LOGIN“นัทธ์เป็นอะไรลูก” ปานแก้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ คิดว่าลูกชายเป็นอะไรร้ายแรงถึงได้กรีดร้องเช่นนี้
“หนูมีไอ้นั่น ไอ้นั่น อ๊าย! น่าเกลียด” อะตอมหันมาบอก พลางชี้มายังอวัยวะเพศของตัวเองที่อยู่กลางลำตัว
“หือ... ลูกเป็นผู้ชายก็ต้องมีไอ้นั่นสิ แล้วนี่จะมาโชว์อะไรให้แม่ดูฮึ แม่เห็นแต่เด็กแล้ว แม่ไม่ตื่นเต้นหรอก” ปานแก้วว่าไปโน่น ทำเอาอะตอมหน้าแดงก่ำ
“ขะ... ขอโทษค่ะ เอ๊ย! ครับ” เธอรีบปิดประตูเป็นการไล่มารดาเพื่อนออกไปจากห้อง ทำเอาปานแก้วได้แต่ทำหน้างง ในขณะที่อะตอมก้มมองหว่างขาตัวเอง พลางกุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้
โคตรน่าเกลียด ทำไมของอีตานั่นดำอย่างนี้นะ เฮ้ย! ของเธอก็ไม่ได้ขาวนี่ ป่านนี้อีตานั่นเห็นของเธอไปถึงไหนต่อไหนแล้ว โอ๊ย! กรรมเวร เจอหน้ากัน เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนนี่
ในขณะที่อะตอมนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโถชักโครก ปานแก้วที่ออกมาเจอสามีเดินเข้าห้องพักเข้ามาพอดีก็รีบปรี่เข้าไปหา
“คุณคะ”
“มีอะไรคุณ หน้าตาแตกตื่น”
“ลูกเราแปลก แปลกมากค่ะ”
“แปลกยังไง”
“ก็เมื่อกี้โชว์ไอ้นั่นให้ฉันดู บอกว่าตัวเองมีไอ้นั่นได้ยังไง”
“หือ... เดี๋ยวนี้ลูกเราชอบโชว์ของลับแล้วเหรอ” ประณตพูดแล้วหัวเราะลงลูกคอ ในขณะที่ปานแก้วค้อนสามีตาคว่ำ
“คุณคะ ยังจะมาพูดเล่นอีก ตั้งแต่ลูกเราประสบอุบัติเหตุ คุณไม่สังเกตเหรอคะว่าลูกเราแปลกๆ ไป”
“ผมก็ว่าแปลกๆ แต่บางทีลูกอาจจะกำลังป่วย เดี๋ยวก็คงหายแหละ อย่าคิดมากเลยคุณ นั่นลูกออกมาจากห้องน้ำแล้ว” เพราะเป็นลูกคนเดียว สองสามีภรรยาเลยรักมากเป็นพิเศษ
ปานแก้วรีบเข้าไปประคองลูกมาขึ้นเตียง ในขณะที่อะตอมได้แต่นอนนิ่งไม่ไหวติง เธอจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงนี่
กรรมเวรจริงๆ เธอได้แต่นอนถอนใจเฮือกๆ อย่างครุ่นคิด ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี
“นัทธ์เป็นอะไรหรือเปล่าลูก นอนถอนใจเฮือก ๆ หนักอกหนักใจอะไร หรือไม่สบาย ปวดเนื้อปวดตัวตรงไหนหรือเปล่า แม่จะได้บอกพยาบาล”
