Share

บทที่ 7

Penulis: หยกงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ

ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก

และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน

ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ

บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก

ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว

นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา

คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง

นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน

ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"

"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"

"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า

เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"

"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"

จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว

เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย

จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"

"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"

พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"

"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"

"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"

เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม

ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี

ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป

หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก

นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"

"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"

"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"

กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"

จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้

ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยกรุ่นจากน้ำแกง สายตาของทั้งสองสาวสบประสานกัน

เหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

วันที่สองหลังจี้หานอีแต่งเข้าสกุลเซี่ย หลี่หมิงโหรวก็ยกน้ำชาคารวะ ทว่าในชั่วขณะที่นางยื่นมือออกไปรับ ถ้วยชาก็ร่วงหล่น น้ำชาร้อนจัดจึงลวกรดลงมือหลี่หมิงโหรว

ครั้งนั้นเซี่ยอวี้เหิงอุ้มหลี่หมิงโหรวจากไปด้วยความร้อนรน นับแต่วันนั้น ภาพลักษณ์ของจี้หานอีในใจเซี่ยอวี้เหิงก็กลายเป็นสตรีขี้อิจฉามาโดยตลอด

ต่อให้นางอธิบายจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่เคยเชื่อว่านางไม่ได้ทำ

ความเข้าใจผิดนี้ กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะเขาไม่เคยคิดเชื่อคำอธิบายของนาง

ในเมื่อฉากเดิมกำลังจะวนกลับมาฉายซ้ำ จี้หานอีจึงไม่สนว่าหลี่หมิงโหรวจะเล่นลูกไม้เดิมอีกหรือไม่ แต่นางจะไม่มีวันยื่นมือไปรับเด็ดขาด

นางส่งสายตาให้หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายเข้าไปรับแทน

แต่หลี่หมิงโหรวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

"ข้าอุตส่าห์ลงมือตุ๋นให้พี่สะใภ้เองกับมือ วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เป็นน้ำใจของหมิงโหรว เจ้าเป็นพี่สะใภ้ เมื่อใดถึงจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมรู้ความเหมือนหมิงโหรวเสียบ้าง"

จี้หานอีพลันเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยอวี้เหิง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบราวลมหนาวนอกหน้าต่าง "ท่านไม่กลัวว่าข้าจะไม่ระวังทำน้ำแกงหกใส่หมิงโหรวอีกหรือ?"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก

จี้หานอีไม่คิดสนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะมีสีหน้าเช่นไร นางเพียงหันกลับไปมองหลี่หมิงโหรว และโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายว่า "เจ้านี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเสียจริง ลูกไม้ต่ำช้าพวกนี้ เลิกเสียทีเถิด"

"บัดนี้เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเวทนานัก เวทนาที่ต้องใช้แต่วิธีสกปรกเช่นนี้"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันซีดเผือด

แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว ขณะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงผู้อยู่ทางด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่อยากยกโทษให้ข้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า"

เซี่ยอวี้เหิงรั้งตัวหลี่หมิงโหรวไว้ พร้อมกับจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "หานอี เจ้าขอโทษหมิงโหรวเดี๋ยวนี้"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงแวบหนึ่ง นางไม่เอ่ยคำใด เพียงใช้มือยันที่วางแขนลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหมุนตัว เดินหลังแผ่นหลังตั้งตรงกลับเข้าห้องชั้นใน

ในเมื่อวาสนาสามีภรรยาสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่มีคำใดต้องพูดให้มากความอีก

นางยิ่งไม่อยากเปลืองแรงไปโต้เถียงหาคนถูกผิด หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ กับเซี่ยอวี้เหิงอีกแล้ว

กับผู้อื่นเขาล้วนยุติธรรม แต่กับนาง เขาไม่เคยมอบความยุติธรรมให้สักครั้ง

คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรเป็นสามีของนาง

หรงชุนเห็นจี้หานอีหมุนตัวกลับก็ถึงกับตะลึงงัน หากเป็นเมื่อก่อน ฮูหยินน้อยย่อมต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนเสมอ ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหันหลังเดินหนีไปดื้อ ๆ เช่นนี้

ยามนายท่านเย็นชากับฮูหยินน้อย ความเย็นชานั้นช่างหนาวเหน็บจับใจ

แต่นางลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบสาวเท้าตามหลังจี้หานอีไปทันที

เซี่ยอวี้เหิงมองตามแผ่นหลังของจี้หานอีด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

หลี่หมิงโหรวมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความน้อยใจ "พี่สะใภ้โกรธแล้ว ท่านพี่รีบเข้าไปง้อพี่สะใภ้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"

พูดพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "วันนี้ข้าไม่ควรมาเลย อุตส่าห์ตั้งใจทำน้ำแกงไก่ตุ๋นมาให้พี่สะใภ้ แต่ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่ยอมกินเป็นแน่"

เซี่ยอวี้เหิงจึงค่อยตวัดสายตากลับมามองหลี่หมิงโหรว เขาเม้มริมฝีปาก ในใจเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่แล้วก็สูดหายใจลึก "ให้นางได้สงบสติอารมณ์ลงหน่อยก็ดี"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังเจ้าก็มาที่นี่ให้มันน้อยหน่อย ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้เจ้า เป็นภรรยาข้า ช่วงนี้นางป่วยไข้ อารมณ์ย่อมแปรปรวน เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"

หลี่หมิงโหรวเบิกตาโตมองเซี่ยอวี้เหิง ด้วยนึกว่าตนเองหูฝาดไป

ที่ผ่านมาพี่เซี่ยมักออกหน้าแทนนางเสมอ แต่คืนนี้เมื่อจี้หานอีเดินหนีไปเช่นนั้น พี่เซี่ยกลับยังพูดแก้ต่างให้อีกฝ่าย

ขณะที่หลี่หมิงโหรวทำท่าจะร้องไห้และพูดบางอย่าง เซี่ยอวี้เหิงก็ชิงหันกายไปเสียก่อน "ไปเถิด เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนเอง"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 718

    จี้หานอียังคงรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้างหากไม่นึกรังเกียจ แล้วเหตุใดในอดีตทุกครั้งที่เขามองนาง จึงแสดงท่าทีคล้ายไม่สบอารมณ์อยู่ร่ำไปพลันได้ยินเสิ่นซื่อกล่าวอีกว่า “ทัศนียภาพที่มองจากตรงนี้งดงามยิ่ง ในเมื่อเจ้าชอบอ่านหนังสือ วันหน้าก็แวะมานั่งเล่นที่นี่ให้บ่อยขึ้นเถิด”จี้หานอีถามด้วยความไม่แน่ใจนัก “ข้าสามารถมาที่นี่ได้จริงหรือเจ้าคะ?”ในความทรงจำของนาง สถานที่แห่งนี้นับเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเสิ่นซื่อโดยเฉพาะ ได้ยินว่าแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็ยังไม่อาจย่างกรายเข้ามา ซ้ำตรงทางเข้าก็ยังมีคนคอยเฝ้ายามตลอดเวลาในอดีตแม้นางจะเข้าออกห้องหนังสือของเสิ่นซื่อได้ตามใจชอบ แต่สำหรับที่แห่งนี้นางกลับไม่เคยได้มาเยือนสักครั้งเสิ่นซื่อมองนาง “เจ้าย่อมมาได้อยู่แล้ว บัดนี้เจ้าเป็นภรรยาของข้า สถานที่ใดที่ข้าไปได้ ย่อมเป็นสถานที่ที่เจ้าก็ไปได้เช่นกัน”กล่าวพลางเสิ่นซื่อก็มองจี้หานอีด้วยแววตาล้ำลึกอีกครั้ง “ตำราที่นี่หากเทียบกับพวกหนังสือประโลมโลกที่เจ้าชอบอ่าน ก็นับว่ามีค่าควรเมืองและน่าอ่านกว่ามากนัก”จี้หานอีพลันเข้าใจความหมายทันที ถ้อยคำนี้ของเสิ่นซื่อกำลังตำหนิว่าการที่นางอ่านนิยายประโลมโลกนั้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 717

    เรื่องราวตอนตกน้ำในปีนั้น สำหรับจี้หานอีนับว่าเป็นอดีตที่ค่อนข้างยาวไกลทีเดียวนางถึงขั้นนึกถึงมันอย่างเลือนรางอยู่เสมอ แม้บอกว่าภาพสุดท้ายที่เห็นก็เป็นเสิ่นซื่อ แต่ในใจกลับยังคงไม่ชัดเจนอยู่ดีความทรงจำเกี่ยวกับเสิ่นซื่อในเหตุการณ์ครั้งนั้นช่างเลือนราง เลือนรางเสียจนราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวเลยด้วยซ้ำจี้หานอีหันกลับไปมองเสิ่นซื่อ ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่ด้านหลังนางในระยะห่างเพียงหนึ่งก้าว นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองนางพลางถาม “เจ้ายังจำได้หรือไม่”จี้หานอีส่ายหน้า “เรื่องหลังจากตกน้ำไปแล้ว จำไม่ได้เลยเจ้าค่ะ”ภายในใจนางเกิดความลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อดถามถึงความสงสัยในอดีตขึ้นมาไม่ได้ “หลังจากนั้น ท่านพี่ก็คล้ายไม่อยากพบหน้าข้าอีก”เสิ่นซื่อปรายตามองจี้หานอี “ก็แค่ไม่อยากพบเจ้าเท่านั้น”ในเวลานั้นเสิ่นซื่อปล่อยมือไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องพบนางอีกจี้หานอีถามต่อ “เหตุใดถึงไม่อยากพบหรือเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อหมุนตัวเดินไปหยุดอยู่ข้างหน้าต่างของหอสูง น้ำเสียงเรียบเฉยยิ่ง “น่ารำคาญ”จี้หานอีเหม่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเสิ่นซื่อ การที่เสิ่นซื่อบอกว่านางน่ารำคาญก็คล้ายจะเป็นเช่นนั้นจริง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 716

