LOGINเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเวกัสที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะพอดี แอรินที่นั่งข้าง ๆ ใช้เท้าเขี่ยเธอใต้โต๊ะไม่หยุด
“ทำแบบนี้ น้องเขาตกใจหมดสิ"เลโอเอ่ยออกมาเมื่อเข้าใจเจตนาของเพื่อนแล้ว"ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะครับ ถ้าทำให้ตกใจ"ก่อนจะหันมาขอโทษ สองสาวที่ดวงตากลมโตเบิกโพลง ด้วยไม่คิดว่าหนุ่มฮอตของคณะวิศวะจะหยุดพูดคุยด้วย ตอนนี้ผู้หญิงหลายคนในห้องสมุด ต่างจับจ้องมาที่พวกเธอสองคน "ว่าแต่พวกพี่ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ" “ได้ค่ะ”แอรินตอบออกไปทันที โดยไม่ต้องคิด ส่วนมุกดานั้นหน้าแดงแล้วแดงอีก ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดผู้ชายที่เธอแอบปลื้มขนาดนี้ เลโอยืนยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะพยักหน้ากับเพื่อนสนิทให้นั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามสองสาว เขาเดาไม่ผิดว่าเวกัสมันต้องเลือกนั่งตรงหน้า รุ่นน้องสาวท่าทางเขินอายคนนั้น "เรียนคณะอะไรกับครับ" “คณะบริหารค่ะ”แอรินรีบตอบทันควัน จนมุกดาแอบเตะขาเพื่อนใต้โต๊ะเบา ๆ แต่แอรินก็แกล้งทำเป็นไม่รู้สึก "เด็กบริหารนี่เอง ไม่น่าล่ะถึงได้ขยันขนาดนี้"ทั้งเลโอและแอรินพูดคุยกันได้อย่างไม่เคอะเขิน ในขณะที่เวกัสเอาแต่จ้องหน้าผู้หญิงตรงหน้าเขาตาไม่กระพริบ ทำเอามุกดาทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าจะหันหน้าหนีสายตาคมของเขาไปทางไหนดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกของเธอให้นั่งตัวแข็งทื่อไปหมด หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยิน “ขอถามชื่อได้ไหมครับ” “แอรินค่ะ ส่วนคนนี้มุกดา” "มุกดา"เสียงทุ้มพึมพำออกมา สายตาคมยังคงจ้องมองคนตัวเล็กไม่วางตา เขามั่นใจว่าที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน้าคนตัวเล็กตรงหน้าแน่นอน แต่จากสายตาของเธอนั้น เหมือนรู้จักเขามาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะผู้หญิงเกือบค่อนมหาลัยรู้จักเขาด้วยกันทั้งนั้น มุกดาพยายามตั้งใจอ่านหนังสือเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ทว่าเธอไม่สามารถทำได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของเขามองเธออย่างไม่คิดปิดบัง จนเธอเริ่มรู้สึกอึดอัด บางครั้งเธอก็เห็นริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นมา เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอกำลังเขินเขาอยู่ ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เวกัสรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เป็นข้อความจากเพื่อนสนิทที่นั่งข้างเขาตอนนี้ เลโอ: เลิกจ้องน้องเขาสักที