LOGINธารณ์เดินไปหยิบวิสกี้เทแก้วแล้วยกขึ้นดื่มหมดแก้วก่อนจะไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานและไม่อยากคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและคิดว่าแม่บ้านจะจัดการหลานสาวได้ไม่งั้นเขาจะย้ายไปอยู่เขาใหญ่และหาแม่บ้านคนใหม่มาแทนเท่านั้นเอง
ที่บ้านหลังเล็กของนายคะนองกับนางสายใจที่อาศัยอยู่กับหลานสาว ส่วนตึกสองชั้นที่อยู่ถัดไปก็เป็นห้องพักของเด็กรับใช้และคนสวนและรปภ.ประจำบ้านที่มีสามคนอยู่คนละกะ
“เกิดอะไรขึ้นล่ะสายบัวพี่ได้ยินเสียงคุณธารณ์ดังลั่นบ้านเลย แล้วนั่นยัยเบญทำไมรีบเข้าห้องล่ะ” คะนองถามภรรยาเพราะตอนเจ้านายหนุ่มตะโกนเสียงดังเขาอาบน้ำอยู่และคิดว่ามีสืบศักดิ์กับสุรเดชอยู่ด้วยก็คงไม่มีอะไรและอีกอย่างก็อยู่ในบ้านไม่มีใครกล้ามาทำร้ายแน่
“ก็ยัยเรื่องยัยเบญนั่นแหละพี่นอง ฉันเตือนแล้วไม่ฟังดึงดันจะยกเครื่องดื่มไปให้คุณธารณ์แล้วไม่รู้ไปทำท่าไหนถูกคุณธารณ์ไล่ออกจากบ้าน ถ้ายัยเบญไม่ไปเราก็คงถูกไล่ออกทั้งบ้านแน่ๆ”
“เราน่าจะให้ยัยเบญไปอยู่หอพักข้างนอกนานแล้วล่ะ คุณธารณ์ใจดีให้อาศัยอยู่ในบ้านกลับสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้เขามันใช้ได้ที่ไหนกัน เฮ้อ..” นายคะนองพูดแล้วถอนหายใจเขาเองก็เป็นผู้ชายทำไมจะดูไม่ออกว่าหลานสาวหลงรักเจ้านายหนุ่มแต่ธารณ์แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้สนใจหลานสาวของเขาและไม่ชอบให้ไปยุ่งที่บ้านใหญ่และให้อาศัยอยู่เพื่อไปเรียนสะดวกเท่านั้น
“พรุ่งนี้เราคงต้องไปช่วยยัยเบญหาหอพักกันนะพี่ ไม่งั้นถ้าคุณธารณ์กลับมาเจอเราเดือดร้อนกันแน่ๆ”
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ” ถ้าเขาไม่ช่วยหลานสาวหาหอพักแล้วใครจะช่วยล่ะ
“งั้นฉันไปดูยัยเบญเก็บของก่อนนะพี่” นางสายบัวพูดกับสามีแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของหลานสาวเพื่อช่วยเก็บข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดแล้วย้ายไปอยู่หอพักในวันพรุ่งนี้
เบญจาเก็บข้าวของของตัวเองลงกระเป๋าไม่งั้นปู่ย่าของเธออาจจะตกงานเพราะครั้งนี้ธารณ์โกรธจริงและเธอก็คิดไว้แล้วว่าถ้าเขาหลงเสน่ห์เธอก็อยู่บ้านนี้ต่อได้สบายๆแต่ถ้าไม่เธอก็พร้อมจะย้ายออกไปเพื่อไม่ให้ปู่ย่าลำบากใจ
“เบญ..”
