Share

บทที่ 7

Penulis: หยกงาม
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ

ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก

และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน

ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ

บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก

ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว

นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา

คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง

นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน

ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"

"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"

"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า

เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"

"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"

จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว

เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย

จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"

"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"

พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"

"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"

"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"

เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม

ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี

ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป

หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก

นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"

"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"

"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"

กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"

จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้

ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยกรุ่นจากน้ำแกง สายตาของทั้งสองสาวสบประสานกัน

เหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

วันที่สองหลังจี้หานอีแต่งเข้าสกุลเซี่ย หลี่หมิงโหรวก็ยกน้ำชาคารวะ ทว่าในชั่วขณะที่นางยื่นมือออกไปรับ ถ้วยชาก็ร่วงหล่น น้ำชาร้อนจัดจึงลวกรดลงมือหลี่หมิงโหรว

ครั้งนั้นเซี่ยอวี้เหิงอุ้มหลี่หมิงโหรวจากไปด้วยความร้อนรน นับแต่วันนั้น ภาพลักษณ์ของจี้หานอีในใจเซี่ยอวี้เหิงก็กลายเป็นสตรีขี้อิจฉามาโดยตลอด

ต่อให้นางอธิบายจนเสียงแหบเสียงแห้ง เขาก็ไม่เคยเชื่อว่านางไม่ได้ทำ

ความเข้าใจผิดนี้ กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะเขาไม่เคยคิดเชื่อคำอธิบายของนาง

ในเมื่อฉากเดิมกำลังจะวนกลับมาฉายซ้ำ จี้หานอีจึงไม่สนว่าหลี่หมิงโหรวจะเล่นลูกไม้เดิมอีกหรือไม่ แต่นางจะไม่มีวันยื่นมือไปรับเด็ดขาด

นางส่งสายตาให้หรงชุนผู้ยืนอยู่ข้างกายเข้าไปรับแทน

แต่หลี่หมิงโหรวกลับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

"ข้าอุตส่าห์ลงมือตุ๋นให้พี่สะใภ้เองกับมือ วุ่นวายอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยนะเจ้าคะ"

เซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองจี้หานอี "นี่เป็นน้ำใจของหมิงโหรว เจ้าเป็นพี่สะใภ้ เมื่อใดถึงจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมรู้ความเหมือนหมิงโหรวเสียบ้าง"

จี้หานอีพลันเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยอวี้เหิง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบราวลมหนาวนอกหน้าต่าง "ท่านไม่กลัวว่าข้าจะไม่ระวังทำน้ำแกงหกใส่หมิงโหรวอีกหรือ?"

เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก

จี้หานอีไม่คิดสนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะมีสีหน้าเช่นไร นางเพียงหันกลับไปมองหลี่หมิงโหรว และโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายว่า "เจ้านี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเสียจริง ลูกไม้ต่ำช้าพวกนี้ เลิกเสียทีเถิด"

"บัดนี้เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเวทนานัก เวทนาที่ต้องใช้แต่วิธีสกปรกเช่นนี้"

ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวพลันซีดเผือด

แต่นางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว ขณะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงผู้อยู่ทางด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่อยากยกโทษให้ข้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า"

เซี่ยอวี้เหิงรั้งตัวหลี่หมิงโหรวไว้ พร้อมกับจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "หานอี เจ้าขอโทษหมิงโหรวเดี๋ยวนี้"

จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงแวบหนึ่ง นางไม่เอ่ยคำใด เพียงใช้มือยันที่วางแขนลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหมุนตัว เดินหลังแผ่นหลังตั้งตรงกลับเข้าห้องชั้นใน

ในเมื่อวาสนาสามีภรรยาสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่มีคำใดต้องพูดให้มากความอีก

นางยิ่งไม่อยากเปลืองแรงไปโต้เถียงหาคนถูกผิด หรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ กับเซี่ยอวี้เหิงอีกแล้ว

กับผู้อื่นเขาล้วนยุติธรรม แต่กับนาง เขาไม่เคยมอบความยุติธรรมให้สักครั้ง

คนเช่นนี้ ไม่คู่ควรเป็นสามีของนาง

หรงชุนเห็นจี้หานอีหมุนตัวกลับก็ถึงกับตะลึงงัน หากเป็นเมื่อก่อน ฮูหยินน้อยย่อมต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนเสมอ ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหันหลังเดินหนีไปดื้อ ๆ เช่นนี้

ยามนายท่านเย็นชากับฮูหยินน้อย ความเย็นชานั้นช่างหนาวเหน็บจับใจ

แต่นางลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบสาวเท้าตามหลังจี้หานอีไปทันที

