LOGIN“โอ๊ย!” เสียงร้องของคนบนเตียงดังขึ้น พร้อมด้วยอาการขยับตัว และกะพริบตาปริบ ๆ ทำให้ปานแก้วรีบหันไปตะโกนบอกสามีในทันที
“คุณคะ ลูกฟื้นแล้วค่ะ”
“นัทธ์เป็นไงบ้างลูก” ประณตเอ่ยถามลูกชาย
คนป่วยบนเตียงกะพริบตาปริบๆ งุนงงกับคำถามนั้น ทำไมบิดามารดาของนัทธ์ถึงได้ถามว่าเธอเป็นยังไงบ้าง
“หนูเป็นอะไรไปคะ” ประโยคคำถามนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับประณตกับปานแก้วยิ่งนัก เพราะนัทธ์ไม่เคยแทนตัวเองว่าหนูเลยสักครั้ง ส่วนมากจะแทนตัวเองว่าผมหรือแทนตัวเองว่านัทธ์ซึ่งเป็นชื่อของตัวเอง
สองสามีภรรยามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย นั่นทำให้อะตอมที่อยู่ในร่างของนัทธ์ทำหน้างง
“เมื่อกี้ลูกแทนตัวเองว่ายังไงนะจ๊ะ” ปานแก้วถามซ้ำ เพราะคิดว่าตัวเองหูแว่วไป
“หนูไงคะ ทำไมเหรอคะ”
“ทำไมลูกพูดคะขาล่ะ คุณคะแย่แล้ว หรือเพราะลูกขับรถไปชน จนสมองได้รับการกระทบกระเทือน จำเพศตัวเองไม่ได้” ประโยคของผู้ใหญ่ทั้งสองทำให้อะตอมกะพริบตาปริบๆ เธอว่ามันต้องมีอะไรแน่ ๆ เธอก็เลยก้มมองตัวเอง ทั้งแขน ทั้งมือ ทั้งตัวเอง นี่มันร่างบึกบึนของนัทธ์นี่นา เธอจำได้ เพราะอาบน้ำแก้ผ้าด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ร่างที่เธออาศัยอยู่ไม่ใช่ร่างของตัวเองที่มีทรวงทรงองเองของผู้หญิง ไม่มีหน้าอก ไม่มีความคอดของเอว ไม่มีช่วงขาเพรียวสมส่วน
“หนูขอกระจกหน่อยได้ไหม” อะตอมเบิกตากว้าง ก่อนจะเอ่ยขอกระจก
ประณตกับปานแก้วทำหน้างง แต่ก็ยอมไปหยิบกระจกมาให้แต่โดยดี
อะตอมรับกระจกมาส่องดู พอเห็นว่าเป็นหน้าของนัทธ์ เธอก็อ้าปากค้างตาโต ก่อนจะหลับตาปี๋ คิดในใจว่าเธออาจจะฝันไปก็ได้ เธอจึงลืมตามองกระจกใหม่ แต่ยังเหมือนเดิม ใบหน้าที่เห็นในกระจกคือใบหน้าของนัทธ์
เธอทำท่าจะกรีดร้องแต่ก็เอามืออุดปากของตัวเองเอาไว้ ลองหยิกตัวเองดูก็ปรากฏว่าเจ็บ
“โอ๊ย!”
