Masukจ้าวเหยียนเจี๋ยยังคงนั่งมองคนที่หลับสบายอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ตั้งแต่เจอกันมาจนกระทั่งตอนนี้ไม่มีเลยสักครั้งที่เหยียนหว่านเอ๋อร์จะถามว่าเขาเป็นใคร เหตุใดจึงถูกตามล่า แถมยังไว้วางใจติดตามมาเมื่อเขาเอ่ยว่าจะช่วยตามคนรู้จักคนนั้น เขายอมรับว่าการพบกันของทั้งสองนั้นไม่อาจจะหาคำมาอธิบายได้ หากไม่ใช่ว่าเขาเห็นกับตาตนเอง ทั้งยังสัมผัสถูกตัวหญิงสาว เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริงเช่นกัน
รุ่งเช้าเมื่อเหยียนหว่านเอ๋อร์ตื่นขึ้นมา ก็พบว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยได้เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าตัวเขาเองกลับหายไปจากห้อง หญิงสาวรีบล้างหน้าล้างตาแล้วหยิบห่อสัมภาระเดินลงมาด้านล่าง
“พี่ถงซิ่ว”
“น้องหว่านเอ๋อร์เจ้าหลับสบายดีหรือไม่”
“ข้าหลับสนิททั้งคืนเลย”
“เรือใกล้จะมาแล้วข้าว่าเราไปรอที่ท่าน้ำจะดีกว่า” จ้าวเหยียนเจี๋ยเดินเข้ามาสมทบกับทั้งคู่
“แล้วท่านไม่ซื้อม้าแล้วหรือ”
“คงต้องไปซื้ออีกฝั่งเพราะได้ยินมาว่าจะได้ราคาดีกว่า”
“จริงหรือ”
“พวกท่านมองหาม้าอยู่หรือ ข้าว่าข้าน่าจะช่วยได้นะ เพราะท่านน้าของข้ารู้จักคนที่จะแนะนำม้าให้พวกท่านได้ แถมยังจะได้ราคาดีด้วย”
“จริงเหรอเจ้าคะพี่ถงซิ่ว”
เหมือนว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์จะเป็นดาวนำโชคจริงๆ เพราะตั้งแต่เจอกันทั้งคู่จะได้รับความช่วยเหลือตลอดทางก็ว่าได้
เมื่อข้ามฝั่งได้ถงซิ่วก็พาทั้งคู่ไปที่บ้านของน้าสาวที่ป่วยอยู่ ที่นั่นเหยียนหว่านเอ๋อร์ได้ลองตรวจดูและพบว่าถงฮัวเป็นโรคไขข้อ ซึ่งเป็นเรื้อรังมานานปีจนแทบไม่มีทางรักษา ทำได้เพียงแต่ป้องกัน และแนะนำเวลาอาการกำเริบเท่านั้น ทั้งคู่อยู่นานไม่ได้ ถงซิ่วจึงพาทั้งสองไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อม้า และก็เป็นอย่างที่คิดเพราะม้าที่ได้มาเป็นม้าพันธุ์ดีทั้งยังซื้อได้ในราคาถูกมาก ทั้งสองร่ำลาถงซิ่วก่อนต่างฝ่ายต่างแยกกันที่ตลาด
เหยียนหว่านเอ๋อร์ตื่นตาตื่นใจกับการมาตลาดไม่น้อย หญิงสาวเอ่ยปากขอให้จ้าวเหยียนเจี๋ยเดินชมตลาด ซึ่งเขาก็เอาม้าไปฝากไว้ที่โรงเตี้ยม ก่อนจะพาเหยียนหว่านเอ๋อร์เดินชมจนทั่วตลาด “เหนื่อยหรือ” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหน้าผากหญิงสาวมีเหงื่อซึมออกมา
“เจ้ารอข้าอยู่นี่นะข้าจะไปหาน้ำมาให้” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้ายิ้มๆ ทว่าเมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับมา ก็ปรากฏว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์หายไปจากตรงนั้นแล้ว เขาใจหายวูบและมองหาไปรอบๆ ท่ามกลางชาวบ้านมากมายที่เดินอยู่รอบตลาดนั้น เขาทั้งร้อนใจทั้งเป็นห่วงพอคิดได้ว่านางไม่ได้อยู่แถวนั้นเขาจึงออกตามหาทันที
