Masuk“ถ้าเลือกได้น้องขอเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาดีกว่าค่ะ”
จัสมินตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แต่เป็นความรู้สึกจริงจากใจอย่างที่คนฟังก็เข้าใจความหมายนั้นดี ทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องหนังสือซึ่งเป็นมุมโปรดของเจ้าชายราเฟย์
“แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้”
ราเฟย์เตือนสติน้องสาวต่างมารดาเบาๆเขาเอ็นดูจัสมิน มากกว่าน้องสาวหรือน้องชายคนอื่น ในบาฮาเนียลูกชายมีความสำคัญกว่าลูกสาวเสมอ ลูกที่เกิดจากหญิงต่างชาติอย่างจัสมิน ไม่มีใครสนใจเหลียวแลนอกจากเสด็จแม่ของเขา ทำให้ราเฟย์สนิทสนมกับจัสมินมากเป็นพิเศษ แต่เพราะฐานะที่เขาเป็นถึงองค์รัชทายาททำให้เขาไม่สามารถแสดงท่าทางสนิทสนมรักใคร่กับใครมากไม่ได้ หลายต่อหลายคนที่พยายามใกล้ชิดเขาก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น เขาจึงชินชากับการอยู่อย่างโดดเดี่ยวและไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
เพราะแม้กระทั่งคนที่เขาเรียกว่า ‘คนรัก’ ยังทรยศเขาได้
“พี่ราเฟย์ได้ไปเยี่ยมท่านพ่อบ้างมั๊ย” เพราะความสนิทสนมจัสมินจึงไม่ใช้ราชาศัพท์กับพี่ชายที่เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งบาฮาเนีย
“เมื่อวานก็ไปเข้าเฝ้ามา” เขาตอบน้ำเสียงเยือกเย็นพร้อมกับเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะทำงาน “แล้วทำไมเราไม่ไปเยี่ยมล่ะ มาถามพี่ทำไม”
“พี่ราเฟย์ก็รู้นี่” จัสมินทอดน้ำเสียงน้อยใจ “เสด็จพ่อไม่โปรดลูกสาวมาแต่ไหนแต่ไร เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์เกรงว่าพระอาการอาจจะทรุดหนักก็ได้”
“อยากให้พี่พาไปว่างั้นเถอะ” ราเฟย์มองน้องสาวอย่างรู้ทัน
“สมกับเป็นพี่ชายที่รู้ใจน้องสาวที่สุดเลยค่ะ” จัสมินกระโดดกอดคอราเฟย์อย่างลืมตัว คนเป็นพี่กระแอมไอสองสามครั้งเธอจึงปล่อยมือออกแล้วยิ้มทะเล้น
“อีกวันสองวันก็แล้วกันนะ พอดีพี่มีประชุมกับตัวแทนการค้าน้ำมัน”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตูห้องหนังสือ แต่ก่อนออกไปเธอหันหาเขาอย่างเพิ่งนึกได้ “น้องตอบตกลงไปเป็นอาจารย์พิเศษให้ที่มหาลัย จะเริ่มงานต้นเดือนหน้า ตอนนี้น้องยังว่างจะใช้งานอะไรก็รีบใช้นะคะ”
ราเฟย์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ จะว่าไปเขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะน้องสาวคนนี้มักตัดสินใจทำอะไรโดยไม่ปรึกษาใครอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจัสมินจะเริ่มทำงานเร็วนัก เขาคิดอีกครึ่งปีเป็นอย่างเร็วน้องสาวแก่นแก้วคนนี้ถึงนึกอยากทำงานทำการ ชายหน้าหนุ่มส่ายหน้าไปมาเขาจัดการเรียกข้อมูลที่ต้องการออกมาจากคอมพิวเตอร์และลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมงานที่รออยู่ในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
