Share

บทที่ 5

Author: หยกงาม
พายุหิมะในวันนี้ไม่ได้โหมกระหน่ำรุนแรงมากนัก แต่ยามที่จี้หานอีก้าวเท้าเดินออกจากห้อง นางกลับยังคงรู้สึกว่าสายลมที่พัดผ่านกายช่างหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ

นางกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่างให้แน่นขึ้น สายตามองดูเกล็ดหิมะซึ่งปกคลุมโคมแก้วหลิวหลีจนเลือนราง เลือนรางไม่ต่างไปจากเส้นทางข้างหน้าแม้แต่น้อย

ช่วงสองวันนี้นางหลินผู้เป็นแม่สามีล้มป่วย คนจากเรือนรองและเรือนที่สามต่างพากันมาเยี่ยมเยียน ตอนที่จี้หานอีไปถึง ในห้องจึงมีผู้คนนั่งอยู่เต็มไปหมด

จี้หานอีปลดสายเสื้อคลุมส่งให้หรงชุน บ่าวอาวุโสด้านข้างช่วยเลิกม่านให้นางเดินเข้าไป เสียงพูดคุยกันอย่างคึกครื้นพลันดังถนัดหู แต่แล้วก็เงียบลงชั่วขณะ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่นาง

สีหน้าเหล่านั้นดูเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย และไม่อาจนับว่ามีความสนิทสนมอันใด

ในช่วงสามปีที่นางแต่งเข้ามา คนสกุลเซี่ยล้วนมองนางด้วยสายตาเช่นนี้มาโดยตลอด คล้ายไม่เคยเห็นนางเป็นสะใภ้สกุลเซี่ย จึงยิ่งไม่อาจสนิทใจต่อกัน

จี้หานอีเดินเข้าไปคารวะนางหลินผู้เป็นแม่สามีด้วยกิริยาปกติเช่นเคย

นางหลินกล่าวแสดงความห่วงใยจี้หานอีไม่กี่คำ ถามไถ่อาการป่วยของนางอีกเล็กน้อย ก็บอกให้นางไปนั่งลงด้านข้าง

บรรยากาศกลับมาเป็นการพูดคุยสัพเพเหระอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องที่นางถูกทิ้งไว้ตามลำพังในคืนหิมะตก พวกเขาเลือกทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เอาแต่สนทนาเรื่องงานมงคลของหลี่หมิงโหรว

ฮูหยินรองเอ่ยขึ้นว่า "นี่เราก็เลือกกันมาหลายตระกูลแล้ว ทั้งที่หมิงโหรวก็ผ่านวัยปักปิ่นมาเป็นปี แต่อวี้เหิงกลับบอกว่ายังไม่พอใจ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าอวี้เหิงต้องการให้สามีหมิงโหรวดีเลิศเพียงใด ถึงจะพอใจเสียที"

คนจากเรือนสามหัวเราะพลางกล่าวว่า "หมิงโหรวเติบโตมาในสายตาของอวี้เหิง เขาไหนเลยจะยอมให้หมิงโหรวต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ ย่อมต้องตั้งใจเลือกให้อย่างดีที่สุดอยู่แล้ว"

พูดจบ พี่สะใภ้คนหนึ่งก็หันไปถามหลี่หมิงโหรวว่า "ในเมืองหลวงนี้ เจ้าถูกใจผู้ใดบ้างหรือไม่? ขอเพียงเจ้าถูกตาต้องใจ ตระกูลส่วนใหญ่ย่อมยินดีรับเจ้าแต่งเข้าบ้าน"

คำพูดนี้กล่าวได้ไม่ผิด บิดาของหลี่หมิงโหรวเคยเป็นถึงเจ้าเมืองเซวียนโจว เป็นขุนนางพ่อเมืองผู้ดูแลทุกข์สุขราษฎร และมีผลงานทางราชการไม่น้อย

