Se connecterในวันเกิดครบรอบสิบสี่ปี นางได้รับความทรงจำของชาติก่อนกลับคืนมา 'ลี่หยวน' คือตัวละครในนิยายที่เคยอ่านจบ ทว่านางไม่ใช่ ‘นางเอก’ หากเป็น ‘ผู้ช่วยของวายร้าย’ ที่มีจุดจบอันน่าอเนจอนาถ! ได้อย่างไรกัน! ทั้งเพียบพร้อมด้วยรูปโฉม ความสามารถ และฐานะ แต่กลับต้องมาตายเพราะหลงรักบุรุษที่เป็นตัวร้ายของเรื่องเนี่ยนะ! จะบ้าหรือ! เรื่องอะไรนางจะยอมเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ในเมื่อสวรรค์มอบความทรงจำให้ นั่นย่อมหมายความว่าหนทางแก้ไขโชคชะตายังพอมีอยู่ ดีล่ะ! หลังจากนี้นางจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเดิม ช่างพระเอก เขาอยากจะทำอันใดก็ทำไป ช่างนางเอก นางอยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้าที่หน้าห้องอย่างไรก็ช่าง นางต้องหาเส้นทางอันสงบสุข หลบหนีออกจากการมีบทบาทในนิยายเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเหล่าตัวละครหลักทั้งหลาย ได้โปรดไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!
Voir plusบทนำ
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”
เสียงเรียกของใครบางคน ดึงดูดให้ลี่หยวนซึ่งกำลังตกตะลึงกับภาพต่างๆ ที่ประดังเข้ามาในหัวหันหน้าไปมองอย่างแช่มช้า ภาพของบ่าวรับใช้หญิงอายุสิบห้าปีมองมาด้วยแววตาห่วงใย ทำให้ร่างบอบบางเผลอสะดุ้งตัวโหยง รีบถดถอยตัวไปด้านหลังด้วยสีหน้าแตกตื่น
นางกำลังตั้งตัวไม่ติด
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเป็นอันใดไป นี่บ่าวเองเจ้าค่ะ...ชิงช่าย”
ชิงช่าย?
ชิงช่ายนี่ใครกันนะ?
พอเอามือกุมศีรษะที่ปวดร้าว สิ่งที่หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำเริ่มปะติดปะต่อเป็นภาพชัดเจน
นางเคยทำงานเป็นสตั๊นท์แมนในหนังแอคชั่นกำลังภายในมาสิบกว่าปี แต่ภาพของห้องนอนขนาดใหญ่ที่ดูสมจริงให้ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นางมาสิงร่างใครงั้นเหรอ?
มือเล็กถูกเด็กสาวพลิกไปมาก่อนจะได้คำตอบ
ไม่ใช่! นางไม่ได้มาสิงร่างใคร แต่มาเกิดใหม่ต่างหาก!
ในที่สุดทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง นางเคยเกิดเป็นคนในศตวรรษที่ 21 พอตายก็มาเกิดใหม่ มีนามว่าลี่หยวน ชิงช่ายที่อยู่ตรงหน้าเป็นสาวใช้คนสนิท และที่สำคัญกว่านั้น...
ตัวละครตัวนี้ มีอยู่ในหนังสือนิยายที่นางอ่านจบไปเมื่อชาติก่อน!
ความจริงที่ได้ตระหนักและรับรู้ ส่งผลให้ดวงตากลมสวยเบิกกว้าง ภาพสะท้อนบนคันฉ่องเบื้องหน้าคือเด็กสาววัยสิบสี่ สวมอาภรณ์ล้ำค่าราคาแพง เรือนผมปล่อยสยายสีดำขลับยาวจนถึงสะโพก ขนตางอนสวยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งการนวัตกรรมสมัยใหม่ทำให้เจ้าตัวตะลึงกับความงดงามที่ได้ยลโฉมในระยะใกล้
อืม... ในนิยายก็บรรยายไว้อยู่หรอกว่า เป็นโฉมสะคราญเบอร์หนึ่งของเมืองหลวง แต่นางที่ไม่ได้เห็นความงามแบบธรรมชาติมานานในวงการบันเทิงก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้อยู่ดี
ทว่าในขณะที่ลี่หยวนกำลังชื่นชมความงามของร่างกายตัวเองในภพชาติใหม่อยู่นั่นเอง จู่ๆ นางก็เกิดอาการขนลุกซู่ หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อคิดได้ว่าชะตากรรมของตนในชาตินี้จะเป็นเช่นไร
ลี่หยวนคือตัวละครที่โดดเด่นตัวหนึ่ง โฉมงาม เนื้อหอม ความสามารถรอบด้าน เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นบู้
...แต่ตัวละครตัวนี้ไม่ใช่นางเอก
นางคือผู้ช่วยของวายร้ายในเรื่องที่สุดท้ายต้องมีจุดจบอย่างน่าอเนจอนาถ เพียงเพราะตนหลงรักวายร้ายอย่างหมดหัวใจ!