“ย่าไม่ต้องพูดแล้ว เบญจะย้ายออกไปจากบ้านนี้และจะไม่มาเหยียบอีก” เบญจาพูดกับย่าตามที่เธอได้พูดไว้
“ย่าเตือนเบญแล้วว่าเจ้านายทุกคนท่านมีบุญคุณกับครอบครัวของเราอย่าทำให้พวกท่านเดือดร้อนเนื้อร้อนใจ” สายบัวพูดกับหลานสาวอย่างหนักใจเธอไม่รู้จะเตือนยังไงเพราะหลานสาวไม่เคยฟังเลย
“ก็เบญไม่อยากเป็นคนใช้เหมือนปู่ย่าและพ่อแม่ไปตลอดชีวิตนี่” ทุกวันนี้เธอไม่บอกใครว่าพ่อแม่ปู่ย่าเป็นคนใช้บ้านมหาเศรษฐีเพื่อนๆรู้ว่าเธอมาจากต่างจังหวัดพ่อแม่ทำไร่ทำสวน ยังดีกว่าบอกทุกคนว่าพ่อแม่เป็นคนใช้
“เป็นคนใช้แล้วยังไงล่ะเบญ มันไม่แตกต่างกับทำงานในออฟฟิศเพราะทำงานเป็นลูกน้องเหมือนกันและอย่าได้ดูถูกอาชีพของปู่ย่าและพ่อแม่ของแกอีก ถ้าไม่มีงานนี้แกจะอยู่ดีกินดีได้เรียนมหาลัยดีค่าเทอมแพงและมีเงินใช้จ่ายแบบนี้หรือไง” นางสายบัวพูดกับหลานสาวด้วยความไม่พอใจที่ดูถูกอาชีพของเธอ
“พอแล้วย่า ไม่ต้องพูดกับเบญและเบญพร้อมจะไปจากบ้านนี้และเบญจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้จะไม่จมปลักเป็นคนใช้ไปตลอดชีวิตแบบนี้ เบญจะนอนแล้วพรุ่งนี้จะไปแต่เช้าค่ะ”
นางสายบัวมองหลานสาวด้วยความผิดหวังเสียใจเพราะเธอไม่เคยสอนให้หลานทะเยอทะยานหรืออยากได้ในสิ่งที่เกินตัวใฝ่สูงกว่าฐานะของตัวเอง ก่อนจเดินออกไปจากห้องนอนของหลานสาวที่กลายเป็นไม้แก่ดัดไม่ได้แล้ว
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
หลังจากที่บุศราคัมเอาของฝากไปให้รุ่นพี่ที่บริษัทก็ได้คุยกันเรื่องฝึกงานและให้เธอนำเอกสารจากมหาลัยมายื่นในวันนี้ทำให้หญิงสาวเตรียมตัวมาอย่างดีและแต่งตัวในชุดนักศึกษาเรียบร้อย
“แกน่าจะมาฝึกงานด้วยกันนะเปีย” บุศราคัมพูดกับเพื่อนที่ไปฝึกงานกับบริษัทผลิตหนังละครและรายการทีวีต่างๆที่รุ่นพี่แนะนำ
“เอาน่าแก ยังไงพอเรียนจบเราก็ต้องแยกกันไปทำงานอยู่ดีแหละ” ปภาดาสาวลูกครึ่งไทยพม่าหุ่นดีสวยน่ารักพูดกับเพื่อนเมื่อเรียนจบก็ต้องแยกกันไปทำงานตามสายที่เรียนมา
“นั่นสินะแก ไปเถอะป่านนี้พี่ทรายรอแล้วล่ะ” บุศราคัมพูดจบก็พยักหน้าให้เพื่อนเดินเข้าไปในตึกสูงตามที่นัดกับรุ่นพี่ไว้และยื่นใบนัดให้เจ้าหน้าที่รปภ.ตรงลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นสิบห้า ถ้าใครไม่มีนัดหรือธุระติดต่อชั้นสิบห้าสิบหกก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไป ส่วนพนักงานแต่ละคนจะมีบัตรพนักงานสามารถสแกนบัตรขึ้นไปได้เลย
ธารณ์เดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับคนสนิททั้งสองและรับไหว้พนักงานไปด้วยจนเกือบถึงลิฟต์ก็เห็นสาวร่างเล็กที่เจอสนามบินเชียงรายและหญิงสาวใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วเธอมาทำอะไรที่นี่และขึ้นลิฟต์พนักงานเพราะลิฟต์สำหรับลูกค้าอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
“นั่น เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” สืบศักดิ์พูดอย่างรู้ใจเจ้านายแล้วเดินเร็วไปที่ลิฟต์พนักงานก่อนที่ลิฟต์จะปิด “รอด้วยครับ ขอบคุณครับ”
ธารณ์มองประตูลิฟต์ที่คนสนิทหายเข้าไปปิดลงก็เดินไปที่ลิฟต์ของผู้บริหารเพื่อขึ้นไปที่ห้องทำงานของเขาเพื่อทำงานแต่ในใจก็จดจ่ออยู่ที่สาวร่างเล็กอยากรู้ว่ามาบริษัทของเขาทำไม
สวัสดีครับ/ค่ะคุณธารณ์” เลขาหนุ่มกับผู้ช่วยเลขาสาวยกมือไหว้เจ้านาย
“สวัสดีครับคุณยศ คุณทาร่า” ธารณ์รับไหว้เลขาแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน
“ก๊อกกๆๆ..”
