Share

บทที่ 8

Author: หยกงาม
จี้หานอีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางอึกอักคล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของหรงชุน นางก็ยิ้ม "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร"

พูดจบ จี้หานอีก็มองดูเงาสะท้อนของตนซึ่งยังคงดูซีดเซียวด้วยพิษไข้ในคันฉ่องทองแดง นางปลดเครื่องประดับบนเรือนผมออก พลางกล่าวเนิบช้า "หรงชุน เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าเข้าใจดีว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด"

นางเป็นหลานสะใภ้สกุลเซี่ย ส่วนเซี่ยอวี้เหิงก็เป็นหลานชายคนโตผู้มีอนาคตยาวไกลที่สุดประจำตระกูล จี้หานอีย่อมรู้ดีว่ามีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา เพื่อหาโอกาสจับผิดนาง

ก่อนหน้านี้เพื่อความปรองดอง และเพื่อความสงบสุขในเรือนหลัง นางจึงไม่กล้าทำผิด ไม่กล้าระบายอารมณ์ความรู้สึก ได้แต่อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง พยายามประคับประคองความสัมพันธ์กับเซี่ยอวี้เหิงให้ราบรื่น ด้วยเกรงว่าตนจะเป็นตัวถ่วงของเขา

แต่ชีวิตที่เหลืออยู่อันหนักอึ้งซึ่งมองเห็นจุดจบได้อย่างง่ายดายนี้ กลับทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายนัก

หากต้องติดอยู่ในพันธนาการที่ทั้งน่าอึดอัด ไร้กำลัง และว่างเปล่าเช่นนี้ไปชั่วชีวิต นางก็คิดว่า ให้มันจบสิ้นกันไปเสียคงดีกว่า

จี้หานอีรู้ดีว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่มีทางค้างที่นี่แน่ เรื่องทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ยามเซี่ยอวี้เหิงโกรธ เขาถึงขั้นเคยให้คนส่งตำราโอวาทสตรีและหลักปฏิบัติตัวของสตรีมาให้นางด้วยซ้ำ

เวลานั้นนางมักคิดเสียใจ หรือบางครั้งก็เก็บไปคิดว่าเป็นตนเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีจริง ๆ หรือไม่ แต่เมื่อมาทบทวนดูยามนี้ ต่อให้นางทำดีสักเพียงใด ในใจเขาก็คงมองว่านางดีไม่พออยู่ดี

นางชำระล้างร่างกายอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเรียกสาวใช้ด้านนอกเข้ามาสอบถามสองสามประโยค จึงได้รู้ว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงคงไม่กลับมาแน่

ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใดถึงจะได้พบหน้ากัน เพื่อพูดคุยเรื่องหย่าขาดกับเขาให้จบสิ้น

นางเท้าคาง ทอดสายตามองบานหน้าต่างลายฉลุที่ปิดสนิท เสียงลมหวีดหวิวกระทบหน้าต่าง คล้ายช่วงเวลาที่สกุลจี้เพิ่งประสบเคราะห์กรรม ครั้งนั้นแม้หน้าต่างปิดสนิทเพียงใดก็ไม่อาจขวางกั้นความตื่นตระหนกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งจวนได้เลย

จี้หานอีหลับตาลง ไม่อยากนึกถึงมันอีก

และคืนนั้น เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้กลับมาจริง ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพบเขา สีหน้าของชายหนุ่มก็เย็นชา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความห่างเหิน สายตาเย็นเยียบเฉยชานั้นมองผู้ใดก็ล้วนไร้ไมตรี คล้ายกำลังบีบคั้นให้จี้หานอีเป็นฝ่ายยอมจำนน

แต่จี้หานอีเพียงแสร้งมองไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาล้างหน้าบ้วนปาก

ที่ผ่านมาระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงมักมีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนเสมอ ทำให้แบ่งแยกคนทั้งสองออกจากกันโดยสิ้นเชิง และนางก็ไม่อาจล่วงล้ำเส้นนั้นแม้ครึ่งก้าว

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงแต่งกายเสร็จเตรียมออกจากจวน การกระทำซึ่งเคยเด็ดขาดฉับไวมาโดยตลอด วันนี้กลับสะดุดหยุดลงอยู่ครู่หนึ่งเพราะจี้หานอี

