Share

บทที่ 3

Author: หยกงาม
เมื่อหรงชุนผู้ยืนอยู่ด้านหลังจี้หานอีได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงขั้นโกรธจนตัวสั่น

ไหนเลยหลี่หมิงโหรวจะทนกลิ่นต้นไห่ถังไม่ได้ เป็นนางทนเห็นฮูหยินน้อยมีความสุขไม่ได้ต่างหาก

ยามใดที่เห็นความสัมพันธ์ของฮูหยินน้อยกับนายท่านดีขึ้นสักหน่อย หลี่หมิงโหรวก็เป็นต้องหาทางสร้างปัญหาขึ้นมาเสมอ

ที่ฮูหยินน้อยชอบดอกไห่ถัง ก็เพราะมารดาของนางเคยชอบ ใต้เท้าผู้เป็นบิดาฮูหยินน้อยจึงลงมือปลูกไว้เต็มเรือน และบิดามารดาของนางก็มีวาสนาต่อกันเพราะดอกไห่ถังนี้เอง

ดอกไห่ถังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของฮูหยินน้อย แต่ครั้งนั้นเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของหลี่หมิงโหรว นายท่านก็สั่งให้คนถอนต้นไห่ถังที่ฮูหยินน้อยปลูกกับมือทิ้งหมดสิ้น

ในวันนั้น ฮูหยินน้อยร่ำไห้ขอร้องให้นายท่านเหลือไว้สักต้น แต่นายท่านกลับไม่แยแส ยังคงสั่งให้คนถอนทิ้งทั้งหมด

การขุดเรื่องที่ผ่านไปแล้วเกือบสองปีมาพูดเช่นนี้ ไม่เท่ากับโรยเกลือลงบนแผลของฮูหยินน้อยหรอกหรือ

จี้หานอีเอียงศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่าง

ปีที่เพิ่งแต่งเข้าสกุลเซี่ยนั้น นางเคยคิดว่าจะได้ครองคู่กับเซี่ยอวี้เหิงด้วยความเคารพรักใคร่เช่นท่านพ่อกับท่านแม่ไปชั่วชีวิต

เพราะเซี่ยอวี้เหิงนั้นทั้งสูงส่งและเที่ยงธรรม นางเคยได้ยินชื่อเสียงอันดีงามของเขามานานแล้ว

ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเขาเป็นวิญญูชนผู้สูงส่ง ไม่เคยแปดเปื้อนความโสมมทางโลก

ที่นางปลูกต้นไห่ถัง ก็เพราะคิดว่าตนจะได้อาศัยอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขไปชั่วชีวิต

ต้นไม้ทุกต้นที่นางลงมือปลูก ล้วนแฝงไว้ด้วยความทุ่มเททั้งกายใจ

ทว่ายามนี้ทิวทัศน์นอกหน้าต่างกลับรกร้างว่างเปล่า เมื่อมองออกไป ก็เห็นเพียงสีขาวโพลนราบเรียบ ไร้ซึ่งสีสันอื่นใด

จี้หานอีหันกลับมา สีหน้าแววตายังคงเยือกเย็น

นางเคยจมดิ่งอยู่ในความเสียใจเนิ่นนาน เวลานั้นไม่มีใครคิดปลอบโยนนาง และนางก็ยิ่งไม่อาจให้ท่านแม่และท่านยายต้องมาเสียใจเพราะนางอีก ภายใต้ราตรีที่เงียบงัน บาดแผลเหล่านั้นจึงค่อย ๆ สมานตัวเอง จนกระทั่งไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป

ปลายนิ้วยังคงเย็นเฉียบ แม้แต่น้ำชาก็ไม่อาจมอบความอบอุ่นให้ร่างกาย จี้หานอีพลันกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดอกไห่ถังหาดูที่ใดก็ได้ แต่ผู้คนต่างหากสำคัญที่สุด"

คำพูดที่เนิบช้าไม่รีบร้อนนั้น ทำให้หลี่หมิงโหรวรู้สึกคล้ายชกหมัดลงบนปุยนุ่น

คิดไม่ถึงเลยว่านางพูดแทงใจดำถึงเพียงนี้ จี้หานอีกลับยังยอมทนเฝ้ารอคนที่ไร้ใจอยู่อีก

