Home / รักโบราณ / ลิขิตรักไร้กาลเวลา / ตอนที่ 3 เรื่องงามหน้าในบ้านสกุลจาง

Share

ตอนที่ 3 เรื่องงามหน้าในบ้านสกุลจาง

last update Huling Na-update: 2025-11-23 11:15:37

เวลาผ่านไปได้ราวชั่วโมงกว่านายท่านจางก็เดินทางกลับมาจากที่ทำงานหลังจัดการงานด่วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อมารอต้อนรับนายท่านหวังคู่ค้าคนสำคัญของห้างสรรพสินค้าสกุลจางตามเวลานัดหมายที่หลินเยว่แจ้งเอาไว้

“คุณคะ กลับมาพอดีเลยฉันนี่ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว” หลินเยว่แสร้งตีสีหน้าวิตกกังวลรีบตรงเข้าไปหาสามีทันที

“มีอะไรงั้นหรือ เกิดเรื่องอะไรขึ้น” นายท่านจางถามหลินเยว่ด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจ

“ก็เข่อซินน่ะสิคะ ชวนนายท่านหวังขึ้นไปคุยกันบนห้องนานแล้ว ป่านนี้ยังไม่ลงมาเลย”

“อะไรนะ แล้วเธอปล่อยให้พวกเขาขึ้นไปด้วยกันได้ยังไง” นายท่านจางเอ่ยอย่างตกใจ

“ตอนแรกฉันก็พยายามปรามเข่อซินแล้ว แต่เธอไม่ฟังบอกว่าอยากพานายท่านหวังขึ้นไปดูรูปเก่าๆของเธอในห้องนอน นายท่านจางเองก็ตอบรับเข่อซินและบอกฉันว่าไม่ต้องเป็นห่วง ฉันทำอะไรไม่ได้สุดท้ายจึงปล่อยพวกเขาให้ขึ้นไปด้วยกัน” หลินเยว่ตีสีหน้ารู้สึกผิด

“ไป..พวกเรารีบขึ้นไปเชิญนายท่านหวังลงมาเถอะ ยังไม่ได้แต่งงานกันแบบนี้มันดูไม่ดีในสายตาคนอื่น”

“ค่ะ” หลินเยว่เอ่ยก่อนจะตามสามีขึ้นไป พร้อมรอยยิ้มอย่างดีใจที่แผนของเธอเป็นไปตามต้องการ โดยไม่คิดเอะใจเลยสักนิดว่านางนกต่อหรือลูกสาวตัวเองหายหน้าหายตาไปไหนกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“ซินซิน นายท่านหวัง ซินซินเปิดประตูหน่อย” นายท่านจางเคาะประตูเรียกที่ห้องของลูกสาวคนโตอย่างเร่งร้อน มีเสียงกุกกักในห้องพร้อมกับเสียงร้องไห้ดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเพียงแผ่วเบา ผ่านไปชั่วครู่หนึ่งประตูจึงเปิดออก

“ซินซิน” นายท่านจางรีบตรงเข้าไปด้านในทันที

“ต๊าย ซินซิน ไม่นึกเลยนะว่าเธอจะทำตัวแบบนี้ อยากแต่งงานกับนายท่านหวังมากขนาดนี้เลยเหรอ” หลินเยว่ที่รู้เรื่องราวว่าจะดำเนินไปทางไหนเดินตามนายท่านจางเข้ามาและเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองตรงไปยังร่างของหญิงสาวที่กำลังใช้ผ้าห่มคลุมปกปิดตัวเองเอาไว้บนเตียง

“ซินซิน นายท่านหวังนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” นายท่านจางเอ่ยถามหลังจากยืนอึ้งอยู่พักใหญ่เมื่อเห็นสภาพตรงหน้า นายท่านหวังที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยไม่เรียบร้อย กับบุตรสาวของตนที่เอาผ้าห่มคลุมหน้าคลุมตัวอยู่บนเตียงซึ่งยับยู่ยี่ไปหมด

“ผมเปล่าทำอะไรเลยนะ เป็นลูกสาวของคุณเองที่ยั่วยวนผม ทั้งยังลากผมขึ้นเตียงด้วย แล้ว..แล้วก็ เอ่อ..แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ” นายท่านหวังตอบสีหน้าท่าทางอิ่มเอิบพึงพอใจยิ่งนัก

“ตายจริงซินซิน ฉันไม่นึกเลยนะว่าเธอจะทำตัวแบบนี้ อดใจไม่ไหวถึงขนาดลากนายท่านหวังขึ้นเตียงเลยงั้นเหรอ” หลินเยว่เอ่ยต่อพร้อมมองหญิงสาวบนเตียงอย่างสะใจ

“หุบปากได้แล้วอาเยว่ เข้ามาดูซินซินหน่อยเถอะ” นายท่านจางบอกหลินเยว่เสียงดังแววตาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ แม้นเขาจะเห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ แต่พฤติกรรมไม่เหมาะสมแบบนี้เขารับไม่ได้จริงๆ หากคนภายนอกรู้เข้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน

“ซินซิน โผล่หน้าออกมาเถอะ ไม่ต้องทำเป็นร้องไห้ให้เสียเวลาหรอก เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เราจะรีบจัดงานแต่งงานให้เธอกับนายท่านหวังโดยเร็วที่สุด จริงไหมคะนายท่านหวัง” หลินเยว่แสร้งเข้าไปนั่งลงบนเตียงและโอบปลอบซินซิน

“แน่นอน แต่งเลย พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี” นายท่านหวังกล่าวสีหน้ายิ้มแย้มยินดียิ่งนัก เพราะหญิงสาวที่เขาได้เชยชมเป็นสาวแรกรุ่นที่รูปร่างอวบอัดสมส่วน ถึงแม้นจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ แต่หน้าตาดีลีลาเด็ดถูกใจเขามาก ที่สำคัญด้วยสถานะของสกุลจางก็นับได้ว่าพอจะมีหน้ามีตาในเซี่ยงไฮ้อยู่บ้าง ถึงแม้นกิจการค้าขายของพวกเขาช่วงนี้จะกำลังมีปัญหาก็ตาม หากแค่เอาเงินเติมลงไปก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว

“เห็นไหมซินซิน นายท่านหวังเขาดีกับเธอขนาดไหน น่าอิจฉาจริงๆเลย” หลินเยว่กล่าวอย่างอารมณ์ดี

“คุณแม่นี่หนูเอง ไม่ใช่เข่อซิน” สุดท้ายจื่อรุ่ยทนปกปิดตัวเองอีกต่อไปไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำพูดและน้ำเสียงยินดีอย่างไม่ปิดบังของแม่ตัวเองเช่นนั้น จึงตัดสินใจโผล่หน้าออกมาให้ทุกคนได้ตกตะลึงไปตามๆกัน

“รุ่ยรุ่ย ทำไมเป็นลูกไปได้เล่า” เมื่อเห็นหน้าคนในผ้าห่มชัดๆ หลินเยว่ก็ตกตะลึงตาค้างไปเลยทีเดียวก่อนจะเอ่ยปากถามบุตรสาวออกมา

“หนูไม่รู้ หนูไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฮือฮือฮืฮ” จื่อรุ่ยพูดอะไรไม่ออกอีกนอกจากคำว่าไม่รู้และปล่อยโฮออกมาทันที

            สุดท้ายก็มีเรื่องงามหน้าเกิดขึ้นในบ้านสกุลจางตามแผนการของหลินเยว่จริงๆ แต่คู่กรณีที่อยู่ในเหตุการณ์กลับเป็นจื่อรุ่ยบุตรสาวของตนเองแทนที่จะเป็นเข่อซินตามที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรก

            นายท่านจางได้ตกลงกับนายท่านหวังเรื่องการแต่งงานระหว่างจื่อรุ่ยกับนายท่านหวังในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า โดนสินสอดยังคงเป็นเงินจำนวนสิบล้านหยวนตามที่ตกลงกันเอาไว้