“ลูกหยิกตัวเองทำไม” ปานแก้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะว่าตั้งแต่ลูกตื่นขึ้นมา ก็เอาแต่ทำอะไรแปลกๆ งงๆ เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง
“หนู เอ๊ย! ผมขอไปเยี่ยมนัทธ์ เอ๊ย เยี่ยมอะตอมหน่อยได้ไหมคะ เอ๊ย! ครับ” อะตอมพูดผิดพูดถูก ทำเอาสองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างเป็นกังวล ต่างคิดว่าต้องให้หมอเช็กสมองกันอีกสักรอบ เพราะสมองของลูกอาจจะได้รับการกระทบกระเทือน
“ลูกเพิ่งฟื้น จะไปเยี่ยมอะตอมแล้วเหรอ พักผ่อนก่อนไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ”
“ไม่ได้ค่ะ เอ๊ย! ครับ ต้องไปเดี๋ยวนี้นะ นะคะ เอ๊ย! นะครับ ๆ” อะตอมในร่างนัทธ์เอ่ยขอร้อง ปานแก้วไม่อยากขัดลูกชายจึงช่วยประคองลูกขึ้นนั่งรถเข็น พาไปยังห้องข้าง ๆ
เพียงแค่เปิดประตูเข้าไป เสียงของคนป่วยบนเตียงก็ร้องออกมาเสียงหลง
“พี่ปานคะ ลูกเป็นอะไรก็ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาก็ร้องโวยวายเสียงดัง”
“หุบปากก่อน จะร้องโวยวายอะไรของแกนี่” อะตอมตวาดลั่น ทำเอานัทธ์ที่อยู่ในร่างของอะตอมชะงักกึก มองอีกฝ่ายตาปริบ ๆ เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมีนม เอวคอด ซิกซ์แพ็กหาย และล้วงเข้าไปเจอจิ๊มิ๊เขาก็ตกใจ คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เอาเจ้าน้องชายสุดที่รักไปคลอเคลียกับน้องสาวของผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว
“นัทธ์ ตวาดอะตอมแบบนั้นได้ยังไง อะตอมเป็นผู้หญิงนะ” ปานแก้วตำหนิลูกชาย อะตอมที่อยู่ในร่างของนัทธ์ได้แต่เอ่ยขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“ผมขอคุยกับอะตอมสองต่อสองได้ไหมครับ” อะตอมพูดขึ้น พยายามทำเสียงขรึมๆ เข้าไว้
“ทำไมต้องคุยกันสองต่อสองด้วยจ๊ะ” รดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ญาติคนไข้ไปเบิกยาที่ห้องยาด้วยนะคะ” เสียงของพยาบาลสาวสวย ทำให้แม่ ๆ ทั้งสองต้องรับเอกสารไปเบิกยาที่ห้องยา ส่วนคนเป็นพ่อก็ตามภรรยาลงไป ปล่อยให้ลูก ๆ ได้คุยกัน
“เราสองคนสลับร่างกัน” อะตอมพูดขึ้น มองหน้าตัวเองที่ตอนนี้มีวิญญาณของเพื่อนอาศัยอยู่
“แล้วเราจะทำยังไง”
“นั่นสิ ฉันคิดไม่ออก ปวดหัวไปหมดแล้วนี่” อะตอมหน้าเครียด
“ฉันไม่อยากอยู่ในร่างของเธอหรอกนะ”
“ทำยังกับฉันอยากอยู่ในร่างของนายงั้นแหละ ชิ!”
“สรุปจะเอายังไง”
“นายกลับไปอยู่บ้านนาย ฉันกลับไปอยู่บ้านฉัน”
“บ้าน่ะสิ พ่อแม่ของพวกเราได้ตกใจตาย”
“ฉันไม่อยากอยู่ในร่างนายหรอกนะ”
“ร่างฉันเป็นยังไง ซิกซ์แพ็กอย่างล่ำ ไขมันส่วนเกินไม่มีเลย ฉันออกกำลังกายตลอด”
“ใครสนใจหุ่นนายกันย่ะ ชิ!” เธอย่นจมูกใส่เขา
