Share

บทที่ 7

Author: หยกงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ

ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก

และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน

ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ

บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก

ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว

นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา

คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง

นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน

ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"

"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"

"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า

เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"

"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"

จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว

เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย

จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"

"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"

พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"

"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"

"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"

เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม

ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี

ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป

หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก

นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"

"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"

"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"

กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"

จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้

ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยกรุ่นจากน้ำแกง สายตาของทั้งสองสาวสบประสานกัน

เหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

วันที่สองหลังจี้หานอีแต่งเข้าสกุลเซี่ย หลี่หมิงโหรวก็ยกน้ำชาคารวะ ทว่าในชั่วขณะที่นางยื่นมือออกไปรับ ถ้วยชาก็ร่วงหล่น น้ำชาร้อนจัดจึงลวกรดลงมือหลี่หมิงโหรว

ครั้งนั้นเซี่ยอวี้เหิงอุ้มหลี่หมิงโหรวจากไปด้วยความร้อนรน นับแต่วันนั้น ภาพลักษณ์ของจี้หานอีในใจเซี่ยอวี้เหิงก็กลายเป็นสตรีขี้อิจฉามาโดยตลอด

ต่อให้นางอธิบายจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่เคยเชื่อว่านางไม่ได้ทำ

ความเข้าใจผิดนี้ กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะเขาไม่เคยคิดเชื่อคำอธิบายของนาง

ในเมื่อฉากเดิมกำลังจะวนกลับมาฉายซ้ำ จี้หานอีจึงไม่สนว่าหลี่หมิงโหรวจะเล่นลูกไม้เดิมอีกหรือไม่ แต่นางจะไม่มีวันยื่นมือไปรับเด็ดขาด

นางส่งสายตาให้หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายเข้าไปรับแทน

แต่หลี่หมิงโหรวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

"ข้าอุตส่าห์ลงมือตุ๋นให้พี่สะใภ้เองกับมือ วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เป็นน้ำใจของหมิงโหรว เจ้าเป็นพี่สะใภ้ เมื่อใดถึงจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมรู้ความเหมือนหมิงโหรวเสียบ้าง"

จี้หานอีพลันเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยอวี้เหิง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบราวลมหนาวนอกหน้าต่าง "ท่านไม่กลัวว่าข้าจะไม่ระวังทำน้ำแกงหกใส่หมิงโหรวอีกหรือ?"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก

จี้หานอีไม่คิดสนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะมีสีหน้าเช่นไร นางเพียงหันกลับไปมองหลี่หมิงโหรว และโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายว่า "เจ้านี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเสียจริง ลูกไม้ต่ำช้าพวกนี้ เลิกเสียทีเถิด"

"บัดนี้เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเวทนานัก เวทนาที่ต้องใช้แต่วิธีสกปรกเช่นนี้"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันซีดเผือด

แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว ขณะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงผู้อยู่ทางด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่อยากยกโทษให้ข้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า"

เซี่ยอวี้เหิงรั้งตัวหลี่หมิงโหรวไว้ พร้อมกับจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "หานอี เจ้าขอโทษหมิงโหรวเดี๋ยวนี้"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงแวบหนึ่ง นางไม่เอ่ยคำใด เพียงใช้มือยันที่วางแขนลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหมุนตัว เดินหลังแผ่นหลังตั้งตรงกลับเข้าห้องชั้นใน

ในเมื่อวาสนาสามีภรรยาสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่มีคำใดต้องพูดให้มากความอีก

นางยิ่งไม่อยากเปลืองแรงไปโต้เถียงหาคนถูกผิด หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ กับเซี่ยอวี้เหิงอีกแล้ว

กับผู้อื่นเขาล้วนยุติธรรม แต่กับนาง เขาไม่เคยมอบความยุติธรรมให้สักครั้ง

คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรเป็นสามีของนาง

หรงชุนเห็นจี้หานอีหมุนตัวกลับก็ถึงกับตะลึงงัน หากเป็นเมื่อก่อน ฮูหยินน้อยย่อมต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนเสมอ ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหันหลังเดินหนีไปดื้อ ๆ เช่นนี้

ยามนายท่านเย็นชากับฮูหยินน้อย ความเย็นชานั้นช่างหนาวเหน็บจับใจ

แต่นางลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบสาวเท้าตามหลังจี้หานอีไปทันที

เซี่ยอวี้เหิงมองตามแผ่นหลังของจี้หานอีด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

หลี่หมิงโหรวมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความน้อยใจ "พี่สะใภ้โกรธแล้ว ท่านพี่รีบเข้าไปง้อพี่สะใภ้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"

พูดพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "วันนี้ข้าไม่ควรมาเลย อุตส่าห์ตั้งใจทำน้ำแกงไก่ตุ๋นมาให้พี่สะใภ้ แต่ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่ยอมกินเป็นแน่"

เซี่ยอวี้เหิงจึงค่อยตวัดสายตากลับมามองหลี่หมิงโหรว เขาเม้มริมฝีปาก ในใจเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่แล้วก็สูดหายใจลึก "ให้นางได้สงบสติอารมณ์ลงหน่อยก็ดี"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังเจ้าก็มาที่นี่ให้มันน้อยหน่อย ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้เจ้า เป็นภรรยาข้า ช่วงนี้นางป่วยไข้ อารมณ์ย่อมแปรปรวน เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"

หลี่หมิงโหรวเบิกตาโตมองเซี่ยอวี้เหิง ด้วยนึกว่าตนเองหูฝาดไป

ที่ผ่านมาพี่เซี่ยมักออกหน้าแทนนางเสมอ แต่คืนนี้เมื่อจี้หานอีเดินหนีไปเช่นนั้น พี่เซี่ยกลับยังพูดแก้ต่างให้อีกฝ่าย

ขณะที่หลี่หมิงโหรวทำท่าจะร้องไห้และพูดบางอย่าง เซี่ยอวี้เหิงก็ชิงหันกายไปเสียก่อน "ไปเถิด เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนเอง"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 690

    ตอนที่จี้หานอีเดินออกมาจากห้องหนังสือ นางก็หันกลับไปมองเสิ่นซื่ออีกครั้งร่างสูงใหญ่สวมชุดสีดำกลับมาดูเย็นชาและห่างเหินตามเดิม ช่างต่างจากตอนที่ให้นางนั่งตักเมื่อครู่นี้ลิบลับจี้หานอีรู้สึกว่าแม้ตนเองจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเสิ่นซื่อมาระยะหนึ่งแล้ว แต่นางกลับมองเขาไม่ออกอย่างแท้จริง บางทีอาจเป็นเพราะนางยังไม่เข้าใจเขาดีพอก็เป็นได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าเสิ่นซื่อเป็นคนดียิ่งนักแม้บางเรื่องเขาจะเงียบขรึมเกินไปและไม่ค่อยเอาใจใส่อยู่บ้าง แต่นางก็คิดว่ามีเหตุผลที่พอจะให้อภัย เพราะเสิ่นซื่อมีราชกิจที่ต้องจัดการมากมาย ส่วนตัวนางเป็นเพียงสตรีในเรือนหลัง จึงไม่ได้วุ่นวายเท่าเขาเมื่อแม่นมฟางผู้อยู่ด้านนอกเห็นจี้หานอีถือชามเปล่าเดินออกมา ก็รีบเข้ามาช่วยรับไปจากมือของจี้หานอี ก่อนกระซิบด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “เมื่อก่อนท่านโหวไม่ชอบดื่มน้ำแกงบำรุงใด ๆ เลยเจ้าค่ะ หาได้ยากนักที่ท่านโหวจะยอมดื่มจนหมดเช่นนี้”จี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อดื่มหมดอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ จึงเข้าใจว่าเขาชื่นชอบเสียอีกกอปรกับหวนนึกถึงถ้อยคำของแม่สามีก่อนหน้านี้ และคิดว่าช่วงนี้เสิ่นซื่อมีงานรัดตัว ต่อให้ร่างกายแข็งแรงปาน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 689

    จี้หานอีรับฟังจนตกตะลึง ก่อนถามเสียงแผ่ว “แต่ราชสำนักมีกฎไม่ใช่หรือเจ้าคะว่า ดอกเบี้ยห้ามเกินสามส่วนต่อเดือน?”เสิ่นซื่อหลุบตาลง “โรงแลกเงินในเมืองหลวงล้วนใช้การหักลดเก้าห้า กล่าวคือหากกู้ยืมหนึ่งร้อยตำลึงจะมอบให้เจ้าเก้าสิบห้าตำลึง ทว่าในสัญญากู้ยืมจะเขียนว่าหนึ่งร้อยตำลึง ดอกเบี้ยคิดคำนวณเป็นรายเดือน จากนั้นก็ทบต้นทบดอกต่อไป จึงถือว่าไม่ได้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง”“แต่โรงแลกเงินของหย่งชิงโหวกลับปล่อยกู้ในลักษณะหักลดแปดสาม มุ่งเน้นปล่อยกู้ให้แก่ขุนนางท้องถิ่นที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่โดยเฉพาะ พวกเขาอยากรีบไปรับตำแหน่ง แต่เงินสินบนตามธรรมเนียมที่ต้องมอบให้บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะขาดไม่ได้”“ยิ่งกว่านั้นโรงแลกเงินแห่งนี้มีหย่งชิงโหวกับไทเฮาคอยหนุนหลัง ทั้งยังข่มขู่และใช้ผลประโยชน์ล่อลวง จนผู้คนจำต้องลงนามในหนังสือสัญญากู้ยืม ซ้ำยังส่งคนคอยตามติดขุนนางเหล่านั้นไปจนถึงสถานที่รับตำแหน่ง เพื่อคอยทวงเงินในทุก ๆ วัน”“นายอำเภอในคดีนี้ถูกบีบคั้นจนหาเงินมาจ่ายคืนไม่ได้ สุดท้ายจึงผูกคอตาย”จี้หานอีฟังแล้วก็อกสั่นขวัญผวา นึกไม่ถึงเลยว่าภายใต้ฝ่าพระบาทของฮ่องเต้ จะยังมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 688

    ความจริงจี้หานอีเองก็ไม่เข้าใจ ทั้งที่นางกับเสิ่นซื่อมีสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งต่อกันแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าเสิ่นซื่ออยู่ห่างไกลจากนางเหลือเกิน เช่นเดียวกับที่รู้สึกว่าเสิ่นซื่อเป็นบุคคลผู้อยู่สูงเกินเอื้อมถึงพูดตามตรง ยามนี้จี้หานอีไม่อยากพบหน้าเสิ่นซื่อสักเท่าใด เหตุผลหลักคือสีหน้าของเขาคล้ายไม่เคยมีความอ่อนโยนให้เห็น ดั่งเช่นในเวลานี้ นัยน์ตาที่ทอดมองนางอย่างราบเรียบ คล้ายกำลังไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่นางยกน้ำแกงบำรุงเข้ามา ทว่าเขากลับไม่พูดคำใด ปล่อยให้ผู้อื่นต้องคาดเดาความคิดในใจของเขาไปเองจี้หานอีวางชามน้ำแกงในมือลงบนโต๊ะของเสิ่นซื่อ หลังวางเสร็จก็ปรายตามองม้วนคดีหนาเตอะข้างมือเขา พลางคิดว่าเขาคงกำลังยุ่ง จึงกล่าว “ยามนี้น้ำแกงอุ่นกำลังดี ท่านโหวดื่มก่อนเถิดเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีในชุดตัวในสีขาวนวลตา กลิ่นหอมสะอาดจากกายของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จช่างชวนดมนัก เรือนผมยาวสยายไม่ได้ถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อยและเคร่งครัดเช่นในยามกลางวัน ด้วยตอนนี้ปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาครึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มตวัดสายตามองไปที่ศีรษะของจี้หานอี และก็เป็นปิ่นเงินที่ดูไม่ค่อยงดงามอันนั้นอีกแล้วดูท่าคงไม่ได้เก

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 687

    เสิ่นซื่อตวัดสายตากลับมามองที่จี้หานอีอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของจี้หานอีซีดเผือดลงเล็กน้อยภายใต้แสงตะเกียง นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิดอย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่ต่างจากลูกกระต่ายน้อยที่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัวด้วยความตกใจกลัวท่าทีเช่นนี้ช่างดูคล้ายนางในวัยเยาว์นัก ตอนนางเผลอทำภาพวาดที่เขาสะสมไว้เสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ นางก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพลางกล่าวขอโทษตะกุกตะกักเช่นเดียวกันนี้บนใบหน้าของเสิ่นซื่อไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เพียงเรียกสาวใช้ที่อยู่นอกม่านให้เข้ามาเก็บกวาด ก่อนจะบอกให้จี้หานอีออกไปเปลี่ยนรองเท้าเมื่อจี้หานอีก้มมองดู ถึงได้รู้ว่ารองเท้าของตนก็เปียกชุ่มเช่นกันจี้หานอีขยับริมฝีปาก ก่อนถามเสิ่นซื่อเสียงแผ่ว "แล้วท่านโหวล่ะเจ้าคะ"เสิ่นซื่อไม่ได้ปรายตามองจี้หานอีอีก เขาหันกลับไปจดจ่อกับม้วนคดีตรงหน้า พลางตอบเสียงเรียบ "เจ้าไม่ต้องสนใจข้าหรอก"ถ้อยคำอันแสนเย็นชานั้น ทำเอาหัวใจของจี้หานอีบีบรัด นางได้แต่หมุนตัวเดินออกไปด้านนอกอย่างเงียบงันเมื่อออกมาจัดการตนเองด้านนอกเรียบร้อยแล้ว จี้หานอีก็ตรงไปอาบน้ำก่อนทันที หลังอาบน้ำเสร็จนางก็นั่งลงบนขอบเตียง โดยมีหรงชุนนั่งย่อกายอยู่บ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 686

    ภายในจวนสกุลเสิ่น จี้หานอีกำลังร่วมรับประทานอาหารค่ำกับเสิ่นซื่อแม้จี้หานอีมีนิสัยเนิบนาบอ่อนโยน ทั้งยังค่อนข้างเงียบขรึมและเก็บเนื้อเก็บตัว แต่ก็ไม่ได้เงียบงันจนดูไร้ชีวิตชีวาเช่นเสิ่นซื่อแน่นอนช่วงเวลาที่ทั้งสองได้รับประทานอาหารค่ำร่วมกันนั้นมีไม่มาก เดิมทีคิดว่าเสิ่นซื่อจะไม่กลับมา อาหารค่ำจากโรงครัววันนี้จึงมีแต่จานโปรดของจี้หานอีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจานที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน รสหวานนำ รสเปรี้ยวจัด แล้วก็ยังมีปลาหลีฮื้อทอดรสเผ็ดเล็กน้อยอีกหนึ่งจานบนโต๊ะอาหารทั้งสองต่างไร้ซึ่งวาจา เสิ่นซื่อยิ่งเงียบงันไม่ยอมพูดคุยแม้ครึ่งคำ เขาเพียงคอยคีบอาหารให้จี้หานอีเป็นระยะเช่นเดิมเท่านั้นจี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อคล้ายแทบไม่แตะต้องอาหาร สุดท้ายจึงถามด้วยความลังเลใจว่า “หรือจะให้โรงครัวทำมาให้ใหม่ดีไหมเจ้าคะ?”นั่นเอง เสิ่นซื่อถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมองจี้หานอี แววตานั้นราวคนที่ถูกละเลยมาเนิ่นนาน แฝงไว้ด้วยความแง่งอนระคนตัดพ้อประหนึ่งว่าในที่สุดนางก็นึกถึงเขาเสียทีจี้หานอีเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดตนจึงสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์เช่นนี้ของเสิ่นซื่อ ทั้งที่ใบหน้าของเขายังคงราบเรียบเย็นชา ซ้ำยังคงไว้ซ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 685

    "อีกสองเดือนข้าก็จะอายุครบยี่สิบห้า ข้ารอต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ มิเช่นนั้นท่านพ่อคงได้เฆี่ยนข้าจนเนื้อปริแน่ หรือเจ้าต้องการให้ข้าป่าวประกาศเรื่องนี้ต่อหน้าผู้คนสกุลชุยในเวลานั้นเล่า?"ชุยจาวอวิ๋นรู้สึกตีบตันในลำคอ ชัดเจนว่าชุยจิ่นจวินกำลังพูดข่มขู่ บีบให้นางจำต้องตอบตกลงแผงอกอันแข็งแกร่งดุจผนังทองแดงกำแพงเหล็กของชุยจิ่นจวินกดทับลงมาจนชุยจาวอวิ๋นแทบหายใจไม่ออก ท่วงท่าของทั้งสองยามนี้ช่างดูคลุมเครือชวนให้คิดลึก แม้ภายในรถม้าจะกว้างขวาง แต่ชุยจาวอวิ๋นกลับถูกชุยจิ่นจวินโอบกอดและกดทับไว้ใต้ร่าง ตรึงไว้ตรงมุมหนึ่งจนไม่อาจขยับเขยื้อนลมหายใจร้อนระอุเป่ารดลงมาที่ตัวนาง ตลอดหลายปีนี้ แม้กล่าวว่าชุยจิ่นจวินมักบีบบังคับนาง มักบุกรุกเข้ามาในห้องนอนนางโดยไม่บอกล่วงหน้า ทว่าเขาก็ยังรู้จักหักห้ามใจตนเอง ไม่เคยกระทำการใดเกินงาม ซ้ำมือของเขาก็ไม่เคยลูบคลำบนกายนางสะเปะสะปะ แม้นางจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากตัวเขา แต่เขาก็เพียงประทับจูบนางสองสามหน แล้วก็รีบผละจากไปอย่างรวดเร็วทันทีแต่เวลานี้แววตาของชุยจิ่นจวินกลับไม่เหมือนเดิม แลดูมืดทะมึนน่าหวาดกลัว แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งการรุกล้ำน่าครั่นค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status