Masuk“อย่ามาพูดเรื่องของอดีต เรื่องนั้นมันจบไปแล้ว จบไปตั้งแต่คุณเป็นคนตัดความสัมพันธ์นั้นแล้ว!”
ดวงตาที่เริ่มแดงก่ำมองชายตรงหน้าอย่างโกรธเคือง วันนั้นเธอเจ็บแทบตาย แต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าความรักของเธอเลย บอกเลิกเธออย่างเย็นชาและไร้เยื่อใยที่สุด
“โกรธเหรอ พรีมมีสิทธิ์อะไรมาโกรธพี่ไม่ทราบ”
“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับฉัน เอากระเป๋าคืนมา แล้วถอยออกไปซะ ต่างคนต่างอยู่”
“เรื่องเด็กคนนั้นหมายความว่ายังไง” เขาถามคนตัวเล็กอย่างสงสัย
“อะไร”
“ลูกเธอคลอดหลังเลิกกับฉันไม่กี่เดือน มันหมายความว่ายังไง” เขามองเอกสารกรอกข้อมูลที่พรีมลภัสเขียนให้ทีมงาน ซึ่งเขาอ่านมันทั้งหมดแล้ว
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ อีกอย่างอย่าเป็นคนไม่มีมารยาทที่มาอ่านข้อมูลของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้!”
“ทำไม! กลัวฉันจะรู้สินะ ว่าเธอแอบเอาไอ้เวรนั้นจนท้อง ทั้งๆ ที่คบกันฉันอยู่ ร่าน!”
“คุณภูวริช! คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดทุเรศๆ แบบนี้กับฉันนะ” เธอมองชายตรงหน้าอย่างไม่พอใจที่เขากำลังต่อว่าเธอเสียๆ หายๆ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เขาต่างหากที่ผิด ผิดที่บอกเลิกเธออย่างเลือดเย็น
“ทำไม รับความจริงไม่ได้เหรอที่ฉันพูดแบบนี้ ฉันก็คิดว่าเธอรักฉันนักรักฉันหนา ที่แท้ก็ร่านเอากับผู้ชายคนอื่นจนท้อง ทั้งๆ ที่เพิ่งเลิกกับผัวเก่าไม่นาน”
“อยากจะคิดอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันห้ามความคิดคุณไม่ได้ เอากระเป๋าเงินฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!”
“พอตอบคำถามไม่ได้ เลยแถเรื่องอื่น เธอมันทุเรศจริงๆ ฉันมองเธอผิดไปพรีมลภัส”
“อยากจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ ฉันจะเลว ฉันจะร่านมันก็ตัวฉัน ฉันว่าคุณพิจารณาตัวเองดีกว่าว่าทำชั่วอะไรไว้!” หัวใจกำลังเจ็บร้าว และยิ่งมาเจอว่าเขาต่อว่าและใส่ร้ายเธอเสียๆ หาย มันยิ่งทำให้เธอโกรธเขามากขึ้นเป็นทวีคูณ
“เหอะ...ยอมรับแล้วสินะ”
“ค่ะ แล้วจะทำไม”
“ลูกมันคงภูมิใจเนาะ ที่มีแม่ร่านขนาดนี้ ทำตัวทุเรศแต่ยังมีหน้ายิ้มแย้ม อายเด็กมันบ้างนะ” ภูวริชยังคงผรุสวาทใส่พรีมลภัสไม่หยุด จนเธอทนไม่ไหวเขย่งปลายเท้าคว้ากระเป๋าเงินจากมือของเขาได้สำเร็จ แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะแตะลงบนพื้นได้เต็มส้น แขนกำยำของชายหนุ่มก็กอดรัดร่างบอบบางของเธอทันที
“อุ๊ย! ปล่อยฉันนะ ปล่อยมาจับตัวฉันไว้ทำไม”
ขณะที่หญิงสาวกำลังดิ้นพล่านเมื่อถูกมือใหญ่กอดรัด ทำเอาหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่กว่าเมื่อหลายปีก่อนบดเบียดไปมาที่อกแกร่งจนคนที่กำลังสูดดมความหอมในกายสาวถึงกับสติแตกกระเจิง
“เลิกดิ้นได้แล้ว ที่ดิ้นเพราะอยากเล่นตัวสินะ”
“ทำไมคุณเป็นคนทุเรศแบบนี้คะคุณภูวริช ฉันไม่น่าไปชอบคนอย่างคุณเลย”
“คนอย่างฉันไม่ใช่เหรอที่เธอติดใจ อ้อนให้เอาเช้าสายบ่ายเย็น” คำพูดของเขาทำเอาพรีมลภัสถึงกับเลือดขึ้นหน้า เพราะเขากำลังเอาเรื่องเก่าๆ เมื่อหลายปีก่อนมาพูด ทั้งๆ ที่เราสองคนเลิกกันไปแล้วก็ตาม
“นั่นมันอดีต ส่วนปัจจุบัน ฉันเจอคนที่ทำให้ฉันติดใจมากกว่าคุณเป็นสิบเป็นร้อยเท่า และไม่ใช่แค่เช้าสายบ่ายเย็นหรอกนะที่ฉันจะอ้อนเขา เพราะไม่ว่าฉันจะอยากตอนไหน เขาก็ให้ฉันได้ตลอดเวลา” เธอบอกอย่างประชดประชัน จนชายร่างสูงถึงกับเลือดขึ้นหน้า เมื่ออดีตของเล่นอย่างพรีมลภัสถูกชายอื่นครอบครองพื้นที่ร่างกายนอกจากเขา
“พรีมลภัส!”
