ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย

ฮูหยินตัวแสบแม่ทัพตัวร้าย

last updateLast Updated : 2026-04-26
By:  FairymanytailsOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
120views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมิ่งซูเหยาถูกคนรักที่คบหากันมาสิบปีทรยศ ด้วยการบอกเลิกเพราะเขาทำสตรีอีกคนตั้งครรภ์ ทว่าเรื่องโหดร้ายไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์กำหนด หรือเพราะกรรมเก่ายังไม่สิ้นกับชายที่ชื่อเฉินหนานเซิงกันแน่ เธอจึงได้เกิดใหม่ในร่างสตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นบ้า และถูกบังคับให้แต่งงานแก้เคล็ดเพื่อรักษาชีวิตแม่ทัพเอกแห่งแผ่นดิน หากคิดว่านั่นคือเคราะห์ร้ายที่สุดแล้วก็ผิดถนัด เพราะในโลกใหม่นี้ยังมีคนชั่วสองคนที่ทำให้เธอตายหายใจร่วมโลกกับเธออีกครั้ง... แต่ชาตินี้อย่าหวังว่าเธอจะยอมรับชะตากรรมเช่นเดิม เรื่องราวของฮูหยินตัวแสบและแม่ทัพตัวร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น… พวกเขาจะลงเอยเช่นไร ติดตามได้เลยค่ะ จากไรต์ถึงรี้ด นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีดราม่าแค่พอกรุบ ๆ ไม่หนักจนเกินไป แต่รับรองว่าจะอบอุ่นและทำให้ทุกคนอินไปกับเส้นทางของเมิ่งซูเหยากับเฉินหนานเซิงแน่นอนค่ะ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ไรต์ขอฝากกดไลก์ กดหัวใจ และเขียนคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ ทุกข้อความจากรี้ดคือพลังที่ทำให้ไรต์ยิ้มได้เสมอ

View More

Chapter 1

บทนำ ต้องไม่เหมือนเดิมอีก

          ปัง!

          “แม่ทัพเฉินรับบุตรีของราชครูเมิ่งเป็นฮูหยินเอกอย่างนั้นเรอะ?”

            “ไม่ผิดแน่ขอรับท่านพ่อ”

            “บัดซบที่สุด ...จนแล้วจนรอดพวกเราก็ไม่อาจตัดรากถอนโคนตระกูลเมิ่งได้ นางเป็นเพียงสตรีสติไม่สมประกอบแท้ ๆ”

            “ท่านพ่อก็รู้ว่า ไม่มีใครกล้าเพิกเฉยต่อคำพูดของนักพรตเหิง...ไม่เว้นแม้แต่ฝาบาท”

            “แต่ช่างเรื่องนั้นเถิดขอรับ ตอนนี้องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาจากแคว้นเหล่ยแล้ว พวกเราคงต้องหยุดมือก่อน”

           

            สองคนพ่อลูกตระกูลหานผู้ทำให้ตระกูลคู่แข่งล่มจมพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด... เพราะตัวละครบางตัวทำให้เรื่องไม่เป็นไปดังที่วางแผนเอาไว้

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสมากที่ยอมช่วยข้าเล่นละครตบตาพวกมัน”เสียงของคนป่วยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

            “หึ เจ้าไม่คิดหรอกหรือว่าสิ่งที่ข้าเตือนตระกูลเฉินไปเป็นเรื่องจริง... หาใช่เรื่องโกหก”

            “หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้ซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะคุณชายเมิ่ง” น้ำเสียงอ่อนโยนแกมขี้เล่นของผู้อาวุโสตอบโต้พลางจับชีพจรของอีกฝ่าย

            เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ อาการของคนป่วยนับว่าปลอดภัยแล้ว

            “ไม่ว่าจะจริงหรือหลอก...ข้าไม่สนสักนิด ขอเพียงแค่น้องสาวข้ารอดเท่านั้น”

            ‘เมิ่งจื่อหราน’ ผู้ที่ร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผล หลับตาลงอย่างอ่อนล้ายามพูดกับ ‘นักพรต’ ที่ผู้คนทั่วเมืองหลวงพากันนับถือ

