Share

บทที่ 3

Penulis: หยกงาม
เมื่อหรงชุนผู้ยืนอยู่ด้านหลังจี้หานอีได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงขั้นโกรธจนตัวสั่น

ไหนเลยหลี่หมิงโหรวจะทนกลิ่นต้นไห่ถังไม่ได้ เป็นนางทนเห็นฮูหยินน้อยมีความสุขไม่ได้ต่างหาก

ยามใดที่เห็นความสัมพันธ์ของฮูหยินน้อยกับนายท่านดีขึ้นสักหน่อย หลี่หมิงโหรวก็เป็นต้องหาทางสร้างปัญหาขึ้นมาเสมอ

ที่ฮูหยินน้อยชอบดอกไห่ถัง ก็เพราะมารดาของนางเคยชอบ ใต้เท้าผู้เป็นบิดาฮูหยินน้อยจึงลงมือปลูกไว้เต็มเรือน และบิดามารดาของนางก็มีวาสนาต่อกันเพราะดอกไห่ถังนี้เอง

ดอกไห่ถังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของฮูหยินน้อย แต่ครั้งนั้นเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของหลี่หมิงโหรว นายท่านก็สั่งให้คนถอนต้นไห่ถังที่ฮูหยินน้อยปลูกกับมือทิ้งหมดสิ้น

ในวันนั้น ฮูหยินน้อยร่ำไห้ขอร้องให้นายท่านเหลือไว้สักต้น แต่นายท่านกลับไม่แยแส ยังคงสั่งให้คนถอนทิ้งทั้งหมด

การขุดเรื่องที่ผ่านไปแล้วเกือบสองปีมาพูดเช่นนี้ ไม่เท่ากับโรยเกลือลงบนแผลของฮูหยินน้อยหรอกหรือ

จี้หานอีเอียงศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่าง

ปีที่เพิ่งแต่งเข้าสกุลเซี่ยนั้น นางเคยคิดว่าจะได้ครองคู่กับเซี่ยอวี้เหิงด้วยความเคารพรักใคร่เช่นท่านพ่อกับท่านแม่ไปชั่วชีวิต

เพราะเซี่ยอวี้เหิงนั้นทั้งสูงส่งและเที่ยงธรรม นางเคยได้ยินชื่อเสียงอันดีงามของเขามานานแล้ว

ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเขาเป็นวิญญูชนผู้สูงส่ง ไม่เคยแปดเปื้อนความโสมมทางโลก

ที่นางปลูกต้นไห่ถัง ก็เพราะคิดว่าตนจะได้อาศัยอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขไปชั่วชีวิต

ต้นไม้ทุกต้นที่นางลงมือปลูก ล้วนแฝงไว้ด้วยความทุ่มเททั้งกายใจ

ทว่ายามนี้ทิวทัศน์นอกหน้าต่างกลับรกร้างว่างเปล่า เมื่อมองออกไป ก็เห็นเพียงสีขาวโพลนราบเรียบ ไร้ซึ่งสีสันอื่นใด

จี้หานอีหันกลับมา สีหน้าแววตายังคงเยือกเย็น

นางเคยจมดิ่งอยู่ในความเสียใจเนิ่นนาน เวลานั้นไม่มีใครคิดปลอบโยนนาง และนางก็ยิ่งไม่อาจให้ท่านแม่และท่านยายต้องมาเสียใจเพราะนางอีก ภายใต้ราตรีที่เงียบงัน บาดแผลเหล่านั้นจึงค่อย ๆ สมานตัวเอง จนกระทั่งไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป

ปลายนิ้วยังคงเย็นเฉียบ แม้แต่น้ำชาก็ไม่อาจมอบความอบอุ่นให้ร่างกาย จี้หานอีพลันกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดอกไห่ถังหาดูที่ใดก็ได้ แต่ผู้คนต่างหากสำคัญที่สุด"

คำพูดที่เนิบช้าไม่รีบร้อนนั้น ทำให้หลี่หมิงโหรวรู้สึกคล้ายชกหมัดลงบนปุยนุ่น

คิดไม่ถึงเลยว่านางพูดแทงใจดำถึงเพียงนี้ จี้หานอีกลับยังยอมทนเฝ้ารอคนที่ไร้ใจอยู่อีก

คงเป็นเพราะต้นตระกูลตกต่ำ จึงตัดใจทิ้งความร่ำรวยสุขสบายไม่ได้กระมัง

นางนึกดูแคลนคนเช่นนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ

ที่นางมาในครั้งนี้ เดิมทีก็ไม่ได้คิดไว้หน้าจี้หานอีอยู่แล้ว นางถึงวัยปักปิ่นมาหนึ่งปีเต็ม จึงแทบรอไม่ไหวอีกต่อไป

หลี่หมิงโหรวขยับตัวนั่งหลังตรง แววตาไม่ปิดบังถึงความดูแคลนและความอวดดี "พี่สะใภ้รู้หรือไม่ ในปีที่พี่สะใภ้ถือสัญญาหมั้นหมายมาหาท่านพี่ เดิมทีท่านป้าก็เตรียมจะให้ข้าแต่งกับท่านพี่อยู่แล้ว"

"หากไม่ใช่ท่านสอดมือ ถือสัญญาหมั้นเมื่อสิบปีก่อนมาอวดอ้าง เวลานี้ข้าคงได้เป็นภรรยาของท่านพี่ไปแล้ว"

"พี่สะใภ้แต่งเข้าสกุลเซี่ยมาได้สองปี น่าจะเข้าใจดีว่าข้ามีตำแหน่งใดในใจท่านพี่"

"หากพี่สะใภ้รู้ความและขอหย่าไปเอง ข้าก็ยังพอช่วยพูดให้ท่านพี่กับท่านป้ามอบค่าชดเชยให้ท่านได้บ้างเจ้าค่ะ"

หลี่หมิงโหรวลุกขึ้นยืนหลังพูดจบ ก่อนมองจี้หานอีด้วยแววตาเหยียดหยาม "พี่สะใภ้ ท่านอย่าทำตัวไม่รู้ความหน่อยเลย"

"ตัวท่านอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน แต่ท่านพี่กลับไม่คิดไยดี นี่ท่านยังดูไม่ออกอีกหรือ? ท่านพี่หาได้สนใจท่านไม่"

"คนเราต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว อย่าได้โลภมากเกินไปนัก"

ม่านประตูสะบัดไหว เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแว่วห่างออกไป

หลี่หมิงโหรวกระชับแขนเสื้อขณะมองดูหิมะในลานเรือนที่ยังไม่ละลาย จากนั้นจึงมองต้นสาลี่ซึ่งเติบโตสูงใหญ่อยู่มุมกำแพง นางพ่นลมหายใจขาวโพลนออกมา ก่อนคลี่ยิ้ม

เป็นนางกับท่านพี่ช่วยกันปลูกต้นสาลี่ต้นนั้น ครั้งที่นางเพิ่งมาจวนสกุลเซี่ยในวัยเด็ก ท่านพี่เคยบอกว่า ตราบใดที่ต้นสาลี่ต้นนี้ยังอยู่ นางก็จะยังเป็นคนสำคัญของเขาตลอดไป

และเขาจะปกป้องนางชั่วชีวิต

หลี่หมิงโหรวคิดดูถูกจี้หานอี

เพราะจี้หานอีไม่เข้าใจ สิ่งใดที่ไม่ใช่ของนาง ย่อมไม่มีวันเป็นของนาง

ต่อให้ฝืนแย่งชิง ก็ไม่มีวันเป็นได้อยู่ดี

ภายในห้อง จี้หานอีมองตามเงาร่างของหลี่หมิงโหรวไปในความเงียบ เมื่อถอนสายตากลับมาก็เห็นสีหน้าของหรงชุนคล้ายอยากพูดบางอย่าง นางจึงยิ้มพลางตบมือสาวใช้เบา ๆ บอกให้ไปเตรียมน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำ

น้ำร้อนชะล้างไอเย็นออกจากร่างกาย หลังแช่อยู่เนิ่นนาน ร่างกายจึงค่อยรู้สึกอุ่นขึ้นบ้าง

หรงชุนพลันกระซิบด้วยความกังวล "ต้องรออยู่ท่ามกลางหิมะทั้งคืน ทั้งยังตากลมหนาวถึงเพียงนั้น ฮูหยินน้อยคงจับไข้เป็นแน่ ไม่สู้ให้ข้าน้อยไปเชิญหมอมาตรวจดูเถิดเจ้าค่ะ"

