ログインผู้หญิงสมัยนี้คิดแต่จะหาทางสบายสินะ เธอเองก็คงจะเป็นแบบนั้นด้วย
ผมใช้เวลาคุยธุระกับคุณกิตติศักดิ์ไม่นานเขาก็ขอตัวลงจากรถส่วนตัวผม และกลับไปทำหน้าที่สายลับให้ผมต่อในบริษัทของไอ้ทศพล ผมจึงถอนหายใจออกมา ที่ผลงานล่าสุดโดนคู่แข่งตัดหน้าไปอีกแล้ว "ไปได้คุณศักดิ์"ผมเอ่ยบอกคุณศักดิ์คนขับรถส่วนตัวผมพลางเอนตัวพิงพนักพิงเบาะนั่งและยกมือขึ้นมานวดคลึงขมับตัวเองไปด้วย "ครับ"คุณศักดิ์ตอบรับคำก่อนจะเคลื่อนตัวรถออกมาจากด้านหน้าของบริษัทคู่แข่งคนสำคัญของผม เพื่อมุ่งหน้ากลับบริษัทของผม "นั่น?"ผมพึมพำขึ้นเมื่อเห็นว่ารถยนต์คันหรูของผมที่กำลังแล่นผ่านหน้าบริษัทผม เธอคนนั้นที่เจอที่บริษัทของไอ้ทศพล? ที่ผมจำเธอได้แม่นก็เพราะชุดนักศึกษาของเธอนั่นแหละ "มีอะไรหรือเปล่าครับคุณศิรัญ?"คุณศักดิ์เอ่ยถามผมขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงผมอุทานออกไป "เปล่า"ผมตอบเขาไปเสียงอ่อนพลางมองเธอคนนั้นที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบริษัทผม เธอกำลังกินข้าวในถุงพลาสติกเหรอ นี่หรือชีวิตอีหนูที่เป็นเด็กเสี่ย หรือเธอกำลังตบตาใครกันแน่ "สวัสดีครับคุณศิรัญ"เสียงทักทายพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของผู้รักษาความปลอดภัยประจำบริษัทผมเอ่ยทักทายผมพร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะให้ผม ผมจึงลดกระจกลงและยิ้มพร้อมกับกล่าวคำทักทายเขากลับไป "สวัสดีครับคุณศร"ผมเอ่ยคำทักทายคุณศรไปด้วยความสนิทและเป็นกันเองกับลูกจ้างทุกคน "ทานข้าวยังครับ" ผมถามถามเขาต่อ "เรียบร้อยแล้วครับ" "ว่าแต่ในมือของคุณศร?"ผมเอ่ยขึ้นหลังจากที่สายตาไปสบเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลที่มันคุ้นตาผมเหมือนผมเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ "อ้อพอดีมีน้องนักศึกษามาฝากเรซูเม่สมัครงานไว้นะครับ"คุณศรเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล แต่เขากลับไม่ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นให้ผม เพราะเขารู้ดีกว่าผม ไม่รับนักศึกษาจบใหม่ เพราะบริษัทกำลังมีปัญหาเรื่องหนอนบ่อนไส้อยู่ กลัวข้อมูลความลับของบริษัทจะหลุดเพราะเด็กจบใหม่เข้ามาเอาข้อมูลบริษัทไปขายให้คู่แข่ง "ผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษาใช่ไหมที่มายื่นเรซูเม่นี้ให้คุณ" "ใช่ครับ" "งั้นผมขอเอาไปดูประวัติเธอหน่อย"ผมเอ่ยบอกไป ทำให้คุณศรมีสีหน้าที่แปลกใจแต่ก็ยอมยื่นเอกสารในมือมือเขาให้กลับผม ผมยิ้มให้เขาหลังจากรับเอกสารนั้นมาแล้ว "ผมขอตัวก่อนครับ" ผมเอ่ยบอกคุณศรไปพลางยิ้มให้เขาก่อนจะเลื่อนกระจกขึ้น "ไปได้คุณศักดิ์"ผมเอ่ยสั่งคุณศักดิ์คนขับรถ "ครับ" คุณศักดิ์รับรู้ก่อนจะขับเคลื่อนตัวรถเข้ามาภายในบริเวณบริษัทของผม ผมไม่รอช้ารีบเปิดเอกสารดู ก็พบว่า เป็นเธอคนนั้นจริงๆ เธอถูกไอ้ทศพลส่งมาสินะ หึ งั้นผมควรจะเล่นตามน้ำของมันสักหน่อยสินะ "คุณศักดิ์"ผมเอ่ยขึ้นในขณะที่เท้าของผมแตะลงสู่พื้นปูนซีเมนต์หน้าตัวอาคารหลักของบริษัทแล้ว "ครับ?"คุณศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้างผมเอ่ยขึ้น "โทรหาคุณษาแผนกหัวหน้าฝ่ายบุคคลให้ติดต่อผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้" "ได้ครับคุณศิรัญ"คุณศักดิ์รับรู้ก่อนจะยื่นมือมารับเอกสารสีน้ำตาลจากมือผมไปพร้อมกับก้มศีรษะให้ผม ในขณะที่ผมเดินผ่านร่างเขาที่มาเปิดประตูรถให้ผมเดินเข้าไปในบริษัท ดูสิ ว่าผู้หญิงตัวแค่นั้น จะทำอะไรได้บ้าง ชักสนุกแล้วสิ.... ถนนซอยในสลัมแห่งหนึ่งใกล้เมืองหลวง 16:30น. เพลงขวัญ พิณรณี... พรึบ พรึบ "ฮืฮๆๆๆอย่าทำแบบนี้เลยนะจ๊ะ" "อย่าทำลายร้านของยายเลยนะ" เสียงร้องของยายทำให้ฉันที่เดินเอ้อระเหยอยู่ต้องเบิกตาโพลงและรีบวิ่งไปยังร้านที่ยายขายของทันที ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ เมื่อเห็นว่ามีผู้ชายร่างสูงใหญ่สามสี่คนกำลังช่วยกันพังรถเข็นขายของของยายฉันจนมันพังเละเทะไม่เหลือชิ้นดีและไม่สามารถจดจำภาพเดิมได้เลยและที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกมันยังไม่ฟังคำร้องขอของยายฉันเลย ตึกๆๆๆ "ยายจ๋ายาย...." "ยายเป็นอะไรไหมจ๊ะ?"ฉันรีบวิ่งไปประคองร่างของยายขึ้นมาในอ้อมแขนและกอดท่านไว้พลางเอ่ยถามท่านและมองสำรวจร่างกายของท่านไปด้วย ยายก็หันมามองหน้าฉันด้วยน้ำตาที่นองหน้าท่าน ทำให้ฉันอดที่จะร้องไห้ตามท่านออกมาไม่ได้ "ไม่เหลืออะไรแล้วเพลง" "ไม่เป็นไรนะจ๊ะยาย" "นายฝากบอกมาว่า....ถ้าอีกสามวันยายไม่มีเงินมาคืนนายล่ะก็......"หนึ่งในชายฉกรรจ์ที่มันพากันพังรถของยายฉันเดินมุ่งตรงมาหาเราสองคนและชี้หน้ามาที่ยายพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงเข้มพลางมองสอดส่องสายตามาที่ฉัน ด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ ยายกอดฉันแน่นอย่างหวงแหนเพราะรู้ว่า แววตาของมันกำลังคิดที่จะทำอะไรฉัน "อย่ายุ่งกับหลานสาวฉัน!!!" "นายก็ไม่อยากยุ่ง....แต่ถ้ายายไม่มีเงินมาใช้ดอกนายล่ะก็"มันพูดและหยุดไปชั่วขณะก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากขึ้นและยังไม่เลิกมองฉันด้วยสายตาแทะโลม ฉันก็มองหน้าพวกมันไปด้วยสายตาไม่ที่ไม่พอใจและแสดงออกว่าขยะแขยงพวกมันเต็มทน "กลับเว้ย!!!"ชายคนเดิมเอ่ยบอกชายอีกหลายคน และพวกมันก็หันมาแสยะยิ้มให้ยายกับฉันก่อนจะเดินออกจากที่นี่ไปในขณะเดียวกัน00:45น.คฤหาสน์วิหารไกลกาลห้องนอนศิรัญ...."โทรหาใครคะรัญ?"เสียงหวานใสของอังศิญาเอ่ยขึ้ยในขณะที่เธสวมใส่เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและมืออีกข้างก็กำลังใช้ผ้าขนหนูสีขาวเช็ดผมที่เปียกจากการเพิ่งสระผมมาศรัญหลังจากที่วางสายพิณกรณีไปแล้วก็หันกลับไปมองอังศิญาก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอ"ผมโทรหาพิณรณีน่ะ""โทรหาทำไมคะดึกป่านนี้?"อังศิญาว่าพลางหย่อนก้นงอนนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง"ก็ผมเป็นคนชวนเขาไปแต่พอกลับกลับไม่ได้บอกเขากลัวว่าเขาจะรอน่ะ" ศิรัญว่าพร้อมกับเดินมุ่งตรงมาหาอังศิญาและจัดการใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ "อ้อค่ะแต่ทำไมคุณถึงชวนพิณรณีแต่ไม่ชวนเคทเพื่อนของอังล่ะคะนี่คุณทำตัวไม่เป็นกลางหรือเปล่าคะเนี่ยรัญ?" อังศิญาว่าอย่างไม่จริงจังออกแนวแซวศิรัญเสียมากกว่า"ผมไม่ได้ทำตัวไม่เป็นกลางนะ""แต่วันนี้พิณรณีเขาทำให้ผมได้ร่วมลงทุนกับชาวสเปนรายใหญ่""ร่วมลงทุนกับชาวสเปนเหรอคะ?" อังศิญาว่าอย่างตกใจก่อนจะหยุดมือลงทุกอย่างเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์แต่ศิรัญกลับไม่ได้ละแคะระคายกับท่าทีของอังศิญาเลย" ใช่ครับเขามาร่วมลงทุนกับบริษัทเรา""คุณจะไปเปิดตลาดที่สเปนหรือค่ะ?""ใช่ครับถ้าเรา
"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก







