LOGINตอนที่หนึ่ง
เกิดอะไรขึ้น
“พวกเรารีบเดินเร็วเข้าเถอะ ขืนชักช้าโดนจับได้คงไม่พ้นถูกฟันคอขาด”
“นางเป็นสตรีเยาว์วัยทั้งหน้าตายังงดงาม ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนฆ่าทิ้งหรอก ป้าจาง อย่างมากก็เพียงรับศึกหนักทั้งกองร้อยเท่านั้น”
“นั่นไม่ใช่อยู่มิสู้ตายหรอกหรือ? อย่าได้พูดมาก มาช่วยกันพยุงนางให้เดินเร็วเข้า เฮ้อ!...เป็นสาวเป็นแส้ เหตุใดจึงเป็นลมหมดสติเอายามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้นะ นังหนูเอ๊ย”
เสียงทั้งสองที่ได้ยินทั้งแรงที่กำลังพยุงแขนและประคองตัวของเธอให้เดินตามทำให้หลินหยุนซีพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมอง
ครั้นเห็นสภาพรกร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นกับผู้คนที่ต่างแต่งตัวแปลกๆ จึงหลับตากลับไปนึกทบทวนอีกครั้ง
เกิดอะไรขึ้น?
เธอคือ ‘หลินหยุนซี’ ซึ่งเพิ่งเรียนจบด้านการรักษาทั่วไปมาหมาดๆ
ขณะกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อเฉพาะทางหรือจะออกทำงานเพื่อสะสมประสบการณ์ก่อนดีกลับต้องมาอกหักด้วยถูกแฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีทรยศไปแต่งงานกับเพื่อนสนิท
ยังจำได้ถึงตอนที่เธอพบพวกเขาสองคนเดินออกมาจากร้านถ่ายรูปโดยบังเอิญ คำพูดที่ผู้ชายคนนั้นสาดใส่เธอกลับมาตอนที่โดนเธอต่อว่ากลับกลายเป็นคำกล่าวโทษ
“ซีซี คุณไม่เคยมีเวลาให้ผม วันวันเอาแต่บอกว่าเรียนหนัก จะให้ผมมัวแต่เสียเวลารออยู่ได้อย่างไร”
อ้าว!...เขาเป็นฝ่ายนอกใจเธอ ทำไมกลายเป็นเธอผิดไปได้
คุณหมอสาวกำหมัดแน่นเพราะเธอเรียนหนักก็จริงแต่เมื่อเขาติดต่อมาทีไรก็มักตาลีตาเหลือกไปหาทุกครั้ง และยังยอมมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันหลายต่อหลายครั้งจนแทบต้องคลานกลับหอพักเพื่อหวังให้เขาไม่มีข้ออ้างไปหาเศษหาเลยกับคนอื่น
แล้วเขาจะมาบอกว่าเสียเวลารอได้อย่างไร?
“ซีซี เธออย่าโกรธพวกเราเลยนะ ฉันก็แค่หวังดีอยากปลอบโยนเขา แต่ทำไปทำมาก็กลายเป็นหลงรักเขาเข้าแล้ว ที่สำคัญก็คือ ฉันท้องได้สามเดือนแล้ว พวกเราก็เลยมาถ่ายรูปแต่งงานกัน เจอเธอก็ดีแล้ว พวกเราจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีก”
คำพูดของเพื่อนรักที่เคยสนิทมากยิ่งฟังยิ่งน่าโมโห
พวกเขาลักลอบกินกันลับหลังเธอแล้วยังมีหน้ามาดีใจที่ถูกเธอรู้เข้า
แล้วคำพูดพวกนั้นอีก พูดไปพูดมาก็ไม่พ้นโทษเธออยู่ดี
คนเราทำผิดแล้วยังลอยหน้ามาโทษคนอื่น ช่างไร้ความละอาย
แต่...ถ้าพวกเขามีความละอาย ก็คงไม่ทำแบบนั้นลับหลังเธอแต่แรกแล้ว
“พวกเธอสองคนเหมาะสมกันจริงๆ คนหนึ่งก็ผีเน่า อีกคนก็โลงผุ ขอให้ชีวิตแต่งงานอย่าได้มีความสุขเลย” แม้หลินหยุนซีจะเป็นคนจิตใจดี แต่โดนหักหลังขนาดนี้ย่อมโกรธมากเป็นธรรมดา
“ทำไมมาแช่งเราแบบนี้ล่ะ เธอนี่นิสัยไม่ดีมากๆ”
“เธอคงเสียดายผม ไม่ต้องโมโหนะ เดี๋ยวจะกระเทือนไปถึงลูกในท้อง”
ได้ยินคำพูดของสองคนนั้น หญิงสาวผู้ถูกทรยศจากคนใกล้ตัวจึงยิ่งโมโหมากขึ้น
“เชอะ...ฉันน่ะหรือจะเสียดายผู้ชายห่วยๆ อย่างคุณ คอยดูนะ ฉันจะหาแฟนที่ดีกว่า เลิศกว่า หล่อกว่า และที่สำคัญก็คือเอามันส์กว่าคุณ
ชิ...ทั้งเล็กทั้งไม่ได้เรื่อง แรงก็น้อย ขยับได้แค่ไม่กี่ทีก็เสร็จแล้ว ยังอุตส่าห์ทำเธอท้องจนได้ สงสัยเธอคงชอบแบบนี้สินะ แค่ถูๆ ไถๆ พอผ่านๆ ไป” ว่าที่คุณหมอสาวเอ่ยคำพูดหยาบคายอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะกล้าพูดก่อนจะเดินหันหลังกระแทกส้นเท้าจากมาแล้วรีบเรียกรถขึ้นไปนั่งเพื่อไม่ให้พวกเขาได้เห็นน้ำตาที่หยาดหยด
ด้วยไม่ได้หันกลับไปมอง หลินหยุนซีจึงไม่ได้เห็นว่าอดีตแฟนหนุ่มหัวฟัดหัวเหวี่ยงแค่ไหนที่โดนด่าเรื่องเล็กกับไม่ได้เรื่อง
“ซีซี กลับมาก่อนนะ พูดแบบนั้นได้ยังไง”
“ทำไม? จะให้เธอกลับมาพิสูจน์ความได้เรื่องหรือไง จะเล็กจะใหญ่ก็ทำให้ฉันท้องได้ ไม่เห็นต้องสนใจ” คำพูดของว่าที่เจ้าสาวกลับกลายเป็นคำยืนยัน นั่นยิ่งทำให้อดีตแฟนหนุ่มของหลินหยุนซีโมโหจนควันออกหู
“อ้าว!...พูดแบบนี้หมายความว่าของฉันเล็กงั้นหรือ”
“ก็ไม่ได้เล็กมาก แต่ก็ไม่ได้ใหญ่ จะให้ตอบว่ายังไงล่ะ” กลายเป็นว่าที่บ่าวสาวซึ่งเพิ่งถ่ายรูปแต่งงานต้องมายืนทะเลาะกันเรื่องความเล็กความใหญ่อยู่ริมถนนจนกลายเป็นที่ขบขัน