            หากมิใช่เพราะคนผู้นี้ช่วยไว้ เขากับน้องสาวคงต้องตายตามบิดากับมารดาไปแล้ว

            ต่อให้ไร้หลักฐานมัดตัว แต่เขาแน่ใจเสียยิ่งกว่าอะไรว่าตระกูลหานคือคนลงมือ

            ‘แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าสาบานว่าจะแก้แค้นให้พวกท่านให้ได้ขอรับ... ท่านพ่อท่านแม่’

            “เจ้านอนพักเถิด การมีลมหายใจเท่านั้นที่จะทำให้คนเราทำในสิ่งที่ต้องการได้” นักพรตเหิงลูบเคราตนเองช้า ๆ ก่อนเตือนเด็กหนุ่ม

            ‘กว่ายี่สิบชีวิตที่สูญเสียไป หากข้าบอกให้เด็กหนุ่มคนนี้ปล่อยวาง ก็เท่ากับราดน้ำมันลงไปบนกองเพลิง...ปล่อยให้มันเป็นไปตามสวรรค์ลิขิตก็แล้วกัน’

            ตัวละครที่พ่อลูกตระกูลหานหวังให้ตายตามตกกันไปทั้งตระกูล...กลับมีลมหายใจอยู่ถึงสองชีวิต

            ฝ่ายหนึ่งคือผู้เป็นพี่ชายอย่าง... เมิ่งจื่อหราน

            และอีกหนึ่งคือน้องสาวผู้มีสติไม่สมประกอบของเขา... ซึ่งยามนี้นางไม่ใช่น้องสาวคนเดิมของเขาอีกต่อไป!!

            ความเย็นของผ้าห่มชื้นซึมเข้ามาถึงผิวหนัง ‘เมิ่งซูเหยา’สะดุ้ง เสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ ตรงชายคาดังแข่งกับเสียงสะอื้นของใครดังคลออยู่ไม่ขาดสาย

            “โอ๊ยปวดหัวเป็นบ้า ไม่น่ากินเหล้าเยอะขนาดนั้นเลยเหยาเหยาเอ๊ยย” เสียงพึมพำดังขึ้นจากร่างที่นอนหลับใหลมาถึงสองวันเต็ม ๆ ดังขึ้น

            “ฮือ ๆ คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ”

            “นี่หลิงเอ๋อร์ ฉันแค่เมาต้องร้องไห้ด้วยเหรอ” คนพูดพึมพำ โดยไม่แม้จะลืมตามองสิ่งรอบกายภายนอกแม้แต่น้อย

            ร่างกายที่ร้าวระบมและไข้ที่ยังไม่สร่าง ทำให้หญิงสาวสะลึมสะลือ

            “คุณหนูของบ่าว ทะ ท่านพูดได้แล้วหรือเจ้าคะ? ฮือ ๆ”

            สาวใช้ผู้น่าสงสารที่ดูแลเจ้านายสาวผู้อาภัพมานานหลายปี ร้องไห้หนักกว่าเดิม

            เจ้านายไม่เคยพูดกับนางแม้เพียงครึ่งคำ...กลับพูดจาตอบโต้เป็นประโยคได้เป็นครั้งแรก

            “หลิงเอ๋อร์ดูทีวีมากไปแล้ว แล้วใครเป็นคุณหนูอะไรกัน ฉันเจียเจียของเธอนะ”

            “เธอทำข้าวต้มให้พี่หน่อยสิ” คนฟังแม้จะรู้สึกไม่คุ้นกับสำเนียงการพูดนั้น ...แต่ยังไม่เอะใจแม้แต่น้อย

            “ฮือ ๆ คุณหนูเจ้าคะ พวกเราไม่ได้อยู่จวนราชครูอีกแล้ว”

            คราวนี้เสียงสาวใช้ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ และคำพูดแปลกประหลาด...ทำให้เมิ่งซูเหยาจำเป็นต้องฝืนลืมตาขึ้นมา

            ...