ความจริงเรื่องนี้จะโทษลี่หยวนที่ลุ่มหลงในรักก็ไม่ได้ทั้งหมด เพราะพื้นฐานของตัวละครสร้างนางให้เป็นแบบนั้น ลี่หยวนเป็นเด็กกำพร้าที่กำลังจะถูกขายให้แก่หอคณิกา แต่แล้วก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอาไว้พร้อมกับใช้เส้นสายพานางไปฝากฝังเป็นบุตรีบุญธรรมของใต้เท้าผู้หนึ่ง ซึ่งภายหลังได้รับการเลื่อนขั้นให้กลายเป็นเสนาบดีมีตำแหน่งใหญ่โต
ลี่หยวนหลงรักบุรุษผู้มีพระคุณผู้นั้นหัวปักหัวปำโดยที่ไม่รู้เลยว่าตนกำลังถูกอีกฝ่ายใช้เป็นหมากเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ นางเริ่มเข้ารับการฝึกอย่างลับๆ ไม่ว่าจะเป็นงานของกุลสตรีหรืองานสกปรกที่กระทำเบื้องหลัง และนางก็ทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความสมัครใจโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมหรือจริยธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
คิดไปแล้วก็น่าหดหู่ ตลอดชีวิตของนางใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกดีๆ ที่หยิบยื่นมาให้ แต่เป็นเพราะลี่หยวนในนิยายเลือกที่จะเชื่อและปักใจรักคนผิดอย่างไม่ลืมหูลืมตา นางจึงต้องจบชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย
ลี่หยวนในนิยายตายตอนอายุยี่สิบ ซึ่งก็คืออีกหกปีหลังจากนี้
แต่ในระหว่างนี้นางควรจะทำอย่างไรดีเล่า?
“เร็วเข้าสิ อย่ามัวแต่ชักช้า”“หากเป็นรับสั่งของพระชายา ข้าย่อมพร้อมที่จะน้อมรับ” ตงฟางฉีหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว เห็นนางเร่งแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใครบางคนรู้สึกภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่ “แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งก่อน”เดิมทีเขาอยากสำเร็จแล้วเช่นกัน แต่เพื่อการใหญ่ เขาจำเป็นต้องใจแข็งและยั้งไว้เสียก่อน“เจ้าต้องมีลูกให้เราอย่างน้อยห้าคน”ผู้ฟังถึงกับกะพริบตาหนึ่งครั้ง “ลูก... ห้าคน?”ลี่หยวนอึ้งไป นี่เขาเห็นนางเป็นกระต่ายที่ออกลูกเป็นคอกรึ!“นั่นเป็นเงื่อนไขของท่านอาจารย์ลี่” ชายหนุ่มขยายความ “มิเช่นนั้นเขาจะไม่ยอมยกเจ้าให้ข้า”“ท่านปู่...” หญิงสาวตาเหลือก ที่แท้มันเป็นความตั้งใจของลี่เตานั่นเองบัดนี้ท่านปู่อายุมากแล้ว หากเขาประสงค์เช่นนั้น ลี่หยวนยอมรับเลยว่านางคงใจอ่อนไม่กล้าปฏิเสธ“ท่านอ๋อง” ลี่หยวนสบตาผู้เป็นสามีด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม “หม่อมฉันอยากรับท่านปู่มาอยู่ด้วยกันเพคะ”ตงฟางฉีพยักหน้าช้าๆ “ชายาข้า วิธีที่จะดึงดูดให้ท่านอาจารย์ลี่มาที่นี่โดยเร็วที่สุด เห็นทีจะเป็นการมารับขวัญเหลน”ชายาสาวทนไม่ไหวย่นจมูกใส่เข้าทีหนึ่ง “ท่านปู่และสามีข้าต่างเป็นบุรุษร้ายกาจด้
“แล้วข้าควรทำอย่างไรดี...” จมูกโด่งเป็นสันของผู้กล่าวซุกไซร้เข้าที่ลำคอขาวผ่อง ดูดเม้มผิวหอมกรุ่นจนเป็นรอยแดงชัดเจน “ก็ข้าอยากฟังมันอีก”หลังจากนั้นสิ่งที่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งสองมีเพียงเสียงครางและหอบกระเส่าทุกครั้งที่เอวสอบโยกไหวอย่างดุดัน ลี่หยวนก็ราวกับเห็นดวงดาวพร่างพราวอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่เขาแปรเปลี่ยนเป็นเนิบนาบ ลี่หยวนก็ทรมานประหนึ่งจะขาดใจแม้ตงฟางฉีจะเรียกร้องและตักตวงจากร่างอันหอมหวานอย่างยาวนาน ทว่านางก็พยายามที่จะไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า