จี้หานอีทนความระคายเคืองในลำคอไม่ไหว จึงไอออกมาหลายครั้ง ก่อนส่งเสียงรับคำในลำคอ

ท่านหมอมาตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว และก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าพลางถอนหายใจ "ร่างกายของฮูหยินน้อยจะทนรับความหนาวเย็นเช่นนี้ได้อย่างไร พิษไข้ครั้งนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้เลยนะขอรับ"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างขอบตาแดงก่ำ จี้หานอีจึงปลอบโยนว่า "เพียงเป็นไข้เท่านั้น เจ้าอย่ากังวลไปเลย"

หรงชุนปาดน้ำตา "แต่ฮูหยินน้อยไม่เคยต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ เมื่อก่อนแค่โดนเม็ดฝนโปรยปราย ใต้เท้ากับฮูหยินก็ปวดใจแทบแย่แล้วนะเจ้าคะ"

"นับประสาอะไรกับตากหิมะทั้งคืน"

ปลายนิ้วของจี้หานอีชะงักงัน ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา "หรงชุน วันนี้ไม่เหมือนวันวานแล้ว"

สกุลจี้ตกต่ำลงแล้ว เบื้องหลังไร้คนสนับสนุน จึงไม่อาจคาดหวังให้ผู้ใดมาเห็นใจได้อีก

เวลานั้น ด้านนอกพลันมีบ่าวอาวุโสเข้ามาถ่ายทอดคำสั่ง เป็นคนของฮูหยินผู้เฒ่า คงเพราะรู้เรื่องเมื่อคืนนี้ จึงส่งยาบำรุงร่างกายมาให้ และบอกให้จี้หานอีพักผ่อนให้ดีในช่วงสองวันนี้ ไม่ต้องไปทำความเคารพที่เรือนใหญ่

จี้หานอีรับไว้ และกล่าวขอบคุณ

เมื่อบ่าวอาวุโสคนนั้นกลับไป นางก็สั่งให้หรงชุนนำของที่ถูกส่งมาไปเก็บไว้

แม้นางจะมาจากตระกูลที่ตกต่ำ แต่ชีวิตในอดีตก็นับว่าสูงส่ง อาหารการกินเครื่องนุ่งห่มล้วนใช้ของดีที่สุด ของที่ส่งมาครั้งนี้คล้ายเป็นรังนกหูฉลามก็จริง แต่ก็เป็นเพียงของคุณภาพดาษดื่นเท่านั้น

จี้หานอีไม่ได้คิดถือสา สกุลเซี่ยอย่างไรก็เป็นตระกูลบัณฑิต บรรพบุรุษล้วนเป็นขุนนางสอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อ ย่อมให้ความสำคัญกับกฎระเบียบและมารยาท คงไม่ประพฤติตนน่าเกลียดจนเกินไป แต่ภายใต้กฎระเบียบเหล่านั้น การกระทำอย่างขอไปทีและการรักษาหน้าเพียงเปลือกนอก ก็คือสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ยถนัดที่สุด

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับมายามดึก ขณะก้าวเข้าห้องชั้นในก็ได้กลิ่นยาสมุนไพรลอยแตะจมูก หัวคิ้วที่ดูเย็นชาของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เขาเดินเข้าไป เห็นจี้หานอีเอนกายพิงกับหัวเตียง เส้นผมยาวสลวยที่เคยเกล้าเก็บอย่างประณีต บัดนี้กลับปล่อยสยายระหัวไหล่ ใบหน้างามภายใต้คิ้วเรียวที่หลุบต่ำดูซีดเซียวเล็กน้อย เพิ่มความรู้สึกอ่อนแอและกลิ่นอายของผู้ทรงภูมิขึ้นอีกสองส่วน

ภายในห้องไม่ได้จุดเทียนไขให้สว่างเกินไป เปลวเทียนสีนวลตาอาบไล้ลงบนเสื้อคลุมตัวบางของนาง ตำราในมือนางถูกปิดฉับวางลงข้างหมอนทันทีที่เขาก้าวเข้ามา

นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยอวี้เหิงกลับมาตอนดึกแล้วเห็นจี้หานอีนอนอยู่บนเตียง และเป็นครั้งแรกที่ยามเขาเดินเข้ามา นางไม่ได้ออกไปต้อนรับ และไม่ได้คอยเดินตามหลังต้อย ๆ เพื่อช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า

สีหน้าของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใด เดิมทีเขาก็ไม่ได้ต้องการให้นางทำเรื่องเหล่านั้นอยู่แล้ว สายตาอันเย็นชาจึงจับจ้องร่างบนเตียงนิ่ง "วันนี้หมิงโหรวมาเยี่ยมเจ้า แต่เจ้ากลับไล่นางไป"

ประโยคบอกเล่าเรียบง่าย น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ ฟังดูราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึก

บางทีอาจเป็นเพราะเขาทำงานที่ศาลต้าหลี่มานาน แม้แต่ประโยคบอกเล่าเช่นนี้ ก็ฟังดูคล้ายกำลังไต่สวนนักโทษ

บัดนี้ เขามาถึงก็เปิดปากคาดคั้นความผิด ดูท่าคงไปหาหลี่หมิงโหรวมาก่อนเป็นแน่

หลี่หมิงโหรวใช้ทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเซี่ยอวี้เหิงห่วงใยตนที่สุด และนางก็ทำสำเร็จจริง ๆ

จี้หานอีนวดคลึงหว่างคิ้ว การมุ่งหาความผิดซ้ำซากเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายและว่างเปล่าเหลือเกิน

ซึ่งนางก็รู้สึกเบื่อหน่ายและว่างเปล่าต่อเซี่ยอวี้เหิงแล้วเช่นกัน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 5

    พายุหิมะในวันนี้ไม่ได้โหมกระหน่ำรุนแรงมากนัก แต่ยามที่จี้หานอีก้าวเท้าเดินออกจากห้อง นางกลับยังคงรู้สึกว่าสายลมที่พัดผ่านกายช่างหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจนางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่างให้แน่นขึ้น สายตามองดูเกล็ดหิมะซึ่งปกคลุมโคมแก้วหลิวหลีจนเลือนราง เลือนรางไม่ต่างไปจากเส้นทางข้างหน้าแม้แต่น้อยช่วงสองวันนี้นางหลินผู้เป็นแม่สามีล้มป่วย คนจากเรือนรองและเรือนที่สามต่างพากันมาเยี่ยมเยียน ตอนที่จี้หานอีไปถึง ในห้องจึงมีผู้คนนั่งอยู่เต็มไปหมดจี้หานอีปลดสายเสื้อคลุมส่งให้หรงชุน บ่าวอาวุโสด้านข้างช่วยเลิกม่านให้นางเดินเข้าไป เสียงพูดคุยกันอย่างคึกครื้นพลันดังถนัดหู แต่แล้วก็เงียบลงชั่วขณะ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่นางสีหน้าเหล่านั้นดูเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย และไม่อาจนับว่ามีความสนิทสนมอันใดในช่วงสามปีที่นางแต่งเข้ามา คนสกุลเซี่ยล้วนมองนางด้วยสายตาเช่นนี้มาโดยตลอด คล้ายไม่เคยเห็นนางเป็นสะใภ้สกุลเซี่ย จึงยิ่งไม่อาจสนิทใจต่อกันจี้หานอีเดินเข้าไปคารวะนางหลินผู้เป็นแม่สามีด้วยกิริยาปกติเช่นเคยนางหลินกล่าวแสดงความห่วงใยจี้หานอีไม่กี่คำ ถามไถ่อาการป่วยของนางอีกเล็กน้อย ก็บอกให้นางไปนั่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 4

    เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ นางก็ชะงักงันเล็กน้อยที่แท้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อใจนางแล้ว คำถามเชิงตำหนิเช่นนั้นของเขา นางจึงไม่รู้สึกเสียใจสักนิดเซี่ยอวี้เหิงผู้สุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงามในความทรงจำ เซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับนางว่าต่อให้ตระกูลตกต่ำก็ยังยืนยันมาสู่ขอ เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นวิญญูชนแสนเที่ยงธรรมในคำบอกเล่าของผู้อื่น บัดนี้ ไออุ่นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจนางได้จางหายไปหมดสิ้นนางเพียงเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเซี่ยอวี้เหิงดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี เจ้าควรหัดทำตัวให้สงบนิ่งเช่นหมิงโหรวบ้าง""ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ในเรือนหลัง วันทั้งวันรู้จักแต่หึงหวงริษยา"หลังพูดจบ เขาก็หันกายเดินจากไปจี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงไปในความเงียบ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยิบตำราในมือขึ้นอ่านด้วยท่าทีเรียบเฉยนางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลเรือนหลังเพื่อเขา จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่เขาจำเป็นต้องใช้ ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องจุกจิกกวนใจเขาสักครั้ง แม้แม่สามีจะคอยหาเรื่องตำหนิหรือกลั่นแกล้งในบางครั้ง แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นให้เขาฟัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 3

