Share

บทที่ 7

Author: หยกงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ

ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก

และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน

ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ

บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก

ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว

นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา

คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง

นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน

ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"

"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"

"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า

เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"

"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"

จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว

เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย

จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"

"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"

พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"

"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"

"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"

เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม

ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี

ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป

หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก

นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"

"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"

"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"

กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"

จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้

ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยกรุ่นจากน้ำแกง สายตาของทั้งสองสาวสบประสานกัน

เหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

วันที่สองหลังจี้หานอีแต่งเข้าสกุลเซี่ย หลี่หมิงโหรวก็ยกน้ำชาคารวะ ทว่าในชั่วขณะที่นางยื่นมือออกไปรับ ถ้วยชาก็ร่วงหล่น น้ำชาร้อนจัดจึงลวกรดลงมือหลี่หมิงโหรว

ครั้งนั้นเซี่ยอวี้เหิงอุ้มหลี่หมิงโหรวจากไปด้วยความร้อนรน นับแต่วันนั้น ภาพลักษณ์ของจี้หานอีในใจเซี่ยอวี้เหิงก็กลายเป็นสตรีขี้อิจฉามาโดยตลอด

ต่อให้นางอธิบายจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่เคยเชื่อว่านางไม่ได้ทำ

ความเข้าใจผิดนี้ กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะเขาไม่เคยคิดเชื่อคำอธิบายของนาง

ในเมื่อฉากเดิมกำลังจะวนกลับมาฉายซ้ำ จี้หานอีจึงไม่สนว่าหลี่หมิงโหรวจะเล่นลูกไม้เดิมอีกหรือไม่ แต่นางจะไม่มีวันยื่นมือไปรับเด็ดขาด

นางส่งสายตาให้หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายเข้าไปรับแทน

แต่หลี่หมิงโหรวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

"ข้าอุตส่าห์ลงมือตุ๋นให้พี่สะใภ้เองกับมือ วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เป็นน้ำใจของหมิงโหรว เจ้าเป็นพี่สะใภ้ เมื่อใดถึงจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมรู้ความเหมือนหมิงโหรวเสียบ้าง"

จี้หานอีพลันเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยอวี้เหิง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบราวลมหนาวนอกหน้าต่าง "ท่านไม่กลัวว่าข้าจะไม่ระวังทำน้ำแกงหกใส่หมิงโหรวอีกหรือ?"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก

จี้หานอีไม่คิดสนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะมีสีหน้าเช่นไร นางเพียงหันกลับไปมองหลี่หมิงโหรว และโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายว่า "เจ้านี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเสียจริง ลูกไม้ต่ำช้าพวกนี้ เลิกเสียทีเถิด"

"บัดนี้เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเวทนานัก เวทนาที่ต้องใช้แต่วิธีสกปรกเช่นนี้"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันซีดเผือด

แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว ขณะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงผู้อยู่ทางด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่อยากยกโทษให้ข้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า"

เซี่ยอวี้เหิงรั้งตัวหลี่หมิงโหรวไว้ พร้อมกับจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "หานอี เจ้าขอโทษหมิงโหรวเดี๋ยวนี้"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงแวบหนึ่ง นางไม่เอ่ยคำใด เพียงใช้มือยันที่วางแขนลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหมุนตัว เดินหลังแผ่นหลังตั้งตรงกลับเข้าห้องชั้นใน

ในเมื่อวาสนาสามีภรรยาสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่มีคำใดต้องพูดให้มากความอีก

นางยิ่งไม่อยากเปลืองแรงไปโต้เถียงหาคนถูกผิด หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ กับเซี่ยอวี้เหิงอีกแล้ว

กับผู้อื่นเขาล้วนยุติธรรม แต่กับนาง เขาไม่เคยมอบความยุติธรรมให้สักครั้ง

คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรเป็นสามีของนาง

หรงชุนเห็นจี้หานอีหมุนตัวกลับก็ถึงกับตะลึงงัน หากเป็นเมื่อก่อน ฮูหยินน้อยย่อมต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนเสมอ ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหันหลังเดินหนีไปดื้อ ๆ เช่นนี้

ยามนายท่านเย็นชากับฮูหยินน้อย ความเย็นชานั้นช่างหนาวเหน็บจับใจ

แต่นางลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบสาวเท้าตามหลังจี้หานอีไปทันที

เซี่ยอวี้เหิงมองตามแผ่นหลังของจี้หานอีด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

หลี่หมิงโหรวมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความน้อยใจ "พี่สะใภ้โกรธแล้ว ท่านพี่รีบเข้าไปง้อพี่สะใภ้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"

พูดพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "วันนี้ข้าไม่ควรมาเลย อุตส่าห์ตั้งใจทำน้ำแกงไก่ตุ๋นมาให้พี่สะใภ้ แต่ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่ยอมกินเป็นแน่"

เซี่ยอวี้เหิงจึงค่อยตวัดสายตากลับมามองหลี่หมิงโหรว เขาเม้มริมฝีปาก ในใจเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่แล้วก็สูดหายใจลึก "ให้นางได้สงบสติอารมณ์ลงหน่อยก็ดี"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังเจ้าก็มาที่นี่ให้มันน้อยหน่อย ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้เจ้า เป็นภรรยาข้า ช่วงนี้นางป่วยไข้ อารมณ์ย่อมแปรปรวน เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"

หลี่หมิงโหรวเบิกตาโตมองเซี่ยอวี้เหิง ด้วยนึกว่าตนเองหูฝาดไป

ที่ผ่านมาพี่เซี่ยมักออกหน้าแทนนางเสมอ แต่คืนนี้เมื่อจี้หานอีเดินหนีไปเช่นนั้น พี่เซี่ยกลับยังพูดแก้ต่างให้อีกฝ่าย

ขณะที่หลี่หมิงโหรวทำท่าจะร้องไห้และพูดบางอย่าง เซี่ยอวี้เหิงก็ชิงหันกายไปเสียก่อน "ไปเถิด เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนเอง"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 706

    ตอนที่จี้หานอีส่งเทียบเชิญของพระชายารัชทายาทในมือให้แก่เสิ่นซื่อ เสิ่นซื่อกำลังนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน เสื้อคลุมแพรไหมที่ทอประกายวับวาวยิ่งขับเน้นให้ร่างของเขาดูสูงโปร่งสง่างามเสิ่นซื่อปรายตามองเทียบเชิญฉบับนั้น ก่อนวางมันกลับคืนลงบนมือของจี้หานอี พลางกล่าวเสียงเรียบ "ไม่ต้องใส่ใจ แค่บอกปัดไปว่าเจ้าป่วย ไม่สะดวกรับแขกก็พอ""หากนับตามลำดับอาวุโสแล้ว เจ้ามีศักดิ์เป็นถึงท่านน้าสะใภ้ของนาง ไม่ต้องกังวลใจหรอก"จี้หานอีแทบจะลืมเลือนฐานะลำดับนี้ไปเสียสนิท บัดนี้เมื่อถูกเสิ่นซื่อช่วยเตือน ในใจนางก็พลันสงบลงได้อย่างแท้จริงแต่ในจังหวะที่นางกำลังเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือเพื่อตรวจดูบัญชี กลับถูกเสิ่นซื่อคว้าข้อมือไว้ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองนางด้วยแววตาร้อนแรง "เจ้าเคยลองบนเก้าอี้หรือไม่?"บัดนี้ จี้หานอีถึงขั้นเคยชินกับวาจาอันขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของเสิ่นซื่อแล้ว แม้ภายนอกเขาดูสำรวมตนราวกับผู้ละทิ้งกิเลสและไม่มักมากในอิสตรี แต่คำพูดที่ออกมาแต่ละประโยคกลับไร้ซึ่งความละอายนักจี้หานอีได้แต่นึกโชคดีที่ในห้องนี้ไม่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติพวงแก้มของนางแดงจัด ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเสิ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 705

    “การที่อวี๋เต้าเฉวียนได้เลื่อนขั้นไปอยู่กรมคลัง เฉิงฉงไม่มีอำนาจถึงเพียงนั้นหรอก เป็นไทเฮาที่ทรงเข้ามาแทรกแซงอยู่เบื้องหลัง บัดนี้เมื่ออวี๋เต้าเฉวียนฆ่าตัวตายหนีความผิดฐานทุจริต การสืบสาวเรื่องราวเบื้องหลังของเขาย่อมง่ายดายยิ่ง หากปล่อยให้ฮ่องเต้ทราบว่าไทเฮาทรงก้าวก่ายการแต่งตั้งถอดถอนขุนนางในราชสำนัก ซ้ำยังทรงผลักดันขุนนางกังฉินรายใหญ่ขึ้นมา ไทเฮาย่อมตระหนักถึงผลลัพธ์ดี เกรงว่าพระนางคงต้องประทับอยู่แต่ในตำหนักฉือหนิงตลอดไป ไม่อาจก้าวเท้าออกมาได้อีก”“ฝ่ายในก้าวก่ายราชกิจถือเป็นข้อห้ามร้ายแรง ไทเฮาย่อมทรงทราบดีว่าสิ่งใดควรเก็บสิ่งใดควรทิ้ง”จี้หานอีฟังจนเข้าใจกระจ่าง จึงถามเสิ่นซื่อ “เช่นนั้นเรื่องที่ไทเฮาทรงก้าวก่ายราชกิจ ท่านพี่ตั้งใจปิดบังไว้หรือเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อหลุบตามองจี้หานอี “ข้ารับปากไทเฮาไว้เช่นนั้น แต่ไหนแต่ไรมาฮ่องเต้ก็หาใช่ผู้ที่หลอกลวงโดยง่าย พระองค์ทรงทราบดีอยู่เต็มอก แต่เพราะเห็นแก่หน้าตาของราชวงศ์ ต่อให้ข้ากราบทูลไป ฮ่องเต้ก็คงเลือกปิดบังเรื่องนี้อยู่ดี”“การที่ข้าไม่เอ่ยปาก และช่วยปิดบังเรื่องที่ไทเฮาทรงมีส่วนพัวพันไว้ ความจริงก็เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงอยากเห็นเช่นก

