LOGINร่างใหญ่ของ ‘ภูวริช อิทธิฤทธิ์ไกรสร’ เดินทางมาดูการถ่ายโฆษณากับโปรเจกต์ชิ้นแรกที่เขาเพิ่งร่วมเปิดแบรนด์ใหม่กับหุ้นส่วนธุรกิจ และเป็นสินค้าที่จะเอาไปวางในห้างสรรพสินค้าในเครืออิทธิฤทธิ์ที่เขาเป็นเจ้าของ
“คุณภู...กิ่งไม่คิดว่าคุณภูมาเองนะคะ ไหนตอนแรกบอกว่าอยู่อเมริกาไม่ใช่เหรอคะ” ก่อนหน้านี้ภูวริชไปดูแลบริษัทสาขาที่อเมริกาเกือบห้าปี แต่วันนี้เขาเดินทางกลับมาบริหารงานที่เมืองไทยเต็มตัวแล้ว
“ครับ...พอดีผมเพิ่งกลับมาเมืองไทยเลยอยากมาดูงานด้วยตัวเอง ได้ข่าวว่าแบรนด์นี้กำลังมาแรง ช่วงนี้เทรนด์ครอบครัวกำลังมาแรง”
“ใช่ค่ะ แบรนด์กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มครอบครัวเลยค่ะ วันนี้คงมีคู่พ่อแม่ลูกมาแคสต์หลายคนนะคะ”
“ครับ...งั้นเชิญตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมขอรอดูห่างๆ”
“ค่ะ”
ภูวริชเดินไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อน เนื่องจากว่าเขากำลังรอทีมงานเรียกแต่ละครอบครัวมาแคสต์งาน ซึ่งเขาก็ดูทุกคนผ่านจอมอนิเตอร์ และก็เห็นครอบครัวสุขสันต์แต่ละบ้านโชว์ความน่ารักและสดใส จนเขาอดยิ้มตามไม่ได้
ทางด้านพรีมลภัสและลูกพีชก็เดินเข้าฉากพร้อมกับเชนธวัชที่มารับบทพ่อจำเป็น เพราะแบรนด์นี้ต้องการครอบครัวมาร่วมงานด้วย
“ตื่นเต้นเหรอพรีม” เชนธวัชเดินเข้ามาจับมือของพรีมลภัสที่ไม่ค่อยออกหน้ากล้องเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเธอ
“อืม...นิดหน่อย พรีมไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้เท่าไร กลัวทำออกมาไม่ดีแล้วเชนจะขายหน้า”
“พรีมกับน้องลูกพีชสดใสขนาดนี้ อย่าเกร็งก็พอ สบายๆ” เชนธวัชมองหน้าเพื่อนสาวที่มีความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด และเขาพยายามให้กำลังใจเธอเพราะรู้ว่าที่ผ่านมาคนตัวเล็กผ่านอะไรมาบ้าง แต่เขาเลือกที่จะยืนข้างๆ เธอแบบนี้ แม้ใจอยากจะเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
“พรีมจะทำได้ไหม...”
“ทำได้สิ พรีมเก่งอยู่แล้ว คิดซะว่าทำเพื่อลูกนะ”
“อืม...”
