Share

บทที่ 8

Penulis: หยกงาม
จี้หานอีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางอึกอักคล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของหรงชุน นางก็ยิ้ม "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร"

พูดจบ จี้หานอีก็มองดูเงาสะท้อนของตนซึ่งยังคงดูซีดเซียวด้วยพิษไข้ในคันฉ่องทองแดง นางปลดเครื่องประดับบนเรือนผมออก พลางกล่าวเนิบช้า "หรงชุน เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าเข้าใจดีว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด"

นางเป็นหลานสะใภ้สกุลเซี่ย ส่วนเซี่ยอวี้เหิงก็เป็นหลานชายคนโตผู้มีอนาคตยาวไกลที่สุดประจำตระกูล จี้หานอีย่อมรู้ดีว่ามีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา เพื่อหาโอกาสจับผิดนาง

ก่อนหน้านี้เพื่อความปรองดอง และเพื่อความสงบสุขในเรือนหลัง นางจึงไม่กล้าทำผิด ไม่กล้าระบายอารมณ์ความรู้สึก ได้แต่อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง พยายามประคับประคองความสัมพันธ์กับเซี่ยอวี้เหิงให้ราบรื่น ด้วยเกรงว่าตนจะเป็นตัวถ่วงของเขา

แต่ชีวิตที่เหลืออยู่อันหนักอึ้งซึ่งมองเห็นจุดจบได้อย่างง่ายดายนี้ กลับทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายนัก

หากต้องติดอยู่ในพันธนาการที่ทั้งน่าอึดอัด ไร้กำลัง และว่างเปล่าเช่นนี้ไปชั่วชีวิต นางก็คิดว่า ให้มันจบสิ้นกันไปเสียคงดีกว่า

จี้หานอีรู้ดีว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่มีทางค้างที่นี่แน่ เรื่องทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ยามเซี่ยอวี้เหิงโกรธ เขาถึงขั้นเคยให้คนส่งตำราโอวาทสตรีและหลักปฏิบัติตัวของสตรีมาให้นางด้วยซ้ำ

เวลานั้นนางมักคิดเสียใจ หรือบางครั้งก็เก็บไปคิดว่าเป็นตนเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีจริง ๆ หรือไม่ แต่เมื่อมาทบทวนดูยามนี้ ต่อให้นางทำดีสักเพียงใด ในใจเขาก็คงมองว่านางดีไม่พออยู่ดี

นางชำระล้างร่างกายอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเรียกสาวใช้ด้านนอกเข้ามาสอบถามสองสามประโยค จึงได้รู้ว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงคงไม่กลับมาแน่

ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใดถึงจะได้พบหน้ากัน เพื่อพูดคุยเรื่องหย่าขาดกับเขาให้จบสิ้น

นางเท้าคาง ทอดสายตามองบานหน้าต่างลายฉลุที่ปิดสนิท เสียงลมหวีดหวิวกระทบหน้าต่าง คล้ายช่วงเวลาที่สกุลจี้เพิ่งประสบเคราะห์กรรม ครั้งนั้นแม้หน้าต่างปิดสนิทเพียงใดก็ไม่อาจขวางกั้นความตื่นตระหนกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งจวนได้เลย

จี้หานอีหลับตาลง ไม่อยากนึกถึงมันอีก

และคืนนั้น เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้กลับมาจริง ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพบเขา สีหน้าของชายหนุ่มก็เย็นชา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความห่างเหิน สายตาเย็นเยียบเฉยชานั้นมองผู้ใดก็ล้วนไร้ไมตรี คล้ายกำลังบีบคั้นให้จี้หานอีเป็นฝ่ายยอมจำนน

แต่จี้หานอีเพียงแสร้งมองไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาล้างหน้าบ้วนปาก

ที่ผ่านมาระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงมักมีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนเสมอ ทำให้แบ่งแยกคนทั้งสองออกจากกันโดยสิ้นเชิง และนางก็ไม่อาจล่วงล้ำเส้นนั้นแม้ครึ่งก้าว

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงแต่งกายเสร็จเตรียมออกจากจวน การกระทำซึ่งเคยเด็ดขาดฉับไวมาโดยตลอด วันนี้กลับสะดุดหยุดลงอยู่ครู่หนึ่งเพราะจี้หานอี

