LOGINบทที่ 2
เจอกันอีกครั้ง
“อุ๊ย!”
“อะไรกันครับพรีม...” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองคนตัวเล็กที่ทำเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ทั้งๆ ที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในรถแล้ว
“มีอะไรหรือเปล่าพรีม...” ลัลน์มุกตาหันไปมองเพื่อนที่ทำท่าเหมือนหาบางอย่างในกระเป๋า
“พอดีพรีมลืมกระเป๋าเงินไว้ในห้องแต่งตัว สงสัยจะลืมวางไว้ตอนกรอกข้อมูลให้น้องลูกพีชแน่ๆ เลย”
“เดี๋ยวเชนเดินกลับไปเอาให้” ชายหนุ่มอาสาจะไปหยิบกระเป๋าเงินให้หญิงสาว
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวพรีมไปเอาเอง เชนกับลัลน์อยู่เฝ้าน้องลูกพีชรอในรถเนี่ยแหละ” เธอบอกเพราะเกรงใจเพื่อน
“แต่...ฝนมันตกแล้ว พรีมจะเปียกนะ” ตอนนี้ฝนเริ่มเทลงมาไม่ขาดสาย
“เดี๋ยวรีบไปรีบมา”
“อืม...”
สาวร่างบางเปิดประตูลงจากรถ จากนั้นเธอก็เดินฝ่าฝนที่กำลังตกกระหน่ำลงมาจนเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เปียกชื้นจนหมด และเมื่อเข้ามาในสตูดิโอปรากฏว่าเหลือทีมงานไม่กี่คน เพราะทุกคนเลิกกองก็ทยอยกลับบ้านกันเกือบหมด มีเพียงช่างไฟกับแม่บ้านไม่กี่คนเท่านั้น ทำให้พรีมลภัสรีบเดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อไปหยิบกระเป๋าเงินที่ลืมเอาไว้ก่อนที่ทุกคนจะกลับกันหมด
“ลืมไว้ไหนนะ”
คนตัวเล็กเดินหากระเป๋าเงินที่ลืมเอาไว้ แต่หาเท่าไรก็หาไม่พบ จนเธอรู้สึกกลุ้มใจเพราะข้างนอกฝนเริ่มเทลงมาอย่างหนักแล้ว ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวจะดังอย่างต่อเนื่อง
ติ๊ด!!
(พรีม!)
“ว่ายังไง”
(พอดียายของลัลน์ลื่นล้มที่บ้าน เราต้องรีบไปหาแกกัน พรีมเจอกระเป๋าเงินหรือยัง) เชนธวัชบอกอย่างร้อนใจ
“ยังเลย...เอายังไงดี งั้นเชนกับลัลน์ไปหายายที่โรงพยาบาลก่อนเลย เดี๋ยวพรีมหากระเป๋าเงินเสร็จแล้วจะรีบตามไป” เธอหาทางออกเพราะไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองคนต้องมารอเธอหากระเป๋าที่ไม่รู้วางทิ้งไว้ตรงไหน
(แต่มันจะดีเหรอ เดี๋ยวสตูดิโอก็ปิดแล้ว) เสียงของลัลน์มุกตาดังลอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ไม่เป็นไร พวกเธอไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันหาเจอแล้วจะตามไปที่โรงพยาบาลนะ”
(แต่...)
“อย่าเสียเวลาเลย รีบไปหาคุณยายเถอะ ท่านรออยู่ ยังไงฝากน้องลูกพีชด้วยนะ เดี๋ยวฉันรีบตามไป”
(อืม...)
หลังจากวางสายเพื่อนแล้ว พรีมลภัสก็ลงมือหากระเป๋าเงินที่หายไป เพราะในนั้นมีเอกสารและของสำคัญหลายอย่างที่เธอจะทำหายไม่ได้
“หายไปไหนนะ...”
“หานี่อยู่เหรอ”
เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอกที่ดังจนรับรู้ถึงความสั่นสะท้านรอบนอก ก่อนที่คนตัวเล็กจะหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย
ใบหน้าหวานหันกลับมา ก่อนที่เธอจะเบิกตากว้างเมื่อพบกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ไม่ว่าจะกี่ปีเธอก็จำเขาได้ดี
“พี่ภู...”