            และมันทำให้เธอต้องสบถดังลั่น “เฮ้ยยยย บ้าฉิบ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” เมิ่งซูเหยาตกใจสุดขีดกับสิ่งที่เห็นรอบตัว ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบก็ถูกขัดจังหวะ

          แอ๊ดดด เสียงประตูดังขึ้นพร้อมร่างสตรีสูงศักดิ์กับบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง

            สตรีนางนั้นจ้องเมิ่งซูเหยาก่อนเริ่มตำหนิทันที “เป็นคุณหนูบุตรราชครูแท้ ๆ กล้าพูดจาหยาบคายเช่นนั้นได้อย่างไร ต่อให้เจ้าเป็นคนสติไม่ดี แต่ในฐานะฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพอย่าทำให้เขาเสื่อมเสีย”

            เมิ่งซูเหยาไม่นำพาคำตำหนิติเตียนและสายตาไม่เป็นมิตรนั้น ...เพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะต้องตกใจอะไรก่อนดี

            ระหว่างเรื่องที่ชายตรงหน้าแต่งชุดราวกับคนที่หลุดมาจากละครโบราณที่เธอดูทุกวัน…

          หรือเรื่องที่เขาคนนี้ช่างเหมือนใครบางคนที่ทำให้เธอต้องเมาหัวราน้ำเมื่อคืนนี้... ในหัวผุดภาพที่มันทำให้หัวใจของเธอชาหนึบอีกครั้ง

            “เหยาเหยา ผมขอโทษ แต่เธอกำลังท้องลูกของผม”

            “คุณตัดใจจากผมเสียเถอะนะ ... นี่คือเงินล้านหยวน ค่าเสียเวลาที่ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้”

            คำพูดไร้สำนึกผิดของคนที่เป็นแฟนเธอมาถึงสิบปียังก้องดังอยู่ในหู...

            เขามาหาเธอพร้อมกับชู้ที่ท้องแก่ใกล้คลอดเพื่อบอกเลิก

            สองคนนั้น... หน้าตาเหมือนกับสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอราวกับแกะ

            เมิ่งซูเหยาดวงตาแดงก่ำ จ้องคนทั้งคู่ราวจะฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ  

            “บังอาจนัก!!”

            “เจ้ามองท่านแม่ทัพของแผ่นดินด้วยสายตาอาฆาตเช่นนั้นได้อย่างไรกัน เด็ก ๆ สั่งสอนมันเดี๋ยวนี้”

            เว่ยหนิงอัน จ้องสตรีที่แย่งชิงตำแหน่งฮูหยินเอกของตนไปด้วยสีหน้าโกรธแค้น ก่อนสั่งคนของตัวเองอย่างถือดี

            ในใจของนางร้อนรนราวกับถูกไฟสุมเมื่ออีกคนยังมีชีวิตอยู่ นางเป็นคนผลักมันให้ตกน้ำเองกับมือและเห็นเองกับตาว่าร่างของมันจมดิ่งลงก้นสระบัวเย็นยะเยือกแล้วแท้ๆ ...

            แต่มันกลับไม่ตาย

            อีกทั้งสิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ... ‘เมื่อครู่นี้แกพูดได้ใช่ไหมนังโง่ แกมิได้บ้าใบ้เหมือนที่คนร่ำลือเลยสักนิด?

           

            “หนิงอัน อย่าเสียเวลากับคนบ้าคนเดียวเลย นางไม่ตายก็ดีแล้ว พวกเรากลับจวนของเจ้ากันดีกว่า”

            เสียงทุ้มพร่าของเฉินหนานเซิงดังขึ้นห้ามปราม พลางปรายตามองคนที่มองเขาอย่างโกรธแค้น จนผิดวิสัยของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            คำพูดทิ่มแทงและแววตาขุ่นเคืองของเขาทำให้เมิ่งซูเหยากัดริมฝีปากตนเองแน่น ทว่าก่อนที่เธอจะตอบโต้สิ่งใด ความเจ็บแปลบแล่นเข้าโจมตีเสียก่อน

            “อ๊ะ โอ๊ยยย”

            เมิ่งซูเหยาที่พยายามจะจับต้นชนปลายเรื่องราว ร้องโอดโอยพลางกุมขมับของตนเอง จู่ ๆ ความทรงจำของใครบางคนก็พลันแล่นเข้ามาในหัวโดยไม่รู้จบ

            “ท่านแม่ทัพ! ช่วยฮูหยินด้วยเจ้าคะ!” เสียงเหมยเอ๋อร์สั่นเครือ ร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นนายสาวทรุดลงตรงหน้า

            แต่สิ่งที่เด็กสาวได้ยินกลับทำให้หัวใจเย็นเฉียบ

            “บังอาจ!” เสียงคำรามต่ำสะท้อนก้องทั่วห้องโถง

            “ข้าไม่เคยมีฮูหยิน” ทุกถ้อยคำถูกเน้นหนักราวคมดาบขณะที่สายตามองไปยังเมิ่งซูเหยาด้วยความรังเกียจ