คงเป็นเพราะต้นตระกูลตกต่ำ จึงตัดใจทิ้งความร่ำรวยสุขสบายไม่ได้กระมัง

นางนึกดูแคลนคนเช่นนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ

ที่นางมาในครั้งนี้ เดิมทีก็ไม่ได้คิดไว้หน้าจี้หานอีอยู่แล้ว นางถึงวัยปักปิ่นมาหนึ่งปีเต็ม จึงแทบรอไม่ไหวอีกต่อไป

หลี่หมิงโหรวขยับตัวนั่งหลังตรง แววตาไม่ปิดบังถึงความดูแคลนและความอวดดี "พี่สะใภ้รู้หรือไม่ ในปีที่พี่สะใภ้ถือสัญญาหมั้นหมายมาหาท่านพี่ เดิมทีท่านป้าก็เตรียมจะให้ข้าแต่งกับท่านพี่อยู่แล้ว"

"หากไม่ใช่ท่านสอดมือ ถือสัญญาหมั้นเมื่อสิบปีก่อนมาอวดอ้าง เวลานี้ข้าคงได้เป็นภรรยาของท่านพี่ไปแล้ว"

"พี่สะใภ้แต่งเข้าสกุลเซี่ยมาได้สองปี น่าจะเข้าใจดีว่าข้ามีตำแหน่งใดในใจท่านพี่"

"หากพี่สะใภ้รู้ความและขอหย่าไปเอง ข้าก็ยังพอช่วยพูดให้ท่านพี่กับท่านป้ามอบค่าชดเชยให้ท่านได้บ้างเจ้าค่ะ"

หลี่หมิงโหรวลุกขึ้นยืนหลังพูดจบ ก่อนมองจี้หานอีด้วยแววตาเหยียดหยาม "พี่สะใภ้ ท่านอย่าทำตัวไม่รู้ความหน่อยเลย"

"ตัวท่านอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน แต่ท่านพี่กลับไม่คิดไยดี นี่ท่านยังดูไม่ออกอีกหรือ? ท่านพี่หาได้สนใจท่านไม่"

"คนเราต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว อย่าได้โลภมากเกินไปนัก"

ม่านประตูสะบัดไหว เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแว่วห่างออกไป

หลี่หมิงโหรวกระชับแขนเสื้อขณะมองดูหิมะในลานเรือนที่ยังไม่ละลาย จากนั้นจึงมองต้นสาลี่ซึ่งเติบโตสูงใหญ่อยู่มุมกำแพง นางพ่นลมหายใจขาวโพลนออกมา ก่อนคลี่ยิ้ม

เป็นนางกับท่านพี่ช่วยกันปลูกต้นสาลี่ต้นนั้น ครั้งที่นางเพิ่งมาจวนสกุลเซี่ยในวัยเด็ก ท่านพี่เคยบอกว่า ตราบใดที่ต้นสาลี่ต้นนี้ยังอยู่ นางก็จะยังเป็นคนสำคัญของเขาตลอดไป

และเขาจะปกป้องนางชั่วชีวิต

หลี่หมิงโหรวคิดดูถูกจี้หานอี

เพราะจี้หานอีไม่เข้าใจ สิ่งใดที่ไม่ใช่ของนาง ย่อมไม่มีวันเป็นของนาง

ต่อให้ฝืนแย่งชิง ก็ไม่มีวันเป็นได้อยู่ดี

ภายในห้อง จี้หานอีมองตามเงาร่างของหลี่หมิงโหรวไปในความเงียบ เมื่อถอนสายตากลับมาก็เห็นสีหน้าของหรงชุนคล้ายอยากพูดบางอย่าง นางจึงยิ้มพลางตบมือสาวใช้เบา ๆ บอกให้ไปเตรียมน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำ

น้ำร้อนชะล้างไอเย็นออกจากร่างกาย หลังแช่อยู่เนิ่นนาน ร่างกายจึงค่อยรู้สึกอุ่นขึ้นบ้าง

หรงชุนพลันกระซิบด้วยความกังวล "ต้องรออยู่ท่ามกลางหิมะทั้งคืน ทั้งยังตากลมหนาวถึงเพียงนั้น ฮูหยินน้อยคงจับไข้เป็นแน่ ไม่สู้ให้ข้าน้อยไปเชิญหมอมาตรวจดูเถิดเจ้าค่ะ"

