Share

บทที่ 8

Author: หยกงาม
จี้หานอีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางอึกอักคล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของหรงชุน นางก็ยิ้ม "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร"

พูดจบ จี้หานอีก็มองดูเงาสะท้อนของตนซึ่งยังคงดูซีดเซียวด้วยพิษไข้ในคันฉ่องทองแดง นางปลดเครื่องประดับบนเรือนผมออก พลางกล่าวเนิบช้า "หรงชุน เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าเข้าใจดีว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด"

นางเป็นหลานสะใภ้สกุลเซี่ย ส่วนเซี่ยอวี้เหิงก็เป็นหลานชายคนโตผู้มีอนาคตยาวไกลที่สุดประจำตระกูล จี้หานอีย่อมรู้ดีว่ามีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา เพื่อหาโอกาสจับผิดนาง

ก่อนหน้านี้เพื่อความปรองดอง และเพื่อความสงบสุขในเรือนหลัง นางจึงไม่กล้าทำผิด ไม่กล้าระบายอารมณ์ความรู้สึก ได้แต่อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง พยายามประคับประคองความสัมพันธ์กับเซี่ยอวี้เหิงให้ราบรื่น ด้วยเกรงว่าตนจะเป็นตัวถ่วงของเขา

แต่ชีวิตที่เหลืออยู่อันหนักอึ้งซึ่งมองเห็นจุดจบได้อย่างง่ายดายนี้ กลับทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายนัก

หากต้องติดอยู่ในพันธนาการที่ทั้งน่าอึดอัด ไร้กำลัง และว่างเปล่าเช่นนี้ไปชั่วชีวิต นางก็คิดว่า ให้มันจบสิ้นกันไปเสียคงดีกว่า

จี้หานอีรู้ดีว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่มีทางค้างที่นี่แน่ เรื่องทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ยามเซี่ยอวี้เหิงโกรธ เขาถึงขั้นเคยให้คนส่งตำราโอวาทสตรีและหลักปฏิบัติตัวของสตรีมาให้นางด้วยซ้ำ

เวลานั้นนางมักคิดเสียใจ หรือบางครั้งก็เก็บไปคิดว่าเป็นตนเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีจริง ๆ หรือไม่ แต่เมื่อมาทบทวนดูยามนี้ ต่อให้นางทำดีสักเพียงใด ในใจเขาก็คงมองว่านางดีไม่พออยู่ดี

นางชำระล้างร่างกายอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเรียกสาวใช้ด้านนอกเข้ามาสอบถามสองสามประโยค จึงได้รู้ว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงคงไม่กลับมาแน่

ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใดถึงจะได้พบหน้ากัน เพื่อพูดคุยเรื่องหย่าขาดกับเขาให้จบสิ้น

นางเท้าคาง ทอดสายตามองบานหน้าต่างลายฉลุที่ปิดสนิท เสียงลมหวีดหวิวกระทบหน้าต่าง คล้ายช่วงเวลาที่สกุลจี้เพิ่งประสบเคราะห์กรรม ครั้งนั้นแม้หน้าต่างปิดสนิทเพียงใดก็ไม่อาจขวางกั้นความตื่นตระหนกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งจวนได้เลย

จี้หานอีหลับตาลง ไม่อยากนึกถึงมันอีก

และคืนนั้น เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้กลับมาจริง ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพบเขา สีหน้าของชายหนุ่มก็เย็นชา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความห่างเหิน สายตาเย็นเยียบเฉยชานั้นมองผู้ใดก็ล้วนไร้ไมตรี คล้ายกำลังบีบคั้นให้จี้หานอีเป็นฝ่ายยอมจำนน

แต่จี้หานอีเพียงแสร้งมองไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาล้างหน้าบ้วนปาก

ที่ผ่านมาระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงมักมีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนเสมอ ทำให้แบ่งแยกคนทั้งสองออกจากกันโดยสิ้นเชิง และนางก็ไม่อาจล่วงล้ำเส้นนั้นแม้ครึ่งก้าว

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงแต่งกายเสร็จเตรียมออกจากจวน การกระทำซึ่งเคยเด็ดขาดฉับไวมาโดยตลอด วันนี้กลับสะดุดหยุดลงอยู่ครู่หนึ่งเพราะจี้หานอี

