Mag-log in“มันก็ใช่ แต่เดี๋ยวเดียร์กับปียได้ทำงานแล้วจะรู้จ้ะว่าจะสนุกหรือเปล่า” ตอนเธอเริ่มงานใหม่ก็สนุกมีความสุขกับงานที่ทำแต่พอนานไปความรับผืดชอบเพิ่มมากขึ้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปด้วย
“งั้นเดียร์ขอตัวก่อนนะคะ รบกวนเวลาทำงานของพี่ทรายนานแล้วค่ะ”
“เชิญจ้ะ แล้วเจอกันนะจ้ะสองสาว”
“สวัสดีค่ะพี่ทราย” สองสาวยกมือไหว้ลารุ่นพี่และจะไปดูหนังกันก่อนกลับบ้าน
“เดินดูของก่อนมั้ยแก เดียร์อยากได้กระเป๋าสะพายมาทำงานสักใบน่ะ” บุศราคัมพูดกับเพื่อนไหนๆก็มาแล้วจะได้ให้เพื่อนช่วยเลีอกด้วย
“ดีเหมือนกันแก ฉันอยากได้กระเป๋าเป้สักใบเอาไว้เวลาเดินทางไปทำงาน” ปภาดาตอบเพื่อนเพราะอยากได้กระเป๋าเป้ใส่กล้องใบใหม่ไปทำงานเหมือนกัน
จากสองสาวเห็นพ้องต้องกันแล้วพอลงไปถึงชั้นล่างก็พากันไปเดินดูกระเป๋าที่มีราคาหลักพันไปจนถึงหลักร้านซึ่งมีมากมายหลายแบรนด์ให้เลือก
ส่วนสืบศักดิ์เมื่อได้ข้อมูลของสาวน้อยที่เจ้านายสนใจแล้วเขาก็ขึ้นไปรายงานเจ้านายแต่ไม่รู้เจ้านายจะเอาจริงหรือเปล่าเขาจึงไม่สืบหาข้อมูลต่อต้องรอคำสั่งของเจ้านายก่อน
“ก๊อกกๆๆ..”
“เข้ามา” เสียงห้าวอนุญาตให้คนเคาะประตูเข้ามาในห้อง
“ได้เรื่องของน้องนักศึกษาคนนั้นแล้วครับ” สืบศักดิ์รายงานเจ้านายหนุ่มพธารณืพยักหน้ารับรู้เขาก็พูดต่อ “เธอมาฝึกงานที่ANT ฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศครับ”
“แล้วนายเธียร์รู้หรือยัง”
“น่าจะยังไม่รู้ครับ เธอเพิ่งยืนเอกสารวันนี้แล้วแจ้งเริ่มงานต้นเดือนหน้าครับ”
“เด็กเส้นเหรอ”
“เห็นว่าเป็นรุ่นน้องมหาลัยเดียวกับผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดครับ คุณธารณ์จะให้ผมสืบต่อมั้ยครับ” สืบศักดิ์ถามเจ้านายว่าจะให้สืบต่อมั้ย
“ไม่ต้องครับ ขอบคุณครับพี่สืบ” ธารณ์ขอบคุณคนสนิทเขาอยากรู้ว่าเธอมาทำอะไรที่บริษัทของเขาเท่านั้นและไม่คิดจะยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่น เขาทั้งหล่อทั้งรวยและแซ่บขนาดนี้มีสาวสวยเยอะแยะมากมายรอคิวขึ้นเตียงของเขาทำไมจะต้องสนใจผู้หญิงคนนั้นล่ะ
“งั้นผมขอตัวนะครับ” สืบศักดิ์ก็ขอตัวแล้วเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายไปที่ห้องทำงานของเขากับเพื่อนที่อยู่ข้างห้องทำงานของเข้านายเพราะมีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่เต็มผนังห้องและยังมีจอขนาดหกสิบนิ้วอีกสิบจอเพื่อดูแลความปลอดภัยในตึกนี้ทั้งหมดแต่ยังมีทีมงานรักษาความปลอดภัยอีกทีมหนึ่งที่ดูแลด้วย
“เป็นไงบ้างวะสืบ”
“ก็สวยน่ารักสเปคเจ้านายละมั้งเพื่อน แต่แปลกว่ะ ไม่ให้ตามต่อ” สืบศักดิ์ตอบเพื่อนแล้วเดินไปนั่งที่โต้ะทำงานของเขาถัดจากสุรเดช
