Share

บทที่ 4

Penulis: หยกงาม
เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ นางก็ชะงักงันเล็กน้อย

ที่แท้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อใจนางแล้ว คำถามเชิงตำหนิเช่นนั้นของเขา นางจึงไม่รู้สึกเสียใจสักนิด

เซี่ยอวี้เหิงผู้สุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงามในความทรงจำ เซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับนางว่าต่อให้ตระกูลตกต่ำก็ยังยืนยันมาสู่ขอ เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นวิญญูชนแสนเที่ยงธรรมในคำบอกเล่าของผู้อื่น บัดนี้ ไออุ่นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจนางได้จางหายไปหมดสิ้น

นางเพียงเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเซี่ยอวี้เหิงดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี เจ้าควรหัดทำตัวให้สงบนิ่งเช่นหมิงโหรวบ้าง"

"ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ในเรือนหลัง วันทั้งวันรู้จักแต่หึงหวงริษยา"

หลังพูดจบ เขาก็หันกายเดินจากไป

จี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงไปในความเงียบ ก่อนจะดึงสายตากลับมาหยิบตำราในมือขึ้นอ่านด้วยท่าทีเรียบเฉย

นางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลเรือนหลังเพื่อเขา จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างที่เขาจำเป็นต้องใช้ ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องจุกจิกกวนใจเขาสักครั้ง แม้แม่สามีจะคอยหาเรื่องตำหนิหรือกลั่นแกล้งในบางครั้ง แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นให้เขาฟัง

หลังเป็นสามีภรรยากัน นางก็คิดว่าตนเองทำสุดความสามารถแล้ว แต่สิ่งที่ได้รับจากเขากลับเป็นคำว่าหึงหวงริษยา

ช่างเถิด อย่างไรเสียใจเขาก็ลำเอียงมาแต่ไหนแต่ไร

หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายจี้หานอี กระซิบว่า "หลายปีนี้ฮูหยินน้อยกับนายท่านมีเรื่องเข้าใจผิดกันมาตลอด หรือให้บ่าวไปเรียกนายท่านกลับมา ฮูหยินน้อยจะได้อธิบายปรับความเข้าใจกับนายท่านสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ"

"คุณหนูผู้นั้นถนัดเรื่องยุแยงตะแคงรั่ว พอนานวันเข้า จะไม่ยิ่งหมางเมินกันไปใหญ่หรือเจ้าคะ?"

จี้หานอีป้องปากไอเล็กน้อย สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าตำรา ขณะส่ายศีรษะ "ไม่ต้องหรอก"

เมื่อก่อนนางก็เคยอธิบาย ซ้ำทำมาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อ บัดนี้ เรื่องราวระหว่างกันก็เปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่ถูกพายุหิมะพัดกระหน่ำจนพังพินาศ ต่อให้อธิบายชัดเจนเพียงใด ก็เป็นเพียงโต๊ะอาหารที่ล้มคว่ำเสียหาย ไม่อาจหวนคืนสู่สภาพเดิมได้อีก

เขาจะเชื่อหรือไม่ นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว

นางเองก็รู้ดี หากการถูกทิ้งอยู่กลางพายุหิมะคืนนั้นทำให้นางหมดใจต่อเซี่ยอวี้เหิง เช่นนั้นความรู้สึกรำคาญใจชั่ววูบที่มีต่อเซี่ยอวี้เหิงเมื่อครู่ ก็คงทำให้นางเกิดการตระหนักขึ้นมาว่า แม้แต่ความผูกพันฉันสามีภรรยาที่นางมีต่อเขา ก็มีอันมลายหายไปไม่เหลือสิ้น

เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า เซี่ยอวี้เหิงก็กำลังแต่งกายอยู่ในห้อง

จี้หานอีปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนเดินไปล้างหน้าบ้วนปากตรงอ่างล้างหน้าข้างชั้นวางของ

นี่คือภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างคนทั้งสอง เซี่ยอวี้เหิงไม่ค่อยได้มาค้างที่เรือนของนางบ่อยนัก เนื่องจากเขามีงานราชการรัดตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรือเอกสารต่าง ๆ ล้วนทำด้วยความตั้งใจให้พ้นข้อครหา จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

บางครั้งเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกลับมา จี้หานอีก็แทบไม่เห็นหน้าเขา มีเพียงยามเช้าขณะล้างหน้าแต่งกายเท่านั้น คนทั้งสองจึงมีช่วงเวลาข้องเกี่ยวกันชั่วครู่