    เสิ่นซื่อก้มหน้าลง “เฉิงฉงสารภาพรายละเอียดทั้งหมดของเรื่องนั้นออกมาแล้ว”จี้หานอีจึงผงกศีรษะ “เช่นนั้นข้าก็คงไม่กลับไปแล้วเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอี “หากเจ้าอยากกลับไปดูเสียหน่อย ก็ไม่เป็นไร”จี้หานอีหลุบตาลงพลางส่ายหน้า “ข้าไม่อยากกลับไป และไม่อยากพบหน้าพี่เยี่ยนด้วยเจ้าค่ะ”จี้หานอีไม่อยากพบหน้ากู้เยี่ยนอีกแล้วจริง ๆ หลายวันมานี้นางเพิ่งสลัดฝันร้ายในค่ำคืนนั้นออกไปจากสมองได้อย่างยากลำบาก นางไม่อยากจะหวนนึกถึงมันอีกต่อไปหากต้องพบหน้ากู้เยี่ยนอีกครั้ง แล้วเกิดนึกขึ้นมาได้ว่ามือของตนเองเคยเกือบจะฆ่าคนตาย นางคงรู้สึกไม่สบายใจแน่ยังดีที่กู้เยี่ยนไม่ได้เป็นอะไร และยังดีที่ตัวนางเองก็ไม่ต้องมาคอยนั่งกระวนกระวายใจอีกเสิ่นซื่อส่งเสียงรับคำในลำคอ ก่อนกล่าวต่อ “ไว้ภายหลังข้าว่างเมื่อใด จะพาเจ้ากลับไปพร้อมกัน”จี้หานอีพยักหน้า จากนั้นจึงไปหยิบชุดลำลองมาผลัดเปลี่ยนให้เสิ่นซื่อเสิ่นซื่อให้ความร่วมมือกับจี้หานอีในการสวมใส่เสื้อผ้า ทว่าอยู่ดี ๆ เขาก็ถามขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “หมดแล้วหรือไม่?”จี้หานอีชะงักไปเล็กน้อย “อะไรหรือเจ้าคะ?”ใบหน้าของเสิ่นซื่อดูเคร่งขรึมและจริงจังยิ่ง ขณ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 715

    หลังจี้หานอีเดินผ่านนางไป๋มาได้ระยะหนึ่ง หรงชุนถึงได้ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูนางว่า “ฮูหยินใหญ่ดูแลโรงครัวมาหลายปี บัญชีไม่สะสางให้เรียบร้อย ไม่รู้เหมือนกันว่านางลอบยักยอกไปบ้างหรือไม่”พูดแล้วหรงชุนก็ถามด้วยเสียงเบาลงอีก “หากยักยอกจริง แล้วยักยอกไปมากน้อยเพียงใดกันเจ้าคะ?”จี้หานอีนั้นย่อมรู้ดีว่านางไป๋ต้องยักยอกไปแน่ คนที่เฉลียวฉลาดปานนั้น บัญชีมีปัญหาชัดเจนถึงเพียงนี้ มีหรือที่จะดูไม่ออก?ส่วนเรื่องที่ว่านางไป๋ยักยอกไปมากเท่าใดนั้น จี้หานอีเองก็ไม่อาจคำนวณออกมาได้แน่ชัด แต่ในเมื่อดูแลจวนมานานหลายปี เงินทองที่ได้ไปก็คงไม่ใช่น้อย ๆทั้งฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเองก็ดูไม่ได้คิดเอาความเรื่องเงินทองที่นางไป๋ยักยอกไปสักเท่าใดจี้หานอีเพียงกล่าวกับหรงชุนด้วยเสียงแผ่วเบา “เรื่องนี้ให้มันผ่านไปเถิด ไม่ต้องนำไปพูดกับผู้ใดแล้ว”หรงชุนรีบพยักหน้ารับคำทันที “ฮูหยินวางใจเถิดเจ้าค่ะ บ่าวเป็นคนเก็บความลับเก่งยิ่งนัก”เมื่อจี้หานอีเดินกลับมาถึงเรือน บ่าวรับใช้ก็นำจดหมายฉบับหนึ่งมาส่งให้ เป็นจดหมายที่มารดาส่งมานั่นเองจี้หานอีเปิดจดหมายออกอ่าน เนื้อความระบุว่ากู้เยี่ยนเริ่มได้สติขึ้นมาเล็กน้อยตั้งแต่เ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 714