ไม่เห็นเหรอว่าน้องเขาจะมุดดินหนีมึงอยู่แล้ว เวกัส: น่าสนใจดี เลโอ: เหมือนน้องเขาจะชอบมึงเลยว่ะ หน้างี้แดงไปถึงหู เวกัสอ่านข้อความนั้นจบ ก็เงยหน้าไปมองคนตัวเล็กตรงข้ามกันอีกครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา เลโอ: เชี่ย!! มึงยิ้ม เลโอ: ไอ้สัดเว เก็บอาการหน่อย "ริน ถึงเวลาเรียนแล้ว"เมื่อรู้สึกว่าทนสายตาของผู้ชายตรงหน้าไม่ไหว เธอก็สะกิดหาตัวช่วยอย่างแอรินทันที โดยเอาเรื่องเข้าเรียนมาอ้าง ทั้งที่อาจารย์ยกคลาสไปก่อนหน้านี้แล้ว "เรียนอะไรอีมุก อาจารย์ยกคลาสไปแล้ว มึงจำไม่ได้เหรอ"แต่ทว่าเพื่อนก็ทำความหวังเดียวของเธอพังทลายไปตรงหน้า ทำให้สองหนุ่มที่ได้ยินหลุดขำออกมาทันที ดูเหมือนผู้หญิงตรงหน้าจะกลัวเขาอยู่ไม่น้อย แบบนี้ทำให้เวกัสยิ่งสนุก เขาอยากเจอมานานแล้ว ผู้หญิงที่ดูใส ๆ แบบนี้ ไม่ใช่แกล้งใส ๆ แต่ข้างในกลวงโบ๋แบบที่เจอมาตลอด "กูอยากเข้าห้องน้ำ" "อะไรว่ะ เออไปก็ไป ขอตัวก่อนนะคะ พอดีเพื่อนฉันปวดฉี่กระทัน...โอ้ยย!!!" ฝ่ามือเล็กยกขึ้นตีแขนเพื่อนแรง ๆ แอรินเป็นคนปากไว นึกจะพูดอะไรก็พูดออกมาทันที ยิ่งถ้าได้อยู่ต่อหน้าผู้ชายหน้าตาดี เธอจะยิ่งสูญเสียความเป็นตัวเอง ทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาทันที "แล้วเราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า" ก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินผ่านหน้าเขาไป มือหนาก็ถือวิสาสะจับแขนเล็ก ดึงรั้งเธอเอาไว้ พลางมองด้วยสายตากดดัน "มะ หมายถึงเราเหรอคะ" "ก็ฉันพูดกับเธออยู่" หน้าตาและสีหน้าของเขา ทำให้มุกดารู้สึกกลัว รู้สึกเหมือนกำลังโดนเขาลวนลามทางสายตา มันร้อนวูบวาบไปหมดทุกส่วน "พี่อยากได้ไลน์เพื่อนฉันใช่ไหมคะ" แอรินเอ่ยออกไปอย่างขัดใจ เมื่อเห็นเพื่อนตัวเล็กของเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง ไม่ยอมพูดอะไรออกไปสักที อีกฝ่ายก็ดูจะใจร้อนไม่น้อย หากลีลาชักช้าคงไม่ได้กินของดีคณะวิศวะ "แต่ริน..." "ไม่มีแต่ พี่เขาพูดขนาดนี้แล้วนะ แค่ไลน์มึงก็ให้ไปเถอะ ทำความรู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายอะไรสักหน่อย" แอรินล้วงเอามือถือของเพื่อนขึ้นมา ด้วยเพราะคบกันตั้งแต่เรียนมัธยม แม้แต่รหัสหน้าจอโทรศัพท์ของมุกดา เธอก็รู้ จึงจัดการกดปลดล็อคและเข้าแอปไลน์ ยื่นหน้าจอไปตรงหน้าเวกัสทันที "สแกนเลยค่ะ" มุกดาทำสีหน้าลำบากใจ เธอรู้สึกปลื้มรุ่นพี่คนนี้ก็จริง แต่ก็ไม่ถึงขนาดอยากจะให้ช่องทางการติดต่อตอนนี้ อีกอย่างเธอรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายอันตรายยังไงก็ไม่รู้ จะบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงของพี่เขาก็คงจะโกหก เธอแอบปลื้มเขาขนาดนี้ ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องของเขาเป็นธรรมดา