จี้หานอีเองก็แต่งตัวเสร็จแล้วเช่นกัน นางสวมอาภรณ์สีเรียบ บนเรือนผมปักเพียงปิ่นหยกมรกตอันหนึ่ง ภายใต้แสงตะเกียง คิ้วเรียวงามดั่งสายควัน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นปานสายหมอกในป่าไผ่

นางเกิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจ ริมฝีปากสีแดงสด ผิวขาวราวหิมะ ซึ่งดูต่างจากนิสัยที่ค่อนข้างเงียบขรึมมากทีเดียว

เซี่ยอวี้เหิงยืนมองดูนิ่งเงียบ นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในมือประคองเตาอุ่นมือ ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ กำลังกระซิบกับหรงชุนว่าจะเลือกปิ่นอันไหนดี

วันนี้ นางดูเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนราวกับว่านางไม่เคยมีตัวตนอยู่ข้างกายเขา

เขาเคยชินกับการที่นางมักจะเข้ามาพูดคุยด้วยในยามเช้า ทั้งเรื่องราวในเรือน และถ้อยคำกำชับด้วยความห่วงใย

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงันไปเล็กน้อย

เขาพลันตระหนักว่าตนเองก็แทบไม่เคยพูดจากับนางดี ๆ สักครั้ง

ความจริง เมื่อคืนหลังไปส่งหมิงโหรวแล้ว เขาก็ย้อนกลับมายืนฟังเสียงไอของนางอยู่หน้าม่าน เสียงไอที่ดังเป็นระลอกฟังดูทรมาน ชายหนุ่มคิดว่า อย่างไรเสียเขาก็ติดค้างจี้หานอีอยู่จริง ๆ

เมื่อวานท่านอาสามบังเอิญเจอเขา จึงได้พูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเขาทำไม่ถูก เรื่องที่ทำผิดต่อหานอี

ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอและโดดเดี่ยวมาแต่เล็ก เขาเคยรับปากว่าจะดูแลนางให้ดี ในเมื่อหานอีเป็นภรรยาของเขา ก็สมควรช่วยเขาดูแลหมิงโหรว

แต่ท่านอาสามกล่าวว่า การที่เขาพาหมิงโหรวกลับมาก่อนนั้น ไม่ทราบเคยนึกถึงหัวอกภรรยาบ้างหรือไม่

ในฐานะลูกผู้ชาย การทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไว้ข้างหลังและพาผู้อื่นกลับไปก่อน ถือเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม

ภายหลังมาลองตรองดู ถึงได้รู้ว่าการปล่อยให้สตรีผู้หนึ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางดึกเพียงลำพัง ถือเป็นการกระทำที่คิดน้อยเกินไปจริง ๆ

เดิมที เขาคิดว่ารถม้าคงไปรับจี้หานอีกลับมาได้โดยเร็ว จึงไม่ได้ย้อนกลับไปดูอีก

และเรื่องเมื่อคืน เขาจะไม่ถือสานางก็ได้ ขอเพียงนางยอมรับผิดก็พอ

อีกอย่าง ถึงอย่างไรจี้หานอีก็เป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว ทั้งยังอายุมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตามหลักแล้ว จี้หานอีก็สมควรยอมให้หมิงโหรวบ้าง

นอกจากนี้ เขาก็เลือกคู่ครองให้หมิงโหรวไว้แล้ว ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดก็เจรจาสู่ขอได้ทันที

ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเขา ก็ต้องเป็นไปชั่วชีวิต ไยจึงต้องใจแคบถึงเพียงนี้ ซ้ำท่านพ่อก็เคยสั่งเสียให้เขารักษาสัญญา ห้ามรับอนุภรรยา ซึ่งแต่แรกตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความคิดจะรับอนุอยู่แล้ว

แต่เขารอแล้วรอเล่า ก็เห็นเพียงจี้หานอียังคงหลุบตาต่ำ คล้ายไม่มีเจตนาจะปรายตามองเขาสักนิด ครั้งนี้ตนเองอุตส่าห์รอคอย จึงอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ สุดท้ายก็หมุนตัวเลิกม่านเดินออกไป

บ่าวรับใช้ผู้รออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาสวมหมวกกันลมและผูกสายเสื้อคลุมให้เซี่ยอวี้เหิง จี้หานอีเองก็เดินตามออกมา นางให้หรงชุนสวมเสื้อคลุมให้อย่างเงียบงัน เตรียมตัวไปคารวะแม่สามี