“แล้วเธอมาทำไมล่ะ ฝึกงานเหรอ”
“ใช่ ฝึกงานสี่เดือนที่แผนกการตลาดน่ะ”
“อ่อ ถ้าน้องเขามาฝึกงานแล้วแกคิดว่าคเจ้านายจะให้สืบต่อทำไมล่ะก็ไก่อยู่ในเล้าแล้วนี่ หึหึๆๆ..” สุรเดชพูดขำๆเพราะเจ้านายของเขาหล่อครบสูตรไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธ
“ก็จริงของแก แต่ไม่มีพนักงานคนไหนกล้ากับคุณธารณ์นี่”
“เอาเถอะ เจ้านายให้ทำแค่ไหนแค่นั้นอย่าทำนอกเหนือคำสั่งเลยเพื่อน ถ้าเจ้านายสนใจจริงเดี๋ยวก็จัดการเองแหละ” สุรเดชก็รู้ใจเจ้านายไม่แพ้กับเพื่อนคู่หูแม้ธารณ์จะไม่สนใจพนักงานในปกครองและยังจัดการพนักงานที่อ่อยและให้ท่าทุกคนจนได้ฉายาว่า ผู้ชายต้องห้าม
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
ก็สิ้นเดือนตุลาคมและเริ่มเดือนพฤษจิกายนและใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกทีซึ่งเป็นวันที่พนักงานทั้งหลายรอคอยเพราะจะได้โบนัสและมีวันหยุดกลับไปหาครอบครัวและพักผ่อนและมีอีกมากมายที่วางแผนไปเที่ยว
“ตู้ดดๆๆ..”
“สวัสดีค่ะพี่ทราย” บุศราคัมรับสายของรุ่นพี่ที่นัดเจอกันหน้าลิฟต์และเธอก็มาถึงแต่เช้าจึงยืนรอรุ่นพี่
“เดียร์มาถึงหรือยังจ้ะ”
“เดียร์อยู่ที่หน้าลิฟต์ค่ะพี่ทราย” บุศราคัมยังไม่มีบัตรพนักงานจึงเข้าขึ้นไปไม่ได้และรุ่นพี่ให้รออยู่หน้าลิฟต์
“งั้นรอพี่แป๊บนะ พี่กำลังจอดรถ”
“ได้ค่ะพี่ทราย” เสียงหวานตอบรุ่นพี่เพราะวันนี้เธอเริ่มฝีกงานวันแรกก่อนจะวางสายจากรุ่นพี่แล้วยืนรอห่างจากลิฟต์ที่ตอนนี้พนักงานทั้งหลายต่างก็เดินวิ่งกันหน้าตั้งเพื่อไปให้ทันเวลาทำงาน
“นี่เธอได้ข่าวใหม่หรือยังว่าคุณธารณ์มีกิ๊กใหม่เป็นนางแบบอยู่ในทีมโฆษณาของแบรนด์ดังฝรั่งเศสน่ะ” พนักงานสาวสองคนยืนรอลิฟต์และคุยกันเรื่องเจ้านาย
“ฉันเห็นข่าวซุบซิบแล้วล่ะ เสียดายนะที่พวกเราไม่มีโอกาสอ่ะ”
“ไม่เอาดีกว่าเธอ ถึงคุณธารณ์จะหล่อดุกร้าวใจแต่ฉันอยากทำงานมากกว่าคุณธารณ์"
"นั่นสิเธอ แค่เห็นฉันก็เข่าออ่อนหมดแรงแล้วล่ะ"
"โน่นๆ คุณธารณ์กับคุณเธียร์มาแล้ว” พนักงานสาวเห็นท่านประธานหนุ่มหล่อสองพี่น้องเดินมาที่ลิฟต์ก็ยืนนิ่งพอทั้งสองเดินผ่านเข้าลิฟต์ก็ยกมือไหว้
บุศราคัมฟังพนักงานสาวทั้งสองพูดถึงท่านประธานหนุ่มหล่อชื่อดังอย่างชื่นชมและเกรงกลัวก่อนจะมองตามก็เห็นสองหนุ่มหล่อในชุดสูทสีเข้มเดินมาด้วยกันและรู้ว่าทั้งสองคือท่านประธานบริษัทจึงยหมือไหว้ตามพนักงานทุกคนที่เขาเดินผ่านไปที่ลิฟต์จนกระทั่งลิฟต์ปิดลงเธอได้ยินเสียงพนักงานสาวทั้งสองถอนหายใจ
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะเธอ”
