LOGIN"น....น้ำ...." เสียงเซี่ยจิ่งหลงเอ่ยขึ้น หลังจากฟื้นคืนสติ ไม่รู้ว่าตัวเขาขึ้นมานอนอยู่บนเตียงนอนของท่านอาจารย์ใหญ่ได้อย่างไร "คุณชายเซี่ยช่างดวงแข็งเสียจริง...นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะยังมีชีวิตรอดมาได้ ถือว่าเรามีวาสนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์...." เฟิงจิ่วเอ่ยขึ้น พร้อมกับหยิบยาลูกกลอนยัดใส่เข้าไปในปากให้เซี่ยจิ่งหลง ตามไปด้วยน้ำชาหนึ่งจอก "แค่ก...แค่ก...ท่านเอาอะไรให้ข้ากิน..แค่ก..แค่ก..." "โง่เขลา ได้ของดีไปครอบครองอย่างไม่รู้ตัว ยังไม่รีบขอบคุณท่านอาจารย์ใหญ่อีก...ศิษย์โง่เขลาคนนี้ ท่านตั้งใจจะรับเขาให้เป็นศิษย์คนสุดท้ายจริงๆนะหรือ....? เสียงอาจารย์น้อยเอ่ยตำหนิเซี่ยจิงหลง พร้อมกับหันไปถามย้ำท่านอาจารย์ใหญ่ แสดงสีหน้าไม่พอใจ "ในเมื่อเขายังไม่ตาย นั้นก็เป็นคำตอบแล้วมิใช่รึไง.." "ทีข้ากลับให้แค่ยาขั้นหก ท่านช่างลำเอียงเกินไปแล้ว ข้าจะรีบกลับไปหาเจ้าตุ๊กตาน้อยของข้าเพื่อเยีย
ณ จวนท่านหญิง... ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ชินอ๋องยังคงออกตามหาพระชายาและลูกๆอย่างไม่ย่อท้อ แต่ก็ไร้วี่แวว ภายในจวนนอกจากตั๋วมามาเพียงคนเดียว ที่เหลือล้วนเป็นบุรุษและทหารใต้อาณัติคอยปรนนิบัติรับใช้ และอารักขาภายในจวน ชินอ๋องปล่อยตัวจนหนวดเคราเริ่มรกรุงรัง หลังจากพระชายาหนีไปอย่างไร้ร่องรอย เขาก็ไม่เคยเผยรอยยิ้มออกมาอีกเลย จึงถูกขนามนามว่า มัจจุราชหน้านิ่ง "ท่านอ๋อง ทรงอ่านตำราเล่มนี้มาสิบกว่ารอบแล้วนะพะยะค่ะ....? ตงฟางเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง "ยังไม่ได้ข่าวพระชายาอีกหรือ....? ชินอ๋องวางตำราในมือลงก่อนจะหันไปถามตงฟาง "เรียนท่านอ๋อง ทิศทางทั้งสาม...ล้วนกระจายกำลังออกตามหาตามทุกหัวเมืองสำคัญต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไร้เบาะแสพะยะค่ะ.." ตงฟางรีบกลางแผนที่ผืนใหญ่ออกมาวางขนาบบนโต๊ะ ในนั้นมีรายชื่อแต่ละหัวเมือง ทำตำแหน่งเครื่องหมายสีแดงเอาไว้ แต่ละทิศทั้งสาม เหนือ ออก ตก ล้วนแล้วแต่มีเครื่องหมายสีแดง บ่งบอกว่าค้นหาทุกหัวเมืองจนหมดสิ้น "เช่นนั้น ก็เหลือเพียงทางทิศใต้ เป็นทิศสุดท้ายที่ยังไม่ได้ตามหา..." ชินอ๋องชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งทางทิศใต้ในแผนที่"ถูกต้องแล้วพะพะย่ะค่ะ..." ตงฟางรู้ดีว่าเจ้าน
ณ...เมืองคัง เหยียนหรงเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองคังทางตอนใต้ นางนึกทบทวนอยู่หลายเมือง มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละเมืองพลางนำมาเปรียบเทียบกัน เมืองคังอยู่ในเขตปกครองของซุนอ๋อง เป็นหัวเมืองที่มีความมั่นคง ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและส่งออก พืชพรรณธัญญาหารล้วนอุดมสมบูรณ์ อยู่กึ่งกลางอาณาจักรโดยมีเมืองเล็กเมืองน้อยรายล้อมเอาไว้ หากเกิดสงครามขึ้นย่อมมีทางหนีทีไล่ ผลสุดท้ายนางจึงตัดสินใจเลือกที่จะลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองคัง "เมืองคังนี้แหละ ฟงเอ๋อร์ต่อไปเราจะลงหลักปักฐานกันที่นี่ ส่วนที่เหลือก็เพียงแค่ไปหาซื้อเรือนพักที่มีทำเลดีสักหลัง..." "ลูกล้วนฟังท่านแม่..." เมื่อได้คำแนะนำจากนายหน้าขายบ้าน มีทำเลดีอยู่สามหลังตามที่นางต้องการ แต่ละหลังล้วนถูกแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน และมีรั้วกั้นมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก หลังที่หนึ่งดูหรูหราอลังการนั้นไม่เหมาะกับนาง ส่วนหลังที่สองก็ดูใหญ่โตมหึมาจนเกินไปนั้นก็ไม่เหมาะ พอไปดูหลังที่สาม เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าไป นางก็รู้สึกร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณรั้วบ้านโดยรอบปลูกไปด้วยพืชพรรณดอกไม้นานาชนิดดูเป็นธรรมชาติ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เหมาะสำหรับให้ทารกน้อยพ
อาจารย์น้อยฟงหยิบกระต่ายขึ้นมาหนึ่งตัว เขาเริ่มอธิบายขั้นตอนที่ละขั้นอย่างละเอียด ซึ่งลูกศิษย์หลายคนก็ล้วนแต่ตั้งใจฟังและจดลงในสมุดตามความเข้าใจของแต่ละคน ถึงจะเป็นขั้นตอนที่ดูโหดร้าย แต่หากไม่ได้เห็นด้วยตา ทุกคนก็จะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผิดพลาดมาจากตรงไหน อาจารย์น้อยฟงนำกระต่ายขี้โรคออกมาวินิจฉัย และเริ่มทำการฝังเข็มเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ จากนั้นจึงเริ่มผ่าท้องกระต่ายเปิดออก อธิบายถึงรายละเอียดภายในทุกขั้นตอน เมื่อผ่าท้องเข้าไปก็พบสิ่งผิดปกติ ในท้องของกระต่าย มีเนื้องอกโผล่ออกมาให้เห็น อาจารย์น้อยฟงได้ทำการตัดเอาเนื้อร้ายออกมา หลังจากนั้นจึงรีบเย็บแผลอย่างชำนาญในเวลาอันสั้น เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วชั้นเรียน ถึงอาจารย์น้อยฟงจะอายุยังน้อย แต่มีความสามารถรอบด้าน ฉายาหมอเทวดาน้อย ทั่วทั้งเมืองคัง มีใครบ้างจะไม่รู้จัก เฟิงจิ๋วมองดูบุตรชายอย่างภาคภูมิใจ ไม่เสียแรงที่นางเป็นคนถ่ายทอดวิชาแพทย์ส่งต่อให้บุตรชายด้วยตัวนางเอง ผ่านมาแล้วหนึ่งปี สำนักศึกษาแทบจะมีชื่อเสียงโด่งดัง จนปีนี้ถึงกลับต้องจำกัดอัตรารับนักเรีนนใหม่ที่เข้ามาสมัคร เพราะพื้นที่มีไม่เพียงพอกับอัตราของจำนวนนักเรียน
ณ...ลานด้านหน้าของท้องพระโรง ฮ่องเต้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน จึงสิ้นพระชนม์ไปในที่สุด ในพินัยกรรมทรงระบุให้องค์รัชทายาทสืบทอดพระราชบังลังก์ต่อ และยังมีรับสั่งให้คัดชื่อองค์ชายสี่ออกจากทำเนียบวงค์ตระกูล ปลดให้เป็นสามัญชน และสั่งประหารองค์ชายสี่กับผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ การเป็นกบฎ ลอบสมคบคิดกับฝ่ายศัตรู ทรยศขายชาติบ้านเมืองจนมิอาจให้อภัย จึงต้องถูกประหารชีวิต พร้อมกับเสียบประจานจวบจนชั่วลูกชั่วหลาน... พิธีพระราชเพลิงศพของอดีตฮ่องเต้ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ หลังจากองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ ทรงได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง และจัดระบบกฏหมายใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งกำจัดขุนนางตงชินจนสิ้นซาก สงครามทางแดนเหนือยุติลง เพราะได้ทำสัญญาแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างองค์หญิงสิบแปดกับองค์ชายห้าต่างแคว้น ราษฏร์จึงอยู่ร่มเย็นเป็นสุขนับตั้งแต่นั้นมา "แย่แล้วท่านอ๋อง พระชายาทรงหนีไปแล้ว...!!! ตงฟางพอได้รับจดหมายด่วน ก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามารายงานเจ้านาย แสดงสีหน้าแตกตื่น "ตงฟาง...เมื่อครู่เจ้าบอกข้าว่ากระไรนะ ใครหนีไปไหน....? "พระชายา...พระชายาทรงหนีไปแล้วพะย่ะ
ภานในกระโจมพักท่านแม่ทัพใหญ่.... ถังจวิ๋นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา หางตาพลันเหลือบไปเห็นตามร่างกาย ถูกพันไปด้วยผ้าสีขาว คล้ายกับมัมมี่ในอียิปต์ "ข้ามาอยู่ในกระโจมพักได้อย่างไร....." ถังจวิ๋นรู้สึกปวดศีรษะ ตามบาดแผลปวดจนร้าวระบมไปทั้งตัว "ท่านโง่หรืออย่างไร หากข้ามาช่วยไม่ทัน ท่านคงจะกลายไปเป็นผีอยู่ในปรโลกเป็นเพื่อนกับท่านแม่ไปแล้ว คิดจะโชว์หล่อให้ใครดู...สมองท่านมีปัญหาหรืออย่างไรห้ะถังจวิ๋น....? เหยียนหรงรีบด่ากร้านพี่ชายอย่างโมโห "ข้าขอโทษ....ข้าโง่เขลาจริงๆนั้นแหละ คิดไม่ถึงว่าจะถูกศัตรูแอบลอบวางยาพิษในเสบียงอาหาร...ข้าประมาทไปจริงๆ ไร้ความสามารถสมควรตาย...ไม่สมควรจะเป็นผู้นำของกองทัพ.." "ตบเมื่อครู่...ข้ายังทำให้ท่านตาสว่างไม่พอใช่หรือไม่ หากอยากตายจริงๆ ข้าจะตบท่านให้ตายคามือข้าเดี๋ยวนี้..." เหยียนหรงเตรียมจะปรี่ตัวเข้าไปตบพี่ใหญ่ แต่ถูกเด็กน้อยรีบห้ามปรามเอาไว้ก่อน "ท่านแม่อย่านะ...ประเดี๋ยวท่านลุงก็ได้ตายจริงๆขึ้นมาห
หรงหรงได้แต่มองตามหลังอี้ฟูไปจนสุดสายตา ก่อนจะเหลือบไปเห็นโม่เฉิน สายตาเขาจ้องเขม็งมองอี้ฟูแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิต ทำให้คนมองรู้สึกขนหัวลุก "อี้ฟูไปทำอะไรให้ท่านโกรธเคือง เหตุใดถึงจ้องมองเขา ราวกับจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ....?
"ฮูหยิน...นางคงจะมาซวยไปเพราะท่าน ช่างเถอะ....ในเมื่อข้ารับเงินท่านมาแล้ว ข้าก็ต้องช่วยฮูหยินใหญ่ให้ถึงที่สุด...ในเมื่อนางถึงมือข้าแล้ว ขอท่านโปรดวางใจเถิด..." หรงหรงเอ่ยปากอย่างมั่นใจ แต่แฝงไปด้วยคำตำหนิบุรุษตรงหน้า คำพูดหมอหญิงดูมุ่งมั่น หนานลู่รู้สึกเ
สายลมพัดชายอาภรณ์สีแดงปลิวสว่างสไวราวกับสายน้ำ เวลานี้หนานเฟิงพึ่งจะกลับมาจากเที่ยวหอบุปผา ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาออก ว่าหอบุปผามีที่มาที่ไปเช่นไร บุรุษเสเพลต่างนัดรวมตัวกันที่นั่น ทั้งยังมีบุรุษมากหน้าตารวมไปจนถึงพ่อค้า และเหล่าตระกูลขุนนางที่ไม่รู้จักพอ ต่างมั่วสุมสุราเคล้านารีตั้งแต่เช
อุปกรณ์รักษาทุกอย่างต่างมีครบครัน จะขาดก็แต่เพียงผู้ช่วย หรงหรงหันไปมองมารดา แล้วส่ายหัว หญิงชราคนนี้ขี้กลัวและตื่นตระหนกง่าย ไม่เหมาะที่จะมาเป็นผู้ช่วยแน่นอน ส่วนโม่เฉินก็แล้วใหญ่ ร่างกายเขาไม่เอื้ออำนวย ให้เขาอ่านตำราอยู่แต่ในห้องแหละดีที่สุด ร่างอรชรเดินวกไปวนไป กำลังใช้ความคิดอยู่







