สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1

สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-27
โดย:  ต้าซินซินจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
14 การให้คะแนน. 14 ความคิดเห็น
126บท
14.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

สถาปนิกสาวทายาทมหาเศรษฐีกลับมาตายในไซต์งานก่อสร้างเพราะเกิดแผ่นดินไหวกะทันหัน จนวิญญาณถูกดึงให้ย้อนเวลาไปยังยุคโบราณ "มีปู่ย่าและญาติพี่น้องเห็นแก่ตัวเอาเปรียบกันถึงขนาดนี้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

“호인아, 미쳤어? 진짜 연서 몰래 골수를 빼서 채림이한테 줬다고?”

B시, 은산병원.

급히 병실로 들어온 부희은이 소파에 앉아 있던 부호인에게 손가락질하며 몰아붙였다.

부호인은 고개를 살짝 들었다. 잘생긴 얼굴을 찌푸리면서 목소리에는 곤란함이 묻어났다.

“누나, 연서랑 채림이만 골수가 맞았어. 나도 방법이 없었어.”

부희은은 테이블 위에 놓인, 감염으로 반년 넘게 입원한 임연서의 검사지를 집어 들었다. 분노가 그대로 터져 나왔다.

“방법이 없었다고? 연서 몸도 약한 거 뻔히 알면서, 위장병 때문에 입원한 거라고 속여서 그런 위험을 감수하게 했어?”

“도대체 기채림이 너한테 무슨 짓을 한 거야? 예전에 기채림 웃는 얼굴 한 번 보겠다고 레이싱 하다가 5년이나 하반신을 못 쓰게 됐잖아. 그 5년 동안 네 곁을 지킨 건 연서였어.”

“이제 네 몸이 나아지니까, 병에 걸려 남자에게 차인 기채림이 귀국하자마자 연서 몰래 골수를 넘겨?”

“반년이 지나서 기채림 병이 낫자마자, 이번에는 기채림 장단에 맞춰 시험관 시술까지 하러 다녀?”

병실 문 앞.

퇴원 수속을 마치고 돌아오던 임연서는 부희은의 격앙된 말을 그대로 들었다.

벽을 짚고 있던 손에 힘이 들어갔다.

입가에 걸려 있던 미소가 굳어지면서, 온몸이 얼음물 속에 잠긴 듯 싸늘해졌다.

30분 전, 의사는 위장병 수술 후 감염이 완전히 회복되었으니 퇴원해도 된다고 알려 주었다.

부호인은 그 자리에서 청혼했다.

임연서는 너무 기뻐 눈물을 쏟았고, 오늘이 인생에서 가장 행복한 날이라고 SNS에 올리기까지 했다.

병실 안에서 부호인은 고개를 숙이고 있었다. 흐트러진 검은 머리카락이 짙은 눈동자를 가려 표정을 읽을 수 없었다.

“누나, 이 일은 그냥 덮어줘. 연서가 알면 절대 안 돼.”

“채림이 할머니가 오래 못 버티셔. 살아 계실 때 채림이 아이를 한번 안아 보는 게 마지막 소원이래. 채림이한테 후회를 남기고 싶지 않아.”

부희은은 눈을 부릅떴다. 오목조목 예쁜 얼굴에는 분노가 가득했다.

“그럼 연서는? 이 바닥에서 연서가 너를 꼬박 8년이나 좋아했다는 걸 모르는 사람이 있어?”

“난 지금도 또렷하게 기억해. 8년 전, 기채림이 최씨 집안 둘째아들한테 고백했다가 거절당했지.”

“너는 기채림 속을 풀어주겠다고 일부러 연서한테 접근해서 흔들었어. 연서를 좋아하던 최씨 집안 둘째아들을 골탕 먹이려고.”

“이제 기채림은 임신까지 했는데, 연서는 너를 따라 8년을 보냈어. 연서는 어떻게 하라는 거야?”

부호인은 눈을 내리깔았다. 한참 뒤에야 갈라진 목소리로 말했다.