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 704

    จี้หานอีไม่ทราบว่าเหตุใดตนจึงต้องเอ่ยคำขอโทษ บางทีเมื่อครู่นางอาจรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ตนเองละเลยเขาจากคำพูดของเสิ่นซื่อจริง ๆ ก็เป็นได้นางเข้าใจดีว่าเรื่องบางเรื่องตนเองยังทำได้ไม่ดีพอ นั่นเป็นเพราะนางต้องการรักษาขอบเขตและมารยาท เพื่อไม่ให้เป็นการก้าวล่วงเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเสิ่นซื่อโดยพลการแต่ไหนแต่ไรมาเสิ่นซื่อหวงแหนพื้นที่ของตนเองเป็นพิเศษ และไม่มีวันยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้โดยง่ายแต่สิ่งที่เสิ่นซื่อต้องการหาใช่คำขอโทษของจี้หานอี นางไม่ได้มีสิ่งใดที่ต้องรู้สึกผิดต่อเขา นางเป็นคนที่เขาหลอกให้มาแต่งงาน แล้วจะไปกล่าวโทษนางได้อย่างไรเขาเพียงหวังให้พวกตนได้ใช้ชีวิตร่วมกันเช่นสามีภรรยาทั่วไปชายหนุ่มยื่นมือไปบีบแก้มของจี้หานอีเบา ๆ น้ำเสียงแฝงแววเว้าวอนอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ตัว “นี่ข้าก็กลับมาแล้ว เจ้ายังไม่ยอมเรียกท่านพี่สักคำ”จี้หานอีมองดูสายตาแฝงแววอันตรายของเสิ่นซื่อ พลันคิดว่าตนเองต้องตกเป็นรองและถูกเสิ่นซื่อควบคุมไว้อีกตามเคย ยามนี้เมื่อถูกเขาคาดคั้นเอาความ นางจึงยอมเรียกขานเขาอย่างว่าง่ายเสิ่นซื่อคลายอ้อมกอด ก่อนจะยื่นมือไปหยิบสมุดบัญชีที่วางอยู่บนโต๊ะด

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 703

    เมื่อจี้หานอีมองดูเสิ่นซื่อผู้ยังคงมีท่าทีเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ก็อดถามด้วยความอ่อนใจไม่ได้ว่า "เหตุใดถึงเหมาะสมหรือเจ้าคะ?"เสิ่นซื่อครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนมองจี้หานอี "แล้วเจ้าคิดว่ามีตรงไหนไม่เหมาะสมเล่า?"จี้หานอีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คนผู้นี้มักโยนคำถามกลับมาให้นางอยู่ร่ำไป นางจึงทำได้เพียงตอบกลับไปว่า "การเรียกขานว่าท่านพี่วันละสิบครั้ง ถือว่าเหมาะสมแล้วหรือเจ้าคะ?"เสิ่นซื่อขมวดคิ้วมองนาง "หรือว่าเจ้าไม่ควรเรียก?"จี้หานอีชะงักไปชั่วขณะ ก่อนกล่าวต่อ "ข้าทราบดีว่าสมควรเรียก แต่ท่านจะมากำหนดว่าต้องสิบครั้งไม่ได้นี่เจ้าคะ หากบังเอิญท่านไม่ได้อยู่ในจวนเล่า"เสิ่นซื่อพยักหน้า "ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล ตอนข้าไม่ได้อยู่ในจวน เจ้าก็เขียนจดหมายส่งมาให้ข้าสิ"จี้หานอีเบิกตาโตนี่นางหมายความเช่นนั้นหรือ?!เมื่อมองดูคนที่ถูกตนเองหยอกเย้าจนแทบเต้นเร่า เสิ่นซื่อก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ นานครั้งถึงจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าสนใจแผ่นหลังที่เอนพิงเก้าอี้อยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ หยัดตรง ก่อนจะโน้มตัวเข้าหาจี้หานอี รอยยิ้มบนใบหน้าปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่แววตาจะกลับมาลึกล้ำสุดหยั่งถึงอีกครั้งจี

