공유

บทที่ 4

작가: หยกงาม
เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ นางก็ชะงักงันเล็กน้อย

ที่แท้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อใจนางแล้ว คำถามเชิงตำหนิเช่นนั้นของเขา นางจึงไม่รู้สึกเสียใจสักนิด

เซี่ยอวี้เหิงผู้สุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงามในความทรงจำ เซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับนางว่าต่อให้ตระกูลตกต่ำก็ยังยืนยันมาสู่ขอ เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นวิญญูชนแสนเที่ยงธรรมในคำบอกเล่าของผู้อื่น บัดนี้ ไออุ่นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจนางได้จางหายไปหมดสิ้น

นางเพียงเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเซี่ยอวี้เหิงดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี เจ้าควรหัดทำตัวให้สงบนิ่งเช่นหมิงโหรวบ้าง"

"ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ในเรือนหลัง วันทั้งวันรู้จักแต่หึงหวงริษยา"

หลังพูดจบ เขาก็หันกายเดินจากไป

จี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงไปในความเงียบ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยิบตำราในมือขึ้นอ่านด้วยท่าทีเรียบเฉย

นางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลเรือนหลังเพื่อเขา จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่เขาจำเป็นต้องใช้ ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องจุกจิกกวนใจเขาสักครั้ง แม้แม่สามีจะคอยหาเรื่องตำหนิหรือกลั่นแกล้งในบางครั้ง แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นให้เขาฟัง

หลังเป็นสามีภรรยากัน นางก็คิดว่าตนเองทำสุดความสามารถแล้ว แต่สิ่งที่ได้รับจากเขากลับเป็นคำว่าหึงหวงริษยา

ช่างเถิด อย่างไรเสียใจเขาก็ลำเอียงมาแต่ไหนแต่ไร

หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายจี้หานอี กระซิบว่า "หลายปีนี้ฮูหยินน้อยกับนายท่านมีเรื่องเข้าใจผิดกันมาตลอด หรือให้บ่าวไปเรียกนายท่านกลับมา ฮูหยินน้อยจะได้อธิบายปรับความเข้าใจกับนายท่านสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ"

"คุณหนูผู้นั้นถนัดเรื่องยุแยงตะแคงรั่ว พอนานวันเข้า จะไม่ยิ่งหมางเมินกันไปใหญ่หรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีป้องปากไอเล็กน้อย สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าตำรา ขณะส่ายศีรษะ "ไม่ต้องหรอก"

เมื่อก่อนนางก็เคยอธิบาย ซ้ำทำมาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อ บัดนี้ เรื่องราวระหว่างกันก็เปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่ถูกพายุหิมะพัดกระหน่ำจนพังพินาศ ต่อให้อธิบายชัดเจนเพียงใด ก็เป็นเพียงโต๊ะอาหารที่ล้มคว่ำเสียหาย ไม่อาจหวนคืนสู่สภาพเดิมได้อีก

เขาจะเชื่อหรือไม่ นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว

นางเองก็รู้ดี หากการถูกทิ้งอยู่กลางพายุหิมะคืนนั้นทำให้นางหมดใจต่อเซี่ยอวี้เหิง เช่นนั้นความรู้สึกรำคาญใจชั่ววูบที่มีต่อเซี่ยอวี้เหิงเมื่อครู่ ก็คงทำให้นางเกิดการตระหนักขึ้นมาว่า แม้แต่ความผูกพันฉันสามีภรรยาที่นางมีต่อเขา ก็มีอันมลายหายไปไม่เหลือสิ้น

เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า เซี่ยอวี้เหิงก็กำลังแต่งกายอยู่ในห้อง

จี้หานอีปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนเดินไปล้างหน้าบ้วนปากตรงอ่างล้างหน้าข้างชั้นวางของ

นี่คือภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างคนทั้งสอง เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยได้มาค้างที่เรือนของนางบ่อยนัก เนื่องจากเขามีงานราชการรัดตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรือเอกสารต่าง ๆ ล้วนทำด้วยความตั้งใจให้พ้นข้อครหา จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

บางครั้งเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับมา จี้หานอีก็แทบไม่เห็นหน้าเขา มีเพียงยามเช้าขณะล้างหน้าแต่งกายเท่านั้น คนทั้งสองจึงมีช่วงเวลาข้องเกี่ยวกันชั่วครู่