จันทราผุดผ่องครองนภาแทนที่ลี่หยวนกับตงฟางฉีเพิ่งมีโอกาสได้กินข้าวเย็นร่วมกันเป็นมื้อแรกในฐานะสามีภรรยาเดิมทีหญิงสาวอยากใส่เสื้อคลุม แต่พอนางใส่ ตงฟางฉีก็ถอดออก บอกว่าจะใส่ทำไมให้เปลืองแรง เพราะกินข้าวเสร็จเมื่อไรก็ต้องถอดออกอีกอยู่ดีลี่หยวนที่นึกไม่ถึงว่าเขาจะหน้าหนาถึงเพียงนี้ก็ทำเอาพูดอะไรไม่ออก ครั้นอ้าปากจะเถียง เขาก็ใช้นิ้วชั่วช้าหยอกเล่นกับร่างกายนางเสียจนอยู่หมัด ทำเอานางอ่อนระทวยและเสร็จสมไปอีกหน“เหยาเป้ยชูบอกข้าว่า... เขากำลังจะเป็นพ่อคน” ชายหนุ่มซึ่งคีบผักใส่ถ้วยภรรยากล่าวเสียงนุ่มครั้นนึ
คำพูดที่น่าอาย ทำเอาเจ้าสาวรูปงามถึงกับเถียงไม่ออกตงฟางฉีหัวเราะดังขึ้น กลั่นแกล้งนางโดยการโยกกายเบาๆ ทั้งยังส่งมือไปสำรวจเอวบางและสะโพกสอบอย่างทั่วถึงเนื่องจากอาภรณ์ส่วนล่างของลี่หยวนยังปกปิดอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ภาพของนางจึงถูกยั่วยวนและยั่วเย้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวลี่หยวนเองก็มีความทรงจำของคนยุคใหม่ ในเมื่อถูกเขาปลุกเร้ามาถึงขั้นนี้ มีหรือที่นางจะไม่กล้าหญิงสาวเชิดใบหน้า นัยน์ตาหยาดเยิ้มหรี่มองผู้ที่อยู่ใต้ร่าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจัดการเกี่ยวขอบผ้าผืนบาง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่หลงเหลือออกด้วยตนเอง ตั้งใจกระทำมันอย่างเชื่องช้าเป็นพิเศษเพื่อยั่วใครบางคน มิหนำซ้ำยังใช้มือดึงปิ่นและเครื่องประดับบนเรือนผมออกบัดนี้ผิวสีขาวอมชมพูมีหยาดน้ำเกาะพราวบางส่วน ยามกระทบกับแสงท้องฟ้ายามเย็นก็ทำให้ผิวเนียนนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ เรือนผมยาวสยายคลอปิดอกอวบอิ่มไปบางส่วน สภาพของมันยุ่งนิดๆ ล้อมกรอบใบหน้าของคนรักที่มองเขาด้วยแววตาเชิญชวนช่างอันตรายโดยแท้!ตงฟางฉีมองนางอย่างลุ่มหลง ความขึงขังที่ขยับขยายสร้างความทรมานอย่างสุดจะกล่าว“หยวนหยวน...” เป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดความอดทน สองมือใหญ่จับตรึงเข้าที่สะโพกม
คิดไปก็หัวเราะไป ฤทธิ์ของสุราทำให้ลี่หยวนแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างซื่อตรงจุมพิตของพวกนางทวีความหนักหน่วงคลอเข้ากับเสียงหอบหายใจ พอลี่หยวนหายใจไม่ทัน ตงฟางฉีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวบเอวบางพร้อมกับส่งขึ้นไปบนโต๊ะทันทีเพล้ง!!จอกสุราและถาดใส่อาหารว่างถูกปัดออกไปให้พ้นทาง หญิงสาวรู้ตัวอีกครั้งก็เป็นยามที่ตนนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ สองมือคล้องเข้าที่ท้อยทอยของตงฟางฉีโดยที่ริมฝีปากทั้งสองยังไม่ผละจากลิ้นใหญ่ละเลียดชิมริมฝีปากอวบอิ่มทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นกลีบปากบนหรือล่าง โพลงปากและลิ้น...ทุกสัดส่วนอย่างประกาศความเป็นเจ้าของ“อืม...อ๋า”หญิงสาวสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่กร้านทั้งสองสัมผัสนวดคลึงถันงามใหญ่เต็มไม้เต็มมือทั้งสองอย่างสนิทสนม ปลายนิ้วของเขาตวัดถี่ตรงปลายยอดเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ส่งผลให้ผู้ที่เมามายบิดเร้าไปมา“ตง...ตงฟางฉี” ลี่หยวนร้องประท้วงก่อนจะแอ่นอกร้องครางเมื่อเขาลากลิ้นสากดูดดึงจุดนูนเด่นทั้งที่นางยังสวมอาภรณ์อยู่จะว่าอย่างไรดี...แบบนี้มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ซ่านเสียวกว่าคราไหนๆ“ข้าทำไมหรือ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เอาหน้าซุกไซร้ความนุ่มอย่างชอบใจ มิหนำซ้ำ...มืออี