เข้าสู่ระบบ“เจ้ากำลังต่อรองข้าหรือ”“ข้าขอร้องท่านต่างหาก”“ข้าอยากจะต่อต้านเจ้านะ แต่ข้าจะไม่ทำเพราะข้ารักเจ้า อะไรที่ทำให้เจ้าสบายใจได้ข้าก็จะทำ แต่อย่าถึงขั้นห้ามไม่ให้ข้ามาพบเจ้าเลยนะ ข้าคงลงแดงตายเพราะคิดถึงเนื้อหอม ๆ ผิวนุ่ม ๆ ของเจ้า”นางค้อนใส่เขาที่พูดดีน่าฟังในตอนแรก แต่ลงท้ายได้เจ้าเล่ห์เหมือนเคย “แบบที่ท่านกำลังทำนี่ต่างหากที่เรียกว่าต่อรอง”“ข้ายอมรับ เจ้ายอมให้ข้าหน่อยนะ”“ก็ได้ แต่ห้ามมาทุกวันนะ มาแล้วก็รีบกลับด้วย”“จะให้ข้ามากกกอดเจ้าอย่างเดียวแล้วกลับเลยหรือไร จะไม่ให้ข้าอยู่กินข้าว คุยเล่นกับเจ้าบ้างเลยหรือ”มือบางตบบนริมฝีปากช่างพูดนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนกระดากอาย “พูดจาน่าเกลียดนัก”“ข้าพูดเรื่องจริงน่าเกลียดตรงไหน”“ท่านนี่นะ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ทำไมถึงเอาแต่ใจนักนะ ให้ตายสิ”“ไม่รู้แหละ ข้าจะมาอย่างที่ใจข้าต้องการ แต่ข้าจะไม่ค้างคืนอย่างที่เจ้าขอร้องก็แล้วกัน คนละครึ่งทางแบบนี้ถือว่ายุติธรรมดี” เขาตัดบทแล้วลุกขึ้น โน้มตัวไปหาร่างบาง จูบปากอิ่มหนักหน่วง เนิ่นนานกว่าจะยอมปล่อย “ข้ากลับก่อนนะ พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วจะแวะมาหาใหม่ ปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาล่ะ”“ข้าโตแล
คฤหาสน์ประมุขฉี “พี่ไป๋หลาน” “นั่งสิ” คุณหนูผู้บอบบางพูดกับน้องชายต่างมารดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าสบายดีเหรอหยางหลง” “ข้าสบายดี แล้วพี่ไป๋หลานสบายดีไหม” “ถ้าสบายดีข้าคงไม่เรียกให้เจ้ามาพบหรอก ข้าคงเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเจ้าเองแล้ว” หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ เรียกความเห็นใจจากน้องชายเพียงคนเดียว ที่แม้จะมีนิสัยเจ้าชู้เกเรแต่ก็อยู่ในโอวาทของนางมาตลอด บุรุษเครื่องหน้าคมคายวัยสิบเก้าปี มองใบหน้าอมทุกข์ของพี่สาว “พี่ไป๋หลานทุกข์ใจเรื่องใด ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่” “ถ้าช่วยได้เจ้าจะช่วยข้าใช่ไหม” “ข้าต้องช่วยท่านอยู่แล้ว บอกมาสิว่าจะให้ช่วยอย่างไร” ตอบอย่างไม่ลังเล “ข้ามีคนที่รักมากอยู่คนหนึ่ง แต่ใจของเขานั้นไม่ได้มีให้ข้าเพียงคนเดียวเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ข้าทุกข์ทรมานใจมากเหลือเกินหยางหลง” แล้วคุณหนูไป๋หลานจอมมารยาก็เริ่มกรีดน้ำตาเล่าเรื่องเท็จให้น้องชายต่างมารดาฟังหยางหลงสงสารพี่สาวจับใจเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลง เขาเองก็เป็นคนเจ้าชู้มากรัก ทำให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำน้ำใจกับเขามานักต่อนัก แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องแบ
แก่นกายที่ชูชันรอการปลดปล่อย จ่อประชิดกลางรอยแยกที่ชุ่มฉ่ำ เสียดสีหยอกเย้าจนตัวเขาเองเสียวสะท้านไปทั้งร่างใหญ่ พร้อมที่จะจู่โจมสู้ศึกรักอย่างเต็มที่อีกครั้ง“ยอดรัก ข้าสัญญาว่าจะนุ่มนวลกับเจ้า แต่แม้จะพยายามแล้วข้าก็คงสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าอีกแน่ เจ้าอดทนหน่อยนะ ความเจ็บปวดนี้มันจะค่อยๆ จางหายไปหลังจากที่ข้ากับเจ้ารักกันอีกแค่ไม่กี่ครั้งหรอก” เขาอธิบายข้างหูนางอย่างอ่อนโยน สอดใส่อย่างใจเย็นเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้นางน้อยที่สุด“เจ้าค่ะ” มือบางโอบกอดแผ่นหลังหนา หลับตารับจูบแสนรัญจวนของเขาความคับแน่นและความไม่ประสาของนางทำให้เขาต้องอดทนอดกลั้นอย่างมาก ค่อย ๆ ดันสะโพกขณะที่เล้าโลมให้นางผ่อนคลายไปด้วย ไม่นานก็สามารถนำพาแก่นกายที่น่าเกรงขามมุดเข้าไปในร่างเล็กจนมิด“ยังเจ็บมากไหมทูนหัวของข้า”หญิงสาวส่ายศีรษะ เม้มปากแน่นอย่างเขินอาย รอบนี้นางรู้สึกเจ็บน้อยกว่าครั้งแรกจริง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความตื่นตระหนกหายไป หรือร่างกายของนางอาจจะเริ่มคุ้นชินกับร่างใหญ่มากขึ้น มันเลยผ่านไปได้อย่างราบรื่น ซาบซ่านไปกับการเล้าโลมของเขาจนลืมเจ็บ“ถ้าอย่างนั้นข้าขอรักเจ้าต่อเลยนะ” เขาจูบหน้าผากกลมกลึงแล้
ชายหนุ่มหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ กระชับร่างบางแนบแน่นแล้วขึ้นคร่อมทับบนตัวนาง จูบปากกระจับสีแดงแสนยั่วยวนนั้นอย่างสุดจะหักห้ามใจ“อือ” หญิงสาวอุทานในลำคอ พยายามผลักไสเขาด้วยแรงอันน้อยนิดชายหนุ่มยอมผละจากปากบาง มองคนรักด้วยสายตาเป็นประกาย“ทำไม ไม่ยอมแล้วหรือ” แล้วคลี่ยิ้มกว้างพร้อมส่งสายตาล้อเลียนนางหลบสายตาแพรวพราวอย่างเขินอาย ใจเต้นระรัวเมื่อมือใหญ่เริ่มลูบไล้ ไม่เชื่อคำคัดค้านของนาง“คุณชายเจ้าคะ”“ข้าเป็นสามีของเจ้าแล้วนะ ทำไมถึงยังเรียกข้าว่าคุณชายอยู่อีก”“ท่านอ๋องน้อย”“ท่านอ๋องน้อย!” เขาอุทานเสียงสูง ทำหน้าตาเหลือเชื่อ“ก็ท่านไม่ให้ข้าเรียกว่าคุณชายข้าก็ต้องเรียกว่าท่านอ๋องน้อยสิ”“ข้าเป็นของเจ้าแล้ว เจ้าควรเรียกข้าอย่างเป็นกันเองสิ ไม่ใช่ยิ่งห่างเหินเหมือนคนห่างไกลกันแบบนี้” เขาตำหนิเสียงเขียว แล้วซุกปลายจมูกที่ซอกคอหอมกรุ่น พรมจูบยั่วเย้าให้นางใจแตก ยอมตกเป็นทาสรักของเขาอีกครั้ง“เดี๋ยวสิคุณชาย” คนถูกรุกเร้าจนใจสั่นหวิวรีบห้ามเสียงพร่า“คุณชายงั้นหรือ” คนถูกห้ามไม่ยอมหยุดแต่รุกเร้าหนักมือขึ้น “ดื้อนักใช่ไหม ข้าจะกำราบให้เข็ดหลาบ”มือบางที่ผลักไสเริ่มโอบกอดรอบลำคอแกร่ง และลูบไล้ไ
“บางเรื่องที่ข้าไม่พูดก็เพราะข้า..” นางไม่อยากพูดเพราะไม่อยากจะรั้งเขาไว้อีก“เพราะเจ้าทำไม พูดมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายเพียงใดข้าก็อยากรู้.. พูดมาสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”“เพราะข้ารักท่านมากเกินไปล่ะ” นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ“รักข้ามากแต่จะทิ้งข้า ความรักของเจ้าพิลึกนัก”“ก็เพราะรักท่านข้าถึงต้องทำ”หย่งเฟิงเอื้อมมือไปดึงคนที่ยืนเถียงเสียงเครือจนร่างบางถลาเข้ามาหา ให้นางนั่งลงบนตักแล้วกอดรัดไม่ให้ดิ้นหนี“ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่อย่าให้เราต้องเลิกกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยนะจำปี”“อย่าทำแบบนี้” หญิงสาวใจเต้นรัวเมื่อถูกเขาถึงเนื้อถึงตัว พยายามจะดิ้นหนีแขนแกร่งที่โอบกอด“เกลียดข้ามากเลยเหรอ ถึงได้ผลักไสรุนแรงแบบนี้”“ไม่ได้เกลียด” นางก็บอกอยู่ว่ารักเขามาก“ถ้าอย่างนั้นก็จบ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”“..ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะข้าคงอกแตกตายแน่”“ถ้าอย่างนั้นก็พูดมาให้หมด.. บอกข้ามาสิว่าเกี่ยวกับคุณหนูไป๋หลาน” นางไม่ยอมพูดเขาจึงถามตามที่สงสัย และสายตาของนางก็ฟ้องว่าใช่ “นางบอกกับเจ้าว่าข้าจะแต่งงานกับนางล่ะสิ เจ้าถึงได้ปั้นปึ่งกับข้าขนาดนี้”“แ
