ANMELDENในวันเกิดครบรอบสิบสี่ปี นางได้รับความทรงจำของชาติก่อนกลับคืนมา 'ลี่หยวน' คือตัวละครในนิยายที่เคยอ่านจบ ทว่านางไม่ใช่ ‘นางเอก’ หากเป็น ‘ผู้ช่วยของวายร้าย’ ที่มีจุดจบอันน่าอเนจอนาถ! ได้อย่างไรกัน! ทั้งเพียบพร้อมด้วยรูปโฉม ความสามารถ และฐานะ แต่กลับต้องมาตายเพราะหลงรักบุรุษที่เป็นตัวร้ายของเรื่องเนี่ยนะ! จะบ้าหรือ! เรื่องอะไรนางจะยอมเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ในเมื่อสวรรค์มอบความทรงจำให้ นั่นย่อมหมายความว่าหนทางแก้ไขโชคชะตายังพอมีอยู่ ดีล่ะ! หลังจากนี้นางจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเดิม ช่างพระเอก เขาอยากจะทำอันใดก็ทำไป ช่างนางเอก นางอยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้าที่หน้าห้องอย่างไรก็ช่าง นางต้องหาเส้นทางอันสงบสุข หลบหนีออกจากการมีบทบาทในนิยายเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเหล่าตัวละครหลักทั้งหลาย ได้โปรดไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!
Mehr anzeigen“เร็วเข้าสิ อย่ามัวแต่ชักช้า”“หากเป็นรับสั่งของพระชายา ข้าย่อมพร้อมที่จะน้อมรับ” ตงฟางฉีหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว เห็นนางเร่งแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใครบางคนรู้สึกภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่ “แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งก่อน”เดิมทีเขาอยากสำเร็จแล้วเช่นกัน แต่เพื่อการใหญ่ เขาจำเป็นต้องใจแข็งและยั้งไว้เสียก่อน“เจ้าต้องมีลูกให้เราอย่างน้อยห้าคน”ผู้ฟังถึงกับกะพริบตาหนึ่งครั้ง “ลูก... ห้าคน?”ลี่หยวนอึ้งไป นี่เขาเห็นนางเป็นกระต่ายที่ออกลูกเป็นคอกรึ!“นั่นเป็นเงื่อนไขของท่านอาจารย์ลี่” ชายหนุ่มขยายความ “มิเช่นนั้นเขาจะไม่ยอมยกเจ้าให้ข้า”“ท่านปู่...” หญิงสาวตาเหลือก ที่แท้มันเป็นความตั้งใจของลี่เตานั่นเองบัดนี้ท่านปู่อายุมากแล้ว หากเขาประสงค์เช่นนั้น ลี่หยวนยอมรับเลยว่านางคงใจอ่อนไม่กล้าปฏิเสธ“ท่านอ๋อง” ลี่หยวนสบตาผู้เป็นสามีด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม “หม่อมฉันอยากรับท่านปู่มาอยู่ด้วยกันเพคะ”ตงฟางฉีพยักหน้าช้าๆ “ชายาข้า วิธีที่จะดึงดูดให้ท่านอาจารย์ลี่มาที่นี่โดยเร็วที่สุด เห็นทีจะเป็นการมารับขวัญเหลน”ชายาสาวทนไม่ไหวย่นจมูกใส่เข้าทีหนึ่ง “ท่านปู่และสามีข้าต่างเป็นบุรุษร้ายกาจด้
