Share

บทที่ 8

Author: หยกงาม
จี้หานอีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางอึกอักคล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของหรงชุน นางก็ยิ้ม "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร"

พูดจบ จี้หานอีก็มองดูเงาสะท้อนของตนซึ่งยังคงดูซีดเซียวด้วยพิษไข้ในคันฉ่องทองแดง นางปลดเครื่องประดับบนเรือนผมออก พลางกล่าวเนิบช้า "หรงชุน เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าเข้าใจดีว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด"

นางเป็นหลานสะใภ้สกุลเซี่ย ส่วนเซี่ยอวี้เหิงก็เป็นหลานชายคนโตผู้มีอนาคตยาวไกลที่สุดประจำตระกูล จี้หานอีย่อมรู้ดีว่ามีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา เพื่อหาโอกาสจับผิดนาง

ก่อนหน้านี้เพื่อความปรองดอง และเพื่อความสงบสุขในเรือนหลัง นางจึงไม่กล้าทำผิด ไม่กล้าระบายอารมณ์ความรู้สึก ได้แต่อดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง พยายามประคับประคองความสัมพันธ์กับเซี่ยอวี้เหิงให้ราบรื่น ด้วยเกรงว่าตนจะเป็นตัวถ่วงของเขา

แต่ชีวิตที่เหลืออยู่อันหนักอึ้งซึ่งมองเห็นจุดจบได้อย่างง่ายดายนี้ กลับทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายนัก

หากต้องติดอยู่ในพันธนาการที่ทั้งน่าอึดอัด ไร้กำลัง และว่างเปล่าเช่นนี้ไปชั่วชีวิต นางก็คิดว่า ให้มันจบสิ้นกันไปเสียคงดีกว่า

จี้หานอีรู้ดีว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงไม่มีทางค้างที่นี่แน่ เรื่องทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ยามเซี่ยอวี้เหิงโกรธ เขาถึงขั้นเคยให้คนส่งตำราโอวาทสตรีและหลักปฏิบัติตัวของสตรีมาให้นางด้วยซ้ำ

เวลานั้นนางมักคิดเสียใจ หรือบางครั้งก็เก็บไปคิดว่าเป็นตนเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีจริง ๆ หรือไม่ แต่เมื่อมาทบทวนดูยามนี้ ต่อให้นางทำดีสักเพียงใด ในใจเขาก็คงมองว่านางดีไม่พออยู่ดี

นางชำระล้างร่างกายอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเรียกสาวใช้ด้านนอกเข้ามาสอบถามสองสามประโยค จึงได้รู้ว่าคืนนี้เซี่ยอวี้เหิงคงไม่กลับมาแน่

ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใดถึงจะได้พบหน้ากัน เพื่อพูดคุยเรื่องหย่าขาดกับเขาให้จบสิ้น

นางเท้าคาง ทอดสายตามองบานหน้าต่างลายฉลุที่ปิดสนิท เสียงลมหวีดหวิวกระทบหน้าต่าง คล้ายช่วงเวลาที่สกุลจี้เพิ่งประสบเคราะห์กรรม ครั้งนั้นแม้หน้าต่างปิดสนิทเพียงใดก็ไม่อาจขวางกั้นความตื่นตระหนกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งจวนได้เลย

จี้หานอีหลับตาลง ไม่อยากนึกถึงมันอีก

และคืนนั้น เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้กลับมาจริง ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพบเขา สีหน้าของชายหนุ่มก็เย็นชา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความห่างเหิน สายตาเย็นเยียบเฉยชานั้นมองผู้ใดก็ล้วนไร้ไมตรี คล้ายกำลังบีบคั้นให้จี้หานอีเป็นฝ่ายยอมจำนน

แต่จี้หานอีเพียงแสร้งมองไม่เห็น ก้มหน้าก้มตาล้างหน้าบ้วนปาก

ที่ผ่านมาระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงมักมีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนเสมอ ทำให้แบ่งแยกคนทั้งสองออกจากกันโดยสิ้นเชิง และนางก็ไม่อาจล่วงล้ำเส้นนั้นแม้ครึ่งก้าว

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงแต่งกายเสร็จเตรียมออกจากจวน การกระทำซึ่งเคยเด็ดขาดฉับไวมาโดยตลอด วันนี้กลับสะดุดหยุดลงอยู่ครู่หนึ่งเพราะจี้หานอี

