LOGINเธอกับเขาจะทำอย่างไร เมื่อต้องสลับร่างกัน ความหวานมันก็บังเกิด ในเมื่อทั้งสองเป็นคู่กัดกัน และต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอีกของอีกฝ่าย
View More“ว้าย! ไอ้บ้า ถ้ำมองคนอื่นอาบน้ำระวังเป็นตากุ้งยิงนะ” อะตอมอุทานออกมา ก่อนจะเอามือกอดอก
“ก็เธอมานุ่งกระโจมอกอาบน้ำให้ฉันดูเอง” นัทธ์ที่ถือขันน้ำและอุปกรณ์อาบน้ำอยู่ตอบโต้กลับไป เขานุ่งผ้าขาวม้าเดินมาอาบน้ำที่ตุ่มข้างบ้านของตนเองเหมือนเช่นทุกวัน
ทั้งสองมีบ้านใกล้กัน อาณาเขตรอบบ้านโอบล้อมด้วยต้นไม้และด้านหลังเป็นภูเขา ด้านหน้าคือแม่น้ำไหลผ่าน อากาศในยามเช้าสดชื่นยิ่งนัก
นัทธ์กับอะตอมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด แต่เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่มีชื่อเสียงพอสมควร เขากับเธอเรียนเอกพัฒนาชุมชน ชั้นปีที่สอง
“ฉันนี่นะมานุ่งกระโจมอกให้นายดู นี่แน่ะ ๆ” คนพูดตักน้ำในโอ่งสาดเข้าใส่เต็ม ๆ ทำเอานัทธ์ต้องร้องออกมา
“ฉันเปียกหมดแล้วยายตัวแสบ”
“อาบน้ำก็ต้องเปียกสิ คิกๆ” คนแกล้ง หัวเราะอย่างสะใจ ก่อนที่จะโดนน้ำถังใบใหญ่สาดเข้ามาเต็ม ๆ
“นี่นายเอาน้ำมาสาดฉันเหรอ”
“เป็นไงเย็นฉ่ำไหม” นัทธ์หัวเราะอย่างชั่วร้าย ไม่นานทั้งสองก็สาดน้ำใส่กันจนเลอะเทอะไปหมด
เสียงทะเลาะกับเสียงน้ำสาดใส่กัน ทำให้บิดามารดาของทั้งสองต้องส่ายหน้าให้กับความชอบทะเลาะกันของลูก ๆ ตั้งแต่เล็กจนโต ทะเลาะกันตลอด แต่ก็เป็นเพื่อนกันมาจนถึงตอนนี้
“แม่ได้ยินเสียงอะไรเอะอะโวยวาย ทะเลาะกับตานัทธ์อีกแล้วเหรอ” รดาเอ่ยถามอะตอมผู้เป็นลูกสาว
“ก็ไอ้นัทธ์สิคะแม่กวนโมโห หนูเลยสาดน้ำใส่เสียเลย”
“แล้วเขาก็สาดกลับ ทะเลาะกันลั่นบ้านเหมือนทุกวัน” รดาดักคอ ในขณะที่อาคมได้แต่ยิ้มขำในขณะที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงหัวโต๊ะ พลางจิบกาแฟไปด้วย
“หืม... ขนมปังไส้สับปะรดของคุณแม่อร่อยจังเลยค่ะ” อะตอมหยิบมาชิมแล้วเอ่ยชมว่าอร่อย
“จะเอาไปฝากนัทธ์บ้างก็ได้นะ”
“เรื่องอะไรคะ ปากปีจอนัก ให้อดไปเลย”
“เรานั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปกับเขาทุกวัน ต้องมีน้ำใจตอบแทนเขาบ้างสิ”
“หนูก็ช่วยค่าน้ำมันรถแล้วไงคะ แต่เอาไปให้หมอนั่นก็ได้ เห็นชอบชมว่าคุณแม่ทำอาหารอร่อย” พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงแตรรถก็ดังอยู่หน้าบ้าน ทำเอาคนที่กำลังยกโกโก้ร้อนขึ้นดื่มถึงกับสำลัก
“แค่ก แค่ก แค่ก”
“ระวังหน่อยสิจ๊ะ” รดาลูบหลังลูกสาวเบาๆ
“หนูต้องไปแล้วนะคะ ขืนช้าหมอนั่นไอ้ทิ้งหนูแน่”
“อย่าวิ่งสิจ๊ะลูก เดี๋ยวก็สะดุดหกล้มหรอก” รดาส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยิ้มออกมา
“จะบีบแตรอะไรนักหนาหึ” อะตอมรับหมวกกันน็อกมาสวมใส่ขณะที่ปากก็บ่นไปด้วย ก่อนจะยื่นแซนวิชไส้สับปะรดให้เพื่อน
“อะไร”
“แซนวิชไส้สับปะรด คุณแม่ทำเผื่อนายด้วย”
“ลาภปาก”
“ตะกละ”
“ก็มันอร่อยนี่นา เอานี่ไป”
“อะไร”
“คุณแม่ฝากขนมปังหน้าหมูมาให้”
