Share

ลิ้มรสรักชีค
ลิ้มรสรักชีค
Author: ใจดินสอ / เดือนสิบสอง

บทนำ

last update Last Updated: 2025-12-08 19:57:02

“ที่พ่อพูดมาหมายความว่ายังไงคะ เราจะล้มละลาย? มีนายทุนต่างชาติเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการไปแล้วทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้?” ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นพ่อเอ่ย

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ เรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมพรีมไม่ได้ยินข่าวอะไรก่อนหน้านี้เลย” ลูกสาวมองหน้าพ่อสลับกับแม่ ร่างเล็กยืนอยู่กลางห้องทำงานของผู้เป็นพ่อโดยมีแม่นั่งก้มหน้าอยู่โซฟา ส่วนพ่อนั่งเอามือปิดหน้าบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน

“พ่อผิดเองพรีม พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกเดือดร้อน” มือหนาละออกจากใบหน้าแล้วมองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยดวงตาแดงก่ำ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกและภรรยา “แต่พรีมไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อจะไม่ทำให้พรีมลำบาก ถึงจะล้มละลายแต่ก็ยังพอมีเงินก้อนเล็ก ๆ ไว้ให้พรีมเรียนต่อจนจบ แล้วก็ใช้ช็อปปิงใช้เที่ยวกับเพื่อน ๆ ได้เหมือนดะ…”

“คิดว่าพรีมถามเพราะอยากฟังเรื่องนี้เหรอคะ!” เสียงลูกสาวดังก้องห้องทำผู้เป็นพ่อและแม่ชะงักไป พอตั้งสติได้สโรชาก็ชะงักไปเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอขึ้นเสียงใส่บิดาบังเกิดเกล้าและทำกิริยาหยาบคายเช่นนี้ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “พรีมแค่อยากรู้ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่บอกอะไรพรีมเลย อย่างน้อย ๆ ก่อนจะมีปัญหาก็ควรบอกกันบ้างสิคะ จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข หรือที่ผ่านมาพรีมเป็นลูกสาวที่ทำให้พ่อกับแม่วางใจไม่ได้ เป็นลูกสาวที่ทำประโยชน์อะไรไม่ได้”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะพรีม!” พ่อกับแม่ปฏิเสธพร้อมกันเสียงดัง “พ่อกับแม่ก็แค่ไม่อยากให้พรีมคิดมาก ยิ่งตอนนี้พรีมต้องเตรียมตัวฝึกงาน ถ้ารู้เรื่องนี้เข้าจะไม่มีสมาธิฝึกงานเอา” ประโยคนี้ผู้เป็นแม่พูดขึ้น

“พ่ออยากให้พรีมได้ใช้ชีวิตของพรีมอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้มาปวดหัวเรื่องธุรกิจเหมือนพ่อ”

“แต่พรีมก็ต้องรู้อยู่ดีนี่คะ ยังไงธุรกิจของครอบครัวเราก็ต้องส่งต่อให้พรีมดูแลอยู่แล้ว ใช่ว่าจะให้คนอื่นมาดูแลแทนแล้วให้พรีมถือหุ้นรอรับผลประโยชน์อย่างเดียวสักหน่อย” สาวน้อยมองพ่อกับแม่สลับกันพร้อมกับถอนหายใจออกมา ทว่าทั้งคู่กลับหลบตาและเอาแต่เงียบราวกับสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่นั้นถูกต้องทุกอย่าง

“…”

“…เดี๋ยวนะ! นี่พ่อกับแม่คิดจะให้พรีมนั่งกินนอนกินอย่างเดียวจริง ๆ เหรอคะ” เป็นอีกครั้งที่ลูกสาวเอ่ยถามด้วยความตกใจ “นี่พ่อกับแม่เห็นพรีมเป็นอะไรคะ ทุกคนคิดว่าจะเลี้ยงพรีมไปจนแก่เลยเหรอ”

“…”

“พรีมไม่ได้อยากเกิดมาเพื่อใช้เงินแล้วตายไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรให้พ่อกับแม่นะคะ”

“…”