อารยาออกจะตื่นเต้น ไม่ซิ! ตื่นตะลึงถึงจะถูกหลังจากเข้าประเทศบาฮาเนียเธอก็ไปพักที่บ้านหลังของคาร์ดัลซึ่งหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ เขาจัดการให้สาวใช้ซื้อเสื้อผ้าให้เธอใหม่ทั้งหมดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีของที่นี่ คาร์ดัลเป็นคนอ่อนโยนและมีเมตตาแม้ว่าใบหน้าจะดูเคร่งขรึมตลอดเวลา แต่ตลอดสัปดาห์คาร์ดัลก็ไม่ปริปากเอ่ยชื่อ ‘เจ้านาย’ ที่เธอต้องไปดูแล แต่เช้านี้เธอถูกเรียกให้เตรียมตัวแต่เช้าเพื่อเข้าไปพบ ‘เจ้านาย’ แล้วคาร์ดัลก็พาเธอมาที่พระราชวังใหญ่โตมโหฬารอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน
‘ตายแน่อารยา...นี่ฉันรับงานกับใครกันนี่’
อารยาพึมพำกับตัวเองเธอมองดูเสื้อผ้าที่สวมใส่ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนยาวเข้ากับกระโปรงพลีทยาวคลุ่มเข่า รองเท้าหุ้มส้น ดูๆ ไปเหมือนคุณครูมากว่าพยาบาลพิเศษ แม้จะเป็นเสื้อผ้าเรียบๆ แต่ก็ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าอย่างดี ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นมวยเหนือท้ายทอยเผยลำคองามระหงและโครงหน้าได้รูป แม้จะแต่งหน้าเพียงบาง ๆ แต่ผิวขาวเนียนละเอียดและแก้มที่ฝาดเลือดก็ชวนมอง
“พระองค์ให้เข้าเฝ้าได้แล้วครับท่านคาร์ดัล” องครักษ์หนุ่มคนหนึ่งเข้ามารายงาน
“ขอบใจ” คาร์ดัลพยักหน้ารับและหันไปบอกกับหญิงสาวที่เขาพามาด้วยภาษาอังกฤษ “เข้าไปกันเถอะ”
“เอ่อ...ค่ะ”
หญิงสาวรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก หากเป็นเรื่องงานเธอเป็นคนที่มั่นใจในความสามารถของตนเองยกเว้นครั้งนี้
อารยาเดินตามแผ่นหลังของคาร์ดัลเข้าไปในห้องบรรทมของฮัสซัน กษัตริย์ แห่งบาฮาเนีย บุรุษร่างใหญ่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราสีดอกเลา แม้จะทรงกายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนที่นอนหนานุ่มแต่ก็ดูสง่างามและน่ายำเกรง
“เราให้เจ้าไปเจรจาธุรกิจกลับได้ของแถมมาให้เราอีก” ฮัสซันเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ “นี่นะหรือพยาบาลพิเศษจากเมืองไทยช่างสรรหาจริงๆ นะคาร์ดัล”
“มิได้ฝ่าบาท” คาร์ดัลยิ้มที่มุมปาก “เพื่อพระองค์ชีวิตของเกล้ากระหม่อมก็ยอมพลีได้”
“ชีวิตเจ้า เราจะเอามาทำอะไร” ฮัสซันหัวเราะเสียงดัง “เอาเถอะ แล้วแม่หนูนี่ชื่ออะไรนะ”
“อารยาค่ะ เอ่อ...” หญิงสาวตะกุกตะกักเกรงจะพูดจาไม่เหมาะกับฐานะ
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องพิธีรีตองนักหรอก เราต้องฝากเจ้าดูแลเราด้วย” อัสซันหันไปสั่งนางกำนัลเบาๆ ก่อนจะหันมาคุยกับพยาบาลคนใหม่ “เดี๋ยวเจ้าคุยกับหมอยามาทเป็นหมอประจำตัวเรา แล้วจะเริ่มรักษาเมื่อไหร่ยังไงค่อยคุยกันอีกที”
“ค่ะ” อารยายิ้มรับบาง ๆ
“งั้นกระหม่อมขอตัวก่อน พระองค์จะได้ทรงพักผ่อน”
กษัตริย์แห่งบาฮาเนียเพียงแต่พยักหน้ารับรู้ คาร์ดัลพาอารยาเดินออกตามหลังนางกำนัลมาอีกห้องหนึ่ง ชายหนุ่มในชุดเสื้อกราวด์สวมแว่นตากรอบเงินกำลังยืนอ่านแฟ้มประวัติคนไข้อยู่
“สวัสดีคุณหมอยามาท” คาร์ดัลเอ่ยทักทำให้หมอหนุ่มหันมาและยิ้มให้
“กลับจากเมืองไทยแล้วหรือท่านลุง” เขาเอ่ยทักยิ้มแย้มอย่างเปิดเผย ก่อนปรายตามองมาทางหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง “นี่หรือของฝากจากเมืองไทย”