“ปะ... เปล่าคะ ครับ ผมแค่ง่วงนอนครับ” อะตอมโกหกคำโต อยากหลบเลี่ยงการพูดคุยกับบิดามารดาของเพื่อน ตอนนี้เธอไม่ค่อยชินกับสรรพนามที่ต้องใช้ แต่ก็เอาเถอะ ต่อไปพยายามจะไม่ให้หลุดอีก
“งั้นก็นอนนะลูก แม่ไม่กวนแล้ว ตื่นมาจะได้กินข้าวกินยา” ประโยคของปานแก้วทำให้อะตอมข่มตาหลับลง คิดว่าคงนอนไม่หลับ แต่สุดท้ายเธอก็นอนหลับลงไปในทันที
อะตอมนอนหลับไปก่อนที่เธอจะฝัน
“น้องดำ” เสียงล้อเลียนคุ้นเคยดังขึ้น ทำเอาอะตอมหันขวับไปมอง
“อย่ามาล้อกันนะ”
“ก็ดำจริงๆ”
“นายขาวนักหรือไง เชอะ! นายดำตับเป็ด”
“เธอดำกว่า”
“นายน่ะสิดำกว่า”
“เธอน่ะสิดำกว่า” ทั้งสองเถียงกันไปมา ในขณะที่อะตอมโวยวายร้องลั่น ตะกายไปมาอยู่บนเตียง
“นัทธ์ ลูก นัทธ์ ฝันร้ายเหรอลูก” ปานแก้วตรงเข้าเขย่าร่างลูกชายไปมา ทำให้อะตอมสะดุ้งสุดตัว และพบว่าเธอฝันไป แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อกวาดสายตามองบิดามารดาเพื่อนแล้วเจอกับร่างของตัวเองที่นัทธ์ครอบครองอยู่นั่งอยู่บนรถเข็น
“เฮ้ย!” อะตอมหลุดอุทานออกมา
“เป็นอะไรของเธอนี่ เห็นหน้าฉันทำยังกับเห็นผี” นัทธ์เอ่ยถาม
“นายมานานแล้วเหรอ”
“มาสักพักแล้ว จะมาเยี่ยมเธอไง” สรรพนามที่สองหนุ่มสาวคุยกันทำให้คนเป็นพ่อแม่ทำหน้างุนงง
สองหนุ่มสาวเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดไป เลยรีบเปลี่ยนสรรพนามเสียใหม่
“นายเป็นไงบ้าง” นัทธ์เอ่ยถาม พลางเปลี่ยนสรรพนามเรียกอะตอมเสียใหม่
“ก็ดี แล้วเธอล่ะ” อะตอมตอบโต้กลับไป สีหน้าพยายามไม่ให้มีพิรุธอันใด ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่มีสีหน้าสงสัยมองสบตากัน และต่างคิดว่าลูกๆ คงป่วยเลยสับสนในตัวเอง
“ก็โอเค” นัทธ์เอ่ยถาม
“หมอใกล้ให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนี่จ๊ะ” รดาเอ่ยขึ้น ก่อนที่เพื่อนๆ ในห้องเรียนจะมาเยี่ยมสองหนุ่มสาวและพูดคุยกันอย่างออกรส
“น่ารัก” นัทธ์ตาลอย มองใบหน้าหวาน ๆ ของดารินที่ขยับเข้ามาเอ่ยถามเสียงหวาน
“อะตอมเป็นยังไงบ้างจ๊ะ อะตอม อะตอม!”
“ครับ เอ๊ย! จ้ะ” นัทธ์พูดผิดพูดถูก หลงลืมตัวเองไปชั่วขณะ นั่นทำให้อะตอมที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับมองด้วยความหมั่นไส้
“รินถามว่าอะตอมเป็นยังไงบ้าง ใจลอยไปไหนจ๊ะ”
“เราโอเค เจ็บแขนนิดหน่อยจ้ะ” นัทธ์เอ่ยตอบ
“หมอให้ออกจากโรงพยาบาลตอนไหนจ๊ะ”
“ก็ถ้าเช็กแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงก็คงให้ออกแล้วล่ะจ้ะ แต่เราอยากกลับห้องแล้ว รดาเข็นรถไปส่งเราหน่อยสิ” นัทธ์เอ่ยขึ้น ซึ่งดารินก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน
“ไปจ้ะ งั้นเราไปส่ง” ดารินจัดการเข็นรถให้เพื่อนเพื่อพาไปส่งที่ห้อง เพื่อน ๆ จึงตามไปด้วย ทำเอาอะตอมที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงถอนใจอย่างหงุดหงิดที่เพื่อนของเธอไปจนหมด เหลือแต่เพื่อนของนัทธ์เท่านั้น
“เป็นอะไรวะไอ้นัทธ์ ทำหน้าบูดเหมือนตูดลิง” ทศเอ่ยถาม
“นี่ปากนายเหรอ” อะตอมทำเสียงในลำคอ เหมาะกันจริง ปากหมาเหมือนกันเลยคบกันได้ เพื่อนของนัทธ์แต่ละคนปากปีจอด้วยกันทั้งนั้น แถมยังชอบแซวสาวอีก
“เอาน่า อย่าเครียดไปเลย สาว ๆ เขาก็คงอยากมีเวลาส่วนตัวคุยกันบ้าง” ศักดิ์ตบไหล่เพื่อน
“โอ๊ย!” อะตอมร้องเสียงหลง
“เจ็บเหรอวะ ขอโทษว่ะ ฉันตบเบา ๆ เองนะ ทำไมแกบอบบางขนาดนี้วะ”
“เจ็บน่ะสิ มือหนักยังกะยักษ์” อะตอมทิ้งตัวลงนอน ไม่อยากเสวนากับสามหนุ่มนักหรอก ทำเอาสามหนุ่มต้องขอตัวกลับ เมื่อเพื่อนนอนหันหลังให้ แล้วหลับตาหนีเพื่อยุติการสนทนา
“งั้นพวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ทศ ศักดิ์และชัยเลยรีบเอ่ยขอตัว ยกมือไหว้บิดามารดาของเพื่อนเมื่อทั้งสองเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยให้เด็กๆ คุยกันเป็นส่วนตัว
หลังจากที่สามหนุ่มออกไปแล้ว อะตอมก็ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะทำเสียงฮึดฮัดขัดใจ
“เป็นอะไรลูก ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“เปล่าค่ะ”
“ลูกพูดค่ะอีกแล้ว แม่ว่าไม่ควรให้ลูกออกจากโรงพยาบาลก่อนที่จะได้เช็กสมองและความผิดปกติของลูกก่อน”
“ขอโทษครับ ผมมึนๆ นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ” อะตอมรีบอธิบาย เธออยากตบปากตัวเองนัก แต่มันยังไม่ชินจริงๆ นี่นา
“ไม่ได้การละ แม่จะให้หมอเช็กทุกอย่างของลูกอีกครั้ง”
“ไม่ต้องหรอกครับ สิ้นเปลืองเปล่าๆ”
“สิ้นเปลืองอะไร บ้านเรารวยจะตายไป นัทธ์เป็นลูกคนเดียว ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา พ่อกับแม่จะทำยังไงล่ะ” ห้ามปรามไม่ฟัง อะตอมเลยต้องยอมให้มารดาเพื่อนพาไปให้หมอตรวจเช็กอีกรอบ ซึ่งนัทธ์ก็โดนบิดามารดาของเธอทำเช่นนั้นเหมือนกัน ซึ่งคุณหมอก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ นั่นถึงทำให้ทุกคนคลายใจ