เพียงแต่มีอยู่ปีหนึ่งเมืองเซวียนโจวเกิดโรคระบาด บิดาของนางลงไปช่วยดูแลการรักษาด้วยตนเอง สุดท้ายก็ติดโรคระบาด มารดาของนางเองก็ติดโรคเช่นกัน ทั้งคู่ต่างลาโลกไป ทิ้งหลี่หมิงโหรวที่ยังเยาว์วัยให้อยู่กับหลี่หมิงชิงผู้เป็นน้องชายตามลำพัง

ปีนั้นหลี่หมิงโหรวเพิ่งห้าขวบ ส่วนหลี่หมิงชิงก็สามขวบ และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทรัพย์สินถูกญาติพี่น้องแย่งชิง นางหลินจึงรับตัวเด็กน้อยทั้งสองซึ่งน้องสาวของนางทิ้งไว้มาอุปการะ

ทรัพย์สมบัติของสกุลหลี่เดิมทีมีไม่น้อย ทั้งราชสำนักยังเห็นแก่คุณงามความดี จึงพระราชทานรางวัลให้อีกมากมาย ของพระราชทานเหล่านี้สกุลเซี่ยย่อมไม่แตะต้อง ล้วนแต่ลงบัญชีไว้ในชื่อของหลี่หมิงโหรวและหลี่หมิงชิงทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ในจดหมายสั่งเสียฉบับสุดท้ายของบิดาหลี่หมิงโหรวยังระบุว่า ทรัพย์สินให้แบ่งแก่สองพี่น้องคนละครึ่ง โดยให้ทั้งสองเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ให้แก่งแย่งกันเองเด็ดขาด

ดังนั้น แม้หลี่หมิงโหรวจะเป็นหญิงกำพร้า แต่สินเดิมในมือก็มีมูลค่ามหาศาล เพียงพอให้กินอยู่อย่างสุขสบายไปหลายชั่วอายุคน

ซ้ำบิดาของนางยังสละชีพเพื่อราษฎร ผู้ที่แต่งงานกับนาง ไม่เพียงจะได้สินเดิมมากมาย ทั้งยังจะได้รับชื่อเสียงอันดีงามตามไปด้วย

จี้หานอีเองก็เพิ่งล่วงรู้หลังแต่งเข้ามาว่า หากมิใช่เพราะปีนั้นนางนำหนังสือหมั้นหมายติดมือมาด้วย คนสกุลเซี่ยทั้งหมดก็ล้วนอยากให้เซี่ยอวี้เหิงแต่งกับหลี่หมิงโหรวทั้งสิ้น

เมื่อหลี่หมิงโหรวได้ยินคำถามของพี่สะใภ้ก็แย้มยิ้ม "เดี๋ยวท่านพี่อวี้เหิงจะเป็นผู้เลือกให้ข้าเองเจ้าค่ะ"

ในจังหวะนั้น เซี่ยอวิ๋นผู้ยืนอยู่ข้างกายฮูหยินรองพลันนึกสงสัยจึงถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา "พี่ใหญ่ชอบพี่หญิงที่สุดไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นทำไมไม่ให้พี่หญิงแต่งกับพี่ใหญ่เล่า?"

เซี่ยอวิ๋นเพิ่งมีอายุได้เพียงสี่ห้าขวบ เป็นบุตรคนเล็กที่ฮูหยินรองคลอดตอนอายุเกือบสี่สิบปี คำพูดของเด็กย่อมไม่มีเจตนา ผู้คนล้วนไม่ถือสา กลับพากันหัวเราะชอบใจ

เมื่อเสียงหัวเราะเริ่มเบาลง นางหลินจึงพูดขึ้น "เรื่องการแต่งงานของหมิงโหรว อวี้เหิงใส่ใจเป็นที่สุด ผู้ใดก็ตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก"

"ไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูล คุณธรรม รูปร่างหน้าตา หรือสติปัญญาความสามารถ หากขาดตกบกพร่องไปแม้เพียงครึ่งส่วน เขาก็ไม่พอใจแล้ว"

นางหลินถอนหายใจเฮือกหนึ่ง "เด็กคนนี้ ปกป้องหมิงโหรวมาตั้งแต่เล็ก ย่อมไม่ยอมให้นางต้องอับอายผู้คน"