“บังอาจนัก! อยู่ในวังของเราแต่กลับทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ได้คาร์ดัล! เจ้าจะให้ข้าทำยังไงกับคนของเจ้า นางตั้งครรภ์โดยไม่ได้สมรสกับใครได้อย่างไร...” กษัตริย์ฮัสซันตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แต่ในพระทัยกลับตรงข้าม ยิ่งได้เห็นสีหน้าทุกข์ร้อนของเจ้าลูกชายก็อดสะใจไม่ได้ “กระหม่อมดูแลคนไม่ดีขาดการอบรม สร้างความเสื่อมเสียยิ่งนัก กระหม่อมจะจัดการนาง...” “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!” ราเฟย์ทะลึ่งกายลุกพรวดพลาดจากเก้าอี้ ตวัดสายตาคมกริบไปที่คาร์ดัลที่พูดจารับมุขกับกษัตริย์ฮัสซัน “ใครกล้าแตะต้องภรรยาของเรา เราจะตัดหัวมันให้หมด!” ‘ตัดหัว!’ บรรดาคนฟังถึงกับสะดุ้งโหย่ง ราเฟย์ก้าวเท้ายาว ๆ ออกจากห้องทันทีและตะโกนเรียกคานัน “ต้องโดนกระตุ้นถึงจะรู้ตัวนะเจ้าลูกคนนี้” กษัตริย์ฮัสซันส่ายพระพักตร์ไปมา “ก็เหมือนกับพระองค์ตอนหนุ่มๆ ไงพระเจ้าข้า” คาร์ดัลช่วยเสริม “คราวนี้พระองค์ก็จะได้มีหลานสมใจแล้วนะพระเจ้าข้า” “ฮะ ฮ่า ใช่แล้ว โดยเฉพาะกับหญิงที่เราถูกใจอยากได้เป็นสะใภ้ด้วยยิ่งดีใหญ่ เอ๋..หมอยามาทพอจะรู้ไหมว่าหลานของเราชายหรือหญิง”
“ขอโทษค่ะ เอ่อ...ขอโทษเพคะ” อารยารีบก้มเก็บอ่างน้ำใบเล็ก น้ำหกจนพื้นพรมชื้นแฉะนางกำนัลรีบนำผ้ามาซับน้ำก่อนที่พรมราคาแพงจะเปื้อนเปรอะ หญิงสาวระบายลมหายใจอย่างหงุดหงิด มือไม้เหมือนคนไม่มีแรงเอาเสียงเลย “เจ้าไม่สบายอีกแล้วเรอะ อารยา” สรุเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำให้อารยาตื่นจากภวังค์ “หม่อมฉันไม่เป็นอะไรมากเพคะ...” ‘แค่คนท้องอ่อน ๆ ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนเสียหน่อย’ เธอได้แต่บอกกับตัวเองในใจ “เราให้เจ้าหยุดพักผ่อนก็ไม่ยอม ดื้อเหมือนใครนะ” กษัตริย์ฮัสซันตั้งใจพูดกระทบลูกชายคนโตที่เดินหน้าตึงเข้ามาเหมือนทุกครั้ง “ถ้าเอาข้อราชการมาคุยกับพ่อ พ่อไม่คุยด้วยนะ” ราเฟย์เลิกคิ้วสูงข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าผู้เป็นบิดาจะรู้ว่าเขาชอบเอา ‘ข้อราชการ’ มาเป็นข้ออ้างเพื่อพบหน้าคนบ้างคน “หม่อมฉันอยากถวายงานให้เต็มที่เพคะ” ‘ก่อนที่จะไม่ได้อยู่สนองพระคุณของพระองค์อีกแล้ว’ “กระหม่อมก็เช่นกันพระเจ้าข้า” ราเฟย์กระตุกยิ้มที่มุมปากขณะปรายตามองทางหญิงสาวที่ค้อนขวับเข้าให้ “พ่ออยากฟังเรื่องอื่นแล้ว อย่างพวกงานอภิเษกอะ
เสียงครางเบาๆ ของเธอกลับปลุกอารมณ์ของเขาอย่างเหลือเชื่อมันทำให้เขาจูบเธออย่างรุนแรงและเร้าร้อนจนริมฝีปากบางแดงจัด เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางที่นอนระทวยและขยับตัวไปมาอย่างเสียวซ่านกับสัมผัสที่ได้รับ ราเฟย์พรมจูบทั่วใบหน้าระเรื่อยจากซอกคอจนถึงเนินเนื้อที่ยอดอก ทุกสัมผัสของเขาสร้างเสียงครวญครางและแรงปรารถนารุนแรงยากจะควบคุม มันกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พาคนทั้งคู่ปั่นป่วนรัญจวนใจ และทุกอย่างสงบนิ่งเมื่อสายน้ำอุ่นพัดผ่านไปอารยาปรือตาขึ้นอย่างยากลำบากรู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอกับชีพจรหัวใจที่กลับสู่สภาวะปกติ เธอลุกขึ้นช้าๆ และเบา ๆ แต่กระนั้นก็ยังทำให้คนที่นอนอยู่ตวัดแขนรั้งเอวบางให้กลับไปนอนแนบอีกครั้ง “จะไปไหน?” เขาพึมพำทั้งที่ดวงตาปิดสนิท “ห้อง...ห้องน้ำค่ะ” น้ำเสียงตะกุกตะกักของเธอทำให้มุมปากของเขากระตุกยิ้มเหมือนจะหัวเราะแต่ก็ปล่อยให้เธอลุกขึ้นจากเตียงทำตามความต้องการ อารยาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากห้องน้ำดวงตาของเธอเห็นร่างสูงใหญ่เผลอหลับอย่างอ่อนเพลีย เธออยากอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนถึงเช้าวันใหม่ไม่ซิ! อยากอยู่อย่างนี้ทุกวันทุกคืน
ภาพหญิงสาวสวยประดุจเจ้าหญิงยิ้มหวานสะดุดอารยาจนเธอหยิบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ที่มุมล่างของภาพเป็นลายเซ็นหวัด ๆ เขียนไว้ว่า ‘แด่ราเฟย์ ยอดรักของ แอนเดรีย’ “แอนเดรีย? คงเป็นคนรักของราเฟย์” มือเรียวสั่นน้อยๆ จนต้องรีบวางรูปนั้นไว้ที่เดิมเพราะกลัวว่ามือของเธอจะไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะถือรูปนี้ไว้ได้ เธอรู้สึกหน้ามืดจนแทบจะเป็นลมอีกครั้ง แต่ก็ยังประคองตัวเองไปนั่งบนเตียงนอนหนานุ่มที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องได้สำเร็จ “ใจเย็นๆ ซิอารยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ” เธอยกมือทาบอกพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่คิดว่าแค่ตัวเองรู้ว่าหัวใจของเขามีเจ้าของก็แทบทำให้เธอเป็นลมล้มพับได้ ไม่เคยคิดว่าจะอ่อนแอขนาดนี้ ‘ไม่ได้นะ เราจะอ่อนแอไม่ได้ ต่อไปนี้เราจะต้องเข้มแข็งอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อลูกของเราเอง’ ปัง! เสียงปิดประตูอย่างรุนแรงทำให้อารยาสะดุดโหย่ง คงมีคนเดียวที่กล้าปิดประตูห้องเสียงดังอย่างนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าของห้องเอง อารยาหันซ้ายแลขวาหาที่ซ่อนตัว แม้ว่าห้องนอนจะใหญ่โตแต่เธอกลับไม่รุ้จะไปซ่อนตัวตรงไหน ตลบชายผ้าปูที่นอนขึ้นหวังจะมุดเข้าไปใต้เตียงแต่กลับ
“ราเฟย์เป็นพ่อเด็กในท้องใช่ไหม?” “ยัยแป๋ม! แกรู้ได้ไง” อารยาตาโตอย่างตกใจ “โธ่! ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว” เปรมวดีถอนหายใจหนักๆ “แล้วจะทำยังไง แกน่าจะบอกเค้านะ เค้าต้องรับผิดชอบแก” “แต่...เค้าเป็นใคร...ฉันเป็นใคร...แกก็น่าจะรู้ดี” “แล้วไงละยะ! จะเป็นใครก็ช่าง แต่เค้าก็เป็นพ่อของเด็กในท้องแกนะเฟ้ย!” เปรมวดีอดโมโหแทนเพื่อนไม้ได้ “แกก็น่าจะเห็น เค้ามีผู้หญิงอื่นตั้งเยอะแยะ เค้า...ไม่ได้รักฉันหรอก” “ไอ้ผู้หญิงแยะแยะนะเห็นอยู่ แต่แกแน่ใจได้ไงว่าเค้าไม่ได้รักแก” “เค้า...คิดว่าฉันจะมากอบกอบทรัพย์สินเงินทองมากกว่า” แค่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาน้ำใสๆ ก็คลอเบ้าตาของอารยาทันที “เฮ้ย! แกคิดไปเองหรือเปล่า หรือแกเล่าให้ฉันฟังไม่หมดใช่มั๊ย” เปรมวดีโอบกอดเพื่อนแน่น เธอไม่ค่อยเห็นเพื่อนรักต้องเสียน้ำตาให้ใครอย่างนี้ “ฉันไม่ได้คิดไปเอง เค้าเคยแกล้งฉันสารพัด” “โอเค...แล้วแกจะทำยังไงต่อไป” “ฉันจะเลี้ยงลูกเอง...ฉันเลี้ยงลูกฉันได้...” อารยาพึมพำทั้งน้ำตานองหน้า “แกจะเลี้ยงได
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับท่านหรอกเพคะ” “ทำไมถึงไม่เกี่ยวละ อะไรที่เกี่ยวกับเจ้าก็เกี่ยวกับเราด้วยทั้งนั้น” เขาพูดอย่างอวดดียื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนแก้มที่แดงระเรื่อชวนหลงใหล “เจ้าไม่สบายเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงอาทรของราเฟย์ทำให้หัวใจของอารยาหวั่นไหว เธอรู้ดีว่าเขามักถือตัวว่าตนเองเหนือกว่าพยายามจะควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของเธอ “ไม่เป็นไรเพคะ” กว่าจะเอ่ยปากตอบได้ก็ลำบากยากเย็น ความน้อยใจที่เขาทำราวกับคืนวันในทะเลทรายเป็นเพียงความฝันทำให้น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที “อารยา” ปลายนิ้วใหญ่เกลี่ยน้ำตาหยดใส หัวใจเขาปวดปร่าที่เห็นดวงตาสีนิลมีน้ำตา“เจ้าร้องไห้ทำไม เจ็บปวดตรงไหนบอกเราซิ” ราเฟย์โอบไหล่บางที่สั่นสะท้านเพราะพยายามกลั้นสะอื้น หญิงสาวไม่มีแรงต้านทานจึงได้แต่เอนซบอกกว้างที่คุ้นเคย ทำไมเขาต้องถามเธออย่างนี้ด้วยนะ เขาไม่รู้จริงๆ หรือไงว่าทำให้เธอทรมานใจแค่ไหน ทุกครั้งที่เขาพาสาวๆ สวยๆ มากุ๊กกิ๊กให้เธอเห็นตำตา หัวใจมันปวดร้าวแค่ไหนและยิ่งเจ็บปวดมากเป็นทวีคูณเพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ใยดีเธอเลย ทุกความปวดร้าวใน
“พระพักตร์ของฝ่าบาทผ่องใสขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ” “ก็เพราะของฝากของเจ้าไงคาร์ดัล” กษัตริย์ฮัสซันทรงพระสรวลขึ้นพลางปรายตาไปยังหญิงสาวชาวเอเชียในชุดนางพยาบาลสีขาวสะอาดตา คาร์ดัลยิ้มขึ้นที่มุมปาก เมื่อมองไปที่ ‘ของฝาก’ ที่ตนนำมาจากเมืองไทย อารยาไม่เข้าใจภาษาบาฮาเนีย แม้เธอจะพยายาม
“ใช่ซิ เพื่อนไง ฉันเพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้สองเดือน นอกจากพี่ราเฟย์แล้วฉันไม่ค่อยสนิทกับใครเลย ฉันถูกส่งไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก” จัสมินคล้องแขนอารยาแล้วเดินเรื่อยๆ ตามทางที่จะไปสู่ห้องโถงใหญ่ “เธอนี่เหมาะกับชุดพยาบาลจัง เอาไว้วันไหนเธอว่างเรามาคุยกันนะ เธอพักที่ห้องพักของพยาบาลใช่มั๊ย”“ค่ะ”
“นี่ลูกชายกับลูกสาวฉัน ราเฟย์กับจัสมิน อายุคงไล่ๆ กับเธอ”กษัตริย์ฮัสซันลูกสาวที่ได้เค้าโครงมาจากแม่เต็ม จัสมิน ยิ้มให้อย่างเป็นกันเองและไม่ถือตัว ผิดกับผู้ชายร่างสูงสง่าคนนั้นที่เขาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม อารยายกมือแบบไทยๆ พยายามยิ้มผูกมิตรแต่เมื่อราเฟย์ไม่มีท่าทีตอบไมตรีของเธอ หญิงสาวจึงหน้าเจือนลงทั
แม้เขาจะเป็นองค์รัชทายาทแต่เขาก็ชอบทำตัวง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งโต๊ะอาหารให้มันวุ่นวาย เขาหมุนตัวและเดินนำหน้าแต่เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ก้าวตามมาเขาก็เหลียวมอง“ตามมาสิ”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่บอกทางดิฉันก็พอแล้ว”ไม่ใช่เพราะความเกรงใจหรอกที่ทำให้อารยาพูดแบบนี้ออกมา แต่เพราะเธอกำลังหงุดหงิดที่ถูกสั่ง