แต่สิ่งเดียวที่ต่างออกไปก็คือ วันนี้จี้หานอีไม่ได้อยู่ข้างกายเพื่อช่วยสวมใส่เสื้อผ้าให้เซี่ยอวี้เหิง ไม่ได้จุดเครื่องหอม และก็ไม่ได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าอุ่น ๆ ให้เขาเช่นทุกวัน

เซี่ยอวี้เหิงจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่ต้องฝ่าพายุหิมะไปเข้าประชุมแต่เช้า เขาจึงมักเป็นฝ่ายออกไปก่อนเสมอ

ทว่าวันนี้ เมื่อเดินไปถึงหน้าม่าน เขากลับหันหลังมองจี้หานอีซึ่งกำลังนั่งให้สาวใช้หวีผมอยู่หน้าคันฉ่องทองแดง

ท้องฟ้าฤดูเหมันต์สว่างช้า แสงเทียนในห้องยังคงสว่างไสว ทอดเงาเทียนลงบนร่างของจี้หานอี

นางนั่งหลังตรงดูเด่นเป็นสง่า เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวลงมาดุจม่านน้ำตก คิ้วตาคมสวยงดงามดั่งสตรีชาวเจียงหนาน ต่างหูหยกมรกตคู่หนึ่งแกว่งไกวอยู่เหนือไหล่อาภรณ์สีม่วงอ่อน สะท้อนประกายวิบวับแวววาว

เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น ภายใต้แสงเทียนวูบไหว ดูคล้ายม่านหมอกฝนสีฟ้าคราม

ตอนที่พบนางครั้งแรก เขาเคยคิดว่านางเป็นสตรีที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี

ภายในห้องยังคงมีกลิ่นยาสมุนไพรบางเบา เซี่ยอวี้เหิงจึงพูดว่า "ข้าได้ยินว่าหิมะตกหนัก รถม้าไปรับเจ้าไม่ทัน ทำให้เจ้าต้องติดอยู่กลางหิมะทั้งคืน"

จี้หานอีมองไปทางเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ขณะกำลังจะตอบกลับ ก็ไอขึ้นมาระลอกหนึ่ง

นางป้องปากไออยู่หลายที ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ท่าทีไม่แปรเปลี่ยน "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ก็แค่รอนานอีกเล็กน้อยเท่านั้น"

ขณะเซี่ยอวี้เหิงได้ยินเสียงไอที่อีกฝ่ายพยายามข่มกลั้นไว้นั้น สายตาก็พลันเหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าซึ่งปลายนิ้วขาวผ่องของจี้หานอีกำลังใช้ซับริมฝีปาก บนผืนผ้าปักลายดอกไห่ถังสีชมพูดูสมจริง

เขาจ้องมองนางนิ่งงัน ในใจพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด

หากเป็นแต่ก่อน จี้หานอีคงต้องเอาเรื่องแล้ว

ยิ่งเป็นเรื่องของหลี่หมิงโหรว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด นางก็เก็บมาใส่ใจทั้งสิ้น

แต่ครั้งนี้ นางกลับเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนไม่แม้แต่จะพูดถึงเหตุการณ์นั้นด้วยซ้ำ

เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย "เรื่องคราวนี้เป็นข้าไตร่ตรองไม่รอบคอบ ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นมาให้เจ้าสักพับ"

เมื่อจี้หานอีได้ยินคำว่าผ้าไหมสู่จิ่น นางก็ถึงกับชะงักกึก

ปรากฏว่าเซี่ยอวี้เหิงยังคงจำเรื่องนี้ได้

ปีที่สองหลังนางแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ย เซี่ยอวี้เหิงก็สามารถไขคดีปริศนาเก่าเก็บได้สำเร็จ เบื้องบนจึงประทานรางวัล และหนึ่งในรางวัลนั้นก็มีผ้าไหมสู่จิ่นอยู่สองพับ

เมื่อของรางวัลพระราชทานส่งมาถึง ทั้งจวนก็มีแต่ความปิติยินดี นางนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน รู้สึกดีใจไปกับเซี่ยอวี้เหิง

ในวันนั้น ผ้าไหมสู่จิ่นทั้งสองพับนั้น เซี่ยอวี้เหิงส่งมอบให้มารดาของเขาพับหนึ่งต่อหน้าผู้คนมากมาย

ขณะที่ผู้อื่นคิดว่าอีกพับหนึ่งเขาคงต้องให้นางแน่ แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับมอบให้หลี่หมิงโหรว

เขาไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ซ้ำยังไม่ปรายตามองนางแม้แต่น้อย

ครั้งนั้น จี้หานอีถามเขาว่าทำไมถึงไม่ให้นาง

แต่เซี่ยอวี้เหิงเพียงมองนางด้วยสายตาแฝงความรำคาญใจ ราวกับนางกำลังหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล แม้แต่คำแก้ตัวพอเป็นพิธีก็ไม่มีให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าห้องหนังสือไปหน้าตาเฉย

จี้หานอีอ้าปาก อยากจะบอกออกไปว่าไม่เป็นไร

สิ่งที่นางใส่ใจหาใช่ผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้น

ที่นางใส่ใจมีเพียงเหตุใดบุรุษผู้เป็นสามี ถึงไม่เคยห่วงใยความรู้สึกของนางเลย

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้แต่บ่าวไพร่ในจวนสกุลเซี่ยก็ยังมองนางด้วยสายตาดูแคลน

พวกเขาต่างเข้าใจแจ่มแจ้ง นางไม่ใช่คนโปรดของเซี่ยอวี้เหิง

นางไม่ได้ทำผิดอันใด แต่ผู้คนล้วนเป็นดังไผ่ลู่ลม

เขาเป็นทายาทสายตรงของสกุลเซี่ย ผู้อื่นย่อมปฏิบัติตามอากัปกิริยาและความชอบของเขา

แต่คำว่าไม่เป็นไรนั้นจี้หานอียังไม่ทันได้พูด เซี่ยอวี้เหิงก็เลิกม่านเดินออกไปแล้ว

เขาคงคิดว่านี่คือความเมตตาและการชดเชยที่ยิ่งใหญ่แล้วกระมัง

จี้หานอีมองผ้าม่านซึ่งยังคงไหวตัว ก่อนถอนหายใจ จากนั้นจึงตวัดสายตากลับมาจับจ้องคันฉ่อง และเลือกปิ่นหยกที่ดูเรียบง่ายอันหนึ่งเสียบลงบนมวยผม

พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้นมาส่งให้ในช่วงสายอย่างรวดเร็ว

ขณะพ่อบ้านนำมาส่ง ก็ไม่ลืมประจบสอพลอด้วยหน้าตายิ้มแย้ม "นี่เป็นของที่นายท่านกำชับไว้ก่อนออกไปเมื่อตอนเช้า ให้เพียงฮูหยินน้อยคนเดียวเลยนะขอรับ"

ของที่ว่าได้เพียงคนเดียว ความจริงก็คือคนอื่นที่สมควรได้ล้วนได้กันไปหมดแล้ว เหลือนางเป็นคนสุดท้ายเท่านั้นเอง

ได้เป็นคนสุดท้าย ก็ถือว่าได้เพียงคนเดียวเช่นกัน

จี้หานอีไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยหางตา นางเลิกสนใจผ้าไหมสู่จิ่นไปนานแล้ว จึงสั่งให้หรงชุนรับไว้และนำไปเก็บในห้องเก็บของ

ถึงอย่างไรหลังหย่ากันแล้ว นางก็จะไม่นำผ้าพับนี้ไปด้วย ยิ่งไม่มีทางนำมาใช้เด็ดขาด

หลังนางพักรักษาตัวอยู่ในเรือนหลายวัน อาการหวัดก็ทุเลาลง เหลือเพียงอาการไอในช่วงกลางคืนเล็กน้อยเท่านั้น

ช่วงสองวันนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้กลับจวน ได้ยินว่าเขามีคดีซับซ้อนต้องดูแล จึงขลุกอยู่ในที่ว่าการตลอดทั้งวัน

เดิมทีจี้หานอีเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เป็นบ่าวอาวุโสข้างกายแม่สามีมาบอกกล่าวกับนาง ให้ไม่ต้องรอคอยเขาในสองคืนนี้

แม้นางจะเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิง แต่ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา นางกลับรู้เป็นคนสุดท้ายเสมอ

ยามเซี่ยอวี้เหิงเดินทางไปราชการต่างเมือง ในบรรดาจดหมายที่ส่งกลับบ้าน ก็ไม่เคยมีของนางแม้แต่ฉบับเดียว

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
댓글 (2)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
พระเอกจีนแต่ละเรื่องเก่งแต่เรื่องโง่ๆนะจะบอกให้ เมียตัวเองก๋ปกป้องไม่ได้แต่งรับมาทำเซี่ยอะไรฟะ อินจัดอิอิอิ
goodnovel comment avatar
Nok Natnicha
เนื้อเรื่องน่าอ่าน
댓글 더 보기

최신 챕터

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 846

    เสิ่นฉางหลิงมองเสิ่นซื่อด้วยความเหม่อลอย “ท่านอาห้า แต่ข้ายังไม่ได้หมั้นหมายนี่ขอรับ”เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว “เช่นนั้นก็หมั้นเสีย”เสิ่นฉางหลิงเบิกตาโต “ข้าไม่อยากด่วนแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย...”เสิ่นซื่อจ้องมองเสิ่นฉางหลิง “หากไทเฮามีรับสั่งลงมาเมื่อใด เจ้าจะได้แต่งงานเร็วกว่าเดิมอีก”เสิ่นฉางหลิงนึกอยากสับมือตนเองทิ้งนัก ไม่น่าไปหาเรื่องใส่ตัวเลยจริง ๆ หากตอนนั้นหันหลังเดินหนีไปเสีย อย่างมากก็แค่โดนต่อว่าไม่กี่ประโยค คงไม่ต้องมาวุ่นวายถึงเพียงนี้เสิ่นซู่พลันถาม “แต่หากไทเฮาทรงถามว่าหมั้นหมายกับสกุลใด แล้วจะตอบไปว่าอย่างไร?”เสิ่นซื่อกล่าวเสียงเรียบ “ช่วงนี้ฉางหลิงสร้างความดีความชอบ คงมีคนอยากเกี่ยวดองด้วยไม่น้อย ให้พี่สะใภ้สี่เลือกตระกูลที่ถูกใจมาก็พอ”ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นได้ยินคำตอบของเสิ่นซื่อก็ตระหนักดีว่ายามนี้คงไม่มีวิธีอื่นแล้ว สกุลเสิ่นจะไปข้องแวะกับคนฝั่งไทเฮาไม่ได้เด็ดขาด การที่เสิ่นซื่อตรวจสอบจวนหย่งชิงโหวอย่างขุดรากถอนโคนก็นับว่าสร้างความแค้นต่อกันอย่างใหญ่หลวง แล้วจะไปเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เกรงว่าคงมีแต่เรื่องวุ่นวายเสียมากกว่าจึงหันไปถามนางไป๋ว่า “ในใจเจ้ามีคนที่ห

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 845

    เมื่อนางซูเห็นจี้หานอีถามถึงหลินเฟิง จึงได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเขาให้จี้หานอีฟังโดยละเอียดหลินเฟิงเคยเป็นบุตรหลานของญาติห่าง ๆ จากฝ่ายมารดาฉินฝูอวี้ บิดามารดาของเขาล้มป่วย ทิ้งให้กลายเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกผู้คนเตะส่งไปมาราวลูกหนังใบหนึ่ง ไม่มีผู้ใดเวทนาอยากรับเลี้ยง เป็นฉินฝูอวี้ที่อ้อนวอนมารดาให้พาหลินเฟิงกลับมาด้วย หลังหลินเฟิงมาอยู่ที่นี่ ฉินฝูอวี้ก็มักไปวิ่งเล่นกับเขาเสมอ ฮูหยินใหญ่ฉินเห็นว่าหลินเฟิงมีความซื่อสัตย์ จึงส่งเขาไปร่ำเรียนวรยุทธ์ โดยตั้งใจจะให้มาเป็นองครักษ์คอยปกป้องดูแลฉินฝูอวี้ ทว่าหลินเฟิงนั้นช่างรักดี เมื่อร่ำเรียนวรยุทธ์กลับมาก็มีวิทยายุทธ์แกร่งกล้า ถึงขั้นกลายเป็นหัวหน้าองครักษ์ของจวนเฉิงอันโหว ภายหลังหลินเฟิงได้ไปสอบถามความเห็นจากนายท่านใหญ่ฉินเรื่องการไปสอบเป็นขุนนางบู๊ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าการไปสอบครั้งนั้น เขากลับสอบได้ตำแหน่งจอหงวนบู๊ บัดนี้แม้อายุยังน้อย แต่ก็ได้เป็นถึงหัวหน้ากององครักษ์อวี่หลิน อนาคตภายหน้าย่อมต้องรุ่งโรจน์ยาวไกลแต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือหลินเฟิงเป็นคนกตัญญู เขามักกลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ ทั้งยังคงมีความนอบน้อมต่อผู้คนในจวนเฉิงอันโหวไ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 844