ระหว่างที่นางหลินพูด ก็จับมือหลี่หมิงโหรวแน่น ในแววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย ทุกคนในห้องโถงล้วนดูออกชัดเจนว่าความเสียดายในแววตาของนางหลินนั้นหมายถึงสิ่งใด

นางหลินถอนหายใจอีกครั้ง ตบหลังมือหลี่หมิงโหรวเบา ๆ ก่อนกล่าว "ลำบากเจ้าต้องน้อยใจแล้ว"

"เดิมทีเจ้าก็เป็นเด็กดีคนหนึ่ง"

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ และคำว่าน้อยใจนั้น หมายความว่าอย่างไร ไม่มีใครไม่เข้าใจ

สายตาของผู้คนต่างพากันจ้องมองมาทางจี้หานอีทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทว่า จี้หานอีกลับคลี่ยิ้มเล็กน้อย ชื่อเสียงตระกูลบัณฑิตผู้สูงส่งของสกุลเซี่ย ก็มีเพียงเท่านี้เอง

สุ้มเสียงหวานใสเจือด้วยความผิดหวังของหลี่หมิงโหรวพลันดังขึ้นอีกครั้ง "หมิงโหรวไม่รู้สึกน้อยใจเลยเจ้าค่ะ"

เมื่อผู้คนแยกย้ายกันกลับเรือน จี้หานอีก็ถูกนางหลินรั้งตัวให้อยู่ต่อ นางหลินเป็นฮูหยินตระกูลใหญ่ผู้สุขสบาย ทุกกิริยาล้วนอ่อนโยนเหมาะสม คำพูดคำจาก็เนิบช้านุ่มนวล

แม้จะล้มป่วย แต่นางก็ยังคงเอนกายพิงตั่งอุ่นอย่างมีราศี สมกับที่กุมอำนาจดูแลเรือนหลังมานานปี ยังคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขามไม่เสื่อมคลาย

สายตาที่นางมองจี้หานอี ไม่เคยนับได้ว่ามีความชอบพอเท่าใด

ทว่าในยามนี้ สายตานั้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความขัดเคืองโดยไม่รู้ตัว

ในอดีตนางมักพร่ำบอกว่า หากไม่มีหนังสือหมั้นหมายฉบับนั้น เซี่ยอวี้เหิงย่อมสามารถแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ซึ่งจะช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานให้เขาได้ดี แต่นางกลับหลงลืมไปว่าการแต่งงานครั้งนี้ถูกกำหนดขึ้นมาอย่างไร

นางหลินขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เจ้าก็แต่งเข้ามาเกือบสามปีแล้ว ท้องไส้ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ในเมื่ออวี้เหิงไม่ชอบเจ้า เจ้าก็ไม่รู้จักหาทางรั้งตัวเขาไว้ตอนกลางคืนบ้างเลยหรือ?"

"ไม่รู้จักคิดหาวิธีเอาใจให้เขาชื่นชอบบ้างหรือไร?"

"ขืนเจ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป แล้วข้าจะได้อุ้มหลานเมื่อใดกัน?"

คำพูดของนางหลินบอกถึงความเหนื่อยหน่ายและความเข้มงวด ขาดก็แต่ชี้หน้าด่าว่านางไร้ความสามารถเท่านั้น

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเซี่ยอวี้เหิงไม่ชอบนางเพียงใด และก็รู้ดีว่าคนที่เซี่ยอวี้เหิงมีใจให้คือหลี่หมิงโหรว แต่กลับยังมากดดันถามนางว่าเหตุใดจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของเซี่ยอวี้เหิงอีก

แต่คำพูดเหล่านั้นจี้หานอีไม่ได้เอ่ยออกไป เพราะนางเป็นผู้เลือกเข้ามาเอง เป็นนางที่ถือหนังสือหมั้นหมายมาหาเซี่ยอวี้เหิง

นางไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ

เมื่อนางหลินเห็นจี้หานอีไม่พูดจา ก็ยกมือนวดหว่างคิ้วด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า "หากเจ้าไม่รู้ว่าจะเอาใจอวี้เหิงอย่างไรจริง ๆ ก็ไปถามหมิงโหรวดูเถิด"

"ไปเรียนรู้จากนางว่าควรวางตัวกับอวี้เหิงเช่นไร"

เมื่อจี้หานอีขอตัวลานางหลิน ก็เห็นหลี่หมิงโหรวรออยู่ที่ด้านนอกแล้ว

หลังเห็นจี้หานอีออกมา นางก็เดินยิ้มเข้ามาคล้องแขน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา "พี่สะใภ้รู้หรือไม่ว่าเหตุใด ท่านพี่อวี้เหิงถึงประวิงเวลาไม่ยอมให้ข้าออกเรือนไปเสียที?"

จี้หานอีสบตากับหลี่หมิงโหรว

หลี่หมิงโหรวขยับยิ้มเข้ามาใกล้ ก่อนกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "เพราะท่านพี่อวี้เหิงตัดใจจากข้าไม่ได้ไงเล่า"

"พี่สะใภ้รู้หรือไม่ คืนนั้นหลังท่านพี่รับข้ากลับมาแล้ว ท่านพี่ก็ยังไม่วางใจ ส่งของบำรุงร่างกายและของให้ความอบอุ่นไปให้ข้าทุกวัน ด้วยกลัวว่าสุขภาพข้าจะย่ำแย่ลง"

"เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านไอ ไม่ทราบท่านพี่เคยห่วงใยท่านสักครั้งหรือไม่? เคยให้คนส่งยามาให้หรือไม่? แม้แต่หมอก็คงเป็นท่านที่เชิญมาเองกระมัง ข้าเห็นแล้วสมเพชท่านเสียเหลือเกิน"

"ต่อให้ท่านดันทุรังครองตำแหน่งนี้ต่อไป ท่านพี่ก็ไม่มีวันชอบท่านหรอก หากข้าเป็นท่าน ขอเพียงมียางอายสักนิด ก็คงไม่คิดหน้าด้านครอบครองคนที่ไม่ใช่ของตนไว้เช่นนี้"

เท้าของจี้หานอีหยุดชะงัก

นางเข้าใจมานานแล้ว เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้เย็นชากับทุกคน และเขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักดูแลใคร

เขาเองก็รู้ดีว่าการอยู่ท่ามกลางพายุหิมะยามค่ำคืนนั้นมันทั้งหนาว และต้องจับไข้ เพียงแต่คนที่เขาสนใจมีแค่หลี่หมิงโหรวผู้เดียวเท่านั้น

สายลมหนาวพัดโชย จี้หานอีมองหลี่หมิงโหรว ท่วงท่ายังคงสง่างาม แววตาเย็นชา "หากจะพูดถึงเรื่องยางอาย ตัวเจ้าเองก็ต้องมีเสียก่อน คนที่มีศักดิ์ศรี ย่อมไม่คิดเพ้อฝันถึงสามีผู้อื่น"

"ข้าแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามประเพณี แล้วตัวเจ้าเล่าเข้ามาอาศัยอยู่ในสกุลเซี่ยอย่างถูกต้องหรือไม่?"

"หากพวกเจ้ามีใจปฏิพัทธ์ต่อกันจริง เหตุใดไม่รีบมาถอนหมั้นที่สกุลจี้เสียแต่เนิ่น ๆ ? กลับปล่อยให้ข้าต้องมารับเคราะห์กรรมเช่นนี้?"