“ว่าไงคุณยศมีงานด่วนเหรอครับ ยกมาได้เลย”
“ไม่ใช่งานด่วนครับ แต่ทางบริษัทรถนำเอกสารมาให้ชำระค่ารถของคุณเธียร์ที่จองไว้ครับ”
“เอามาเลยจะได้เสร็จ เจ้าหมอนี่งกจริงๆ” ธารณ์ว่าน้องชายอย่างหมั่นไส้
“แต่คราวนี้ราคารถหนึ่งร้อยยี่สิบสองล้านครับ” สมยศคิดว่าเจ้านายไม่รู้แน่นอนว่าราคารถของน้องชายเท่าไหร่
“ฮ้ะ เท่าไหร่นะคุณยศ” ธารณ์คิดว่าเขาต้องฟังราคารถของน้องชายผิดแน่ๆ
“หนึ่งร้อยยี่สิบสองล้านบาทครับ” สมยศเลื่อนแฟ้มเอกสารการซื้อขายรถให้เจ้านายดู
“ตามนายเธียร์มาให้ผมด้วยคุณยศ ตอนนี้เลย” ธารณ์บอกเลขาให้ไปตามน้องชาย “ไม่ต้องแล้วคุณยศ ผมรับปากนายเธียร์ไปแล้ว ช่างเถอะ” ก็เขาหลงกลน้องชายไปแล้วจะคืนคำได้ยังไงและเงินร้อยกว่าล้านเขาให้น้องชายได้
“ครับคุณธารณ์ ส่วนงานด่วนวันนี้กองนี้นะครับ” สมยศพูดแล้วอดขำเจ้านายไม่ได้ที่เสียรู้น้องชายเพราะคราวนี้ไม่ใช่ยี่สิบสามสิบล้านแต่เป็นร้อยกว่าล้าน
ธารณ์พยักหน้าให้เลขาแล้วหยิบแฟ้มเอกสารซื้อขายรถของน้องชายมาอ่านรายละเอียดแล้วเซ็นเช็คให้และไม่แปลกใจที่ราคาแพงเพราะมันเป็นรุ่นพิเศษมีไม่กี่คันในโลกก่อนจะปิดแฟ้มแล้ววางไว้บนโต้ะแล้วรอคนสนิทที่ไปตามเรื่องของเด็กนักศึกษาคนนั้น
บุษราคัมกับปภาดาขึ้นมาก็เจอรุ่นพี่ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศของบริษัทATNเนชั่นแนลไทยแลนด์ จำกัด
“เดียร์พร้อมจะมาฝึกงานกับพี่เมื่อไหร่ล่ะ พี่จะได้แจ้งฝ่ายบุคคลไว้” สิรินทราถามรุ่นน้องที่รู้จักกันโดยบังเอิญตอนที่เธอนำของขวัญวันเกิดไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาท่านก็แนะนำให้รู้จักทำให้ได้พูดคุยติดต่อกันมาตั้งแต่บุษราคัมกับปภาดาเรียนตั้งแต่ปีหนึ่งมาจนถึงตอนนี้ก็ทำให้สนิทสนมกันและติดต่อเรื่องฝึกงานให้รุ่นน้องมาฝึกงานด้วย
“พี่ทรายจะให้เดียร์เริ่มงานวันไหน เดียร์ก็พร้อมค่ะ” ตอนนี้เธอพร้อมจะฝึกงานแล้วและอยากจบเร็วๆซึ่งเธอจะฝึกงานประมาณสี่เดือนและเทอมสองแทบไม่มีชั่วโมงเรียนเพราะเธอเก็บหมดทุกหน่วยกิตแล้ว
“งั้นวันที่หนึ่งพฤษจิกายนดีมั้ย เหลืออีกอาทิตยบกว่าก็จะสิ้นเดือนแล้วเดียร์จะได้ไม่เสียเวลา” เธอรู้ว่าบุษราคัมขยันเรียนถึงไม่เก่งระดับเหรียญทองเกียรตินิยมเหมือนเธอ แต่เกรดเฉลี่ยก็สามกว่าก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
“ได้ค่ะพี่ทราย ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือเดียร์” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณรุ่นพี่ทีช่วยเหลือติดต่อเรื่องฝึกงานให้เธอ
“ไม่เป็นไรจ้ะ แล้วนี้จะไปไหนกันต่อมั้ย” ปภาดาถามรุ่นน้องทั้งสองเพราะเสร็จเรื่องฝึกงานของบุศราคัมแล้ว
“เราจะไปดูหนังกันค่ะ เดี๋ยวฝึกงานแล้วจะไม่มีเวลาไปค่ะ” ปภาดาตอบรุ่นพี่ใจดีของพวกเธอ
“จริงของเปียนะ ทำงานไม่เหนื่อยก็จริงแต่พอถึงวันหยุดก็อยากนอนอยู่บ้านไม่อยากไปไหนเลยแหละ” สิรินทราเห็นด้วยกับรุ่นน้องเพราะตั้งแต่ทำงานมาเธอก็แทบไม่มีเวลาเจอเพื่อนๆเลยยกเว้นมีงานเลี้ยงหรือเพื่อนแต่งงานเท่านั้นเพราะบางครั้งเธอต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศแทนผู้จัดการก็จะใช้เวลานั้นเที่ยวกับเพื่อนร่วมงานและเธอชอบงานนี้เพราะทำให้ได้เดินทางบ่อย