    เมื่อนางซูได้ยินคำพูดนี้ กอปรกับมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าและแววตาของหลินเฟิง ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเขามักยิ้มเช่นนี้เสมอ ไม่ว่าฝูอวี้จะรังแกเขาอย่างไร เขาก็ยังคงยิ้มรับ จึงอดทอดถอนใจไม่ได้ว่าฝูอวี้นั้นช่างหัวทึบนัก คนที่แสนดีอยู่ตรงหน้ากลับมองไม่เห็น ดึงดันจะมอบหัวใจให้แต่คนที่แม้แต่หางตาก็ไม่เคยแลมองนางสักนิดการที่ฉินฝูอวี้ลงแข่งตีคลีในครั้งนี้ ก็เพราะรู้ว่าซื่อจื่อสกุลชุยจะไปชมการแข่งขัน จึงอยากแสดงความสามารถต่อหน้าเขา นึกไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจนต้องขายหน้า เมื่อวานพอกลับมาก็เอาแต่ร้องไห้ไปค่อนวัน พร่ำบอกว่านับจากนี้คงไม่มีหน้าไปพบซื่อจื่อสกุลชุยอีกแล้วการที่หลินเฟิงผู้เป็นดั่งกระสอบทรายรองรับอารมณ์มาเยือนเวลานี้ ย่อมต้องพลอยได้รับลูกหลงไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้นางซูทอดถอนใจ ก่อนบอกให้หลินเฟิงค่อยมาเยี่ยมใหม่คราวหน้าหลินเฟิงเหลียวมองไปด้านหลังด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วยอมเดินจากไปในความเงียบภายในห้องแว่วเสียงของฉินเช่อกำลังปลอบประโลมดังขึ้น "อาเฟิงหวังดีอุตส่าห์มาเยี่ยมเจ้า แล้วเจ้าจะไปไล่เขาทำไม?"เสียงแค่นหัวเราะในลำคอของฉินฝูอวี้ดังสวนกลับมา "ผู้ใ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 843

    ก่อนที่จี้หานอีจะเดินทางไปยังจวนเฉิงอันโหว นางได้ให้คนส่งเทียบเชิญไปล่วงหน้า ดังนั้นตอนที่นางไปถึง ผู้คนในจวนเฉิงอันโหวจึงมารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้วบัดนี้ จี้หานอีคุ้นเคยกับการมาเยือนจวนเฉิงอันโหว จากที่มาเยือนสองครั้งแรกยังมีท่าทีเกรงอกเกรงใจและมากพิธีอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ในใจนางก็นับว่าผ่อนคลายลงอย่างแท้จริงภายในห้องโถงใหญ่ปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความปีติยินดี นางซูเป็นคนออกไปรับจี้หานอีเข้ามาด้านใน ผู้คนที่อยู่ในห้องจึงจ้องมองจี้หานอีเป็นตาเดียวกัน จี้หานอีในยามนี้ได้รับการทะนุถนอมเป็นอย่างดี จึงดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลยิ่งกว่าครั้งแรกที่ได้พบหน้ากัน เมื่อผู้คนในห้องเห็นรูปลักษณ์ของจี้หานอีในเวลานี้ ต่างก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของนางในจวนสกุลเสิ่นนั้นย่อมต้องสุขสบายแน่นอนเมื่อองค์หญิงใหญ่ได้พบจี้หานอีก็ดีใจยิ่ง กวักมือเรียกให้จี้หานอีเข้าไปนั่งเคียงข้าง บรรดาสตรีที่เหลือจึงพากันยิ้มพลางกล่าวถึงความเก่งกาจของจี้หานอีเมื่อวานนี้ ภายในห้องล้วนมีแต่ถ้อยคำสรรเสริญเยินยอความจริงด้วยฐานะของจี้หานอีขณะนี้ ต่อให้ไม่มีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรม นางก็มีคุณสมบัติมากพอที่จะนั่งเคียงข้างอง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 842