“ไง...ไม่เจอกันนานสบายดีนะ” ท่าทีภูมิฐานแต่แฝงไปด้วยอันตรายทำเอาหัวใจของพรีมลภัสสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเผชิญหน้ากับเขา ห้าปีที่ห่างหายกันไป แต่เธอไม่เคยลืมความเจ็บปวดที่เขามอบให้เลยสักครั้งเดียว
“ค่ะ...ขอกระเป๋าเงินของฉันคืนด้วยค่ะ” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้จะคิดเอาไว้ว่าถ้าเจอเขาอีกครั้ง เธอจะไม่ทางกลัวหรือหวั่นเกรงอะไรอีกแล้ว
“แหม...สรรพนามห่างเหินจังเลยนะ” รอยยิ้มร้ายกาจส่งมาที่พรีมลภัส ก่อนที่เธอจะจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
“เอากระเป๋าฉันคืนมาด้วยค่ะ”
“อยากได้ก็มาเอาเองสิ หรือกลัว...” เขาเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่กำลังแสดงความประหม่าออกมาอย่างชัดเจน
“ทำไมฉันต้องกลัวคุณไม่ทราบ” เธอบอกแค่นั้นก็เดินเข้าไปใกล้คนตัวโต จากนั้นก็เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเงิน แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ยอมให้เธอง่ายๆ
“อ๊ะๆ เอาของจากผู้ใหญ่แบบนี้มันไม่มีมารยาทเลยนะ” เขากระตุกยิ้มเมื่อเห็นคนตัวเล็กแสดงท่าทีร้อนรนและกลัวเขาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะกี่ปีเธอก็ยังเหมือนเดิม ขี้กลัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“คิดจะทำอะไรกัน เอากระเป๋าเงินฉันคืนมานะ!”
“ทำไม...เจอผัวเก่าทั้งที ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอ หรือว่ากลัวผัวใหม่รู้ว่ากำลังคุยกับผัวเก่ากันแน่”
“คุณต้องการอะไร พูดมาเลยดีกว่า อีกอย่างอย่ามาแทนคำว่าผัวกับฉัน เพราะเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” ความรู้สึกโกรธเกิดขึ้นในใจของพรีมลภัส เมื่อเขากำลังหาเรื่องเธอ ทั้งๆ ที่เรื่องของเธอและเขามันจบลงตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้วแล้ว อีกอย่างเธอไม่อยากให้ความลับเกี่ยวน้องลูกพีชถึงหูของเขาด้วย
“แหม...ห่างเหินดีจัง ใครนะที่บอกว่ารักพี่นักหนา พรีมไม่ใช่หรือไง” ยิ่งเห็นใบหน้าพยศของคนตัวเล็กมันยิ่งทำให้คนอย่างภูวริชรู้สึกท้าทาย เธอดูดื้อรั้นและสู้คนมากกว่าเมื่อหลายปีก่อนมาก จนเขาอยากจะลองทำอะไรบางอย่างเพื่อพิสูจน์
“ปล่อยมือของฉันนะ” “ไม่ปล่อยมีอะไรไหม และถ้าเธอยังดิ้น เกิดรถแหกโค้งขึ้นมา อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” พรีมลภัสนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง แต่ก็มิวายมองมือเล็กที่ถูกมือแกร่งของภูวริชจับเอาไว้ตลอดการเดินทาง และเหมือนว่าชายหนุ่มจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่เธอหน้าบึ้งมาตลอดทาง “ถึงแล้วค่ะ จอดให้ฉันกับลูกลงด้วย” ภูวริชมองบ้านหลังเล็กที่ไม่ได้เก่ามาก เขาเพิ่งรู้ว่าเธอหายไปหลายปีเพราะมาอยู่บ้านหลังนี้ “ห้าปีที่ผ่านมาอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ค่ะ” “อย่ามาประชดประชันฉัน ฉันถามก็ตอบ!” “ใช่ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณอยากรู้” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายตรงหน้า “เล็กยังกับรูหนู อยู่เข้าไปได้ยังไง” “ถึงที่นี่จะเล็กกว่าบ้านของคุณ แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นและเป็นที่ให้ฉันซุกหัวนอนแล้วกันค่ะ อีกอย่างน้องลูกพีชเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” “แน่ใจเหรอว่าน้องลูกพีชมีความสุข ถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องมาอยู่บ้
“เธอคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ เพราะถ้าน้องลูกเป็นลูกของฉันจริงๆ คนที่มีแต่ตัวอย่างเธอสู้อะไรคนอย่างฉันได้” ชายร่างสูงบอกอย่างข่มขู่ จนหัวอกคนเป็นแม่เจ็บร้าว เขาก็คือเขาที่ยังคงใจร้ายกับเธอเหมือนเดิม “คุณมันเลวที่สุด เลิกกันแล้วแทนที่จะจบกันไป” “หึ...อะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้ ไม่มีใครมาห้ามความต้องการของฉันได้หรอก” “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอิ่มแล้วค่ะ” เสียงเล็กของลูกสาวดังขึ้นขัดบทสนทนาของผู้ใหญ่จนพวกเขาต้องปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยรู้สึกไม่ดี “อิ่มแล้วเหรอคะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะนะ เดี๋ยวเย็นซะก่อน” “กลับกันค่ะ” “เดี๋ยวลุงไปส่งนะครับ” คำพูดของภูวริชดังขึ้นจนคนที่กำลังจูงมือลูกสาวหันขวับ “คิดจะทำอะไร” “หึ...ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่พ่อบ้าง” เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อโดนคนตัวเล็กมองค้อน “หายไปตั้งหลายปี คิดจะมาทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันไม่สายไปเหรอ” คนตัวเล็กหลุดพูดออกมาอย่างฟิวส์ขาด เพราะเขากำลังยั่วโมโหให้เธอตบะแตก “ยอมรับเองแล้วเหร
บทที่ 6อยากเป็นพ่อ “งั้นเดี๋ยวถ้าถึงบ้านบอกเชนนะ เชนจะได้ไม่เป็นห่วง” “อืม...ไปเถอะ” เชนธวัชเดินหายไปพร้อมกับพี่ยา ขณะที่พรีมลภัสทำการเก็บของเก็บกระเป๋าเพื่อเดินตามออกไปเช่นเดียวกัน แต่เสียงทุ้มของคนที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นมาดักเสียก่อน “ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ค่อยกลับสิ” เธอก้มมองอาหารที่ยังไม่ได้ถูกแตะเลย เพราะมัวแต่คุยเรื่องการเซ็นสัญญา ถ้าเชนธวัชยังอยู่เธออาจจะกินมันบ้าง แต่ตอนนี้เหลือเพียงภูวริชมันทำให้เธอไม่อยากที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับเขานานเกินไป “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่ค่อยหิว” “เธอไม่หิว แต่ลูกเธออาจจะหิวก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ภูวริชจ้องมองเด็กน้อยที่ยังคงจับจ้องไปที่อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จนพรีมลภัสอดสงสารลูกไม่ได้ เพราะไม่เคยจะได้กินของดีๆ ขนาดนี้มาก่อน “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอยากกิน น้องลูกพีชขอกินก่อนได้ไหมคะ” เสียงอ้อนวอนของน้องลูกพีช ทำให้หัวอกคนเป็นแม่อ่อนยวบ จนยอมทิ้งความกลัวของตัวเองเอาไว้ในใจ และเลือกให้ลูกสาวได้กินข้าวตรงหน้าเสียก่อน “ก็ได้ค่ะ” “ขอบคุ
ใบหน้าสลดของเชนธวัชตกอยู่ในสายตาของภูวริช และเขาก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อกำลังจะกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นทาง เขาเป็นผู้ชายทำไมจะมองไม่ออกว่าผู้ชายคนนี้คิดจะจีบพรีมลภัส “พอดีคุณภูเขาบอกว่าอยากจะถ่ายงานนี้เองน่ะจ้ะ เพราะเป็นแบรนด์แม่และเด็กที่เปิดใหม่ เลยอยากทำมันด้วยตัวเอง” เชนธวัชหันไปมองผู้ที่มาสุดท้ายด้วยสายตาไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะเห็นอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีเลศนัย อีกทั้งยังมองหน้าของพรีมลภัสด้วยตาไม่กะพริบ ในฐานะที่เป็นผู้ชายเหมือนกันเขาจึงคิดว่าภูวริชอาจจะคิดไม่ซื้อกับพรีมลภัส จนอดห่วงเพื่อนไม่ได้ “เอ่อ...