“다 정리해 뒀어. 연서가 평생 채림이 임신을 알 일 없어. 앞으로는... 지난 8년 동안 연서 존재에 익숙해졌어. 나는 연서하고 결혼할 거야...”

뒤의 말은 임연서의 귀에 들어오지 않았다.

마침 간호사가 병실 쪽으로 걸어왔다.

임연서는 고개를 숙인 채 이제 막 돌아온 사람처럼 굴었다.

병실 안의 두 사람은 서로를 바라보다가, 부희은이 부호인을 데리고 나갔다.

...

집으로 돌아가는 길.

부호인은 결혼식 세부 사항을 임연서와 상의했다.

임연서는 단 한 마디도 제대로 듣지 못했다.

창밖으로 뒤로 밀려나는 고층 건물을 바라보며, 뼛속까지 싸늘해지는 기분만 들었다.

임연서 부호인을 처음 알게 된 건 15살, 부모와 사업 파트너들이 모인 자리에서였다.

그때 스쳐 본 차갑고도 귀한 소년의 모습은 이후 임연서의 머릿속에서 떠나지 않았다.

16살, 임연서는 ‘무음’이라는 이름으로 레이싱 대회에 나갔고, 부호인의 목숨을 구했다.

길고 긴 짝사랑도 그때부터 시작됐다.

20살, 최이헌이 임연서에게 마음을 보냈다.

같은 해, 부호인은 임연서 친구의 모임에 참석했고 그날 밤 먼저 연락처를 물었다.

임연서는 그날 밤 내내 잠을 이루지 못할 만큼 기뻤다.

같은 해, 임연서는 부호인에게 기채림이라는 어린 시절 친구가 있다는 사실을 알았다.

자유를 좋아한 기채림은 사귄 남자 친구만 10명이 넘었지만, 부호인만은 좋아하지 않았다.

21살, 부호인이 고백했고 임연서는 부호인과 사귀기로 했다.

22살, 부호인은 레이싱 사고로 병원에 실려 갔다.

다음 날 의사는 부호인의 장애를 선고했다.

그러자 부호인은 다른 사람이 된 듯했다. 성격은 어둡고 난폭해졌다.

임연서는 사랑한다는 이유로 부모를 따라 해외에 정착하는 대신 국내에 남아 부호인을 돌봤다.

27살, 부호인의 다리가 회복되자 부 회장은 부씨 집안을 부호인이 맡는다고 대외적으로 발표했다. 사랑하는 남자는 다시 높은 곳으로 올라섰다.

같은 해, 임연서는 집에서 쓰러졌다. 깨어난 뒤 의사가 위장병이라 입원해서 수술해야 한다는 말을 들었다.

이제 곰곰이 따져 보니, 하늘에서 떨어진 선물 같다고 믿었던 사랑은 시작부터 거짓으로 가득했다.

반년도 더 전에 병원에서 피를 그렇게 많이 뽑았을 때, 부호인은 검사라고 했다.

사실은 기채림에게 골수를 주기 위해서 속인 것이었다.

벤틀리는 천천히 주택 단지 안으로 들어섰다.

밤 12시쯤, 부호인의 핸드폰이 울렸다.

임연서는 발신자명을 흘끗 보았다.

‘귀염둥이 채림이’였다.

가볍게 전화를 끊은 부호인은 길고 곧은 손가락으로 화면을 몇 번 건드렸다.

얼마 지나지 않아 부호인은 급히 몸을 일으키고 나갔다.

임연서는 창가로 걸어갔다.

끝없는 밤길 위로 그 벤틀리가 점점 멀어졌다.

임연서는 어머니 윤영주에게 전화를 걸었다.

“엄마, 나 결심했어. 유씨 집안과의 혼인, 받아들일게. 일주일 뒤 공항에 도착하자마자 그 집안 아들이랑 혼인신고할게.”

윤영주는 딸이 어떤 일을 겪었는지 대강 짐작한 듯했다. 잠시 딸을 달랜 뒤 차분히 말했다.