"แม้เวลานี้สกุลจี้จะสิ้นวาสนาแล้ว แต่หากในครั้งนั้นคนสกุลเซี่ยมาขอถอนหมั้น บิดาข้าย่อมตอบตกลงโดยไม่ทัดทานเป็นแน่"

"แต่ที่เขาไม่รีบมาถอนหมั้น คงเป็นเพราะไม่ได้ชอบเจ้ามากพอกระมัง?"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
หลี่หมิงโหลว เหตุใดนางจึงไร้ยางอายเช่นนั้นหนอ อยากมีผัวจนตัวสั่น ถันขึ้นบ่ทันคงจะเอากระเทียมมาทาเป็นแน่ อยากจะเรียงเคียงหมอนกับสามีผู้อื่นช่างกล้านัก อิอิ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 852

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขณะเสิ่นซื่อกำลังจะลุกจากเตียง จี้หานอีก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้พลางถาม "ท่านพี่ ท่านว่าคุณชายสามจะมีโอกาสได้ทำตามใจตนเอง เลือกภรรยาที่เขาต้องการได้สักครั้งหรือไม่?"การเคลื่อนไหวของเสิ่นซื่อชะงักงัน เขาหันกลับมามองจี้หานอีเรือนผมยาวสลวยของจี้หานอีสยายลงมา นางสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตา กำลังยันกายลุกขึ้นนั่ง เรือนผมที่ยาวถึงช่วงเอวทิ้งตัวลงบนผ้าห่มแพรไหม ทรวดทรงอรชร หว่างคิ้วและพวงแก้มยังคงเจือสีแดงเรื่อ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนแสงเทียนจากนอกม่านเสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนตอบเสียงทุ้ม "เจ้าเห็นใจเขาหรือไร?"จี้หานอีชะงักไปเล็กน้อย นางรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ความเห็นใจ แต่เพราะในสายตาของนาง หลี่ซู่อวี้ที่รู้จักหาใช่คนดีอันใด ประกอบกับเสิ่นฉางหลิงเองก็ไม่ได้ชอบพอ นางจึงรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่เหมาะสมนักแต่นางก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผู้ใด เรื่องของบ้านใหญ่นางย่อมไม่สะดวกสอดมือยุ่งเกี่ยว นางเพียงอยากบอกกับเสิ่นซื่อเท่านั้นนางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า "ก็ไม่เชิงหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณชายสามอาละวาดหนักทีเดียว"แววตาของเสิ่นซื่อปรากฏแว

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 851

    จี้หานอีตกใจในการกระทำของเสิ่นซื่อจนสะดุ้งเล็กน้อย นางร้องอุทานแผ่วเบา ก่อนกระชับวงแขนกอดลำคอของเสิ่นซื่อแน่นนางถูกเสิ่นซื่ออุ้มเข้ามาในห้องหนังสือ แล้วเขาก็ยกตัวนางขึ้นไปวางลงบนโต๊ะหนังสือจี้หานอีคิดขยับตัวลงมา แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกเสิ่นซื่อกดเอวไว้ เบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของเขาที่โน้มลงมาทาบทับสุ้มเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ายวนดังแว่วเข้าหู “หานอี ทำกันตรงนี้เถิด เจ้าว่าอย่างไร”จี้หานอีรู้ดีว่าตนเองไม่อาจปฏิเสธ แต่ไหนแต่ไรมาเสิ่นซื่อก็เป็นคนเผด็จการและเอาแต่ใจนัก ต่อให้นางบอกว่าไม่ยินยอม เขาก็จะทำเป็นหูทวนลม และดึงดันกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนาต่อไปอยู่ดีอาภรณ์ในฤดูร้อนนั้นบางเบายิ่ง เรือนผมยาวสยายของจี้หานอีหลังอาบน้ำถูกเกล้าไว้หลวม ๆ เพียงประดับด้วยปิ่นหยกยาวที่ปักเฉียงไว้ ก็แผ่กลิ่นอายเย้ายวนอันสั่นคลอนจิตใจผู้คนแล้วสาบเสื้อถูกปลดเปลื้อง อาภรณ์หลุดลุ่ยลงมาจรดหัวไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดภายใต้แสงสลัว เสิ่นซื่อทอดสายตามองเรือนร่างอันบอบบางล้ำค่าดุจหยกเนื้อดีของจี้หานอีอย่างทะนุถนอม เขาเอื้อมมือไปลูบไล้สัมผัส ก่อนก้มหน้าลงประทับจูบดูดดื่มกับริมฝีปากจิ้มลิ้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 850