“หูย... อยากกินอยู่พอดี” เธอยื่นมือไปรับขนมปังหน้าหมูจากเขา แต่กลับโดนดึงหนี
“อะไรของนายนี่”
“รับปากก่อนว่าจะช่วย”
“ช่วยอะไรของนายหึ”
“เธอก็รู้ว่าฉันชอบดาริน”
“แล้วไง”
“เป็นแม่สื่อให้หน่อย”
“เรื่อง”
“งั้นก็ไม่ต้องกิน”
“ก็ได้”
“เห็นแก่กินเหมือนกันนะ”
“งั้นไม่ช่วย ขนมปังหน้าหมูหน้ามหาวิทยาลัยก็อร่อย ฉันไปซื้อกินที่นั่นก็ได้ ฉันมีเงิน”
“เอาไป สัญญาแล้วนะว่าจะช่วย”
“อืม... แต่มันต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนายด้วยนะ ฉันจะไปบอกให้แล้วกันว่านายชอบ” อะตอมถอนใจเฮือกใหญ่ เธอไม่ค่อยอยากสนับสนุนให้นัทธ์คบหากับดารินเลย มันเป็นเหตุผลที่เขาฟังแล้วอาจจะคิดว่าเธอใส่ร้ายเพื่อน เพราะคนกำลังหน้ามืดตามัว หรือเธอจะลองให้นัทธ์ไปเจอของจริงดู
“อย่าเพิ่งบอก”
“อ้าว... ทำไมล่ะ”
“ฉันไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี”
“เริ่มแบบที่บอกรักไปเลยไง ชอบเขาก็บอกรักเขาไปแล้ว จะไปอำพะนำอยู่ทำไม”
“ขอทำใจก่อนสิ”
“เบื่อจริง ๆ” เธอบ่นไม่จริงจังนัก ก่อนจะขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเขา
“ทำไมนายไม่พารถยนต์ไปนี่ ฉันใส่กระโปรงมันนั่งยาก”
“รถยนต์ไม่แรงเท่ามอไซค์”
“วะ! ว้าย! อะไรของนายนี่” เธอรีบผวากอดเอวเขาเอาไว้แน่น เมื่อจู่ ๆ เขาก็ออกรถแบบไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว
“เกาะแน่นๆ สิ”
“ก็เกาะอยู่นี่ไง ดีนะที่ฉันเกาะเอวนายเอาไว้ ไม่งั้นตกลงไปคอหักกันพอดี” เธอตะโกนคุยกับเขา
“ก็เห็นว่าเกาะแล้วไง เลยออกรถ”
“นัทธ์ระวัง นั่นรถข้างหน้า กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังขึ้น ก่อนที่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของนัทธ์จะชนเข้ากับรถด้านหน้าโครมใหญ่
เสียงเบรกรถ เสียงกรีดร้องดังขึ้น ก่อนที่พลเมืองดีจะโทร. แจ้งตำรวจ และเรียกรถพยาบาลมายังที่เกิดเหตุ
บิดามารดาของทั้งสองรีบมายังโรงพยาบาลทันทีเมื่อรู้ว่าลูกประสบอุบัติเหตุรถชน
“ลูกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” รดาเดินไปมาตรงหน้าห้องฉุกเฉินอย่างเป็นกังวล
“พี่ต้องขอโทษด้วยนะ ตานัทธ์น่าจะขับรถเร็วแน่ ๆ บอกแล้วว่าอย่าขับรถเร็ว” ปานแก้วเอ่ยขอโทษออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังเป็นกังวล เพราะเป็นห่วงลูกชายกับสาวน้อยข้างบ้านเพื่อนลูกชายสุดหัวใจ
“ลูกต้องไม่เป็นอะไรค่ะ เรามาสวดมนต์ให้ลูกปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ” รดาบีบมือของปานแก้วเอาไว้ จะโทษอีกฝ่ายก็จะทะเลาะกันเสียเปล่าๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษว่าเป็นความผิดของใคร แต่นี่คือเวลาที่ต้องสวดมนต์อธิษฐานให้ลูกๆ ปลอดภัย
“คุณหมอ ลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ประณตตรงเข้าไปเอ่ยถามถึงอาการของลูกชาย
“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังไม่ฟื้น ตอนนี้จะเคลื่อนย้ายไปยังห้องพักผู้ป่วยนะครับ”