แต่ทว่าส่วนใหญ่แล้วที่เข้าหูเธอ มักมีแต่ข่าวไม่ดีสักเท่าไหร่มุกดาแพ้ท้องหนักมากในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ยิ่งเป็นครรภ์แฝด เธอจะตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้รุนแรง อาเจียนจนหมดกระเพาะอาหารหลายรอบ บางวันถึงขั้นเวียนหัวจนลุกจากเตียงไม่ได้ เวกัสต้องเป็นคนอุ้มเธอไปห้องน้ำ ช่วยประคองหลังให้เธออาเจียน แล้วค่อย ๆ พาเธอกลับมานอนพัก เขาไม่เคยบ่นสักคำ แม้จะต้องตื่นกลางดึกทุกคืนเพื่อดูแลเธอ แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่ถึงเดือน อาการแพ้ท้องของมุกดาก็หายไปอย่างกะทันหัน เธอตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกหิวอย่างประหลาดใจ ไม่มีอาการเวียนหัว ไม่คลื่นไส้ แถมยังกินข้าวได้อร่อยเหมือนคนปกติ เธอดีใจมาก จนรีบโทรบอกพ่อแม่ตัวเอง รวมถึงพ่อแม่สามีว่าตอนนี้เธอหายแล้ว แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคืออาการแพ้ท้องไม่ได้หายไปไหน มันแค่ย้ายจากเธอไปที่คนเป็นสามีแทน เวกัสเริ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเธออย่างรุนแรง ทุกวันตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วรู้สึกคลื่นไส้ทันทีที่ได้กลิ่นกาแฟจากเครื่องชงที่มุกดาเปิดไว้ ก่อนวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนจนหมดแรง น้ำหูน้ำตาไหลเพราะความเวียนหัวและความไม่สบายท้อง “เมีย...พี่เป็นอะไร”เขาพูดเสียงสั่น ขณะที่นั่งกอดโถชักโครก หน้าตาซีดเผือด เหมือนอาการของเธอไม่มีผิด
เขาจับข้อมือเธอไว้แน่น มืออีกข้างเลื่อนลงจับสะโพกกลมกลึง ยกสูงให้เข้ากับจังหวะกระแทก แล้วกระแทกลงแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเตียงโยกตามจนเกือบจะหัก “ซี้ดดดด แน่นฉิบหายเลยเมีย”กรามหนาขบเข้าหากันแน่น หน้าผากกว้างมีเหงื่อผุดซึมออกมา“ตอดขนาดนี้ เสียวมากเลยเหรอที่รัก” มุกดาไม่ตอบ เธอแทบไม่มีเวลาหายใจด้วยซ้ำได้แต่ส่งเสียงครางระบายความเสียดเสียวที่ถูกเขากระแทกลงมาซ้ำ ๆ ไม่หยุดหย่อน ราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาจนเธอต้องแอ่นสะโพกขึ้นรับทุกครั้ง ร่องรักตอดรัดแน่นทุกจังหวะที่เขาดึงออกและกระแทกเข้า แต่ยิ่งเขากระแทกแรงเท่าไหร่เธอก็รู้สึกยิ่งเหมือนตัวเองได้ปลดปล่อยความปรารถนาออกมามากขึ้นเท่านั้น “อ๊าสสส ผัวขา มะ เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว” ร่องรักที่ขมิบตอดรัดเอ็นร้อนเขาแน่นขึ้น ยิ่งทำให้เขาเร่งจังหวะกระแทกเร็วและหนักหน่วงจนเธอน้ำตาไหลออกมา ร่างเล็กโยกโคลงอย่างรุนแรงตามแรงกระแทกของเขา เนินอกอวบอิ่มกระเพื่อมไปมาตามจังหวะ ล่อตาล่อใจให้เขาก้มลงดูดยอดอกเธอข้างหนึ่ง ดูดแรงจนรูัสึกซ่านสยิว สะดุ้งเกร็งทุกครั้ง มืออีกข้างที่ว่างก็บีบเค้นอีกข้างอย่างแรง จนเนินเนื้อปลิ้นออกตามง่ามนิ้วของเขา “จะเสร็จแล้ว” “พร้อมกั
