ANMELDEN7:30น.
บริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ป..... เพลงขวัญ พิณรณี.... "สวัสดีค่ะพี่ยาม"ฉันเอ่ยทักทายพี่ยามเสียงใสในขณะที่ขาข้างซ้ายก้าวเข้ามาในเขตของบริษัทแล้ว พี่ยาม ก็คือคนเดียวกับที่ฉันมาฝากเรซูเม่ไว้ให้เขาเมื่อวันก่อน เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันได้งานนี้ "ขนมใส่ไส้ค่ะ"ฉันว่าพร้อมกับยื่น "ให้ผมเหรอ?"พี่ยามว่าพลางใช้มือชี้หน้าตัวเองด้วยสายตางงๆ "ใช่ค่ะขนมยายหนูเองอร่อยมากเลยนะคะ"ฉันว่าพร้อมกับยิ้มกว้างให้พี่ยาม พี่ยามก็ทำหน้างงแต่ก็ยอมยื่นมือมารับถุงใส่ขนมไปจากฉัน "สวัสดีค่ะหนูไปก่อนนะคะ"ฉันว่าเสร็จก็ยกมือไหว้เขาก่อนจะเดินเข้าไปในตัวอาคาร เดินยิ้มตลอดทางด้วยความอิ่มเอมใจ ที่ฉันจะได้ทำงานในบริษัทที่ใหญ่โตแห่งนี้ ไม่คิดไม่ฝันเลยนะ ตึกๆๆๆ ฉันเดินไปหยุดที่หน้าห้องทำงานของท่านรองประธาน ห้องที่ฉันมาเมื่อวาน แต่ชั้นนี้ไม่ว่าจะเวลาไหน ก็เงียบเชียบ จนรู้สึกวังเวงชอบกล "ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงกว่าท่านรองคงยังไม่มาหรอกมั้ง"ฉันพึมพำขึ้นแต่ก็ไม่รู้จะไปรอตรงไหน เลยยืนอยู่หน้าห้องแบบนั้น ในมือก็ยังคงถือถุงขนมใส่ไส้ของยายอีกถุงไว้ในมือ พลางก่อนลมหายใจให้รู้สึกผ่อนคลาย "เธอพิณรณีใช่ไหม?"เสียงเข้มเอ่ยขึ้นดังมาจากทางด้านหลังของฉันทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัวเพราะตกใจ "คะค่ะ" ฉันหันไปมองยังเจ้าของเสียงพลางเอ่ยขานรับอย่างติดขัด "สวัสดีค่ะ"ถึงจะตกใจมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้เธอ เธอเจ้าของเสียงคนนี้มาในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าทั้งเสื้อและกางเกง "สวัสดีจ๊ะ...พี่ชื่อพี่สายเป็นแม่บ้านประจำของบริษัท"เธอคนนั้นยกมือรับไหว้ฉันพร้อมกับเอ่ยแนะนำตัวเอง ฉันก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะแนะนำตัวเองบ้าง "หนูพิณรณีค่ะ" "จ้าพี่รู้อยู่แล้วท่านรองสั่งให้พี่มาสอนงานเธอ" "ท่านรอง?" "ใช่ปกติท่านรองไม่มีเลขามานานแล้ว" "ทำไมหรือคะ?"ฉันเอ่ยถามพี่สายไปอย่างสงสัย "มันเป็นเรื่องของบริษัทไว้ให้เธอทำงานให้นานกว่านี้เธอจะรู้เองว่าทำไม"พี่สายเอ่ยบอกด้วยท่าทางอึดอัด ฉันจึงไม่ซักไซร้ถามเธอต่อ "นี้จะเป็นโต๊ะทำงานของเธอ"พี่สายเอ่ยขึ้นพลางเดินไปที่โต๊ะหน้าห้องของท่านรอง ที่ด้านหน้าป้ายชื่อเขียนว่า เลขานุการรองประธาน "หนูจะได้ตำแหน่งเลขาธิการหรือคะ?" ฉันเอ่ยถามพี่สายไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หน้าตาตื่นตะหนกจนอดที่จะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว "ยังหรอกแต่ท่านรองจะให้เธอมาทดลองตำแหน่งนี้ก่อน" "ตอนเช้าท่านรองจะมาทำงานเวลาแปดโมงตรงหน้าที่ของเธอคือนำกาแฟพร้อมกับอาหารว่างไปลองท้องให้ท่านทานก่อน" "เพราะท่านรองไม่ทานอาหารเช้า" "แต่อาหารเช้าดีต่อสุขภาพนะคะ?" ฉันแย้งไปอย่างสงสัย พี่สายก็ทำสายตาดุ จนฉันต้องเม้มปากแน่นไม่กล้าแย้งอะไรเธอต่อ ได้แต่ตั้งใจฟังคำแนะนำจากเธอ "และนี่จะเป็นห้องชงกาแฟชาและขนมของท่านรองโดยเฉพาะ"พี่สายว่าหลังจากพาฉันมาหยุดห้องสี่เหลี่ยมด้านข้างห้องทำงานของท่านรอง และเอ่ยแนะนำสอนวิธีชงกาแฟสดให้ฉัน โดยกำชับเรื่องรสชาติของท่านรองว่าท่านชอบทานกาแฟรสชาติไม่เข้ม แบบกลมกล่อม ใส่น้ำตาล และใส่ครีมเทียม และขนมหวานเป็นขนมคุกกี้หรือขนมปัง "แค่นี้จำได้ใช่ไหม?" "ได้ค่ะ" "ก็ดีงั้นมีอะไรสงสัยก็เรียกหาพี่ได้พี่ประจำอยู่ชั้นสอง" "ค่ะขอบคุณนะคะพี่สาย" "จ้ารีบไปเตรียมกาแฟเลยและอย่าลืมรสชาติกาแฟที่พี่บอกน้ำตาลหนึ่งก้อน" "ค่ะ" "และที่ขาดไม่ได้คุกกี้ในกล่องชั้นที่พี่บอก" "คุณอังศิญาท่านเป็นคนเตรียมมาให้คุณศิรัญโดยเฉพาะ" "ค่ะ"ฉันพยักหน้ารับคำสั่งของพี่สายทุกคำ และจำแม่นอย่างขึ้นใจ "อืมงั้นพี่ไปก่อนงานยังอีกเพียบ" "ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ" ฉันยกมือไหว้พี่สายอีกครั้ง เธอก็ยกมือให้ฉันก่อนจะพยักหน้าเป็นอันรับรู้ก่อนจะเดินกลับไปทางลิฟท์เพื่อจะเดินกลับไปยังชั้นสองที่เธอบอกว่าเป็นที่ทำงานของเธอ เมื่อพี่สายไปแล้วฉันก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องชงกาแฟ จัดการชงกาแฟตามที่พี่สายบอก ด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ เพราะเป็นกาแฟสด แต่ก็ไม่อยากแค่นำเม็ดกาแฟลงไปในเครื่องบด รอกาแฟบดเสร็จก็นำมาใส่เครื่องชงกาแฟสด และนำมาใส่น้ำตาลก้อนและครีมเทียมตามที่พี่สายบอก "พี่สายบอกว่าคุกกี้อยู่ในตู้?"ฉันเอ๋ยพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดตู้เล็กที่อยู่ข้างโต๊ะชงกาแฟ "หมดแล้วหนิ?"ฉันพึมพำออกมาเมื่อเปิดตู้แต่เจอกล่องใส่ขนมและคุ้กกี้แต่ไม่เจอคุกกี้และขนมที่พี่สายบอกเลย เมื่อขนมหมดฉันจึงคิดได้เดินกลับออกไปเอาถุงขนมใส่ไส้มาจัดเรียงใส่จานเตรียมไว้ให้ท่านรอง เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ ก็ยกถาดกาแฟเดินออกมาจากห้องเดินมุ่งไปยังโต๊ะทำงานของฉัน เป็นจังหวะเดียวกับที่ท่านรองเดินเข้ามาพอดี ฉันจึงรีบวางถาดลงบนโต๊ะของฉัน และหันกลับมาหาท่านรองพร้อมกับยืนตรง เมื่อท่านรองมาหยุดตรงหน้าฉัน ฉันก็ยกมือไหว้ท่าน "สวัสดีค่ะท่านรอง" "อืม" เสียงสั่นไปในลำคอเอืยตอบกลับมาพร้อมกับร่างสูงโปร่งของท่านรองที่เดินผ่านฉันไปอย่างเย็นชา ทำให้ฉันมองตามแผ่นหลังของท่านไป แผ่นหลังกว้าง และกลิ่นน้ำหอมนั้น "ทำไมฉันคิดอะไรแบบนี้"ฉันเอ่ยออกมาเมื่อหัวใจมันสั่นระรัวเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างและกลิ่นน้ำหอมของท่านรอง ทำให้ฉันใจสั่นเผลอคิดอะไรไปไกล "บ้าน่ะเพลง!" ฉันว่าตัวเองพลางส่ายศีรษะไปมาอย่างแรงและรีบหันไปยกถาดกาแฟตอนเช้าเข้าไปในห้องของท่านรอง ก๊อกๆๆ ฉันเคาะประตูห้องทำงานของท่านรองอย่างมีมารยาทก่อนจะใช้มืออีกข้างถือถาดมือเดียวก่อนเปิดประตูห้องทำงานท่านรองไป "กาแฟค่ะท่านรอง" "ขอบคุณ"ท่านรองเอ่ยขอบคุณฉันด้วยน้ำเสียงปกติฉันก็ยิ้มให้เขาแต่เขาก็ไม่ได้เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์มามองหน้าฉันหรอก ฉันยืนมือเขาอยู่แบบนั้นโดยไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี ท่านรองเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันเพราะคงจะเห็นว่าฉัน ยืนอยู่นานแล้ว "คุณเอางานในเดือนนี้ของผมไปจัดตารางให้ผมด้วย"ท่านรองว่าพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารมาให้ฉัน ฉันก็ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารมา "ค่ะ" "และถ้าผมมีอะไรจะเรียกผมจะเรียกเองคุณไปทำงานของคุณได้" "ค่ะท่านรอง"ฉันโค้งตัวให้เขาก่อนจะเดินถือแฟ้มงานของตัวเองออกมาจากห้องของท่านรอง ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของฉันและเอาแฟ้มที่ได้มาแนบกับอกพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความตื้นตัน นี่คืองานแรกของฉันถึงมันจะไม่ยากแต่ฉันก็ภูมิใจ ที่มันจะได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของฉัน"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ







