Share

บทที่ 7

Author: หยกงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ

ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก

และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน

ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ

บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก

ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว

นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา

คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง

นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน

ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"

"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"

"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า

เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"

"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"

จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว

เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย

จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"

"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"

พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"

"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"

"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"

เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม

ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี

ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป

หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก

นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"

"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"

"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"

กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"

จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้

ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยกรุ่นจากน้ำแกง สายตาของทั้งสองสาวสบประสานกัน

เหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

วันที่สองหลังจี้หานอีแต่งเข้าสกุลเซี่ย หลี่หมิงโหรวก็ยกน้ำชาคารวะ ทว่าในชั่วขณะที่นางยื่นมือออกไปรับ ถ้วยชาก็ร่วงหล่น น้ำชาร้อนจัดจึงลวกรดลงมือหลี่หมิงโหรว

ครั้งนั้นเซี่ยอวี้เหิงอุ้มหลี่หมิงโหรวจากไปด้วยความร้อนรน นับแต่วันนั้น ภาพลักษณ์ของจี้หานอีในใจเซี่ยอวี้เหิงก็กลายเป็นสตรีขี้อิจฉามาโดยตลอด

ต่อให้นางอธิบายจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่เคยเชื่อว่านางไม่ได้ทำ

ความเข้าใจผิดนี้ กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะเขาไม่เคยคิดเชื่อคำอธิบายของนาง

ในเมื่อฉากเดิมกำลังจะวนกลับมาฉายซ้ำ จี้หานอีจึงไม่สนว่าหลี่หมิงโหรวจะเล่นลูกไม้เดิมอีกหรือไม่ แต่นางจะไม่มีวันยื่นมือไปรับเด็ดขาด

นางส่งสายตาให้หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายเข้าไปรับแทน

แต่หลี่หมิงโหรวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

"ข้าอุตส่าห์ลงมือตุ๋นให้พี่สะใภ้เองกับมือ วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เป็นน้ำใจของหมิงโหรว เจ้าเป็นพี่สะใภ้ เมื่อใดถึงจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมรู้ความเหมือนหมิงโหรวเสียบ้าง"

จี้หานอีพลันเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยอวี้เหิง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบราวลมหนาวนอกหน้าต่าง "ท่านไม่กลัวว่าข้าจะไม่ระวังทำน้ำแกงหกใส่หมิงโหรวอีกหรือ?"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก

จี้หานอีไม่คิดสนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะมีสีหน้าเช่นไร นางเพียงหันกลับไปมองหลี่หมิงโหรว และโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายว่า "เจ้านี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเสียจริง ลูกไม้ต่ำช้าพวกนี้ เลิกเสียทีเถิด"

"บัดนี้เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเวทนานัก เวทนาที่ต้องใช้แต่วิธีสกปรกเช่นนี้"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันซีดเผือด

แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว ขณะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงผู้อยู่ทางด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่อยากยกโทษให้ข้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า"

เซี่ยอวี้เหิงรั้งตัวหลี่หมิงโหรวไว้ พร้อมกับจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "หานอี เจ้าขอโทษหมิงโหรวเดี๋ยวนี้"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงแวบหนึ่ง นางไม่เอ่ยคำใด เพียงใช้มือยันที่วางแขนลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหมุนตัว เดินหลังแผ่นหลังตั้งตรงกลับเข้าห้องชั้นใน

ในเมื่อวาสนาสามีภรรยาสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่มีคำใดต้องพูดให้มากความอีก

นางยิ่งไม่อยากเปลืองแรงไปโต้เถียงหาคนถูกผิด หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ กับเซี่ยอวี้เหิงอีกแล้ว

กับผู้อื่นเขาล้วนยุติธรรม แต่กับนาง เขาไม่เคยมอบความยุติธรรมให้สักครั้ง

คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรเป็นสามีของนาง

หรงชุนเห็นจี้หานอีหมุนตัวกลับก็ถึงกับตะลึงงัน หากเป็นเมื่อก่อน ฮูหยินน้อยย่อมต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนเสมอ ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหันหลังเดินหนีไปดื้อ ๆ เช่นนี้

ยามนายท่านเย็นชากับฮูหยินน้อย ความเย็นชานั้นช่างหนาวเหน็บจับใจ

แต่นางลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบสาวเท้าตามหลังจี้หานอีไปทันที

เซี่ยอวี้เหิงมองตามแผ่นหลังของจี้หานอีด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

หลี่หมิงโหรวมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความน้อยใจ "พี่สะใภ้โกรธแล้ว ท่านพี่รีบเข้าไปง้อพี่สะใภ้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"

พูดพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "วันนี้ข้าไม่ควรมาเลย อุตส่าห์ตั้งใจทำน้ำแกงไก่ตุ๋นมาให้พี่สะใภ้ แต่ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่ยอมกินเป็นแน่"

เซี่ยอวี้เหิงจึงค่อยตวัดสายตากลับมามองหลี่หมิงโหรว เขาเม้มริมฝีปาก ในใจเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่แล้วก็สูดหายใจลึก "ให้นางได้สงบสติอารมณ์ลงหน่อยก็ดี"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังเจ้าก็มาที่นี่ให้มันน้อยหน่อย ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้เจ้า เป็นภรรยาข้า ช่วงนี้นางป่วยไข้ อารมณ์ย่อมแปรปรวน เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"

หลี่หมิงโหรวเบิกตาโตมองเซี่ยอวี้เหิง ด้วยนึกว่าตนเองหูฝาดไป

ที่ผ่านมาพี่เซี่ยมักออกหน้าแทนนางเสมอ แต่คืนนี้เมื่อจี้หานอีเดินหนีไปเช่นนั้น พี่เซี่ยกลับยังพูดแก้ต่างให้อีกฝ่าย

ขณะที่หลี่หมิงโหรวทำท่าจะร้องไห้และพูดบางอย่าง เซี่ยอวี้เหิงก็ชิงหันกายไปเสียก่อน "ไปเถิด เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนเอง"
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 100

    “คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 99

    เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 98

    คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 97

    กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 96

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 95

    ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status