Share

บทที่ 4

Penulis: หยกงาม
เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ นางก็ชะงักงันเล็กน้อย

ที่แท้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อใจนางแล้ว คำถามเชิงตำหนิเช่นนั้นของเขา นางจึงไม่รู้สึกเสียใจสักนิด

เซี่ยอวี้เหิงผู้สุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงามในความทรงจำ เซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับนางว่าต่อให้ตระกูลตกต่ำก็ยังยืนยันมาสู่ขอ เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นวิญญูชนแสนเที่ยงธรรมในคำบอกเล่าของผู้อื่น บัดนี้ ไออุ่นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจนางได้จางหายไปหมดสิ้น

นางเพียงเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเซี่ยอวี้เหิงดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี เจ้าควรหัดทำตัวให้สงบนิ่งเช่นหมิงโหรวบ้าง"

"ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ในเรือนหลัง วันทั้งวันรู้จักแต่หึงหวงริษยา"

หลังพูดจบ เขาก็หันกายเดินจากไป

จี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงไปในความเงียบ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยิบตำราในมือขึ้นอ่านด้วยท่าทีเรียบเฉย

นางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลเรือนหลังเพื่อเขา จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่เขาจำเป็นต้องใช้ ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องจุกจิกกวนใจเขาสักครั้ง แม้แม่สามีจะคอยหาเรื่องตำหนิหรือกลั่นแกล้งในบางครั้ง แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นให้เขาฟัง

หลังเป็นสามีภรรยากัน นางก็คิดว่าตนเองทำสุดความสามารถแล้ว แต่สิ่งที่ได้รับจากเขากลับเป็นคำว่าหึงหวงริษยา

ช่างเถิด อย่างไรเสียใจเขาก็ลำเอียงมาแต่ไหนแต่ไร

หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายจี้หานอี กระซิบว่า "หลายปีนี้ฮูหยินน้อยกับนายท่านมีเรื่องเข้าใจผิดกันมาตลอด หรือให้บ่าวไปเรียกนายท่านกลับมา ฮูหยินน้อยจะได้อธิบายปรับความเข้าใจกับนายท่านสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ"

"คุณหนูผู้นั้นถนัดเรื่องยุแยงตะแคงรั่ว พอนานวันเข้า จะไม่ยิ่งหมางเมินกันไปใหญ่หรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีป้องปากไอเล็กน้อย สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าตำรา ขณะส่ายศีรษะ "ไม่ต้องหรอก"

เมื่อก่อนนางก็เคยอธิบาย ซ้ำทำมาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อ บัดนี้ เรื่องราวระหว่างกันก็เปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่ถูกพายุหิมะพัดกระหน่ำจนพังพินาศ ต่อให้อธิบายชัดเจนเพียงใด ก็เป็นเพียงโต๊ะอาหารที่ล้มคว่ำเสียหาย ไม่อาจหวนคืนสู่สภาพเดิมได้อีก

เขาจะเชื่อหรือไม่ นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว

นางเองก็รู้ดี หากการถูกทิ้งอยู่กลางพายุหิมะคืนนั้นทำให้นางหมดใจต่อเซี่ยอวี้เหิง เช่นนั้นความรู้สึกรำคาญใจชั่ววูบที่มีต่อเซี่ยอวี้เหิงเมื่อครู่ ก็คงทำให้นางเกิดการตระหนักขึ้นมาว่า แม้แต่ความผูกพันฉันสามีภรรยาที่นางมีต่อเขา ก็มีอันมลายหายไปไม่เหลือสิ้น

เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า เซี่ยอวี้เหิงก็กำลังแต่งกายอยู่ในห้อง

จี้หานอีปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนเดินไปล้างหน้าบ้วนปากตรงอ่างล้างหน้าข้างชั้นวางของ

นี่คือภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างคนทั้งสอง เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยได้มาค้างที่เรือนของนางบ่อยนัก เนื่องจากเขามีงานราชการรัดตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรือเอกสารต่าง ๆ ล้วนทำด้วยความตั้งใจให้พ้นข้อครหา จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