“อย่าบอกนะว่าตอนไปเรียน เธอใส่กางเกงในสีชมพูไป”“แล้วไง ฉันชอบสีชมพู”“จะบ้าเหรอ เกิดใครเห็นเข้า เป็นผู้ชายต้องใส่บ็อกเซอร์ ใส่กางเกงใน”“ฉันไม่ชอบ ฉันชอบใส่แบบนี้” ประโยคของเธอทำให้เขาทำหน้าปั้นยาก“เธอช่วยทำตัวให้มันแมนๆ หน่อยได้ไหม ทุกวันนี้ฉันโดนซุบซิบนินทาหาว่าเป็นตุ๊ดแล้วรู้ไหม”“ช่างนายสิ เรื่องของนาย” เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำท่าจะเดินหนี“ฉันอยากหวดก้นเธอนัก” คนตัวเล็กตรงเข้าคว้าร่างของอะตอมเอาไว้ เธอดิ้นหนี พลางวิ่งหนี เขาก็วิ่งตาม พอหันไปอีกทีก็เสียหลักล้มลงบนเตียง ชายหนุ่มเองก็เหมือนกัน ล้มทับกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองจ้องตากันไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะพูดทำลายความเงียบ“นี่แกล้งให้วิ่งตาม จะได้ยั่วให้อยากเหรอ”“เปล่า อื้อ...” ตอบปฏิเสธแล้วก็โดนเขาบดจูบเข้าให้นัทธ์พลิกร่างของเธอขึ้นไปด้านบน ก่อนจะมองเธอตาเยิ้ม“อย่ามองฉันแบบนี้นะ อะไรของนาย” เธอเบือนหน้าหนี เขาก็กุมแก้มจับแก้มของเธอเอาไว้“อยากอยู่ข้างบนไหม ฉันอยากลองอยู่ข้างล่างดูบ้าง ว่าจะฟินไหม”“บ้า”“ไม่เอาเหรอ” เขาทำเสียงโอดอ่อย“เอาก็เอา” ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะ“นายเป็นผู้หญิงนะ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย หื่นไม่
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมในหนัง ในละคร พระเอกถึงอุ้มนางเอกได้สบาย ๆ ล่ะ หรือเพราะนางเอกน้ำหนักไม่เยอะเหมือนตัวเธอกันนะ“ไหวไหมนัทธ์”“ไหว ๆ” อะตอมตอบแล้วหน้าแดงจัด กัดฟันอุ้มอีกฝ่ายไปที่แคร่เพื่อปฐมพยาบาลแขนแทบหัก!นัทธ์ฟื้นขึ้นมาก็เห็นว่าทุกคนกำลังมองเขาเป็นตาเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นอะตอม“ฉันเป็นอะไรไป”“เป็นลมน่ะ” อะตอมตอบเสียงขรึม“นี่ไอ้นัทธ์อุ้มเธอมาเลยนะ”“อุ้ม” นัทธ์ทวนประโยคของทศ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนอุ้ม อะตอมยืดอกนิดๆ ว่าเธอนี่แหละอุ้มเขา“อุ้มไหวเหรอ” นัทธ์เอ่ยถามเมื่อทุกคนแยกย้ายหลังจากเขาฟื้น“ไหวกับผีสิ ทำไมนายถึงได้กินเอากินเอาจนฉันน้ำหนักเยอะขนาดนี้ ฉันอุ้มนายแขนแทบหัก” ถ้าไม่ใช่อารามตกใจคงเดินต่อไม่ไหวแน่ ๆ ได้โยนเขาทิ้งลงกลางทาง“ก็เราไปออกกำลังกายไปว่ายน้ำกันทุกวัน มันก็อาจจะมีกล้ามเนื้อแล้วน้ำหนักก็เลยขึ้นไง” นัทธ์อธิบาย“ไหวไหม เขาจะเดินทางกลับกันแล้ว เอาศพพี่เอื้อกับดารินกลับให้เร็วที่สุด”“ไหว” นัทธ์ตอบด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนที่จะให้อะตอมประคองไปเก็บข้าวของและเตรียมตัวเดินทางกลับงานสวดศพของคนทั้งสองถูกจัดขึ้นหลังจากนำศพกลับมายังวัดที่ทางญาติได้จัดเตรียมเอาไว้นัทธ์และ
“เดี๋ยวก่อนสิ” เธอคว้าแขนของเขาเอาไว้“ทำไม เปลี่ยนใจหรือไง”“ฉันจะช่วยพี่เอง” ไม่พูดเปล่าเธอแย่งยาขวดนั้นไปจากมือของเขา ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ แล้วช่วยกันทำกับข้าวตกเย็นทุกคนอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งล้อมวงกันกินข้าว ดารินเป็นคนรินน้ำเย็น ๆ แจกจ่ายให้เพื่อน ๆ ก่อนที่เธอจะยื่นไปให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ“อะตอมนี่น้ำเธอจ้ะ”“ขอบใจ” นัทธ์ตอบรับ เขาเองก็ไม่ได้อะไรกับดารินแล้ว เพราะใจเขามันรู้สึกแปลกๆ กับอีกคน แต่ไม่อยากยอมรับในตอนนี้ เพราะแต่เดิมมาเขาคิดกับหล่อนเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ อาการของเขาก็เริ่มออก ร้อนผ่าวไปหมดกรรมเวร! นัทธ์ว่านี่มันคือการโดนวางยาดีๆ นี่เอง“อะตอมเป็นอะไรครับ” จู่ ๆ เอื้องอังกูรก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ อีกฝ่ายเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว ทำให้นัทธ์สะดุ้ง แทนที่จะผลักใสกลับอยากเข้าไปกอดจูบลูบคลำเสียอย่างนั้นไม่ได้นะไอ้นัทธ์ นั่นมันผู้ชายด้วยกัน ถึงเขาจะอยู่ในร่างของผู้หญิงก็เถอะ“อย่ามายุ่ง” นัทธ์สะบัดมืออีกฝ่ายออกไป“จะเล่นตัวไปทำไม ทรมานไม่ใช่เหรอ”“นี่ฝีมือพี่เหรอ”“ใช่ แต่ใครจะรู้ รู้อีกทีเธอก็เป็นของพี่ไปแล้ว”“ไอ้เลวเอ๊ย!” นัทธ
“หือ...” อาคมครางออกมา พลางกะพริบตาปริบๆ เดี๋ยวนี้ลูกชายบ้านโน้นมีเมนส์แล้วเหรออ้อ... เขาร้องในใจลูกชายบ้านโน้นคือลูกสาวเราด้วย ก็เลยต้องมีวันนั้นของเดือน“นี่ยา” อะตอมยื่นยาให้นัทธ์“ไม่กิน ขม”“หรือจะฉีดยา” อะตอมแกล้งว่า รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบกินยา“ไม่ฉีด กลัวเข็ม”“ผู้ชายอะไรตัวโต ๆ แต่กลัวเข็ม กลัวการกินยา ถ้าไม่กินก็จะปวดอยู่แบบนี้นะ”“ขมไหม”“นิดหน่อยเหมือนบอระเพ็ด”“บอระเพ็ดขมนะ”“เคยได้ยินไหม หวานเป็นลมขมเป็นยา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“กินก็ได้ เพราะปวดท้องหรอกนะ”“นี่แหละ จะได้รู้ว่าเวลาฉันปวดท้องมันเป็นยังไง”“รู้แล้วได้อะไร” นัทธ์รับยาไปกินแล้วทำหน้าเหยเก“ขม...” นัทธ์บ่นอุบ“เอาขนมหวานไปกินรับรองหายขม” อะตอมยื่นขนมหวานให้เพื่อน นัทธ์รับไปกินก่อนจะทิ้งตัวลงนอน“ถุงน้ำร้อนกอดเอาไว้”“ต้องกอดถุงน้ำร้อนด้วยเหรอ”“วางไว้ที่ท้องน้อยจะช่วยให้อาการดีขึ้น” “ห้องนายนี่มัน!” เธอทำเสียงในลำคอเมื่อกวาดสายตามองห้องของเขา ก่อนที่ร่างล่ำๆ ของอะตอมจะเดินไปเก็บกวาดในห้องจนสะอาดเรียบร้อย ในขณะที่นัทธ์นอนมองตาปริบ ๆ“ดีขึ้นไหม”“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย”“นอนนิ่งๆ เดี๋ยวดีเอง”“อะตอม”“หือว่าไง”“เป็นผู้หญิงลำบ
