INICIAR SESIÓNสามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว
“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน
“ครับนาย”
เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง
“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”
“ไม่มีนี่ครับ”
“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”
“ไม่มีครับ”
“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”
“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า
“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”
“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”
“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง
“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วย
คราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ
“เธอขอลางานสามวันครับ เห็นบอกว่าขอไปจัดการเรื่องการรักษายายของเธอให้เรียบร้อยก่อน”
“อือ” ในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่ารสิตาไม่ได้เชิดเงินเขาแล้วหนีไปอย่างที่เขาคิด เธอเอาเงินที่ยืมเขาไปรักษายายของเธอจริง ๆ
“คือผมจะถามต่อว่า พนักงานที่ลาเกินสามวันภายในเดือนเดียวเราต้องหักทิปของพวกเขาออกมั้ยครับ”
นี่คือกฏของพนักงานที่ทำงานที่นี่ หากในระหว่างเดือนมีการลางานเกินสามวันของเดือนนั้น ๆ พนักงานจะโดนหักทิปออกไป 20 เปอร์เซ็นของทิปที่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันระหว่างพนักงาน เพราะบางคนลาบ่อย แต่ได้ทิปเท่ากับคนที่ทำงานทั้งเดือนโดยไม่ได้หยุด
“ไม่ต้อง”
“ครับ” จักรพงศ์ตอบรับก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อจะออกไปจากห้อง
“คุณโจ”
“ครับ” จักรพงศ์หยุดเดินแล้วหันกลับมาเพื่อรอฟังว่ารณกรจะพูดอะไร
“ยกเลิกกฏข้อนี้ซะ”
“ครับ”
แม้จะแปลกใจแต่จักรพงศ์ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขากลับไปทำงานของเขา
สองทุ่มในคืนเดียวกัน เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันหยุดคืนนี้ลูกค้าจึงเยอะเป็นพิเศษ และดูเหมือนว่าพนักงานที่มีอยู่ก็ให้บริการลูกค้าไม่ทั่วถึง จนผู้จัดการต้องออกมาช่วยต้อนรับลูกค้าอีกคน
"ฉันต้องการพนักงานสาวสวย ๆ ไม่ใช่พนักงานแก่ ๆ แบบแก”
“ต้องขอประทานโทษด้วยนะครับ พอดีคืนนี้ลูกค้าของเราเยอะมาก พนักงานที่มีก็ติดดูแลลูกค้าท่านอื่นอยู่ครับ ส่วนผมเป็นผู้จัดการร้านขออนุญาตดูแลคุณลุกค้าครับ”
“ไม่เอา ฉันต้องการพนักงานที่เป็นผู้หญิง”
นักพนันรายนี้เขาเป็นลูกค้าประจำของคาสิโน จักรพงศ์จึงพยายามอ่อนน้อมกับเขาให้มากที่สุด
“ต้องขออภัยด้วยนะครับ ที่เราไม่สามารถจัดพนักงานให้ท่านได้”
“งั้นคืนนี้ฉันไม่เล่น” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวค่ะ” เสียงหญิงสาวที่มาใหม่ทำให้ทั้งหมดหันไปมอง “ขอโทษที่มาช้าค่ะ คุณลูกค้าใจเย็น ๆ นะคะ”
“ยังลาอยู่ไม่ใช่เหรอ” จักรพงศ์หันไปพูดขณะที่รสิตาเดินผ่าน
“พอดีเสร็จธุระไวนะค่ะ พี่โจไปเถอะ ตรงนี้หนูจัดการเอง”
“แบบนี้พอได้กระชุ่มกระชวยหน่อย” ทันทีที่รสิตาเข้าใกล้ วันชัยก็โอบเอวเธอแล้วดึงเข้าหาตัวทันที
“จะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” เธอหันไปถามวันชัย ที่พยายามโน้มหน้าเข้ามาหาเธอ ซึ่งเธอก็เอี้ยวตัวหลบอยู่ตลอดเหมือนกัน
“จิ๊!!...อย่าเล่นตัวดิ”
“สั่งเครื่องดื่มก่อนนะคะ หนูรู้ไงว่าเสี่ยกำลังอารมณ์ไม่ดี ต้องหาอะไรเย็นๆ ดื่มก่อน”
“อะไรก็ได้ เอามาเยอะ ๆ”
“ได้ค่ะ” ทันทีที่วันชัยยอมสั่งเครื่องดื่ม รสิตาก็แกะมือของวันชัยออกจากเอวของเธออย่างสุภาพ เพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าเป็นการสะบัดออก “รอสักครู่นะคะ”
รสิตาเดินมาตรงเคาน์เตอร์บาร์ เธอสั่งเครื่องดื่มที่คิดว่าแพงที่สุดในร้านให้วันชัย
“เอามาสองเลยค่ะพี่วิน”