บางครั้งเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับมา จี้หานอีก็แทบไม่เห็นหน้าเขา มีเพียงยามเช้าขณะล้างหน้าแต่งกายเท่านั้น คนทั้งสองจึงมีช่วงเวลาข้องเกี่ยวกันชั่วครู่

แต่สิ่งเดียวที่ต่างออกไปก็คือ วันนี้จี้หานอีไม่ได้อยู่ข้างกายเพื่อช่วยสวมใส่เสื้อผ้าให้เซี่ยอวี้เหิง ไม่ได้จุดเครื่องหอม และก็ไม่ได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าอุ่น ๆ ให้เขาเช่นทุกวัน

เซี่ยอวี้เหิงจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่ต้องฝ่าพายุหิมะไปเข้าประชุมแต่เช้า เขาจึงมักเป็นฝ่ายออกไปก่อนเสมอ

ทว่าวันนี้ เมื่อเดินไปถึงหน้าม่าน เขากลับหันหลังมองจี้หานอีซึ่งกำลังนั่งให้สาวใช้หวีผมอยู่หน้าคันฉ่องทองแดง

ท้องฟ้าฤดูเหมันต์สว่างช้า แสงเทียนในห้องยังคงสว่างไสว ทอดเงาเทียนลงบนร่างของจี้หานอี

นางนั่งหลังตรงดูเด่นเป็นสง่า เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวลงมาดุจม่านน้ำตก คิ้วตาคมสวยงดงามดั่งสตรีชาวเจียงหนาน ต่างหูหยกมรกตคู่หนึ่งแกว่งไกวอยู่เหนือไหล่อาภรณ์สีม่วงอ่อน สะท้อนประกายวิบวับแวววาว

เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น ภายใต้แสงเทียนวูบไหว ดูคล้ายม่านหมอกฝนสีฟ้าคราม

ตอนที่พบนางครั้งแรก เขาเคยคิดว่านางเป็นสตรีที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี

ภายในห้องยังคงมีกลิ่นยาสมุนไพรบางเบา เซี่ยอวี้เหิงจึงพูดว่า "ข้าได้ยินว่าหิมะตกหนัก รถม้าไปรับเจ้าไม่ทัน ทำให้เจ้าต้องติดอยู่กลางหิมะทั้งคืน"

จี้หานอีมองไปทางเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ขณะกำลังจะตอบกลับ ก็ไอขึ้นมาระลอกหนึ่ง

นางป้องปากไออยู่หลายที ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ท่าทีไม่แปรเปลี่ยน "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ก็แค่รอนานอีกเล็กน้อยเท่านั้น"

ขณะเซี่ยอวี้เหิงได้ยินเสียงไอที่อีกฝ่ายพยายามข่มกลั้นไว้นั้น สายตาก็พลันเหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าซึ่งปลายนิ้วขาวผ่องของจี้หานอีกำลังใช้ซับริมฝีปาก บนผืนผ้าปักลายดอกไห่ถังสีชมพูดูสมจริง

เขาจ้องมองนางนิ่งงัน ในใจพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด

หากเป็นแต่ก่อน จี้หานอีคงต้องเอาเรื่องแล้ว

ยิ่งเป็นเรื่องของหลี่หมิงโหรว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด นางก็เก็บมาใส่ใจทั้งสิ้น

แต่ครั้งนี้ นางกลับเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนไม่แม้แต่จะพูดถึงเหตุการณ์นั้นด้วยซ้ำ

เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย "เรื่องคราวนี้เป็นข้าไตร่ตรองไม่รอบคอบ ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นมาให้เจ้าสักพับ"

เมื่อจี้หานอีได้ยินคำว่าผ้าไหมสู่จิ่น นางก็ถึงกับชะงักกึก

ปรากฏว่าเซี่ยอวี้เหิงยังคงจำเรื่องนี้ได้

ปีที่สองหลังนางแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ย เซี่ยอวี้เหิงก็สามารถไขคดีปริศนาเก่าเก็บได้สำเร็จ เบื้องบนจึงประทานรางวัล และหนึ่งในรางวัลนั้นก็มีผ้าไหมสู่จิ่นอยู่สองพับ

