครับ”ลลิตไหว้ขอบคุณลุงหมอเจ้าของไข้ที่คอยดูแลเขามาตลอดที่อยู่โรงพยาบาลเมื่อบอกลาคุณหมอเสร็จเจ้าตัวแสบก็ลงมายืนข้างเตียงโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยพยุงอีกแล้ว“...”แทนไทที่เตรียมอุ้มลลิตทำหน้าเสียดาย ช่วงหลังที่ลลิตพักฟื้นเท้าแทบไม่ติดพื้นเพราะมีครามกับแทนไทคอยอุ้มไปไหนต่อไหนตลอดถึงจะถูกลออจันทร์บ่นว่าก็ทำหูทวนลมทั้งสามีและลูกเขยวันนี้ครามติดประชุมสำคัญทำให้มารับลูกชายออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ แทนไทจึงอาสามารับแทนสร้างความประทับใจให้แก่ลออจันทร์ยิ่งไปอีก“ไปกันครับ ผมอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว”ลลิตเดินนำหน้าลออจันทร์และแทนไทออกไปอย่างร่าเริง“ลูกคนนี้นับวันยิ่งแก่นแก้วไปทุกที” แทนไทมองลลิตที่ทำตัวร่าเริงด้วยแววตาอ่อนโยน“ดีแล้วครับ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้”“หม่าม้า ล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 52

    “ตอนนี้แผลผ่าตัดของคุณหนูลลิตปกติดีครับ ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน นั่งได้ด้วยตัวเอง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนภายใน หมอจะทำการตัดไหมในวันที่ 7 พร้อมกลับบ้านในวันเดียวกันได้เลยครับ”ครามและลออจันทร์นั่งฟังคำวินิจฉัยของแพทย์ด้วยความดีใจ“คุณหมอหมายความว่า ลลิตหายแล้วใช่ไหมครับ” ลออจันทร์ถามย้ำอย่างตื่นเต้น“ครับ ตอนนี้คุณหนูลลิตปลอดภัยแล้วครับแต่ยังต้องทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดด้วยนะครับ”“ขอบคุณครับหมอ” ครามโค้งตัวขอบคุณคุณหมอที่ช่วยชีวิตลูกชายของเขาไว้“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”คุณหมอนพ เจ้าของคนไข้นึกชื่นชมเจ้าของโรงพยาบาลตรงหน้าที่ไม่ถือตน เมื่อได้เวลาที่ต้องไปตรวจคนไข้ก็ขอตัวออกไปก่อน ลออจันทร์ลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังหลับใหล“ลลิตปลอดภัยแล้วนะครับ”“รีบตื่นมาฟังข่าวดีได้แล้ว เจ้าตัวยุ่ง” เหมือนลลิตรู้ตัวว่าหม่าม้ากำลังพูดกับตน ร่างบางส่งเสียงพึมพำออกมาอย่าง

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 51

    ครามที่สองมือหอบข้าวของของภรรยาและลูกชายมาเต็มสองมือไม่ยอมให้ป้าจิตช่วยถือเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับคุณไพลินและคุณพิศาลที่เดินหน้าเครียดสร้างความตื่นตกใจให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก“พี่คราม ผมได้ยินข่าวของลลิตแล้ว หลานของผมเป็นยังไงบ้างครับ” หมอกันต์ที่ออกไปสัมมนาข้างนอกวิ่งเข้ามาเจอครอบครัวของญาติผู้พี่พอดีถามเสียงลั่นไม่นะ หลานชายที่น่ารักของเขาทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้ด้วย“ตอนนี้ลลิตยังปลอดภัย แกก็อย่าตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ได้ไหม กว่าฉันจะปลอบคุณแม่ให้สงบลงต้องใช้เวลาแค่ไหน”ครามกระซิบบอกน้องชายเสียงเบา สายตาคอยมองคุณไพลินที่เดินนำหน้าด้วยความเป็นห่วง“แหะ แหะ เข้าใจแล้วครับ” หมอกันต์แย่งตุ๊กตาไดโนเสาร์สีเหลืองที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน&