    เมื่อหรงชุนผู้ยืนอยู่ด้านหลังจี้หานอีได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงขั้นโกรธจนตัวสั่นไหนเลยหลี่หมิงโหรวจะทนกลิ่นต้นไห่ถังไม่ได้ เป็นนางทนเห็นฮูหยินน้อยมีความสุขไม่ได้ต่างหากยามใดที่เห็นความสัมพันธ์ของฮูหยินน้อยกับนายท่านดีขึ้นสักหน่อย หลี่หมิงโหรวก็เป็นต้องหาทางสร้างปัญหาขึ้นมาเสมอที่ฮูหยินน้อยชอบดอกไห่ถัง ก็เพราะมารดาของนางเคยชอบ ใต้เท้าผู้เป็นบิดาฮูหยินน้อยจึงลงมือปลูกไว้เต็มเรือน และบิดามารดาของนางก็มีวาสนาต่อกันเพราะดอกไห่ถังนี้เองดอกไห่ถังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของฮูหยินน้อย แต่ครั้งนั้นเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของหลี่หมิงโหรว นายท่านก็สั่งให้คนถอนต้นไห่ถังที่ฮูหยินน้อยปลูกกับมือทิ้งหมดสิ้นในวันนั้น ฮูหยินน้อยร่ำไห้ขอร้องให้นายท่านเหลือไว้สักต้น แต่นายท่านกลับไม่แยแส ยังคงสั่งให้คนถอนทิ้งทั้งหมดการขุดเรื่องที่ผ่านไปแล้วเกือบสองปีมาพูดเช่นนี้ ไม่เท่ากับโรยเกลือลงบนแผลของฮูหยินน้อยหรอกหรือจี้หานอีเอียงศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่างปีที่เพิ่งแต่งเข้าสกุลเซี่ยนั้น นางเคยคิดว่าจะได้ครองคู่กับเซี่ยอวี้เหิงด้วยความเคารพรักใคร่เช่นท่านพ่อกับท่านแม่ไปชั่วชีวิตเพราะเซี่ยอวี้เหิงนั้นทั้งสู

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 2

    พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้นรถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียทีหิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้วยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้าสารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ""นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลงสารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 1

    ค่ำคืนฤดูเหมันต์ ได้ยินเสียงลมพายุหิมะพัดกระหน่ำดังหวีดหวิว คลอด้วยเสียงม่านหน้าต่างถูกลมตีดังพึ่บพั่บจี้หานอีหรี่ตาลง ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบเลิกม่านที่ตากลมจนแข็งกระด้างขึ้น สายตามองฝ่าความมืดมิดในคืนหิมะตกหนักออกไปไกล แม้เสียงเกือกม้าที่ควบตะบึงมาจะปะปนไปกับเสียงพายุหิมะฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่นางก็ยังได้ยินพลันมีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลังว่า "พี่สะใภ้ ท่านพี่จะมารับพวกเราหรือไม่"จี้หานอีปล่อยม่านลง ไม่ได้ตอบคำ เพียงหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้านางรู้ดี เขาต้องมาแน่ไม่ว่าพายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด เขาก็ต้องมาวันนี้ เดิมทีนางไม่ได้คิดติดตามหลี่หมิงโหรวมาที่เรือนน้ำพุร้อนเลย แต่เขากลับกล่าวว่า "หานอี เจ้าเป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว หมิงโหรวมีโรคหนาวเข้าแทรก เจ้าควรต้องดูแลนาง"ยามเขาเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงช่างเย็นชานัก ทั้งยังจัดแจงทุกอย่างไว้เสร็จสรรพคล้ายเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเพียงแต่ขณะเดินทางกลับ หิมะตกหนักปิดกั้นถนน ล้อไม้แตกหัก จึงมีรถม้าจำนวนมากติดค้างอยู่กลางทางสารถีขี่ม้ากลับไปส่งข่าว นี่ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยามแล้ว อีกประเดี๋ยวคงกลับมาเสียงเกือกม้าที่ดังขึ้นเดี๋ยวใก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status