เซี่ยอวี้เหิงมองตามแผ่นหลังของจี้หานอีด้วยแววตาเย็นเยียบ คิ้วขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

หลี่หมิงโหรวมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความน้อยใจ "พี่สะใภ้โกรธแล้ว ท่านพี่รีบเข้าไปง้อพี่สะใภ้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"

พูดพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "วันนี้ข้าไม่ควรมาเลย อุตส่าห์ตั้งใจทำน้ำแกงไก่ตุ๋นมาให้พี่สะใภ้ แต่ดูท่าพี่สะใภ้คงไม่ยอมกินเป็นแน่"

เซี่ยอวี้เหิงจึงค่อยตวัดสายตากลับมามองหลี่หมิงโหรว เขาเม้มริมฝีปาก ในใจเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่แล้วก็สูดหายใจลึก "ให้นางได้สงบสติอารมณ์ลงหน่อยก็ดี"

จากนั้นจึงกล่าวต่อ "วันหลังเจ้าก็มาที่นี่ให้มันน้อยหน่อย ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้เจ้า เป็นภรรยาข้า ช่วงนี้นางป่วยไข้ อารมณ์ย่อมแปรปรวน เจ้าอย่าได้ถือสานางเลย"

หลี่หมิงโหรวเบิกตาโตมองเซี่ยอวี้เหิง ด้วยนึกว่าตนเองหูฝาดไป

ที่ผ่านมาพี่เซี่ยมักออกหน้าแทนนางเสมอ แต่คืนนี้เมื่อจี้หานอีเดินหนีไปเช่นนั้น พี่เซี่ยกลับยังพูดแก้ต่างให้อีกฝ่าย

ขณะที่หลี่หมิงโหรวทำท่าจะร้องไห้และพูดบางอย่าง เซี่ยอวี้เหิงก็ชิงหันกายไปเสียก่อน "ไปเถิด เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนเอง"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
เวร ยาเสน่ห์มารยาของหลี่หมิงโหรวเริ่มจะเสื่อมล่ะ ท่านพี่หูเริ่มจะหนักทีละอิ๊ดละม้าง
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 854

    เสิ่นซื่อมองนางอีกครั้ง “ตอนที่บิดาเจ้ายังมีชีวิต เขาลงมืออย่างเด็ดขาดเฉียบคม ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่เคยเห็นแก่พวกพ้องหรือรับสินบน คอยจัดระเบียบขุนนางให้อยู่ในกรอบ ทุกคดีที่เขาเคยสะสางในศาลต้าหลี่ล้วนต้องล่วงเกินผู้คน แต่คนผู้หนึ่งที่ไร้ซึ่งภูมิหลังและมีชาติกำเนิดต่ำต้อย กลับสามารถจัดการคดีเหล่านั้นสำเร็จลุล่วง เช่นนั้นแล้ว เขาถือเป็นขุนนางผู้มากความสามารถ หรือขุนนางผู้ภักดีกันแน่?”จี้หานอีครุ่นคิดโดยละเอียด “น่าจะเป็นขุนนางผู้มากความสามารถกระมัง”เสิ่นซื่อหลุบตาลง “แต่ตอนที่เขาเกิดเรื่อง กลับไม่มีผู้ใดออกหน้าช่วยเหลือสักคน เช่นนั้นเขาโดดเดี่ยวหรือไม่?”จี้หานอีรู้สึกราวกับได้เผชิญด้วยตนเอง “โดดเดี่ยวเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “การที่บิดาเจ้าเป็นขุนนางผู้โดดเดี่ยวนั้น เป็นเพราะเขาเต็มใจ หรือถูกบีบบังคับให้เป็น? หากยอมคล้อยตามพวกกังฉิน ก็ย่อมเป็นขุนนางผู้ภักดีไม่ได้”“ขุนนางผู้มากความสามารถเมื่อถึงคราวต้องกระทำการ ก็จำต้องสร้างเส้นสาย ขุนนางผู้ภักดีเมื่อถึงคราวต้องปกป้องผู้คน ก็จำต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ขุนนางผู้โดดเดี่ยวเมื่อถึงคราวต้องรักษาชีวิต ก็จ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 853