จี้หานอีทนความระคายเคืองในลำคอไม่ไหว จึงไอออกมาหลายครั้ง ก่อนส่งเสียงรับคำในลำคอ

ท่านหมอมาตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว และก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าพลางถอนหายใจ "ร่างกายของฮูหยินน้อยจะทนรับความหนาวเย็นเช่นนี้ได้อย่างไร พิษไข้ครั้งนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้เลยนะขอรับ"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างขอบตาแดงก่ำ จี้หานอีจึงปลอบโยนว่า "เพียงเป็นไข้เท่านั้น เจ้าอย่ากังวลไปเลย"

หรงชุนปาดน้ำตา "แต่ฮูหยินน้อยไม่เคยต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ เมื่อก่อนแค่โดนเม็ดฝนโปรยปราย ใต้เท้ากับฮูหยินก็ปวดใจแทบแย่แล้วนะเจ้าคะ"

"นับประสาอะไรกับตากหิมะทั้งคืน"

ปลายนิ้วของจี้หานอีชะงักงัน ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา "หรงชุน วันนี้ไม่เหมือนวันวานแล้ว"

สกุลจี้ตกต่ำลงแล้ว เบื้องหลังไร้คนสนับสนุน จึงไม่อาจคาดหวังให้ผู้ใดมาเห็นใจได้อีก

เวลานั้น ด้านนอกพลันมีบ่าวอาวุโสเข้ามาถ่ายทอดคำสั่ง เป็นคนของฮูหยินผู้เฒ่า คงเพราะรู้เรื่องเมื่อคืนนี้ จึงส่งยาบำรุงร่างกายมาให้ และบอกให้จี้หานอีพักผ่อนให้ดีในช่วงสองวันนี้ ไม่ต้องไปทำความเคารพที่เรือนใหญ่

จี้หานอีรับไว้ และกล่าวขอบคุณ

เมื่อบ่าวอาวุโสคนนั้นกลับไป นางก็สั่งให้หรงชุนนำของที่ถูกส่งมาไปเก็บไว้

แม้นางจะมาจากตระกูลที่ตกต่ำ แต่ชีวิตในอดีตก็นับว่าสูงส่ง อาหารการกินเครื่องนุ่งห่มล้วนใช้ของดีที่สุด ของที่ส่งมาครั้งนี้คล้ายเป็นรังนกหูฉลามก็จริง แต่ก็เป็นเพียงของคุณภาพดาษดื่นเท่านั้น

จี้หานอีไม่ได้คิดถือสา สกุลเซี่ยอย่างไรก็เป็นตระกูลบัณฑิต บรรพบุรุษล้วนเป็นขุนนางสอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อ ย่อมให้ความสำคัญกับกฎระเบียบและมารยาท คงไม่ประพฤติตนน่าเกลียดจนเกินไป แต่ภายใต้กฎระเบียบเหล่านั้น การกระทำอย่างขอไปทีและการรักษาหน้าเพียงเปลือกนอก ก็คือสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ยถนัดที่สุด

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับมายามดึก ขณะก้าวเข้าห้องชั้นในก็ได้กลิ่นยาสมุนไพรลอยแตะจมูก หัวคิ้วที่ดูเย็นชาของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เขาเดินเข้าไป เห็นจี้หานอีเอนกายพิงกับหัวเตียง เส้นผมยาวสลวยที่เคยเกล้าเก็บอย่างประณีต บัดนี้กลับปล่อยสยายระหัวไหล่ ใบหน้างามภายใต้คิ้วเรียวที่หลุบต่ำดูซีดเซียวเล็กน้อย เพิ่มความรู้สึกอ่อนแอและกลิ่นอายของผู้ทรงภูมิขึ้นอีกสองส่วน

ภายในห้องไม่ได้จุดเทียนไขให้สว่างเกินไป เปลวเทียนสีนวลตาอาบไล้ลงบนเสื้อคลุมตัวบางของนาง ตำราในมือนางถูกปิดฉับวางลงข้างหมอนทันทีที่เขาก้าวเข้ามา

นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาตอนดึกแล้วเห็นจี้หานอีนอนอยู่บนเตียง และเป็นครั้งแรกที่ยามเขาเดินเข้ามา นางไม่ได้ออกไปต้อนรับ และไม่ได้คอยเดินตามหลังต้อย ๆ เพื่อช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า

สีหน้าของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใด เดิมทีเขาก็ไม่ได้ต้องการให้นางทำเรื่องเหล่านั้นอยู่แล้ว สายตาอันเย็นชาจึงจับจ้องร่างบนเตียงนิ่ง "วันนี้หมิงโหรวมาเยี่ยมเจ้า แต่เจ้ากลับไล่นางไป"