“แต่พี่ทรายได้ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยนี่คะ เดียร์ว่าน่าสนุกออกค่ะ เดียร์ยังอิจฉาพี่ทรายเลยค่ะ” เธอยังอิจฉารุ่นพี่ที่ได้ไปเที่ยวบ่อยๆ
“ธารณ์โทรบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือยังลูก” คุณกุลจิราถามลูกชายที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“ยังเลยครับแม่”“งั้นแม่โทรเองลูก” คุณกุลจิราพูดจบก็โทรบอกตายายของหลานน้อยที่กำลังจะคลอดก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดแล้วคาเรนก็มาพร้อมกับพี่เลี้ยงของคุณหนูตัวน้อยและเข้าครอส์ฝึกอบรมการเลี้ยงเด็กมาเรียบร้อยหิ้วตะกร้ามาคนละใบกับคาเรน“เมื่อไหร่จะคลอดครับแม่”“รอคุณหมอตรวจก่อนสิลูก” คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วยิ้มขำและนึกถึงตอนเธอจะคลอดลูกก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี“ใจเย็นนะลูก หายใจลึกๆ เดี๋ยวในห้องคลอดตื่นเต้นมากกว่านี้อีกแล้วลูกชายเราจะไหวมั้ยล่ะที่รัก” แอสตันบอกลูกชายแล้วยิ้มให้ภรรยาสุดที่รักอย่างมีความสุขที่จะได้เป็นปู่ย่าและรอลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไปฮันนีมูนพอกลับมาขากับภรรยาอาจจะได้หลานเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้“ไหวครับแด๊ด”“เชิญคุณธารณ์ไปเปลี่ยนชุดด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเปิดประตูห้องออกมาบอกสามีคนท้องเพราะธารณ์กับบุศราคับแจ้งไว้ว่าสามีจะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจในห้องคลอดด้วย“ครับๆ..” ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปในห้องตามพยาบาลสาวเพื่อเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปให้กำลังใจเมียสาวน้อยกับลูกน้อย
“แผล่บๆๆ แผล่บๆๆ..”“อ่าส์ มายเดียร์ หื้มม ทูนหัวของผัว อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่าคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อลิ้นนุ่มปัดป่ายไล้เลียตามสองมือกำรอบแก่นกายรูดขึ้นลงจนสุดโคนวนรอบๆไปมา“แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากนุ่มกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปให้มากที่สุดแล้วอมดูดเบาๆจนกายแกร่งสะท้านสองมือใหญ่กำขอบอ่างไว้แน่นเพื่อความคุมตัวเองไม่ให้จับร่างเล็กมาฟัดให้จมเขี้ยวเพราะห่วงความปลอดภัยของลูกน้อย“อ่าส์ มายเดียร์ดูดแรงอีกครับ หื้มม..”“จุ๊ฟฟๆๆ แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากเล็กทั้งดูดดื่มและไล้เลียกลืนกินแก่นกายอวบใหญ่เต็มปากเต็มคำและรู้ว่าเขาอดกลั้นไว้จึงอมดูดอย่างแรงจนแก้มตอบติดกันไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆ“หื้มม ที่รัก พี่ไม่ไหวแล้วครับ อ้ะ อาส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าบอกคนตัวเล็กแล้วจับศีรษะของเธอก่อนจะยกสะโพกสอบเด้งเข้าใส่ปากของเธอเป็นจังหวะติดกันแล้วระเบิดความสุขใส่ริมฝีปากนุ่ม “อ่า อ้ะ โอ้วววส์...” ร่างใหญ่เกรงกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า “ฮืมม..” ริมฝีปากเล็กคายแก่นกายอวบออกแล้วกลืนกินลาวาร้อนที่พุ่งเข้าใส่ปากของเธอจนหมดแล้วมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมันที่หน้าแดงก่ำเส้นเอ็