เมื่อของรางวัลพระราชทานส่งมาถึง ทั้งจวนก็มีแต่ความปิติยินดี นางนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน รู้สึกดีใจไปกับเซี่ยอวี้เหิง

ในวันนั้น ผ้าไหมสู่จิ่นทั้งสองพับนั้น เซี่ยอวี้เหิงส่งมอบให้มารดาของเขาพับหนึ่งต่อหน้าผู้คนมากมาย

ขณะที่ผู้อื่นคิดว่าอีกพับหนึ่งเขาคงต้องให้นางแน่ แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับมอบให้หลี่หมิงโหรว

เขาไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ซ้ำยังไม่ปรายตามองนางแม้แต่น้อย

ครั้งนั้น จี้หานอีถามเขาว่าทำไมถึงไม่ให้นาง

แต่เซี่ยอวี้เหิงเพียงมองนางด้วยสายตาแฝงความรำคาญใจ ราวกับนางกำลังหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล แม้แต่คำแก้ตัวพอเป็นพิธีก็ไม่มีให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าห้องหนังสือไปหน้าตาเฉย

จี้หานอีอ้าปาก อยากจะบอกออกไปว่าไม่เป็นไร

สิ่งที่นางใส่ใจหาใช่ผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้น

ที่นางใส่ใจมีเพียงเหตุใดบุรุษผู้เป็นสามี ถึงไม่เคยห่วงใยความรู้สึกของนางเลย

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้แต่บ่าวไพร่ในจวนสกุลเซี่ยก็ยังมองนางด้วยสายตาดูแคลน

พวกเขาต่างเข้าใจแจ่มแจ้ง นางไม่ใช่คนโปรดของเซี่ยอวี้เหิง

นางไม่ได้ทำผิดอันใด แต่ผู้คนล้วนเป็นดังไผ่ลู่ลม

เขาเป็นทายาทสายตรงของสกุลเซี่ย ผู้อื่นย่อมปฏิบัติตามอากัปกิริยาและความชอบของเขา

แต่คำว่าไม่เป็นไรนั้นจี้หานอียังไม่ทันได้พูด เซี่ยอวี้เหิงก็เลิกม่านเดินออกไปแล้ว

เขาคงคิดว่านี่คือความเมตตาและการชดเชยที่ยิ่งใหญ่แล้วกระมัง

จี้หานอีมองผ้าม่านซึ่งยังคงไหวตัว ก่อนถอนหายใจ จากนั้นจึงตวัดสายตากลับมาจับจ้องคันฉ่อง และเลือกปิ่นหยกที่ดูเรียบง่ายอันหนึ่งเสียบลงบนมวยผม

พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้นมาส่งให้ในช่วงสายอย่างรวดเร็ว

ขณะพ่อบ้านนำมาส่ง ก็ไม่ลืมประจบสอพลอด้วยหน้าตายิ้มแย้ม "นี่เป็นของที่นายท่านกำชับไว้ก่อนออกไปเมื่อตอนเช้า ให้เพียงฮูหยินน้อยคนเดียวเลยนะขอรับ"

ของที่ว่าได้เพียงคนเดียว ความจริงก็คือคนอื่นที่สมควรได้ล้วนได้กันไปหมดแล้ว เหลือนางเป็นคนสุดท้ายเท่านั้นเอง

ได้เป็นคนสุดท้าย ก็ถือว่าได้เพียงคนเดียวเช่นกัน

จี้หานอีไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยหางตา นางเลิกสนใจผ้าไหมสู่จิ่นไปนานแล้ว จึงสั่งให้หรงชุนรับไว้และนำไปเก็บในห้องเก็บของ

ถึงอย่างไรหลังหย่ากันแล้ว นางก็จะไม่นำผ้าพับนี้ไปด้วย ยิ่งไม่มีทางนำมาใช้เด็ดขาด

หลังนางพักรักษาตัวอยู่ในเรือนหลายวัน อาการหวัดก็ทุเลาลง เหลือเพียงอาการไอในช่วงกลางคืนเล็กน้อยเท่านั้น