“พอค่ะ! พอก่อนนะ พอ” มือเล็กคลึงขมับตัวเองเมื่อพ่อกับแม่เอาแต่เงียบ ศีรษะทุยปวดตุบ ๆ จนต้องขมวดคิ้วเมื่อได้รู้ความคิดของพวกท่าน “เราหยุดเรื่องนี้ไว้ตรงนี้แล้วคุยอีกเรื่องก่อนดีกว่าค่ะ” สโรชาเดินผ่านหน้ามารดาไปนั่งโซฟาอีกตัว ส่วนบิดาต้องลุกจากโต๊ะทำงานมาร่วมวงด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมีนายทุนเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของเราได้ล่ะคะ พรีมว่ามันกะทันหันไปนะ ถ้ามีคนที่ถือหุ้นมากกว่าคนในครอบครัวเรา เราก็ต้องรู้สิคะ” คำถามแรกของลูกสาวทำให้ผู้เป็นพ่อกุมขมับ

ปกติแล้วถ้ามีผู้ถือหุ้นคนไหนครอบครองหุ้นเพิ่มขึ้นทุกห้าเปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดในบริษัทฯ ฝ่ายที่ดูแลอยู่จะต้องรายงานผลให้ทราบทุกครั้ง ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกฮุบบริษัทฯ โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้

“ความจริงแล้วเรื่องนี้ฝ่ายที่ดูแลอยู่ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะจู่ ๆ คนที่ถือหุ้นเกินห้าเปอร์เซ็นต์ก็ถ่ายโอนหุ้นพร้อมกันในคราวเดียวราวกับว่าเตรียมการมาแล้ว” คำพูดของพ่อทำให้สโรชาอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธี Hostile Takeover หรือพูดอีกอย่างก็คือฝ่ายนั้นเข้ามาครอบงำกิจการของเธอโดยวิธีที่ไม่เป็นมิตร ภาษาชาวบ้านก็ฮุบกิจการหรือบังคับขายกิจการโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจนั่นเอง ซ้ำร้ายยังมีหนี้ก้อนโตทิ้งไว้ให้หลังฮุบกิจการไปอีก นี่มันนายทุนหน้าเลือดชัด ๆ

“เราขอเจรจาใหม่อีกครั้งได้นี่คะ ตอนนี้ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ น่าจะพอมีทางออกอยู่นะ ถึงจะไม่ได้บริษัทคืนมาแต่ก็น่าจะขอเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายเราต้องแบกรับหลังถ่ายโอนบริษัทนะคะ”

“พ่อเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าได้คุยกับนายทุนตัวจริงเรื่องคงจบดีกว่านี้ แต่นี่คุยผ่านตัวแทน เขาก็คงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมา ตัดสินใจอะไรเองมากไม่ได้แถมยังคุยด้วยยากสุด ๆ ไปเลย เสนออะไรไปก็ปัดตกทุกอย่าง จนเรากลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ส่วนนายทุนตัวจริงพ่อลองถามคนในวงการดูก็ไม่เคยมีใครเคยเจอเขามาก่อน” สองพ่อลูกคุยกันโดยที่ผู้เป็นแม่นั่งฟังเงียบ ๆ

“คนที่มาเจรจาทีแรกเป็นตัวแทนใช่ไหมคะ” ลูกสาวย่นคิ้วถาม

“ใช่ ยังหนุ่มอยู่เลย แต่บรรยากาศรอบตัวน่าอึดอัดอย่างกับคนที่ผ่านอะไรมามากมายนับไม่ถ้วน คำพูดคำจาก็เด็ดขาดจนพ่อฟังแล้วยังรู้สึกกดดันจนไม่กล้าแย้งอะไร”

“ถ้าพ่อที่เคยอยู่ในดงกระสุนดงปืนพูดแบบนี้ งั้นพวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาสิ” เป็นอีกครั้งที่ลูกสาวมองพ่อกับแม่สลับกัน “เป็นศัตรูของพ่อกับแม่หรือเปล่าคะ” สโรชาถามต่อเพราะคิดเป็นอื่นไม่ได้เลย

อดีตของบิดาคือพ่อค้าอาวุธสงคราม เป็นมาเฟียค้าอาวุธแห่งดินแดนทะเลทราย ส่วนแม่ของเธอนั้นก่อนจะมาเป็นเลขาของพ่อและรักกันจนถึงทุกวันนี้ก็เคยเป็นนักฆ่าของฝ่ายตรงข้ามที่แฝงตัวเข้าหาพ่อมาก่อน พอทั้งคู่รักกัน แต่งงานกันและมีเธอ จึงวางมือจากธุรกิจอันตรายมาทำธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ ใช้ชีวิตที่เมืองไทยอยู่ยี่สิบกว่าปีจนได้สัญชาติไทยมาครอบครอง ทั้งสองท่านเคยใช้ชีวิตมาแบบนั้น พอมีเธอซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวจึงเลี้ยงดูอย่างประคบประหงม ทะนุถนอมราวกับเป็นนกน้อยในกรงทอง