“ปล่อยนะ!”
“งั้นอยากจะดูลีลาแม่ลูกหนึ่งอย่างเธอหน่อยว่าดีอย่างที่ปากว่าไหม แต่ข้างในคงพรุนหมดแล้วมั้ง เอาไปคงไม่รู้สึกอะไร”
เพียะ!!
ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่แก้มสากของภูวริชอย่างเหลืออดที่เขากำลังดูถูกเธอ ราวกับเธอเป็นโสเภณี
“คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉัน และเราสองคนควรเลิกแล้วต่อกันได้แล้ว ฉันมีชีวิตของฉัน คุณเองก็มีชีวิตของคุณ” คนตัวเล็กตะโกนบอกอย่างเหลืออดเมื่อโดนอีกฝ่ายดูถูกอย่างน่ารังเกียจ
“เหอะ...แล้วถ้าไม่ล่ะเธอจะทำไม”
“จะทำอะไร...”
“ปากดีนักนะ สงสัยผัวใหม่จะสอน เมื่อก่อนฉันพูดอะไรเธอก็คล้อยตามทุกอย่าง แต่เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นเยอะนะ”
“ถอยออกไปนะ อย่ามายุ่งกับฉัน”
“ทำเป็นรังเกียจ อยากรู้นักเวลาฉันอยู่ในตัวของเธอ เธอจะรังเกียจแบบนี้ไหม มานี่!” ภูวริชลากคนตัวเล็กออกจากสตูดิโอ จนร่างกายของพวกเขาทั้งคู่เปียกปอนเพราะถูกน้ำฝนชโลมรดร่างกาย ขณะที่พรีมลภัสตะโกนเสียงดัง หวังให้คนอื่นช่วย แต่ดูเหมือนที่แห่งนี้จะไม่มีใครอีกแล้วนอกจากพวกเขา
“ตะโกนไปเถอะ ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ขึ้นไปบนรถ!”
“ไม่ ฉันไม่ขึ้น” สองหนุ่มสาวยื้อกระชากไปมาท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างแรง ก่อนที่ภูวริชจะยัดคนตัวเล็กเข้าไปในรถ จากนั้นเขาก็วิ่งมาฝั่งคนขับแล้วดึงรั้งร่างเล็กไม่ให้ลงจากรถ เมื่อสำเร็จชายหนุ่มก็กดล็อกประตูรถทันที
กึก!! กึก!!
“เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ เปิด!”
ภูวริชไม่ตอบคนตัวเล็ก แต่เขาจัดการสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วพุ่งทะยานรถยนต์ไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาต้องการ โดยที่เขาทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงก่นด่าของพรีมลภัส เพราะสิ่งที่เขาจะทำหลังจากนี้มันน่าสนใจกว่าเยอะ
ด้วยความที่ร่างกายสาวเปียกชื้น ทำให้ชุดที่เธอสวมใส่มามันบางจนเห็นชุดชั้นในอย่างชัดเจน จนภูวริชชำเลืองมองเป็นระยะจนกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงร่างเล็กวันนั้น แต่วันนี้ร่างกายของเธอกลับอวบอิ่มดูเต็มไม้เต็มมือแบบนี้
“ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ทำตัวอ่อยอยู่นี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีผ่านไป เธอจะดูยั่วเยเก่งขึ้นนะ!” มุมปากร้ายๆ กระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ก็มิวายหันไปมองร่างกายอวบอิ่มของพรีมลภัสเป็นระยะ
“ฉันยกให้เอง ขึ้นไปนั่งบนรถกับลูกซะ” แม้เสียงจะบอกอย่างติดรำคาญ แต่ชายหนุ่มกลับเดินลงมายกกระเป๋าใบใหญ่ของหญิงสาวขึ้นรถไป จากนั้นก็เดินกลับมานั่งประจำที่อีกครั้ง บรรยากาศภายในรถเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพรีมลภัสผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนในรถเงียบเชียบอย่างน่าอึดอัด “หิวอะไรไหม” “ไม่ค่ะ” “แต่เธอไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ” เขานึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะมาถึงเขาก็เปิดประเด็นเรื่องลูกเลย จึงไม่ได้มีเวลาให้เธอกินข้าว “ฉันไม่หิวค่ะ” “เราไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านดีไหม” “ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากกินข้าวกับคุณ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ชายหนุ่มขาดผึงทันที เขากำพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น “กินข้าวกับฉันมันจะตายหรือยังไง ทีเมื่อก่อนเธอไม่ใช่เหรอที่รอฉันกินข้าวทุกวัน!” ภูวริชบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังทำท่าทีต่อต้านและแสดงความรังเกียจใส่เขาอย่างชัดเจน “เหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่านั่นมันเรื่องอดีต
