INICIAR SESIÓNเณออ่านข้อความบนหน้าจอมือถือจบแล้ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขารวบรวมสมาธิ ก่อนจะหันมาบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงเร่งรีบแต่หนักแน่น “ฟังนะ ตอนนี้เราต้องย้ายไปอยู่ห้องใหม่ ห้ามแตะต้องซองสีขาวที่วางไว้ตรงนี้เด็ดขาด ถ้าเปิดก่อนตรวจสอบ เราอาจเดินเข้าสู่กับดักเอง” ทุกคนพยักหน้าตามเข้าใจ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็รู้ว่าต้องเชื่อฟัง “ที่จะทำตอนนี้คือ ย้ายกลุ่มไปรวมกันที่ห้องของพี่สิงโต ที่อยู่ห่างออกไปทางปลายทางเดิน” เณออธิบายแผน “แต่ก่อนจะย้าย ต้องมีคนไปดับไฟทางเดินที่อยู่ตรงทางหนีไฟก่อน ถ้าไฟยังเปิดอยู่ พวกมันจะรู้ว่าเราออกไปข้างนอก” “มันต้องมีคนไปปิดไฟตรงทางเดินนั่นแหละ” เณอรีบย้ำอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนคุยแผนกันเสร็จ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้องที่เงียบมาตลอด “กูเอง กูรู้ทาง ไปบ่อยด้วย” อาตี๋ยกมือขึ้นสูง ก้าวออกมาจากกลุ่มเพื่อน “ทางนั้นมุมตื้นๆ ไม่มีอะไรกั้น กูไปได้เร็วสุด” “กูไปด้วย จะได้คอยดึงสติไอ้สัสตี๋ได้” มาร์คลุกตามทันที มองเพื่อนด้วยสายตาเอาใจใส่ “ไปคนเดียวเสี่ยงเกินไป” “เออ งั้นไปเร็วๆ เจอกันที่ห้องพี่สิงโตนะ” สิงโต รุ่นพี่คณะและผู้ดูแลหอพักแห่งนี้ เอ่ยขึ้นเ
คมเหยียบคันเร่งจนสุดเท่าที่ถนนในยามค่ำคืนจะเอื้ออำนวย แสงไฟหน้ารถส่องทะลุความมืดไปข้างหน้า ภาพข้อความที่ได้รับยังติดอยู่ในหัวชัดเจนราวกับเพิ่งเห็นเมื่อวินาทีก่อน “ถ้าต้องการได้แก้วใจคืน…เอาดาวตกมาแลก” มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้นตามหลังมือ หัวใจเต้นแรงเร็วกว่าความเร็วรถเสียอีก เขาเคยคิดว่าพวกมันต้องการแก้แค้น เคยคิดว่าการตามหาแก้วใจเป็นเพียงการบีบให้เขาออกมาเปิดเผยตัว หรือใช้เด็กคนนั้นเป็นเหยื่อล่อให้ทุกคนตกใจ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาคิดผิดตลอดเวลา — คนที่พวกมันต้องการจริง ๆ คือดาวตก และทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดมานาน อาจถูกวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้นโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คมกดรับผ่านระบบในรถทันที “ว่าไง”เสียงเฌอดังมาตามสายพร้อมความร้อนรน “พี่คม ผมเช็กกล้องวงจรปิดรอบหอทั้งหมดแล้ว ชายคนนั้นไม่ได้เข้ามาทางประตูหน้าครับ เขาอยู่ตรงนั้น…ก่อนที่พวกเราจะเห็นเขาอีกอย่างน้อยยี่สิบนาที”ความเงียบปกคลุมทั้งสองฝั่งสายไปชั่วครู่ ยี่สิบนาที — นั่นหมายความว่าตลอดช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้อง ถกเถียงกัน ห่วงกัน และคิดว่าปลอดภัย มีคนแปลกหน้ายืนมองพว
ความเงียบภายในห้องกินเวลานานกว่าที่ดาวตกคิด เขามองหน้าเฌอ สลับกับสิงโต อาตี๋ และมาร์ค ไม่มีใครสบตาเขาตรง ๆ อีกแล้ว ทุกคนเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าก็ชัดเจนเกินกว่าจะทำเป็นไม่มีอะไร ความลับที่ซ่อนเร้นเริ่มรั่วรอยออกมาทีละนิด" กูถามว่า…พวกมึงกำลังปิดบังอะไรกูอยู่” เสียงของดาวตกเบาลง แต่กลับทำให้ทั้งห้องเงียบกว่าเดิมเฌอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเดินเข้ามานั่งตรงข้าม “ดาวตก ฟังกูนะ”“พี่คมไปไหน” คำถามนั้นทำให้เฌอชะงัก “เขาไปตามหาพี่แก้วใจใช่ไหม”ไม่มีคำตอบ ดาวตกกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัด “กูเดาถูกใช่ไหม”สิงโตถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนพยักหน้า “ใช่ คมออกไปตามหาแก้วใจ”หัวใจของดาวตกกระตุกทันที “แล้วทำไมต้องปิดบังผม”“เพราะพี่คมไม่อยากให้นายรู้”“แต่ผมมีสิทธิ์รู้เรื่องพี่แก้วใจไม่ใช่เหรอพี่สิง”“มี” สิงโตตอบตรง ๆ “แต่ตอนนี้คมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของนาย”ดาวตกนิ่งไป คำพูดนั้นทำให้เขาหันกลับไปมองหน้าจอกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ภาพชายปริศนายังติดอยู่ — ยืนอยู่ใต้เสาไฟเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะหายไป เหลือเพียงซองสีขาวที่วางอยู่บนพื้น“เขามาหาผมจริง ๆ เหรอ”
คืนนั้นเป็นคืนแรกในรอบหลายวันที่คมไม่ได้อยู่ข้างดาวตก ก่อนจะออกไปตามหาเบาะแสเรื่องแก้วใจที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ชายหนุ่มยืนมองใบหน้าของคนที่เขาสัญญาว่าจะปกป้องอยู่นาน ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนเอาไว้ “คืนนี้อย่าออกจากห้องนะ ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าใครมาหา รอผมกลับมา” ดาวตกนั่งกอดอกอยู่บนโซฟา มองคนตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง “พี่จะไปไหนครับ ตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว” “ไปจัดการเรื่องที่ค้างไว้ เรื่องที่ต้องรีบทำให้จบ” “ธุระอะไรต้องออกไปกลางดึกขนาดนี้ล่ะ” คมเงียบไปครู่หนึ่ง มือใหญ่เอื้อมมาแตะไหล่เขาเบา ๆ “เชื่อพี่นะ” “ผมเชื่อพี่เสมอแหละ” ดาวตกหลุบตาลง “แต่ผมไม่อยากให้พี่ปิดบังเรื่องสำคัญจากผม” “ไม่ได้ปิดบัง” “ก็ไม่เคยบอกความจริงซะที” คมถอนหายใจยาว “เดี๋ยวทุกอย่างจะกลับมาปกติ พี่สัญญา” เขาลูบผมของเด็กหนุ่มครั้งสุดท้าย ก่อนเดินออกไป “ล็อกประตูด้วยนะ เปิดให้ใครไม่ได้เด็ดขาด ถ้าไม่ใช่พี่มาเอง” “รู้แล้วครับ” ประตูปิดลง เสียงกลอนดังเบา ดาวตกมองตามแล้วถอนหายใจ “ช่วงนี้เป็นอะไรกันหมดเนี่ย ทุกคนลึกลับไปหมดเลย” ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากคมจากไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ใครค
คมยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างรถของแก้วใจ หลังจากอ่านข้อความล่าสุดจากหมายเลขปริศนาที่ยังค้างอยู่ในความคิด “ถ้าหาไม่เจอ… คนต่อไปอาจเป็นดาวตก” มือของเขากำโทรศัพท์แน่นจนฝ่ามือลั่นเหงื่อ ตอนแรกเขาคิดว่าการหายตัวไปของแก้วใจน่าจะเป็นการลักพาเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์บางอย่าง แต่ยิ่งพิจารณาถึงหลักฐานทุกอย่างที่ปรากฏ ความคิดนั้นกลับยิ่งดูไม่เข้าท่า ถ้าพวกเขาต้องการตัวแก้วใจจริง… ทำไมต้องทิ้งเบาะแสเอาไว้? ทำไมต้องเอ่ยถึงดาวตก? และทำไมข้อมูลทุกอย่างของดาวตกถึงปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของคนร้ายตั้งแต่ต้น? คมรีบเปิดภาพข้อมูลทั้งหมดที่ถ่ายเก็บเอาไว้ ย้อนดูทีละรายการ เรียงตามลำดับเวลาที่บันทึกไว้ ในช่วงแรกสุดเป็นภาพของแก้วใจจำนวนมาก ถ่ายจากระยะไกล เหมือนเพิ่งเริ่มเฝ้าติดตาม ไม่นานภาพของคนรอบข้างเธอก็เริ่มปรากฏขึ้น — น่านฟ้า สมาชิกครอบครัว เพื่อนสนิท และท้ายที่สุด… ดาวตก เขาขยายภาพหนึ่งที่ถ่ายหน้าร้านกาแฟ แก้วใจยืนคุยกับใครบางคน ส่วนดาวตกเดินผ่านอยู่ด้านหลังไม่ไกลนัก อีกภาพหนึ่งดาวตกอยู่ในมหาวิทยาลัย อีกภาพหน้าหอพัก อีกร้านอาหารที่เขาไปบ่อย มันไม่ใช่การสุ่มถ่ายหรือบังเอิญ — ทุกภาพชี้ให้เห็นว่าพวกเขากำลังใช้แก้วใจเ
เสียงโทรศัพท์ดังก้องขึ้นในช่วงเช้าตรู่ ก่อนที่แสงอาทิตย์จะส่องสว่างเต็มที่ น่านฟ้าที่เพิ่งลืมตาตื่นคว้ามือถือขึ้นมารับทันที โดยไม่ทันดูชื่อผู้โทร “ฮัลโหลครับ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของคนใกล้ชิดจะดังขึ้นพร้อมความร้อนรน “น่านฟ้า… แก้วใจอยู่กับนายหรือเปล่า?” เขาขมวดคิ้ว “เปล่าครับ ทำไมเหรอ?” “เมื่อคืนเธอไม่กลับบ้าน โทรไปก็ไม่รับ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลย รถก็ไม่ได้อยู่ที่บ้าน” หัวใจของน่านฟ้ากระตุกเต้นแรงทันที “อะไรนะ?” “ตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป ไม่มีการติดต่อใด ๆ เลย” เขาลุกจากเตียงทันที ผ้าห่มกระชากล้มลงบนพื้น “เดี๋ยวผมไปช่วยหา” วางสายลง เขารีบโทรหาแก้วใจซ้ำแล้วซ้ำอีก เสียงสัญญาณรอสายดังไปเรื่อย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ครั้งที่หนึ่ง… สอง… สาม… เหมือนเดิม ความรู้สึกไม่ดีเริ่มก่อตัวหนักแน่นขึ้นในอก เขารีบแต่งตัวและออกจากบ้านทันที ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทิวทัดนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความหนักแน่น “หายไปตั้งแต่เมื่อคืนจริงหรือ?” “ครับ ทราบว่าโทรศัพท์ปิดเครื่องตั้งแต่ประมาณตีหนึ่ง รถถูกพบจอดทิ้งที่ลานจอดรถร้างแห่งหนึ่ง แต่ไม่พบร่างของแก้วใจ” ทิวทัดกำหมัดแน่น ภาพข้อม