“ลิฟต์มาแล้วไปดีกว่าเดี๋ยวเข้างานสาย” สองสาวพูดแล้วก็เดินเข้าลิฟต์
บุษราคัมมองตามท่านประธานบริษัทที่เธอว่าคุ้นๆเหมือนเคยเกันมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าเจอที่ไหนแล้วเขาก็มองเธอแว่บเดียวเหมือนเขามองพนักงานคนอื่นๆ
“ไปเถอะเดียร์ ขอโทษนะพี่มาช้าไปหน่อย” ปภาดาเดินมาหารุ่นน้องแล้วพาเดินไปที่ลิฟต์
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ทราย เดียร์มาเช้าเองค่ะ” เพราะเธอตื่นเต้นได้ฝึกงานวันแรกจึงเตรียมตัวแต่เช้า
“เดี๋ยวพี่พาเดียร์ไปรับบัตรพนักงานที่ฝ่ายบุคคลแล้วต่อไปเดียร์มาถึงก็ยื่นบัตรแล้วขึ้นลิฟต์มาทำงานได้เลยจ้ะ” ปภาดาบอกรุ่นน้องแล้วอธิบายให้ฟังว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้างเพราะมาวันแรกต้องเรียนรู้แต่ละแผนกก่อนว่ามีอะไรบ้าง
"ค่ะพี่ทราย" บุศราคัมเดินตามรุ่นพี่ไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อรับบัตรพนักงานก่อนจะไปที่แผนกการตลาดซึ่งแต่ละแผนกแยกกันคนละห้องเพื่อให้ทุกคนทำงานของตัวเองได้สะดวก
“นี่โต้ะทำงานของเดียร์นะ เดี๋ยวพี่จะให้รุ่นพี่สอนงานให้ แต่ไปรายงานตัวกับผู้การก่อน” ปภาดาบอกรุ่นน้องและเรียกผู้จัดการสั้นๆว่าผู้การ
“ค่ะพี่ทราย”
“ก๊อกกๆๆ..”
“เข้ามา..”
“สวัสดีค่ะผู้การ ทรายพานักศึกษาฝึกงานมารายงานตัวค่ะ”
“สวัสดีค่ะผู้จัดการ” บุซราคับยกมือไหว้ผู้จัดการอย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีบุศราคัม ยินดีต้อนรับจ้ะ พี่หวังว่าเราจะตั้งใจฝึกงานแสดงความสามารถของตัวเองได้เต็มที่เพื่ออนาคตของเรานะ” บุรานีสาวใหญ่วัยห้าสิบปีบอกเด็กสาวรุ่นลูกและทุกคนที่มาฝึกงานที่นี่ก็เพื่ออนาคตของตัวเองหากมีความสามารถจริงก็พอเรียนจบก้จะได้ทำงานที่นี่
“เดียร์จะตั้งใจทำงานจะไม่ทำให้ผู้จัดการกับรองผู้จัดการผิดหวังค่ะ” เสียงหวานพูดอย่างหนักแน่นเพราะถ้าผ่านการฝึกงานเธอก็ทำเรื่องขอจบได้เลย
“ดีมากจ้ะ ทรายพาน้องใหม่ไปแนะนำให้ทุกคนในแผนกรู้จักด้วยนะ”
“ค่ะผู้การ ไปจ้ะเดียร์จะได้รู้จักพี่ๆไว้ ส่วนแผนกอื่นๆก็ค่อยทำความรู้จักทีละคนละกัน”
บุศราคัมเดินตามรุ่นพี่ออกมาจากห้องทำงานของผู้จัดการที่เป็นห้องกระจกมองเห็นทุกคนในห้องทำงานที่แบ่งกันเป็นล็อคมีแผ่นอคีริลิคใสกั้นเป็นล็อคของใครของมัน
“ทุกคนฟังทางนี้หน่อยจ้า พี่ขอแนะนำ บุศราคัม น้องใหม่ของแผนกเราที่มาฝึกงานกับเราสี่เดือนยังไงก็ช่วยแนะนำดูแลด้วยนะจ้ะ” ปภาดาเรียกน้องพี่ๆในแผนกและแนะนำน้องใหม่ของแผนกให้ทุกคนรู้จัก
“โหผู้ช่วยขา น้องใหม่มาพวกเราดูแก่ไปเลยอ่ะ”
“ใช่ค่ะ ต่อไปผู้ช่วยคัดเลือกนักศึกษาฝึกงานหน่อยนะคะ ถ้ามีแต่สวยๆพวกเราไม่ได้เกิดแน่ๆค่า คิกๆๆ..”
“ธารณ์โทรบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือยังลูก” คุณกุลจิราถามลูกชายที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“ยังเลยครับแม่”“งั้นแม่โทรเองลูก” คุณกุลจิราพูดจบก็โทรบอกตายายของหลานน้อยที่กำลังจะคลอดก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดแล้วคาเรนก็มาพร้อมกับพี่เลี้ยงของคุณหนูตัวน้อยและเข้าครอส์ฝึกอบรมการเลี้ยงเด็กมาเรียบร้อยหิ้วตะกร้ามาคนละใบกับคาเรน“เมื่อไหร่จะคลอดครับแม่”“รอคุณหมอตรวจก่อนสิลูก” คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วยิ้มขำและนึกถึงตอนเธอจะคลอดลูกก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี“ใจเย็นนะลูก หายใจลึกๆ เดี๋ยวในห้องคลอดตื่นเต้นมากกว่านี้อีกแล้วลูกชายเราจะไหวมั้ยล่ะที่รัก” แอสตันบอกลูกชายแล้วยิ้มให้ภรรยาสุดที่รักอย่างมีความสุขที่จะได้เป็นปู่ย่าและรอลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไปฮันนีมูนพอกลับมาขากับภรรยาอาจจะได้หลานเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้“ไหวครับแด๊ด”“เชิญคุณธารณ์ไปเปลี่ยนชุดด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเปิดประตูห้องออกมาบอกสามีคนท้องเพราะธารณ์กับบุศราคับแจ้งไว้ว่าสามีจะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจในห้องคลอดด้วย“ครับๆ..” ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปในห้องตามพยาบาลสาวเพื่อเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปให้กำลังใจเมียสาวน้อยกับลูกน้อย
“แผล่บๆๆ แผล่บๆๆ..”“อ่าส์ มายเดียร์ หื้มม ทูนหัวของผัว อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่าคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อลิ้นนุ่มปัดป่ายไล้เลียตามสองมือกำรอบแก่นกายรูดขึ้นลงจนสุดโคนวนรอบๆไปมา“แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากนุ่มกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปให้มากที่สุดแล้วอมดูดเบาๆจนกายแกร่งสะท้านสองมือใหญ่กำขอบอ่างไว้แน่นเพื่อความคุมตัวเองไม่ให้จับร่างเล็กมาฟัดให้จมเขี้ยวเพราะห่วงความปลอดภัยของลูกน้อย“อ่าส์ มายเดียร์ดูดแรงอีกครับ หื้มม..”“จุ๊ฟฟๆๆ แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากเล็กทั้งดูดดื่มและไล้เลียกลืนกินแก่นกายอวบใหญ่เต็มปากเต็มคำและรู้ว่าเขาอดกลั้นไว้จึงอมดูดอย่างแรงจนแก้มตอบติดกันไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆ“หื้มม ที่รัก พี่ไม่ไหวแล้วครับ อ้ะ อาส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าบอกคนตัวเล็กแล้วจับศีรษะของเธอก่อนจะยกสะโพกสอบเด้งเข้าใส่ปากของเธอเป็นจังหวะติดกันแล้วระเบิดความสุขใส่ริมฝีปากนุ่ม “อ่า อ้ะ โอ้วววส์...” ร่างใหญ่เกรงกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า “ฮืมม..” ริมฝีปากเล็กคายแก่นกายอวบออกแล้วกลืนกินลาวาร้อนที่พุ่งเข้าใส่ปากของเธอจนหมดแล้วมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมันที่หน้าแดงก่ำเส้นเอ็