            “โธ่รุ่ยรุ่ย หยุดร้องไห้ได้แล้วลูก นายท่านหวังเองก็ร่ำรวยมากขนาดนั้น ต่อไปลูกจะได้เป็นคุณนายอยากได้อะไรก็แค่ชี้นิ้วสั่งสุขสบายจะตายไปนะ” หลินเยว่เอ่ยปลอบใจบุตรสาว

            “แม่คะ เขาแก่กว่าคุณพ่ออีก ทั้งยังลงพุงหัวล้านหน้าตาน่าเกลียดแบบนั้นหนูเห็นแล้วอยากจะอ้วก ไม่เอาอ่ะหนูไม่อยากแต่ง ยังไงหนูก็ไม่แต่ง” จื่อรุ่ยที่ชอบผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีมาโดยตลอดรับไม่ได้กับความแก่และอัปลักษณ์ของนายท่านหวัง

            “หยุดโวยวายซะทีเถอะรุ่ยรุ่ย รังเกียจนายท่านหวังนักแล้วอยู่ดีๆทำไมถึงไปลากเขาขึ้นเตียงในห้องนอนของเข่อซินได้ล่ะ” นายท่านจางเอ่ยถามด้วยความโมโหกับเรื่องน่าอับอายขายหน้านี้

            “เพราะ เพราะหนูดื่ม..” จื่อรุ่ยกำลังจะพูดเรื่องที่เธอดื่มน้ำส้มใส่ยาลงไปแต่หลินเยว่รีบห้ามเอาไว้ทันที เพราะเรื่องน่าอับอายทำให้สกุลจางต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแบบนี้หากนายท่านจางรู้เข้าต้องโกรธมากแน่ๆ โดยเฉพาะมันเป็นเรื่องที่เกิดจากฝีมือของพวกเธอเอง

            “รุ่ยรุ่ย!!” หลินเยว่เรียกชื่อบุตรสาวเสียงดุก่อนจะทำตาลุกวาว ส่งสัญญาณไม่ให้จื่อรุ่ยพูดอะไรออกมาอีก

            “เอาเถอะค่ะคุณ เรื่องมันเกิดขึ้นมาขนาดนี้แล้ว ถามอะไรไปรุ่ยรุ่ยก็เสียใจเปล่าๆ อีกอย่างนายท่านหวังเองก็ยอมรับงานแต่งงานทั้งยังให้สินสอดตั้งสิบล้านหยวนตามที่ตกลงกันเอาไว้ เท่านี้ก็นับว่าดีแล้วนะคะ” หลินเยว่เอ่ยกับสามี นายท่านจางยังคงไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ สุดท้ายจึงหยุดซักไซ้เรื่องราวใดๆจากปากบุตรสาวอีก

            หลังจากนั้นไม่นานจื่อรุ่ยก็แต่งงานออกไป ส่วนเข่อซินเมื่อกลับมาที่บ้านในเย็นวันนั้นแล้วได้รู้เรื่องราวทุกอย่างเธอก็ทั้งดีใจและสลดใจไปพร้อมกัน ดีใจที่ตัวเองรอดพ้นจากการแต่งงานกับนายท่านหวัง แต่ก็สลดใจเมื่อรู้ว่าหลินเยว่ไม่มีความเมตตาสงสารให้เธอเลยสักนิด จื่อรุ่ยบุตรสาวของตัวเองจึงต้องมารับกรรมไป ส่วนพ่อของเธอทำท่าทีไม่พอใจได้เพียงชั่วครู่พองานแต่งถูกจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ ได้สินสอดเป็นเงินนับสิบล้านพวกเขาสองสามีภรรยาก็หน้าชื่นตาบานกันเต็มที่เอาเงินสินสอดที่ได้มาไปใช้อย่างสบายอารมณ์

            เงินสินสอดส่วนหนึ่งถูกนำมาจ่ายหนี้ให้ห้างสรรพสินค้ากับร้านอาหารที่หลินเยว่กับบุตรสาวให้คนสนิทมาจับจ่ายใช้สอยให้ส่วนลดมากมายทำตัวหน้าใหญ่ใจโตจนขาดทุน ในส่วนของภัตตาคารที่แม่ของเธอเป็นคนสร้างขึ้นมาร่วมกันกับพ่อของเธอ สองแม่ลูกก็ให้คนมากินฟรีโดยไม่สนใจอะไรนอกจากหน้าตาตัวเองทำให้ขาดทุนไปไม่น้อยเช่นกัน การเอาเงินสินสอดมาโปะหนี้ก็ทำได้เพียงพยุงเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากสองแม่ลูกยังทำพฤติกรรมเหมือนเดิมทุกอย่างย่อมต้องวนกลับไปที่เดิมอยู่ดีนั่นแหละ

            เข่อซินเคยเอ่ยปากขอภัตตาคารที่แม่ของเธอเคยเป็นเชฟใหญ่ดูแลบริหารที่นั่นมาก่อนกับพ่อของเธอ แต่พ่อของเธอปฏิเสธมาโดยตลอด อ้างว่าเธอยังเด็กเกินไปปล่อยให้หลินเยว่เข้ามาช่วยควบคุมบริหารแทนและรับปากกับเธอว่าหลังเธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเขาจึงจะยกภัตตาคารของแม่เธอให้

            หลังจากนั้นเข่อซินก็มุมานะตั้งใจเรียน ถือโอกาสปลีกตัวแยกออกมาอยู่เอง โดยอ้างว่าการเรียนที่มหาลัยหนักและการเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับมหาลัยไม่สะดวก เธอค่อยๆดึงตัวเองออกมาจากครอบครัวที่เห็นแก่ตัว พ่อที่ใจร้ายลำเอียง แม่เลี้ยงที่เลวทรามต่ำช้า คิดหวังว่าหลังเรียนจบจะเข้าไปขอภัตตาคารที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของแม่เธอมากกว่ากึ่งหนึ่งกลับมาบริหารดูแลต่อด้วยตัวเอง

จนกระทั่งวันที่เธอรับปริญญามาถึง เข่อซินวางแผนเอาไว้ว่าพอรับปริญญาเสร็จเธอจะกลับไปบ้านสกุลจางหลังไม่ได้กลับไปนานเป็นเดือนแล้วเพื่อทวงสัญญาเรื่องภัตตาคารกับพ่อของเธอ

จื่อรุ่ยเดินทางออกจากห้องพักที่เธอเช่าอยู่อาศัยใกล้กับมหาลัย เรียกรถแท๊กซี่เพื่อจะตรงกลับบ้านสกุลจาง หากแต่ในระหว่างทางอยู่ๆแท๊กซี่คันนั้นก็จอดรถกลางคัน

“รถเป็นอะไรไปเหรอคะ จู่ๆทำไมถึงมาจอดตรงนี้ล่ะ” เข่อซินเอ่ยถามคนขับแท๊กซี่

“ขออภัยคุณหนู พอดีผมลืมไปว่ามีเรื่องด่วนต้องโทรคุยธุระกับเพื่อนหน่อยขอจอดแป๊บหนึ่งนะครับ” คนขับแท๊กซี่กล่าว

“ได้ค่ะ แต่เร็วหน่อยนะคะ หนูมีธุระสำคัญรออยู่”

“งั้นผมขอหยิบเอกสารหลังเบาะที่นั่งหน่อยนะครับ” คนขับแท๊กซี่พูดขึ้นพร้อมเดินมาเปิดประตูด้านหลังในส่วนที่แข่อซินนั่งอยู่ เข่อซินเห็นก็ขยับหลบไปด้านข้างทันที ก่อนจะหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างอีกด้านหนึ่ง แต่ทันใดนั้นคนขับรถแท๊กซี่ก็เอาผ้าที่มียาสลบโปะลงไปบนจมูกและปากของเข่อซินแล้ว

“อุ๊บบ ทำอะไรนะ อ้ะ ออกไป อุ๊บบ อื้ออๆๆ” เข่อซินพยายามดิ้นรนแต่มีหรือที่แรงของหญิงสาวบอบบางเช่นเธอจะต้านทานแรงของบุรุษได้ ในที่สุดเธอก็สลบไปทั้งอย่างนั้น