“งั้นเข้าฉากกันเถอะ ได้เวลาแล้ว”
เชนธวัชเดินไปอุ้มน้องลูกพีชเข้ามาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็เดินจูงมือพรีมลภัสเข้าฉาก โดยวันนี้เป็นการถ่ายภาพนิ่งครอบครัวสดใสโดยในมือถือผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัวทั้งเครื่องสำอาง หรือแม้แต่เครื่องดื่มต่างๆ
ภาพความสดใสของครอบครัวทั่วไปที่เหมือนไม่มีอะไร แต่กลับทำให้ผู้ชายที่มองจอมอนิเตอร์ถึงกับตาลุกวาวอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“พรีมลภัส”
ชื่อของผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตของเล่นของเขาเมื่อห้าปีก่อนกำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่หน้าก้อง พร้อมกับเด็กน้อยน่าตาน่ารัก ซึ่งข้างกายของสองสาวต่างวัยมีร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งที่กำลังโอบเอวบอบบางของพรีมลภัส มองเธอและเด็กน้อยด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
“ครอบครัวนี้คือใคร” ภูวริชถามผู้กำกับที่กำลังมองจอด้วยสายตาจดจ่อ
“ผู้ชายพอรู้จักครับคุณภู ชื่อเชนธวัช ส่วนผู้หญิงกับเด็กน้อยไม่รู้เลย คาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวของเชนธวัช แต่น่ารักมากๆ เลยครับ ตั้งแต่แคสต์มาผมว่าครอบครัวนี้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของเรามากที่สุดเลยครับ ดูสดใสเป็นธรรมชาติมาก
“ไม่ต้องถ่ายแล้ว” เสียงเข้มบอกอย่างกระด้าง แต่ดวงตาของเขากลับวาวโรจน์เมื่อเห็นอดีตผู้หญิงที่เคยเป็นของเล่นของเขาเกือบสองปีกำลังดูมีความสุขกับคนรักใหม่ และไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่เทิดทูนเขาท่วมหัวกำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่มากขนาดนี้
“อะไรนะครับ!”
“เลิกกอง ไม่ต้องถ่ายแล้ว วันนี้ผมไม่พอใจครอบครัวไหนสักครอบครัว”
“แต่ผมว่าครอบครัวของเชนธวัชน่าสนใจมากเลยนะครับ ถ้าเรา...”
“ไม่! ผมยังไม่ชอบใครทั้งนั้น ไปบอกให้คนยกกองซะ ไว้ค่อยแคสต์ใหม่”
“แต่...ค่าใช้จ่ายครั้งหนึ่งมันสูงมากๆ เลยนะครับ ถ้าเรา” ผู้กำกับบอกอย่างหน้าเสียเมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่กำลังทำท่าเหมือนอยากฆ่าใครสักคนให้ตาย
“ฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่เลิกกองวันนี้ซะ”
แม้ปากจะพูดกับผู้กำกับ แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองร่างอรชรของพรีมลภัสไม่วางตา ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาห้าปีจะเปลี่ยนผู้หญิงจืดชืดอย่างหญิงสาวให้ดูสวยสะพรั่งมากขนาดนี้ และไหนจะเด็กสาวตัวน้อยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเป็นลูกสาวของเธอ
“ทำสิวะ!”
“ครับๆ”
ผู้กำกับหนุ่มสั่งเลิกกองทั้งหมดเพราะไม่อยากขัดใจเจ้าของโปรเจกต์นี้ อีกทั้งเงินทุนของภูวริชนั้นมากมายมหาศาล ถ้าเขาเอ่ยปากว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก็คงไม่มีปัญหาอะไร
“เดี๋ยวเลิกกองก่อนนะน้องเชน พอดีเจ้าของแบรนด์เขาไม่ค่อยโอเคกับผลงานในวันนี้เท่าไร” เสียงของพี่แต้วทีมงานในกองบอก จนเชนธวัชเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ
“อ้าว...แล้วครอบครัวผมจะได้แคสต์อีกไหมครับ” วันนี้เขาจำใจต้องโกหกทุกคนว่าพรีมลภัสและน้องลูกพีชคือครอบครัวของเขา เพราะตามกฎแล้วคนที่มีครอบครัวแล้วเท่านั้นถึงจะแคสต์งานนี้ได้
“คงแล้วแต่เจ้าของเลย ยังไงขอโทษด้วยนะที่วันนี้ทำให้เสียเวลา”
“ไม่เป็นไรครับ” ปากบอกแบบนั้นแต่เขาก็อดเสียดายแทนพรีมลภัสไม่ได้ เพราะนี่อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวหาเงินค่าเทอมให้น้องลูกพีชได้
“ไม่เป็นไรเชน...” มือน้อยยกขึ้นลูบแขนกำยำของเชนธวัชอย่างเป็นกำลังใจ
“แค่รู้สึกเสียดาย วันนี้เชนว่าพรีมกับน้องลูกพีชถ่ายงานได้ดีมาก บางทีอาจจะมีโอกาสที่พวกเราจะได้งานนี้”
“ไม่เป็นไรหรอก บางทีงานนี้อาจจะไม่ได้เลือกเราก็ได้ งั้นเรากลับกันเถอะ จะได้ไม่ต้องฝ่ารถติดตอนเย็น” เธอบอกเพื่อนชายเพราะไม่อยากให้เขาผิดหวัง
“แต่...”