[정말 생각 끝낸 거니? 연서야, 지금 우리 집안은 예전 같지 않아.]

[이번 혼인은 장난이 아니야. 유씨 집안과 부씨 집안은 멀리 떨어져 있어도 대대로 원수였고, 서로 섞일 수 없는 사이야.]

[네가 유씨 집안의 그 아들과 혼인하면, 유씨 집안 어른들은 너한테 부씨 집안과의 관계를 완전히 끊으라고 할 수도 있어.]

전화기 너머에서 임연서는 촉촉한 눈을 내리깔았다.

6년 전 사업이 커지자, 임씨 집안은 회사를 해외로 옮겼고 그 뒤로 해외에 정착했다.

하지만 해외 이전 직후 임씨 집안에는 경제 위기가 닥쳤다.

같은 나라에 있던 유씨 집안에서 여러 차례 임씨 집안과 혼인으로 관계를 맺고 싶다는 뜻을 전했다.

하지만 임원민과 윤영주는 자기 딸이 부씨 집안의 장남인 부호인을 좋아한다는 걸 잘 알고 있었다.

회사를 살리겠다고 딸의 결혼을 희생시킬 생각은 하지 않았다.

이제 임연서는 앞으로 부호인과 어떤 연결도 남기고 싶지 않았다.

유씨 집안과 결혼하는 것이 가장 좋은 선택이었다.

“엄마, 생각 끝냈어. 평생 다시는 부호인을 보고 싶지 않아!”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