“เราอาจจะต้องอยู่แบบนี้กันไปก่อน เธอก็ไปอยู่บ้านฉัน และฉันก็คงต้องไปอยู่บ้านเธอ”
“เราจะบอกพ่อกับแม่ดีไหม” อะตอมกัดปากตัวเอง ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“อย่าเพิ่งบอกดีกว่า เดี๋ยวพวกท่านจะตกใจ”
“ขนาดฉันเองยังตกใจ พ่อกับแม่จะตกใจแค่ไหน ดีไม่ดีเขาได้หาว่าเราสองคนเป็นบ้าน่ะสิ” อะตอมอยากจะร้องไห้เหลือเกิน
“เอาแบบนี้แหละ” นัทธ์สรุปเสร็จสรรพ
“รอออกจากโรงพยาบาลค่อยว่ากัน” เขายังบอกเธอให้คลายใจ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว วิญญาณหลุดออกจากร่างแล้วไปอยู่ในร่างคนอื่น จะทำยังไงดีล่ะนี่ แต่จะโวยวายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เลยต้องมีสติ
“แล้วฉันจะใช้ชีวิตยังไง” อะตอมเป็นกังวลไม่น้อย
“ก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ฉันก็กินข้าว นอน แล้วก็เรียนเหมือนเธอนี่แหละ”
“ฉันหมายถึง” เธออึกอัก
“เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง” นัทธ์เอ่ยถามมาจากบนเตียง
“คิดลามกกับฉันอยู่ล่ะสิ”
“บ้า! ใครจะไปคิดทะลึ่งกับนายกัน” เธอย่นจมูกใส่เขา ไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันอีก เสียงประตูห้องพักก็เปิดเข้ามา บรรดาแม่ๆ หิ้วของกินเข้ามาหลายอย่าง ในขณะที่คนเป็นพ่อไม่ได้ตามมาด้วย
“พ่อเขาไปนั่งดื่มกาแฟกันน่ะ แม่เลยขึ้นมาก่อน” รดาพูดขึ้น พลางหันไปมองลูกสาวบนเตียง
“นัทธ์จะกลับห้องหรือยังจ๊ะ” ปานแก้วหันไปถามลูกชาย อะตอมในร่างของนัทธ์ก็พยักหน้าให้มารดาเข็นกลับห้อง ก่อนกลับเธอหันไปมองนัทธ์ที่นอนอยู่บนเตียงแต่ไม่ได้พูดอะไร เป็นอันรู้กันว่าออกจากโรงพยาบาลค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง
อะตอมนอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยา เธอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกปวดปัสสาวะ จึงเอ่ยบอกมารดาเพื่อนทันที
“ผมอยากเข้าห้องน้ำน่ะครับ” เธอทำเสียงขรึมๆ เข้าไว้ ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นก็ได้ แต่เพราะว่ากลัวจะหลุดให้บิดามารดาของนัทธ์รู้ความจริงเข้า โดนจับได้ว่าเธอไม่ใช่นัทธ์
“เดี๋ยวแม่ประคองไป” ปานแก้วตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะประคองร่างลูกชายนั่งรถเข็นไปยังห้องน้ำ
“เดี๋ยวแม่รออยู่ตรงนี้นะ มีอะไรก็เรียกแม่นะ”
“ค่ะคุณแม่”
“เมื่อกี้ลูกว่าอะไรนะ”
“อ้อ... ครับ ครับ” อะตอมรีบปิดประตูห้องน้ำ ก่อนจะตบหน้าผากของตัวเอง เธอหลุดอีกแล้ว ปานแก้วจะสงสัยเธอไหมนะ
อะตอมถลกผ้าถุงโรงพยาบาลขึ้นเพื่อที่จะไปนั่งที่โถส้วมเพื่อปัสสาวะ แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอวัยวะเพศของตัวเอง
“กรี๊ด!!!!!” เสียงกรีดร้องของลูกชายทำให้ปานแก้วตกใจ รีบเปิดประตูเข้าไป เพราะประตูไม่ได้ล็อก
“อย่าบอกนะว่าตอนไปเรียน เธอใส่กางเกงในสีชมพูไป”“แล้วไง ฉันชอบสีชมพู”“จะบ้าเหรอ เกิดใครเห็นเข้า เป็นผู้ชายต้องใส่บ็อกเซอร์ ใส่กางเกงใน”“ฉันไม่ชอบ ฉันชอบใส่แบบนี้” ประโยคของเธอทำให้เขาทำหน้าปั้นยาก“เธอช่วยทำตัวให้มันแมนๆ หน่อยได้ไหม ทุกวันนี้ฉันโดนซุบซิบนินทาหาว่าเป็นตุ๊ดแล้วรู้ไหม”“ช่างนายสิ เรื่องของนาย” เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำท่าจะเดินหนี“ฉันอยากหวดก้นเธอนัก” คนตัวเล็กตรงเข้าคว้าร่างของอะตอมเอาไว้ เธอดิ้นหนี พลางวิ่งหนี เขาก็วิ่งตาม พอหันไปอีกทีก็เสียหลักล้มลงบนเตียง ชายหนุ่มเองก็เหมือนกัน ล้มทับกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองจ้องตากันไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะพูดทำลายความเงียบ“นี่แกล้งให้วิ่งตาม จะได้ยั่วให้อยากเหรอ”“เปล่า อื้อ...” ตอบปฏิเสธแล้วก็โดนเขาบดจูบเข้าให้นัทธ์พลิกร่างของเธอขึ้นไปด้านบน ก่อนจะมองเธอตาเยิ้ม“อย่ามองฉันแบบนี้นะ อะไรของนาย” เธอเบือนหน้าหนี เขาก็กุมแก้มจับแก้มของเธอเอาไว้“อยากอยู่ข้างบนไหม ฉันอยากลองอยู่ข้างล่างดูบ้าง ว่าจะฟินไหม”“บ้า”“ไม่เอาเหรอ” เขาทำเสียงโอดอ่อย“เอาก็เอา” ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะ“นายเป็นผู้หญิงนะ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย หื่นไม่
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมในหนัง ในละคร พระเอกถึงอุ้มนางเอกได้สบาย ๆ ล่ะ หรือเพราะนางเอกน้ำหนักไม่เยอะเหมือนตัวเธอกันนะ“ไหวไหมนัทธ์”“ไหว ๆ” อะตอมตอบแล้วหน้าแดงจัด กัดฟันอุ้มอีกฝ่ายไปที่แคร่เพื่อปฐมพยาบาลแขนแทบหัก!นัทธ์ฟื้นขึ้นมาก็เห็นว่าทุกคนกำลังมองเขาเป็นตาเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นอะตอม“ฉันเป็นอะไรไป”“เป็นลมน่ะ” อะตอมตอบเสียงขรึม“นี่ไอ้นัทธ์อุ้มเธอมาเลยนะ”“อุ้ม” นัทธ์ทวนประโยคของทศ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนอุ้ม อะตอมยืดอกนิดๆ ว่าเธอนี่แหละอุ้มเขา“อุ้มไหวเหรอ” นัทธ์เอ่ยถามเมื่อทุกคนแยกย้ายหลังจากเขาฟื้น“ไหวกับผีสิ ทำไมนายถึงได้กินเอากินเอาจนฉันน้ำหนักเยอะขนาดนี้ ฉันอุ้มนายแขนแทบหัก” ถ้าไม่ใช่อารามตกใจคงเดินต่อไม่ไหวแน่ ๆ ได้โยนเขาทิ้งลงกลางทาง“ก็เราไปออกกำลังกายไปว่ายน้ำกันทุกวัน มันก็อาจจะมีกล้ามเนื้อแล้วน้ำหนักก็เลยขึ้นไง” นัทธ์อธิบาย“ไหวไหม เขาจะเดินทางกลับกันแล้ว เอาศพพี่เอื้อกับดารินกลับให้เร็วที่สุด”“ไหว” นัทธ์ตอบด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนที่จะให้อะตอมประคองไปเก็บข้าวของและเตรียมตัวเดินทางกลับงานสวดศพของคนทั้งสองถูกจัดขึ้นหลังจากนำศพกลับมายังวัดที่ทางญาติได้จัดเตรียมเอาไว้นัทธ์และ
