ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย

ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย

last updateLast Updated : 2026-04-26
By:  FairymanytailsOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
20views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมิ่งซูเหยาถูกคนรักที่คบหากันมาสิบปีทรยศ ด้วยการบอกเลิกเพราะเขาทำสตรีอีกคนตั้งครรภ์ ทว่าเรื่องโหดร้ายไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์กำหนด หรือเพราะกรรมเก่ายังไม่สิ้นกับชายที่ชื่อเฉินหนานเซิงกันแน่ เธอจึงได้เกิดใหม่ในร่างสตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นบ้า และถูกบังคับให้แต่งงานแก้เคล็ดเพื่อรักษาชีวิตแม่ทัพเอกแห่งแผ่นดิน หากคิดว่านั่นคือเคราะห์ร้ายที่สุดแล้วก็ผิดถนัด เพราะในโลกใหม่นี้ยังมีคนชั่วสองคนที่ทำให้เธอตายหายใจร่วมโลกกับเธออีกครั้ง... แต่ชาตินี้อย่าหวังว่าเธอจะยอมรับชะตากรรมเช่นเดิม เรื่องราวของฮูหยินตัวแสบและแม่ทัพตัวร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น… พวกเขาจะลงเอยเช่นไร ติดตามได้เลยค่ะ จากไรต์ถึงรี้ด นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีดราม่าแค่พอกรุบ ๆ ไม่หนักจนเกินไป แต่รับรองว่าจะอบอุ่นและทำให้ทุกคนอินไปกับเส้นทางของเมิ่งซูเหยากับเฉินหนานเซิงแน่นอนค่ะ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ไรต์ขอฝากกดไลก์ กดหัวใจ และเขียนคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ ทุกข้อความจากรี้ดคือพลังที่ทำให้ไรต์ยิ้มได้เสมอ

View More

Chapter 1

บทนำ ต้องไม่เหมือนเดิมอีก

          ปัง!

          “แม่ทัพเฉินรับบุตรีของราชครูเมิ่งเป็นฮูหยินเอกอย่างนั้นเรอะ?”

            “ไม่ผิดแน่ขอรับท่านพ่อ”

            “บัดซบที่สุด ...จนแล้วจนรอดพวกเราก็ไม่อาจตัดรากถอนโคนตระกูลเมิ่งได้ นางเป็นเพียงสตรีสติไม่สมประกอบแท้ ๆ”

            “ท่านพ่อก็รู้ว่า ไม่มีใครกล้าเพิกเฉยต่อคำพูดของนักพรตเหิง...ไม่เว้นแม้แต่ฝาบาท”

            “แต่ช่างเรื่องนั้นเถิดขอรับ ตอนนี้องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาจากแคว้นเหล่ยแล้ว พวกเราคงต้องหยุดมือก่อน”

           

            สองคนพ่อลูกตระกูลหานผู้ทำให้ตระกูลคู่แข่งล่มจมพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด... เพราะตัวละครบางตัวทำให้เรื่องไม่เป็นไปดังที่วางแผนเอาไว้

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสมากที่ยอมช่วยข้าเล่นละครตบตาพวกมัน”เสียงของคนป่วยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

            “หึ เจ้าไม่คิดหรอกหรือว่าสิ่งที่ข้าเตือนตระกูลเฉินไปเป็นเรื่องจริง... หาใช่เรื่องโกหก”

            “หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้ซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะคุณชายเมิ่ง” น้ำเสียงอ่อนโยนแกมขี้เล่นของผู้อาวุโสตอบโต้พลางจับชีพจรของอีกฝ่าย

            เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ อาการของคนป่วยนับว่าปลอดภัยแล้ว

            “ไม่ว่าจะจริงหรือหลอก...ข้าไม่สนสักนิด ขอเพียงแค่น้องสาวข้ารอดเท่านั้น”

            ‘เมิ่งจื่อหราน’ ผู้ที่ร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผล หลับตาลงอย่างอ่อนล้ายามพูดกับ ‘นักพรต’ ที่ผู้คนทั่วเมืองหลวงพากันนับถือ

