Mag-log inสถาปนิกสาวทายาทมหาเศรษฐีกลับมาตายในไซต์งานก่อสร้างเพราะเกิดแผ่นดินไหวกะทันหัน จนวิญญาณถูกดึงให้ย้อนเวลาไปยังยุคโบราณ "มีปู่ย่าและญาติพี่น้องเห็นแก่ตัวเอาเปรียบกันถึงขนาดนี้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!”
view moreเซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร
“ที่นี่มันคือที่ไหนกันเมื่อกี้ยังตรวจการก่อสร้างอยู่ที่ไซต์งานนี่ อ้อ ใช่แล้ว ๆ ตอนนั้น มีแผ่นดินไหว กลายเป็นว่าฉันกับคนงานบางส่วน ถูกตึกถล่มลงมาทับร่างจนตายสินะ”
“ฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณป๊ากับหม่าม๊าอีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทมหาเศรษฐีเลยนะ”
“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้”
ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่าง
ชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอันใดความสามารถของเจ้าจากที่นั่น หากนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เจ้าไม่ลำบากแน่นอนข้ารับประกัน”
เซวียนอวิ๋นซีจ้องมองชายชราด้วยแววตาเรียบนิ่ง เพราะไม่คิดจะเชื่อใจคนผู้นี้แม้แต่น้อย “นี่คุณปู่หนวดยาวหนูไม่ใช่เด็กสามขวบนะอย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก เอางี้เพื่อเป็นหลักประกันว่าชีวิตใหม่จะไม่ลำบาก คุณปู่ต้องมอบสิ่งที่ควรเป็นของหนูในชาติก่อนมาด้วย หนูถึงจะเชื่อคำพูดของคุณปู่ว่ายังไงคะ”
ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิดว่าหญิงสาวที่ตนพามา นางต้องการสิ่งใดจากโลกแห่งนั้นบ้างจึงลองแบ่งรับแบ่งสู้ไม่กล้ารับปากได้เต็มที่ “เจ้าลองว่ามาสิ่งที่เจ้าต้องการจากโลกเดิมมีสิ่งใดบ้าง หากไม่ยากเกินไปข้าอาจมอบมันให้เจ้าได้”
เซวียนอวิ๋นซีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่ต้องการ “ก็ไม่มีอะไรมากนะคะคุณปู่สิ่งที่หนูอยากได้มีแค่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ครบวงจร บริษัทติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์ โรงพยาบาล ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต ระบบซื้อพนักงานพร้อมความรู้ด้านการก่อสร้าง รวมถึงองครักษ์หรือนักฆ่าฝีมือเก่งกาจ สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของสามารถนำออกมาใช้ในโลกนี้ได้ทุกอย่าง และสามารถใช้ได้ไม่มีวันหมดจนกว่าหนูจะตาย นี่คือสิ่งที่หนูบอกว่าอยากได้ค่ะไม่เยอะเลยนะคะคุณปู่”
'ไม่เยอะบ้านเจ้าสิ! นางหนูคนนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่อาจส่งนางไปเกิดใหม่ได้สำเร็จ ฮ้าย นี่ข้าเจอโจรในคราบหญิงสาวหน้าตาดีหรือนี่'
“ก็ได้ ๆ ข้ารับปากแต่ทุกสิ่งที่เจ้าบอกกับข้า จะอยู่ในปานดอกเทียนฮวาอิ่นซึ่งจะติดตัวเจ้าทันทีที่เจ้าฟื้นคืนสติ ทุกอย่างที่เป็นมรดกของเจ้าสามารถใช้ได้ไม่จำกัด เพียงแต่เจ้าไม่อาจใช้สิ่งของที่ข้ามอบให้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เช่นนี้เจ้ารับได้หรือไม่เล่านางหนู”
เซวียนอวิ๋นซีเดินวนไปมาเพื่อคิดทบทวนให้ดี เกี่ยวกับข้อแลกเปลี่ยนที่ชายชราตรงหน้าได้บอกกับเธอ เมื่อคิดตกว่าถึงจะมีปัญหาแต่เธอต้องผ่านไปให้ได้ เพียงแต่เธอเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลองหยั่งเชิงขอกับท่านเทพอีกเล็กน้อย
“การไม่ทำร้ายคนดีย่อมเป็นเรื่องสมควร แต่ว่าคุณปู่จะอนุโลมบางอย่างให้หนูอีกสักนิดได้ไหมคะ”
‘เจ้าเด็กคนนี้จะมาไม้ไหนกับข้าอีกนะ’ “เจ้าพูดมาสิว่าจะให้ข้าอนุโลมเรื่องอันใด”
“คือว่าสิ่งของต่าง ๆ ในมิติเหล่านี้ในกรณีเร่งด่วน คุณปู่ให้หนูใช้พลังในการสร้างบางสิ่งบางอย่างได้รวดเร็วทันใจ และจะให้คนอื่นเห็นก็ต่อเมื่อหนูตรวจสอบแล้วว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ได้ไหมคะคุณปู่”
ท่านเทพถึงกับพูดไม่ออกกับสิ่งที่อวิ๋นซีต่อรองกับตน แต่สิ่งที่อยู่ในมิติมีความแตกต่างการที่นางขอเช่นนี้ใช่ว่าไม่มีเหตุผล “เฮ้อ ก็ได้ ๆ ๆ ข้าอนุญาตตามที่เจ้าขอ ตอนนี้เจ้าพร้อมจะลงไปอยู่ในร่างใหม่ของเจ้าหรือยังเล่านางหนู”
“เย้! ขอบคุณคุณปู่มากค่ะ ถึงไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วค่ะคุณปู่ ฮึ่ม! เอาล่ะไปตะลุยโลกยุคโบราณกันเล้ยยยย...”