    ตอนที่เสิ่นซื่อก้าวเข้ามาภายในห้องนอน เวลายังไม่ดึกเท่าใดนักภายในห้องนอนไม่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติ จี้หานอีเองก็ยังไม่หลับ นางกำลังนั่งอยู่บนขอบเตียง เมื่อเห็นเสิ่นซื่อก้าวเข้ามา เพียงปรายตามองเขาปราดหนึ่ง ก็ขยับขึ้นไปบนเตียง โดยไม่ได้เข้าไปช่วยเขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นที่ผ่านมาเสิ่นซื่อทอดสายตามองแผ่นหลังของจี้หานอีพลางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขยับกายเข้าไปหา ถึงได้เห็นว่าขอบตาของจี้หานอีนั้นแดงก่ำเสิ่นซื่อขมวดคิ้วมุ่น รีบยื่นมือไปเชยคางของจี้หานอีให้หันหน้ามาหา พลางถามนางว่า "เป็นอันใดไป?"นัยน์ตาของจี้หานอีรื้นด้วยหยาดน้ำตา ทอประกายระยิบระยับ ดวงตาดุจเมล็ดซิ่งช้อนมองเสิ่นซื่อเล็กน้อย ก่อนหลุบตาลง "ถั่วเขียวต้มน้ำตาลที่ข้าทำมันไม่อร่อย จนท่านพี่ต้องรังเกียจถึงเพียงนี้เลยหรือเจ้าคะ?"นิ้วหัวแม่มือของเสิ่นซื่อลูบไล้ไปตามหางตาของจี้หานอี หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ ก่อนกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ไม่ได้รังเกียจสักหน่อย"จี้หานอีจึงหันหน้าหนี "ข้าอุตส่าห์ใช้เวลาทั้งบ่ายต้มให้ท่านพี่ จนมือถูกลวกแดงไปหมด ทว่าท่านพี่กลับทานไปเพียงคำเดียว ที่แท้ก็เป็นเพราะสิ่งที่ข้าทำไม่ถูกใจท่านพี่ ไม่ได้รับควา

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 841

    แต่ตัวนางกลับถูกเสิ่นซื่อกดไว้ จี้หานอีจึงไม่อาจหยัดกายลุกขึ้น ขณะกำลังจะอ้าปากบอกให้เสิ่นซื่อปล่อยมือ ริมฝีปากของนางก็ถูกปิดกั้นด้วยแตงหวานฉ่ำชิ้นหนึ่งที่เสิ่นซื่อป้อนเข้ามาจากนั้นก็ได้ยินเสิ่นซื่อสั่งแม่นมฟางที่อยู่ด้านนอก ให้ไปถ่ายทอดคำพูดที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าว่า นางเพิ่งกลับจากการตีคลีจนเหนื่อยล้า ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยไปคารวะจี้หานอีกัดแตงหวานไปหนึ่งคำ ก่อนหันกลับไปมองเสิ่นซื่อ "ท่านพี่ไม่ใช่เพิ่งบอกว่าข้าไม่สบายหรอกหรือ นี่ก็เท่ากับบอกว่าร่างกายข้าทนความเหน็ดเหนื่อยไม่ได้ ฝั่งท่านแม่คงต้องคิดว่าร่างกายข้าอ่อนแออีกแล้ว ประเดี๋ยวก็คงสรรหายาบำรุงมาให้ข้ากินอีกแน่"เสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีพลางเลิกคิ้วยิ้ม "หรือเจ้าอยากให้ผู้อื่นคิดว่าสุขภาพของเจ้าแข็งแรงดี จะได้ไปคอยปรนนิบัติทุกวัน? ตอนนี้ยังคิดจะลุกไปแต่งตัวแล้วตามไปอีกหรือ?"คำพูดนี้ทำเอาจี้หานอีถึงกับไม่รู้จะตอบอย่างไรหากกล่าวเช่นนี้ นางย่อมไม่อยากไป แต่คนที่นางต้องไปปรนนิบัตินั้นคือแม่สามี การที่เสิ่นซื่อพูดเรื่องนี้ จี้หานอีย่อมไม่อาจยอมรับได้ จึงได้แต่อึกอักไม่ยอมตอบเท่านั้นเสิ่นซื่ออ่านความคิดของจี้หานอีออกแต่แรกแล้ว

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status