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเข่อซินก็พบว่ารถที่เธอนั่งมาก่อนหน้านี้กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำอันกว้างใหญ่ ตัวเธอที่ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลังแต่สุดท้ายความเหนื่อยล้าจากฤทธิ์ยาสลบที่ยังคงลงเหลืออยู่ ความอ่อนแรงจากอากาศที่ค่อยๆหมดไปและความกลัวจนจับขั้วหัวใจทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนอีก

‘นี่ฉันต้องตายไปทั้งแบบนี้สินะ หลิวเยว่คงเป็นเธอแน่แล้วที่อยากให้ฉันตาย ผู้หญิงชั่วช้าแบบนั้นพ่อของเธอยังรักและเชื่อใจอยู่ได้ ช่างน่าเศร้าเสียจริง แม่คะหนูกำลังจะได้ไปพบแม่แล้วรอหนูนะคะ’ สำนึกสุดท้ายของเข่อซินมีเพียงใบหน้าของแม่เธอเท่านั้น ก่อนทุกอย่างจะดับมืดลงไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ พร้อมกับวิญญาณของเธอที่หลุดลอยไปเหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำอันกว้างใหญ่ ยากที่ผู้ใดจะพบเจอเธอได้อีก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนพิเศษ 3 : ความสำเร็จที่คาดการเอาไว้แล้ว

    หลังจากฮันนีมูนที่ยูนนาน ท่องเที่ยวไปในเมืองสวยๆจนพอใจราวสองอาทิตย์ก็ถึงเวลาที่หลีเหว่ยกับลู่หลินจะกลับมาหาลูกชายสองคนซึ่งผลัดกันอยู่ที่บ้านสกุลเมิ่งและบ้านสกุลเสิ่นคนละหนึ่งสัปดาห์แล้ว ลี่หยางทำหน้าที่ไปรับห่าวหรานและหลิวเหว่ยกลับจากบ้านสกุลเสิ่นเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาไปพักที่บ้านสกุลเมิ่งมาแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านริมน้ำของตัวเองก็พบว่าพ่อกับแม่ของพวกเขากลับมาจากการฮันนีมูนพร้อมทำมื้อเย็นให้ทุกคนรวมทั้งลี่หยางรออยู่ก่อนแล้ว “สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่ เป็นยังไงบ้างไปฮันนีมูนรอบนี้สนุกไหมครับ” หลิวเหว่ยเอ่ยถามลู่หลินกับหลีเหว่ย “ก็สนุกดีนะลูกเอาไว้ ถ้าลูกๆอยากไปคราวหน้ารอช่วงโรงเรียนปิดเทอมแล้วเราค่อยไปด้วยกันนะทั้งครอบครัวเลยนะ”หลีเหว่ยตอบบุตรชาย “แล้

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนพิเศษ 2 : พาภรรยาไปฮันนีมูน 2

    หลีเหว่ยขับรถพาลู่หลินออกมาเที่ยวชมความงดงามทางธรรมชาติของหุบเขาและสายน้ำนีจูที่พาดผ่านเมืองซวนเหว่ย ก่อนจะตรงไปยังร้านอาหารท้องถิ่นเนื่องจากเลยเวลาเที่ยงมาเล็กน้อยแล้ว หลีเหวยพาลู่หลินมายังร้านอาหารท้องถิ่นร้านหนึ่งที่เขาค้นหาข้อมูลเจอว่าเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อเป็นที่นิยมของคนในท้องถิ่นที่มีรสชาติในแบบดั้งเดิมซึ่งเขาคิดว่าภรรยาต้องชอบแน่ “ร้านนี้ดูเก่าแก่เป็นแบบท้องถิ่นขนานแท้เลยนะคะ”ลู่หลินเอ่ย พร้อมกับมองดูสภาพแวดล้อมโดยรวม ซึ่งเหมือนมาทานอาหารที่บ้านเพื่อนยังไงอย่างงั้น บรรยากาศของร้านเหมือนเป็นบ้านไม้หลังหนึ่งที่ค่อนข้างกว้างขวางกว่าบ้านทั่วไปที่ใช้อยู่อาศัยมี โต๊ะไม้ให้นั่งอยู่ราวสิบโต๊ะด้วยกันและส่วนใหญ่ก็เต็มหมด โชคดีที่มีคนเรียกเก็บเงินพอดีลู่หลินกับหลีเหว่ยจึงมีที่นั่ง “ที่รักเดี๋ยวผมจะสั่งอาหารให้คุณเอง ระหว่างนี้ทานของว่างรอง