พรึบ ฟิ้ววว
“อ๊ายยย!! ไหนบอกว่าไม่ลำบากไงคุณปู่ นี่มันสบายตรงไหนต้องมาอยู่ในครอบครัว Toxic แบบเน้...”
หลังจากทุกคนได้รับของฝากจากอวิ๋นซีและถือเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ก็ถึงเวลาที่อวิ๋นซีต้องบอกเรื่องสำคัญของตนกับครอบครัว โดยไม่ลืมขอพระเมตตาจากฮ่องเต้ช่วยดูแลญาติผู้พี่อย่างหรงจวินที่ต้องอยู่เมืองหลวงเพียงลำพัง“เสด็จพ่อเพคะซีซีมีเรื่องหนึ่งอยากบอกกับพระองค์และทุกคนเพคะ”“หือ เสี่ยวซีอยากบอกอันใดก็พูดมาเถิด”“คือซีซีแค่จะบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่ซีซีกับครอบครัวต้องเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้ว และอาจมีงานให้จัดการเป็นเวลาหลายเดือนถึงจะเดินทางมาเยี่ยมทุกคนได้เพคะ” อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างชัดเจนพอได้ยินว่าอวิ๋นซีถึงเวลาต้องกลับหมู่บ้านในเขตอำเภอหลินชุนซึ่งอยู่ไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ สีพระพักตร์ของฮ่องเต้จึงเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน แต่มิได้คิดจะเอ่ยถามหรือรั้งให้อวิ๋นซีอยู่ในเมืองหลวงแต่อย่างใด“อืม เพราะงานของเสี่ยวซีในเมืองหลวงเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วสินะ พวกเราคงจะเหงาและคิดถึงเจ้าไม่น้อยอีกอย่างพี่จื้ออวี่ของเจ้าก็ใกล้จะกลับเข้ากองทัพแล้ว อาจไม่ค่อยมีเวลากลับมาเยี่ยมพ่อกับทุกคนบ่อย ๆ แต่ยังดีที่เสี่ยวซียังพอเดินทางมาเมืองหลวงได้แม้จะนาน ๆ ครั้งก็เถอะ ว่าแต่เจ้าอยากให้พ่อส่งทหารองคร
ด้านคนที่รู้ว่าบุตรบุญธรรมและพระนัดดาบุญธรรมกำลังจะมาพบ ต่างรีบมารอต้อนรับอยู่ในตำหนักของไท่ซ่างหวงอย่างคึกคัก ไหนจะมีรับสั่งให้พ่อครัวหลวงปรุงอาหารเลิศรสเพิ่มอีกหลายรายการ การกระทำเช่นนี้คล้ายกับที่ทรงทำให้องค์ชายสิบทุกประการการเข้าวังหลวงภายหลังรับตำแหน่งบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าเรื่องของนางจะมีข้ารับใช้ของตำหนักต่าง ๆ นำไปรายงานเจ้านายของตนก็ตาม แต่คนเหล่านั้นก็ทำได้เพียงแค่รับฟังและแสดงท่าทางอิจฉาริษยาเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ไม่เคยได้รับคำเชิญอยู่แล้วอวิ๋นซีถูกองค์ชายสิบพาเดินมาถึงตำหนักของไท่ซ่างหวงซึ่งมีคนที่นางอยากพบประทับอยู่ที่นี่ทุกคน นอกจากนี้ยังมีพระชายาเอกขององค์รัชทายาทผู้ได้รับพระกรุณาให้มาร่วมโต๊ะเสวยได้เพิ่มอีกหนึ่งคนขณะที่อวิ๋นซีและองค์ชายสิบกำลังจะทำความเคารพตามกฎระเบียบ ทั้งสองคนกลับถูกไท่ซ่างหวงตรัสห้ามและรีบพาเข้าไปในตำหนัก โดยด้านหลังมีเซิงเทากับพวกซือเฉินยกกล่องจำนวนสามใบเดินตามไปติด ๆ“มา ๆ ๆ เสี่ยวซีมานั่งใกล้ ๆ ปู่กับย่านี่มา ตั้งแต่เจ้าทำไฟส่องสว่างเสร็จพวกเรายังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยนะ”“นั่นน่ะสิย่ากำลังจะหารือกับเสด็จป