“ไม่รู้เลยลูก สืบยังไงก็หาอะไรไม่เจอ พิมพ์ชื่อลงอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่มีอะไรขึ้นมา เห็นเงินหนาขนาดนั้นพ่อก็นึกว่าจะเป็นคนดังพอให้ได้ติดตามข่าวคราวดูบ้าง แต่กลับเงียบทุกช่องทางจนน่าแปลกใจ”

“เขาชื่ออะไรคะ”

“นายทุนตัวจริงพ่อไม่รู้ แต่ตัวแทนที่มาเหมือนจะชื่อ คาริบ

“เป็นคนที่ไหนคะ”

“อาหรับเอมิเรตส์”

“…คนบ้านเดียวกับคุณปู่เหรอคะ”

“ใช่”

“งานหยาบเลยนะเนี่ย ยิ่งเราตัดขาดจากคุณปู่กับคุณย่าแล้วยิ่งไม่มีทางออกเลย” เพราะการตัดสินใจก้าวออกมาจากโลกสีเทาของผู้เป็นพ่อทำให้ต้องตัดขาดจากญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องที่เคยสนิทกัน ตอนนี้จึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย

“พ่อสืบมารู้แค่ว่าเจ้านายของเขามีธุรกิจอย่างอื่นที่นี่ด้วย เป็นบริษัทนำเข้าซูเปอร์คาร์ ชื่ออาเมียร์คานอะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ชื่อประธานตัวจริงและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถูกปกปิดเป็นความลับทั้งหมด เลยหาอะไรไม่เจออีก”

ครืด ครืด ครืด

ยังไม่ทันที่สามพ่อแม่ลูกจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของผู้เป็นพ่อก็ดังขึ้นเสียก่อน

“เดี๋ยวพ่อรับสายนี้ก่อนนะ กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันใหม่” ผู้เป็นพ่อเอ่ยก่อนจะกดรับสายแล้วเดินแยกตัวออกไป ในตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้น

“ถ้างั้นพรีมเข้าบ้านก่อนดีกว่าค่ะ เราค่อยคุยกันอีกทีก็ได้” ลูกสาวฉีกยิ้มให้แม่เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างมีธุระก่อนจะแยกย้ายกัน

@แชต

สโรชา : ยัยโย

สโรชา : ฉันได้ที่ฝึกงานแล้ว พรุ่งนี้ไปขอหนังสือแนะนำกัน

โยธกา : ที่ไหน ฉันไปด้วย

สโรชา : อาเมียร์คาน ซูเปอร์คาร์ 

สาวน้อยยกยิ้มเมื่อกดหาชื่อบริษัทฯ ตามที่บิดาบอกไว้ แล้วในประเทศไทยมีที่นี่ที่เดียวโผล่ขึ้นมา

“จะต้องเจอให้ได้ อย่างน้อยในช่วงฝึกงานก็ต้องมีสักวันที่เจ้าของตัวจริงต้องเข้าบริษัทแหละนะ เป็นต่างชาติก็จริงแต่เพิ่งฮุบกิจการคนอื่นไปก็ต้องมาดูอะไรแถวนี้เองบ้างแหละ ถึงจะไม่ได้พบหน้ากันตรง ๆ เพราะเราเป็นแค่เด็กฝึกงาน แต่ได้เห็นรถเขาหรือประตูห้องทำงานเขาก็ยังดี แม่จะพุ่งชนไปเลย” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิ้มรสรักชีค   20 : NC บทส่งท้ายตอนพิเศษ

    กลับมาที่ปัจจุบัน…“อัสซาน! กลับมาแล้วเหรอ” เสียงใสขององค์หญิงตัวน้อยดังขึ้นทันทีที่รู้ว่าใครบางคนกลับจากโรงเรียนแล้ว แม้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแต่อัสซานซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของคาริบกับโยธกาก็ยังไปเรียนอยู่ตลอด และเป็นโรงเรียนประจำที่กลับบ้านได้เฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นจึงทำให้เด็กชายไม่รู้เลยว่าตอนนี้ที่บ้านมีแขก“องค์หญิง…” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสดใสของใครบางคน ร่างร้อยในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งลงจากบันไดมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าที่ยังงงอยู่“ได้ยังไงพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” เด็กชายวัยสิบขวบมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่เขาได้เจอเธอคือตอนไปคฤหาสน์ฟูไจราห์กับบิดา“อัสซานกลับมาแล้วเหรอลูก” คาริบเดินลงมาจากบันไดเอ่ยกับลูกชาย แม้จะจับปืนมาทั้งชีวิต แต่พอรับอัสซานมาเป็นลูกเขาก็อ่อนโยนขึ้นและทำหน้าที่ของพ่อได้อย่า