“ข้าจะไปตามคนมาช่วยนะเจ้าคะ” หญิงสาวพูดเสียงสั่นเครือด้วยความห่วงใยระคนตกใจ“อย่าไปนะ ข้าหน้ามืด มองอะไรก็เป็นคลื่นไปหมด ขอข้านอนพักสักหน่อยนะ” แล้วคนตัวโตก็รีบเอนตัวลงนอนบนตักของนางให้หายคิดถึงเสียเลย“คุณชาย”“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นถ้าอยากให้ข้าหายดี” มือใหญ่ของคนที่นอนหนุนตักโอบรัดเอวคอดกิ่ว “ข้าคิดถึงเจ้า อย่าทิ้งข้าไปไหนนะ”คำพูดของเขาทำให้นางนึกถึงเรื่องที่คุยกับป้าสีขึ้นมา นางอยากจะถามแต่กลับอ้าปากไม่ขึ้น ช่างเถอะ นางขอตักตวงความสุขนี้เอาไว้สักครั้ง แล้วนางจะตัดใจจากเขาเองมือบางแห้งกร้านถือวิสาสะลูบศีรษะ มองใบหน้าที่มีแต่ความงดงามเหนือบุรุษทั่วไป ไม่หลบสายตาสีนิลที่มองอยู่ก่อนแล้ว“ข้าดีใจที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”“เจ้าได้ยินว่าข้าบาดเจ็บหรือ”“เจ้าค่ะ”“ได้ยินจากใครกัน” ถามทั้งที่มั่นใจว่าเป็นไป๋หลาน“พ่อแม่ของมะลิไปเยี่ยมญาติที่เมืองผิงหยวน แล้วได้ยินข่าวลือเรื่องของท่าน” นางไม่เอ๋ยถึงไป๋หลานเพราะรับปากเอาไว้แล้ว“อ้อ”“คุณชาย”“หือ”“ถ้าหายดีแล้วก็ลุก”“ข้ายังเวียนหัวอยู่เลย เจ้าอย่าชวนข้าคุยสิ” พูดจบแล้วหลับตาลง “มนุษย์เราโกหกได้ทุกเรื่องทุกเวลาเพื่อที่จะเอาตัวรอด แม้กำล
“บ่าวของข้านิสัยแย่ก็เพราะมีนายที่นิสัยแย่ ๆ แบบข้า ข้าละอายแก่ใจจริง ๆ ที่ทำให้คนรับใช้เช่นเจ้าไม่พอใจ”อัสนาถึงกับหน้าถอดสี รู้ตัวทันทีว่าเขาไม่พอใจนางอย่างมาก ที่ไปแตะต้องคนของเขาเข้า“ขะ..ข้าขอโทษที่ล่วงเกินคนของท่าน”“ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเจ้าก็แล้วกัน ถือว่าเจ้าไม่รู้จักธรรมเนียมของข้า แ
เอียนเพียงแต่ยิ้มแทนการตอบรับ แล้วชวนให้นางเดินต่อไป“เจ้ายังอยากกินโรตีอยู่ไหม”“ท่านไม่มีเงินแล้วหรือ”“ไม่ใช่ ข้าเห็นเจ้ากินขนมนี้ไปตั้งเยอะแล้ว คิดว่าคงอิ่ม”“เรื่องอิ่มไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับข้าหรอกท่านเอียน เดินแค่สามปู้ท้องก็หิวอีกแล้ว”“กินเก่งแบบนี้ใครจะเลี้ยงเจ้าไหวอาจู”“จอห์นบอกว่าจะเลี้ย
“ข้าพอมีเงินรูปีอยู่บ้าง ไม่ต้องรบกวนท่านจอห์นหรอก” เอียนรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกจากที่นั่ง“ไหนท่านบอกว่าไม่มีเงินรูปี” นางชักสีหน้าสงสัย“มีน้อยก็เหมือนไม่มี แต่ถ้าซื้อโรตีอย่างเดียวข้าก็พอจะมีอยู่บ้าง” เอียนขยิบตาใส่นาง “ข้าฝากท่านจอห์นไว้กับท่านด้วยนะท่านหญิงฟาติมา อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามข้าจะกลับ
“ท่านจะเริ่มอีกแล้วหรือจอห์น” คนที่ถูกเล้าโลมถามเสียงสั่น“ไม่ได้หรือ”“กลับเรือก่อนดีกว่า”“ไม่ ข้าอยากมีเวลาอยู่กับเจ้าในนี้อีกนาน ๆ” เขาเริ่มรุกหนักขึ้นเพื่อให้เสียงบ่นของนางเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางแทน“จอห์น” นางเหนื่อยใจกับความมักมากของเขาจริง ๆ แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวได้อย่างไร ในเมื่อนางก็ปรารถ