    จี้หานอีถาม “ก่อนเข้าวังไม่ได้บอกคุณชายสามหรือว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้ใด?”นางชุยส่ายหน้า “เมื่อเช้าบอกว่าต้องเข้าวังอย่างเร่งด่วน ทั้งยังไม่คิดว่าคุณชายสามจะไม่ชอบคุณหนูสี่สกุลหลี่ถึงเพียงนี้”จี้หานอีทอดสายตามองเงาสะท้อนในสระน้ำเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน ต้นหลิวลู่ลมพลิ้วไหว ผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ นางทอดถอนใจออกมาแผ่วเบานางถามขึ้นอีกครั้ง “แล้วกำหนดวันแต่งไว้เมื่อใดหรือ?”นางชุยตอบว่า “ตอนแรกลงความเห็นกันว่าเป็นเดือนสิบเอ็ดปีนี้ แต่แม่สามีเห็นคุณชายสามอาละวาด จึงเลื่อนวันออกไปเป็นเดือนสามปีหน้าแทนเจ้าค่ะ”กล่าวพลางนางชุยก็ลดระดับเสียงลง “ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณชายสามจะคิดตกหรือไม่ คุณหนูสี่สกุลหลี่มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถอยู่ภายนอกไม่น้อย ชาติตระกูลหรือก็ดีเยี่ยม รูปร่างหน้าตางดงาม มีที่ใดให้ไม่สมใจกัน”จี้หานอีไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ซักถามอันใดอีก จังหวะนั้นแม่นมฟางก็เดินมารายงานข้างกายจี้หานอีว่าผู้ดูแลร้านค้ามาส่งบัญชีแล้ว จี้หานอีจึงขอตัวกลับไปก่อนวันนี้บัญชีที่มาส่งคือบัญชีจากร้านค้าของเสิ่นซื่อ บัญชีมีจำนวนไม่น้อยจริง ๆ กว่าจะดูทีละเล่มก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่าย นางยังไม่ได้ตร

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 849

    จี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อเอาแต่นิ่งเงียบ จึงอดซักไซ้ไม่ได้ว่า "เหตุใดท่านพี่ถึงไม่พูดอันใดเลยเล่า?"เสิ่นซื่อกำลังทานน้ำแกงปลา เมื่อได้ยินถ้อยคำของจี้หานอีจึงถามกลับไป "อยากมีลูกแล้วหรือ?"จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ก่อนรีบส่ายหน้า "ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย"แต่เสิ่นซื่อกลับปรายตามองนางปราดหนึ่ง "หากเจ้าต้องการ กลางคืนข้าก็แค่ออกแรงให้มากขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง"ใบหน้าของจี้หานอีพลันร้อนผ่าว นางจึงตัดบทเดินออกไปล้างหน้าหวีผม ไม่อยากพูดคุยกับเสิ่นซื่ออีกผ่านไปอีกหลายวัน เวลาจี้หานอีไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า ก็มักเห็นนางไป๋มีใบหน้าซูบซีดอิดโรย ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็สังเกตเห็นเช่นกันจึงไถ่ถามไปเล็กน้อย แต่นางไป๋กลับฝืนยิ้มตอบเพียงว่าไม่ได้เป็นอันใดอารมณ์ของจี้หานอีเองก็ไม่สู้ดีนัก เมื่อคืนนี้นางได้รับจดหมายจากท่านยาย บอกกล่าวว่ากู้หว่านอวิ๋นได้หมั้นหมายกับคุณชายรองแห่งจวนหรงกั๋วกงเป็นที่เรียบร้อยแล้วเรื่องนี้นางจางแอบปิดบังฮูหยินผู้เฒ่าแล้วไปตกลงกับทางจวนหรงกั๋วกงด้วยตนเอง ฮูหยินผู้เฒ่ามารู้ก็ตอนที่เรื่องหมั้นหมายถูกกำหนดแน่ชัดแล้ว ทำเอาหญิงชราโกรธเคืองจนแทบรับไม่ไหวจวนหรงกั๋วกงจะไปถู