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนพิเศษ 1 : พาภรรยาไปฮันนีมูน 1

    หลังจากลู่หลินแต่งงานกับหลีเหว่ยมาได้กว่า 8 ปี ตอนนี้เธอก็มีบุตรชายให้เขาด้วยกัน 2 คนแล้ว คนโตอายุราว 8 ขวบชื่อเมิ่งห่าวหรานเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 1 ส่วนคนเล็กอายุ 7 ขวบชื่อเมิ่งหลิวเหว่ยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 ซึ่งนับว่าโตมากพอที่จะปล่อยให้พ่อกับแม่ออกไปฮันนีมูนรอบที่ห้าที่หกกันได้โดยที่ไม่ต้องห่วงกังวลมากนักดังนั้นครั้งนี้หลีเหว่ยจึงอยากจะพาลู่หลินไปเยือนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มณฑลยูนนานที่ลู่หลินสนใจอยากจะไปดูวิธีการทำแฮมยูนนานและพวกการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนเสียที เนื่องจากหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบของตนเองรวมทั้งหลีเหว่ยด้วยโดยเฉพาะช่วงที่มีบุตรชาย 2 คนในระยะแรกที่เรียกได้ว่ามีบุตรหัวปีท้ายปีลู่หลินใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดูแลบุตรชายด้วยตัวเอง ทุ่มเทความรักแรงกายแรงใจทั้งหมด แม้นจะมีพี่เลี้ยงมาคอยช่วยเลี้ยงดูอยู่แล้ว แต่ลู่หลินก็ยังคงดูแลบุตรชายอย่างใกล้ชิดอยู่ดี ทำให้ไม่สามารถตัดใจไปที่ไหนไกลๆได้ แต่นั่นก็เป็นความสุขและความเต็มใจที่เธอยินดีทำยิ่งนักยูนนานอยู่ห่างจากปักกิ่งราวสองพันกิโลเมตร

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนที่ 30 ทบทวนความหลังที่จุดเริ่มต้น

    วันต่อมาหลังจากเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นที่โรงแรมเยว่หมิงอัน ก็แทบจะไม่มีใครในปักกิ่งที่ไม่รู้เรื่องเลวๆที่เฉินเหม่ยลี่ได้กระทำเอาไว้ แต่ทางหลีเหว่ยขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้ข่าวเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรมเยว่หมิงอันเมื่อคืน ไม่ให้พูดถึงคดีเก่าที่เขากับลู่หลินถูกวางยาเพราะไม่อยากให้ชื่อเสียงของลู่หลินเสียหาย ซึ่งทางตำรวจเข้าใจพร้อมร่วมมือเป็นอย่างดี“พวกหลานนี่ทำเรื่องอันตรายลับหลังพวกเราแบบนี้ไม่ดีเลยจริงๆนะ” ปู่เมิ่งเอ่ยขึ้น ในขณะที่วันนี้ได้เชิญครอบครัวสกุลเสิ่นมาทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านสกุลเมิ่งอย่างพร้อมหน้า“นั่นสิ มันอันตรายมากเลยนะเสี่ยวเหว่ย โชคดีที่หลินเอ๋อไม่เป็นอะไร” คุณนายเมิ่งกล่าวเสริมขึ้นอีกคน“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณอาเมิ่ง พี่ไฉ่หง ตอนนี้หลินเอ๋อก็สบายดีทุกอย่างไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียหายอะไรเลยนี่คะ” คุณนายเสิ่นแม่ของลู่หลินกล่าวขึ้น“นั่นสิครับ อีกอย่างผมเชื่อใจเสี่ยวเหว่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาย่อมปกป้องคุ้มครองลู่หลินได้เป็นอย่างดีแน่” นายท่านเสิ่นกล่าวเสริมอีกคน ส่วนลี่เฉินที่นั่งอยู่ด้ว

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนที่ 29 โดนวางยาอีกครั้ง

    พนักงานเสิร์ฟพาร์ทไทม์ที่เหม่ยลี่ซื้อตัวเอาไว้ นำแก้วเครื่องดื่มผสมยาชั่วร้ายที่เหม่ยลี่มอบให้เดินตรงไปที่ลู่หลินทันทีที่ได้รับสัญญาณจากเธอ“คุณผู้หญิงคะ รับเครื่องดื่มไหมคะ” พนักงานสาวถาม ในขณะเดียวกันบนถาดก็มีน้ำส้มเหลืออยู่เพียงแก้วเดียวเท่านั้น“ขอบใจจ้ะ” ลู่หลินกล่าวขอบคุณแล้วก็ยกแก้วน้ำส้มมาถือเอาไว้ในมือ ซึ่งเมื่อเหม่ยลี่เห็นแล้วก็ยิ้มด้วยความยินดีที่เหยื่อตกหลุมพรางเธออีกครั้ง‘ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่นังลู่หลิน’ เหม่ยลี่คิดพร้อมยิ้มอย่างร้ายกาจหลังลู่หลินรับเครื่องดื่มมาแล้วก็หันหลังกลับไปสนใจขนมตรงหน้าต่อก่อนจะยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบนิดหนึ่ง ซึ่งเหม่ยลี่เห็นแล้วก็อารมณ์ดียิ่งนัก จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้สาวเสิร์ฟคนเดิมคอยจับตาลู่หลินเอาไว้ ส่วนเธอจะหาทางหลอกล่อหลีเหว่ยไปทางอื่นไม่นานนักลู่หลินก็เริ่มมีอาการมึน รู้สึกง่วงและอ่อนเพลียขึ้นมาทันที สาวเสิร์ฟคนเดิมรีบตรงเข้าไปช่วยพยุงเธอเอาไว้ ส่วนเหม่ยลี่ก็ทำทีเข้าไปดึงความสนใจของหลีเหว่ย โดยเอาเรื่องงานโครงการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าใหม่ของสกุลเฉินมาอ้าง ทำให้ค

  • ลิขิตรักไร้กาลเวลา   ตอนที่ 28 งานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่

    ลู่หลินยื่นมือไปจับหน้าหลีเหว่ยซึ่งเธอยอมรับเป็นคนรักแล้วด้วยความเต็มใจ จากการกระทำที่เขาแสดงออกมาให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญและรักเธอมากแค่ไหน ช่วงนี้หลีเหว่ยเองก็มีโปรเจคงานก่อสร้างของรัฐบาลที่ต้องจัดการ ทำให้เขาค่อนข้างยุ่งและเหนื่อยไม่น้อย แต่เขาก็ยังแบ่งเวลามาอยู่กับเธอ บางครั้งบางคราวยังทำซุปบำรุงร่างกายมาส่งให้เธอถึงภัตตาคารเสิ่นอันด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ภัตตาคารหรือบ้านของเธอไม่ได้ขาดของบำรุงพวกนี้เลยสักนิด“หลีเหว่ย ขอบคุณนะคะที่แสดงให้ฉันเห็นว่าคุณมีความจริงใจต่อฉัน แต่ฉันเองก็อยากให้คุณคิดห่วงตัวเองบ้าง อย่าได้ฝืนร่างกายจนเกินไป ช่วงนี้คุณมีโปรเจคใหญ่ที่ต้องดูแล ไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่มาพบฉันทุกวันก็ได้ค่ะ” ลู่หลินกล่าวด้วยความสงสารคนตัวโต“ฉันไม่ได้ฝืนอะไรเสียหน่อย แล้วที่ฉันมาเจอกับเธอทุกวันเป็นความต้องการจากใจของฉันล้วนๆ การได้อยู่กับเธอเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยล่ะ”“ปากหวานจริงๆนะคะ”“งั้นต้องลองชิมดูหน่อยแล้ว” พูดจบหลีเหว่ยก็เอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้นมาก่อนจะกดริมฝีปากหยักหนาลงไปบนกลีบปาก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status