ช่วงสองวันนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้กลับจวน ได้ยินว่าเขามีคดีซับซ้อนต้องดูแล จึงขลุกอยู่ในที่ว่าการตลอดทั้งวัน

เดิมทีจี้หานอีเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เป็นบ่าวอาวุโสข้างกายแม่สามีมาบอกกล่าวกับนาง ให้ไม่ต้องรอคอยเขาในสองคืนนี้

แม้นางจะเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิง แต่ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา นางกลับรู้เป็นคนสุดท้ายเสมอ

ยามเซี่ยอวี้เหิงเดินทางไปราชการต่างเมือง ในบรรดาจดหมายที่ส่งกลับบ้าน ก็ไม่เคยมีของนางแม้แต่ฉบับเดียว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 5

    พายุหิมะในวันนี้ไม่ได้โหมกระหน่ำรุนแรงมากนัก แต่ยามที่จี้หานอีก้าวเท้าเดินออกจากห้อง นางกลับยังคงรู้สึกว่าสายลมที่พัดผ่านกายช่างหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจนางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่างให้แน่นขึ้น สายตามองดูเกล็ดหิมะซึ่งปกคลุมโคมแก้วหลิวหลีจนเลือนราง เลือนรางไม่ต่างไปจากเส้นทางข้างหน้าแม้แต่น้อยช่วงสองวันนี้นางหลินผู้เป็นแม่สามีล้มป่วย คนจากเรือนรองและเรือนที่สามต่างพากันมาเยี่ยมเยียน ตอนที่จี้หานอีไปถึง ในห้องจึงมีผู้คนนั่งอยู่เต็มไปหมดจี้หานอีปลดสายเสื้อคลุมส่งให้หรงชุน บ่าวอาวุโสด้านข้างช่วยเลิกม่านให้นางเดินเข้าไป เสียงพูดคุยกันอย่างคึกครื้นพลันดังถนัดหู แต่แล้วก็เงียบลงชั่วขณะ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่นางสีหน้าเหล่านั้นดูเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย และไม่อาจนับว่ามีความสนิทสนมอันใดในช่วงสามปีที่นางแต่งเข้ามา คนสกุลเซี่ยล้วนมองนางด้วยสายตาเช่นนี้มาโดยตลอด คล้ายไม่เคยเห็นนางเป็นสะใภ้สกุลเซี่ย จึงยิ่งไม่อาจสนิทใจต่อกันจี้หานอีเดินเข้าไปคารวะนางหลินผู้เป็นแม่สามีด้วยกิริยาปกติเช่นเคยนางหลินกล่าวแสดงความห่วงใยจี้หานอีไม่กี่คำ ถามไถ่อาการป่วยของนางอีกเล็กน้อย ก็บอกให้นางไปนั่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 4

    เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ นางก็ชะงักงันเล็กน้อยที่แท้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อใจนางแล้ว คำถามเชิงตำหนิเช่นนั้นของเขา นางจึงไม่รู้สึกเสียใจสักนิดเซี่ยอวี้เหิงผู้สุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงามในความทรงจำ เซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับนางว่าต่อให้ตระกูลตกต่ำก็ยังยืนยันมาสู่ขอ เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นวิญญูชนแสนเที่ยงธรรมในคำบอกเล่าของผู้อื่น บัดนี้ ไออุ่นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจนางได้จางหายไปหมดสิ้นนางเพียงเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเซี่ยอวี้เหิงดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี เจ้าควรหัดทำตัวให้สงบนิ่งเช่นหมิงโหรวบ้าง""ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ในเรือนหลัง วันทั้งวันรู้จักแต่หึงหวงริษยา"หลังพูดจบ เขาก็หันกายเดินจากไปจี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงไปในความเงียบ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยิบตำราในมือขึ้นอ่านด้วยท่าทีเรียบเฉยนางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลเรือนหลังเพื่อเขา จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่เขาจำเป็นต้องใช้ ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องจุกจิกกวนใจเขาสักครั้ง แม้แม่สามีจะคอยหาเรื่องตำหนิหรือกลั่นแกล้งในบางครั้ง แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นให้เขาฟัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 3

