เข้าสู่ระบบ"มึงไปให้ไลน์กูกับพี่เขาทำไม"ออกมาจากห้องสมุดได้ มุกดาก็โวยวายออกมาทันที รู้สึกไม่พอใจที่เพื่อนทำอะไรไม่ปรึกษาเธอก่อน
"อ้าว ก็มึงชอบพี่เขาไม่ใช่เหรอ ดูเหมือนพี่เขาจะชอบมึงด้วยนะ" "เขาดูอันตรายเกินไป" "มึงก็ทำให้เสือเชื่องเป็นแมวสิ จะไปยากอะไร มันท้าทายดีนะกูว่า" มุกดาส่ายหน้าทันที ยอมรับจากใจว่าเธอไม่มีประสบการณ์เรื่องผู้ชายมาก่อน จะไปทำเหมือนที่เพื่อนบอกได้ยังไง อีกอย่างเขาก็คงไม่ใช่ผู้ชายที่เธอจะคุมได้ง่ายด้วย เผลอ ๆ จะเป็นเธอนี่แหละที่ถูกเขาทำให้เชื่อง "ถ้าเป็นมึงคงทำได้ แต่กูทำไม่ได้หรอก" "มึงแพ้สายตาพี่เขาใช่ไหมว่ะ" มุกดาเงียบไม่ตอบ เธอไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังรู้สึกตอนนี้มันคืออะไร มันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ หากลองนึกดูแววตาของเขามันดึงดูดเธอมาก ร่างกายของเธอค่อนข้างมีปฏิกริยามากพอสมควร มันอยากค้นหาว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เย็นชาของเขา ที่จริงแล้วเขาเป็นคนยังไงกันแน่ แต่ทว่ามันกลับมีความน่ากลัวแฝงอยู่ในนั้นด้วย ทำให้เธอรู้สึกลังเลที่จะเข้าใกล้เขา "แต่จะว่าไป ถ้าเป็นพี่เลโอก็ดีนะ กูว่าเขาดูเจ้าชู้แบบหื่น ๆ ดี" "หื่น? นี่มึงชอบผู้ชายหื่นเหรอ" "เออดิ พี่เวกัสก็ดูน่าจะเอวดุไม่หยอก อร้ายยย สองคนนี้จะใครก็ได้ทั้งนั้น อีแอรินพร้อมรับแรงกระแทก" "หยุดดีดดิ้นได้แล้วแอริน" กำปั้นเล็กทุบลงบนแขนเพื่อน เพราะต้องการให้เพื่อนสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เธอพอจะเข้าใจประโยคที่แอรินสื่อสาร เพราะขนาดว่าเธอไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่า แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าเวกัสมีลักษณะแบบนั้นจริง ๆ เขาดูจะเป็นคนโชกโชนเรื่องผู้หญิง อีกทั้งเรื่องแบบนี้ก็น่าจะดึงดูดให้ผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้าหาเขา ถึงขนาดที่เธอมักจะได้ยินข่าวอยู่เสมอว่าเขาเป็นประเภทขึ้นเตียงกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ไม่รู้ว่าเขาจะมีรสนิยมเรื่องแบบนั้นแปลกประหลาดหรือเปล่า มันถึงทำให้ผู้หญิงอยากเข้าหาเขาขนาดนั้น "มึงว่าแบบพี่เวกัสนี่ รสนิยมทางเพศเขาปกติหรือเปล่าว่ะ" "นี่มึงถามเรื่องบ้าอะไรอ่ะมุก รสนิยมทางเพศผิดปกติมันหมายถึงประเภทแบบชายรักชาย แต่มึงก็เห็นอยู่ว่าเขาชอบผู้หญิง หรือมึงหมายถึงเรื่องบนเตียงของพี่เขาใช่ไหม" มุกดาพยักหน้าทันที"ก็เรื่องนั้นแหละที่กูสงสัย มึงก็เห็นว่ามีแต่ผู้หญิงเข้าหาเขา" "หล่อล่ำแบบพี่เขา กูคิดว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากเข้าหาเขาหรอกว่ะ" "....." "กระทั่งมึงเองที่เห็นหนิม ๆ ติ๋ม ๆ เรียบร้อยแบบนี้ มึงก็ยังแอบปลื้มพี่เขาได้เลย เขาเรียกว่าผู้ชายที่มีดาเมจรุนแรง ผู้ชายแบบนี้แหละที่ทำให้กูรู้สึกอยากโดนกระแทก