ทางด้านเหยียนหว่านเอ๋อร์นั้นเมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยเดินจากไปในตอนแรก หญิงสาวก็เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งถือซาลาเปาเดินช้าๆ เหมือนว่ากำลังมองหาอะไรบางอย่างจึงเดินตามไปดู เด็กน้อยคนนั้นมาถึงร้านขายปลา และวางเงินเอาไว้บนเขียงหลังจากที่เลือกปลาเสร็จ เหยียนหว่านเอ๋อร์มองเห็นแม่ค้าคนนั้นหยิบเงินไปซ่อนใต้กองปลาตอนที่เด็กเผลอ และบอกว่าเด็กยังไม่จ่าย เด็กคนนั้นจึงร้องไห้เมื่อโดนกล่าวหาว่าเป็นคนพูดปดและขี้โกง
“ท่านนั่นแหละที่เป็นคนโป้ปดและขี้โกง” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยออกมาท่ามกลางคนที่มามุงดูเหตุการณ์
“แม่นางเจ้าจะมากล่าวหาข้าแบบนี้ไม่ได้นะ”
“หรือไม่จริงเด็กคนนี้ได้จ่ายเงินท่านไปแล้ว แต่ท่านทำไมจึงไม่ให้ปลากับเขาเล่า”
“เขาจ่ายข้าตอนไหนกัน ตั้งแต่เช้ามาข้ายังขายปลาไม่ได้เลยสักอีแปะเดียว”
“งั้นหรือ ท่านบอกว่าตั้งแต่เช้ายังขายปลาไม่ได้เลยสักอีแปะเดียวสินะ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
เมื่อได้ยินแม่ค้าขายปลาเอ่ยย้ำ เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็พลิกปลาตัวเมื่อครู่ขึ้น คนที่มุงดูต่างก็มองเห็นว่ามีเงินวางอยู่ หญิงสาวหยิบขึ้นมา “เมื่อครู่ข้าเห็นท่านพลิกปลาตัวนี้แล้วเอาเงินซ่อนเอาไว้ หรือท่านจะปฏิเสธ”
แม่ค้าปลาถึงกับพูดไม่ออกได้แต่มองไปรอบๆ เมื่อผู้คนเริ่มเข้ามามุงดูเหตุการณ์เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ “เอ่อ แม่นางข้าคงจะมองไม่เห็น ต้องขออภัยด้วยข้าจะแถมปลาให้เขาเพื่อเป็นการขอโทษแล้วกัน” เมื่อเห็นว่าถูกจับได้แม่ค้าปลาจึงได้น้ำเสียงอ่อนลงและให้ปลาตัวใหญ่กับเด็กน้อยไป
เมื่อจบเรื่องเหยียนหว่านเอ๋อร์นึกขึ้นได้ว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยให้ตนรออยู่ที่เดิม จึงหันหลังกลับทว่าเธอชนเข้ากับแผงอกมั่นคงที่ยืนอยู่อย่างจัง
“เจ้าจะก่อเรื่องไปตลอดการเดินทางเลยใช่ไหม” เสียงของจ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยขึ้น เขาเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีเขาร้อนใจมากตอนที่พบว่านางหายตัวไป กระทั่งเจอเหยียนหว่านเอ๋อร์ที่กำลังปะทะคารมกับแม่ค้าอย่างใจเย็น ทั้งที่เขาเที่ยวตามหาตัวทั่วตลาดอย่างเป็นห่วง
“ท่านมาแล้วหรือ ข้ากำลังจะกลับไปพอดีเลย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยิ้มแหยเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับหันหลังและเดินหนี
“เดี๋ยวก่อนสิ เจี๋ย” เหยียนหว่านเอ๋อร์วิ่งตาม เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินหญิงสาวเรียกนามของเขาสั้นๆ
“ข้าขอโทษ ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ข้าจะเชื่อฟังท่าน ท่านอย่าโกรธเลยนะ”
“เจ้าอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเจ้าไม่เกี่ยวกับข้า”
“ท่านอย่าโกรธเลยนะ ข้าขอโทษข้าจะไม่ทำอีกแล้วนะ นะ นะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์ร้อนรนเมื่อเขาไม่ยอมหยุดเดินจึงได้ฉวยแขนของเขาเอาไว้ “ท่านจะให้ข้าทำยังไงเล่า เด็กคนนั้นโดนโกงนี่นา อีกอย่างข้าก็เข้าไปเห็นพอดี”
ทันใดนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยก็หยุดเดินแบบไม่มีสัญญาณ หน้าผากของเหยียนหว่านเอ๋อร์ชนเข้าบนไหล่เขาเต็มๆ “โอ้ย”