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 50

    “ป๊ะป๋าตื่นสาย”ลลิตพูดลอย ๆ เมื่อเห็นครามอุ้มลินินเดินลงมาจากชั้นบน ตอนนี้เขากับคีตากำลังกินข้าวเช้าที่ป้าจิตเป็นคนทำให้ คีตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับแผนการของพี่ชายนั่งตักข้าวต้มกินต่อไป “วันนี้วันหยุด ป๊ะป๋าก็อยากตื่นสายบ้าง หม่าม้าก็ชอบตื่นสายเหมือนป๊ะป๋านะ” ครามตอบโต้ลูกชายด้วยการยกหม่าม้าของเจ้าตัวขึ้นมาอ้าง ลลิตหน้าบูดเมื่อพูดอะไรไปเจ้าพ่อบ้ากามก็ไม่สะทกสะท้านจึงนั่งจ้วงข้าวต้มเข้าปากคำโต “มาค่ะ ลินินเดี๋ยวพ่อป้อนหนูนะคะ” “อื้อ ไม่เอาค่ะ หนูอยากกิงเอง ลินินโตแย้วนะ” เด็กหญิงบอกว่าตัวเองโตแล้ว ครามได้แต่นั่งลงทานข้าวแต่โดยดี “เด็ก ๆ ทานข้าวเสร็จหรือยังครับ”ลออจันทร์ที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินมาหาลูกชายลูกสาวก่อนจะไล่หอมหัวคนละหนึ่งที&nbs

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 49 NC เล็กน้อย

    "แล้วนายจะกลับอิตาลีเลยหรือเปล่า”ลลิตถามอัยวาขณะที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ ครามอยากตามลงมาด้วยแต่ถูกเตวิชขวางไว้เสียก่อนจึงได้แต่มองลูกชายและอดีตลูกชายเดินออกไปตาละห้อย “คงต้องกลับเลย ฉันลาหยุดได้แค่ไม่กี่วัน” ราฟาเอลก็ทิ้งการเรียนตามเขามาด้วย อัยวาไม่อยากให้แฟนตัวเองถูกไล่ออกจึงต้องรีบกลับไป“ฉันอยากแวะไปหาคุณยายกับคุณตานะแต่ฉันไปตามที่อยู่เดิมกลับมีคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่แล้ว” อัยวาพูดด้วยน้ำเสียงจนใจ ลลิตได้แต่เห็นใจเรื่องของครอบครัวอัยวาเขาคงไปยุ่งมากไม่ได้โอเมก้าสองคนเดินไปยังร้านกาแฟของลออจันทร์ ทันทีที่ลลิตเปิดประตูเข้าไปก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นอัลฟ่าสองคนนั่งจ้องหน้ากันโดยมีน้องคีย์นั่งทำการบ้านด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ“พี่ลลิตมาแย้ว”ลินินที่นั่งอยู่บนตักแทนไทดิ้นลงวิ่งมาหาพี่ชาย“ลินินมาได้ไงครับ” ลลิตถามด้วยความแปลกใจ นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่นา“วันนี้โยงเยียนเล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 10

    “คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณ

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 9

    ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ให

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง    บทที่ 1

    ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังท

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทนำ

    “อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องแหลมเล็กของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด พร้อมกับหยดน้ำตาของ ลออจันทร์ ที่รินไหลออกมาด้วยความปีติ หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดี“ยินดีด้วยครับ เพศหลักเป็นเด็กผู้ชาย”คุณหมอเอ่ยแจ้งข่าวดี พลางอุ้มร่างเล็กไปทำความสะอาด ขณะที่ลออจันทร์ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ความเหนื่อยล้ากัดกินจนเขาหมดสต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status