  • ลิ้มรสรักชีค   19 : ขาที่สามของคาริบ

    “เฮ้ย! ห้องนั้นเข้าไปไม่ได้นะคุณ”“ทามมาย” ศีรษะทุยหันมาถามคนที่รั้งแขนเอาไว้ทัน แต่มืออีกข้างของเธอก็เกาะขอบประตูไว้แน่น“โอเค ถ้าจะนอนก็นอนเงียบ ๆ เดี๋ยวผมจะไปนอนห้องคุณโอเคไหม แต่ห้ามรื้อค้นอะไรทั้งนั้น”“อู้หูววว” เหมือนคนเมาจะไม่ฟังอะไร สายตาหยาดเยิ้มจ้องมองมาที่แผ่งอกแกร่งแล้วทาบฝ่ามือร้อน ๆ ลง “ผู้ชายอะไรนมโต๊โต”“คุณโยธกา” มือใหญ่รีบคว้าข้อมือเล็กไว้พร้อมเค้นเสียงลอดไรฟัน ถลึงตาใส่คนตรงหน้าด้วยแววตาดุ ๆ ทว่าคนเมาจะไปรู้อะไร เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะทำหน้าแบบไหน“เรียกทำไมจ๊ะคนหล่อ”“เอามือออกจากหน้าอกผม”“อ๋อ หวงเหรอจ๊ะ ขอจับหน่อยหนึ่งก็ไม่ได้”“คุณนี่แปลกตั้งแต่วันแรกที่เจอยังไง วันนี้ก็แปลกอย่างนั้นนะครับ”“แปลกแต่แซ่บนะจ๊ะ ถ้าลองแล้วจะติดใจ”“คุณโยธกา”

  • ลิ้มรสรักชีค   18 : ผิดห้อง

    หลังงานแต่งงานของเชคอาซิซกับเชคคาห์สโรชาจบลง ไม่นานงานหมั้นของคาริบกับโยธกาก็ถูกจัดขึ้น แน่นอนว่าหลังหมั้นกันแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้ติดต่ออะไรกันราวกับว่าการหมั้นหมายไม่เคยเกิดขึ้น โยธกาอยู่ที่เมืองไทยเพราะยังติดเรื่องฝึกงานและวางแผนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนเพื่อนซี้เธอนั้นเพราะฝึกงานในบริษัทฯ ของสามีตัวเองจึงไม่มีปัญหาเรื่องชั่วโมงฝึก และเพราะมีเบบี๋แล้วเลยต้องยกเลิกแพลนเรียนต่อไปก่อน คาริบเองก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่างเมืองไทยกับฟูไจราห์ แต่หลังจากเจ้านายแต่งงานเขาก็มาอยู่เมืองไทยเป็นหลักเพราะเชคคาห์ตั้งท้อง คนเป็นสามีเลยต้องอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้งานทุกอย่างในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียงตกอยู่ที่เขา“อีกห้าวันก็ได้ถอนหมั้นแล้วสินะ” คนที่หยิบเสื้อคลุมมาสวมเอ่ยกับเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก แม้โยธกาจะยังไม่ได้ไปเรียนต่อแต่เธอก็รักษาระยะห่างจากเขาและแสดงให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไปเองว่าทั้งคู่กำลังห่างเหินกัน คาริบซึ่งยุ่งกับงานอยู่แล้วจึงไม่ต้องแสดงละครเพราะเขายุ่งจริง ๆ ทำให้ความสมจริงเ

