แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 13:36:33

จ้าวเหยียนเจี๋ยยิ่งเห็นรอยยิ้มนั้นยิ่งหนักใจ เขาคล้ายสังหรณ์ใจว่าต่อแต่นี้ไปชีวิตเขาคงต้องยุ่งวุ่นวายแน่ ดูจากที่เมื่อครู่ตอนที่เขาหานางไม่พบ เขาทั้งโกรธทั้งร้อนใจ แต่เมื่อเจอตัวการกลับพบว่าเขาโล่งอกมากกว่าที่จะอยากลงโทษคนตรงหน้า “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่า...”

“แหมก็ชื่อสั้นๆ เรียกง่ายดีนี่นา ข้าเรียกเจี๋ยเฉยๆ ไม่ดีหรือไง” เพราะคิดว่าเขาโกรธหญิงสาวจึงบ่นออกมาเบาๆ

“ข้าก็ยังไม่ได้บอกว่าไม่ได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบนั่นหมายถึงอนุญาตนั่นเอง

หญิงสาวยิ้มแป้น “ไปเถอะเราต้องออกเดินทางแล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยิ้มเมื่อเขายื่นถุงน้ำที่เขาเพิ่งไปเติมจนเต็มให้ และเดินตามเขาไปโดยดี

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เหยียนหว่านเอ๋อร์ได้ขี่ม้า ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ผิดกับจ้าวเหยียนเจี๋ยเขาต้องสงบจิตใจไปตลอดทางเมื่อมีร่างนุ่มนิ่มทั้งยังหอมกรุ่นนั่งเบียดอยู่ด้านหน้า บาดแผลของเขายังไม่หายสนิทจึงเพียงแต่ปล่อยให้ม้าวิ่งเยาะๆ ไม่ได้ควบวิ่งเต็มเหยียดอย่างที่เขาชอบทำตอนที่ขี่ม้า พวกเขาจึงเดินทางได้ไม่เร็วนัก กระทั่งบ่ายคล้อยทั้งสองจึงสามารถข้ามเขามาได้ เมื่อครู่ตอนที่อยู่บนเขาเหยียนหว่านเอ๋อร์สามารถมองเห็นเมืองเล็กๆ อย่างชัดเจน ทว่าทิศทางที่จ้าวเหยียนเจี๋ยพาขี่ม้าไปกลับเป็นคนละทิศทางกัน

“ท่านไม่หิวหรือ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอี้ยวตัวกลับมาถามเขา

“เจ้าหิวแล้วหรือ” เหยียนเจี๋ยเอ่ยถามตายังคงมองไปข้างหน้า

“เปล่า...แต่เมื่อย”

“ทนอีกสักนิดเถิด ใกล้จะถึงลำธารแล้ว เราจะพักที่นั่น” จ้าวเหยียนเจี๋ยบังคับม้าอย่างชำนาญ ทั้งยังจดจ่อกับการมองไปรอบๆ เพื่อระแวดระวังภัย เพราะยิ่งเขาเข้าใกล้เมืองหลวงเท่าไหร่อันตรายที่รออยู่ก็ยิ่งมากเท่านั้น

“เราจะไม่พักโรงเตี้ยมเช่นทุกครั้งหรือ”

“วันนี้เราจะไม่เข้าไปในเมือง”

“แล้วเราจะไปพักที่ไหนเล่า”

“นอกเมืองมีลำธารเล็กๆ ตัดผ่าน สุดลำธารนั้นมีวัดร้างอยู่ ข้ากับคนของข้าเคยค้างแรมที่นั่น ข้าจะลองไปดูว่าเขาทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้หรือไม่” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ย

“นี่ถ้าที่นี่มีโทรศัพท์คงดีนะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์หัวเราะ

“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”

“เปล่าหรอก ว่าแต่ลำธารนั่นน่าจะมีปลาเรากินปลาย่างกันดีไหม” เหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนเขาคุยเสียงเจื้อยแจ้ว โดยไม่ได้สนใจมองเลยว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยนั้นกำลังสอดส่ายสายตาระวังภัยไปตลอดทาง ไม่นานหลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางมาถึงวัดร้าง จ้าวเหยียนเจี๋ยเล่าให้หญิงสาวฟังว่าวัดร้างแห่งนี้เคยถูกพายุพัดจนหินถล่มลงมา ตัววัดเสียหายไปกว่าครึ่ง เมื่อเจ้าอาวาสเห็นว่ายากเกินจะบูรณะ จึงได้พาพระลูกวัดย้ายไปพำนักยังวัดที่ชาวบ้านสร้างขึ้นใหม่ ใกล้ๆ กับหมู่บ้านที่สันเขา

“ดูลึกลับจัง คงไม่มีผีหรอกนะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยติดตลก ทว่าบรรยากาศโดยรอบก็ทำให้นึกถึงบ้านผีสิงอยู่เหมือนกัน

“เจ้ากลัวผีหรือ”

“กลัวสิ”

“เคยเห็นหรือไร”

“ไม่เคย แต่ก็ไม่ได้อยากจะเห็นหรอก ว่าแต่ตอนที่หินถล่มมีคนตายหรือเปล่า”เหยียนหว่านเอ๋อร์อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

“ไม่รู้สิข้าไม่ได้เห็นกับตา” จ้าวเหยียนเจี๋ยไม่ได้บอกไปว่ามีพระลูกวัดหลายรูปที่โดนหินทับไปพร้อมกับอาราม เนื่องจากหนีออกมาไม่ทัน ที่จริงเขาเพียงได้ยินมาเท่านั้นไม่ได้เห็นกับตาจึงไม่ถือว่าเขาโกหก

“เอาเถอะ จะอย่างไรก็คงดีกว่านอนที่โล่งๆ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เดินตามจ้าวเหยียนเจี๋ยเข้าไปด้านใน

จากทางเข้าที่ดูน่ากลัวกลับพบว่าด้านในไม่ได้แย่อย่างที่คิด จากเดิมส่วนที่ควรจะเป็นห้องโถงใหญ่ของอาราม ตอนนี้กลายเป็นห้องกว้างห้องหนึ่ง ทั้งยังโล่งและอากาศก็ยังถ่ายเทได้ดี โพรงหินที่ทับซ้อนกันนั้นมีช่องว่างมากมาย ด้านบนที่ควรจะเป็นหลังคาตอนนี้มีหินก้อนใหญ่กลิ้งลงมาทับจนกลายเป็นหลังคาหินแทน เมื่อเดินไปสำรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบร่องรอยใดๆ จ้าวเหยียนเจี๋ยจึงเดินกลับมาหาเหยียนหว่านเอ๋อร์ หญิงสาวนั่งลงบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความปวดเมื่อยจากการขี่ม้า

“พบอะไรหรือไม่”

“ไม่มี อีกทั้งที่นี่ไม่มีคนเข้ามานานมากแล้ว ข้าจะไปจับปลา เจ้าบอกว่าอยากจะกินปลาย่างนี่”

เหยียนหว่านเอ๋อร์รับห่อผ้ามาจากเขา แล้วเดินเข้าไปยังกองหญ้าแห้งๆ มุมหนึ่งของห้องก่อนจะเริ่มรื้อค้นข้าวของ

“นั่นเจ้าทำอะไร”

“จะไปอาบน้ำ”

“เช่นนั้นเจ้าไปอาบน้ำก่อนข้าจะก่อกองไฟ”

“ไม่เอาหรอก ถ้าหากมีคนผ่านมาตอนข้าอาบน้ำเล่า ไปพร้อมท่านมีอะไรท่านจะได้ช่วยข้าทัน” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ย

“แต่....”

“ถ้าหากท่านกล้าแอบดูข้าล่ะก็...” เหยียนหว่านเอ๋อร์หันมามองเขาแล้วทำท่าเอานิ้วปาดคอ “อย่าคิดว่าข้าทำไม่ได้นะ”

“...” จ้าวเหยียนเจี๋ยได้แต่อ่อนอกอ่อนใจกับหญิงสาวเสียจริงๆ เพราะดูเหมือนหญิงสาวจะไว้ใจเขาจนสนิทใจเลยทีเดียว

เมื่อทั้งสองเดินมาที่ลำธาร จ้าวเหยียนเจี๋ยให้เหยียนหว่านเอ๋อร์ไปอาบน้ำอีกด้าน ซึ่งจุดนั้นมีหินก้อนใหญ่ยื่นออกมาจนกั้นสายตาของเขาเพราะเขาเองก็ต้องจับปลาเช่นกัน

“นี่ ท่านเป็นคนเมืองหลวงโดยกำเนิดเลยหรือ” เหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนเขาคุยตอนอาบน้ำ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 170

    “ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องขอโทษเจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว เจ้ากลับมาแล้วมาอยู่ต่อหน้าข้า ทำให้ข้าได้มีโอกาสบอกเจ้าด้วยตัวข้าเองในวันนี้” หลี่เฟิงเสวียนยังคงยิ้มเยือนอย่างอ่อนโยนให้นาง “เอาล่ะหยุดร้องไห้เถิด ตอนนี้เจ้าได้อะไรมาบ้าง และอยากจะถามอะไรจากข้าบ้าง”“หลายอย่างข้ารู้แล้ว แต่...ข้าอยากจะรู้ว่า...ทำไม...ทำไม...ชิงเซียนจึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก นางแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าหลี่เฟิงเสวียนเมื่อเอ่ยถึงชิงเซียน“มันผ่านมาหลายปีแล้วหว่านเอ๋อร์ แม้ข้าจะยังรักและคิดถึงนางอยู่แต่ก็ไม่ได้โศกเศร้าเช่นตอนแรก เพราะข้ารู้ว่านางได้เลือกในสิ่งที่จะทำให้นางมีความสุข และความสุขของนางคือเหยียนเจี๋ยอยู่รอดปลอดภัย และตอนนี้เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังข้าห่างออกไปไม่กี่ก้าว ทั้งยังเป็นศัตรูหัวใจของข้าเสียด้วย” เอ่ยแล้วก็หัวเราะออกมา“มันใช่เวลาที่ท่านจะมาล้อเล่นเช่นนี้หรือไร”“อ้าว เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหรอกหรือ” หลี่เฟิงเสวียนยิ้ม “ข้าจะช่วยเจ้าทุกอย่าง ช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นมิใช่เพื่อเซียนเอ๋อร์แต่เพื่อเจ้าด้วย ชีวิตของข้าก่อนหน้าที่จะเจอเจ้า ข้ามีเพียงชิงเซียนเป็นครอบครัวที

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 169

    “ไปเถิด” หลี่เฟิงเสวียนก้าวเท้านำไปก่อน เหยียนหว่านเอ๋อร์เข้าไปพยุงซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจ ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใครช่วยพยุงเขาเดินเลยตั้งแต่เขาเสียขาข้างนี้ไปในตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไปด้วยกันนั้น จ้าวเหยียนเจี๋ยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ตอนนี้เขากลับยื่นมือออกไปแตะแขนนางเอาไว้เบาๆเหยียนหว่านเอ๋อร์ชะงัก นางก้มลงมองมือของเขาที่แตะอยู่ที่แขน แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาจ้าวเหยียนเจี๋ยชักมือกลับมาเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของนาง“อิงสง” นางกลับเอ่ยเรียกอู๋อิงสงขึ้นมา“ขอรับ”“เฝ้าเขาเอาไว้ หากเขาคิดหนีไปอีกข้าอนุญาตให้เจ้าทุบเขาให้สลบ จับเขามัดมือมัดเท้าเอาไว้” ระหว่างที่เอ่ยทุกคำออกมานางไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขา จากนั้นก็ก้าวเดินออกไปพร้อมกับหลี่เฟิงเสวียน“เอ่อ...” อู๋อิงสงได้แต่มองตามนางไปงงๆจ้าวเหยียนเจี๋ยมองร่างสองร่างที่เดินเคียงข้างกันออกไป หัวใจของเขาคล้ายถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ในหัวสมองตื้อไปหมด ร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่มีแรงแม้แต่จะยื่นมือออกไปรั้งนาง ไม่มีคำพูดใดๆ เขายืนมองอย่างอย่างนั้นด้วยใบหน้าหวั่นเกรง เพราะการกระทำที่วู่วา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 168

    “อีกนานไหม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เสียงสะท้าน พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ร้องไห้ออกมา “ข้าต้องรอเขาอีกนานเพียงใด ข้ากลัวว่าข้าจะหมดแรงไปเสียก่อน ข้ากลัวว่าข้าจะล้มลงไปแล้วไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก เพราะตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” เหยียนหว่านเอ๋อร์กลั้นก้อนสะอื้น แต่ก็ไม่อาจต้านทาน นางร้องไห้ออกมาในที่สุดทว่าก็พยายามไม่ส่งเสียง“เจ้าจะไม่มีวันล้มเพราะหากเจ้าเพลี่ยงพล้ำ เจ้ายังมีพวกข้าคอยประคองอยู่ข้างๆ ข้ากับอิงสงไม่มีวันปล่อยให้เจ้าล้ม หากเจ้าล้มจริงก็ต้องหลังจากที่ข้ากับอิงสงล้มเท่านั้น ดังนั้นอย่ากลัวไปเลย” ไม่มีครั้งใดที่สือเจี้ยนหาวจะอ่อนโยนได้มากเท่าครั้งนี้อีกแล้ว ไม่มี“ข้ารู้แล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางยิ้มให้เขาทั้งน้ำตาก่อนที่มองตรงไปยังกระท่อมหลังนั้นอีกครั้ง“มาเถิดขอรับ เราต้องกลับกันแล้ว” อู๋อิงสงเอ่ย“ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์ตอบรับอย่างว่าง่าย นางปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าไป รถม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ห่างออกไปจากเนินเล็กๆ นั้น เมื่อนางเปิดม่านรถม้าขึ้นอีกครั้งสือเจี้ยนหาวก็หายไปแล้ว กระนั้นนางก็ยังคงพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปยังกระท่อมหลังนั้นขณะเดียวกันจ้าวเหยียนเจี๋

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 167

    อู๋อิงสงเร่งรุดตามเหยียนหว่านเอ๋อร์มาทันทีที่รู้ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์มายังตระกูลอิ่นเพียงลำพัง เขาแจ้งเด็กในร้านว่าต้องการพบคุณชายน้อยที่มาพบเจ้าบ้านอิ่นเพราะมีเรื่องด่วน ดังนั้นเด็กในร้านจึงเดินนำอู๋อิงสงไปนั่งรอที่ห้องอีกห้อง ไม่นานเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เดินออกมา ข้างหลังของนางตามมาด้วยบุรุษสวมหน้ากาก แต่คนที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วออกมาคือหญิงสาวในชุดรัดกุมอวิ๋นหยาเองก็มิคาดว่าผู้ที่มาคืออู๋อิงสง ดังนั้นแม้จะตระหนกไม่น้อยทว่านางกลับรักษาสีหน้าได้เป็นอย่างดี“มีเรื่องด่วนอะไรหรือ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยถามเขา“ท่านไม่ควรออกมาโดยพลการเช่นนี้”“ข้ารู้ แต่มีเรื่องด่วนที่ข้าจะต้องจัดการ”“เราต้องออกไปนอกเมืองกันขอรับ” อู๋อิงสงเอ่ยเพียงเท่านั้นเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน” เหยียนหว่านเอ๋อร์เดินตามอู๋อิงสงออกมาก็พบว่ามีรถม้ามารออยู่แล้ว และทั้งสองก็ขึ้นรถม้าออกไปยังนอกเมือง “เขาอยู่ที่ไหน”“หมู่บ้านชาวนา นอกกำแพงเมืองขอรับ”เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับรู้ “เขายังคงไม่รู้ตัวกระมังว่าเจี้ยนหาวเจอตัวเขาแล้ว”“ขอรับ เจี้ยนหาวเพียงแต่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 166

    “ข้าไม่ได้หมายถึงเขาเสียหน่อย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยังคงครุ่นคิด ในเมื่อหลี่เฟิงเสวียนเคยทำได้...แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เช่นนั้นก็เหลือเพียงคนผู้เดียวที่นางนึกถึง หากในโลกนี้เสวียนหมิงทำไม่ได้...ก็ไม่มีคนอื่นอีก“ท่านไปสืบหาหลี่หลิง ส่วนข้าจะลองหาผู้ที่สามารถสยบราชอาลักษณ์หญิงเอง”หลังจากที่จ้าวเหยียนอิ่งปลีกตัวจากไป เขาไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์หายวับไปทันที นางเดินเข้าไปในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของบุรุษ จากนั้นก็ตรงไปยังตระกูลอิ่น “ข้าต้องหาตัวหลี่หลิงให้พบก่อนเขา มิเช่นนั้นทุกอย่างก็สูญเปล่า จ้าวเหยียนอิ่งจะยังรู้ความจริงทั้งหมดตอนนี้ไม่ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์พึมพำในลำคอรถม้าเรียบง่ายคันหนึ่งวิ่งออกมาจากเรือนพักพิเศษในค่ายทหาร ภายในรถม้ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งเงียบๆ อย่างใช้ความคิด คนขับรถม้ามีหน้าตาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นๆ ของเขาไหลออกมาไม่หยุด เพียงแค่คิดว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับคนที่อยู่ในรถม้า ตัวเขาไม่พ้นต้องหัวหลุดจากบ่าแน่...ไม่มีคำสั่งท่านรองแม่ทัพ ไม่มีคนคุ้มกัน แต่เขากลับพาผู้รักษาการออกมาจากค่ายโดยพละการณ์เช่นนี้“เจ้ากลับไปได้แล้ว”“อะ...อะไ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 165

    “ข้าคัดลอกมันมา”“อ้อ”“เจ้าค่อยๆ อ่าน” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยแล้วนั่งลงจิบชา เหยียนหว่านเอ๋อร์ก้มลงอ่าน แม้ว่านางจะรู้เรื่องหลายเรื่อง ทว่าสำนวนคดีจะช่วยให้เรื่องที่นางยังไม่รู้แน่ชัดกระจ่างขึ้นไปอีก “เจ้าจะไม่ถามถึงจินเอ๋อร์เลยหรือ” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยถาม“ข้ารู้ว่าท่านหรือจะปล่อยให้นางคลาดสายตา” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยทั้งที่ไม่ได้เงยหน้ามาจากสำนวนคดีของพระสนมหลินในอดีต“แล้วเจ้าไม่สงสัยเลยหรือว่าทำไมมารดาของนางจึงพานางออกไปจากเมืองหลวง”“ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าต้นเหตุก็มาจากท่าน มารดาของนางต้องการให้นางเป็นชายาองค์รัชทายาท แต่นางกลับออกจากวังไปกับขบวนองค์ชายสาม ทว่าขากลับมาเมืองหลวงกลับเป็นท่านที่พานางไปส่ง เห็นชัดอยู่แล้วว่าท่านจงใจประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่านางคือว่าที่พระชายาของท่าน ตอนนี้มารดาของนางพานางหลบไปจากเมืองหลวง ก็เพราะอยากจะให้ข่าวลือเรื่องจินเอ๋อร์จะแต่งเข้าจวนท่านหายไปก่อน แต่แน่นอนว่าท่านต้องรู้แน่นอนว่านางถูกพาไปที่ใด มิเช่นนั้นท่านจะมานั่งทำสงครามประสาทกับข้าอยู่ที่นี่หรือ”“ข้ามิอาจดูเบาเจ้าเลยจริงๆ”“ข้าจะถือว่าเป็นคำชม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นในที่สุด “สำนวนพวก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status