“เดี๋ยวก่อนสิ” เธอคว้าแขนของเขาเอาไว้“ทำไม เปลี่ยนใจหรือไง”“ฉันจะช่วยพี่เอง” ไม่พูดเปล่าเธอแย่งยาขวดนั้นไปจากมือของเขา ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ แล้วช่วยกันทำกับข้าวตกเย็นทุกคนอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งล้อมวงกันกินข้าว ดารินเป็นคนรินน้ำเย็น ๆ แจกจ่ายให้เพื่อน ๆ ก่อนที่เธอจะยื่นไปให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ“อะตอมนี่น้ำเธอจ้ะ”“ขอบใจ” นัทธ์ตอบรับ เขาเองก็ไม่ได้อะไรกับดารินแล้ว เพราะใจเขามันรู้สึกแปลกๆ กับอีกคน แต่ไม่อยากยอมรับในตอนนี้ เพราะแต่เดิมมาเขาคิดกับหล่อนเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ อาการของเขาก็เริ่มออก ร้อนผ่าวไปหมดกรรมเวร! นัทธ์ว่านี่มันคือการโดนวางยาดีๆ นี่เอง“อะตอมเป็นอะไรครับ” จู่ ๆ เอื้องอังกูรก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ อีกฝ่ายเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว ทำให้นัทธ์สะดุ้ง แทนที่จะผลักใสกลับอยากเข้าไปกอดจูบลูบคลำเสียอย่างนั้นไม่ได้นะไอ้นัทธ์ นั่นมันผู้ชายด้วยกัน ถึงเขาจะอยู่ในร่างของผู้หญิงก็เถอะ“อย่ามายุ่ง” นัทธ์สะบัดมืออีกฝ่ายออกไป“จะเล่นตัวไปทำไม ทรมานไม่ใช่เหรอ”“นี่ฝีมือพี่เหรอ”“ใช่ แต่ใครจะรู้ รู้อีกทีเธอก็เป็นของพี่ไปแล้ว”“ไอ้เลวเอ๊ย!” นัทธ
“หือ...” อาคมครางออกมา พลางกะพริบตาปริบๆ เดี๋ยวนี้ลูกชายบ้านโน้นมีเมนส์แล้วเหรออ้อ... เขาร้องในใจลูกชายบ้านโน้นคือลูกสาวเราด้วย ก็เลยต้องมีวันนั้นของเดือน“นี่ยา” อะตอมยื่นยาให้นัทธ์“ไม่กิน ขม”“หรือจะฉีดยา” อะตอมแกล้งว่า รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบกินยา“ไม่ฉีด กลัวเข็ม”“ผู้ชายอะไรตัวโต ๆ แต่กลัวเข็ม กลัวการกินยา ถ้าไม่กินก็จะปวดอยู่แบบนี้นะ”“ขมไหม”“นิดหน่อยเหมือนบอระเพ็ด”“บอระเพ็ดขมนะ”“เคยได้ยินไหม หวานเป็นลมขมเป็นยา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“กินก็ได้ เพราะปวดท้องหรอกนะ”“นี่แหละ จะได้รู้ว่าเวลาฉันปวดท้องมันเป็นยังไง”“รู้แล้วได้อะไร” นัทธ์รับยาไปกินแล้วทำหน้าเหยเก“ขม...” นัทธ์บ่นอุบ“เอาขนมหวานไปกินรับรองหายขม” อะตอมยื่นขนมหวานให้เพื่อน นัทธ์รับไปกินก่อนจะทิ้งตัวลงนอน“ถุงน้ำร้อนกอดเอาไว้”“ต้องกอดถุงน้ำร้อนด้วยเหรอ”“วางไว้ที่ท้องน้อยจะช่วยให้อาการดีขึ้น” “ห้องนายนี่มัน!” เธอทำเสียงในลำคอเมื่อกวาดสายตามองห้องของเขา ก่อนที่ร่างล่ำๆ ของอะตอมจะเดินไปเก็บกวาดในห้องจนสะอาดเรียบร้อย ในขณะที่นัทธ์นอนมองตาปริบ ๆ“ดีขึ้นไหม”“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย”“นอนนิ่งๆ เดี๋ยวดีเอง”“อะตอม”“หือว่าไง”“เป็นผู้หญิงลำบ