“แล้วลูกสาวผมล่ะครับ” อาคมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ปลอดภัยทั้งคู่นะครับ แต่ยังไม่ฟื้น หมอขอตัวก่อนนะครับ” ประโยคของคุณหมอ สร้างความโล่งใจให้ทุกคน ก่อนที่จะพากันเดินไปยังห้องพักผู้ป่วย ซึ่งสองหนุ่มสาวอยู่ห้องพักใกล้กัน บิดามารดาของทั้งสองจึงไปมาหาสู่กันได้
“นัทธ์ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ” ปานแก้วนั่งอยู่ข้างเตียงลูกชาย ก่อนที่จะร้องไห้ออกมา มองบาดแผลตามตัวแล้วให้รู้สึกใจหายยิ่งนัก
“อย่าบอกนะว่าตอนไปเรียน เธอใส่กางเกงในสีชมพูไป”“แล้วไง ฉันชอบสีชมพู”“จะบ้าเหรอ เกิดใครเห็นเข้า เป็นผู้ชายต้องใส่บ็อกเซอร์ ใส่กางเกงใน”“ฉันไม่ชอบ ฉันชอบใส่แบบนี้” ประโยคของเธอทำให้เขาทำหน้าปั้นยาก“เธอช่วยทำตัวให้มันแมนๆ หน่อยได้ไหม ทุกวันนี้ฉันโดนซุบซิบนินทาหาว่าเป็นตุ๊ดแล้วรู้ไหม”“ช่างนายสิ เรื่องของนาย” เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำท่าจะเดินหนี“ฉันอยากหวดก้นเธอนัก” คนตัวเล็กตรงเข้าคว้าร่างของอะตอมเอาไว้ เธอดิ้นหนี พลางวิ่งหนี เขาก็วิ่งตาม พอหันไปอีกทีก็เสียหลักล้มลงบนเตียง ชายหนุ่มเองก็เหมือนกัน ล้มทับกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองจ้องตากันไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะพูดทำลายความเงียบ“นี่แกล้งให้วิ่งตาม จะได้ยั่วให้อยากเหรอ”“เปล่า อื้อ...” ตอบปฏิเสธแล้วก็โดนเขาบดจูบเข้าให้นัทธ์พลิกร่างของเธอขึ้นไปด้านบน ก่อนจะมองเธอตาเยิ้ม“อย่ามองฉันแบบนี้นะ อะไรของนาย” เธอเบือนหน้าหนี เขาก็กุมแก้มจับแก้มของเธอเอาไว้“อยากอยู่ข้างบนไหม ฉันอยากลองอยู่ข้างล่างดูบ้าง ว่าจะฟินไหม”“บ้า”“ไม่เอาเหรอ” เขาทำเสียงโอดอ่อย“เอาก็เอา” ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะ“นายเป็นผู้หญิงนะ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย หื่นไม่
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมในหนัง ในละคร พระเอกถึงอุ้มนางเอกได้สบาย ๆ ล่ะ หรือเพราะนางเอกน้ำหนักไม่เยอะเหมือนตัวเธอกันนะ“ไหวไหมนัทธ์”“ไหว ๆ” อะตอมตอบแล้วหน้าแดงจัด กัดฟันอุ้มอีกฝ่ายไปที่แคร่เพื่อปฐมพยาบาลแขนแทบหัก!นัทธ์ฟื้นขึ้นมาก็เห็นว่าทุกคนกำลังมองเขาเป็นตาเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นอะตอม“ฉันเป็นอะไรไป”“เป็นลมน่ะ” อะตอมตอบเสียงขรึม“นี่ไอ้นัทธ์อุ้มเธอมาเลยนะ”“อุ้ม” นัทธ์ทวนประโยคของทศ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนอุ้ม อะตอมยืดอกนิดๆ ว่าเธอนี่แหละอุ้มเขา“อุ้มไหวเหรอ” นัทธ์เอ่ยถามเมื่อทุกคนแยกย้ายหลังจากเขาฟื้น“ไหวกับผีสิ ทำไมนายถึงได้กินเอากินเอาจนฉันน้ำหนักเยอะขนาดนี้ ฉันอุ้มนายแขนแทบหัก” ถ้าไม่ใช่อารามตกใจคงเดินต่อไม่ไหวแน่ ๆ ได้โยนเขาทิ้งลงกลางทาง“ก็เราไปออกกำลังกายไปว่ายน้ำกันทุกวัน มันก็อาจจะมีกล้ามเนื้อแล้วน้ำหนักก็เลยขึ้นไง” นัทธ์อธิบาย“ไหวไหม เขาจะเดินทางกลับกันแล้ว เอาศพพี่เอื้อกับดารินกลับให้เร็วที่สุด”“ไหว” นัทธ์ตอบด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนที่จะให้อะตอมประคองไปเก็บข้าวของและเตรียมตัวเดินทางกลับงานสวดศพของคนทั้งสองถูกจัดขึ้นหลังจากนำศพกลับมายังวัดที่ทางญาติได้จัดเตรียมเอาไว้นัทธ์และ