            หากมิใช่เพราะคนผู้นี้ช่วยไว้ เขากับน้องสาวคงต้องตายตามบิดากับมารดาไปแล้ว

            ต่อให้ไร้หลักฐานมัดตัว แต่เขาแน่ใจเสียยิ่งกว่าอะไรว่าตระกูลหานคือคนลงมือ

            ‘แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าสาบานว่าจะแก้แค้นให้พวกท่านให้ได้ขอรับ... ท่านพ่อท่านแม่’

            “เจ้านอนพักเถิด การมีลมหายใจเท่านั้นที่จะทำให้คนเราทำในสิ่งที่ต้องการได้” นักพรตเหิงลูบเคราตนเองช้า ๆ ก่อนเตือนเด็กหนุ่ม

            ‘กว่ายี่สิบชีวิตที่สูญเสียไป หากข้าบอกให้เด็กหนุ่มคนนี้ปล่อยวาง ก็เท่ากับราดน้ำมันลงไปบนกองเพลิง...ปล่อยให้มันเป็นไปตามสวรรค์ลิขิตก็แล้วกัน’

            ตัวละครที่พ่อลูกตระกูลหานหวังให้ตายตามตกกันไปทั้งตระกูล...กลับมีลมหายใจอยู่ถึงสองชีวิต

            ฝ่ายหนึ่งคือผู้เป็นพี่ชายอย่าง... เมิ่งจื่อหราน

            และอีกหนึ่งคือน้องสาวผู้มีสติไม่สมประกอบของเขา... ซึ่งยามนี้นางไม่ใช่น้องสาวคนเดิมของเขาอีกต่อไป!!

            ความเย็นของผ้าห่มชื้นซึมเข้ามาถึงผิวหนัง ‘เมิ่งซูเหยา’สะดุ้ง เสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ ตรงชายคาดังแข่งกับเสียงสะอื้นของใครดังคลออยู่ไม่ขาดสาย

            “โอ๊ยปวดหัวเป็นบ้า ไม่น่ากินเหล้าเยอะขนาดนั้นเลยเหยาเหยาเอ๊ยย” เสียงพึมพำดังขึ้นจากร่างที่นอนหลับใหลมาถึงสองวันเต็ม ๆ ดังขึ้น

            “ฮือ ๆ คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ”

            “นี่หลิงเอ๋อร์ ฉันแค่เมาต้องร้องไห้ด้วยเหรอ” คนพูดพึมพำ โดยไม่แม้จะลืมตามองสิ่งรอบกายภายนอกแม้แต่น้อย

            ร่างกายที่ร้าวระบมและไข้ที่ยังไม่สร่าง ทำให้หญิงสาวสะลึมสะลือ

            “คุณหนูของบ่าว ทะ ท่านพูดได้แล้วหรือเจ้าคะ? ฮือ ๆ”

            สาวใช้ผู้น่าสงสารที่ดูแลเจ้านายสาวผู้อาภัพมานานหลายปี ร้องไห้หนักกว่าเดิม

            เจ้านายไม่เคยพูดกับนางแม้เพียงครึ่งคำ...กลับพูดจาตอบโต้เป็นประโยคได้เป็นครั้งแรก

            “หลิงเอ๋อร์ดูทีวีมากไปแล้ว แล้วใครเป็นคุณหนูอะไรกัน ฉันเจียเจียของเธอนะ”

            “เธอทำข้าวต้มให้พี่หน่อยสิ” คนฟังแม้จะรู้สึกไม่คุ้นกับสำเนียงการพูดนั้น ...แต่ยังไม่เอะใจแม้แต่น้อย

            “ฮือ ๆ คุณหนูเจ้าคะ พวกเราไม่ได้อยู่จวนราชครูอีกแล้ว”

            คราวนี้เสียงสาวใช้ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ และคำพูดแปลกประหลาด...ทำให้เมิ่งซูเหยาจำเป็นต้องฝืนลืมตาขึ้นมา

            ...

            และมันทำให้เธอต้องสบถดังลั่น “เฮ้ยยยย บ้าฉิบ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” เมิ่งซูเหยาตกใจสุดขีดกับสิ่งที่เห็นรอบตัว ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบก็ถูกขัดจังหวะ

          แอ๊ดดด เสียงประตูดังขึ้นพร้อมร่างสตรีสูงศักดิ์กับบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง

            สตรีนางนั้นจ้องเมิ่งซูเหยาก่อนเริ่มตำหนิทันที “เป็นคุณหนูบุตรราชครูแท้ ๆ กล้าพูดจาหยาบคายเช่นนั้นได้อย่างไร ต่อให้เจ้าเป็นคนสติไม่ดี แต่ในฐานะฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพอย่าทำให้เขาเสื่อมเสีย”

            เมิ่งซูเหยาไม่นำพาคำตำหนิติเตียนและสายตาไม่เป็นมิตรนั้น ...เพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะต้องตกใจอะไรก่อนดี

            ระหว่างเรื่องที่ชายตรงหน้าแต่งชุดราวกับคนที่หลุดมาจากละครโบราณที่เธอดูทุกวัน…

          หรือเรื่องที่เขาคนนี้ช่างเหมือนใครบางคนที่ทำให้เธอต้องเมาหัวราน้ำเมื่อคืนนี้... ในหัวผุดภาพที่มันทำให้หัวใจของเธอชาหนึบอีกครั้ง

            “เหยาเหยา ผมขอโทษ แต่เธอกำลังท้องลูกของผม”

            “คุณตัดใจจากผมเสียเถอะนะ ... นี่คือเงินล้านหยวน ค่าเสียเวลาที่ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้”

            คำพูดไร้สำนึกผิดของคนที่เป็นแฟนเธอมาถึงสิบปียังก้องดังอยู่ในหู...

            เขามาหาเธอพร้อมกับชู้ที่ท้องแก่ใกล้คลอดเพื่อบอกเลิก

            สองคนนั้น... หน้าตาเหมือนกับสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอราวกับแกะ

            เมิ่งซูเหยาดวงตาแดงก่ำ จ้องคนทั้งคู่ราวจะฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ  

            “บังอาจนัก!!”

            “เจ้ามองท่านแม่ทัพของแผ่นดินด้วยสายตาอาฆาตเช่นนั้นได้อย่างไรกัน เด็ก ๆ สั่งสอนมันเดี๋ยวนี้”

            เว่ยหนิงอัน จ้องสตรีที่แย่งชิงตำแหน่งฮูหยินเอกของตนไปด้วยสีหน้าโกรธแค้น ก่อนสั่งคนของตัวเองอย่างถือดี

            ในใจของนางร้อนรนราวกับถูกไฟสุมเมื่ออีกคนยังมีชีวิตอยู่ นางเป็นคนผลักมันให้ตกน้ำเองกับมือและเห็นเองกับตาว่าร่างของมันจมดิ่งลงก้นสระบัวเย็นยะเยือกแล้วแท้ๆ ...

            แต่มันกลับไม่ตาย

            อีกทั้งสิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ... ‘เมื่อครู่นี้แกพูดได้ใช่ไหมนังโง่ แกมิได้บ้าใบ้เหมือนที่คนร่ำลือเลยสักนิด?

           

            “หนิงอัน อย่าเสียเวลากับคนบ้าคนเดียวเลย นางไม่ตายก็ดีแล้ว พวกเรากลับจวนของเจ้ากันดีกว่า”

            เสียงทุ้มพร่าของเฉินหนานเซิงดังขึ้นห้ามปราม พลางปรายตามองคนที่มองเขาอย่างโกรธแค้น จนผิดวิสัยของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            คำพูดทิ่มแทงและแววตาขุ่นเคืองของเขาทำให้เมิ่งซูเหยากัดริมฝีปากตนเองแน่น ทว่าก่อนที่เธอจะตอบโต้สิ่งใด ความเจ็บแปลบแล่นเข้าโจมตีเสียก่อน

            “อ๊ะ โอ๊ยยย”

            เมิ่งซูเหยาที่พยายามจะจับต้นชนปลายเรื่องราว ร้องโอดโอยพลางกุมขมับของตนเอง จู่ ๆ ความทรงจำของใครบางคนก็พลันแล่นเข้ามาในหัวโดยไม่รู้จบ

            “ท่านแม่ทัพ! ช่วยฮูหยินด้วยเจ้าคะ!” เสียงเหมยเอ๋อร์สั่นเครือ ร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นนายสาวทรุดลงตรงหน้า

            แต่สิ่งที่เด็กสาวได้ยินกลับทำให้หัวใจเย็นเฉียบ

            “บังอาจ!” เสียงคำรามต่ำสะท้อนก้องทั่วห้องโถง

            “ข้าไม่เคยมีฮูหยิน” ทุกถ้อยคำถูกเน้นหนักราวคมดาบขณะที่สายตามองไปยังเมิ่งซูเหยาด้วยความรังเกียจ

            “นางก็แค่คนที่ถูกจับมาแต่งแก้เคล็ดให้ตระกูลเฉินเท่านั้นอย่าบังอาจตีตนไปว่าเจ้ากับนายของเจ้าจะมีศักดิ์และสิทธิ์ในจวนแห่งนี้”

            สิ้นคำพูดของเจ้าของจวนบรรยากาศในห้องอึดอัดมากยิ่งกว่าเดิม และด้านนอกก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะต่อสองนายบ่าวที่ไม่เจียมตัว

            “เจียงอวี้” เขาหันไปสั่งเสียงเย็นเฉียบ “ทันทีที่นางหายป่วย ให้พวกนางไปอยู่เรือนท้ายจวน รวมกับทาสคนอื่น”

            เฉินหนานเซิง... แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเซี่ย ยืนนิ่ง ดวงตาแข็งกร้าว

            เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ตั้งแต่ต้น แต่เพราะไม่อาจขัดมารดาได้... เรื่องจึงเลยเถิดมาถึงเพียงนี้

            ทันใดนั้น เสียงหวานของหญิงข้างกายดึงเขากลับมาจากความขุ่นใจ “ท่านพี่หนานเซิง... ทำเช่นนี้ ท่านป้าจะมิตำหนิหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงรอยยินดีที่ซ่อนอยู่ในหางคำ

            “ต่อให้นางเป็นเพียงคนบ้า ที่ถูกจับมาแก้เคล็ดเพราะวันเดือนปีเกิดเกื้อหนุนท่าน แต่ก็เป็นงานแต่งพระราชทานนะเจ้าคะ” เว่ยหนิงอันกล่าวพลางก้มหน้าเล็กน้อย

            ทว่าดวงตาเปล่งประกายพอใจ...เขาไม่เหลียวแลหญิงผู้นั้นแม้แต่นิดเดียว

            เฉินหนานเซิงปรายตามองเพียงครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ไปกันเถอะ เรื่องไร้สาระเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องใส่ใจเลย”

            เขาเอื้อมมือไปจับมือนางอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มแตะที่มุมปากก่อนจูงมือกันเดินจากไป

            เมิ่งซูเหยาเฝ้ามองแผ่นหลังของทั้งคู่เดินจากไป มันยิ่งเพิ่มความเกลียดชังเป็นเท่าทวีคูณ

            ‘หึ... ไอ้คนขี้ขลาดใช้คนบ้าแต่งแก้เคล็ด แล้วยังทำเหมือนไม่เห็นว่าชีวิตคนสำคัญแค่ไหน’

            ‘นายกับแม่ของนายไม่เคยสนด้วยซ้ำ ว่าเด็กสติไม่ดีคนนี้เกือบตายเพราะตกน้ำด้วยฝีมือของผู้หญิงคนนั้น’

            ‘ดูเหมือนว่า.... ชาตินี้นายก็เลวระยำเหมือนเดิม แต่ชาตินี้ฉันไม่เป็นผู้หญิงโง่ ๆ ให้นายหรือใครหลอกอีกแล้ว’

            เมิ่งซูเหยาน้ำตาไหลอาบแก้มยามหลับตาลงเพื่อกลืนความสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            ทั้งที่คิดว่าตัวเองแค่เมาเหล้าแล้วเวียนหัวจนตาลายเมื่อคืนนี้…แต่ไม่คิดว่ามันทำให้เธอถึงตาย

            หลังจากหยิกมือตัวเองจนเจ็บระบม ก็ต้องยอมรับว่าเธอตายจากโลกอนาคตและมาเกิดในร่างนี้…ร่างของหญิงสาวผู้อาภัพ เด็กบ้าที่ครอบครัวถูกฆ่าล้างตระกูล

            ไม่เพียงเท่านั้น...

            หญิงชั่วชายเลวคู่นั้นก็มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เหมือนกัน แม้แต่ชื่อแซ่ของทั้งคู่ก็ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

            โลกใบใหม่ที่ยังมีเขาตามหลอกหลอน แต่เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status