Nattery
Nattery
แปลกใหม่นะ ไฟโซล่าเซลล์ยุคโบราณ รอติดตามภาค 2
2026-07-17 10:22:28
0
0
SSMT
SSMT
รอ ภาค2 จะนานไหมน่ะ
2026-02-15 14:19:06
1
0
Suphanida Oomamp Utama
Suphanida Oomamp Utama
สนุกมากคะ รอตอน2นะคะ
2026-01-27 17:45:07
1
0
kookai kookooi
kookai kookooi
ภาค2จะมาเมื่อไรค่ะ
2026-01-08 07:47:28
1
0
เทพประจักษ์ นาสมฝั
เทพประจักษ์ นาสมฝั
สนุกค่ะอัพเดทต่อเนื่องเลิฟเลย
2025-12-09 08:40:52
3
0
126
บทนำ
เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร“ที่นี่มันคือที่ไหนกันเมื่อกี้ยังตรวจการก่อสร้างอยู่ที่ไซต์งานนี่ อ้อ ใช่แล้ว ๆ ตอนนั้น มีแผ่นดินไหว กลายเป็นว่าฉันกับคนงานบางส่วน ถูกตึกถล่มลงมาทับร่างจนตายสินะ”“ฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณป๊ากับหม่าม๊าอีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทมหาเศรษฐีเลยนะ”“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้”ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่างชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอันใดความสามารถของเจ้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 ทายาทอันดับสองตระกูลมหาเศรษฐี
“เซวียนอวิ๋นซี” เป็นชื่อที่หลายคนในวงการธุรกิจอสังหาริมทรพัย์ และบริษัทก่อสร้างระดับประเทศต่างรู้จักกันดี ในฐานะทายาทคนรองของตระกูลเซวียน ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศเจ้าของอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างอาคารสูง บ้านพักตากอากาศ โรงแรมหรู ไปจนถึงเครือซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารระดับห้าดาวและบริษัทติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ครบวงจรถึงแม้เธอจะเป็นทายาทคนรองจากพี่ชาย แต่ไม่เคยใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไปวัน ๆ ตามประสาคุณหนูทั่วไป เนื่องจากเธอเลือกเรียนด้านสถาปัตยกรรมควบวิศวกรรมโยธาจนจบระดับปริญญาโทก่อนอายุยี่สิบสี่ปีด้วยความเก่งกาจรอบด้านจึงช่วยงานของตระกูลอย่างน่าเชื่อถือ ภายหลังเรียนจบเธอได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบโครงการระดับประเทศ โดยเป็นบริษัทในเครือของตระกูลตั้งแต่อายุยังน้อยที่สำคัญเธอยังไม่มีคนรักเช่นหญิงสาวคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะมีหนุ่ม ๆ ในวงการธุรกิจหรือวงการนักแสดงเข้ามาจีบเธอ แต่พวกเขากลับไม่เป็นที่ถูกใจเธอเสียอย่างนั้น“ซีซีวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทนะลูก อย่าลืมเอกสารโครงการที่พ่อสั่งไว้ล่ะ” เสียงของเซวียนไห่ซวนผู้เป็นพ่อต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 โชคชะตาที่ไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ
เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร“โธ่ ชีวิตอันน่าสงสารของคุณหนูอย่างฉันทำไมถึงได้อายุสั้นนักนะ ยังไม่ได้กินเที่ยวให้หนำใจกับเงินที่หามาได้ แฟนเฟินก็ยังไม่มีดันมาตายตั้งแต่ยังสาวน่าหดหู่ชะมัดฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณพ่อกับคุณแม่อีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทคนรองของมหาเศรษฐีเลยนะ”“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู ดังนั้นเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นได้”ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่างชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 รักขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/1