            “นางก็แค่คนที่ถูกจับมาแต่งแก้เคล็ดให้ตระกูลเฉินเท่านั้นอย่าบังอาจตีตนไปว่าเจ้ากับนายของเจ้าจะมีศักดิ์และสิทธิ์ในจวนแห่งนี้”

            สิ้นคำพูดของเจ้าของจวนบรรยากาศในห้องอึดอัดมากยิ่งกว่าเดิม และด้านนอกก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะต่อสองนายบ่าวที่ไม่เจียมตัว

            “เจียงอวี้” เขาหันไปสั่งเสียงเย็นเฉียบ “ทันทีที่นางหายป่วย ให้พวกนางไปอยู่เรือนท้ายจวน รวมกับทาสคนอื่น”

            เฉินหนานเซิง... แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเซี่ย ยืนนิ่ง ดวงตาแข็งกร้าว

            เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ตั้งแต่ต้น แต่เพราะไม่อาจขัดมารดาได้... เรื่องจึงเลยเถิดมาถึงเพียงนี้

            ทันใดนั้น เสียงหวานของหญิงข้างกายดึงเขากลับมาจากความขุ่นใจ “ท่านพี่หนานเซิง... ทำเช่นนี้ ท่านป้าจะมิตำหนิหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงรอยยินดีที่ซ่อนอยู่ในหางคำ

            “ต่อให้นางเป็นเพียงคนบ้า ที่ถูกจับมาแก้เคล็ดเพราะวันเดือนปีเกิดเกื้อหนุนท่าน แต่ก็เป็นงานแต่งพระราชทานนะเจ้าคะ” เว่ยหนิงอันกล่าวพลางก้มหน้าเล็กน้อย

            ทว่าดวงตาเปล่งประกายพอใจ...เขาไม่เหลียวแลหญิงผู้นั้นแม้แต่นิดเดียว

            เฉินหนานเซิงปรายตามองเพียงครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ไปกันเถอะ เรื่องไร้สาระเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องใส่ใจเลย”

            เขาเอื้อมมือไปจับมือนางอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มแตะที่มุมปากก่อนจูงมือกันเดินจากไป

            เมิ่งซูเหยาเฝ้ามองแผ่นหลังของทั้งคู่เดินจากไป มันยิ่งเพิ่มความเกลียดชังเป็นเท่าทวีคูณ

            ‘หึ... ไอ้คนขี้ขลาดใช้คนบ้าแต่งแก้เคล็ด แล้วยังทำเหมือนไม่เห็นว่าชีวิตคนสำคัญแค่ไหน’

            ‘นายกับแม่ของนายไม่เคยสนด้วยซ้ำ ว่าเด็กสติไม่ดีคนนี้เกือบตายเพราะตกน้ำด้วยฝีมือของผู้หญิงคนนั้น’

            ‘ดูเหมือนว่า.... ชาตินี้นายก็เลวระยำเหมือนเดิม แต่ชาตินี้ฉันไม่เป็นผู้หญิงโง่ ๆ ให้นายหรือใครหลอกอีกแล้ว’

            เมิ่งซูเหยาน้ำตาไหลอาบแก้มยามหลับตาลงเพื่อกลืนความสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            ทั้งที่คิดว่าตัวเองแค่เมาเหล้าแล้วเวียนหัวจนตาลายเมื่อคืนนี้…แต่ไม่คิดว่ามันทำให้เธอถึงตาย

            หลังจากหยิกมือตัวเองจนเจ็บระบม ก็ต้องยอมรับว่าเธอตายจากโลกอนาคตและมาเกิดในร่างนี้…ร่างของหญิงสาวผู้อาภัพ เด็กบ้าที่ครอบครัวถูกฆ่าล้างตระกูล

            ไม่เพียงเท่านั้น...