แต่สิ่งเดียวที่ต่างออกไปก็คือ วันนี้จี้หานอีไม่ได้อยู่ข้างกายเพื่อช่วยสวมใส่เสื้อผ้าให้เซี่ยอวี้เหิง ไม่ได้จุดเครื่องหอม และก็ไม่ได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าอุ่น ๆ ให้เขาเช่นทุกวัน

เซี่ยอวี้เหิงจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่ต้องฝ่าพายุหิมะไปเข้าประชุมแต่เช้า เขาจึงมักเป็นฝ่ายออกไปก่อนเสมอ

ทว่าวันนี้ เมื่อเดินไปถึงหน้าม่าน เขากลับหันหลังมองจี้หานอีซึ่งกำลังนั่งให้สาวใช้หวีผมอยู่หน้าคันฉ่องทองแดง

ท้องฟ้าฤดูเหมันต์สว่างช้า แสงเทียนในห้องยังคงสว่างไสว ทอดเงาเทียนลงบนร่างของจี้หานอี

นางนั่งหลังตรงดูเด่นเป็นสง่า เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวลงมาดุจม่านน้ำตก คิ้วตาคมสวยงดงามดั่งสตรีชาวเจียงหนาน ต่างหูหยกมรกตคู่หนึ่งแกว่งไกวอยู่เหนือไหล่อาภรณ์สีม่วงอ่อน สะท้อนประกายวิบวับแวววาว

เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น ภายใต้แสงเทียนวูบไหว ดูคล้ายม่านหมอกฝนสีฟ้าคราม

ตอนที่พบนางครั้งแรก เขาเคยคิดว่านางเป็นสตรีที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี

ภายในห้องยังคงมีกลิ่นยาสมุนไพรบางเบา เซี่ยอวี้เหิงจึงพูดว่า "ข้าได้ยินว่าหิมะตกหนัก รถม้าไปรับเจ้าไม่ทัน ทำให้เจ้าต้องติดอยู่กลางหิมะทั้งคืน"

จี้หานอีมองไปทางเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ขณะกำลังจะตอบกลับ ก็ไอขึ้นมาระลอกหนึ่ง

นางป้องปากไออยู่หลายที ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ท่าทีไม่แปรเปลี่ยน "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ก็แค่รอนานอีกเล็กน้อยเท่านั้น"

ขณะเซี่ยอวี้เหิงได้ยินเสียงไอที่อีกฝ่ายพยายามข่มกลั้นไว้นั้น สายตาก็พลันเหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าซึ่งปลายนิ้วขาวผ่องของจี้หานอีกำลังใช้ซับริมฝีปาก บนผืนผ้าปักลายดอกไห่ถังสีชมพูดูสมจริง

เขาจ้องมองนางนิ่งงัน ในใจพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด

หากเป็นแต่ก่อน จี้หานอีคงต้องเอาเรื่องแล้ว

ยิ่งเป็นเรื่องของหลี่หมิงโหรว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด นางก็เก็บมาใส่ใจทั้งสิ้น

แต่ครั้งนี้ นางกลับเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนไม่แม้แต่จะพูดถึงเหตุการณ์นั้นด้วยซ้ำ

เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย "เรื่องคราวนี้เป็นข้าไตร่ตรองไม่รอบคอบ ประเดี๋ยวข้าจะให้พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นมาให้เจ้าสักพับ"

เมื่อจี้หานอีได้ยินคำว่าผ้าไหมสู่จิ่น นางก็ถึงกับชะงักกึก

ปรากฏว่าเซี่ยอวี้เหิงยังคงจำเรื่องนี้ได้

ปีที่สองหลังนางแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ย เซี่ยอวี้เหิงก็สามารถไขคดีปริศนาเก่าเก็บได้สำเร็จ เบื้องบนจึงประทานรางวัล และหนึ่งในรางวัลนั้นก็มีผ้าไหมสู่จิ่นอยู่สองพับ

เมื่อของรางวัลพระราชทานส่งมาถึง ทั้งจวนก็มีแต่ความปิติยินดี นางนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน รู้สึกดีใจไปกับเซี่ยอวี้เหิง

ในวันนั้น ผ้าไหมสู่จิ่นทั้งสองพับนั้น เซี่ยอวี้เหิงส่งมอบให้มารดาของเขาพับหนึ่งต่อหน้าผู้คนมากมาย