พรีมว่า” “แต่น้องทั้งสองไม่ต้องห่วงเรื่องสัญญานะ พี่มีค่าตอบแทนที่ขอเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์ด้วย จากตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะให้น้องเชนถ่ายด้วย จึงจะมอบเงินปลอบใจให้น้องเชนหนึ่งแสนบาท และเพิ่มค่าตัวของน้องพรีมและน้องลูกพีชอีกรวมเป็น 7 แสนบาท” ตัวเลขเงินมันเยอะมาก จนพรีมลภัสได้แต่กำมือของตัวเองที่วางอยู่ใต้โต๊ะแน่น เพราะเธอรู้แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต้องเป็นฝีมือของภูวริชแน่ๆ เพราะจะมีใครบ้าจ้างพรีเซ็นเตอร์หน้าใหม่ที่มีลูกติดอย่างเธ
เชนธวัชมารับสองแม่ลูกไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อนัดคุยเกี่ยวกับสัญญา รวมไปถึงรายละเอียดงานต่างๆ ที่จะเริ่มถ่ายในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า “เข้าร้านกันเถอะ” เชนธวัชเอื้อมมือมาจับมือบอบบางของพรีมลภัสจนรับรู้ว่ามือของเธอมันชื้นแฉะด้วยเหงื่อ เขาจึงได้รู้ทันทีว่าเธอกำลังประหม่า “ตื่นเต้นเหรอ” “อืม...มันตื่นเต้นอะ พรีมไม่เคยทำงานแบบนี้ กลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี อีกอย่างกลัวเสียชื่อของเชนด้วย” “เสียชื่ออะไรกัน ยังไงเชนก็จะช่วยพรีมทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” ชายร่างสูงส่งยิ้มละไมมาให้พรีมลภัสเพื่อให้เธอคลายกังวล อีกทั้งเขารู้ว่าเธอยังใหม่กับเรื่องแบบนี้ด้วย แต่ไม่แปลกใจทำไมผู้จัดการถึงเลือกพรีมลภัสและน้องลูกพีช เพราะความน่ารักความสดใสของทั้งสองคนเป็นที่ถูกตาต้องการของทุกคน ไม่เว้นแต่กระทั่งเขา “ขอบใจนะ” ทั้งสามเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูที่พรีมลภัสไม่เคยคิดจะเข้ามา เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเธอคงไม่มีปัญญาที่จะกินอาหารที่ราคาแพงกว่าอาหารที่ซื้อกินสามวันเสียอีก “สวัสดีครับพี่ยา...” เชนธวัชยกมือไหว้ผู้จัดของการถ่ายโฆษณาใ
“ไม่ยอมก็เรื่องของผู้หญิงคนนั้น และถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันจริง ฉันไม่มีทางปล่อยพรีมลภัสไปแน่ โทษฐานที่ปกปิดเรื่องลูกกับฉันมาตลอดห้าปี” วัฒนาเพียงส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกสงสารพรีมลภัสท่วมท้นอยู่ในอก หากเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวของภูวริชจริง อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ควรต้องมาแบกรับความคลุมเครือเช่นนี้ ทั้งที่ในวันนั้นเป็นเจ้านายของเขาเองที่เลือกบอกเลิกหญิงสาวอย่างไม่ไยดี แล้ววันนี้เหตุใดจึงกลับมาเรียกร้อง อยากได้สถานะความเป็นพ่อขึ้นมาอีก “เจ้านาย...” “ฉันจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันหรือเปล่า” เสียงเข้มเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ดวงตาคมยังคงจับจ้องภาพถ่ายตรงหน้า ใบหน้าหวานของพรีมลภัสเคียงข้างใบหน้าแก้มป่องของเด็กน้อยที่เขาคาดว่าอาจเป็นลูกสาวของตนเอง ราวกับภาพนั้นกำลังตอกย้ำความจริงบางอย่างที่เขาไม่อาจเมินเฉยได้อีก หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นพรีมลภัสก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ ซึ่งเธอรู้สึกโล่งใจที่ภูวริชไม่ได้มาระรานเธออีก แต่อีกใจก็กังวลเพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกันแน่ “พรีม” เสียงเรียกของเชนธวัชดังขึ้น จนพรีมลภัสหลุดออกจ