เขารู้จักห้องพักส่วนตัวของเธอ เพราะเคยพาเขามาร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนที่นี่ เป็นห้องที่บิดามารดาซื้อให้เพื่อพักอาศัยอยู่ขณะเรียน บ้านหลังใหญ่นั้นบิดามารดาอาศัยอยู่ ต้องรักษาหน้าตาก็ต้องอยู่ที่นั่นต่อไป แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีภาระหนี้สินมากมายต้องจัดการ ดารินไปหาอะตอมที่บ้าน ซึ่งในช่วงกลางวันแบบนี้อะตอมจะมาอยู่บ้านของนัทธ์เป็นส่วนใหญ่ หรือบางทีก็บ้านใครบ้านมัน พอมีใครมาหาก็รีบวิ่งข้ามรั้วไปอยู่อีกบ้านเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย“รินเป็นอะไร หน้าไปโดนอะไรมา” นัทธ์เอ่ยถามอย่างตกใจ“ปะ... เปล่าจ้ะ”“มีอะไรบอกเราสิ” นัทธ์คาดคั้น“พ่อกับแม่มีปัญหาเรื่องเงิน ท่านโมโหก็เลยพลั้งมือตบเราน่ะจ้ะ”“มีอะไรให้เราช่วยก็บอกได้นะ”“ขอบใจจ้ะ อะตอมเราถามอะไรหน่อยสิ”“ถามอะไรเหรอ”“เราจะคบนัทธ์ดีไหม”“ทำไมมาถามเราล่ะ”“คือเราเอ่อ... ก็คุยกับนัทธ์มาสักระยะแล้ว เลยอยากคบหากันอย่างจริงจัง” จริงๆ เธอคุยกับนัทธ์แค่ในไลน์ ไม่เคยคบหาหรือไปไหนมาไหนด้วยกันเลยสักครั้ง เพราะเขาอ้างว่าไม่ว่างต้องซ้อมกีฬา“ก็เอาสิ”“เธอไม่ว่าอะไรเหรอ”“จะว่าอะไรล่ะ” นัทธ์ที่อยู่ในร่างของอะตอมยิ้มกริ่ม เขาก็อยากคบกับเธอ แต่คุยกันไม่เคยวิดิโ
แต่การที่นัทธ์ในร่างของเธอลงไปเตะบอล มันทำให้เธอดูเป็นที่สนใจของหนุ่ม ๆ ว่าเป็นสาวสวยที่เตะบอลเก่งทำให้เป็นดาวเด่น เป็นที่ชื่นชอบของหนุ่ม ๆ ไปโดยปริยาย“ดูนัทธ์จะสนใจอะตอมมากนะ” ดารินเอ่ยอย่างอิจฉา แต่ไม่ได้แสดงออกมากนัก ปรายตามองแล้วรู้สึกหงุดหงิดที่มีแต่หนุ่มๆ สนใจอะตอมเธอเองก็อยากเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ แต่จะให้ไปเตะบอลแบบนั้นเธอคงไม่ทำเป็นแน่ และไม่คิดด้วยว่าอะตอมจะใช้วิธีการนี้เรียกความสนใจไปจากหนุ่ม ๆ ได้มากมายเช่นนี้“ไม่ได้สนใจอะไรหรอก” อะตอมตอบแบบไม่ได้คิดอะไร แต่สายตามองร่างของตัวเองเคลื่อนไหวไปตามลูกบอลไม่วางตา ท่าทีนั้นทำให้ดารินแอบกัดปากตัวเองเบาๆ“อะตอมก็เป็นแบบนี้แหละ”“แบบนี้ คือแบบไหนเหรอ” อะตอมหันไปเอ่ยถาม ประโยคทะแม่ง ๆ นั้นทำให้เธอใจแกว่ง ขออย่าให้ดารินพูดอะไรไม่ดีถึงเธอเลย เพราะเธอคิดว่าดารินเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของเธอ“ก็... รินไม่ค่อยอยากพูดเลยจ้ะ เหมือนเป็นการว่าเพื่อน” ดารินแสร้งถอนใจ เหมือนไม่อยากพูด แต่ประโยคนั้นก็ทำให้อะตอมต้องกัดปากตัวเอง“พูดมาเถอะ เราอยากรู้” อะตอมเอ่ยออกไป อยากรู้ว่าดารินจะพูดอะไรกับเธอ“ก็อะตอมน่ะสิชอบเรียกร้องความสนใจ ให้ความสนิทสนมกับ