คำถามนี้จากอวิ๋นซีทำน้ำเสียงขององค์ชายสิบเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะเขาย่อมรู้ตัวว่ากำลังจะพบเจอกับอะไรเมื่อกลับเข้ากองทัพ“อืม ร่างกายของพี่แข็งแรงเหมือนเดิมและพร้อมกลับไปฝึกฝนกับกองทัพอีกครั้ง อีกไม่กี่วันก็ต้องไปรายงานตัวกับแม่ทัพใหญ่แล้วล่ะ”“แต่ซีซีไม่ได้ไปส่งพี่ชายจื้ออวี่เข้ากองทัพนะเพราะพรุ่งนี้ซีซีต้องเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยแต่เช้า คงอีกนานหลายเดือนถึงจะกลับมาเมืองหลวงเจ้าค่ะ”“นี่เจ้าจะกลับหมู่บ้านแล้วงั้นหรือ...”“ใช่เจ้าค่ะ ยังมีเรื่องกิจการที่นั่นให้กลับไปจัดการและเป็นห่วงคนที่รออยู่ที่หมู่บ้านด้วย”“ในเมื่อเจ้าต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เอาไว้พี่จะไปส่งเสี่ยวซีกับครอบครัวออกนอกเมืองเอง ถือเสียว่าพี่เป็นตัวแทนของเสด็จพ่อและทุกคนในวังหลวงเถิดนะ”“ได้สิเจ้าคะ แต่วันนี้ที่ซีซีมาพบพี่ชายจื้ออวี่เพราะมีของใช้จำเป็นมามอบให้ท่าน การเป็นทหารอย่างไรเสียก็มีความเสี่ยงเรื่องการบาดเจ็บ ซีซีจึงอยากให้พี่ชายจื้ออวี่นำสิ่งสำคัญติดตัวไปด้วยเจ้าค่ะ”ขณะเดียวกันเมื่อสิ้นเสียงของอวิ๋นซีกลุ่มของซือเฉินก็ยกกล่องเข้ามา ภายหลังทำความเคารพองค์ชายสิบจึงต้องตอบคำถามจากเจ้าของจวน เกี่ยวกับกล่องที่ว
เพียงแค่หนึ่งวันชื่อเสียงของท่านหญิงจากตระกูลจางก็เป็นที่กล่าวถึง และการกล่าวถึงล้วนเป็นที่ชื่นชมในทิศทางที่ดีมาก ๆ จนเสียงชื่นชมยังกล่าวไปถึงฮ่องเต้ว่า ทรงมีสายพระเนตรแหลมคมในการเลือกรับบุตรบุญธรรมภายหลังคำชื่นชมเหล่านี้ไปถึงพระกรรณยิ่งทำให้ฮ่องเต้ทรงอารมณ์ดีขึ้นไปอีก แม้แต่จวงกงกงยังเอ่ยเห็นด้วยกับราษฎร เพราะท่านหญิงคนใหม่หลังจากรับตำแหน่งมิได้ทำตัวเย่อหยิ่งยังคงเป็นตัวของตัวเองเช่นเดิม ซึ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับองค์หญิงทั้งหลายในวังหลังเนื่องจากการเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยมิต้องเตรียมอันใดมากมาย แค่อวิ๋นซีสั่งงานนายช่างไป๋ห้าวกับนายช่างม่อหลินเรื่องที่ทั้งสองต้องอยู่ที่เมืองหลวงต่อ เพื่อคอยดูแลซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ทั้งในวังและจวนนายท่านจ้าวโดยอวิ๋นซีได้นำวัสดุรวมถึงอุปกรณ์ไว้ที่จวนพอสมควร ป้องกันการเกิดปัญหาแต่ไม่มีวัสดุสำรองไปเปลี่ยนให้ลูกค้า ซึ่งเรื่องนี้ไม่อาจละเลยเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจถูกลูกค้าตำหนิเอาได้“นายช่างทั้งสองอย่าลืมเรื่องที่ข้ากำชับพวกท่านเอาไว้ล่ะ หากมีปัญหาที่ไม่สามารถตัดสินใจได้รีบส่งจดหมายถึงข้าทันที และพูดคุยกับลูกค้าอย่างใจเย็นหรือทำข้อตกลงที่เป็นธรรมทั้งสอ






RebyuMore