“เดี๋ยวก่อนสิ” เธอคว้าแขนของเขาเอาไว้“ทำไม เปลี่ยนใจหรือไง”“ฉันจะช่วยพี่เอง” ไม่พูดเปล่าเธอแย่งยาขวดนั้นไปจากมือของเขา ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ แล้วช่วยกันทำกับข้าวตกเย็นทุกคนอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งล้อมวงกันกินข้าว ดารินเป็นคนรินน้ำเย็น ๆ แจกจ่ายให้เพื่อน ๆ ก่อนที่เธอจะยื่นไปให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ“อะตอมนี่น้ำเธอจ้ะ”“ขอบใจ” นัทธ์ตอบรับ เขาเองก็ไม่ได้อะไรกับดารินแล้ว เพราะใจเขามันรู้สึกแปลกๆ กับอีกคน แต่ไม่อยากยอมรับในตอนนี้ เพราะแต่เดิมมาเขาคิดกับหล่อนเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ อาการของเขาก็เริ่มออก ร้อนผ่าวไปหมดกรรมเวร! นัทธ์ว่านี่มันคือการโดนวางยาดีๆ นี่เอง“อะตอมเป็นอะไรครับ” จู่ ๆ เอื้องอังกูรก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ อีกฝ่ายเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว ทำให้นัทธ์สะดุ้ง แทนที่จะผลักใสกลับอยากเข้าไปกอดจูบลูบคลำเสียอย่างนั้นไม่ได้นะไอ้นัทธ์ นั่นมันผู้ชายด้วยกัน ถึงเขาจะอยู่ในร่างของผู้หญิงก็เถอะ“อย่ามายุ่ง” นัทธ์สะบัดมืออีกฝ่ายออกไป“จะเล่นตัวไปทำไม ทรมานไม่ใช่เหรอ”“นี่ฝีมือพี่เหรอ”“ใช่ แต่ใครจะรู้ รู้อีกทีเธอก็เป็นของพี่ไปแล้ว”“ไอ้เลวเอ๊ย!” นัทธ
“หือ...” อาคมครางออกมา พลางกะพริบตาปริบๆ เดี๋ยวนี้ลูกชายบ้านโน้นมีเมนส์แล้วเหรออ้อ... เขาร้องในใจลูกชายบ้านโน้นคือลูกสาวเราด้วย ก็เลยต้องมีวันนั้นของเดือน“นี่ยา” อะตอมยื่นยาให้นัทธ์“ไม่กิน ขม”“หรือจะฉีดยา” อะตอมแกล้งว่า รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบกินยา“ไม่ฉีด กลัวเข็ม”“ผู้ชายอะไรตัวโต ๆ แต่กลัวเข็ม กลัวการกินยา ถ้าไม่กินก็จะปวดอยู่แบบนี้นะ”“ขมไหม”“นิดหน่อยเหมือนบอระเพ็ด”“บอระเพ็ดขมนะ”“เคยได้ยินไหม หวานเป็นลมขมเป็นยา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“กินก็ได้ เพราะปวดท้องหรอกนะ”“นี่แหละ จะได้รู้ว่าเวลาฉันปวดท้องมันเป็นยังไง”“รู้แล้วได้อะไร” นัทธ์รับยาไปกินแล้วทำหน้าเหยเก“ขม...” นัทธ์บ่นอุบ“เอาขนมหวานไปกินรับรองหายขม” อะตอมยื่นขนมหวานให้เพื่อน นัทธ์รับไปกินก่อนจะทิ้งตัวลงนอน“ถุงน้ำร้อนกอดเอาไว้”“ต้องกอดถุงน้ำร้อนด้วยเหรอ”“วางไว้ที่ท้องน้อยจะช่วยให้อาการดีขึ้น” “ห้องนายนี่มัน!” เธอทำเสียงในลำคอเมื่อกวาดสายตามองห้องของเขา ก่อนที่ร่างล่ำๆ ของอะตอมจะเดินไปเก็บกวาดในห้องจนสะอาดเรียบร้อย ในขณะที่นัทธ์นอนมองตาปริบ ๆ“ดีขึ้นไหม”“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย”“นอนนิ่งๆ เดี๋ยวดีเอง”“อะตอม”“หือว่าไง”“เป็นผู้หญิงลำบ