อร้ายยยยย" พลั่ก!!! ขณะแอรินกำลังส่งเสียงกรีดร้อง ทำสีหน้าชวนฝันอยู่นั่น เธอก็เดินชนกับเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่ง "เดินทำไมไม่ดูว่ะ" ต้าร์ผู้ชายรูปร่างสูง หน้าตาหล่อเหลา สวมแว่นสายตา แต่งตัวเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว สมกับตำแหน่งที่หนึ่งของห้องมาตั้งแต่เรียนมัธยม "เราขอโทษแทนรินมันด้วยนะ" "อีมุก ไปขอโทษมันทำไม มัวแต่อ่านหนังสือเดินไม่มองทาง ไม่รู้จะเรียนจนได้โล่เลยมั้ง" "มึงชนเขาค่ะ กูเห็นกับตา มัวแต่บ้าผู้ชาย ต้าร์เขาก็เดินของเขามาดี ๆ ไม่ได้อ่านหนังสือแบบมึงว่าสักหน่อย" "เราไม่เป็นไร"ต้าร์ส่งยิ้ม พลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเรียนห้องเดียวกับสองสาวมาตั้งแต่มัธยม เลยเคยชินกับคำพูดของแอรินเป็นอย่างดี อีกอย่างเขารู้ด้วยว่าเธอไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขา ถึงแม้ว่าเขาจะชอบแอบมองเธอก็ตาม ด้านเวกัสที่เดินกลับมาที่ใต้ตึกคณะวิศวะ หลังจากได้ไลน์ของรุ่นน้องสาวแสนซื่อ สีหน้าท่าทางของเขาก็ต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง จนเพื่อนสนิทอย่างเลโอที่สังเกตุอยู่ตลอดเวลา อดที่จะเอ่ยแซวออกมาไม่ได้ "ไอ้สัดเว หุบปากบ้างนะ เห็นแล้วขนลุกฉิบหาย" "เหี้ยไรของมึง" "ทำหน้าเหมือนเจอเหยื่อที่ถูกใจ" เวกัสยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่ปฏิเสธคำพูดนั้นของเพื่อน เพราะเขารู้สึกว่ารุ่นน้องสาวคนนั้นคือเหยื่ออันโอชะของเขาจริง ๆ "งั้นส่งไลน์ไปชวนเขาเลยดิ ไปนั่งดื่มที่ผับเป็นไง หุ่นน้องเขาดีขนาดนั้น ใส่ชุดนักศึกษายังน่าดูขนาดนี้ ถ้าแต่งตัวไปผับจะน่าดูขนาดไหน" "มึงคิดว่าแบบน้องคนนั้น ถ้ากูชวนไปผับเขาจะไปเหรอว่ะ หัดใช้หัวคิดบ้างนะไอ้เลโอ" "เหี้ยเว นี่มึงหาว่ากูโง่เหรอว่ะ" "มึงเข้าใจคำว่าอย่าทำให้ไก่ตื่นไหมว่ะ" "ไม่ได้จะทำให้ไก่ตื่น แต่กูคิดว่ามึงเจองานยากว่ะ ถึงน้องเขาจะดูซื่อ ๆ ดูเป็นเด็กเรียนแต่คงไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมใครง่าย ๆ หรอกว่ะ" ข้อนี้เวกัสเองก็คิดเหมือนกับเพื่อนสนิท เขารู้สึกว่าในแววตาของเธอมันมีอะไรบางอย่างที่น่าค้นหา ซึ่งมันเชิญชวนให้เขาอยากเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น "มึงคอยดูความสามารถของกูก็แล้วกัน" เวกัสเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ ในชีวิตนี้ไม่เคยเลยที่จะต้องขอช่องทางติดต่อของผู้หญิงคนไหน ปกติมักจะมีแต่ผู้หญิงเข้าหา เพิ่งจะมีเธอคนแรกนี่แหละที่เขารู้สึกว่าตัวเองต้องใช้ความพยายาม ซึ่งมันก็ท้าทายเขามาก "งั้นแปลว่าคืนนี้กูก็ต้องไปแดกเหล้าคนเดียวใช่ไหม เพราะมึงคงจะไม่ว่าง" "เออ...