“แล้วข้าควรทำอย่างไรดี...” จมูกโด่งเป็นสันของผู้กล่าวซุกไซร้เข้าที่ลำคอขาวผ่อง ดูดเม้มผิวหอมกรุ่นจนเป็นรอยแดงชัดเจน “ก็ข้าอยากฟังมันอีก”หลังจากนั้นสิ่งที่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งสองมีเพียงเสียงครางและหอบกระเส่าทุกครั้งที่เอวสอบโยกไหวอย่างดุดัน ลี่หยวนก็ราวกับเห็นดวงดาวพร่างพราวอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่เขาแปรเปลี่ยนเป็นเนิบนาบ ลี่หยวนก็ทรมานประหนึ่งจะขาดใจแม้ตงฟางฉีจะเรียกร้องและตักตวงจากร่างอันหอมหวานอย่างยาวนาน ทว่านางก็พยายามที่จะไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า จันทราผุดผ่องครองนภาแทนที่ลี่หยวนกับตงฟางฉีเพิ่งมีโอกาสได้กินข้าวเย็นร่วมกันเป็นมื้อแรกในฐานะสามีภรรยาเดิมทีหญิงสาวอยากใส่เสื้อคลุม แต่พอนางใส่ ตงฟางฉีก็ถอดออก บอกว่าจะใส่ทำไมให้เปลืองแรง เพราะกินข้าวเสร็จเมื่อไรก็ต้องถอดออกอีกอยู่ดีลี่หยวนที่นึกไม่ถึงว่าเขาจะหน้าหนาถึงเพียงนี้ก็ทำเอาพูดอะไรไม่ออก ครั้นอ้าปากจะเถียง เขาก็ใช้นิ้วชั่วช้าหยอกเล่นกับร่างกายนางเสียจนอยู่หมัด ทำเอานางอ่อนระทวยและเสร็จสมไปอีกหน“เหยาเป้ยชูบอกข้าว่า... เขากำลังจะเป็นพ่อคน” ชายหนุ่มซึ่งคีบผักใส่ถ้วยภรรยากล่าวเสียงนุ่มครั้นนึ
คำพูดที่น่าอาย ทำเอาเจ้าสาวรูปงามถึงกับเถียงไม่ออกตงฟางฉีหัวเราะดังขึ้น กลั่นแกล้งนางโดยการโยกกายเบาๆ ทั้งยังส่งมือไปสำรวจเอวบางและสะโพกสอบอย่างทั่วถึงเนื่องจากอาภรณ์ส่วนล่างของลี่หยวนยังปกปิดอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ภาพของนางจึงถูกยั่วยวนและยั่วเย้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวลี่หยวนเองก็มีความทรงจำของคนยุคใหม่ ในเมื่อถูกเขาปลุกเร้ามาถึงขั้นนี้ มีหรือที่นางจะไม่กล้าหญิงสาวเชิดใบหน้า นัยน์ตาหยาดเยิ้มหรี่มองผู้ที่อยู่ใต้ร่าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจัดการเกี่ยวขอบผ้าผืนบาง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่หลงเหลือออกด้วยตนเอง ตั้งใจกระทำมันอย่างเชื่องช้าเป็นพิเศษเพื่อยั่วใครบางคน มิหนำซ้ำยังใช้มือดึงปิ่นและเครื่องประดับบนเรือนผมออกบัดนี้ผิวสีขาวอมชมพูมีหยาดน้ำเกาะพราวบางส่วน ยามกระทบกับแสงท้องฟ้ายามเย็นก็ทำให้ผิวเนียนนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ เรือนผมยาวสยายคลอปิดอกอวบอิ่มไปบางส่วน สภาพของมันยุ่งนิดๆ ล้อมกรอบใบหน้าของคนรักที่มองเขาด้วยแววตาเชิญชวนช่างอันตรายโดยแท้!ตงฟางฉีมองนางอย่างลุ่มหลง ความขึงขังที่ขยับขยายสร้างความทรมานอย่างสุดจะกล่าว“หยวนหยวน...” เป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดความอดทน สองมือใหญ่จับตรึงเข้าที่สะโพกม
คิดไปก็หัวเราะไป ฤทธิ์ของสุราทำให้ลี่หยวนแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างซื่อตรงจุมพิตของพวกนางทวีความหนักหน่วงคลอเข้ากับเสียงหอบหายใจ พอลี่หยวนหายใจไม่ทัน ตงฟางฉีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวบเอวบางพร้อมกับส่งขึ้นไปบนโต๊ะทันทีเพล้ง!!