  • ลิ้มรสรักชีค   17 : ผู้หญิงประหลาด

    แปดปีก่อน…ทันทีที่กลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานแสนคุ้นเคย ชายหนุ่มผู้ที่เป็นทั้งหัวหน้าหน่วยอารักขาและเลขาคนสนิทของผู้นำรัฐก็ต้องตกใจ เมื่อสายเรียกเข้าจากพ่อบังเกิดเกล้าทำให้เขาได้ยินเรื่องประหลาดเข้า“ผมไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหนครับ? ไม่เห็นจะรู้เลย” หลังโวยวายไปแบบนั้น เรื่องยาวยืดน่าปวดหัวก็ทำให้เขารีบนั่งเครื่องบินส่วนตัวของเจ้านายจากฟูไจราห์ตรงไปอาบูดาบีบ้านเกิดทันทีเมื่อจัดการเรื่องวุ่นวายที่บ้านเสร็จแล้วเขาก็รีบกลับมายังฟูไจราห์เพื่อรอคอยเจ้านายทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมากความสามารถรู้สึกเหมือนคอตัวเองวางอยู่บนแท่นประหาร รอวันที่เจ้านายจะมาช่วยเหลือ“หัวหน้า ท่านเชคกับท่านเชคคาห์กลับมาแล้วครับ” คาริบถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาด้วยความโล่งอก เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ที่เจ้านายทั้งสองของเขาทิ้งงานหลายอย่างไว้ให้โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นยังให้เขาไปออกงานแทนจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็

  • ลิ้มรสรักชีค   16 : NC มาต่อให้จบ

    เสียงกรีดร้องของเชคคาห์สาวทำให้ภายในกองเกิดความโกลาหลไปชั่วขณะ แต่ก็จบลงด้วยการที่เชคอาซิซออกมาบอกว่ามีงูทะเลทรายเข้าไปในกระโจม แต่เขาจัดการมันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่เฝ้ายามและบางส่วนก็แยกย้ายกันไปนอนต่อ“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมคะ” พอกลับเข้าไปในกระโจมร่างน้อยก็หันไปดุคนข้าง ๆ การที่เขาพลิกตัวกะทันหัน ทำให้เธอที่กลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้ร่างเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แถมแสงไฟจากตะเกียงที่กระทบใบหน้าของเขาก็ทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างรู้สึกไม่ปลอดภัย หากข้ารับใช้ไม่ร้องถามและไม่เกิดความโกลาหลขึ้นเสียก่อน เธอคงได้นอนหอบอยู่ใต้ร่างเขาไปแล้ว“ก็ใครเป็นคนเริ่มก่อนล่ะ” เสียงทุ้มเถียงกลับขณะมองภรรยาล้มตัวนอนลงบนฟูกผืนหนา ร่างกำยำรีบกระตุกเชือกเสื้อคลุมออกอย่างรวดเร็วทำเอาคนที่เพิ่งเอนกายลงรีบร้องท้วง“จะทำอะไรคะ”“มาต่อให้จบเถอะ ไม่งั้นคืนนี้ฉันหลับไม่ลงแน่ ๆ” ก็เธอยั่วให้อยากแล้วจากไปอย่างนั้น เขาทนได้จนถึงตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

  • ลิ้มรสรักชีค   15 : NC หลอกให้อยากแล้วจากไป

    ผ่านมาสองวันแล้วที่กองคาราวานของเชคอาซิซยังปักหลักอยู่ที่โอเอซิสแห่งใหม่ เพื่อให้ความร่วมมือกับทางโอมานที่ส่งคนเข้ามาวัดระดับของน้ำเพื่อติดป้ายเตือนความลึกตื้น และปักธงของประเทศรวมถึงป้ายถือครองกรรมสิทธิ์ ทำให้แนวชายแดนระหว่างโอมานกับเอมิเรสต์มีทหารติดอาวุธของสองประเทศคอยลาดตระเวนอยู่ ทั้งที่ปกติแล้วในทะเลทรายไม่จำเป็นต้องมีทหารลาดตระเวน และสองวันที่ผ่านมาการอารักขาบริเวณกระโจมของฟูไจราห์ก็แน่นหนาขึ้น อีกทั้งเหนือน่านฟ้าของสองประเทศยังมีเฮลิคอปเตอร์ของสองกองทัพบินวนอยู่แทบจะทั้งวัน“ผมกลับแล้วนะท่านพี่ ไว้พบกันใหม่นะครับพี่สะใภ้” เชคอาคิมบอกลาพี่ชายและพี่สะใภ้ก่อนจะบังคับอูฐให้เดินออกไปกับขบวน“น้องชายของคุณจะแต่งงานจริง ๆ เหรอคะ ดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานเลย” เสียงหวานหันไปถามสามีขณะเดินกลับเข้ามาในกระโจม สีหน้าของอีกฝ่ายดูกลัดกลุ้มอยู่ตลอด ทำให้ตลอดเวลาของการพบกันเชคคาห์สาวไม่กล้าเอ่ยถึงผู้ที่จะมาเป็นน้องสะใภ้“ถูกคลุมถุงชน คงไม่ดีใจหรอก” คนตอบแค่นยิ้ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status