เพียงแต่เซวียนอวิ๋นซีที่เพิ่งได้เกิดใหม่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงบ่นที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจก็ดังขึ้นอยู่ด้านนอก และใกล้เข้ามาถึงห้องที่ครอบครัวของตนพักเรื่อย ๆ เป็นจางซูเหยาที่รู้ว่าแม่สามีไม่พอใจด้วยเรื่องอันใด‘ซูเหยา! นางลูกสะใภ้ตัวดีหายหัวไปที่ใด นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วเหตุใดยังไม่ก่อไฟหุงหาอาหารให้พวกข้าอีก’“ท่านพี่ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้รอข้าก่อนนะ ท่านแม่ไม่เห็นควันไฟจากห้องครัวคงเริ่มโมโหแล้ว ไว้ข้าทำอาหารมื้อเย็นเสร็จจะรีบกลับมา”“ลำบากเจ้าแล้วอาเหยา”“ซีซีอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่ออย่าวิ่งออกไปด้านนอกเข้าใจหรือไม่”“อื้อ ซีซีเข้าใจเจ้าค่ะ”ส่วนจื่อหานที่รู้สึกเป็นห่วงมารดาเกรงว่าจะถูกท่านย่าระบายโทสะ เขาจึงอาสาไปช่วยมารดาเตรียมอาหารที่ห้องครัว “ท่านแม่ข้าจะไปช่วยท่านอีกแรงจะได้ทำอาหารเสร็จทันเวลานะขอรับ”จางซูเหยาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับบุตรชาย ทั้งที่บุตรชายของนางเป็นคนฉลาดแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเรื่องการเรียน พ่อแม่สามีเอาแต่ทุ่มเทให้กับบุตรชายของพี่ชายสามีที่เข้าเรียนยังสำนักศึกษามาหลายปี แม้แต่สอบระดับถงเซิงก็ยังสอบไม่ผ่านเลยสักครั้ง พวกเขากลับกล่าวโทษว่าเป็นเพราะอาจารย์สอนไม่ได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 รักษาขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/2
ส่วนอวิ๋นซีไม่มองท่าทีตกตะลึงของบิดา นางส่งเสียงเรียกหมอจนดังลั่นไปทั่วมิติ “คุณหมออออ!!! มีคนบาดเจ็บรีบมารับตัวเป็นการด่วนนน!!!”จากนั้นไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีทั้งหมอและพยาบาล วิ่งมาพร้อมกับรถเข็นและถามเจ้าของมิติว่าต้องการให้ตนทำสิ่งใด “คุณหนูมีใครได้รับบาดเจ็บหรือ แล้วบาดเจ็บที่ใด อาการหนักหรือไม่”“อือ คุณหมอชายคนนี้คือพ่อของฉันเอง เขาบาดเจ็บเพราะตกเขาจนขาหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้ขาเริ่มบวมคาดว่าน่าจะเกิดการอักเสบ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดไว้วันหลังจะพาเข้ามารักษาในระยะยาวอีกครั้ง”“ได้เลยครับคุณหนู ทุกคนพาคุณผู้ชายเข้าไปในห้องตรวจเร็วเข้า พวกเราต้องทำเวลาในการรักษาโดยเร็ว”“ครับคุณหมอ”หลิ่งเฟิงหยางนั่งนิ่งเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนถูกพาตัวเข้ามาในโรงพยาบาลที่สะอาดสะอ้าน เขาไม่รู้ว่าการรักษาที่บุตรสาวพูดถึงนั้นต้องใช้เครื่องมือหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งมันแตกต่างกับท่านหมอที่ตนเคยได้รับการรักษาอย่างมากเนื่องจากกระดูกขาของหลิ่งเฟิงหยางผิดรูปไปเล็กน้อย จึงถูกหมอจัดกระดูกให้เข้าที่และทำการดามขาด้วยวัสดุอย่างดี พร้อมกับฉ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 แผนการแยกบ้านได้เริ่มขึ้นแล้ว