            หญิงชั่วชายเลวคู่นั้นก็มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เหมือนกัน แม้แต่ชื่อแซ่ของทั้งคู่ก็ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

            โลกใบใหม่ที่ยังมีเขาตามหลอกหลอน แต่เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1 ทางรอด
เรือนเก่าผุพังท้ายจวนใหญ่เต็มไปด้วยความอับชื้น เสื่อเก่าขาด ๆ ปูอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น ราวกับเป็นคุกชั้นต่ำที่ใช้ขังผู้ไร้ค่า เมิ่งซูเหยานั่งเอนหลังโดยที่ไม่อาจสลัดเรื่องเขาออกจากหัวได้เลย “ฉันทำกรรมอะไรไว้กับนายกันแน่ ถึงหนีกันไม่พ้นสักที” “ฉันจะต้องหาทางออกไปจากตระกูลเฮงซวยนี้ให้ได้” เธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แม่ทัพหนุ่มให้พ่อบ้านโยกย้าย ‘ฮูหยินแก้เคล็ด’ ของตัวเองมาทนทุกข์ในเรือนทาสตั้งแต่กลับจากจวนคู่หมั้นเมื่อวานนี้ ความใจดำของเขา ทำให้เธอแทบอยากเผาพริกเผาเกลือสาปส่งเขาให้ตายตกตามกัน “คุณหนู…เอ่อ…คุณชายใหญ่เคยฝากจดหมายไว้ให้บ่าวเจ้าค่ะ” เสียงสั่นพร่าของเหมยเอ๋อร์ สาวใช้คู่ใจดังขึ้น นางหันรีหันขวางมองไปรอบ ๆ ก่อนยื่นจดหมายปิดผนึกออกมาด้วยมือสั่นเทาไปให้เจ้านาย เมิ่งซูเหยาหันมองสิ่งนั้นพลางรับมันมาด้วยดวงตาเป็นประกาย อย่างน้อยก็มีคนในครอบครัวนี้หลงเหลืออยู่อีกคน แต่ยังไม่ทันได้เปิดอ่าน เสียงตะโกนดังขึ้นนอกเรือน ปัง! “นังทาสโง่เง่า รีบออกมาเดี๋
Read more
บทที่ 2 น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง
ห้องรับรองของเรือนใหญ่ตึงเครียดจนเงียบสงัด แม้แต่เสียงลมลอดหน้าต่างยังฟังชัดเจน เยี่ยนลิ่วอิงนั่งบนตั่ง แววตาคมกริบกวาดมองลูกสะใภ้ขัดตาทัพด้วยความไม่ชอบใจ อีกทั้งในใจของนางเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเหตุใดอีกคนมิใช่คนบ้าอย่างที่ผู้คนเขาลือกัน สุดท้ายแล้วก็นิ่งเงียบเพราะต้องพึ่งพาอีกฝ่าย นางถึงต้องข่มใจ ท่ามกลางความเงียบ คงมีแค่สตรีคนหนึ่งที่ไม่ได้แยแสต่อความกดดันพวกนั้นนัก “คนนอกอย่างนาง… มีสิทธิ์นั่งฟังการเจรจาของเราด้วยหรือ จะว่าไปก็แปลก คุณหนูเว่ยมิได้ตบแต่งเข้าจวนด้วยซ้ำแต่กลับถือดีให้คนใช้ของตนเข้าไปวุ่นวายเรื่องของจวนเฉิน ช่างเป็นว่าที่สะใภ้ที่เหิมเกริมเสียจริง” เมิ่งซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันถากถาง เว่ยหนิงอันหันไปมองเยี่ยนลิ่วอิงกับเฉินหนานเซิงอย่างรู้สึกผิด “ท่านพี่เจ้าคะ ข้ามิได้ตั้งใจก้าวก่ายเรื่องในจวนท่าน เพียงแต่อยากช่วยท่านป้าเยี่ยนเท่านั้น” นางบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร แต่ในใจกลับก่นด่าคนที่พูดทุกคำ เมิ่งซูเหยามองภาพเว่ยหนิงอันเกาะแขนแม่ทัพราวค
Read more
บทที่ 3 ชีวิตใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น