จี้หานอีเองก็แต่งตัวเสร็จแล้วเช่นกัน นางสวมอาภรณ์สีเรียบ บนเรือนผมปักเพียงปิ่นหยกมรกตอันหนึ่ง ภายใต้แสงตะเกียง คิ้วเรียวงามดั่งสายควัน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นปานสายหมอกในป่าไผ่

นางเกิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจ ริมฝีปากสีแดงสด ผิวขาวราวหิมะ ซึ่งดูต่างจากนิสัยที่ค่อนข้างเงียบขรึมมากทีเดียว

เซี่ยอวี้เหิงยืนมองดูนิ่งเงียบ นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในมือประคองเตาอุ่นมือ ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ กำลังกระซิบกับหรงชุนว่าจะเลือกปิ่นอันไหนดี

วันนี้ นางดูเงียบผิดปกติ เงียบเสียจนราวกับว่านางไม่เคยมีตัวตนอยู่ข้างกายเขา

เขาเคยชินกับการที่นางมักจะเข้ามาพูดคุยด้วยในยามเช้า ทั้งเรื่องราวในเรือน และถ้อยคำกำชับด้วยความห่วงใย

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงันไปเล็กน้อย

เขาพลันตระหนักว่าตนเองก็แทบไม่เคยพูดจากับนางดี ๆ สักครั้ง

ความจริง เมื่อคืนหลังไปส่งหมิงโหรวแล้ว เขาก็ย้อนกลับมายืนฟังเสียงไอของนางอยู่หน้าม่าน เสียงไอที่ดังเป็นระลอกฟังดูทรมาน ชายหนุ่มคิดว่า อย่างไรเสียเขาก็ติดค้างจี้หานอีอยู่จริง ๆ

เมื่อวานท่านอาสามบังเอิญเจอเขา จึงได้พูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเขาทำไม่ถูก เรื่องที่ทำผิดต่อหานอี

ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอและโดดเดี่ยวมาแต่เล็ก เขาเคยรับปากว่าจะดูแลนางให้ดี ในเมื่อหานอีเป็นภรรยาของเขา ก็สมควรช่วยเขาดูแลหมิงโหรว

แต่ท่านอาสามกล่าวว่า การที่เขาพาหมิงโหรวกลับมาก่อนนั้น ไม่ทราบเคยนึกถึงหัวอกภรรยาบ้างหรือไม่

ในฐานะลูกผู้ชาย การทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไว้ข้างหลังและพาผู้อื่นกลับไปก่อน ถือเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม

ภายหลังมาลองตรองดู ถึงได้รู้ว่าการปล่อยให้สตรีผู้หนึ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางดึกเพียงลำพัง ถือเป็นการกระทำที่คิดน้อยเกินไปจริง ๆ

เดิมที เขาคิดว่ารถม้าคงไปรับจี้หานอีกลับมาได้โดยเร็ว จึงไม่ได้ย้อนกลับไปดูอีก

และเรื่องเมื่อคืน เขาจะไม่ถือสานางก็ได้ ขอเพียงนางยอมรับผิดก็พอ

อีกอย่าง ถึงอย่างไรจี้หานอีก็เป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว ทั้งยังอายุมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตามหลักแล้ว จี้หานอีก็สมควรยอมให้หมิงโหรวบ้าง

นอกจากนี้ เขาก็เลือกคู่ครองให้หมิงโหรวไว้แล้ว ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดก็เจรจาสู่ขอได้ทันที

ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเขา ก็ต้องเป็นไปชั่วชีวิต ไยจึงต้องใจแคบถึงเพียงนี้ ซ้ำท่านพ่อก็เคยสั่งเสียให้เขารักษาสัญญา ห้ามรับอนุภรรยา ซึ่งแต่แรกตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความคิดจะรับอนุอยู่แล้ว

แต่เขารอแล้วรอเล่า ก็เห็นเพียงจี้หานอียังคงหลุบตาต่ำ คล้ายไม่มีเจตนาจะปรายตามองเขาสักนิด ครั้งนี้ตนเองอุตส่าห์รอคอย จึงอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ สุดท้ายก็หมุนตัวเลิกม่านเดินออกไป