“เย้ๆ น้องลูกพีชจะมีคุณพ่อจริงๆ แล้วเหรอคะ น้องลูกพีชดีใจที่สุดเลย” ใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขของลูกสาวกลับทำให้หัวใจของภูวริชกระตุกอย่างแรง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดที่จะมีลูกเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยแม้แต่จะจริงจังกับคู่นอนคนไหนแม้แต่พรีมลภัส แต่ ณ เวลานี้เขากลับรู้สึกตัวเองเลวเหลือเกินที่ปล่อยให้ลูกสาวของไปมีชีวิตลำบากแบบนี้ “แล้วน้องลูกพีชอยากไปอยู่กับคุณพ่อไหมคะ” เป็นภูวริชที่ถามลูกสาวออกมา เพราะอยากรู้ว่ทาลูกสาวจะคิดยังไง “ไปค่ะ หนูอยากไปอยู่กับคุณพ่อ แต่หนูขอให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก” คำพูดของลูกกลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรีมลภัสให้กลัดหนองมากขึ้น บาดแผลเดินโดนกรีดซ้ำ เธอเองก็เคยคิดอยากสร้างครอบครัวกับเขา แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่มีเอาไว้ฆ่าเวลา แต่พอมาตอนนี้เธอคิดว่าสิ่งเดียวที่เธอจะให้ได้คือหน้าที่ของพ่อแม่ลูกเท่านั้น ส่วนคำว่าครอบครัวมันคงไม่มีทางเป็นจริงได้ สภาวะจำยอมทำให้พรีมลภัสตัดสินใจยอมย้ายไปอยู่บ้านของภูวริช แม้ใจจะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่เพราะคำขู่ที่ว่าเขาจะทำทุกอย่าง
บทที่ 7อยากทวงความเป็นพ่อ หลังจากที่ไปตรวจดีเอ็นเอกันเมื่ออาทิตย์ก่อน วันนี้ผลตรวจก็ออกแล้ว โดยภูวริชตัดสินใจนัดพรีมลภัสมาเจอกันที่ร้านอาหาร คราแรกเขาบอกจะไปรับเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อผลทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเจ้าของร่างเล็กก็จูงมือลูกน้อยเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับเขาที่กำลังดีใจสุดขีด “อันนี้ผลตรวจ” นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเลื่อนซองสีขาวที่มีข้อมูลผลตรวจดีเอ็นเอ แต่พรีมลภัสกลับแค่ปลายตามองมันแต่ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาอ่านแต่อย่างใด “ไม่คิดจะอ่านมันหน่อยเหรอ ผลตรวจน่ะ” พรีมลภัสยังคงนิ่ง แล้วพูดบางอย่างกับชายตรงหน้าจนเขากระหยิ่มยิ้มออกมากับความเด็ดขาดของเธอ “คุณต้องการอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับ” “เหอะ...เธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านฉันเนี่ยนะ” มุมปากหยักของภูวริชยกขึ้น เมื่อคนตรงหน้ายังคงพยายามท้าทายอำนาจของเขา “แล้วยังไงคะ จริงๆ ฉันว่าเราสองคนไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกัน
“ปล่อยมือของฉันนะ” “ไม่ปล่อยมีอะไรไหม และถ้าเธอยังดิ้น เกิดรถแหกโค้งขึ้นมา อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” พรีมลภัสนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง แต่ก็มิวายมองมือเล็กที่ถูกมือแกร่งของภูวริชจับเอาไว้ตลอดการเดินทาง และเหมือนว่าชายหนุ่มจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่เธอหน้าบึ้งมาตลอดทาง “ถึงแล้วค่ะ จอดให้ฉันกับลูกลงด้วย” ภูวริชมองบ้านหลังเล็กที่ไม่ได้เก่ามาก เขาเพิ่งรู้ว่าเธอหายไปหลายปีเพราะมาอยู่บ้านหลังนี้ “ห้าปีที่ผ่านมาอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ค่ะ” “อย่ามาประชดประชันฉัน ฉันถามก็ตอบ!” “ใช่ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณอยากรู้” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายตรงหน้า “เล็กยังกับรูหนู อยู่เข้าไปได้ยังไง” “ถึงที่นี่จะเล็กกว่าบ้านของคุณ แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นและเป็นที่ให้ฉันซุกหัวนอนแล้วกันค่ะ อีกอย่างน้องลูกพีชเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” “แน่ใจเหรอว่าน้องลูกพีชมีความสุข ถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องมาอยู่บ้
“เธอคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ เพราะถ้าน้องลูกเป็นลูกของฉันจริงๆ คนที่มีแต่ตัวอย่างเธอสู้อะไรคนอย่างฉันได้” ชายร่างสูงบอกอย่างข่มขู่ จนหัวอกคนเป็นแม่เจ็บร้าว เขาก็คือเขาที่ยังคงใจร้ายกับเธอเหมือนเดิม “คุณมันเลวที่สุด เลิกกันแล้วแทนที่จะจบกันไป” “หึ...อะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้ ไม่มีใครมาห้ามความต้องการของฉันได้หรอก” “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอิ่มแล้วค่ะ” เสียงเล็กของลูกสาวดังขึ้นขัดบทสนทนาของผู้ใหญ่จนพวกเขาต้องปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยรู้สึกไม่ดี “อิ่มแล้วเหรอคะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะนะ เดี๋ยวเย็นซะก่อน” “กลับกันค่ะ” “เดี๋ยวลุงไปส่งนะครับ” คำพูดของภูวริชดังขึ้นจนคนที่กำลังจูงมือลูกสาวหันขวับ “คิดจะทำอะไร” “หึ...ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่พ่อบ้าง” เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อโดนคนตัวเล็กมองค้อน “หายไปตั้งหลายปี คิดจะมาทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันไม่สายไปเหรอ” คนตัวเล็กหลุดพูดออกมาอย่างฟิวส์ขาด เพราะเขากำลังยั่วโมโหให้เธอตบะแตก “ยอมรับเองแล้วเหร
บทที่ 6อยากเป็นพ่อ “งั้นเดี๋ยวถ้าถึงบ้านบอกเชนนะ เชนจะได้ไม่เป็นห่วง” “อืม...ไปเถอะ” เชนธวัชเดินหายไปพร้อมกับพี่ยา ขณะที่พรีมลภัสทำการเก็บของเก็บกระเป๋าเพื่อเดินตามออกไปเช่นเดียวกัน แต่เสียงทุ้มของคนที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นมาดักเสียก่อน “ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ค่อยกลับสิ” เธอก้มมองอาหารที่ยังไม่ได้ถูกแตะเลย เพราะมัวแต่คุยเรื่องการเซ็นสัญญา ถ้าเชนธวัชยังอยู่เธออาจจะกินมันบ้าง แต่ตอนนี้เหลือเพียงภูวริชมันทำให้เธอไม่อยากที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับเขานานเกินไป “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่ค่อยหิว” “เธอไม่หิว แต่ลูกเธออาจจะหิวก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ภูวริชจ้องมองเด็กน้อยที่ยังคงจับจ้องไปที่อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จนพรีมลภัสอดสงสารลูกไม่ได้ เพราะไม่เคยจะได้กินของดีๆ ขนาดนี้มาก่อน “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอยากกิน น้องลูกพีชขอกินก่อนได้ไหมคะ” เสียงอ้อนวอนของน้องลูกพีช ทำให้หัวอกคนเป็นแม่อ่อนยวบ จนยอมทิ้งความกลัวของตัวเองเอาไว้ในใจ และเลือกให้ลูกสาวได้กินข้าวตรงหน้าเสียก่อน “ก็ได้ค่ะ” “ขอบคุ
“ไม่ยอมก็เรื่องของผู้หญิงคนนั้น และถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันจริง ฉันไม่มีทางปล่อยพรีมลภัสไปแน่ โทษฐานที่ปกปิดเรื่องลูกกับฉันมาตลอดห้าปี” วัฒนาเพียงส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกสงสารพรีมลภัสท่วมท้นอยู่ในอก หากเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวของภูวริชจริง อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ควรต้องมาแบกรับความคลุม
บทที่ 5 อยากรู้ความจริง พรีมลภัสเดินทางกลับบ้านด้วยร่างกายที่อ่อนล้า ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาด้วยความเสียใจ เธอไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเขาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เธอจบกับเขามาเกือบห้าปีแล้ว และเมื่อมาเจอกันอีกครั้งชายหนุ่มกลับทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำอีกครั้ง “พรีม
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และม
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เ






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