ขณะที่ผู้อื่นคิดว่าอีกพับหนึ่งเขาคงต้องให้นางแน่ แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับมอบให้หลี่หมิงโหรว

เขาไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ซ้ำยังไม่ปรายตามองนางแม้แต่น้อย

ครั้งนั้น จี้หานอีถามเขาว่าทำไมถึงไม่ให้นาง

แต่เซี่ยอวี้เหิงเพียงมองนางด้วยสายตาแฝงความรำคาญใจ ราวกับนางกำลังหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล แม้แต่คำแก้ตัวพอเป็นพิธีก็ไม่มีให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าห้องหนังสือไปหน้าตาเฉย

จี้หานอีอ้าปาก อยากจะบอกออกไปว่าไม่เป็นไร

สิ่งที่นางใส่ใจหาใช่ผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้น

ที่นางใส่ใจมีเพียงเหตุใดบุรุษผู้เป็นสามี ถึงไม่เคยห่วงใยความรู้สึกของนางเลย

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้แต่บ่าวไพร่ในจวนสกุลเซี่ยก็ยังมองนางด้วยสายตาดูแคลน

พวกเขาต่างเข้าใจแจ่มแจ้ง นางไม่ใช่คนโปรดของเซี่ยอวี้เหิง

นางไม่ได้ทำผิดอันใด แต่ผู้คนล้วนเป็นดังไผ่ลู่ลม

เขาเป็นทายาทสายตรงของสกุลเซี่ย ผู้อื่นย่อมปฏิบัติตามอากัปกิริยาและความชอบของเขา

แต่คำว่าไม่เป็นไรนั้นจี้หานอียังไม่ทันได้พูด เซี่ยอวี้เหิงก็เลิกม่านเดินออกไปแล้ว

เขาคงคิดว่านี่คือความเมตตาและการชดเชยที่ยิ่งใหญ่แล้วกระมัง

จี้หานอีมองผ้าม่านซึ่งยังคงไหวตัว ก่อนถอนหายใจ จากนั้นจึงตวัดสายตากลับมาจับจ้องคันฉ่อง และเลือกปิ่นหยกที่ดูเรียบง่ายอันหนึ่งเสียบลงบนมวยผม

พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นพับนั้นมาส่งให้ในช่วงสายอย่างรวดเร็ว

ขณะพ่อบ้านนำมาส่ง ก็ไม่ลืมประจบสอพลอด้วยหน้าตายิ้มแย้ม "นี่เป็นของที่นายท่านกำชับไว้ก่อนออกไปเมื่อตอนเช้า ให้เพียงฮูหยินน้อยคนเดียวเลยนะขอรับ"

ของที่ว่าได้เพียงคนเดียว ความจริงก็คือคนอื่นที่สมควรได้ล้วนได้กันไปหมดแล้ว เหลือนางเป็นคนสุดท้ายเท่านั้นเอง

ได้เป็นคนสุดท้าย ก็ถือว่าได้เพียงคนเดียวเช่นกัน

จี้หานอีไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยหางตา นางเลิกสนใจผ้าไหมสู่จิ่นไปนานแล้ว จึงสั่งให้หรงชุนรับไว้และนำไปเก็บในห้องเก็บของ

ถึงอย่างไรหลังหย่ากันแล้ว นางก็จะไม่นำผ้าพับนี้ไปด้วย ยิ่งไม่มีทางนำมาใช้เด็ดขาด

หลังนางพักรักษาตัวอยู่ในเรือนหลายวัน อาการหวัดก็ทุเลาลง เหลือเพียงอาการไอในช่วงกลางคืนเล็กน้อยเท่านั้น

ช่วงสองวันนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้กลับจวน ได้ยินว่าเขามีคดีซับซ้อนต้องดูแล จึงขลุกอยู่ในที่ว่าการตลอดทั้งวัน

เดิมทีจี้หานอีเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เป็นบ่าวอาวุโสข้างกายแม่สามีมาบอกกล่าวกับนาง ให้ไม่ต้องรอคอยเขาในสองคืนนี้

แม้นางจะเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิง แต่ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา นางกลับรู้เป็นคนสุดท้ายเสมอ

ยามเซี่ยอวี้เหิงเดินทางไปราชการต่างเมือง ในบรรดาจดหมายที่ส่งกลับบ้าน ก็ไม่เคยมีของนางแม้แต่ฉบับเดียว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 100

    “คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 99

    เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 98

    คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 97

    กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 96

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 95

    ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status