ประโยคบอกเล่าเรียบง่าย น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ ฟังดูราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึก

บางทีอาจเป็นเพราะเขาทำงานที่ศาลต้าหลี่มานาน แม้แต่ประโยคบอกเล่าเช่นนี้ ก็ฟังดูคล้ายกำลังไต่สวนนักโทษ

บัดนี้ เขามาถึงก็เปิดปากคาดคั้นความผิด ดูท่าคงไปหาหลี่หมิงโหรวมาก่อนเป็นแน่

หลี่หมิงโหรวใช้ทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเซี่ยอวี้เหิงห่วงใยตนที่สุด และนางก็ทำสำเร็จจริง ๆ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว การมุ่งหาความผิดซ้ำซากเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายและว่างเปล่าเหลือเกิน

ซึ่งนางก็รู้สึกเบื่อหน่ายและว่างเปล่าต่อเซี่ยอวี้เหิงแล้วเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ธีร์ ราชรักษ์
ดีมากน่าติดตาม
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 698

    สุดท้าย จี้หานอีก็จำต้องยอมประนีประนอม แต่ยิ่งใกล้ครบจำนวนนางก็ยิ่งเรียกหาอย่างลวก ๆ รวมถึงเริ่มออกอาการงอแงแล้วแม้ว่าแววตาของเสิ่นซื่อจะดูราบเรียบไม่ใส่ใจ แต่เขากลับจดจำไว้ทุกคำเรียกหา ไม่ยอมให้นางเล่นลูกไม้แม้แต่น้อยตอนลงจากรถม้า ก็ยังเหลือที่นางต้องเรียกอีกสี่สิบครั้งจี้หานอีเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาตอนนี้เองว่านี่มันช่างไม่ยุติธรรม จึงเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่เสิ่นซื่อ "เหตุใดถึงสั่งให้ข้าเรียกอยู่ฝ่ายเดียวเล่า? แล้วท่านเรียกข้าว่าฮูหยินร้อยครั้งบ้างไม่ได้หรือไร?"ริมฝีปากของเสิ่นซื่อประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ขณะก้มหน้าลงมองจี้หานอี "หืม? แล้วถ้าข้าไม่เรียกล่ะ?"จี้หานอีเบ้ปาก ดูท่าว่านางคงไม่อาจข่มขู่เสิ่นซื่อได้จริง ๆเสิ่นซื่อเปรียบดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ไม่ว่าศาสตราวุธใดก็ฟันแทงไม่เข้า เขาสามารถควบคุมนางให้อยู่ในกำมือได้อย่างง่ายดาย แต่นางกลับไม่อาจควบคุมเขาสักนิดขณะในใจนึกถึงความไม่ยุติธรรม แต่เมื่อลองตรองดู ระหว่างเขากับนางก็ไม่เคยมีความยุติธรรมมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วเขาเป็นดั่งผู้ที่ยืนอยู่เหนือกว่าเสมอ เป็นลูกรักสวรรค์ในสายตาของผู้คนทั่วไป และเป็นผู้กุมอำนาจตัดสินใจในทุกเร

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 697

    จี้หานอีส่ายหน้า "ไม่อยากไปที่ใดทั้งนั้นเจ้าค่ะ"เหตุผลของนางนั้นหนักแน่นเพียงพอ "โรงครัวกำลังทำอาหาร หากพวกเราออกไปตอนนี้เกรงว่าคงไม่ค่อยดีนัก"เสิ่นซื่อพินิจดูสีหน้าของจี้หานอี เขาไม่ได้สนใจคำพูดของนาง ซ้ำยังตัดสินใจแทนทันที "ทางฝั่งตะวันออกของเมืองมีเหลาสุราเพิ่งเปิดใหม่ ที่นั่นอาจมีอาหารที่เจ้ายังไม่เคยลิ้มลองก็เป็นได้ เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง"จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ก่อนเอียงศีรษะมองเสิ่นซื่อ "ไว้วันหลังค่อยไปดีหรือไม่เจ้าคะ"เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว "วันหลังข้าอาจไม่ว่างแล้วน่ะสิ"กล่าวพลางเสิ่นซื่อก็ประคองจี้หานอีให้ลุกขึ้น ก่อนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง "ไปเวลานี้กำลังดีทีเดียว"เมื่อกล่าวจบก็หันกลับมามองจี้หานอี "เจ้ายังมีสิ่งใดที่อยากได้อีกหรือไม่ คืนนี้ข้าจะพาไปซื้อหาให้ครบถ้วน""แต่งตัวเถิด เดี๋ยวข้าจะไปรออยู่ด้านนอก"จี้หานอีได้แต่เหม่อมองเสิ่นซื่อก้าวเดินออกไป จากนั้นหรงชุนก็เดินเข้ามา ภายในใจนางพลันบังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง เสิ่นซื่อไม่เคยใส่ใจคำพูดของนางสักนิด เมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ผู้อื่นก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามเท่านั้นแต่นางพลันคิดได้ว่าสิ่งใ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 696