“กูว่าอย่างมึงนี่คงไม่ยากมั้งวะไอ้ก้าน จริตแพรวพราวอย่างมึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธหรอกเพื่อน” เลปกรว่าเพื่อนตัวร้ายอย่างหมั่นไส้เพราะถ้ามันเล็งใครไว้ก็รอดยาก“พูดเรื่องหลานดีกว่าว่ะ ตอนนี้จอร์แดนกับธารณ์มันนำพวกเราไปแล้วมึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไงวะ” กันดิศถามเพื่อนที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัยเหมือนเขา“กูรอมึงนี่แหละ ถ้ามึงมีแฟนเมื่อไหร่กูก็มีเมื่อนั้นแหละเพื่อน” พงษ์พิชย์ยักคิ้วใส่เพื่อนอย่างท้าทาย“งั้นมึงหาแฟนได้เลยไอ้พิชย์ กูว่าอีกไม่นานก็จะมีแฟนแล้วว่ะ หึหึๆๆ..”“กูว่าแล้วไงล่ะ ไอ้ก้านมันหมกเม็ดจริงๆด้วย งั้นมึงพามาโชว์ตัวด้วยเดี๋ยวกูกลับบ้านแล้วจะไม่เห็นแฟนมึง” จอร์แดนบอกเพื่อนเพราะเขาอยู่เชียงรายกับลาวเป็นส่วนใหญ่และถ้าไม่มีงานเลี้ยงสำคัญเขาก็เข้ากรุงเทพเพราะหลงลูกไม่อยากอยู่ห่างจากลูกเมีย“เอาไว้คราวหน้าละกันเพื่อน กูจะพาไปแนะนำให้มึงรู้จักถึงลาวเลย”“ก็ได้ กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน หึหึ..”“ไอ้พวกนี้นี่ ดูถูกกูจังนะ” กันดิศว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังและเขาคิดว่าอีกไม่นานฝ่ายหญิงก็ใจอ่อนแน่เพราะเขาเช้าถึงเย็นถึงและโชคดีที่ตำรวจสาวอยู่คอนโดเดียวกับเขาแค่ห่างกันห้าชั้นเท่านั้นแต่เพื่อ
“ขอบคุณค่ะที่รัก จุ๊บๆ..” หญิงสาวให้รางวัลสามีหนึ่งจูบแล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำต่อหน้าเขาอย่างไม่อาย“มายเดียร์..” เสียงห้าวครางเบาๆมองร่างเล็กขาวอวบอิ่มเต็มมือเต็มไม้แล้วอยากจะจับมาฟาดก้นงอนๆสักสองสามเพี้ยะเพทระทำให้เขาหิว“เร็วสิคะ เดี๋ยวทุกคนรอค่ะ” เสียงหวานหันมาบอกสามีแล้วยิ้มก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวยาวสีขาวผ้าซาติเนื้อนุ่มช่วงอกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ของแบรนด์ดังและเครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแต่งหน้าบางๆทาลิปสติกสีพีชทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอม“ที่รัก..” ชายหนุ่มชี้ให้เธอดูกลางกายที่มันตึงเปี้ยะแล้วหยักไหล่“คิดลามกอยู่ล่ะสิคะ”“เห็นเมียแก้ผ้าผิวขาวจั๊วะนมแทบจะทิ่มปากไหนจะ อ่า ที่รักฆ่าพี่เถอะครับ” เขาตัวแข็งจะเป็นหินอยู่แล้ว“งั้นเดียร์ไปรอข้างหนอกนะคะ” เมื่อเห็นสายจากของเขาแล้วก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าจะปลอดภัยจึงเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแต่งตัว “อุ้ยย..”“ทำให้น้องชายพี่ตื่นแล้วจะต้องรับผิดชอบครับที่รัก” วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กไว้แล้วกดสะโพกดุนดันแก่นกายอวบกับบั้นท้ายกลมกลึง“ชุดยับแล้วค่ะ”“ช่างหัวชุดมันเถอะครับ”“แล้วเดียร์จะเอาชุดที่ไหนมาใส่ละคะ เดี๋ยวคืนนี้เดี