จ้าวเหยียนเจี๋ยห้ามมือตัวเองไม่ให้ลูบหน้าผากที่แดงหลังจากชนเขาเอาไว้ได้ “ช่วยคนเป็นเรื่องดี แต่เจ้าต้องหัดอยู่นิ่งๆ บ้าง ถ้าหากข้าหาเจ้าไม่เจอเล่าเจ้าจะทำเช่นไร”
“ข้าขอโทษ เอาเป็นว่าข้าจะไม่ทำให้ท่านเป็นห่วงอีก”
“เอาเถอะ ขอเพียงเจ้ารับปากต่อไปจะเชื่อฟังข้า”
“ข้ารับปาก” เอ่ยทันทีทันใดพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องขอโทษเจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว เจ้ากลับมาแล้วมาอยู่ต่อหน้าข้า ทำให้ข้าได้มีโอกาสบอกเจ้าด้วยตัวข้าเองในวันนี้” หลี่เฟิงเสวียนยังคงยิ้มเยือนอย่างอ่อนโยนให้นาง “เอาล่ะหยุดร้องไห้เถิด ตอนนี้เจ้าได้อะไรมาบ้าง และอยากจะถามอะไรจากข้าบ้าง”“หลายอย่างข้ารู้แล้ว แต่...ข้าอยากจะรู้ว่า...ทำไม...ทำไม...ชิงเซียนจึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก นางแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าหลี่เฟิงเสวียนเมื่อเอ่ยถึงชิงเซียน“มันผ่านมาหลายปีแล้วหว่านเอ๋อร์ แม้ข้าจะยังรักและคิดถึงนางอยู่แต่ก็ไม่ได้โศกเศร้าเช่นตอนแรก เพราะข้ารู้ว่านางได้เลือกในสิ่งที่จะทำให้นางมีความสุข และความสุขของนางคือเหยียนเจี๋ยอยู่รอดปลอดภัย และตอนนี้เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังข้าห่างออกไปไม่กี่ก้าว ทั้งยังเป็นศัตรูหัวใจของข้าเสียด้วย” เอ่ยแล้วก็หัวเราะออกมา“มันใช่เวลาที่ท่านจะมาล้อเล่นเช่นนี้หรือไร”“อ้าว เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหรอกหรือ” หลี่เฟิงเสวียนยิ้ม “ข้าจะช่วยเจ้าทุกอย่าง ช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นมิใช่เพื่อเซียนเอ๋อร์แต่เพื่อเจ้าด้วย ชีวิตของข้าก่อนหน้าที่จะเจอเจ้า ข้ามีเพียงชิงเซียนเป็นครอบครัวที
“ไปเถิด” หลี่เฟิงเสวียนก้าวเท้านำไปก่อน เหยียนหว่านเอ๋อร์เข้าไปพยุงซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจ ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใครช่วยพยุงเขาเดินเลยตั้งแต่เขาเสียขาข้างนี้ไปในตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไปด้วยกันนั้น จ้าวเหยียนเจี๋ยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ตอนนี้เขากลับยื่นมือออกไปแตะแขนนางเอาไว้เบาๆเหยียนหว่านเอ๋อร์ชะงัก นางก้มลงมองมือของเขาที่แตะอยู่ที่แขน แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาจ้าวเหยียนเจี๋ยชักมือกลับมาเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของนาง“อิงสง” นางกลับเอ่ยเรียกอู๋อิงสงขึ้นมา“ขอรับ”“เฝ้าเขาเอาไว้ หากเขาคิดหนีไปอีกข้าอนุญาตให้เจ้าทุบเขาให้สลบ จับเขามัดมือมัดเท้าเอาไว้” ระหว่างที่เอ่ยทุกคำออกมานางไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขา จากนั้นก็ก้าวเดินออกไปพร้อมกับหลี่เฟิงเสวียน“เอ่อ...” อู๋อิงสงได้แต่มองตามนางไปงงๆจ้าวเหยียนเจี๋ยมองร่างสองร่างที่เดินเคียงข้างกันออกไป หัวใจของเขาคล้ายถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ในหัวสมองตื้อไปหมด ร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่มีแรงแม้แต่จะยื่นมือออกไปรั้งนาง ไม่มีคำพูดใดๆ เขายืนมองอย่างอย่างนั้นด้วยใบหน้าหวั่นเกรง เพราะการกระทำที่วู่วา