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำตอบของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น ก็พลันเข้าใจเรื่องราวกระจ่างทั้งยังได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกล่าวต่อ “บัญชีก่อนหน้านี้ก็ถือเสียว่าเป็นบัญชีเก่า ไม่ต้องนำมาคิดเล็กคิดน้อย ภายหน้าเมื่อมอบหมายให้เจ้าเป็นคนดูแลบัญชีโรงครัว ข้าก็วางใจ”จี้หานอีมองฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น หญิงชราย่อมต้องทราบดีว่าต้นตอของปัญหาในบัญชีนั้นอยู่ที่ใด แต่นางกลับไม่เอ่ยถึงแม้เพียงครึ่งคำ นั่นแสดงให้เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่ได้คิดจะเอาความกับนางไป๋การที่จี้หานอีนำบัญชีนี้มา ประการแรกก็เพื่อดูว่าจะจัดการกับผู้ดูแลเริ่นอย่างไร และประการที่สองก็เพื่อดูท่าทีของแม่สามีที่มีต่อนางไป๋นั่นเองและตอนนี้นางก็ดูออกแล้วว่า ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนข้างผ่อนปรนต่อนางไป๋อยู่มากทีเดียวความจริง นางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะสืบสาวราวเรื่องกับบัญชีเหล่านี้ บัญชีเก่าเก็บที่เน่าเฟะในสมุดบัญชีเล่มหนาเตอะพวกนั้นมีมากเกินไป ทั้งยังเกี่ยวพันกับผู้ดูแลและผู้ที่เคยผ่านมืออีกมากมาย บางคนก็จากไปแล้ว บางคนก็ถูกโยกย้ายไปรับหน้าที่อื่น การจะไปตามสืบดูบัญชีเหล่านั้นทีละรายการ รังแต่จะทำให้วุ่นวายและทำให้ผู้คนตกใจเสียเปล่า ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 713

    เสียงของจี้หานอีทั้งเยือกเย็นและสงบนิ่ง แม้ไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจขัดขืน ผู้ดูแลจางถึงกับแข้งขาอ่อน ร่างกายสั่นเทา แต่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงรับคำรัว ๆ เท่านั้นเขารู้สึกโชคดีที่เมื่อก่อนตนยังพอตักตวงผลประโยชน์มาได้บ้าง แต่ยามนี้เมื่อต้องนำมาอุดรอยรั่วของบัญชีก็คงเหลืออยู่ไม่เท่าใด เกรงว่าส่วนแบ่งก้อนใหญ่คงตกไปอยู่ที่ฮูหยินใหญ่เสียหมดแล้วแต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่กล้าซัดทอดฮูหยินใหญ่อยู่ดี หากเขาสารภาพเรื่องฮูหยินใหญ่ออกไป เรื่องนี้ก็จะไม่ใช่แค่การที่คนแก่หูตาฝ้าฟางลงบัญชีผิดพลาดอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นการปลอมแปลงบัญชีเพื่อยักยอกเงินโดยเจตนา ซึ่งเขาอาจถูกโบยจนตายก็เป็นได้ ถึงอย่างไรฮูหยินใหญ่ก็เป็นเจ้านาย อย่างมากคงถูกลงโทษสถานเบาเพื่อตักเตือนเท่านั้น เป็นตัวเขาเองนั่นแหละที่จะไม่เหลืออะไรเลยยามนี้ขอเพียงเขากัดฟันยืนกรานว่าตนเองหูตาไม่ดี ก็ยังพอจะหวังพึ่งให้ฮูหยินใหญ่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้บ้างจี้หานอีปรายตามองผู้ดูแลจาง นางย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด บัญชีที่บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งทำขึ้นมาจะโปร่งใสหรือไม่ นางไป๋ย่อมต้องรู้เห็นเป็นใจแน่นอนนางเม้มริมฝ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status