เช้าวันใหม่ของสองนายบ่าวดูสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้เป็นนายที่ยังขดตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่น ส่วนสาวใช้ที่เริ่มคุ้นชินกับนิสัย ‘ตื่นสาย’ ของเจ้านาย เพิ่งกลับมาจากตลาดพร้อมตะกร้าเต็มมือ เมื่อคืนก่อน พวกนางย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ที่แม้ไม่ใหญ่แต่เรียกได้ว่ามันคุ้มกะลาหัวได้จริง ๆ และคุณหนูของนางเพิ่งได้รับเงินเดือนหนึ่งร้อยตำลึงจากฮูหยินผู้เฒ่า มาพร้อมกับคำพูดที่ไร้เยื่อใยและเย็นชา “ในเมื่อมีเงินหนึ่งร้อยตำลึงแล้ว เช่นนั้นเจ้ากับคนของเจ้าก็หุงหาอาหารกินเองก็แล้วกัน ส่วนข้าวของเครื่องใช้ในบ้านก็หาซื้อเอาเองเหมือนกัน” เมิ่งซูเหยาเพียงยิ้ม “หึ ถึงท่านไม่บอก ข้าก็ไม่คิดจะกินอาหารจากจวนของท่านอยู่แล้ว เพราะข้ากับเหมยเอ๋อร์อาจตายเพราะยาพิษก่อนจะอิ่มเสียอีก” มือของเยี่ยนลิ่วอิงสั่นระริก “นังเด็กปากเสีย!” นางชี้หน้าสะใภ้แก้เคล็ด ก่อนสะบัดชายเสื้อจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ ของหญิงสาวในห้อง เจ้านายของนางยิ้มเยาะชอบใจก่อนพูดไล่หลังผู้อาวุโสของจวน “หึ ข้าปากเสียได้ดีกว่านี้อีก เดินดี ๆ นะเจ้าคะระว
Read more
บทที่ 4 สหายลึกลับของคุณชายเมิ่ง
ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนที่เข้าออกโรงเตี๊ยมไม่ขาดสาย สาวใช้กับนายสาวที่ตอนเข้ามาในโรงเตี๊ยมเป็นสตรีรูปงาม ... แต่ขากลับออกไปกลับมีเพียงหนุ่มน้อยวัยเพิ่งแตกหนุ่มสองคนเดินออกมาเท่านั้น คนที่ตามติดตามคำสั่งของเจ้านายถึงกับงุนงง เมื่อสตรีทั้งสองหายไปจากโรงเตี๊ยมอย่างไร้ร่องรอย ปัง! “พวกเจ้าเป็นถึงทหารของกองทัพ แต่กลับปล่อยให้สตรีบอบบางสองคนหลุดรอดสายตางั้นรึ... เอาพวกมันไปโบยสิบไม้” “เจียงอวี๋ส่งคนไปตามหาพวกนางให้พบโดยเร็ว” “หากนางตกอยู่ในอันตราย ตระกูลเฉินต้องถูกลงโทษหนักแน่” เฉินหนานเซิงรีบสั่งลูกน้องด้วยความร้อนรน “ข้าประมาทเจ้าไปจริง ๆ เมิ่งซูเหยา’ ชายหนุ่มชาติทหารกำหมัดแน่น เขาถูกลบเหลี่ยมด้วยสตรีที่ตนเคยดูแคลนว่าเป็นแค่คนบ้าคนหนึ่ง...ไม่คิดว่านางจะรอดพ้นสายตาของพลทหารถึงสองคนไปได้ คนต้นเรื่องมิได้นำพาว่าสร้างความวุ่นวายให้ใคร ยามนี้เจ้านายกับบ่าวกำลังยืนอยู่ตรงหน้าศาลบรรพชนของตระกูลเมิ่ง ที่มีป้ายวิญญาณจำนวนมากถูกวางเรียงเอาไว้แม้ไม่ใช่เรื่องของเธอโดยตรง แต่ยากเหลือเกินที่จ
Read more
บทที่ 5 อย่าหวังว่าจะทำให้ข้าจนมุม!
สองหนุ่มน้อยหน้าหวานกับบุรุษลึกลับดื่มเหล้ากันจนเกือบรุ่งสางจึงพากันแยกย้าย “ไอ้หยา เมาหัวราน้ำอีกแล้วหรือนี่ ปวดหัวจังเลย” เมิ่งซูเหยากุมขมับตัวเองที่ปวดหยุบ ๆ ทันทีที่ตื่นมา แอ๊ดดด “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ท่านรีบทานน้ำแกงนี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ พวกเราต้องรีบกลับจวนแม่ทัพแล้ว” เหมยเอ๋อร์ส่งน้ำแกงอุ่น ๆ ให้เจ้านายสาว พลางเตือนอีกฝ่ายด้วยความกังวล นางกับคุณหนูค้างที่จวนตระกูลเมิ่งเพราะเมาแอ๋จนกลับไปไม่ไหว โชคดีอยู่บ้างที่เรือนของคนเฝ้าศาลบรรพชนมีทั้งฟูกและผ้าห่มผืนบาง