    จี้หานอีรู้สึกว่าช่วงนี้เสิ่นซื่อดูอารมณ์แปรปรวนผิดปกติเล็กน้อยความแปรปรวนที่ว่านี้ไม่ใช่เพราะเสิ่นซื่อปฏิบัติต่อนางไม่ดี แต่จี้หานอีกลับไม่เคยคาดเดาอารมณ์ของเสิ่นซื่อได้เลย ทุกครั้งที่นางคิดว่าเขาควรโกรธ แต่เสิ่นซื่อกลับไม่ได้แสดงท่าทีเช่นนั้นออกมาแต่ยามที่นางคิดว่าเสิ่นซื่อไม่น่าโกรธ หว่างคิ้วและแววตาของเขากลับดูคล้ายไม่สบอารมณ์เสียอย่างนั้นอารมณ์ของเสิ่นซื่อไม่ได้ขึ้นลงรุนแรงนัก น้อยครั้งที่จะเห็นเขาดูมีความสุข กระทั่งจี้หานอีก็ยังไม่เคยเห็นเสิ่นซื่อหัวเราะอย่างเบิกบานใจสักหนสำหรับจี้หานอี เสิ่นซื่อมีเพียงสองสีหน้าเท่านั้น หนึ่งคือดูเหมือนไม่สบอารมณ์ และสองคือดูปกติไม่ต่างจากยามธรรมดาดั่งเช่นเสิ่นซื่อในเวลานี้ที่คล้ายไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่จี้หานอีกลับไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งยังไม่แน่ใจนักว่าตนเองตาฝาดไปหรือไม่จี้หานอีเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเสิ่นซื่อ พลางถามเสียงแผ่ว “ท่านโหวเสร็จงานแล้วหรือเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อส่งเสียงรับคำในลำคอแผ่วเบา ก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างกายจี้หานอีพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง “เหตุใดถึงไม่ไปที่ห้องหนังสือเล่า?”จี้หานอีตอบตามความจริ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 695

    เมื่อนางไป๋ผู้อยู่ภายในห้องมองดูจี้หานอีพร้อมด้วยนางชุยเดินเคียงข้างกันไปจนลับตา รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันเลือนหาย สายตาทอดมองถ้วยชาข้างกายซึ่งยังคงมีไอร้อนลอยกรุ่น ก่อนจะก้มหน้าลงนวดคลึงหว่างคิ้วตนเองเบา ๆแม่นมจางเดินเข้ามาช่วยบีบนวดหัวไหล่ให้นางไป๋ พร้อมกระซิบถามว่า “ฮูหยินใหญ่จะยกโรงครัวให้ฮูหยินรองดูแลจริงหรือเจ้าคะ? ผลประโยชน์ในนั้นไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะเจ้าคะ...”มุมปากของนางไป๋ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาจนแทบมองไม่เห็น ทว่าในแววตากลับไร้ซึ่งความยินดี นางตอบเสียงเรียบ “ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าออกปากแล้ว จะไม่ให้ก็คงไม่ได้”“บ่อน้ำในโรงครัวแห่งนั้น... มองดูผิวหน้าคล้ายมีแต่น้ำมันลอยฟ่อง ทว่าก้นบ่อกลับเป็นโคลนตมที่สามารถฉุดยื้อผู้คนให้จมน้ำตายได้ทีเดียว”“บ่าวไพร่น่ะจัดการง่าย แต่เจ้าจะจัดการหัวใจผู้คนได้รึ? เจ้าจะควบคุมความโลภของมนุษย์ได้อย่างไร การไปตัดเส้นทางทำมาหากินของผู้อื่น ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ควบคุมได้โดยง่ายอยู่แล้ว”“หากเจ้าคิดยึดครองอำนาจ ก็ต้องทำให้ผู้คนยอมเชื่อฟัง หากเจ้าเข้มงวดกวดขันจนเกินไป ก็รังแต่จะสร้างความขุ่นเคืองใจและให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม ตัวเจ้ามีดวงตาเพียงคู่เดียว แล้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 694