จี้หานอีเองก็แต่งตัวเสร็จแล้วเช่นกัน นางสวมอาภรณ์สีเรียบ บนเรือนผมปักเพียงปิ่นหยกมรกตอันหนึ่ง ภายใต้แสงตะเกียง คิ้วเรียวงามดั่งสายควัน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นปานสายหมอกในป่าไผ่

นางเกิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจ ริมฝีปากสีแดงสด ผิวขาวราวหิมะ ซึ่งดูต่างจากนิสัยที่ค่อนข้างเงียบขรึมมากทีเดียว

เซี่ยอวี้เหิงยืนมองดูนิ่งเงียบ นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในมือประคองเตาอุ่นมือ ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ กำลังกระซิบกับหรงชุนว่าจะเลือกปิ่นอันไหนดี

วันนี้ นางดูเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนราวกับว่านางไม่เคยมีตัวตนอยู่ข้างกายเขา

เขาเคยชินกับการที่นางมักจะเข้ามาพูดคุยด้วยในยามเช้า ทั้งเรื่องราวในเรือน และถ้อยคำกำชับด้วยความห่วงใย

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงันไปเล็กน้อย

เขาพลันตระหนักว่าตนเองก็แทบไม่เคยพูดจากับนางดี ๆ สักครั้ง

ความจริง เมื่อคืนหลังไปส่งหมิงโหรวแล้ว เขาก็ย้อนกลับมายืนฟังเสียงไอของนางอยู่หน้าม่าน เสียงไอที่ดังเป็นระลอกฟังดูทรมาน ชายหนุ่มคิดว่า อย่างไรเสียเขาก็ติดค้างจี้หานอีอยู่จริง ๆ

เมื่อวานท่านอาสามบังเอิญเจอเขา จึงได้พูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเขาทำไม่ถูก เรื่องที่ทำผิดต่อหานอี

ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอและโดดเดี่ยวมาแต่เล็ก เขาเคยรับปากว่าจะดูแลนางให้ดี ในเมื่อหานอีเป็นภรรยาของเขา ก็สมควรช่วยเขาดูแลหมิงโหรว

แต่ท่านอาสามกล่าวว่า การที่เขาพาหมิงโหรวกลับมาก่อนนั้น ไม่ทราบเคยนึกถึงหัวอกภรรยาบ้างหรือไม่

ในฐานะลูกผู้ชาย การทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไว้ข้างหลังและพาผู้อื่นกลับไปก่อน ถือเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม

ภายหลังมาลองตรองดู ถึงได้รู้ว่าการปล่อยให้สตรีผู้หนึ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางดึกเพียงลำพัง ถือเป็นการกระทำที่คิดน้อยเกินไปจริง ๆ

เดิมที เขาคิดว่ารถม้าคงไปรับจี้หานอีกลับมาได้โดยเร็ว จึงไม่ได้ย้อนกลับไปดูอีก

และเรื่องเมื่อคืน เขาจะไม่ถือสานางก็ได้ ขอเพียงนางยอมรับผิดก็พอ

อีกอย่าง ถึงอย่างไรจี้หานอีก็เป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว ทั้งยังอายุมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตามหลักแล้ว จี้หานอีก็สมควรยอมให้หมิงโหรวบ้าง

นอกจากนี้ เขาก็เลือกคู่ครองให้หมิงโหรวไว้แล้ว ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดก็เจรจาสู่ขอได้ทันที

ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเขา ก็ต้องเป็นไปชั่วชีวิต ไยจึงต้องใจแคบถึงเพียงนี้ ซ้ำท่านพ่อก็เคยสั่งเสียให้เขารักษาสัญญา ห้ามรับอนุภรรยา ซึ่งแต่แรกตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความคิดจะรับอนุอยู่แล้ว

แต่เขารอแล้วรอเล่า ก็เห็นเพียงจี้หานอียังคงหลุบตาต่ำ คล้ายไม่มีเจตนาจะปรายตามองเขาสักนิด ครั้งนี้ตนเองอุตส่าห์รอคอย จึงอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ สุดท้ายก็หมุนตัวเลิกม่านเดินออกไป

บ่าวรับใช้ผู้รออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาสวมหมวกกันลมและผูกสายเสื้อคลุมให้เซี่ยอวี้เหิง จี้หานอีเองก็เดินตามออกมา นางให้หรงชุนสวมเสื้อคลุมให้อย่างเงียบงัน เตรียมตัวไปคารวะแม่สามี