มึงนี่สมกับเป็นเพื่อนรักกูจริง ๆ"ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง อัญชันนอนอยู่บนเตียงของผู้ป่วย ใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่ายังคงความสวย ถึงแม้จะเพิ่งผ่านการผ่าตัดคลอดลูกมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอหลับตาพริ้ม ผมยาวสีดำขลับกระจายเต็มหมอน ข้างเตียงมีรถเข็นเด็กจอดอยู่ อาเธอร์ ลูกชายคนเล็กที่เพิ่งคลอด นอนหลับปุ๋ยในผ้าห่มสีฟ้า ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ แกร๊ก!!! เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาโดยขุนเขาคนเป็นสามี ในมือถือของพะรุงพะรังเดินเข้ามา คนตัวสูงลงไปซื้อของจากร้านค้าด้านล่างของโรงพยาบาล มีข้าวต้มของอัญชันและของใช้อีกหลายอย่าง ก่อนจะวางถุงลงบนโต๊ะข้างเตียง และก้มตัวลงจูบหน้าผากของอัญชันด้วยความรัก คนตัวเล็กบนเตียง ขยับเปลือกตาเปิดขึ้น เมื่อรู้สึกเหมือนถูกรบกวน ลืมตาขึ้นมาเจอหน้าสามีหนุ่มก็ส่งยิ้มหวานให้ทันที “ตื่นแล้วเหรอครับ รู้ไหมว่าเมียพี่เก่งที่สุด” เสียงทุ้มของเขานุ่มนวล ใช้ฝ่ามือลูบผมนุ่มของเธอแผ่วเบา “อาเธอร์หลับอยู่หรือเปล่าคะ” “หลับสนิทเลย”ขุนเขาตอบพลางหันไปมองลูกชาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง “หน้าตาเหมือนพี่ไอริสตอนเกิดเลย” “จริงเหรอคะ อัญอยากเห็นลูกชัด ๆ จังเลยค่ะ” “พยาบ
กระแทกไม่นานทั้งคู่ก็ถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอีกครั้ง อัญชันเกร็งกระตุก น้ำสีใสพุ่งทะลัก ขุนเขาเองก็ปล่อยลาวาอุ่นร้อนเข้าไปข้างในตัวเธอจนมันเอ่อล้นออกมา หลังจากปลดปล่อย เขาก็ทิ้งตัวลงนอนกอดเธอแน่น หายใจหอบถี่ จูบซับใบหน้าชื้นเหงื่อของเธออย่างแสนรัก “พี่รักอัญมากนะครับ” อัญชันหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ได้ยินคำว่ารักแสนหวานของเขาก็คลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะผล็อยหลับไปทันที เวลาต่อมา แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า สาดส่องผ้าม่านผืนบางของบ้านพักวิลล่าเข้ามา ขุนเขากระพริบตาตื่นจากภวังค์ตั้งแต่ช่วงบ่าย จากบทรักที่สูบพลังเขาและอัญชันไปจนหมด ร่างกายแกร่งยังคงเปลือยเปล่า มีอัญชันนอนขดตัวอยู่ด้านข้าง ผมยาวสลวยสีดำสนิทกระจายบนหมอน ผิวเนียนละเอียดสีขาวผ่อง ร่างกายของเธอยังคงมีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยงาม ถึงแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ อกอวบใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจสม่ำเสมอ ขุนเขายกยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกถึงความตื่นตัวที่ส่วนกลางกายของเขาอีกครั้ง ราวกับว่าร่างกายยังรู้สึกไม่พอ อยากจะลิ้มรสความหอมหวานจากร่างกายของเธออีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ โน้มลงไปยังอกอวบของอัญชัน ริมฝีปากร้อนผ
ขุนเขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ตัวยาว มือหนาดึงสายบิกินี่ส่วนบนของอัญชันลงจากไหล่ทั้งสองข้าง เนื้อผ้าสีฟ้าร่วงลงบนพื้นไม้ทันที เต้าอวบคู่งามที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และจุกยอดสีหวานชูชันขึ้นท้าทายสายตาของเขา ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงดูดเม้มจุกยอดข้างหนึ่งทันที ลิ้นร้อนตวัดดูดเลียวนเป็นวงกลมอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างบีบเค้นเต้าอีกข้างอย่างแรง จนเนินเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว อัญชันแอ่นอกครางออกมา มือจิกกลุ่มผมหนาของเขาด้วยความแรง “พี่ อื้อ~ เบา ๆ สิ” แต่ทว่าคนตัวสูงไม่ฟังเสียงเธอ ยังคงสลับเปลี่ยนไปดูดอีกข้าง ขบเม้มแรงจนจุกยอดบวมเป่งทั้งสองข้าง มือหนาลากต่ำลงไปคลายปมสายเส้นเล็กข้างสะโพก เนื้อผ้าบิกินี่ส่วนล่างร่วงลงตามแรงดึง เผยเนินเนื้ออวบอิ่มไร้ขนที่เปียกชุ่มจากความเสียวซ่าน ก่อนเขาจะจับขาเรียวเธอแยกออกกว้าง แล้วก้มลงดูดเลียช่วงล่างทันที ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าไปในร่องแคบ เลียวนขึ้นลงบนความเปียกชื้น ดูดเม้มกลีบเนื้อนุ่มจนอัญชันตัวเกร็ง มือเล็กจิกลงบนขอบเก้าอี้แน่น น้ำสีใสไหลทะลักเข้ามาในปากของเขา “อร้ายยย”เธอครางออกมาเสียงดังอย่างเสร็จสม คนตัวสูงยกใบหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากหนาเลอะเปรอะเปื้อน ก่อนจะดึงก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านบางของบ้านพักวิลล่าสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ขุนเขานั่งกอดก่ายร่างเล็กของอัญชันอยู่ที่ระเบียง ที่ตอนนี้หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากอายุครรภ์ที่มากขึ้น ด้านหน้าคือท้องทะเลสีฟ้าครามที่ใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่าง กระทบกับแสงของดวงอาทิตย์จนระยิบระยับไปทั่ว ทั้งสองคนตัดสินใจมาฮันนีมูนกันที่นี่ เป็นความต้องการของขุนเขาที่อยากพาเธอมาสัมผัสทะเลที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้ ตัวเขาเองเคยมาถ่ายโฆษณาที่นี่เมื่อประมาณสองปีก่อน ความสวยงามของมันดึงดูดเขาจนเผลอแอบคิดว่าหากแต่งงาน เขาอยากจะพาภรรยามาฮันนีมูนที่นี่สักครั้ง ไม่คิดว่าหลังจากนั้นแค่สองปี เขาจะมีวันนี้จริง ๆ “พี่เคยมาที่นี่ใช่ไหมคะ อัญจำได้ตอนนั้นพี่น่าจะถ่ายโฆษณาอะไรสักอย่าง เราสองคนกำลังถ่ายละครด้วยกัน”อัญชันเอ่ยถามขึ้น มือเล็กลูบหน้าท้องกลม ๆ ของตัวเองที่ตอนนี้ลูกน้อยกำลังออกแรงดิ้นจนเธอรู้สึกได้ “อืม พี่มาแล้วติดใจ ก็เลยคิดว่าหากแต่งงานจะพาเมียมาฮันนีมูนที่นี่”คนตัวสูงละสายตาจากผืนน้ำทะเลเบื้องหน้ามามองเสี้ยวใบหน้าสวยของเธอ ที่ตอนนี้ดูอิ่มเอิบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอะไรหลายอย่างในชีวิตเธอที่ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นอา