มุกดาร้องครางไม่หยุด เสียงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตัวแอ่นขึ้น ร่องรักชุ่มฉ่ำจนไหลย้อยลงตามหว่างขา แต่ก็ยังดึงเขาให้แนบชิดยิ่งขึ้น “ผัวขา อ๊าสส สะ เสียว เสียวมาก อย่าดูดแรงแบบนั้น” แต่เขาก็ยิ่งดูดแรงขึ้นเมื่อได้ยินเสียงครางนั้น ลิ้นกดทับยอดอก ฟันขบแล้วดึงออกช้า ๆ จนเธอสะดุ้งเกร็งทุกครั้ง ก่อนสลับไปอีกข้าง ทำแบบเดียวกัน ดูดเลีย ขบเม้ม จนทั้งสองเต้าแดงช้ำเป็นรอยฟันและรอยดูดทั่วบริเวณ ขึ้นสีแดงนั้นชัดเจน มุกดาร้องครางเสียงหลง น้ำเสียงสั่นเครือ ตัวสั่นไม่หยุด ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นมาจนท้องน้อยจนร่องรัดตอดรัดความว่างเปล่า เธอแอ่นอกขึ้นสูงสุด ราวกับจะยัดเต้าเข้าไปในปากเขาให้ลึกที่สุด “จะเสร็จแล้ว อ๊าสสส” เวกัสดูดแรงขึ้นอีกครั้ง ตวัดลิ้นเลียถี่รัว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนในที่สุด ร่างเล็กของเธอสั่นเทา สะโพกยกสูง ร่องรักกระตุกแรง น้ำสีใสพุ่งทะลักออกมาเป็นจังหวะ "อร้ายยยย"เธอร้องครางยาว เกร็งกระตุกหลายครั้ง ก่อนจะทรุดตัวลง หายใจหอบถี่ ตัวสั่นไม่หยุด เวกัสเงยหน้าขึ้น ปากและคางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและรอยแดงจากยอดอกของเธอ เขาเลื่อนตัวขึ้นมาจูบปากเธอเบา ๆ แล้วกอดเธอแน่น แต่ยังเอ่ยหยอกเย้าเธอออกมา “เสร
แกร๊ก!!! ไม่นานประตูห้องน้ำเปิดออก เวกัสเดินออกมาในผ้าขนหนูผืนเดียวพันเอวสอบ ผมเปียกจนหยดน้ำลงไหล่ กล้ามเนื้อแขนและหน้าอกยังชุ่มเหงื่อจากน้ำอุ่น เขาเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูอีกผืน แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างเล็กของเมียนอนรอเขาอยู่บนเตียง ในชุดคลุมตาข่ายสีขาวที่บางจนมองเห็นร่างกายข้างในทุกส่วน เชือกโบว์ผูกตรงกลางอกกำลังรอให้ใครมาแกะ ผิวขาวเนียนใต้แสงไฟนวลจากโคมไฟข้างเตียงดูน่าเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม ทำเอาท่อนเอ็นใต้ผ้าขนหนูแข็งตัวขึ้นทันที จนยกผ้าขึ้นเห็นเป็นลำ แทบจะทิ่มตาคนเป็นเมีย เขายืนนิ่ง มองเธอตาไม่กระพริบ ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นจนควบคุมไม่ได้ “มุกดา” มุกดาเขินจนหน้าแดงก่ำ แต่ก็ฝืนยิ้ม แล้วยกมือขึ้นกวักมือเรียกเขาเบา ๆ “เซอร์ไพรส์ค่ะ...สามี”เธอพูดเสียงเบา แต่แฝงความยั่วยวน“ฉันอยากเอาใจพี่ เผื่อว่าเราจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ค่ะ” "อึก" เวกัสกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก ผ้าขนหนูที่พันเอวหลุดร่วงลงพื้นไปทันที เขาเดินตรงมาที่เตียง ดวงตาที่ดำสนิทเต็มไปด้วยความหิวกระหายและความรักที่ลึกซึ้ง “เธอนี่...”เขากระซิบเสียงแหบ ก้มลงจูบเธออย่างดุเดือด มือ