จี้หานอีเองก็แต่งตัวเสร็จแล้วเช่นกัน นางสวมอาภรณ์สีเรียบ บนเรือนผมปักเพียงปิ่นหยกมรกตอันหนึ่ง ภายใต้แสงตะเกียง คิ้วเรียวงามดั่งสายควัน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นปานสายหมอกในป่าไผ่

นางเกิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจ ริมฝีปากสีแดงสด ผิวขาวราวหิมะ ซึ่งดูต่างจากนิสัยที่ค่อนข้างเงียบขรึมมากทีเดียว

เซี่ยอวี้เหิงยืนมองดูนิ่งเงียบ นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในมือประคองเตาอุ่นมือ ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ กำลังกระซิบกับหรงชุนว่าจะเลือกปิ่นอันไหนดี

วันนี้ นางดูเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนราวกับว่านางไม่เคยมีตัวตนอยู่ข้างกายเขา

เขาเคยชินกับการที่นางมักจะเข้ามาพูดคุยด้วยในยามเช้า ทั้งเรื่องราวในเรือน และถ้อยคำกำชับด้วยความห่วงใย

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงันไปเล็กน้อย

เขาพลันตระหนักว่าตนเองก็แทบไม่เคยพูดจากับนางดี ๆ สักครั้ง

ความจริง เมื่อคืนหลังไปส่งหมิงโหรวแล้ว เขาก็ย้อนกลับมายืนฟังเสียงไอของนางอยู่หน้าม่าน เสียงไอที่ดังเป็นระลอกฟังดูทรมาน ชายหนุ่มคิดว่า อย่างไรเสียเขาก็ติดค้างจี้หานอีอยู่จริง ๆ

เมื่อวานท่านอาสามบังเอิญเจอเขา จึงได้พูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเขาทำไม่ถูก เรื่องที่ทำผิดต่อหานอี

ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอและโดดเดี่ยวมาแต่เล็ก เขาเคยรับปากว่าจะดูแลนางให้ดี ในเมื่อหานอีเป็นภรรยาของเขา ก็สมควรช่วยเขาดูแลหมิงโหรว

แต่ท่านอาสามกล่าวว่า การที่เขาพาหมิงโหรวกลับมาก่อนนั้น ไม่ทราบเคยนึกถึงหัวอกภรรยาบ้างหรือไม่

ในฐานะลูกผู้ชาย การทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไว้ข้างหลังและพาผู้อื่นกลับไปก่อน ถือเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม

ภายหลังมาลองตรองดู ถึงได้รู้ว่าการปล่อยให้สตรีผู้หนึ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางดึกเพียงลำพัง ถือเป็นการกระทำที่คิดน้อยเกินไปจริง ๆ

เดิมที เขาคิดว่ารถม้าคงไปรับจี้หานอีกลับมาได้โดยเร็ว จึงไม่ได้ย้อนกลับไปดูอีก

และเรื่องเมื่อคืน เขาจะไม่ถือสานางก็ได้ ขอเพียงนางยอมรับผิดก็พอ

อีกอย่าง ถึงอย่างไรจี้หานอีก็เป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว ทั้งยังอายุมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตามหลักแล้ว จี้หานอีก็สมควรยอมให้หมิงโหรวบ้าง

นอกจากนี้ เขาก็เลือกคู่ครองให้หมิงโหรวไว้แล้ว ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดก็เจรจาสู่ขอได้ทันที

ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเขา ก็ต้องเป็นไปชั่วชีวิต ไยจึงต้องใจแคบถึงเพียงนี้ ซ้ำท่านพ่อก็เคยสั่งเสียให้เขารักษาสัญญา ห้ามรับอนุภรรยา ซึ่งแต่แรกตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความคิดจะรับอนุอยู่แล้ว

แต่เขารอแล้วรอเล่า ก็เห็นเพียงจี้หานอียังคงหลุบตาต่ำ คล้ายไม่มีเจตนาจะปรายตามองเขาสักนิด ครั้งนี้ตนเองอุตส่าห์รอคอย จึงอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ สุดท้ายก็หมุนตัวเลิกม่านเดินออกไป

บ่าวรับใช้ผู้รออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาสวมหมวกกันลมและผูกสายเสื้อคลุมให้เซี่ยอวี้เหิง จี้หานอีเองก็เดินตามออกมา นางให้หรงชุนสวมเสื้อคลุมให้อย่างเงียบงัน เตรียมตัวไปคารวะแม่สามี

เซี่ยอวี้เหิงพลันตวัดสายตาเย็นชามองจี้หานอี แม้แต่ก่อนเขาจะไม่ได้ชอบใจนักที่จี้หานอีมาคอยจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้ แต่พออยู่ดี ๆ นางเลิกทำขึ้นมา เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

เพียงแต่สีหน้าของเขาไม่ได้แปรเปลี่ยน แววตายังคงเย็นชาห่างเหิน เมื่อครู่จึงคล้ายเพียงมองจี้หานอีแวบหนึ่ง ก่อนเดินจากไปตามปกติ

ร่างสูงโปร่งยามยืนหยัดสง่างามราวนกกระเรียน มักทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังให้นางเฝ้ามองเสมอ

จี้หานอีมองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง พลางเรียกเขาคำหนึ่ง "นายท่าน"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึกเมื่อได้ยินคำเรียกนี้

นางไม่เคยเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน เพราะนางเรียกเขาว่าท่านพี่เสมอ นางเคยบอกว่า เรียกเช่นนี้จะทำให้รู้สึกสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

แล้วทำไมนางถึงเปลี่ยนคำเรียกหาเล่า

เซี่ยอวี้เหิงหยุดเท้ายืนอยู่กลางลานเรือนอันมืดสลัว ก่อนหันกลับมามองจี้หานอี

นางยืนอยู่หน้าประตูที่มีแสงสว่าง แม้เห็นใบหน้าไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่ารูปโฉมในชุดเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนนั้นย่อมต้องงดงามหมดจดเป็นแน่

ความจริง เขาเองก็ตกตะลึงในความงามของจี้หานอีตั้งแต่แรกพบ แม้ขณะนั้นนางจะดูเยาว์วัยไร้เดียงสา แต่เรือนผมก็ดกหนาดำขลับ ดวงตาดั่งดารากรในคืนหนาวงามสง่าเสียยิ่งกว่ากิ่งหยก ซ้ำแววตายังเป็นประกายอ่อนโยนอีกด้วย

ทว่านิสัยใจคอของนางกลับไม่ได้งดงามดั่งรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งใจแคบและดีแต่ริษยา คอยหาเรื่องจับผิดหมิงโหรวได้ตลอดเวลา

แม้ยอมยกให้นางเป็นภรรยา แต่เขาก็ไม่ได้ชอบนิสัยของนาง ยามนี้จึงยิ่งรู้สึกผิดหวัง นี่ก็สามปีแล้ว แต่นางก็ยังไม่เปลี่ยนเสียที

พลันได้ยินเสียงจี้หานอีกล่าวขึ้น "คืนนี้ท่านกลับเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านตามลำพัง"

"เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เสียเวลาท่านนานหรอกเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ

หลังเซี่ยอวี้เหิงออกไปแล้ว จี้หานอีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ นางคิดว่าหากเซี่ยอวี้เหิงไม่กลับมา ตนเองก็คงต้องเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ให้เขาเสียแล้วกระมัง

ช่วงหลายวันนี้อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น จี้หานอีหยุดเท้ายืนอยู่บนระเบียงทางเดิน ลมหนาวที่พัดผ่านโถงทางเดินทำเอาขนจิ้งจอกสีขาวบนคอเสื้อคลุมไหวตัว ปัดป่ายผ่านปลายคางอันเย็นเฉียบของนางทีละเส้น

ท้องฟ้ายังคงมืดมิด โคมไฟริมระเบียงแกว่งไกวไปมาตามแรงลม เงาดำบนพื้นวูบวาบพลิ้วไหว

จี้หานอีถอนหายใจ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ให้พูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงตอนนี้ ความจริงนับว่าไม่ใช่เวลาที่ดีนัก

แต่นางก็ไม่อาจทนรอได้แล้วจริง ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (3)
goodnovel comment avatar
Pimonpan PS
เห็นด้วยค่ะ สรุปคือยังไง สมาชิกที่สมัครไปคือสมัครเพื่ออะไร
goodnovel comment avatar
Nidmanakit Manakit
สอบถามค่ะเสียเงินไปหลายร้อยวันนี้อ่านไปเกือบร้อยตอนจนถึงหลี่หมิงโหรวถูกจับได้ว่าใช้แมลงกัดนางเอก จนผู้เฒ่าจะไล่ออกจากจวนแล้ว ทำไมถึงย้อนกลับมาเริ่มตอนที่ 9 แก้ไขให้ด้วยไม่งั้นจะเลิกอ่านละ
goodnovel comment avatar
Namtan Supakchanya
สอบถามหน่อยค่ะ เมื่อสมัครสมาชิก 3เดือนราคา 699 บาทไปแล้ว เข้ามาอ่านหนังสือต้องเสียค่ารายตอนอีกหรอคะ ? ต้องสอบถามไปช่องทางไหนได้บ้างคะ อยากทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน ถ้าต้องเสียค่ารายตอนอยู่ดีจะได้ยกเลิกสมาชิกรายเดือนค่ะ ขอบคุณค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 746

    เสิ่นซื่อรับฟังถ้อยคำของจี้หานอีด้วยท่าทีเรียบเฉย นัยน์ตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ทั้งยังขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจูงมือจี้หานอีให้เดินตามไป ก็แค่หลานชายคนหนึ่งของเขาสร้างความดีความชอบ ว่ากันตามตรง จี้หานอีไม่มีเหตุผลใดต้องมาวุ่นวายด้วยซ้ำ จัดงานได้ถึงเพียงนี้ก็นับว่าดีแล้ว เขาไม่กล่าวคำใด หลังจูงมือจี้หานอีเดินไปได้ระยะหนึ่ง ก็ช้อนร่างนางอุ้มขึ้นมุ่งหน้ากลับเรือนจี้หานอีเงยหน้ามองเสิ่นซื่อ แม้ใบหน้าของเขาจะดูเย็นชาแข็งกร้าว ทั้งยังไม่ยอมพูดคุยกับนางสักเท่าใดประหนึ่งจอมเย่อหยิ่ง แต่ทันทีที่เสิ่นซื่อกลับมาเขาก็มาหานาง ซ้ำยังช่วยปลดเปลื้องภาระหน้าที่ในมือ และอุ้มนางกลับเรือนด้วยตนเอง เช่นนี้แล้วนางย่อมสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ที่เขามีต่อนาง วงแขนที่โอบรอบลำคอของเสิ่นซื่อจึงกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ยามสูดดมกลิ่นอายจากเรือนกายเขา จี้หานอีก็ยิ่งรู้สึกโหยหาและลุ่มหลงมากขึ้นเมื่อกลับมาถึงเรือน บริเวณหน้าประตูก็มีสาวใช้มารายงานเรื่องราว เสิ่นซื่อไม่ได้ใส่ใจ เพียงบอกให้จี้หานอีพักผ่อนให้เต็มที่ รอจนใกล้เริ่มงานเลี้ยงค่อยตามไป ส่วนตัวเขาจะล่วงหน้าไปที่โถงด้านหน้าก่อน อุตส่าห์เดินทางกลับมาทั้งที หากไม่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 745

    แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าหากไม่มีจี้หานอี ก็ไม่รู้บุตรชายตนจะได้แต่งงานเมื่อใด คิดได้ดังนี้ก็ให้รู้สึกปล่อยวางลงบ้างยามนี้นางไป๋กำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องของเสิ่นฉางหลิง จึงมอบหมายให้จี้หานอีเป็นผู้จัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับในยามค่ำ และให้ไปเชิญคนของบ้านท่านลุงใหญ่ฝั่งตรงข้ามมาร่วมงานด้วยจี้หานอีรับคำ ขณะรู้ชะตากรรมว่าบ่ายวันนี้คงต้องวุ่นวายแน่ครั้งนี้นับเป็นการจัดงานเลี้ยงครั้งแรกของนาง ย่อมไม่อาจปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดใด นางจึงไปเขียนเทียบเชิญเพื่อสั่งให้บ่าวไพร่รีบนำไปส่งก่อนเป็นอันดับแรกงานวันนี้ถือเป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัว แขกที่เชิญล้วนเป็นคนในสายเลือดสกุลเสิ่น ทั้งนายท่านผู้เฒ่าฝั่งตรงข้าม บรรดาท่านอาท่านลุงท่านป้าจากเรือนต่าง ๆ กอปรกับเหล่าคุณหนูที่ออกเรือนไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีบรรดาญาติที่เกี่ยวดองและมิตรสหายเก่าแก่ ซึ่งรายชื่อเหล่านี้ก็สามารถค้นหาได้จากเทียบเชิญของปีก่อน ๆเมื่อกำหนดจำนวนคนแน่ชัด จี้หานอีก็สั่งงานลงไปตามลำดับ ทั้งยังเอ่ยปากขอคำชี้แนะเรื่องงานเลี้ยงจากแม่นมฟาง ต่อด้วยเรียกบรรดาผู้ดูแลโรงครัวมาสั่งการอย่างละเอียด ทว่านางก็ยังไม่วางใจ จึงเดินไปตรวจดูที่โรงครัวด้ว