จอกสุราและถาดใส่อาหารว่างถูกปัดออกไปให้พ้นทาง หญิงสาวรู้ตัวอีกครั้งก็เป็นยามที่ตนนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ สองมือคล้องเข้าที่ท้อยทอยของตงฟางฉีโดยที่ริมฝีปากทั้งสองยังไม่ผละจากลิ้นใหญ่ละเลียดชิมริมฝีปากอวบอิ่มทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นกลีบปากบนหรือล่าง โพลงปากและลิ้น...ทุกสัดส่วนอย่างประกาศความเป็นเจ้าของ“อืม...อ๋า”หญิงสาวสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่กร้านทั้งสองสัมผัสนวดคลึงถันงามใหญ่เต็มไม้เต็มมือทั้งสองอย่างสนิทสนม ปลายนิ้วของเขาตวัดถี่ตรงปลายยอดเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ส่งผลให้ผู้ที่เมามายบิดเร้าไปมา“ตง...ตงฟางฉี” ลี่หยวนร้องประท้วงก่อนจะแอ่นอกร้องครางเมื่อเขาลากลิ้นสากดูดดึงจุดนูนเด่นทั้งที่นางยังสวมอาภรณ์อยู่จะว่าอย่างไรดี...แบบนี้มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ซ่านเสียวกว่าคราไหนๆ“ข้าทำไมหรือ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เอาหน้าซุกไซร้ความนุ่มอย่างชอบใจ มิหนำซ้ำ...มืออี
เรื่องนี้ต้องขอบคุณตงฟางฉีที่กว้างขวางหญิงสาวครุ่นคิดอย่างอารมณ์ดี หลังจากได้ทราบฐานะที่แท้จริงระหว่างตนกับซุนโม่เฉิน การกลับมาพบเขาอีกครั้งก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการพบญาติมิตร และนางก็มั่นใจว่าภายหลังตนเองก็คงไม่มีวันมีชะตากรรมเหมือนในนิยายอีกต่อไปแล้วก็ในเมื่อนางรู้อยู่แก่ใจว่านางกับซุนโม่เฉิ
“วัดหลงซื่อ” ซ่งมี่เซียวกระซิบพลางบีบมือกร้านของบุตรชายอย่างนุ่มนวล หากแท้จริงแล้วมันคือการส่งต่อกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งสีหน้าของซุนโม่เฉินราบเรียบ ยากจะคาดเดาได้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรอยู่ แม้กระทั่งผู้เป็นมารดาแท้ๆ ก็มิอาจมั่นใจได้ว่าเขาจะไปหรือไม่ไปพบคนที่วัดหลงซื่อ“อาเฉิน... ” ซ่งกุ้ยเฟยย้ำอีกหนด้ว
บรรยากาศการจากลาถูกแทนที่ด้วยงานมงคลซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ขั้นตอนการคำนับฟ้าดิน พิธียกน้ำชาและการส่งตัวเข้าหอเสร็จสิ้นอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ตามประเพณีเช้าวันต่อมา ผู้ที่ควรเดินทางก็ออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางความเงียบเชียบของเมืองเยว่ฉีที่ยังคงอยู่ในเทศกาลวันหยุด“ข้าเพิ่งรู้
เสร็จสิ้นการพูดคุยปรึกษากับลี่เตาในยามเช้า ล่วงเข้ายามสาย ฟู่เฉิงก็มารายงานว่ากัวหลงรู้สึกตัวแล้ววันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ พรุ่งนี้กิจการของนางจะต้องดำเนินต่อตามปกติทว่าบัดนี้ลี่หยวนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือซุนโม่เฉิน ดังนั้นจึงไม่อาจรั้งอยู่ที่เมืองห่างไกลแห่งนี้ได้อีกต่อไ












Rezensionen