“อีกนานไหม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เสียงสะท้าน พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ร้องไห้ออกมา “ข้าต้องรอเขาอีกนานเพียงใด ข้ากลัวว่าข้าจะหมดแรงไปเสียก่อน ข้ากลัวว่าข้าจะล้มลงไปแล้วไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก เพราะตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” เหยียนหว่านเอ๋อร์กลั้นก้อนสะอื้น แต่ก็ไม่อาจต้านทาน นางร้องไห้ออกมาในที่สุดทว่าก็พยายามไม่ส่งเสียง“เจ้าจะไม่มีวันล้มเพราะหากเจ้าเพลี่ยงพล้ำ เจ้ายังมีพวกข้าคอยประคองอยู่ข้างๆ ข้ากับอิงสงไม่มีวันปล่อยให้เจ้าล้ม หากเจ้าล้มจริงก็ต้องหลังจากที่ข้ากับอิงสงล้มเท่านั้น ดังนั้นอย่ากลัวไปเลย” ไม่มีครั้งใดที่สือเจี้ยนหาวจะอ่อนโยนได้มากเท่าครั้งนี้อีกแล้ว ไม่มี“ข้ารู้แล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางยิ้มให้เขาทั้งน้ำตาก่อนที่มองตรงไปยังกระท่อมหลังนั้นอีกครั้ง“มาเถิดขอรับ เราต้องกลับกันแล้ว” อู๋อิงสงเอ่ย“ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์ตอบรับอย่างว่าง่าย นางปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าไป รถม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ห่างออกไปจากเนินเล็กๆ นั้น เมื่อนางเปิดม่านรถม้าขึ้นอีกครั้งสือเจี้ยนหาวก็หายไปแล้ว กระนั้นนางก็ยังคงพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปยังกระท่อมหลังนั้นขณะเดียวกันจ้าวเหยียนเจี๋
อู๋อิงสงเร่งรุดตามเหยียนหว่านเอ๋อร์มาทันทีที่รู้ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์มายังตระกูลอิ่นเพียงลำพัง เขาแจ้งเด็กในร้านว่าต้องการพบคุณชายน้อยที่มาพบเจ้าบ้านอิ่นเพราะมีเรื่องด่วน ดังนั้นเด็กในร้านจึงเดินนำอู๋อิงสงไปนั่งรอที่ห้องอีกห้อง ไม่นานเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เดินออกมา ข้างหลังของนางตามมาด้วยบุรุษสวมหน้ากาก แต่คนที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วออกมาคือหญิงสาวในชุดรัดกุมอวิ๋นหยาเองก็มิคาดว่าผู้ที่มาคืออู๋อิงสง ดังนั้นแม้จะตระหนกไม่น้อยทว่านางกลับรักษาสีหน้าได้เป็นอย่างดี“มีเรื่องด่วนอะไรหรือ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยถามเขา“ท่านไม่ควรออกมาโดยพลการเช่นนี้”“ข้ารู้ แต่มีเรื่องด่วนที่ข้าจะต้องจัดการ”“เราต้องออกไปนอกเมืองกันขอรับ” อู๋อิงสงเอ่ยเพียงเท่านั้นเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน” เหยียนหว่านเอ๋อร์เดินตามอู๋อิงสงออกมาก็พบว่ามีรถม้ามารออยู่แล้ว และทั้งสองก็ขึ้นรถม้าออกไปยังนอกเมือง “เขาอยู่ที่ไหน”“หมู่บ้านชาวนา นอกกำแพงเมืองขอรับ”เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับรู้ “เขายังคงไม่รู้ตัวกระมังว่าเจี้ยนหาวเจอตัวเขาแล้ว”“ขอรับ เจี้ยนหาวเพียงแต่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั
“ข้าไม่ได้หมายถึงเขาเสียหน่อย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยังคงครุ่นคิด ในเมื่อหลี่เฟิงเสวียนเคยทำได้...แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เช่นนั้นก็เหลือเพียงคนผู้เดียวที่นางนึกถึง หากในโลกนี้เสวียนหมิงทำไม่ได้...ก็ไม่มีคนอื่นอีก“ท่านไปสืบหาหลี่หลิง ส่วนข้าจะลองหาผู้ที่สามารถสยบราชอาลักษณ์หญิงเอง”หลังจากที่จ้าวเหยียนอิ่งปลีกตัวจากไป เขาไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์หายวับไปทันที นางเดินเข้าไปในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของบุรุษ จากนั้นก็ตรงไปยังตระกูลอิ่น “ข้าต้องหาตัวหลี่หลิงให้พบก่อนเขา มิเช่นนั้นทุกอย่างก็สูญเปล่า จ้าวเหยียนอิ่งจะยังรู้ความจริงทั้งหมดตอนนี้ไม่ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์พึมพำในลำคอรถม้าเรียบง่ายคันหนึ่งวิ่งออกมาจากเรือนพักพิเศษในค่ายทหาร ภายในรถม้ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งเงียบๆ อย่างใช้ความคิด คนขับรถม้ามีหน้าตาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นๆ ของเขาไหลออกมาไม่หยุด เพียงแค่คิดว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับคนที่อยู่ในรถม้า ตัวเขาไม่พ้นต้องหัวหลุดจากบ่าแน่...ไม่มีคำสั่งท่านรองแม่ทัพ ไม่มีคนคุ้มกัน แต่เขากลับพาผู้รักษาการออกมาจากค่ายโดยพละการณ์เช่นนี้“เจ้ากลับไปได้แล้ว”“อะ...อะไ
“ข้าคัดลอกมันมา”“อ้อ”“เจ้าค่อยๆ อ่าน” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยแล้วนั่งลงจิบชา เหยียนหว่านเอ๋อร์ก้มลงอ่าน แม้ว่านางจะรู้เรื่องหลายเรื่อง ทว่าสำนวนคดีจะช่วยให้เรื่องที่นางยังไม่รู้แน่ชัดกระจ่างขึ้นไปอีก “เจ้าจะไม่ถามถึงจินเอ๋อร์เลยหรือ” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยถาม“ข้ารู้ว่าท่านหรือจะปล่อยให้นางคลาดสายตา” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยทั้งที่ไม่ได้เงยหน้ามาจากสำนวนคดีของพระสนมหลินในอดีต“แล้วเจ้าไม่สงสัยเลยหรือว่าทำไมมารดาของนางจึงพานางออกไปจากเมืองหลวง”“ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าต้นเหตุก็มาจากท่าน มารดาของนางต้องการให้นางเป็นชายาองค์รัชทายาท แต่นางกลับออกจากวังไปกับขบวนองค์ชายสาม ทว่าขากลับมาเมืองหลวงกลับเป็นท่านที่พานางไปส่ง เห็นชัดอยู่แล้วว่าท่านจงใจประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่านางคือว่าที่พระชายาของท่าน ตอนนี้มารดาของนางพานางหลบไปจากเมืองหลวง ก็เพราะอยากจะให้ข่าวลือเรื่องจินเอ๋อร์จะแต่งเข้าจวนท่านหายไปก่อน แต่แน่นอนว่าท่านต้องรู้แน่นอนว่านางถูกพาไปที่ใด มิเช่นนั้นท่านจะมานั่งทำสงครามประสาทกับข้าอยู่ที่นี่หรือ”“ข้ามิอาจดูเบาเจ้าเลยจริงๆ”“ข้าจะถือว่าเป็นคำชม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นในที่สุด “สำนวนพวก





![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