บ่าวรับใช้ผู้รออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาสวมหมวกกันลมและผูกสายเสื้อคลุมให้เซี่ยอวี้เหิง จี้หานอีเองก็เดินตามออกมา นางให้หรงชุนสวมเสื้อคลุมให้อย่างเงียบงัน เตรียมตัวไปคารวะแม่สามี

เซี่ยอวี้เหิงพลันตวัดสายตาเย็นชามองจี้หานอี แม้แต่ก่อนเขาจะไม่ได้ชอบใจนักที่จี้หานอีมาคอยจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้ แต่พออยู่ดี ๆ นางเลิกทำขึ้นมา เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

เพียงแต่สีหน้าของเขาไม่ได้แปรเปลี่ยน แววตายังคงเย็นชาห่างเหิน เมื่อครู่จึงคล้ายเพียงมองจี้หานอีแวบหนึ่ง ก่อนเดินจากไปตามปกติ

ร่างสูงโปร่งยามยืนหยัดสง่างามราวนกกระเรียน มักทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังให้นางเฝ้ามองเสมอ

จี้หานอีมองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง พลางเรียกเขาคำหนึ่ง "นายท่าน"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึกเมื่อได้ยินคำเรียกนี้

นางไม่เคยเรียกเขาเช่นนี้มาก่อน เพราะนางเรียกเขาว่าท่านพี่เสมอ นางเคยบอกว่า เรียกเช่นนี้จะทำให้รู้สึกสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

แล้วทำไมนางถึงเปลี่ยนคำเรียกหาเล่า

เซี่ยอวี้เหิงหยุดเท้ายืนอยู่กลางลานเรือนอันมืดสลัว ก่อนหันกลับมามองจี้หานอี

นางยืนอยู่หน้าประตูที่มีแสงสว่าง แม้เห็นใบหน้าไม่ชัดนัก แต่ก็พอดูออกว่ารูปโฉมในชุดเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนนั้นย่อมต้องงดงามหมดจดเป็นแน่

ความจริง เขาเองก็ตกตะลึงในความงามของจี้หานอีตั้งแต่แรกพบ แม้ขณะนั้นนางจะดูเยาว์วัยไร้เดียงสา แต่เรือนผมก็ดกหนาดำขลับ ดวงตาดั่งดารากรในคืนหนาวงามสง่าเสียยิ่งกว่ากิ่งหยก ซ้ำแววตายังเป็นประกายอ่อนโยนอีกด้วย

ทว่านิสัยใจคอของนางกลับไม่ได้งดงามดั่งรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งใจแคบและดีแต่ริษยา คอยหาเรื่องจับผิดหมิงโหรวได้ตลอดเวลา

แม้ยอมยกให้นางเป็นภรรยา แต่เขาก็ไม่ได้ชอบนิสัยของนาง ยามนี้จึงยิ่งรู้สึกผิดหวัง นี่ก็สามปีแล้ว แต่นางก็ยังไม่เปลี่ยนเสียที

พลันได้ยินเสียงจี้หานอีกล่าวขึ้น "คืนนี้ท่านกลับเร็วหน่อยได้หรือไม่? ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านตามลำพัง"

"เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เสียเวลาท่านนานหรอกเจ้าค่ะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ

หลังเซี่ยอวี้เหิงออกไปแล้ว จี้หานอีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจ ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ นางคิดว่าหากเซี่ยอวี้เหิงไม่กลับมา ตนเองก็คงต้องเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ให้เขาเสียแล้วกระมัง

ช่วงหลายวันนี้อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น จี้หานอีหยุดเท้ายืนอยู่บนระเบียงทางเดิน ลมหนาวที่พัดผ่านโถงทางเดินทำเอาขนจิ้งจอกสีขาวบนคอเสื้อคลุมไหวตัว ปัดป่ายผ่านปลายคางอันเย็นเฉียบของนางทีละเส้น

ท้องฟ้ายังคงมืดมิด โคมไฟริมระเบียงแกว่งไกวไปมาตามแรงลม เงาดำบนพื้นวูบวาบพลิ้วไหว

จี้หานอีถอนหายใจ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ให้พูดเรื่องหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิงตอนนี้ ความจริงนับว่าไม่ใช่เวลาที่ดีนัก

แต่นางก็ไม่อาจทนรอได้แล้วจริง ๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (4)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ท่านพี่แล้วท่านจะหนาวเมื่อฮูหยินน้อยหมดใจ 5556
goodnovel comment avatar
Pimonpan PS
เห็นด้วยค่ะ สรุปคือยังไง สมาชิกที่สมัครไปคือสมัครเพื่ออะไร
goodnovel comment avatar
Nidmanakit Manakit
สอบถามค่ะเสียเงินไปหลายร้อยวันนี้อ่านไปเกือบร้อยตอนจนถึงหลี่หมิงโหรวถูกจับได้ว่าใช้แมลงกัดนางเอก จนผู้เฒ่าจะไล่ออกจากจวนแล้ว ทำไมถึงย้อนกลับมาเริ่มตอนที่ 9 แก้ไขให้ด้วยไม่งั้นจะเลิกอ่านละ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 866

    “เดิมทีที่ข้าเข้าเมืองหลวง ก็หวังได้แต่งงานดี ๆ สักครั้ง รวมถึงได้ครองคู่กับบุรุษที่ดีที่สุดในเมืองหลวง เพราะอยากเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตนเองเจ้าค่ะ”“สักวันหนึ่งท่านอาสะใภ้จะเข้าใจว่า ทุกคำที่ข้าพูดในวันนี้ล้วนเป็นความจริง”จี้หานอีพินิจซุนเป่าฉยงอยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายมีความสุขุมเยือกเย็นอย่างหาได้ยากยิ่ง จึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่านางเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและซุนเป่าฉยงก็รู้ดีว่าควรทำอย่างไรให้ผู้อื่นยอมเปิดใจ เพียงบอกเล่าจุดอ่อนและความทุกข์ใจของตน ก็ทำให้คนฟังเกิดความเห็นใจ จนเผลอเปิดใจให้นางโดยไม่รู้ตัวแต่จี้หานอีผ่านการเข้าสังคมในงานเลี้ยงมามากมาย ยิ่งรู้ดีว่าการคบหาสมาคมระหว่างสตรีในเรือนหลังมีเรื่องราวให้เรียนรู้อยู่ไม่น้อย ข้อห้ามสำคัญที่สุดคือการพูดเรื่องลึกซึ้งกับคนที่ยังไม่สนิทสนมกระนั้นเมื่อได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของซุนเป่าฉยง นางก็สัมผัสได้ถึงความอับจนหนทางอยู่หลายส่วน เสิ่นซื่อเองเคยบอกว่าไทเฮาไม่ได้ทรงรักใคร่เอ็นดูซุนเป่าฉยงสักเท่าใด หากทรงเอ็นดูนางจริง ก็คงไม่ให้นางแต่งเข้าสกุลเสิ่น กล่าวถึงที่สุดแล้ว จะบอกว่านางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งก็คงไม่ผิดจี้หานอีกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 865

    ซุนเป่าฉยงรู้ดีว่ายามนี้จี้หานอีไม่ขาดแคลนสิ่งใด เพียงมองข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนี้ก็รู้แล้วว่า ของดีที่จี้หานอีเคยพบเห็นย่อมไม่น้อยไปกว่านางความจริงการมอบของขวัญไม่ได้อยู่ที่ว่าของสิ่งนั้นมีราคาเท่าใด สิ่งสำคัญคือความใส่ใจต่างหากต่อให้เป็นของดีสักเพียงใด ในสายตาคนสกุลเสิ่นก็คงไม่ได้วิเศษอันใดนักซุนเป่าฉยงรู้ว่าสิ่งที่จี้หานอีต้องการมากที่สุดเวลานี้คงไม่พ้นการมีบุตร จึงนำรูปเคารพเจ้าแม่กวนอิมประทานบุตรมามอบให้หนึ่งองค์นางกล่าวต่อ “เมื่อวานข้าไปขอเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้จากวัดฝ่าฮวามาให้ท่านอาสะใภ้ด้วยตนเอง หวังเพียงว่าท่านอาสะใภ้จะชอบเจ้าค่ะ”จี้หานอีมองรูปเคารพเจ้าแม่กวนอิมประทานบุตรองค์นั้น ในห้องเก็บของมีอยู่กี่องค์แล้วไม่ทราบ นางเพียงกล่าว “เจ้าเก็บไว้เถิด ตัวเจ้าเองก็คงต้องการเช่นกัน”สีหน้าของซุนเป่าฉยงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเผยแววเขินอายออกมา “สำหรับข้ายังอีกนานเจ้าค่ะ”นางเลื่อนของขวัญกลับไปตรงหน้าจี้หานอีอีกครั้ง “นี่เป็นน้ำใจจากข้า ท่านอาสะใภ้รับไว้เถิด”จี้หานอีมองสีหน้าของซุนเป่าฉยง อีกฝ่ายมอบของขวัญให้คนในจวนสกุลเสิ่นครบแล้ว ไม่ว่านางจะรับหรือไม่ก็คงไม่ต่างกัน ทั้ง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 864

    แม่นมฟางกล่าวกับจี้หานอีด้วยเสียงกระซิบ “เมื่อเช้าตอนถิงอวี่จากโรงครัวไปส่งน้ำแกงบำรุงร่างกาย นางเล่าว่าฮูหยินน้อยผู้นี้ช่างรู้จักธรรมเนียมและการวางตัว แม้แต่สาวใช้ที่บังเอิญพบระหว่างทางก็ยังให้เงินรางวัล พอไปถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ก็ถึงกับมอบโสมป่าอายุร้อยปีให้หนึ่งต้นด้วยเจ้าค่ะ”“ลำพังโสมอายุร้อยปีก็หายากมากแล้ว ยิ่งเป็นโสมป่าอายุร้อยปีก็ไม่ต้องพูดถึง ฮูหยินน้อยผู้นี้ช่างใจใหญ่โดยแท้”“แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ได้ขาดแคลนของพวกนี้ แต่ไมตรีจิตที่มอบให้ก็นับว่าหนักแน่นนัก”จี้หานอีค่อย ๆ จัดดอกไม้อย่างใจเย็น พลางถามต่อ “แล้วทางพี่สะใภ้เล่า?”แม่นมฟางส่ายหน้า “เรื่องที่นางนำอะไรไปมอบให้ฮูหยินใหญ่นั้นกลับไม่ทราบเจ้าค่ะ ทางฮูหยินใหญ่ไม่มีคนของพวกเรา แต่ดูจากที่ฮูหยินน้อยผู้นี้รู้จักจัดการเรื่องราว ของที่ส่งไปให้ฮูหยินใหญ่ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน”ทางฝั่งนางไป๋นั้นป้องกันแน่นหนาราวก่อผนังทองแดงกำแพงเหล็ก เดิมทีจี้หานอีก็เคยคิดเรื่องนี้ แต่ภายหลังก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปขณะทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าซุนเป่าฉยงมาถึงแล้วจี้หานอีจึงให้สาวใช้ออกไปเชิญนางเข้ามา พร้อมทั้ง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 863

    พริบตาเดียวก็ถึงวันแต่งงานของเสิ่นหยวนฮั่น การสมรสพระราชทานครั้งนี้หาใช่คู่ครองที่คนสกุลเสิ่นพึงพอใจ ทว่าเมื่อเป็นพระเสาวนีย์ของไทเฮา ก็จำต้องจัดงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ไทเฮาทรงให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้ยิ่ง ถึงกับมีรับสั่งให้กรมพิธีการเข้ามาจัดการ งานจึงถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตจนเป็นที่รู้กันทั่วเมือง พี่ชายของซุนเป่าฉยงเองก็ควบม้าเร่งเดินทางมาจากเซวียนโจว สำหรับการแต่งงานครั้งนี้ คนสกุลซุนล้วนพึงพอใจสินเดิมที่ซุนเป่าฉยงนำติดตัวมานั้นมีไม่น้อย ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยหาบ ทั้งยังมีของพระราชทานจากไทเฮา กระทั่งห้องเก็บของหนึ่งห้องยังบรรจุได้ไม่พอตอนที่ผู้เป็นเจ้าสาวออกมาพบญาติผู้ใหญ่ จี้หานอีนั่งอยู่ค่อนไปทางด้านหน้าของห้องโถง นางทอดสายตามองซุนเป่าฉยงกับเสิ่นหยวนฮั่นค่อย ๆ เดินเข้ามาซุนเป่าฉยงแต่งกายอย่างเหมาะสม ส่วนกิริยามารยาทก็แทบไร้ที่ติซุนเป่าฉยงมีรูปโฉมงดงาม ดวงตาเจือรอยยิ้ม ทั้งยังยกน้ำชาคารวะแม่สามีด้วยท่าทีนอบน้อมความจริงบรรดาคนสกุลเสิ่นที่นั่งอยู่ในโถงแทบไม่มีผู้ใดเบิกบานใจ การแต่งงานครั้งนี้พวกนางล้วนไม่พอใจ ด้วยรู้ว่าซุนเป่าฉยงคือคนที่ไทเฮาทรงส่งมาแทรกแซงในจวน แล้วจะให