“จัดไปครับคุณน้อง” อัศวินยกเหล้าให้รสิตาสองขวดพร้อมแก้วกับน้ำแข็ง
“ริบบิ้น”
“คะพี่โจ”
“ไหวมั้ย” เพราะตั้งแต่จักรพงศ์เดินออกมาเขาก็เฝ้าดูสถานการอยู่ตลอด เพราะเขารู้สึกได้ว่าคืนนี้ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน
“ไหวค่ะ”
“ไม่ไหวบอกพี่นะ พี่จะจัดการเอง”
“ค่ะ”
พูดจบรสิตาก็เดินเอาเหล้าไปเสิร์ฟให้กับวันชัยที่นั่งรออยู่ รสิตาจัดการชงเหล้าให้แล้วยื่นให้วันชัย ขณะที่วันชัยเอื้อมมือมารับเหล้าจากมือของรสิตาเขาก็ถือโอกาสจับมือของเธอไปด้วย
“มานั่งด้วยกันสิ”
“ไม่เป็นไรค่ะ กฏของเราคือห้ามตีตัวเสมอลูกค้า”
“แต่นี่เป็นคำสั่ง”
“ขอโทษด้วยค่ะ หนูทำตามที่เสี่ยต้องการไม่ได้ค่ะ”
“เอ๊ะ!! นังนี่ ทำไมเล่นตัวจังวะ เห็นพนักงานคนอื่นๆ ก็นั่งกับลูกค้าไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
“หนูเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟค่ะ ถ้าต้องการพนักงานนั่งดริ้งต้องรอค่ะ”
“มานั่งนี่มา...โอ๊ย!!”
วันชัยร้องลั่นเมื่ออยู่ ๆ เขาก็ล้มหายหลังไป เพราะก่อนหน้าเขาพยายามจะดึงรสิตาเข้าหาตัว แต่เธอก็ใช้ทักษะที่มีติดตัวสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมได้อย่างง่ายดายจนทำให้วันชัยวืดหายหลังไปบนโซฟา
“นังนี่” เขายืนขึ้นแล้วง้างมือขึ้นจะตบรสิตาแต่ก็โดนจักรพงค์จับข้อมือนั้นไว้
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ”
“นังนี่มันผลักฉันจนล้ม” วันชัยชี้หน้ารสิตา
เสียงโหวกเหวกโวยวายเริ่มเป็นเป้าสายตาของคนในบ่อน
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เธอยอมเอ่ยคำขอโทษโดยที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ผิด
“แค่ขอโทษไม่หายหรอก กราบตีนกูนี่” วันชัยชี้ไปที่เท้าของเขา
“อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยครับท่าน” จักรพงศ์พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “เดี๋ยวผมจะตักเตือนเธอเอง”
“ถ้าไม่ให้มันกราบตีน ก็ไล่มันออก”
“ผมก็ต้องขอโทษแทนลูกน้องของผมด้วยนะครับ” เสียงที่ใคร ๆ ก็ยำเกรงดังขึ้นทางด้านหลังของรสิตา
รสิตาหันไปมองก่อนจะหลบทางให้รณกรเดินเข้าไปใกล้วันชัย
“คุณกรมาก็ดีแล้วครับ คุณต้องจัดการให้ผมนะครับลูกน้องของคุณผลักผมล้ม” วันชัยรีบฟ้องรณกรทันที
“ผมเห็นแล้วครับ” เขาหันไปมองรสิตาที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าอยู่ “เห็นทุกอย่าง”
จริง ๆ แล้วรณกรเห็นตั้งแต่รสิตาเดินเข้ามาในร้านแล้ว เพราะตอนแรกมีลูกน้องไปรายงานเขาว่าวันชัยกำลังโหวกเหวกโวยวายอยู่ด้านล่าง พอเขาออกมาจากห้องก็เห็นรสิตาเดินเข้ามา เขาเลยเลือกที่จะยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านบน
“คุณช่วยไล่มันออกให้ผมด้วยครับ”
“ครับ”
คราวนี้รสิตาเงยหน้ามองรณกรทันที ไหนว่าเขาเห็นหมดทุกอย่าง ทำไมเขาถึงเลือกตัดสินใจแบบนี้
“ดีครับ ดีมากเลย เลือกรักษาลูกค้า VIP ไว้”
“แต่ถ้าลูกค้า VIP มาระรานลูกน้องของผม ผมก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน”
“ใครจะกล้าละครับ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณกรเป็นคนพูดจริงทำจริง”
“ก็ดีครับ” เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ วันชัยก่อนจะพูดกันให้ได้ยินแค่สองคน “ถ้ายังไม่อยากตายต่อไปห้ามแตะเธออีก”
“คะ...ครับ ผมขอโทษครับ” คราวนี้วันชัยรู้แล้วว่าเขากำลังเล่นกับไฟ
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรณกรก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องทำงานของเขาทันที
“ขอโทษทุกท่านด้วยครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เชิญสนุกกันต่อได้เลยครับ” จักรพงศ์เอ่ยพลางคำนับให้ลูกค้าคนอื่น
“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ