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 702

    เขาคิดว่าตนเองควรพูดคุยกับจี้หานอีให้รู้เรื่องเสียทีเสิ่นซื่อไม่ได้ใส่ใจต่ออารมณ์ของจี้หานอี เขาปิดสมุดบัญชีตรงหน้านางลงอย่างเผด็จการและเอาแต่ใจ จากนั้นจึงโน้มกายลงไปอุ้มจี้หานอีขึ้นมานั่งบนตัก พร้อมกดเอวของนางไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนท่วงท่าทั้งหมดนั้นพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ ประหนึ่งพญาเหยี่ยวตะปบกระต่ายน้อย ซึ่งกระต่ายน้อยไม่มีทางหลบหนีได้เลยตอนแรกจี้หานอียังคงดิ้นรนเตะขาไปมา แต่เมื่อนางพบว่าเสิ่นซื่อยังคงนั่งนิ่งมั่นคงดั่งขุนเขา ซ้ำยังเอาแต่จ้องมองนางเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมราวกับอาจารย์ผู้เข้มงวดที่กำลังเฝ้ามองศิษย์ดื้อรั้นอาละวาด นางจึงค่อย ๆ สงบลงเรี่ยวแรงของเขานั้นไม่รู้มากกว่านางเท่าใด และเมื่อพิจารณาจากนิสัยของเสิ่นซื่อ ตัวนางย่อมไม่มีวันดิ้นหลุดไปจากอ้อมกอดของเขาแน่ จึงกลับมานั่งนิ่งอย่างว่าง่ายตามเดิมเมื่อเสิ่นซื่อเห็นว่าจี้หานอีหยุดขยับแล้ว เรียวขาที่เคยพาดอยู่บนหน้าแข้งของเขาก็ไม่เตะอีก ทั้งเมื่อมองดูคนในอ้อมกอดที่แม้จะเอียงศีรษะหลบคล้ายเชื่อฟัง ทว่าแววตากลับแฝงความแง่งอนเล็กน้อย เขาจึงยกมุมปากพลางถามอย่างนึกขัน “เหตุใดถึงยอมอยู่นิ่งแล้วเล่า?”จี้หานอีไม่ตอบคำ เพียงส่ง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 701

    แม่นมจ้าวจ้องมองใบหน้าของจี้หานอีด้วยความตะลึงงัน นางยังคงเป็นฮูหยินรองผู้แสนอ่อนโยนและอบอุ่นเช่นเคย เดิมทีแม่นมจ้าวคิดข่มขวัญจี้หานอีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายใช้อำนาจตามอำเภอใจยามเข้ารับตำแหน่งใหม่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นตนเองถูกต้อนจนมุมเสียแล้วเมื่อพินิจดูสีหน้าของจี้หานอี ประกอบกับได้ฟังเรื่องราวคราวก่อนที่หญิงสาวหยิบยกขึ้นมาพูด เรื่องที่คนในโรงครัวครึ่งหนึ่งถูกขับไล่ออกไป แม้บางคนเป็นบ่าวที่อยู่มานานนับสิบปีก็ไม่มีข้อยกเว้น ในเมื่อเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เป็นนาย แล้วยังจะมาคำนึงถึงความผูกพันอันใด หรือจะอ้างว่าเป็นคนเก่าคนแก่ไปเพื่ออะไรนางจึงตระหนักด้วยความตระหนกว่าฮูหยินรองกำลังพูดเตือนสติตนเอง พลันรู้สึกว่าตนช่างเลอะเลือนนัก จึงรีบกล่าว “เมื่อครู่เป็นบ่าวที่โอหังไปเองเจ้าค่ะ บ่าวทำงานในโรงครัวมาสิบห้าปี ความชอบของเจ้านายแต่ละท่านล้วนจดจำไว้ในใจ ฮูหยินรองโปรดวางใจเถิด บ่าวจะไม่มีวันทำพลาดแน่นอน”แววตาของจี้หานอียังคงเรียบเฉย นางเพียงกล่าว “เมื่อมีคำรับรองของแม่นมเช่นนี้ ข้าก็เบาใจ”ก่อนกล่าวต่อ “ท่านเพียงจำไว้ก็พอ ข้าดูที่ผลงาน ไม่ดูที่ตัวคน หากผู้ใดทำพลาด ข้าก็จะไปเอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status