เขารู้จักห้องพักส่วนตัวของเธอ เพราะเคยพาเขามาร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนที่นี่ เป็นห้องที่บิดามารดาซื้อให้เพื่อพักอาศัยอยู่ขณะเรียน บ้านหลังใหญ่นั้นบิดามารดาอาศัยอยู่ ต้องรักษาหน้าตาก็ต้องอยู่ที่นั่นต่อไป แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีภาระหนี้สินมากมายต้องจัดการ ดารินไปหาอะตอมที่บ้าน ซึ่งในช่วงกลางวันแบบนี้อะตอมจะมาอยู่บ้านของนัทธ์เป็นส่วนใหญ่ หรือบางทีก็บ้านใครบ้านมัน พอมีใครมาหาก็รีบวิ่งข้ามรั้วไปอยู่อีกบ้านเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย“รินเป็นอะไร หน้าไปโดนอะไรมา” นัทธ์เอ่ยถามอย่างตกใจ“ปะ... เปล่าจ้ะ”“มีอะไรบอกเราสิ” นัทธ์คาดคั้น“พ่อกับแม่มีปัญหาเรื่องเงิน ท่านโมโหก็เลยพลั้งมือตบเราน่ะจ้ะ”“มีอะไรให้เราช่วยก็บอกได้นะ”“ขอบใจจ้ะ อะตอมเราถามอะไรหน่อยสิ”“ถามอะไรเหรอ”“เราจะคบนัทธ์ดีไหม”“ทำไมมาถามเราล่ะ”“คือเราเอ่อ... ก็คุยกับนัทธ์มาสักระยะแล้ว เลยอยากคบหากันอย่างจริงจัง” จริงๆ เธอคุยกับนัทธ์แค่ในไลน์ ไม่เคยคบหาหรือไปไหนมาไหนด้วยกันเลยสักครั้ง เพราะเขาอ้างว่าไม่ว่างต้องซ้อมกีฬา“ก็เอาสิ”“เธอไม่ว่าอะไรเหรอ”“จะว่าอะไรล่ะ” นัทธ์ที่อยู่ในร่างของอะตอมยิ้มกริ่ม เขาก็อยากคบกับเธอ แต่คุยกันไม่เคยวิดิโ
แต่การที่นัทธ์ในร่างของเธอลงไปเตะบอล มันทำให้เธอดูเป็นที่สนใจของหนุ่ม ๆ ว่าเป็นสาวสวยที่เตะบอลเก่งทำให้เป็นดาวเด่น เป็นที่ชื่นชอบของหนุ่ม ๆ ไปโดยปริยาย“ดูนัทธ์จะสนใจอะตอมมากนะ” ดารินเอ่ยอย่างอิจฉา แต่ไม่ได้แสดงออกมากนัก ปรายตามองแล้วรู้สึกหงุดหงิดที่มีแต่หนุ่มๆ สนใจอะตอมเธอเองก็อยากเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ แต่จะให้ไปเตะบอลแบบนั้นเธอคงไม่ทำเป็นแน่ และไม่คิดด้วยว่าอะตอมจะใช้วิธีการนี้เรียกความสนใจไปจากหนุ่ม ๆ ได้มากมายเช่นนี้“ไม่ได้สนใจอะไรหรอก” อะตอมตอบแบบไม่ได้คิดอะไร แต่สายตามองร่างของตัวเองเคลื่อนไหวไปตามลูกบอลไม่วางตา ท่าทีนั้นทำให้ดารินแอบกัดปากตัวเองเบาๆ“อะตอมก็เป็นแบบนี้แหละ”“แบบนี้ คือแบบไหนเหรอ” อะตอมหันไปเอ่ยถาม ประโยคทะแม่ง ๆ นั้นทำให้เธอใจแกว่ง ขออย่าให้ดารินพูดอะไรไม่ดีถึงเธอเลย เพราะเธอคิดว่าดารินเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของเธอ“ก็... รินไม่ค่อยอยากพูดเลยจ้ะ เหมือนเป็นการว่าเพื่อน” ดารินแสร้งถอนใจ เหมือนไม่อยากพูด แต่ประโยคนั้นก็ทำให้อะตอมต้องกัดปากตัวเอง“พูดมาเถอะ เราอยากรู้” อะตอมเอ่ยออกไป อยากรู้ว่าดารินจะพูดอะไรกับเธอ“ก็อะตอมน่ะสิชอบเรียกร้องความสนใจ ให้ความสนิทสนมกับ