งั้นเราปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันดีมั้ยครับคุณพ่อ เดี๋ยวเราไปดวลวงสวิงออกกำลังกายกันหน่อยดีมั้ยครับ” แอสตันชวนพ่อตาไปไดร์ฟกอล์ฟที่สนามเล็กๆข้างบ้าน“ไปสิ พ่อจะถามเรื่องหุ้นของยูเอสเออีกตัวที่ตอนนี้มันกำลังขึ้นเลย” นายลิขิตก็ลุกตามลูกเขยไปไดร์ฟกอล์ฟและคุยกันไปด้วยอย่างอารมณ์ดีกุลจิรามองตามสามีกับพ่อเดินไปแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเธออยากเห็นภาพแบบี้มานานแล้วจนคิดว่าม่น่าจะได้เห็นแต่สุดท้ายเธอก็ได้เห็นภาพพ่อพูดคุยกับสามีของเธอโดยไม่มีอคติอีกต่อไป“แม่เสียใจนะลูก ที่ผ่านมาแม่โง่มากที่ยึดเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีมาก่อนครอบครัวไม่งั้นครอบครัวของเราคงไม่เป็นแบบนี้ แม่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ” เธอช่างโง่มงายกับเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมทำให้เวลาไปนานกว่าจะคิดได้ก็เกือบจะไม่ได้เห็นลูกหลานมีความสุขแล้ว“มันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปพวกเราก็จะมีแต่ความสุขนะคะ” กุลจิรายิ้มให้แม่และเธอก็ไม่ได้โทษท่านเพราะรู้ว่้าพ่อแม่หวังดีแต่เธอมีคนที่รักแล้วจึงไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้เท่านั้นเพราะเธอก็ผิดเหมือนกัน“ขอบใจมากลูกที่ให้อภัยพ่อกับแม่ไม่ถือสาคนแก่กะโหลกกะลาหัวรั้นรักเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าลูก
“พี่โชคดีที่เจอมายเดียร์อีกครั้ง ถ้าไม่เข้าใจผิดคิดว่าเดียร์เป็นเด็กเสี่ยคงจีบตั้งแต่อยู่บนเครื่องตอนนั้นแล้วครับ หึหึๆๆ” ชายหนุ่มพูดถึงความหลังแล้วยิ้มมีความสุขและคิดว่าบุศราคัมเป็นเนื้อคู่ของเขาถึงได้เจอกันอีกจากนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองก็คุยกันกระหนุงกระหนิงไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีนักข่าวสี่ห้าคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน“เอายังไงดีครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์เปิดกระจกถามเจ้านายหนุ่ม“จอดแป๊บหนึ่งก็ได้ครับ ไม่งั้นพวกเขาคงจะเฝ้าทั้งวัน”สุรเดชจอดรถหน้าประตูอัลลอยใหญ่และบริเวรหน้าบ้านมีที่จอดรถสำหรับคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปในบ้านอย่างเช่นนักข่าวและป้ายชื่อบ้านตระกูลนีลล์สีทองอร่ามมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดดเด่นเป็นสง่าและมีแปลงดอกไม้หลางสีอยู่ด้านล่างสวยงามธารณ์..สวัสดีครับพี่ๆนักข่าว” เมื่อสุรเดชกดเปิดประตูสไลด์ว่าที่คุณพ่อก็โผล่หน้าออกไปทักทายนักข่าวและบุศราคัมก็ยกมือไหว้นักข่าวทุกคนนักข่าว..สวัสดีครับคุณธารณ์คุณเดียร์ พวกเราขอสัมภาษณ์สักสองสามคำถามได้มั้ยครับ”ธารณ์..ได้ครับ เชิญครับ”นักข่าว..ข่าวคุณธารณ์กับคุณเดียร์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเป