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 862

    จี้หานอีตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า “เรื่องตรวจสอบบัญชีของไร่นา ข้ามอบให้แม่นมฟางจัดการทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ ช่วงนี้ข้าจะจัดการเรื่องงานวันเกิดของท่านแม่ก่อนเท่านั้น”เสิ่นซื่อฟังแล้วก็รู้สึกปวดใจ เขากุมมือของจี้หานอีไว้ “ก่อนหน้านี้ข้ากังวลว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับกิจธุระในเรือนหลัง จึงให้เจ้าช่วยดูแลก่อน บัดนี้เห็นว่าเจ้าจัดการทุกอย่างได้ดี หากรู้สึกเหนื่อย ก็คืนหน้าที่ให้พี่สะใภ้สี่ไปเถิด”“ถึงอย่างไรวันหนึ่งก็ต้องแยกเรือนกันอยู่แล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้”จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเสิ่นซื่อ “เกรงว่าจะทำเช่นนั้นไม่ได้กระมังเจ้าคะ อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดท่านแม่แล้ว หากข้าคืนงานดูแลโรงครัวในเวลานี้ ท่านแม่จะคิดอย่างไร พี่สะใภ้จะคิดอย่างไร แล้วบ่าวไพร่ในจวนสกุลเสิ่นจะคิดอย่างไร เกรงว่าคงพากันนินทาว่าข้าไม่เอาไหนเป็นแน่”เสิ่นซื่อกล่าวด้วยความจนใจ “หากเจ้าพูดลำบาก เช่นนั้นข้าไปพูดให้ก็ได้”จี้หานอีรีบห้าม “อย่าเชียวนะเจ้าคะ พอท่านพี่ไปแล้ว เวลาข้าไปคารวะท่านแม่ ท่านแม่ต้องตำหนิข้าอีกแน่”กล่าวแล้วจี้หานอีก็เสริมต่อ “อีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้ท่านแม่เริ่มชอ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 861

    น้ำเสียงของเสิ่นซื่อทุ้มหนัก จี้หานอีฟังแล้วก็รู้ทันทีว่า ต่อไปนี้คงไม่อาจหยอกล้อกับเขาเช่นนี้อีกนางกล่าว “ข้าจะให้ผู้ใดมองกันเล่า ในหมู่สตรีด้วยกันย่อมหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบไม่ได้ ไม่ว่าฮูหยินเว่ย คุณหนูสามชุย แล้วก็บรรดาคุณหนูในจวนสกุลเสิ่น แต่ละคนล้วนงดงาม หากข้าอ้วนจนตัวกลม มิถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาหรือ บางทีอาจพลอยทำให้ท่านพี่ต้องเสียหน้าด้วยก็ได้”จี้หานอีอธิบายเหตุผลที่แท้จริง ทั้งยังยอมรับตามตรงว่าเมื่อครู่นางเพียงตั้งใจหยอกเย้าเสิ่นซื่อเท่านั้นกล่าวจบจี้หานอีก็ถอนหายใจ ปลายนิ้วแตะลงบนหัวไหล่ของเสิ่นซื่อ “ท่านพี่ยังคงเป็นคนที่หยอกเล่นด้วยไม่ได้เหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ”เสิ่นซื่อมองจี้หานอีเงียบ ๆ “ไม่เคยมีผู้ใดกล้าพูดหยอกล้อกับข้า ส่วนคดีความยิ่งไม่อาจนำมาล้อเล่น มีเพียงเจ้าเท่านั้น”คำพูดของเสิ่นซื่อฟังดูแข็งกระด้างอยู่บ้าง จี้หานอีคร้านจะถือสา จึงเตรียมลงจากตักของเขาทว่าเอวของนางกลับถูกเสิ่นซื่อกอดรั้งไว้ ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะดังขึ้น “หานอี หากอยากกินก็กินเถิด เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจสายตาผู้อื่น ไม่ว่าเมื่อใดก็ไม่จำเป็น”“วันหน้าข้าเองก็ต้องแก่ชราและรูปโฉมเสื่อมถอยเช่นก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status