รวมทั้งอาหารแห้งและเครื่องปรุงง่าย ๆ อยู่ด้วย นางจึงปรุงน้ำแกงให้เจ้านายได้ “นี่มันเพิ่งยามไหนเอง ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า” เมิ่งซูเหยาพูดพลางพลิกตัวม้วนผ้าห่มแน่น “อีกอย่างไม่มีใครรู้หรอกว่าเราหายหัวจากจวนตั้งแต่เมื่อวาน... คนพวกนั้นไม่มีใครสนใจว่าเราจะเป็นหรือตาย” เธอพูดเสียงงัวเงียไม่แยแสต่อคนตระกูลเฉินที่ตัวเองตั้งใจจะตัดขาด “รอย่ำรุ่งก่อนแล้วเราจะไปหาห้องใต้ดินที่พี่ใหญ่พูดไว้ จากนั้นค่อยกลับจวนเฉินก็ยังไม่สาย”ว่าแล้วเธอก็หลับตา
Read more
บทที่ 6 พูดเองเจ็บเอง
สองนายบ่าวหันมองไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่น เจ้าพวกตัวเล็ก ๆ ปีนขึ้นลงอย่างปราดเปรียวทั้งที่มันสูงขนาดนั้น เหมยเอ๋อร์ตั้งสติ พลางหันไปถามเจ้านายเมื่อเดาออกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร “คุณหนู…ท่านปีนต้นไม้เป็นด้วยหรือเจ้าคะ” สาวใช้เบิกตากว้าง “ว่ายน้ำ ปีนหน้าผา ตกปลา เทควันโด ข้าทำได้ทั้งนั้นแหละ” “เทควัน…อะไรนะเจ้าคะ?” “ช่างมันเถอะ ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่าเรื่องปีนต้นไม้นะเรื่องเล็กน้อย!” เมิ่งซูเหยาปัดมือ ก่อนโบกเรียกเด็ก ๆ บนกิ่งไม้ “เฮ้ เจ้าตัวเล็กทั้งหลาย! มาช่วยพี่สาวหน่อยสิ” … เด็กหัวโจกปีนลงมาอย่างเร็วรี่ “พี่สาวอยากได้อะไรหรือขอรับ” “นี่เงินหนึ่งตำลึง...ปีนไปฝั่งโน้น แล้วเอาบันไดมาวางพาดกับต้นไม้ต้นนี้ให้พี่สาวที” เมิ่งซูเหยาบอกพลางแหงนหน้ามองต้นไม้ต้นใหญ่ตรงหน้า เธอจำได้ว่าต้นไม้จากฝั่งตระกูลเฉินมันสูงจนน่ากลัวเพราะถูกตัดกิ่งก้านจนหมด แต่ขนมในมือเด็กพวกนี้... เธอแน่ใจว่าพวกแกลงไปขโมยของมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายกำลังครุ่นคิด อีกด้านหนึ่งข
Read more
บทที่ 7 สับสน
เวลาย่ำรุ่งที่ควรจะเป็นเวลาที่ได้หลับอย่างเป็นสุขไป แต่เมิ่งซูเหยากลับต้องเผชิญกับเสียงหนวกหูจนน่ารำคาญ “ฮูหยินขอรับ ท่านแม่ทัพเชิญให้ท่านไปที่เรือนใหญ่ทันที” “ฮูหยินขอรับ” ปัง! เสียงสิ่งของปะทะกับกำแพงห้องดังลั่น “เงียบไปเลยนะไอ้พวกบ้า กล้าส่งเสียงดังยามวิกาล เดี๋ยวฉันก็แจ้งความจับเสียเลย” “อาเสียนดูสิ ไม่เพียงไม่ตื่นแต่ฮูหยินยังจะแจ้งความจับพวกเราเสียด้วย แต่มันมีกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือ” ทหารของเฉินหนานเซิงเกาหัวแกรก ๆ เมื่อได้ยินคำตอบโต้ของคนที่ตนต้องมาตาม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว เขายังขุดนางออกจากเตียงไม่ได้เลย “...” “แค่สตรีคนเดียวพวกเจ้าไม่มีปัญญาปลุกงั้นรึ” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นข้างหูทำให้ทหารทั้งสองขนลุก มิใช่ว่าเพราะเป็นภูตผีปีศาจ... แต่เพราะเจ้านายของเขาโกรธจัดเสียแล้ว “หนวกหูที่สุด คนจะนอนเสียงดังกันอยู่ได้” เมิ่งซูเหยาเองก็โมโหเช่นกันเพราะถูกรบกวนการนอนอันมีค่าของตัวเอง “...” มีแต่เหมยเอ๋อร์เท่านั้นที่อยากจะร้องไห้เสียให้ได้ เมื่อวานนี้คุณหนูของน