ยามเช้าของวันใหม่ที่อวิ๋นซีได้มาเกิดในโลกโบราณแห่งนี้ ร่างกายเล็ก ๆ ที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่ภายหลังฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ก็มีแรงมากขึ้นเกือบถึงขั้นของเด็กทั่วไปแล้ว ส่วนมารดาของนางตื่นตั้งแต่ต้นยามเหม่า ไปก่อไฟเตรียมหุงหาอาหารให้ท่านปู่ท่านย่าเช่นกันยามที่มารดากลับมาในห้องขนาดเล็กอีกครั้ง ก็มีเพียงถาดไม้ที่วางถ้วยน้ำต้มเศษข้าวไม่กี่เม็ด นี่ทำให้อวิ๋นซีรู้สึกเวทนาตนเองกับครอบครัวไม่ได้ และแน่นอนว่าเรื่องที่ต้องการไปจากตระกูลลำเอียงนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วอวิ๋นซีหายเข้าไปในมิตินำอาหารที่มีทั้งผักและเนื้อ รวมถึงข้าวสวยเต็มถ้วยออกมาให้ครอบครัวได้กิน และไม่ลืมพูดคุยเรื่องแผนการที่ตนได้คิดเอาไว้ เพราะนางต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด“ท่านพี่กินให้มากหน่อยนะจะได้แข็งแรงและหายไว ๆ พวกลูกสองคนก็กินเยอะ ๆ เช่นกันนะ”“อาเหยาเจ้าเองก็ต้องกินให้มากจะได้มีแรงดูแลลูก ๆ ของเรานะ”“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราทุกคนต้องกินให้อิ่มเข้าไว้ เพราะวันนี้เราจะต่อต้านท่านปู่ท่านย่าโดยการไม่ไปทำงานเจ้าค่ะ หากมีการลงไม้ลงมือรุนแรงนั่นถึงจะเป็นข้ออ้างที่เราต้องใช้ เพื่อจะได้ตัดขาดและออกไปจากที่นี่อย่างไรล่ะเจ้าคะ” อว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ตัดให้ขาดอย่าได้คิดเสียใจทีหลัง
ซ่งเหวยทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้มานานหลายปี เรื่องราวการลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันครอบครัวอื่น ๆ ยังไม่หนักหนาเท่าตระกูลหลิ่ง พอได้รับรู้ว่าหลิ่งเฟิงหยางตัดสินใจจะออกจากตระกูลเขาก็รู้สึกและสงสารอยู่ไม่น้อยหลิ่งจื่อหานที่เดินนำซ่งเหวยมาถึงห้องพักของครอบครัว ที่ยามนี้ท่านปู่ท่านย่าของเขายังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ส่วนมารดาช่วยห้ามเลือดที่ศีรษะให้น้องสาวนั่งอยู่อีกด้าน ภาพนี้ทำเอาซ่งเหวยถึงกับโมโหอย่างช่วยไม่ได้“นี่...ตาเฒ่าหลิ่ง นางหลิว พวกเจ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเด็กตัวเล็ก ๆ เพียงนี้เชียวรึ”หลิ่งฉางเปรยตามองซ่งเหวยอย่างเฉื่อยชาและพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ “หัวหน้าหมู่บ้านเรื่องนี้ก็เป็นแค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นใช่การทำร้ายอย่างที่ท่านว่ามาที่ใดกัน ท่านมาเรื่องที่ข้ากับลูกอกตัญญูจะแยกบ้านตัดขาดกันมิใช่หรือ รีบเขียนหนังสือตัดขาดให้ข้าได้แล้ว”“เฮ้อ ข้าเขียนหนังสือตัดขาดให้เจ้าน่ะได้ ว่าแต่เจ้าจะแบ่งทรัพย์สินอันใดให้อาหยางบ้าง...” ซ่งเหวยพูดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกนางหลิวเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่มีการแบ่งทรัพย์สินอันใดทั้งสิ้น ในเมื่อลูกอกตัญญูนี่อยากออกจากตระกูลไปเอง เหตุใดสามีของ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ขายภาพวาดได้จับเงินโบราณครั้งแรก 1/1
เฟิงหยางที่จากนี้เขาจะเป็นคนไร้แซ่นั่งกุมหน้าอกภายใต้เสื้อตัวเก่า ซึ่งมีหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย จางซูเหยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับสามีมาหลายปีย่อมเข้าใจ ว่าสามีคงเสียใจที่บิดามารดาไม่คิดเอ่ยรั้งตนเองแม้สักนิดซ่งเหวยที่เห็นเฟิงหยางมาตั้งแต่เด็กก็นึกเห็นใจ แม้อยากช่วยมากกว่านี้ก็เกินกำลังของตนเช่นกัน เนื่องจากคนในหมู่บ้านมิได้มีฐานะร่ำรวยมากมาย จึงทำได้เพียงปลอบใจและให้กำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปเท่านั้น“อาหยางเจ้าอย่าเสียใจไปเลยคนอย่างบิดามารดาของเจ้าจะรู้ซึ้งก็คราวนี้ หากไม่มีครอบครัวของเจ้าช่วยทำงาน สองคนนั่นย่อมต้องทำงานหนักด้วยตนเอง