“กลับกันเถอะ”
“อืม...”
สามคนต่างวัยเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัวก่อนจะเก็บทุกอย่างเข้ากระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน แม้จะมางานนี้เสียเที่ยวก็ตาม
“เสียดายอะพรีม วันนี้เราน่าจะได้งานนี้แท้ๆ เชนรู้มาว่าค่าตัวงานนี้เยอะอยู่นะ หลักแสนเลย เชนอยากให้น้องลูกพีชได้เรียนโรงเรียนดีๆ”
“ไม่เอาน่ะ งานนี้อาจจะไม่เหมาะกับพรีมก็ได้ เดี๋ยวพรีมกลับไปทำงานขนมขายเหมือนเดิมก็ได้ ทำให้เยอะขึ้นจะได้มีเงินเยอะๆ”
“อืม...ขอโทษนะที่ทำให้พรีมกับน้องลูกพีชมาเสียเที่ยว”
“เก็บของกันเถอะ เดี๋ยวเย็น เมื่อกี้พรีมเห็นเหมือนฝนจะตกด้วย”
พวกเขาเก็บของเข้ากระเป๋าก่อนจะเดินออกจากสตูดิโอเพื่อเดินทางกลับบ้าน ซึ่งวันนี้ลัลน์มุกตาแวะมารับพวกเขาทั้งสามคนเพราะเห็นว่าเป็นทางผ่าน แต่ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้กลับ เธอก็นึกอะไรไรบางอย่างได้
“อุ๊ย!”
“ดีมากเด็กดี งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่จะมอบรางวัลให้กับพรีมทั้งคืนดีไหม” ชายหนุ่มกระหน่ำกระแทกกระทั้นเข้าใส่ช่องทางบวมแดงของหญิงสาวสอย่างแรง จนร่างกายของทั้งคู่ร้อนระอุเหมือนไฟ หยาดเหงื่อโซมกายราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก “ข้างในโคตรตอดเลยพรีม ตอดแรงมาก” เขานิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่านเมื่อความเป็นหญิงกำลังทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก “พรีมเสียว...” “พี่ก็เสียว เสียวจนเหมือนจะแตก” เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของหญิงสาวที่พาดอยู่ที่บ่าแกร่ง ก่อนจะกระหน่ำสะโพกสอบของตัวเองเข้าใส่คนตัวเล็กแบบนี้ไม่มียั้ง ด้วยความที่เขายืนอยู่ที่พื้นทำให้การเคลื่อนไหวค่อนข้างง่ายและทำให้เขาส่งแรงไปยังร่างเล็กได้เร็วและแรงกว่าเดิม “พี่ภู...” “พี่เหมือนจะแตก...” “อย่า...อย่าแตกข้างในนะ” หัวใจสาวไหววูบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มไม่ได้สวมใส่เครื่องป้องกัน เพราะฉะนั้นมันจึงเสี่ยงมากที่จะเกิดความผิดพลาด “ทำไม...จะเก็บไว้ให้ไอ้เชนมันแตกเหรอ ฝันไปเถอะ ร่องของเธอก็เคยโดนฉันแตกในมาแล้ว จะโดนอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มปัด
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และมันยิ่งทำให้เขาอยากครอบครองเธอมากกว่าเดิม มากกว่าไอ้นายแบบหน้าจืดคนนั้น ร่างเล็กบิดเร่าไปมา เมื่อความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเธอหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งชายหนุ่มเคยทำอะไรกับเธอเอาไว้ พั่บ!! พั่บ!! พั่บ!! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นสอดประสานกับเสียงครางระงมของคนทั้งสองที่กำลังแนบชิดจนไม่มีส่วนใดของร่างกายห่างจากกัน ริมฝีปากของภูวริชประกบไปกับปากอวบอิ่มของหญิงสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะจูบแลกลิ้นด้วยความต้องการที่ร้อนแรง ลิ้นแกร่งเกี่ยวกระหวัดไปทั่วโพรงปากจนเธอขนลุกซู่ แต่ก็หยอกเอินตอบโต้เขาอย่างไร้ซึ่งความอาย จ๊วบ! เสียงจูบอย่างหื่นกระหายทำให้อุณหภูมิร่างกายของสองหนุ่มสาวร้อนระอุมากขึ้น ขณะที่กายเบื้องล่างยังคงทำงานอย่างหนัก ท่อนเนื้อแ
“อ๊ะ...อย่าจับนะ” เธอร้องเสียงหลงเมื่อปลายนิ้วร้อนๆ ลูบไล้ไปที่จุดกึ่งกลางของความเป็นหญิง จนขนในกายสาวลุกชัน ขาทั้งสองข้างกระตุกหนีบเข้าหากัน แต่เพราะมือร่างใหญ่คั่นกลางทำให้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “ไหนบอกไม่ชอบ ทำไมน้ำตรงนี้มันเยิ้มล่ะพรีม” ปลายนิ้วร้อนๆ ถูไถที่ปากร่องของรูรักจนน้ำหวานในกายสาวไหลเยิ้มจนเลอะนิ้ว “อย่าแหย่เข้ามา ขอร้อง...” “ไม่รู้เหรอว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ” เขาพูดแค่นั้นก็กดก้านนิ้วเข้าไปในช่องทางเปียกชื้นของเธอ จนคนตัวเล็กแอ่นตัวขึ้นมาอย่างเสียวซ่าน “ยะ...อย่า ขอร้อง” คนตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อภูวริชขยับเข้าออกในรูรักของเธอ จนใบหน้าใสแดงก่ำเพราะพิษรักจนแทบทนไม่ไหว “แค่นิ้วยังแน่นขนาดนี้ ถ้าใหญ่กว่านี้จะแน่นแค่ไหนพรีม” เขาครางกระหึ่มในลำคอเมื่อช่องทางรักของคนตัวเล็กบีบรัดนิ้วแกร่งของเขาจนแน่น “มะ...ไม่เอา พอแล้ว” เสียงหวานบอกอย่างขาดห้วง เมื่อคนตัวโตขยับนิ้วเข้าออกไม่หยุดจนความวาบหวามลามเลียไปทั่วร่างกายสาว สัมผัสที่ห่างหายมาตลอดห้าปีทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็น “พอแล้วจริงๆ
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เพื่อป้องการไม่ให้สายตาจาบจ้วงของภูวริชมอง “มากกว่านมฉันก็มองมาแล้ว จะมาอายอะไร” เขาเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย แค่เห็นเพียงร่างกายก็ทำให้บางอย่างที่อยู่ตรงซอกขาของเขาแข็งขึงขึ้นมา “หยาบคาย!” ภูวริชไม่โต้ตอบอะไร แต่เขาเลือกที่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก จนกายท่อนบนเปลือยเปล่า จากนั้นชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะปลดเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ จนหัวเข็มขัดกระทบกันจนเกิดเสียงดัง จนเธอใจหายวาบกับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ เมื่อกางเกงในสีเข้มของเขาหลุดออกจากขาแข็งแกร่ง บางอย่างที่เคยซุกซ่อนในนั้นก็ดีดผึงน่ากลัว “อึก...” พรีมลภัสเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ทำให้เลือดลมในร่างกายสาวเดือดพล่าน นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ร่างกายของเธอปราศจากเ