    ตอนที่หารือกัน ฮูหยินผู้เฒ่าก็กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่มีทางให้แก้ไขอีกแล้ว การที่ไทเฮาสามารถออกพระราชเสาวนีย์นี้ได้ ย่อมเป็นประสงค์ของฮ่องเต้เช่นกันและฮองเฮาก็เสด็จมาแจ้งข่าวว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งว่าการแต่งงานครั้งนี้เหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก การที่ไทเฮาทรงเป็นผู้จัดแจงก็เพื่อผูกไมตรีระหว่างสองตระกูล ฮองเฮาตั้งใจไปขอร้อง แต่ฮ่องเต้กลับไม่ยอมให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้นับว่าเป็นปราชญ์กษัตริย์ หลายปีนี้ทรงรักษาสมดุลในราชสำนัก การปกครองดูแลราษฎรก็ล้วนมีผลงานประจักษ์ชัด ทั้งยังขยันขันแข็งในราชกิจ ไม่ลุ่มหลงสตรีในวังหลัง ทว่าฮ่องเต้ก็ต้องทรงให้ความสำคัญกับความสมดุล เมื่ออำนาจของสกุลเสิ่นเริ่มมากขึ้น ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงไว้วางพระทัยเพียงใดก็ย่อมเกิดความระแวงเป็นธรรมดา การให้คนจากฝั่งไทเฮาแต่งเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วเดิมทีเรื่องนี้สมควรตกเป็นของเสิ่นฉางหลิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาเป็นถึงหลานชายสายตรงสกุลเสิ่น ซ้ำยังเพิ่งสร้างความดีความชอบ หากให้จับคู่กับซุนเป่าฉยงก็นับว่าเหมาะสมทุกประการแต่บัดนี้ เสิ่นฉางหลิงหมั้นหมายไปแล้ว ในบรรดาลูกหลานสายตรงสกุลเสิ่น ผู้ที่เกิดจากภรรยาเอกและมีอ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 852

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขณะเสิ่นซื่อกำลังจะลุกจากเตียง จี้หานอีก็ดึงแขนเสื้อของเขาไว้พลางถาม "ท่านพี่ ท่านว่าคุณชายสามจะมีโอกาสได้ทำตามใจตนเอง เลือกภรรยาที่เขาต้องการได้สักครั้งหรือไม่?"การเคลื่อนไหวของเสิ่นซื่อชะงักงัน เขาหันกลับมามองจี้หานอีเรือนผมยาวสลวยของจี้หานอีสยายลงมา นางสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตา กำลังยันกายลุกขึ้นนั่ง เรือนผมที่ยาวถึงช่วงเอวทิ้งตัวลงบนผ้าห่มแพรไหม ทรวดทรงอรชร หว่างคิ้วและพวงแก้มยังคงเจือสีแดงเรื่อ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนแสงเทียนจากนอกม่านเสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนตอบเสียงทุ้ม "เจ้าเห็นใจเขาหรือไร?"จี้หานอีชะงักไปเล็กน้อย นางรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ความเห็นใจ แต่เพราะในสายตาของนาง หลี่ซู่อวี้ที่รู้จักหาใช่คนดีอันใด ประกอบกับเสิ่นฉางหลิงเองก็ไม่ได้ชอบพอ นางจึงรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่เหมาะสมนักแต่นางก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผู้ใด เรื่องของบ้านใหญ่นางย่อมไม่สะดวกสอดมือยุ่งเกี่ยว นางเพียงอยากบอกกับเสิ่นซื่อเท่านั้นนางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า "ก็ไม่เชิงหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณชายสามอาละวาดหนักทีเดียว"แววตาของเสิ่นซื่อปรากฏแว

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 851

    จี้หานอีตกใจในการกระทำของเสิ่นซื่อจนสะดุ้งเล็กน้อย นางร้องอุทานแผ่วเบา ก่อนกระชับวงแขนกอดลำคอของเสิ่นซื่อแน่นนางถูกเสิ่นซื่ออุ้มเข้ามาในห้องหนังสือ แล้วเขาก็ยกตัวนางขึ้นไปวางลงบนโต๊ะหนังสือจี้หานอีคิดขยับตัวลงมา แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกเสิ่นซื่อกดเอวไว้ เบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของเขาที่โน้มลงมาทาบทับสุ้มเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ายวนดังแว่วเข้าหู “หานอี ทำกันตรงนี้เถิด เจ้าว่าอย่างไร”จี้หานอีรู้ดีว่าตนเองไม่อาจปฏิเสธ แต่ไหนแต่ไรมาเสิ่นซื่อก็เป็นคนเผด็จการและเอาแต่ใจนัก ต่อให้นางบอกว่าไม่ยินยอม เขาก็จะทำเป็นหูทวนลม และดึงดันกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนาต่อไปอยู่ดีอาภรณ์ในฤดูร้อนนั้นบางเบายิ่ง เรือนผมยาวสยายของจี้หานอีหลังอาบน้ำถูกเกล้าไว้หลวม ๆ เพียงประดับด้วยปิ่นหยกยาวที่ปักเฉียงไว้ ก็แผ่กลิ่นอายเย้ายวนอันสั่นคลอนจิตใจผู้คนแล้วสาบเสื้อถูกปลดเปลื้อง อาภรณ์หลุดลุ่ยลงมาจรดหัวไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดภายใต้แสงสลัว เสิ่นซื่อทอดสายตามองเรือนร่างอันบอบบางล้ำค่าดุจหยกเนื้อดีของจี้หานอีอย่างทะนุถนอม เขาเอื้อมมือไปลูบไล้สัมผัส ก่อนก้มหน้าลงประทับจูบดูดดื่มกับริมฝีปากจิ้มลิ้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 850

    จี้หานอีถาม “ก่อนเข้าวังไม่ได้บอกคุณชายสามหรือว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้ใด?”นางชุยส่ายหน้า “เมื่อเช้าบอกว่าต้องเข้าวังอย่างเร่งด่วน ทั้งยังไม่คิดว่าคุณชายสามจะไม่ชอบคุณหนูสี่สกุลหลี่ถึงเพียงนี้”จี้หานอีทอดสายตามองเงาสะท้อนในสระน้ำเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน ต้นหลิวลู่ลมพลิ้วไหว ผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ นางทอดถอนใจออกมาแผ่วเบานางถามขึ้นอีกครั้ง “แล้วกำหนดวันแต่งไว้เมื่อใดหรือ?”นางชุยตอบว่า “ตอนแรกลงความเห็นกันว่าเป็นเดือนสิบเอ็ดปีนี้ แต่แม่สามีเห็นคุณชายสามอาละวาด จึงเลื่อนวันออกไปเป็นเดือนสามปีหน้าแทนเจ้าค่ะ”กล่าวพลางนางชุยก็ลดระดับเสียงลง “ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณชายสามจะคิดตกหรือไม่ คุณหนูสี่สกุลหลี่มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถอยู่ภายนอกไม่น้อย ชาติตระกูลหรือก็ดีเยี่ยม รูปร่างหน้าตางดงาม มีที่ใดให้ไม่สมใจกัน”จี้หานอีไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ซักถามอันใดอีก จังหวะนั้นแม่นมฟางก็เดินมารายงานข้างกายจี้หานอีว่าผู้ดูแลร้านค้ามาส่งบัญชีแล้ว จี้หานอีจึงขอตัวกลับไปก่อนวันนี้บัญชีที่มาส่งคือบัญชีจากร้านค้าของเสิ่นซื่อ บัญชีมีจำนวนไม่น้อยจริง ๆ กว่าจะดูทีละเล่มก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่าย นางยังไม่ได้ตร

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 849

    จี้หานอีเห็นเสิ่นซื่อเอาแต่นิ่งเงียบ จึงอดซักไซ้ไม่ได้ว่า "เหตุใดท่านพี่ถึงไม่พูดอันใดเลยเล่า?"เสิ่นซื่อกำลังทานน้ำแกงปลา เมื่อได้ยินถ้อยคำของจี้หานอีจึงถามกลับไป "อยากมีลูกแล้วหรือ?"จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ก่อนรีบส่ายหน้า "ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย"แต่เสิ่นซื่อกลับปรายตามองนางปราดหนึ่ง "หากเจ้าต้องการ กลางคืนข้าก็แค่ออกแรงให้มากขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง"ใบหน้าของจี้หานอีพลันร้อนผ่าว นางจึงตัดบทเดินออกไปล้างหน้าหวีผม ไม่อยากพูดคุยกับเสิ่นซื่ออีกผ่านไปอีกหลายวัน เวลาจี้หานอีไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า ก็มักเห็นนางไป๋มีใบหน้าซูบซีดอิดโรย ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็สังเกตเห็นเช่นกันจึงไถ่ถามไปเล็กน้อย แต่นางไป๋กลับฝืนยิ้มตอบเพียงว่าไม่ได้เป็นอันใดอารมณ์ของจี้หานอีเองก็ไม่สู้ดีนัก เมื่อคืนนี้นางได้รับจดหมายจากท่านยาย บอกกล่าวว่ากู้หว่านอวิ๋นได้หมั้นหมายกับคุณชายรองแห่งจวนหรงกั๋วกงเป็นที่เรียบร้อยแล้วเรื่องนี้นางจางแอบปิดบังฮูหยินผู้เฒ่าแล้วไปตกลงกับทางจวนหรงกั๋วกงด้วยตนเอง ฮูหยินผู้เฒ่ามารู้ก็ตอนที่เรื่องหมั้นหมายถูกกำหนดแน่ชัดแล้ว ทำเอาหญิงชราโกรธเคืองจนแทบรับไม่ไหวจวนหรงกั๋วกงจะไปถู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status