เพราะพี่ชายกับน้องชายของเจ้าไม่มีทางทำงานในทุ่งนาเป็นแน่”เฟิ่งหยางเข้าใจสิ่งที่ซ่งเหวยได้พูดกับตน แม้จะรู้สึกเศร้าแต่อีกใจเขากลับรู้สึกโล่งอกเสียมากกว่า “ข้าก็คิดไม่ต่างจากท่านลุงซ่งหรอกขอรับ ยามนี้ได้รับอิสระไม่ว่าวันข้างหน้าคนเหล่านั้นจะมีชีวิตอย่างไร ก็ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับข้าและครอบครัวอีกแล้ว”“อืม เจ้าเข้าใจก็ดีแล้วล่ะ ว่าแต่หลังจากนี้พวกเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป อาการบาดเจ็บของเจ้าก็หนักเอาการไหนจะนางหนูซีซีอีกคน”“ข้ากับอาเหยาหาร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ขายภาพวาดได้จับเงินโบราณครั้งแรก 1/2
เถ้าแก่จื่อกังมองดูเสื้อผ้าที่สองแม่ลูกสวมใส่ก็พอเข้าใจสิ่งที่จางซูเหยาได้กล่าวกับตน “เอาล่ะ ๆ หากไม่หนักหนาจนเกินไปข้าย่อมยินดีช่วยเหลือ ว่าแต่ไหนล่ะภาพวาดที่พวกเจ้าพูดถึงนำมันออกมาให้ข้าดูหน่อยได้ไหม”“ท่านตานี่เป็นภาพวาดที่ท่านอาจารย์ของซีซีมอบให้เก็บไว้ เผื่อยามจำเป็นจะได้ใช้มันในการแก้ไขปัญหาและซีซีขอรับรองกับท่านตาว่า หากท่านตารับซื้อไว้แล้วนำไปขายให้กับขุนนางจะได้ราคาสูงถึงหลักพันตำลึงเป็นแน่เจ้าค่ะ” อวิ๋นซีใช้น้ำเสียงเล็ก ๆ และโอ้อวดตามประสาเด็ก พร้อมยื่นภาพวาดทั้งสองให้กับเถ้าแก่จื่อกังได้ดู“ฮ่า ๆ ๆ เด็กคนนี้ช่างเจรจาเสียจริง มา ๆ ๆ ขอตาดูหน่อยว่าจะงดงามสมราคาที่เจ้าโอ้อวดหรือไม่”“ได้เลยเจ้าค่ะ คิก ๆ ๆ”อวิ๋นซียื่นม้วนภาพวาดชิ้นแรกให้เถ้าแก่จื่อกังได้ดู เพียงแค่คลี่ม้วนกระดาษออกกว้างจนเต็มแผ่น ดวงตาสีหม่นตามกาลเวลาถึงกับเบิกโพลง เนื่องจากเบื้องหน้าของเขายามนี้คือภาพพู่กันที่แฝงไว้ด้วยลมหายใจแห่งธรรมชาติป่าเขาเขียวชอุ่มที่ทอดยาวอยู่ในอ้อมแขนของขุนเขาสูงใหญ่ ทั้งยังมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านกลางหุบเขาอย่างนุ่มนวล ฝั่งซ้ายของแม่น้ำคือต้นไม้ใหญ่ที่สูงตระหง่านไล่ระดับอย่างเป็นระเบ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ถึงแล้วหมู่บ้านชิงสุ่ยอันสงบ
การเดินทางไปยังหมู่บ้านชิงสุ่ยของสี่คนพ่อแม่ลูก เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน ด้วยระยะทางหลายสิบลี้เข้าสู่เขตพื้นที่ตำบลกู่ซาน กว่าทั้งสี่คนจะไปถึงที่หมายก็เข้าสู่ปลายยามเซินที่ชาวบ้านกลับจากการทำงานที่ทุ่งนาพอดีหมู่บ้านชิงสุ่ยตั้งอยู่เชิงเขาทางด้านตะวันออกของตำบลกู่ซาน เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ เพียงห้าสิบครัวเรือนแต่กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่ายด้านตะวันตกของหมู่บ้านมีลำธารไหลผ่านน้ำจากภูเขาเบื้องหลังที่ไหลลงมาตลอดปี เย็นสะอาดพอให้ใช้กินใช้ปลูกผักหาปลาได้ สตรีที่ทำงานบ้านมักจะพาเด็ก ๆ มาล้างผัก ซักผ้า หรือแม้แต่ตักน้ำไปใช้ในบ้านเรือนเป็นประจำส่วนด้านหลังหมู่บ้านเป็นแนวเขาเขียวขจี มีทั้งไม้ผล สมุนไพร รวมถึงสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ยังอยู่คู่ป่าทว่าชาวบ้านไม่โลภไม่ล่าเกินพอดี ต่างรู้จักแบ่งปันและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติเพียงเท่าที่จำเป็นแม้คนในหมู่บ้านจะไม่ได้มั่งคั่งด้วยเงินทองหากแต่ไม่มีใครหิวโหยหรือเดือดร้อน ทุกบ้านมีไร่นาเล็ก ๆ ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูพอยังชีพ อาจมีบางครอบครัวที่ทำงานหนักเพื่อส่งบุตรหลานเข้าสำนักศึกษาเท่านั้นรถม้าที่ค่อย
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status