    ในขณะที่นางไป๋กล่าววาจาได้อย่างรัดกุม รอยยิ้มบนใบหน้าของจี้หานอีก็ยังคงประดับอยู่เช่นเดิมมือของนางประคองถ้วยชาขึ้นจิบคำหนึ่ง ดวงตาแฝงรอยยิ้ม ท่วงท่าดูอ่อนหวานนุ่มนวล ขณะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา "พี่สะใภ้อย่าได้เยินยอข้าเลยเจ้าค่ะ เมื่อก่อนข้าไม่เคยดูแลจวน พี่สะใภ้ย่อมทราบดี ภายหน้าเกรงว่าคงต้องแวะเวียนมารบกวนพี่สะใภ้บ่อยครั้งเป็นแน่"นางไป๋ทอดสายตามองจี้หานอี ครั้นเห็นกิริยาท่าทางอันสูงส่ง ทว่าการแต่งกายกลับเรียบง่าย เรือนร่างสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมหร่วนเยียนหลัวทรงคอตั้งสีเหลืองอ่อน ลำคอระหงไร้ซึ่งเครื่องประดับใด มีเพียงต่างหูหยกหนึ่งคู่ประดับตรงใบหู และปิ่นหยกสองเล่มปักอยู่บนเรือนผม แต่ทั้งหมดนั้นกลับดูรับกันอย่างลงตัวเมื่อมองดูจี้หานอีที่พูดจาด้วยความอ่อนโยน มือเรียวถือพัดทรงกลมด้ามจับงาช้าง คิ้วโก่งดั่งคันศร ท่าทีดูเป็นคนอารมณ์ดีและพูดคุยง่าย แต่หลายวันที่ผ่านมานี้ การที่ฮูหยินผู้เฒ่าคอยหาเรื่องตำหนิจี้หานอี กลับคล้ายว่าจี้หานอีไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ซ้ำร้ายช่วงนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังเอ่ยปากชมจี้หานอีถึงสองหนอีกการเอ่ยชมครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเจ็ดแปดวันก่อน ภาพวาดของจี้หานอีได้รับความชื่นชมจา

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 693

    ภายในห้องนอนหากไร้ซึ่งคำสั่งของเสิ่นซื่อ บรรดาสาวใช้ย่อมไม่กล้าเข้ามาโดยพลการ เสิ่นซื่อจึงอุ้มร่างบางตรงเข้าไปในห้องอาบน้ำทันทีการเปลือยเปล่าต่อหน้ากันเช่นนี้หาใช่ครั้งแรก แต่คราวนี้เสิ่นซื่อกลับแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาทอดสายตามองคนที่กำลังพิงขอบอ่างอาบน้ำ น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยเจือความเกียจคร้านน้อยลง ทว่ากลับแฝงความเย็นเยียบขึ้นมาแทน "กลัวที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"จี้หานอีชะงักไปชั่วขณะ ด้วยฟังออกถึงความขุ่นเคืองใจในน้ำเสียงของเขา จึงตอบว่า "เปล่าเจ้าค่ะ"ริมฝีปากของเสิ่นซื่อประดับยิ้มหยันบางเบา เขาดึงตัวจี้หานอีเข้ามาตรงหน้า ครั้นเห็นนางพยายามซ่อนกายลงไปใต้ผิวน้ำ ก็หรี่ตามองนางพลางกล่าว "พวกเราแต่งงานกันแล้ว เจ้าถือเป็นคนของข้า เมื่อครู่ยังออดอ้อนข้าอยู่เลย บัดนี้กลับกลัวข้ามองดูงั้นหรือ?"จี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเสิ่นซื่อด้วยความตกใจ นัยน์ตาที่หรี่ลงคู่นั้นดูลึกล้ำและมืดมิดเสียจนจี้หานอีใจหาย ได้แต่ตกตะลึงอย่างตั้งตัวไม่ทันฝ่ามืออันเปียกชุ่มของเสิ่นซื่อลูบไล้ไปตามพวงแก้มของจี้หานอีอีกครั้ง สีหน้าแฝงไว้ด้วยความดุดันที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status