คนตัวเล็กยกมือตีร่างใหญ่เป็นพัลวัน แต่เรี่ยวแรงของเธอกลับสู้อะไรชายหนุ่มไม่ได้ เขาจัดการรวบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็เหวี่ยงเธอขึ้นไปบนเตียงทันที จนที่นอนของเขาเปียกชื้นจากร่างกายที่ถูกฝนเทราดรดลงมา “อ๊ะ...จุกนะ” ยังไม่ทันที่ร่างใหญ่ของภูวริชจะก้าวขึ้นมาบนเตียง เสียงโทรศัพท์ของพรีมลภัสก็ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะโถมตัวไปคว้ามันขึ้นมาเพื่อกดรับ แต่ชายหนุ่มกลับไวกว่า จากนั้นเขาก็มองหน้าจอเป็นชื่อของเชนธวัช ทำเอาเลือดในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านทันที เมื่อนึกถึงมือไม้ของมันที่มาแตะต้องร่างกายของหญิงสาว “อย่ารับนะ ขอร้อง...” เธอบอกอย่างวิงวอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจกดรับเพราะอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรกับหญิงสาว ติ๊ด! (พรีม...อยู่ไหนครับ หากระเป๋าเจอหรือยัง) เสียงทุ้มของเชนธวัชถามด้วยความเป็นห่วง จนภูวริชถึงกับของขึ้นกับเสียงอ่อนเสียงหวานของพรีมลภัสที่พูดกับมัน “คะ...คือพรีม...” “บอกมันไปว่ามีธุระต้องไปทำต่อ วันนี้จะไม่กลับ” ภูวริชกระซิบข้างหูของพรีมลภัสจนเธอกำมือแน่น “อึก...ไม่”
บทที่ 3รำลึกความหลัง (ลึกซึ้ง) “ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ทำตัวอ่อยอยู่นี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีผ่านไป เธอจะดูยั่วเยเก่งขึ้นนะ!” มุมปากร้ายๆ กระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ก็มิวายหันไปมองร่างกายอวบอิ่มของพรีมลภัสเป็นระยะ “ว้าย! ไอ้ทุเรศ!” เมื่อเธอรู้ตัวว่าร่างกายที่เปียกชื้นของตัวเองกำลังเป็นที่จับจ้องของผู้ชายหื่นกามอย่างภูวริช ซึ่งเธอรู้ดีว่าตั้งแต่อดีตเขาเป็นผู้ชายเซ็กซ์จัดมากแค่ไหน ความหล่อร้ายของเขาทำเอาเธอที่ไม่ประสาโลกถึงกับอ่อนระทวย ยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง จนกระทั่งเขาสะบั้นรักอย่างไร้เยื่อใย จนเธอต้องอุ้มท้องตามลำพังท่ามกลางคำนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ “ปิดทำไม ฉันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เห็นนะ แต่...” เขาเว้นจังหวะแล้วชำเลืองมองคนตัวเล็กด้วยสายตากรุ้มกริ่ม จนพรีมลภัสแต่ได้ค่อนขอดเขาที่ทำตัวแย่มาก “จะมายุ่งกับฉันอีกทำไม เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งห้าปีแล้วนะ ฉันมีชีวิตของฉันแล้ว ปล่อยฉันไปนะ” “ปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าจืดนั่นน่ะเหรอ” เมื่อคิดถึงภาพของเชนธวัชที่ทั้งจับมือทั้งโอบเอวบอบบางก็ทำเอาเลือดในกายของเขาเดือ