เซี่ยอวี้เหิงพลันตวัดสายตาเย็นชามองจี้หานอี แม้แต่ก่อนเขาจะไม่ได้ชอบใจนักที่จี้หานอีมาคอยจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้ แต่พออยู่ดี ๆ นางเลิกทำขึ้นมา เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

เพียงแต่สีหน้าของเขาไม่ได้แปรเปลี่ยน แววตายังคงเย็นชาห่างเหิน เมื่อครู่จึงคล้ายเพียงมองจี้หานอีแวบหนึ่ง ก่อนเดินจากไปตามปกติ

ร่างสูงโปร่งยามยืนหยัดสง่างามราวนกกระเรียน มักทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังให้นางเฝ้ามองเสมอ

จี้หานอีมองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง พลางเรียกเขาคำหนึ่ง "นายท่าน"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึกเมื่อได้ยินคำเรียกนี้

นางไม่เคยเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน เพราะนางเรียกเขาว่าท่านพี่เสมอ นางเคยบอกว่า เรียกเช่นนี้จะทำให้รู้สึกสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

แล้วทำไมนางถึงเปลี่ยนคำเรียกหาเล่า

เซี่ยอวี้เหิงหยุดเท้ายืนอยู่กลางลานเรือนอันมืดสลัว ก่อนหันกลับมามองจี้หานอี

นางยืนอยู่หน้าประตูที่มีแสงสว่าง แม้เห็นใบหน้าไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่ารูปโฉมในชุดเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนนั้นย่อมต้องงดงามหมดจดเป็นแน่

ความจริง เขาเองก็ตกตะลึงในความงามของจี้หานอีตั้งแต่แรกพบ แม้ขณะนั้นนางจะดูเยาว์วัยไร้เดียงสา แต่เรือนผมก็ดกหนาดำขลับ ดวงตาดั่งดารากรในคืนหนาวงามสง่าเสียยิ่งกว่ากิ่งหยก ซ้ำแววตายังเป็นประกายอ่อนโยนอีกด้วย

ทว่านิสัยใจคอของนางกลับไม่ได้งดงามดั่งรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งใจแคบและดีแต่ริษยา คอยหาเรื่องจับผิดหมิงโหรวได้ตลอดเวลา

แม้ยอมยกให้นางเป็นภรรยา แต่เขาก็ไม่ได้ชอบนิสัยของนาง ยามนี้จึงยิ่งรู้สึกผิดหวัง นี่ก็สามปีแล้ว แต่นางก็ยังไม่เปลี่ยนเสียที

พลันได้ยินเสียงจี้หานอีกล่าวขึ้น "คืนนี้ท่านกลับเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านตามลำพัง"

"เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เสียเวลาท่านนานหรอกเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ

หลังเซี่ยอวี้เหิงออกไปแล้ว จี้หานอีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ นางคิดว่าหากเซี่ยอวี้เหิงไม่กลับมา ตนเองก็คงต้องเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ให้เขาเสียแล้วกระมัง

ช่วงหลายวันนี้อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น จี้หานอีหยุดเท้ายืนอยู่บนระเบียงทางเดิน ลมหนาวที่พัดผ่านโถงทางเดินทำเอาขนจิ้งจอกสีขาวบนคอเสื้อคลุมไหวตัว ปัดป่ายผ่านปลายคางอันเย็นเฉียบของนางทีละเส้น

ท้องฟ้ายังคงมืดมิด โคมไฟริมระเบียงแกว่งไกวไปมาตามแรงลม เงาดำบนพื้นวูบวาบพลิ้วไหว

จี้หานอีถอนหายใจ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ให้พูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงตอนนี้ ความจริงนับว่าไม่ใช่เวลาที่ดีนัก

แต่นางก็ไม่อาจทนรอได้แล้วจริง ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Pimonpan PS
เห็นด้วยค่ะ สรุปคือยังไง สมาชิกที่สมัครไปคือสมัครเพื่ออะไร
goodnovel comment avatar
Nidmanakit Manakit
สอบถามค่ะเสียเงินไปหลายร้อยวันนี้อ่านไปเกือบร้อยตอนจนถึงหลี่หมิงโหรวถูกจับได้ว่าใช้แมลงกัดนางเอก จนผู้เฒ่าจะไล่ออกจากจวนแล้ว ทำไมถึงย้อนกลับมาเริ่มตอนที่ 9 แก้ไขให้ด้วยไม่งั้นจะเลิกอ่านละ
goodnovel comment avatar
Namtan Supakchanya
สอบถามหน่อยค่ะ เมื่อสมัครสมาชิก 3เดือนราคา 699 บาทไปแล้ว เข้ามาอ่านหนังสือต้องเสียค่ารายตอนอีกหรอคะ ? ต้องสอบถามไปช่องทางไหนได้บ้างคะ อยากทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน ถ้าต้องเสียค่ารายตอนอยู่ดีจะได้ยกเลิกสมาชิกรายเดือนค่ะ ขอบคุณค่ะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 690

    ตอนที่จี้หานอีเดินออกมาจากห้องหนังสือ นางก็หันกลับไปมองเสิ่นซื่ออีกครั้งร่างสูงใหญ่สวมชุดสีดำกลับมาดูเย็นชาและห่างเหินตามเดิม ช่างต่างจากตอนที่ให้นางนั่งตักเมื่อครู่นี้ลิบลับจี้หานอีรู้สึกว่าแม้ตนเองจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเสิ่นซื่อมาระยะหนึ่งแล้ว แต่นางกลับมองเขาไม่ออกอย่างแท้จริง บางทีอาจเป็นเพราะนางยังไม่เข้าใจเขาดีพอก็เป็นได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าเสิ่นซื่อเป็นคนดียิ่งนักแม้บางเรื่องเขาจะเงียบขรึมเกินไปและไม่ค่อยเอาใจใส่อยู่บ้าง แต่นางก็คิดว่ามีเหตุผลที่พอจะให้อภัย เพราะเสิ่นซื่อมีราชกิจที่ต้องจัดการมากมาย ส่วนตัวนางเป็นเพียงสตรีในเรือนหลัง จึงไม่ได้วุ่นวายเท่าเขาเมื่อแม่นมฟางผู้อยู่ด้านนอกเห็นจี้หานอีถือชามเปล่าเดินออกมา ก็รีบเข้ามาช่วยรับไปจากมือของจี้หานอี ก่อนกระซิบด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “เมื่อก่อนท่านโหวไม่ชอบดื่มน้ำแกงบำรุงใด ๆ เลยเจ้าค่ะ หาได้ยากนักที่ท่านโหวจะยอมดื่มจนหมดเช่นนี้”จี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อดื่มหมดอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ จึงเข้าใจว่าเขาชื่นชอบเสียอีกกอปรกับหวนนึกถึงถ้อยคำของแม่สามีก่อนหน้านี้ และคิดว่าช่วงนี้เสิ่นซื่อมีงานรัดตัว ต่อให้ร่างกายแข็งแรงปาน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 689

    จี้หานอีรับฟังจนตกตะลึง ก่อนถามเสียงแผ่ว “แต่ราชสำนักมีกฎไม่ใช่หรือเจ้าคะว่า ดอกเบี้ยห้ามเกินสามส่วนต่อเดือน?”เสิ่นซื่อหลุบตาลง “โรงแลกเงินในเมืองหลวงล้วนใช้การหักลดเก้าห้า กล่าวคือหากกู้ยืมหนึ่งร้อยตำลึงจะมอบให้เจ้าเก้าสิบห้าตำลึง ทว่าในสัญญากู้ยืมจะเขียนว่าหนึ่งร้อยตำลึง ดอกเบี้ยคิดคำนวณเป็นรายเดือน จากนั้นก็ทบต้นทบดอกต่อไป จึงถือว่าไม่ได้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง”“แต่โรงแลกเงินของหย่งชิงโหวกลับปล่อยกู้ในลักษณะหักลดแปดสาม มุ่งเน้นปล่อยกู้ให้แก่ขุนนางท้องถิ่นที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่โดยเฉพาะ พวกเขาอยากรีบไปรับตำแหน่ง แต่เงินสินบนตามธรรมเนียมที่ต้องมอบให้บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะขาดไม่ได้”“ยิ่งกว่านั้นโรงแลกเงินแห่งนี้มีหย่งชิงโหวกับไทเฮาคอยหนุนหลัง ทั้งยังข่มขู่และใช้ผลประโยชน์ล่อลวง จนผู้คนจำต้องลงนามในหนังสือสัญญากู้ยืม ซ้ำยังส่งคนคอยตามติดขุนนางเหล่านั้นไปจนถึงสถานที่รับตำแหน่ง เพื่อคอยทวงเงินในทุก ๆ วัน”“นายอำเภอในคดีนี้ถูกบีบคั้นจนหาเงินมาจ่ายคืนไม่ได้ สุดท้ายจึงผูกคอตาย”จี้หานอีฟังแล้วก็อกสั่นขวัญผวา นึกไม่ถึงเลยว่าภายใต้ฝ่าพระบาทของฮ่องเต้ จะยังมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 688