Read more
บทที่ 8 ไม่ว่าอย่างไร... นางคือฮูหยินของข้า
ไม่นานนักเฉินหนานเซิงก็ได้รู้ฤทธิ์ของฮูหยินบ้าอีกครั้ง เสียงผู้คนจอแจในหอนั่งของโรงเตี๊ยมดังของเมืองหลวงกลับเงียบสงัดเมื่อแม่ทัพใหญ่ของแคว้นบุกเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง “นางกับสาวใช้หายเข้าไปในห้องพักจริง ๆ ขอรับ แต่ไม่กลับออกมาอีกเลย” “จนกระทั่งข้าจ้างให้สตรีนางหนึ่งเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าพวกนางสองคนหายไปแล้ว” พลทหารที่ติดตามเมิ่งซูเหยารายงานเจ้านายด้วยสีหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่คิดแม้แต่น้อยว่านางจะหนีไปได้!... ร้ายจริง ๆ สีหน้ามืดครึ้มของเจ้านายพร้อมกับน้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งทำให้พลทหารก้มหน้างุด “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่านางเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก แต่พวกเจ้าก็ยังประมาท กลับไปที่ค่ายทหารแล้วรับโทษซะ!!” เฉินหนานเซิงโมโหจนแทบบ้า เขาที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันเต็มเพราะหนิงอันป่วยหนัก และเรื่องการตามหาคนร้ายที่สังหารตระกูลเมิ่ง กลับต้องมารับรู้ว่าฮูหยินเอกตัวร้าย... หนีหายไปอีกแล้ว เฉินหนานเซิงประกาศกร้าว “นับจากวันนี้ไป... ข้าไปไหน เจ้าก็ต้องไปที่นั่น!!” “เจ
Read more
บทที่ 9 เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตข้า!
“คุณหนู ทำแบบนี้เราต้องถูกลงโทษหนักแน่เจ้าค่ะ กลับจวนตระกูลเฉินกันก่อนดีกว่า” เหมยเอ๋อร์เอ่ยทั้งหายใจหอบ หลังพากันวิ่งหนีมาจนขาแทบหลุด แต่เจ้านายของนางกลับเชิดหน้าอย่างดื้อรั้น ราวกับไม่มีสิ่งใดทำให้นางเปลี่ยนใจได้ “ไม่ว่าจะวันนี้ มะรืนนี้ หรือวันไหน ๆ เฉินหนานเซิงก็จ้องจะเล่นงานข้าอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ” เมิ่งซูเหยาพูดอย่างไม่ยี่หระ “ที่สำคัญ เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตข้า” คำพูดเด็ดเดี่ยวเกินสตรีของเจ้านายทำให้เหมยเอ๋อร์ทั้งดีใจและหวั่นใจ... โลกนี้มีด้วยหรือที่สตรีจะเอาตัวรอดได้โดยไร้บุรุษคอยหนุนหลัง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยินดีทำตาม “เฮ้อ… คุณหนูว่ากระไร บ่าวก็ว่าตามนั้น” เหมยเอ๋อร์ถอนหายใจยาวราวกับคนแก่ ก่อนยกมือผลักประตูที่ถูกทางการปิดตายไว้ แอ๊ดดด เสียงประตูไม้ผุพังดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นฝุ่นอับและความวังเวงทะลักออกมา เหมือนบ้านร้างที่ถูกทอดทิ้งมาหลายสิบปี ทั้งที่เรื่องร้ายเพิ่งผ่านมาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ “คุณหนู…” น้ำเสียงเหมยเอ๋อร์สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำเมื่อมองลานกว้าง ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยชีวิตชีว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status