“กูว่าอย่างมึงนี่คงไม่ยากมั้งวะไอ้ก้าน จริตแพรวพราวอย่างมึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธหรอกเพื่อน” เลปกรว่าเพื่อนตัวร้ายอย่างหมั่นไส้เพราะถ้ามันเล็งใครไว้ก็รอดยาก“พูดเรื่องหลานดีกว่าว่ะ ตอนนี้จอร์แดนกับธารณ์มันนำพวกเราไปแล้วมึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไงวะ” กันดิศถามเพื่อนที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัยเหมือนเขา“กูรอมึงนี่แหละ ถ้ามึงมีแฟนเมื่อไหร่กูก็มีเมื่อนั้นแหละเพื่อน” พงษ์พิชย์ยักคิ้วใส่เพื่อนอย่างท้าทาย“งั้นมึงหาแฟนได้เลยไอ้พิชย์ กูว่าอีกไม่นานก็จะมีแฟนแล้วว่ะ หึหึๆๆ..”“กูว่าแล้วไงล่ะ ไอ้ก้านมันหมกเม็ดจริงๆด้วย งั้นมึงพามาโชว์ตัวด้วยเดี๋ยวกูกลับบ้านแล้วจะไม่เห็นแฟนมึง” จอร์แดนบอกเพื่อนเพราะเขาอยู่เชียงรายกับลาวเป็นส่วนใหญ่และถ้าไม่มีงานเลี้ยงสำคัญเขาก็เข้ากรุงเทพเพราะหลงลูกไม่อยากอยู่ห่างจากลูกเมีย“เอาไว้คราวหน้าละกันเพื่อน กูจะพาไปแนะนำให้มึงรู้จักถึงลาวเลย”“ก็ได้ กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน หึหึ..”“ไอ้พวกนี้นี่ ดูถูกกูจังนะ” กันดิศว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังและเขาคิดว่าอีกไม่นานฝ่ายหญิงก็ใจอ่อนแน่เพราะเขาเช้าถึงเย็นถึงและโชคดีที่ตำรวจสาวอยู่คอนโดเดียวกับเขาแค่ห่างกันห้าชั้นเท่านั้นแต่เพื่อ
“ขอบคุณค่ะที่รัก จุ๊บๆ..” หญิงสาวให้รางวัลสามีหนึ่งจูบแล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำต่อหน้าเขาอย่างไม่อาย“มายเดียร์..” เสียงห้าวครางเบาๆมองร่างเล็กขาวอวบอิ่มเต็มมือเต็มไม้แล้วอยากจะจับมาฟาดก้นงอนๆสักสองสามเพี้ยะเพทระทำให้เขาหิว“เร็วสิคะ เดี๋ยวทุกคนรอค่ะ” เสียงหวานหันมาบอกสามีแล้วยิ้มก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวยาวสีขาวผ้าซาติเนื้อนุ่มช่วงอกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ของแบรนด์ดังและเครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแต่งหน้าบางๆทาลิปสติกสีพีชทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอม“ที่รัก..” ชายหนุ่มชี้ให้เธอดูกลางกายที่มันตึงเปี้ยะแล้วหยักไหล่“คิดลามกอยู่ล่ะสิคะ”“เห็นเมียแก้ผ้าผิวขาวจั๊วะนมแทบจะทิ่มปากไหนจะ อ่า ที่รักฆ่าพี่เถอะครับ” เขาตัวแข็งจะเป็นหินอยู่แล้ว“งั้นเดียร์ไปรอข้างหนอกนะคะ” เมื่อเห็นสายจากของเขาแล้วก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าจะปลอดภัยจึงเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแต่งตัว “อุ้ยย..”“ทำให้น้องชายพี่ตื่นแล้วจะต้องรับผิดชอบครับที่รัก” วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กไว้แล้วกดสะโพกดุนดันแก่นกายอวบกับบั้นท้ายกลมกลึง“ชุดยับแล้วค่ะ”“ช่างหัวชุดมันเถอะครับ”“แล้วเดียร์จะเอาชุดที่ไหนมาใส่ละคะ เดี๋ยวคืนนี้เดี
งั้นเราปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันดีมั้ยครับคุณพ่อ เดี๋ยวเราไปดวลวงสวิงออกกำลังกายกันหน่อยดีมั้ยครับ” แอสตันชวนพ่อตาไปไดร์ฟกอล์ฟที่สนามเล็กๆข้างบ้าน“ไปสิ พ่อจะถามเรื่องหุ้นของยูเอสเออีกตัวที่ตอนนี้มันกำลังขึ้นเลย” นายลิขิตก็ลุกตามลูกเขยไปไดร์ฟกอล์ฟและคุยกันไปด้วยอย่างอารมณ์ดีกุลจิรามองตามสามีกับพ่อเดินไปแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเธออยากเห็นภาพแบบี้มานานแล้วจนคิดว่าม่น่าจะได้เห็นแต่สุดท้ายเธอก็ได้เห็นภาพพ่อพูดคุยกับสามีของเธอโดยไม่มีอคติอีกต่อไป“แม่เสียใจนะลูก ที่ผ่านมาแม่โง่มากที่ยึดเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีมาก่อนครอบครัวไม่งั้นครอบครัวของเราคงไม่เป็นแบบนี้ แม่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ” เธอช่างโง่มงายกับเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมทำให้เวลาไปนานกว่าจะคิดได้ก็เกือบจะไม่ได้เห็นลูกหลานมีความสุขแล้ว“มันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปพวกเราก็จะมีแต่ความสุขนะคะ” กุลจิรายิ้มให้แม่และเธอก็ไม่ได้โทษท่านเพราะรู้ว่้าพ่อแม่หวังดีแต่เธอมีคนที่รักแล้วจึงไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้เท่านั้นเพราะเธอก็ผิดเหมือนกัน“ขอบใจมากลูกที่ให้อภัยพ่อกับแม่ไม่ถือสาคนแก่กะโหลกกะลาหัวรั้นรักเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าลูก
“พี่โชคดีที่เจอมายเดียร์อีกครั้ง ถ้าไม่เข้าใจผิดคิดว่าเดียร์เป็นเด็กเสี่ยคงจีบตั้งแต่อยู่บนเครื่องตอนนั้นแล้วครับ หึหึๆๆ” ชายหนุ่มพูดถึงความหลังแล้วยิ้มมีความสุขและคิดว่าบุศราคัมเป็นเนื้อคู่ของเขาถึงได้เจอกันอีกจากนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองก็คุยกันกระหนุงกระหนิงไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีนักข่าวสี่ห้าคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน“เอายังไงดีครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์เปิดกระจกถามเจ้านายหนุ่ม“จอดแป๊บหนึ่งก็ได้ครับ ไม่งั้นพวกเขาคงจะเฝ้าทั้งวัน”สุรเดชจอดรถหน้าประตูอัลลอยใหญ่และบริเวรหน้าบ้านมีที่จอดรถสำหรับคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปในบ้านอย่างเช่นนักข่าวและป้ายชื่อบ้านตระกูลนีลล์สีทองอร่ามมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดดเด่นเป็นสง่าและมีแปลงดอกไม้หลางสีอยู่ด้านล่างสวยงามธารณ์..สวัสดีครับพี่ๆนักข่าว” เมื่อสุรเดชกดเปิดประตูสไลด์ว่าที่คุณพ่อก็โผล่หน้าออกไปทักทายนักข่าวและบุศราคัมก็ยกมือไหว้นักข่าวทุกคนนักข่าว..สวัสดีครับคุณธารณ์คุณเดียร์ พวกเราขอสัมภาษณ์สักสองสามคำถามได้มั้ยครับ”ธารณ์..ได้ครับ เชิญครับ”นักข่าว..ข่าวคุณธารณ์กับคุณเดียร์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเป