LOGINถ้าพี่เลิกเจ้าชู้เมื่อไหร่...ค่อยมาจีบผม" เณอ เด็กปีหนึ่งวิศวะ หน้าหวาน เรียนเก่ง และหลงใหลความเร็ว ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเขาควรจะมีแค่การเรียน กิจกรรมรับน้อง และสนามแข่งบิ๊กไบค์ แต่ทุกอย่างกลับวุ่นวาย เมื่อ "สิงโต" รุ่นพี่ปีสอง นักแข่งตัวท็อปของมหาวิทยาลัย หล่อ รวย และขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ ประกาศเดินหน้าจีบเขาแบบไม่สนคำปฏิเสธ ยิ่งเณอผลักไส สิงโตก็ยิ่งตามติด ยิ่งบอกว่าไม่ชอบคนเจ้าชู้ อีกฝ่ายก็ยิ่งพยายามพิสูจน์ว่าหัวใจของตัวเองมีไว้เพื่อเขาแค่คนเดียว ท่ามกลางเสียงเชียร์ในสนามแข่ง ศึกศักดิ์ศรีของนักบิด และชีวิตมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยบททดสอบ ความรักครั้งนี้จะจบลงที่เส้นชัย...หรือกลายเป็นอุบัติเหตุของหัวใจกันแน่?
View Moreบทที่1
เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก"สนามแข่ง...ไม่เคยโกหกใคร"ต่อให้คุณเป็นนักแข่งที่มีชื่อเสียงต่อให้บิ๊กไบค์ของคุณแรงกว่าคันอื่น หรือแม้แต่เสียงเชียร์ทั้งสนามจะตะโกนเรียกชื่อคุณดังแค่ไหน...สุดท้ายแล้ว คนที่ยืนอยู่บนโพเดียมจะมีเพียงคนเดียวเพราะบนเส้นทางสายนี้...เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก เวลาสี่ทุ่มห้าสิบแปดนาที ลานคอนเทนเนอร์ร้างริมแม่น้ำที่กลางวันเงียบเหงาไร้ผู้คน บัดนี้กลับสว่างไสวด้วยแสงไฟฟลัดไลต์หลายดวงที่ถูกตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งของสนามแข่งชั่วคราว พื้นแอสฟัลต์สีดำสนิททอดตัวยาวไปเบื้องหน้า รอยยางที่ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน บางรอยยังใหม่...บางรอยซีดจางไปตามกาลเวลาแต่ทุกเส้นล้วนเกิดจากความเร็วที่ถูกแลกมาด้วยความกล้า เสียงลมพัดผ่านโกดังเหล็กเก่าดังครางเบา ๆ ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มคำรามจากอีกฟากของสนาม บรื้น... เสียงแรกดังทุ้ม หนักแน่นตามมาติด ๆ ด้วยอีกหลายเสียงที่ประสานกันจนกลายเป็นจังหวะอันคุ้นเคยของเหล่านักบิด คนที่ไม่เคยสัมผัสโลกใบนี้ อาจคิดว่ามันเป็นเพียงเสียงเครื่องยนต์ธรรมดา แต่สำหรับคนที่รักความเร็ว...เสียงเหล่านี้ไม่ต่างจากบทเพลง บทเพลงที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีดเร็วกว่าปกติ ... ผู้คนหลายร้อยชีวิตทยอยเดินเข้าสู่สนาม ชายหนุ่มในเสื้อช็อปวิศวะหลายมหาวิทยาลัยยืนจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส บางคนพกกล้องถ่ายรูปเลนส์ยาว บางคนถือหมวกกันน็อกเดินผ่านฝูงชน บางคนกำลังไลฟ์สดให้เพื่อนที่ไม่ได้มาดูการแข่งขัน เสียงหัวเราะดังสลับกับเสียงพูดคุยไม่ขาดสาย "คืนนี้คนเยอะว่ะ" "ได้ข่าวว่ามีนักแข่งตัวโหดลง ตัวเต็งก็มาแล้วได้ยินว่ามีม้ามืดด้วย" ประโยคสุดท้ายทำให้หลายคนหันมองหน้ากันในสนามแห่งนี้... คำว่า ม้ามืด น่ากลัวยิ่งกว่านักแข่งชื่อดังเพราะไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายซ่อนอะไรไว้ โต๊ะรับเดิมพันถูกล้อมแน่นจนแทบมองไม่เห็นคนจดโพย ธนบัตรหลายสีถูกวางซ้อนกันเป็นตั้ง มือหนึ่งรับเงิน อีกมือเขียนหมายเลขนักแข่งลงในสมุดอย่างรวดเร็ว "เบอร์เจ็ด หนึ่งแสน!" "สิบเก้า ห้าหมื่น!" "เพิ่มเบอร์สิบเก้าอีกสองหมื่น!" เสียงตะโกนแข่งกันจนแทบฟังไม่ทัน ไม่มีใครสนใจจำนวนเงินที่ตัวเองเสีย เพราะถ้าคนที่เลือกเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก...เงินทั้งหมดจะกลับมาเป็นหลายเท่า แต่สำหรับนักแข่ง...สิ่งที่อยู่ปลายทางไม่ใช่เงินหากเป็นศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมเสียให้กันง่าย ๆ เสียงหวูดสั้น ๆ ดังขึ้นหนึ่งครั้งผู้ชมที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ริมแบริเออร์เริ่มขยับเข้าหาขอบสนามโดยอัตโนมัติทุกคนรู้...การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้วไฟส่องสว่างเหนือกริดสตาร์ตถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน แสงสีขาวตกกระทบแฟริ่งของบิ๊กไบค์หลายคันจนสะท้อนเป็นประกาย คันแรก... คันที่สอง... คันที่สาม... นักบิดแต่ละคนค่อย ๆ ขี่รถเข้าประจำตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการเบิ้ลเครื่องอวดใคร ไม่มีการยกล้อเรียกเสียงเชียร์ทุกการเคลื่อนไหวสงบนิ่ง...เหมือนนักล่าที่กำลังรอเวลาปล่อยคมเขี้ยว บิ๊กไบค์คันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดบนกริดด้านซ้ายแฟริ่งสีดำด้านดูดกลืนแสงไฟจนแทบมองไม่เห็นรายละเอียด เจ้าของรถใช้เท้าซ้ายยันพื้น ก่อนจะกำคลัตช์ไว้หลวม ๆ นิ้วโป้งกดสวิตช แกร๊ก... บรื้นนนนน... เสียงเครื่องยนต์สี่สูบเรียงคำรามต่ำลึก หนักแน่น แต่ไม่โวยวายเพียงแค่เดินเบา...กลับทำให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หันมองแทบพร้อมกันชายวัยกลางคนคนหนึ่งยกยิ้มมุมปาก "คืนนี้...เดือดแน่" ไม่มีใครตอบแต่ทุกคนคิดเหมือนกัน เสียงเครื่องยนต์อีกคันดังขึ้นจากท้ายกริด บิ๊กไบค์แฟริ่งสีขาวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าประจำตำแหน่งสุดท้ายเจ้าของรถไม่รีบร้อน ไม่เร่งเครื่องไม่แม้แต่จะหันมองสายตาของผู้คนที่กำลังจับจ้อง เขาค่อย ๆ ใช้ปลายรองเท้าบู๊ตเขี่ยพักเท้าหนึ่งครั้ง ก้มหน้าลงตรวจตำแหน่งมือบนแฮนด์ จากนั้น...หมอบแนบถังน้ำมันท่วงท่าที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติราวกับทำซ้ำมานับพันครั้ง จนชายคนหนึ่งที่ยืนพิงแบริเออร์ถึงกับเลิกคิ้ว "...ไม่ธรรมดาว่ะ" หญิงสาวในชุดเจ้าหน้าที่เดินออกมายืนกลางกริดสตาร์ตธงตาหมากรุกถูกยกขึ้นเหนือศีรษะสนามทั้งสนามเงียบลงอย่างพร้อมเพรียง เหลือเพียง... บรื้น... บรื้นนน... เสียงเครื่องยนต์ที่ค่อย ๆ ไล่รอบสูงขึ้นทีละนิดมือทุกคู่กำคลัตช์แน่น เท้าซ้ายเตรียมเข้าเกียร์ ข้อมือขวาค้างอยู่บนคันเร่งสายตาทุกคู่จ้องไปยังโค้งแรก... โค้งที่ตัดสินได้ว่าใครจะเป็นผู้ล่า...และใครจะกลายเป็นผู้ถูกล่าหญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก...ก่อนจะสะบัดธงลงสุดแขน หญิงสาวสะบัดธงลงสุดแขนเสี้ยววินาทีนั้น...สนามทั้งสนามเหมือนหยุดหมุนก่อนที่... บรื้นนนนนนนน!!! เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันคำรามพร้อมกันจนพื้นแอสฟัลต์สั่นสะเทือนข้อมือขวาของนักแข่งทุกคนบิดคันเร่งขึ้นแทบพร้อมกันเข็มวัดรอบเครื่องกวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว หกพัน... แปดพัน... หมื่นรอบ... ล้อหลังเริ่มกัดพื้นถนนเสียงยางเสียดสีกับแอสฟัลต์ดังสนั่น แกร๊ก! คลัตช์ถูกปล่อยแรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ถูกส่งลงล้อหลังในทันที บิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันพุ่งออกจากกริดสตาร์ตราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศรควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่ด้านหลัง แรงกระชากทำให้ล้อหน้าของหลายคันยกจากพื้นเพียงเล็กน้อย ก่อนระบบกันสะเทือนจะรับแรงแล้วแตะพื้นอีกครั้ง เสียงเชียร์ระเบิดลั่นสนาม "ไปเลย!" "เบอร์เจ็ด!" "อย่าให้มันแซง!" รถแต่ละคันเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง เกียร์หนึ่ง... เกียร์สอง... แชะ!เสียง Quick Shifter ดังขึ้นแทบพร้อมกันโดยแทบไม่ต้องกำคลัตช เครื่องยนต์ยังคงคำรามต่อเนื่องค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขนทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!""ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่าดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั
ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช
ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น "สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว "แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" "ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก
เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ "น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ




![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