ยามบ่ายที่เขาใหญ่อากาศกำลังเย็นสบาย ออสตินลดกระจกหน้าต่างรถลงเล็กน้อย ให้สายลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เขาหันไปมองนินิวที่นั่งข้าง ๆ กำลังป้อนขนมปังให้นาโนที่นั่งคาร์ซีทด้านหลัง ส่วนพี่ชายอย่างออกัสที่นั่งข้างน้องสาว เอาแต่ชี้สองข้างทางด้วยความตื่นเต้น “ปะป๊า ดูนั่นสิ ต้นไม้ต้นนั้นใหญ่จัง”เด็กชายตะโกนเสียงใส “ใช่ครับ ยิ่งตอนไม้ใหญ่ยิ่งมีประโยชน์นะรู้ไหม”ออสตินตอบพลางยิ้มกับความช่างพูดของลูกชาย “ตินขับช้า ๆ หน่อย นิวกลัวลูกเมารถ”ถึงแม้จะเคยมาที่นี่แล้ว แต่ทว่าตอนนั้นลูกของเธอสองคนก็ยังเด็กอยู่มาก เธอกลัวว่านั่งรถนาน ๆ จะทำให้ลูกเวียนหัว “ตินรู้หรอก ไม่ขับเร็วเลยเห็นไหม”ออสตินตอบพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะหักหัวรถเลี้ยวเข้าถนนลูกรังแคบ ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และดอกไม้ป่า ก่อนจะเห็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นทำจากไม้สักทั้งหลังปรากฏขึ้นตรงหน้า มีระเบียงกว้างและสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน “ถึงแล้วครับ”ออสตินจอดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วรีบลงไปเปิดประตูรถให้ทุกคน ตุ้บ!! ออกัสรีบกระโดดลงจากรถทันที วิ่งไปรอบ ๆ บริเวณบ้านด้วยความตื่นเต้น ส่วนนาโนนั้นเดินเกาะขานินิวแน่นเข้าไปในบ้าน “แม่คะ
หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง ออกัสกับนาโนยังคงตื่นเต้นกับการได้มาบ้านตากับยาย เลยยังไม่มีอาการง่วงนอนแม้แต่น้อย จนคนเป็นตาต้องยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ “คืนนี้หลานตานอนกับตากับยายนะ ไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนกันดีกว่า” “เย้!! ได้ค่ะ/ครับ คุณตา”ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เดินขึ้นห้องนอนชั้นสองที่เคยเป็นห้องนอนของนิรินลูกสาวคนเล็กที่แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ถูกจัดใหม่ ให้มีเตียงขนาดคิงส์ไซส์และเตียงเด็กเล็กสองเตียงวางชิดกัน นิสาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนลายการ์ตูนที่เตรียมไว้ให้หลานออกมาวางเอาไว้ “ออกัสใส่ชุดอุลตร้าแมน นาโนใส่ชุดเจ้าหญิงเอลซ่านะคะ” ออกัสพยักหน้าก่อนจะถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าไปอาบน้ำ หลังจากนาโนเดินห่อผ้าเช็ดตัวออกมาให้เธอช่วยเช็ดตัวและสวมชุดนอนให้ “หนูอยากฟังนิทานค่ะ”นาโนพูดขณะเดินขึ้นนอนบนเตียงของตัวเอง ส่วนคนเป็นตาก็เดินไปหยิบหนังสือนิทานออกมา เตรียมตัวจะเล่านิทานให้หลานตัวน้อยฟัง ก่อนออกัสที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็กระโดดขึ้นเตียงข้าง ๆ นอนตาแป๋วฟังคนเป็นตาที่กำลังจะเริ่มเล่านิทาน นินิวกับออสตินกำลังยืนมองจากประตูห้องนอน ทั้งสองคนอยากรู้ว่าลูกจะนอนกับคนเป็นตากับยายได้หรือเปล่า แ