เซี่ยอวี้เหิงพลันตวัดสายตาเย็นชามองจี้หานอี แม้แต่ก่อนเขาจะไม่ได้ชอบใจนักที่จี้หานอีมาคอยจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้ แต่พออยู่ดี ๆ นางเลิกทำขึ้นมา เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

เพียงแต่สีหน้าของเขาไม่ได้แปรเปลี่ยน แววตายังคงเย็นชาห่างเหิน เมื่อครู่จึงคล้ายเพียงมองจี้หานอีแวบหนึ่ง ก่อนเดินจากไปตามปกติ

ร่างสูงโปร่งยามยืนหยัดสง่างามราวนกกระเรียน มักทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังให้นางเฝ้ามองเสมอ

จี้หานอีมองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง พลางเรียกเขาคำหนึ่ง "นายท่าน"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึกเมื่อได้ยินคำเรียกนี้

นางไม่เคยเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน เพราะนางเรียกเขาว่าท่านพี่เสมอ นางเคยบอกว่า เรียกเช่นนี้จะทำให้รู้สึกสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

แล้วทำไมนางถึงเปลี่ยนคำเรียกหาเล่า

เซี่ยอวี้เหิงหยุดเท้ายืนอยู่กลางลานเรือนอันมืดสลัว ก่อนหันกลับมามองจี้หานอี

นางยืนอยู่หน้าประตูที่มีแสงสว่าง แม้เห็นใบหน้าไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่ารูปโฉมในชุดเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนนั้นย่อมต้องงดงามหมดจดเป็นแน่

ความจริง เขาเองก็ตกตะลึงในความงามของจี้หานอีตั้งแต่แรกพบ แม้ขณะนั้นนางจะดูเยาว์วัยไร้เดียงสา แต่เรือนผมก็ดกหนาดำขลับ ดวงตาดั่งดารากรในคืนหนาวงามสง่าเสียยิ่งกว่ากิ่งหยก ซ้ำแววตายังเป็นประกายอ่อนโยนอีกด้วย

ทว่านิสัยใจคอของนางกลับไม่ได้งดงามดั่งรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งใจแคบและดีแต่ริษยา คอยหาเรื่องจับผิดหมิงโหรวได้ตลอดเวลา

แม้ยอมยกให้นางเป็นภรรยา แต่เขาก็ไม่ได้ชอบนิสัยของนาง ยามนี้จึงยิ่งรู้สึกผิดหวัง นี่ก็สามปีแล้ว แต่นางก็ยังไม่เปลี่ยนเสียที

พลันได้ยินเสียงจี้หานอีกล่าวขึ้น "คืนนี้ท่านกลับเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านตามลำพัง"

"เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เสียเวลาท่านนานหรอกเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ

หลังเซี่ยอวี้เหิงออกไปแล้ว จี้หานอีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ นางคิดว่าหากเซี่ยอวี้เหิงไม่กลับมา ตนเองก็คงต้องเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ให้เขาเสียแล้วกระมัง

ช่วงหลายวันนี้อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น จี้หานอีหยุดเท้ายืนอยู่บนระเบียงทางเดิน ลมหนาวที่พัดผ่านโถงทางเดินทำเอาขนจิ้งจอกสีขาวบนคอเสื้อคลุมไหวตัว ปัดป่ายผ่านปลายคางอันเย็นเฉียบของนางทีละเส้น

ท้องฟ้ายังคงมืดมิด โคมไฟริมระเบียงแกว่งไกวไปมาตามแรงลม เงาดำบนพื้นวูบวาบพลิ้วไหว

จี้หานอีถอนหายใจ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ให้พูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงตอนนี้ ความจริงนับว่าไม่ใช่เวลาที่ดีนัก

แต่นางก็ไม่อาจทนรอได้แล้วจริง ๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (3)
goodnovel comment avatar
Pimonpan PS
เห็นด้วยค่ะ สรุปคือยังไง สมาชิกที่สมัครไปคือสมัครเพื่ออะไร
goodnovel comment avatar
Nidmanakit Manakit
สอบถามค่ะเสียเงินไปหลายร้อยวันนี้อ่านไปเกือบร้อยตอนจนถึงหลี่หมิงโหรวถูกจับได้ว่าใช้แมลงกัดนางเอก จนผู้เฒ่าจะไล่ออกจากจวนแล้ว ทำไมถึงย้อนกลับมาเริ่มตอนที่ 9 แก้ไขให้ด้วยไม่งั้นจะเลิกอ่านละ
goodnovel comment avatar
Namtan Supakchanya
สอบถามหน่อยค่ะ เมื่อสมัครสมาชิก 3เดือนราคา 699 บาทไปแล้ว เข้ามาอ่านหนังสือต้องเสียค่ารายตอนอีกหรอคะ ? ต้องสอบถามไปช่องทางไหนได้บ้างคะ อยากทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน ถ้าต้องเสียค่ารายตอนอยู่ดีจะได้ยกเลิกสมาชิกรายเดือนค่ะ ขอบคุณค่ะ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 742

    จี้หานอีจึงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าอีกครั้งว่า "เมื่อวานท่านแม่เรียกข้าไปพบ บอกว่าอยากอุ้มลูกของข้าไปเลี้ยงดู เมื่อครู่ข้าจึงฝันถึงเรื่องนี้..."กล่าวพลางจี้หานอีก็ค่อย ๆ ช้อนตามองสีหน้าของเสิ่นซื่ออย่างระมัดระวัง นางทำได้เพียงอาศัยช่วงเวลาที่เสิ่นซื่ออ่อนโยนที่สุดเพื่อหยั่งเชิงดูท่าทีของเขาเท่านั้นเรื่องนี้ถูกเก็บกดไว้ในก้นบึ้งหัวใจของจี้หานอีมานับตั้งแต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเอ่ยปาก หากเสิ่นซื่อมีความคิดเช่นนี้ด้วย นางก็คงไม่อยากให้กำเนิดเด็กคนนี้เป็นแน่ที่นี่คือจวนสกุลเสิ่น นางย่อมไม่อาจขัดขวางความต้องการของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น ทว่าเรื่องจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ นางยังพอตัดสินใจเองได้เสิ่นซื่อก้มหน้าลงมองใบหน้าของจี้หานอี เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นของนางคล้ายมีหยดน้ำตาเอ่อคลอ ทอประกายระยิบระยับดั่งดวงดารา กอปรกับร่องรอยของพิษไข้ยิ่งขับเน้นให้นางดูน่าทะนุถนอมจับใจ ต่อให้เป็นภูเขาน้ำแข็งก็คงต้องยอมละลายให้นางในเวลานี้เสิ่นซื่อมองดูด้วยความปวดใจ คิ้วเรียวคู่นั้นขมวดมุ่น ใบหน้าขาวผ่องน่าทะนุถนอม เขาโน้มตัวลงจุมพิตหว่างคิ้วของนางพลางทอดถอนใจ "ป่วยไข้ถึงเพียงนี้แล้ว ยังมีแก่ใจมาคิดเรื่องพวกนี้อ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 741

    ทางด้านเสิ่นซื่อเมื่อกลับมาถึงเรือน ก็พบว่าภายในเรือนเงียบสงัด บรรดาสาวใช้ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ห้องด้านในเหลือเพียงสาวใช้คอยปรนนิบัติอยู่คนเดียวเท่านั้นเมื่อก่อนที่เรือนแห่งนี้ บรรดาสาวใช้พอทำงานเสร็จก็ต้องถอยออกไปรออยู่ด้านนอก ภายในเรือนแทบไม่เหลือสาวใช้คอยเฝ้า ทว่าบัดนี้เมื่อจี้หานอีย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ภายในเรือนจึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างจี้หานอีกำลังหลับสนิท แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเย็นวาบที่มากระทบกายเพียงครู่ ก่อนจะถูกรวบตัวเข้าไปในอ้อมกอด กลิ่นหอมอันแสนคุ้นเคยโชยมาแตะจมูก ครั้นลืมตาขึ้นก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับคู่หนึ่งพอดีเสิ่นซื่อยังคงสวมใส่ชุดขุนนาง ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นอายของตำราและน้ำหมึก ร่างของจี้หานอีอ่อนระทวย ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะพูดคำใด แต่เมื่อเห็นว่าเสิ่นซื่อกลับมาแล้ว ก็พลันบังเกิดความอุ่นใจ นางหลับตาลงอีกครั้งด้วยความสะลึมสะลือ ทว่ามือกลับจับชายแขนเสื้อของเสิ่นซื่อแผ่วเบา คล้ายไม่อยากให้เขาจากไปนี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นซื่อได้เห็นจี้หานอีมีสภาพอ่อนเปลี้ยเช่นนี้ ความจริงร่างกายของจี้หานอีนับว่าแข็งแรงดีมาตลอด จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นนางล้มป่วยจริง ๆ ซ้ำยังเ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 740

    ผ่านไปอึดใจใหญ่ ในที่สุดท่านหมอหลวงก็ปล่อยมือออก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นสั่งให้คนภายในห้องถอยออกไปทั้งหมด กระทั่งบ่าวไพร่ข้างกายก็ยังถูกไล่ออกไป ก่อนถามอย่างตรงไปตรงมา “นางสามารถมีทายาทได้หรือไม่?”เมื่อจี้หานอีได้ยินประโยคนั้น สองมือก็พลันกำเข้าหากันแน่นขึ้นไม่นานนัก เสียงของท่านหมอหลวงจากด้านนอกก็ตอบว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดวางใจ ร่างกายของฮูหยินไร้ซึ่งอันตราย พื้นฐานสุขภาพนับว่าดีเยี่ยม เพียงมีอาการปราณและโลหิตพร่องไปบ้างเล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่อการให้กำเนิดทายาทแน่นอนขอรับ”เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นได้ฟังคำตอบ ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงสั่งให้คนไปส่งท่านหมอหลวงเซี่ย ก่อนจะหันกลับมาปรายตามองม่านกั้นเตียงอีกปราดหนึ่ง สุดท้ายก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวการที่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมาเยือนแล้วก็จากไปเช่นนี้ จี้หานอีย่อมเข้าใจเจตนาของหญิงชราดี คงไม่พ้นรู้สึกว่าช่วงนี้นางล้มป่วยบ่อยเกินไปนั่นเองแต่นางเพิ่งจะล้มป่วยจริง ๆ ครั้งนี้ครั้งเดียว ส่วนหลายครั้งก่อนหน้าล้วนเป็นข้ออ้างที่เสิ่นซื่อกล่าวต่อฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเองทั้งสิ้น แม่นมฟางเดินเข้ามาหาจี้หานอีพลางปลอบว่าอย่าได

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 739

    แม่นมฟางย่อมมองออกเช่นกันว่า บ่าวไพร่ในจวนแห่งนี้อยู่ในกำมือของนางไป๋แทบทั้งหมด บรรดาผู้ดูแลก็ล้วนเชื่อฟังนางไป๋ บัดนี้มีเพียงโรงครัวที่ฮูหยินรองดูแลอยู่เท่านั้น ที่มือของนางไป๋เอื้อมไปไม่ถึงการที่นางไป๋มาเยือนยามนี้ แปดในสิบส่วนคงเป็นเพราะได้ยินข่าวคราวบางอย่าง จึงคิดมาสืบดูว่าฮูหยินรองตั้งครรภ์แล้วใช่หรือไม่แต่อย่างไรนางไป๋ก็เป็นถึงฮูหยินใหญ่ประจำจวน ทั้งยังจัดการเรื่องราวมากมายภายในจวน แม่นมฟางจึงปฏิบัติต่อนางไป๋ด้วยความเกรงอกเกรงใจ โดยบอกเพียงว่าฮูหยินรองป่วยด้วยไข้ลมหนาว ไม่สะดวกให้เข้าพบ กว่าจะหาทางเชิญกลับไปได้ก็เล่นเอาเหนื่อยทีเดียวเมื่อนางไป๋เดินออกมาจากเรือนซงเฮ่อ สีหน้าก็พลันเรียบเฉย เมื่อเห็นว่าคนของเรือนซงเฮ่อระแวดระวังถึงเพียงนี้ หรือว่าจะตั้งครรภ์แล้วจริง ๆ แต่จงใจปิดบังไว้กันแน่พูดตามตรง นางไป๋เองก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร ได้แต่นึกถึงคำพูดของจี้หานอีเมื่อคราวก่อน คนครอบครัวเดียวกันต้องแก่งแย่งกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?กอปรกับตอนนี้น้องชายนางยังไม่ถูกปล่อยตัวออกมา หากถูกคุมขังไว้สักครึ่งค่อนปีจริง ๆ ตอนปล่อยตัวออกมาก็คาดว่าคงมีสภาพไม่เหมือนคนแล้ว นางไป๋จึงไม่กล้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 738

    หลังเสิ่นซื่อได้ยินคำพูดของแม่นมฟางก็ชะงักงัน สายตาตวัดมองไปที่แม่นมฟางทันทีแม่นมฟางรีบกล่าวต่อ "บ่าวดูแล้ว ฮูหยินอาจตั้งครรภ์ก็เป็นได้เจ้าค่ะ"เมื่อแม่นมฟางพูดจบ ภายในห้องก็พลันเงียบงันในทันใดจี้หานอีเองก็เงยหน้าขึ้นมองแม่นมฟาง รู้สึกคลื่นเหียนอย่างรุนแรง ทั้งยังเวียนศีรษะ หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริง ๆ ?ในอดีตมารดาก็เคยบอกเล่าเรื่องราวตอนตั้งครรภ์ให้นางรับฟัง อาการก็เป็นดั่งเช่นที่แม่นมฟางกล่าวมาไม่มีผิดมือของเสิ่นซื่อที่กอบกุมอยู่บนท่อนแขนของจี้หานอีพลันกระชับแน่นขึ้น ก่อนจะรีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอประจำจวนมาโดยเร็วไม่นานนักท่านหมอประจำจวนก็เร่งรุดมาถึง เสิ่นซื่อโอบกอดจี้หานอี ภายในใจนึกตึงเครียดขึ้นมาเช่นกันหากจี้หานอีตั้งครรภ์จริง ๆ ตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกยินดีมากนัก กลับรู้สึกว่าออกจะเร็วเกินไปด้วยซ้ำเขากับจี้หานอีแต่งงานกันมาเพียงสองเดือน บัดนี้เพิ่งได้ลิ้มรสความสุนทรีย์ของสามีภรรยา จี้หานอีกลับมาตั้งครรภ์เสียแล้ว สำหรับเขา เรื่องนี้ช่างรวดเร็วเกินไปเขาจ้องมองท่านหมอประจำจวนผู้จับชีพจรเสร็จแล้วก็ปล่อยมือออก ขณะถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ตั้งครรภ์หรือไม่?"ท่านหมอประจำจวน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 737

    เรื่องนี้จะโทษเขาก็ไม่ได้ เป็นจี้หานอีที่ยั่วยวนก่อน ทั้งกอดเอวทั้งคล้องคอ ซ้ำยังแนบเรือนร่างอันอ่อนนุ่มเข้าหาอีก คืนนี้หากไม่ได้ใช้ท่านี้สักหน่อยคงไม่ได้แล้วเขาคลายมือที่วางอยู่บนแผ่นหลังของจี้หานอี ปล่อยให้นางกอดตนเองไว้ด้วยความตกใจ เสิ่นซื่อเลื่อนมือดึงสาบเสื้อนางออก อาภรณ์ประจำช่วงวสันตฤดูนั้นบางเบา เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่อง เสิ่นซื่อก้มหน้าลงไปครอบครองมันทันทีฉากกั้นด้านข้างสะท้อนเงาร่างของคนทั้งสองทาบทับกัน เรือนร่างอรชรนั่งอยู่บนกายเสิ่นซื่อ แว่วเสียงจี้หานอีร้องว่าเหนื่อยล้าดังมาเป็นระยะ จากนั้นก็เป็นเสิ่นซื่อที่คอยประคองเอวนางไว้ไม่ยอมให้หยุดพักตอนที่เรื่องราวยุติลง ทั้งร่างของจี้หานอีก็เหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรงนางอยากอาละวาด และระเบิดอารมณ์ใส่เสิ่นซื่อ ภายในใจรู้สึกขุ่นเคืองยิ่งเมื่อครู่เสิ่นซื่อเพียงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าแลดูสูงศักดิ์สง่างาม เสื้อผ้าบนกายก็ยังสวมใส่ครบถ้วน ทว่านางกลับถูกเขาปลดเปลื้องอาภรณ์จนหลุดลุ่ย ซ้ำยังบังคับให้นางเป็นฝ่ายขยับ หากไม่ขยับเขาก็จะฟาดฝ่ามือลงมาที่สะโพกนาง ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย กระทั่งตอนนี้นางก็ยังไม่อยากปรายตามองเสิ่นซื่อสักนิดเส

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status