    ความจริงจี้หานอีเองก็ไม่เข้าใจ ทั้งที่นางกับเสิ่นซื่อมีสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งต่อกันแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าเสิ่นซื่ออยู่ห่างไกลจากนางเหลือเกิน เช่นเดียวกับที่รู้สึกว่าเสิ่นซื่อเป็นบุคคลผู้อยู่สูงเกินเอื้อมถึงพูดตามตรง ยามนี้จี้หานอีไม่อยากพบหน้าเสิ่นซื่อสักเท่าใด เหตุผลหลักคือสีหน้าของเขาคล้ายไม่เคยมีความอ่อนโยนให้เห็น ดั่งเช่นในเวลานี้ นัยน์ตาที่ทอดมองนางอย่างราบเรียบ คล้ายกำลังไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่นางยกน้ำแกงบำรุงเข้ามา ทว่าเขากลับไม่พูดคำใด ปล่อยให้ผู้อื่นต้องคาดเดาความคิดในใจของเขาไปเองจี้หานอีวางชามน้ำแกงในมือลงบนโต๊ะของเสิ่นซื่อ หลังวางเสร็จก็ปรายตามองม้วนคดีหนาเตอะข้างมือเขา พลางคิดว่าเขาคงกำลังยุ่ง จึงกล่าว “ยามนี้น้ำแกงอุ่นกำลังดี ท่านโหวดื่มก่อนเถิดเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีในชุดตัวในสีขาวนวลตา กลิ่นหอมสะอาดจากกายของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จช่างชวนดมนัก เรือนผมยาวสยายไม่ได้ถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อยและเคร่งครัดเช่นในยามกลางวัน ด้วยตอนนี้ปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาครึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มตวัดสายตามองไปที่ศีรษะของจี้หานอี และก็เป็นปิ่นเงินที่ดูไม่ค่อยงดงามอันนั้นอีกแล้วดูท่าคงไม่ได้เก

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 687

    เสิ่นซื่อตวัดสายตากลับมามองที่จี้หานอีอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของจี้หานอีซีดเผือดลงเล็กน้อยภายใต้แสงตะเกียง นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิดอย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่ต่างจากลูกกระต่ายน้อยที่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัวด้วยความตกใจกลัวท่าทีเช่นนี้ช่างดูคล้ายนางในวัยเยาว์นัก ตอนนางเผลอทำภาพวาดที่เขาสะสมไว้เสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ นางก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพลางกล่าวขอโทษตะกุกตะกักเช่นเดียวกันนี้บนใบหน้าของเสิ่นซื่อไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เพียงเรียกสาวใช้ที่อยู่นอกม่านให้เข้ามาเก็บกวาด ก่อนจะบอกให้จี้หานอีออกไปเปลี่ยนรองเท้าเมื่อจี้หานอีก้มมองดู ถึงได้รู้ว่ารองเท้าของตนก็เปียกชุ่มเช่นกันจี้หานอีขยับริมฝีปาก ก่อนถามเสิ่นซื่อเสียงแผ่ว "แล้วท่านโหวล่ะเจ้าคะ"เสิ่นซื่อไม่ได้ปรายตามองจี้หานอีอีก เขาหันกลับไปจดจ่อกับม้วนคดีตรงหน้า พลางตอบเสียงเรียบ "เจ้าไม่ต้องสนใจข้าหรอก"ถ้อยคำอันแสนเย็นชานั้น ทำเอาหัวใจของจี้หานอีบีบรัด นางได้แต่หมุนตัวเดินออกไปด้านนอกอย่างเงียบงันเมื่อออกมาจัดการตนเองด้านนอกเรียบร้อยแล้ว จี้หานอีก็ตรงไปอาบน้ำก่อนทันที หลังอาบน้ำเสร็จนางก็นั่งลงบนขอบเตียง โดยมีหรงชุนนั่งย่อกายอยู่บ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 686

    ภายในจวนสกุลเสิ่น จี้หานอีกำลังร่วมรับประทานอาหารค่ำกับเสิ่นซื่อแม้จี้หานอีมีนิสัยเนิบนาบอ่อนโยน ทั้งยังค่อนข้างเงียบขรึมและเก็บเนื้อเก็บตัว แต่ก็ไม่ได้เงียบงันจนดูไร้ชีวิตชีวาเช่นเสิ่นซื่อแน่นอนช่วงเวลาที่ทั้งสองได้รับประทานอาหารค่ำร่วมกันนั้นมีไม่มาก เดิมทีคิดว่าเสิ่นซื่อจะไม่กลับมา อาหารค่ำจากโรงครัววันนี้จึงมีแต่จานโปรดของจี้หานอีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจานที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน รสหวานนำ รสเปรี้ยวจัด แล้วก็ยังมีปลาหลีฮื้อทอดรสเผ็ดเล็กน้อยอีกหนึ่งจานบนโต๊ะอาหารทั้งสองต่างไร้ซึ่งวาจา เสิ่นซื่อยิ่งเงียบงันไม่ยอมพูดคุยแม้ครึ่งคำ เขาเพียงคอยคีบอาหารให้จี้หานอีเป็นระยะเช่นเดิมเท่านั้นจี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อคล้ายแทบไม่แตะต้องอาหาร สุดท้ายจึงถามด้วยความลังเลใจว่า “หรือจะให้โรงครัวทำมาให้ใหม่ดีไหมเจ้าคะ?”นั่นเอง เสิ่นซื่อถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมองจี้หานอี แววตานั้นราวคนที่ถูกละเลยมาเนิ่นนาน แฝงไว้ด้วยความแง่งอนระคนตัดพ้อประหนึ่งว่าในที่สุดนางก็นึกถึงเขาเสียทีจี้หานอีเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดตนจึงสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์เช่นนี้ของเสิ่นซื่อ ทั้งที่ใบหน้าของเขายังคงราบเรียบเย็นชา ซ้ำยังคงไว้ซ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 685

    "อีกสองเดือนข้าก็จะอายุครบยี่สิบห้า ข้ารอต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ มิเช่นนั้นท่านพ่อคงได้เฆี่ยนข้าจนเนื้อปริแน่ หรือเจ้าต้องการให้ข้าป่าวประกาศเรื่องนี้ต่อหน้าผู้คนสกุลชุยในเวลานั้นเล่า?"ชุยจาวอวิ๋นรู้สึกตีบตันในลำคอ ชัดเจนว่าชุยจิ่นจวินกำลังพูดข่มขู่ บีบให้นางจำต้องตอบตกลงแผงอกอันแข็งแกร่งดุจผนังทองแดงกำแพงเหล็กของชุยจิ่นจวินกดทับลงมาจนชุยจาวอวิ๋นแทบหายใจไม่ออก ท่วงท่าของทั้งสองยามนี้ช่างดูคลุมเครือชวนให้คิดลึก แม้ภายในรถม้าจะกว้างขวาง แต่ชุยจาวอวิ๋นกลับถูกชุยจิ่นจวินโอบกอดและกดทับไว้ใต้ร่าง ตรึงไว้ตรงมุมหนึ่งจนไม่อาจขยับเขยื้อนลมหายใจร้อนระอุเป่ารดลงมาที่ตัวนาง ตลอดหลายปีนี้ แม้กล่าวว่าชุยจิ่นจวินมักบีบบังคับนาง มักบุกรุกเข้ามาในห้องนอนนางโดยไม่บอกล่วงหน้า ทว่าเขาก็ยังรู้จักหักห้ามใจตนเอง ไม่เคยกระทำการใดเกินงาม ซ้ำมือของเขาก็ไม่เคยลูบคลำบนกายนางสะเปะสะปะ แม้นางจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากตัวเขา แต่เขาก็เพียงประทับจูบนางสองสามหน แล้วก็รีบผละจากไปอย่างรวดเร็วทันทีแต่เวลานี้แววตาของชุยจิ่นจวินกลับไม่เหมือนเดิม แลดูมืดทะมึนน่าหวาดกลัว แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งการรุกล้ำน่าครั่นค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status