มุกดากับเวกัสแต่งงานกันตั้งแต่มุกดาเรียนจบ เวกัสก็ขอเธอแต่งงานทันที รีบเร่งให้จัดงานทุกอย่าง แต่เน้นตามใจเจ้าสาวเป็นหลัก แต่ทว่าเจ้าสาวกลับตามใจแม่สามี ซึ่งแน่นอนว่างานแต่งต้องอลังการงานสร้าง เพราะแม่สามีเป็นคนเริศหรู ไม่ชอบอะไรที่เรียบง่าย ส่วนฝั่งพ่อแม่ของมุกดานั้น ก็ได้แต่เออออห่อหมกตามด้วย แต่ก็เห็นสมควรทุกอย่างและปลื้มใจมากที่ลูกสาวได้เจอกับคู่ชีวิตที่ดี อีกทั้งพ่อแม่ของสามีก็เอ็นดูมาก ตอนนี้ทั้งคู่ใช้ชีวิตหลังแต่งงานกันมาเกือบหนึ่งปี ในบ้านหลังใหญ่โตหรูหราแถบย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ที่เวกัสซื้อไว้ให้เธอเป็นของขวัญวันแต่งงาน หลังจากเรียนจบ มุกดายังไม่ทันได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองออกไปทำงานเลยแม้แต่น้อย ก็โดนคนเป็นสามีตามใจออดอ้อน อยากให้ใช้ชีวิตคู่ในฐานะสามีภรรยามากกว่า ยังโอ้อวดว่าตัวเองรวยมาก สามารถเลี้ยงเมียให้สบายไปทั้งชาติโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกเช้าเธอตื่นมา ก่อนออกไปทำงาน เขาจะจูบหน้าผากเธอ ทุกเย็นเขากลับมาพร้อมรอยยิ้มและอ้อมกอดอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย แม้ว่าตัวเองจะเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่เขาก็ไม่เคยลืมปฏิบัติกับเธอแบบนี้เสมอ จนกลายเป็นความเคยชินของทั้งคนให้แล
มุกดามองหน้าเขานิ่ง ความคิดในหัวเธอคือพอรู้เรื่องของเพื่อนสนิทแล้ว เธอก็หันกลับมามองผู้ชายที่เธอรักข้างตัว เขาเองหลังจากที่บอกเธอว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก เธอก็ค้นพบว่าตัวเองมีความสุขมากถึงมากที่สุด ทุกวันที่ตื่นนอนมาเธอดีใจที่ได้เห็นเขาเป็นคนแรกและก่อนนอนได้นอนกอดเขาแบบนี้ทุกคืน ร่างเล็กค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นคร่อมตัวเขา มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเขา แล้วก้มลงกดจูบบนริมฝีปากหนาอย่างแรง เริ่มแรกยังคงเป็นจูบที่แผ่วเบา แต่ไม่นานก็เริ่มดุเดือดขึ้น เพราะเขาจูบตอบกลับมา เธอจูบเขาราวกับคนคลั่งรัก ริมฝีปากประกบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวพันกันอย่างหิวโหย มือเล็กจิกผมหนาของเขาแน่น “รักพี่”เธอกระซิบระหว่างจูบ เสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความรู้สึก“รักพี่ที่สุด รักพี่มากที่สุดเลยนะพี่เว” เวกัสลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบมองเธอหยาดเยิ้ม เขายกมือขึ้นโอบรอบเอวเธอแน่น ดึงร่างเล็กเข้ามาแนบชิด แล้วตอบจูบเธอกลับอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน “รักเธอ”เขากระซิบประโยคเดียวกับเธอ เพราะไม่อยากน้อยหน้า“รักเธอที่สุด...รักเธอมาก...ชาตินี้ไม่มีใครมาแทนที่เธอได้” ทั้งคู่จูบกันไม่หยุด ริมฝีปากป