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 848

    นางไป๋รีบกล่าว “ฮูหยินผู้เฒ่าวางใจเถิดเจ้าค่ะ สะใภ้ย่อมรู้ดีว่าควรทำเช่นไร”หลังจี้หานอีกลับออกมา นางก็ง่วนอยู่กับการตรวจดูบัญชีของไร่นาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้กิจธุระของไร่นาแต่ละแห่งล้วนดำเนินไปตามกฎระเบียบใหม่ จี้หานอีจำต้องลงมือจัดการทุกสิ่งด้วยตนเอง การที่นางเข้มงวดตั้งแต่เริ่ม ก็เพื่อให้บ่าวไพร่รับรู้ว่านางไม่ใช่คนที่จะตบตาได้โดยง่ายเมื่อจี้หานอีกลับจากการตรวจบัญชีที่คลังเก็บของก็ใกล้ค่ำแล้ว แต่ยามเดินผ่านริมทะเลสาบ ก็บังเอิญเห็นเสิ่นฉางหลิงกำลังนั่งโยนก้อนหินลงไปในน้ำเล่นพอดีจี้หานอีเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปถาม “คุณชายสาม เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?”เสิ่นฉางหลิงได้ยินเสียงก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาเพียงส่งเสียงรับคำในลำคอ โดยไม่ได้หันกลับมามองจี้หานอีทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ ด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเสิ่นฉางหลิงมานั่งยอง ๆ อยู่ตรงนี้ ขณะกำลังจะถามอีกเล็กน้อย ก็เห็นเสิ่นฉางหลิงลุกพรวดขึ้น พอเดินผ่านข้างกายนางเขาก็กล่าวว่า “ท่านอาสะใภ้ห้า ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”จี้หานอียังไม่ทันตอบรับคำใด ครั้นหันไปมองอีกที ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเสิ่นฉางหลิงเสียแล้วจี้หานอีคิดในใจว่าคนผู้นี้ช

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 847

    นางไป๋จ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นด้วยความเหม่อลอย ชั่วขณะนั้นขอบตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงว่าแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ได้ลงมาจัดการเรื่องราวใดหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยเข้มงวดเอาเปรียบนาง ทั้งยังดีต่อบรรดาลูกหลานในเรือนนางเสมอ นางไป๋จึงรีบรับคำแล้วเดินออกไปทันทีทว่าเสิ่นซู่กลับรู้สึกหวาดหวั่น รีบกล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นว่า "จะให้ท่านแม่ต้องมากังวลใจได้อย่างไรขอรับ เรื่องแต่งงานของฉางหลิงไม่อนุญาตให้เขาโต้แย้งอยู่แล้ว พวกเราย่อมไม่มีทางมุ่งร้ายต่อเขาแน่"ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นขมวดคิ้วมองเสิ่นซู่ "ฉางหลิงเป็นเด็กที่ข้าเฝ้ามองมาตั้งแต่เล็ก เขาเป็นเด็กที่ร่าเริงและน่าเอ็นดูที่สุด แล้วจะไม่ให้ข้ากังวลใจได้อย่างไร?""อีกอย่าง จะให้แต่งกับคนที่ไม่ได้ชอบพอทำไมกัน? อย่างน้อยก็ควรเป็นคนที่ถูกใจเขา วันหน้าถึงจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันได้ดี เจ้าเข้าใจหรือไม่?""ตอนที่ข้าหมั้นหมายให้เจ้า ข้าก็เคยถามเจ้าไม่ใช่หรือว่าชอบหรือไม่? เวลานั้นมีคนอยากเกี่ยวดองกับเจ้ามากมาย แต่เจ้าเพียงปรายตามองก็ถูกใจนางไป๋ เจ้าลืมไปแล้วหรือ?"เสิ่นซู่ชะงักไปเล็กน้อย ไม่กล้าโต้แย้งอันใด รีบรับคำทันทีคืนนี้จี้หานอี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status