    เมื่อหรงชุนผู้ยืนอยู่ด้านหลังจี้หานอีได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงขั้นโกรธจนตัวสั่นไหนเลยหลี่หมิงโหรวจะทนกลิ่นต้นไห่ถังไม่ได้ เป็นนางทนเห็นฮูหยินน้อยมีความสุขไม่ได้ต่างหากยามใดที่เห็นความสัมพันธ์ของฮูหยินน้อยกับนายท่านดีขึ้นสักหน่อย หลี่หมิงโหรวก็เป็นต้องหาทางสร้างปัญหาขึ้นมาเสมอที่ฮูหยินน้อยชอบดอกไห่ถัง ก็เพราะมารดาของนางเคยชอบ ใต้เท้าผู้เป็นบิดาฮูหยินน้อยจึงลงมือปลูกไว้เต็มเรือน และบิดามารดาของนางก็มีวาสนาต่อกันเพราะดอกไห่ถังนี้เองดอกไห่ถังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของฮูหยินน้อย แต่ครั้งนั้นเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของหลี่หมิงโหรว นายท่านก็สั่งให้คนถอนต้นไห่ถังที่ฮูหยินน้อยปลูกกับมือทิ้งหมดสิ้นในวันนั้น ฮูหยินน้อยร่ำไห้ขอร้องให้นายท่านเหลือไว้สักต้น แต่นายท่านกลับไม่แยแส ยังคงสั่งให้คนถอนทิ้งทั้งหมดการขุดเรื่องที่ผ่านไปแล้วเกือบสองปีมาพูดเช่นนี้ ไม่เท่ากับโรยเกลือลงบนแผลของฮูหยินน้อยหรอกหรือจี้หานอีเอียงศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่างปีที่เพิ่งแต่งเข้าสกุลเซี่ยนั้น นางเคยคิดว่าจะได้ครองคู่กับเซี่ยอวี้เหิงด้วยความเคารพรักใคร่เช่นท่านพ่อกับท่านแม่ไปชั่วชีวิตเพราะเซี่ยอวี้เหิงนั้นทั้งสู

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 2

    พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้นรถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียทีหิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้วยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้าสารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ""นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลงสารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา    บทที่ 1

    ค่ำคืนฤดูเหมันต์ ได้ยินเสียงลมพายุหิมะพัดกระหน่ำดังหวีดหวิว คลอด้วยเสียงม่านหน้าต่างถูกลมตีดังพึ่บพั่บจี้หานอีหรี่ตาลง ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบเลิกม่านที่ตากลมจนแข็งกระด้างขึ้น สายตามองฝ่าความมืดมิดในคืนหิมะตกหนักออกไปไกล แม้เสียงเกือกม้าที่ควบตะบึงมาจะปะปนไปกับเสียงพายุหิมะฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่นางก็ยังได้ยินพลันมีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลังว่า "พี่สะใภ้ ท่านพี่จะมารับพวกเราหรือไม่"จี้หานอีปล่อยม่านลง ไม่ได้ตอบคำ เพียงหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้านางรู้ดี เขาต้องมาแน่ไม่ว่าพายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด เขาก็ต้องมาวันนี้ เดิมทีนางไม่ได้คิดติดตามหลี่หมิงโหรวมาที่เรือนน้ำพุร้อนเลย แต่เขากลับกล่าวว่า "หานอี เจ้าเป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว หมิงโหรวมีโรคหนาวเข้าแทรก เจ้าควรต้องดูแลนาง"ยามเขาเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงช่างเย็นชานัก ทั้งยังจัดแจงทุกอย่างไว้เสร็จสรรพคล้ายเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเพียงแต่ขณะเดินทางกลับ หิมะตกหนักปิดกั้นถนน ล้อไม้แตกหัก จึงมีรถม้าจำนวนมากติดค้างอยู่กลางทางสารถีขี่ม้ากลับไปส่งข่าว นี่ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยามแล้ว อีกประเดี๋ยวคงกลับมาเสียงเกือกม้าที่ดังขึ้นเดี๋ยวใก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status