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 744

    เมื่อเสิ่นฉางชินกล่าวจบ เสิ่นฉางหลิงก็ยกมือเกาหัวด้วยความเขินอาย อันที่จริง การที่เขาสามารถกวาดล้างพวกโจรเถื่อนบนเขาต้าหวังและสังหารผู้คนไปมากมายถึงเพียงนั้น ก็เพราะปรารถนาจะแก้แค้นแทนจี้หานอี ทั้งยังต้องการจับกุมตัวเว่ยอู่ให้ได้ด้วยอีกประการหนึ่งคือได้รับคำชี้แนะจากท่านอาห้าจนตาสว่าง จึงได้ลองนำตำราพิชัยสงครามมาปรับใช้เล็กน้อยเมื่อก่อนตอนฝึกซ้อมอยู่ในค่ายทหารเขามักคิดแต่เรื่องเกียจคร้าน ทว่าในช่วงหลายวันที่ออกปราบโจรภูเขา เขากลับคิดได้ว่าหากตนเองยังคงใช้ชีวิตไร้จุดหมายไปวัน ๆ ย่อมไม่มีทางทำสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน บัดนี้เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็จำต้องสังหารพวกโจรภูเขาให้สิ้นซากแต่ก่อนเคยกลัวตาย อยู่ดี ๆ ก็กลับไม่กลัวตายขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเสิ่นฉางชิน ภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงแสดงความยินดี จี้หานอีเองก็แย้มยิ้มพลางกล่าวแสดงความยินดีต่อเสิ่นฉางหลิงไปสองสามประโยคเช่นกันท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีที่ดังเซ็งแซ่จากผู้คนรอบด้าน เสิ่นฉางหลิงผู้นาน ๆ ครั้งจะได้รับคำชมจากผู้อื่นเช่นนี้ จึงยืนยิ้มแป้นอยู่กลางวงคล้ายคนโง่งมผู้หนึ่งครั้นได้ยินเสียงของจี้หานอี เขาก็อ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 743

    เมื่อเช้าขณะเสิ่นซื่อไปล้างหน้าแต่งตัว แม่นมฟางก็เดินมาข้างเตียงนางพลางกระซิบว่า เมื่อวานตอนที่เสิ่นซื่อกลับมา เขาก็กอดจี้หานอีไว้โดยไม่ขยับตัวตลอดทั้งบ่าย เพราะเกรงว่าจะทำให้นางตื่นและเมื่อคืนนี้เสิ่นซื่อก็เป็นคนที่คอยอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง เดิมทีนางคิดว่าเขาเป็นคนปรนนิบัติผู้อื่นไม่เป็น ทว่าความจริงแล้วเสิ่นซื่อกลับทำให้หัวใจของนางอบอุ่นขึ้นมาได้เช่นกันยามนี้เมื่อได้เห็นกำไลทองคำคู่นี้ ภายในใจของจี้หานอีก็บังเกิดระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหว นางมักคิดอยู่เสมอว่า คนที่มีนิสัยเย็นชาเช่นเสิ่นซื่อกลับสามารถปฏิบัติต่อนางได้ดีถึงเพียงนี้ เพราะเขาเองก็ชอบพอนางเช่นกันใช่หรือไม่มือของนางถูกเสิ่นซื่อกุมไว้อีกครั้ง แล้วสัมผัสอันเย็นเยียบก็พลันทาบทับลงบนข้อมือ เป็นเสิ่นซื่อสวมกำไลทองคำคู่นั้นให้นางนั่นเองเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเบื้องหน้า "ชอบหรือไม่?"แก้มนวลของจี้หานอีร้อนผ่าว ขณะหลุบตาลงผงกศีรษะเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเสิ่นซื่อ "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่"เสิ่นซื่อเลิกคิ้วขึ้น กำไลทองคู่นี้เขาตั้งใจคัดสรรมาเพื่อนางโดยเฉพาะ เหตุใดจึงได้รับเพียงคำขอบคุณเล่าที่เขาต้องการหาใช่สิ่งนี้ไ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 742

    จี้หานอีจึงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าอีกครั้งว่า "เมื่อวานท่านแม่เรียกข้าไปพบ บอกว่าอยากอุ้มลูกของข้าไปเลี้ยงดู เมื่อครู่ข้าจึงฝันถึงเรื่องนี้..."กล่าวพลางจี้หานอีก็ค่อย ๆ ช้อนตามองสีหน้าของเสิ่นซื่ออย่างระมัดระวัง นางทำได้เพียงอาศัยช่วงเวลาที่เสิ่นซื่ออ่อนโยนที่สุดเพื่อหยั่งเชิงดูท่าทีของเขาเท่านั้นเรื่องนี้ถูกเก็บกดไว้ในก้นบึ้งหัวใจของจี้หานอีมานับตั้งแต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเอ่ยปาก หากเสิ่นซื่อมีความคิดเช่นนี้ด้วย นางก็คงไม่อยากให้กำเนิดเด็กคนนี้เป็นแน่ที่นี่คือจวนสกุลเสิ่น นางย่อมไม่อาจขัดขวางความต้องการของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น ทว่าเรื่องจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ นางยังพอตัดสินใจเองได้เสิ่นซื่อก้มหน้าลงมองใบหน้าของจี้หานอี เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นของนางคล้ายมีหยดน้ำตาเอ่อคลอ ทอประกายระยิบระยับดั่งดวงดารา กอปรกับร่องรอยของพิษไข้ยิ่งขับเน้นให้นางดูน่าทะนุถนอมจับใจ ต่อให้เป็นภูเขาน้ำแข็งก็คงต้องยอมละลายให้นางในเวลานี้เสิ่นซื่อมองดูด้วยความปวดใจ คิ้วเรียวคู่นั้นขมวดมุ่น ใบหน้าขาวผ่องน่าทะนุถนอม เขาโน้มตัวลงจุมพิตหว่างคิ้วของนางพลางทอดถอนใจ "ป่วยไข้ถึงเพียงนี้แล้ว ยังมีแก่ใจมาคิดเรื่องพวกนี้อ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 741

    ทางด้านเสิ่นซื่อเมื่อกลับมาถึงเรือน ก็พบว่าภายในเรือนเงียบสงัด บรรดาสาวใช้ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ห้องด้านในเหลือเพียงสาวใช้คอยปรนนิบัติอยู่คนเดียวเท่านั้นเมื่อก่อนที่เรือนแห่งนี้ บรรดาสาวใช้พอทำงานเสร็จก็ต้องถอยออกไปรออยู่ด้านนอก ภายในเรือนแทบไม่เหลือสาวใช้คอยเฝ้า ทว่าบัดนี้เมื่อจี้หานอีย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ภายในเรือนจึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างจี้หานอีกำลังหลับสนิท แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเย็นวาบที่มากระทบกายเพียงครู่ ก่อนจะถูกรวบตัวเข้าไปในอ้อมกอด กลิ่นหอมอันแสนคุ้นเคยโชยมาแตะจมูก ครั้นลืมตาขึ้นก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับคู่หนึ่งพอดีเสิ่นซื่อยังคงสวมใส่ชุดขุนนาง ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นอายของตำราและน้ำหมึก ร่างของจี้หานอีอ่อนระทวย ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะพูดคำใด แต่เมื่อเห็นว่าเสิ่นซื่อกลับมาแล้ว ก็พลันบังเกิดความอุ่นใจ นางหลับตาลงอีกครั้งด้วยความสะลึมสะลือ ทว่ามือกลับจับชายแขนเสื้อของเสิ่นซื่อแผ่วเบา คล้ายไม่อยากให้เขาจากไปนี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นซื่อได้เห็นจี้หานอีมีสภาพอ่อนเปลี้ยเช่นนี้ ความจริงร่างกายของจี้หานอีนับว่าแข็งแรงดีมาตลอด จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนางล้มป่วยจริง ๆ ซ้ำยังเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status