ตอนที่ยี่สิบแปดเมียจ๋าเจียจิวซินร้องได้เพียงเท่านั้นด้วยโดยโจมตีอย่างดุเดือด ยิ่งชายหนุ่มรัวทั้งลิ้นทั้งนิ้วนางก็ยิ่งบิดเกร็งเร่าร้อนจนสั่นกระตุกไปในที่สุดซานจิ้นเหอเมื่อได้กลั่นแกล้งจนพอใจจึงขยับร่างขึ้นคร่อมร่างบางก่อนจะจับแก่นแกร่งเข้าจ่อทิ่มแทงไปอย่างเร็วหญิงสาวรับแรงกระแทกด้วยความซ่านเสียวก่อนจะยกสะโพกขึ้นลงสอดรับกับการตอกตรึงนั้นสองร่างเกลือกกลิ้งอยู่กลางดงดอกไม้พร้อมส่งเสียงร้องครวญครางไม่ได้หยุด“ดีหรือไม่ ร้องให้ดังอีกสิน้องซินซิน” ซานจิ้นเหอตอกย้ำอย่างรุนแรง ทั้งดึงเข้าทั้งตอกทิ่มเข้ามาจนกายบางสั่นสะท้านเสียงตอกกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวคลอเคล้าไปกับเสียงร้องด้วยความหวามไหว จนม้าที่ผูกอยู่ไกลๆยังส่งเสียงร้องสอดรับออกมาจนเมื่อความสุขถึงที่สุด สองร่างสั่นเกร็งเปล่งเสียงออกมาเกือบพร้อมกัน ก่อนที่ซานจิ้นเหอจะซบลงบนอกอวบเพื่อผ่อนคลาย“ที่นี่ดียิ่ง พวกเรามากันให้บ่อยหน่อยดีหรือไม่” ถึงตอนนี้เขานึกขอบคุณมารดายิ่งนักดอกไม้งามยังส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในขณะที่เสียงน้ำไหลฟังคล้ายก
ตอนที่ยี่สิบเจ็ด ในสวน เจียจิวซินอดเอ่ยชมออกมาไม่ได้“พวกเจ้าชอบหรือไม่” องค์หญิงผู้มารดาซึ่งเดินออกมารอรับถามขึ้นทันที“ไม่มีผู้ใดไม่ชอบความงามนะเพคะ” เจียจิวซินเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวตรงหน้ามีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง วันที่พบกันครั้งแรกด้วยความวุ่นวาย พวกเขาจึงยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจังนัก“ไม่ต้องพูดเช่นนั้นกับแม่หรอก แม้จะยังมีศักดิ์เป็นองค์หญิง แต่แม่ไม่ได้อยู่ในวังหลวงแล้ว ยามนี้แม่เป็นเพียงภรรยาแม่ทัพผู้หนึ่งเท่านั้น อีกทั้งแม่ยังเป็นมารดาของสามีของเจ้า เรียกแม่ได้หรือไม่” องค์หญิงหมิวเย่เดินมาจูงมือสะใภ้ให้เดินไปด้วยกันอย่างพยายามแสดงความสนิทสนม“ได้เจ้าค่ะ”เมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู เจียจิวซินก็ไม่เล่นตัวให้มากเรื่อง“พวกเจ้าขี่ม้ากันมาไกล เหนื่อยหรือไม่”“ไม่เหนื่อยมากเจ้าค่ะ จะว่าไกลก็ไม่มากนัก” หญิงสาวตอบตามความรู้สึก“ท่านเรียกพวกเรามามีเรื่องใดหรือ” ซานจิ้นเหอซึ่งเดินตามมาเอ่ยถามสวนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผู้เป็นมารดาไม่เข้าเรื่องสักที“ใจร้อนจร
ตอนที่ยี่สิบหก เที่ยวเล่นเสียงพูดคุยกันของสองหนุ่มสาวเงียบหายไปก่อนจะกลายเป็นเสียงครางกระเส่าและเสียงจ๊วบจ๊าบดังขึ้นแทน ซานจิ้นเหอพาเจียจิวซินคลานเข้าไปใกล้จนมองเห็นเงาร่างของทั้งสองซึ่งเปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางถ้ำสลัว เจียจิวซินอ้าปากค้างด้วยไม่อยากเชื่อสายตาว่าชุนเถาผู้ขลาดกลัวจะกล้าลอบออกมาร่วมรักกับชายหนุ่มซึ่งเพิ่งสนิทสนมกันไม่นาน แต่ภาพตรงหน้าช่างชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้ มิหนำซ้ำความช่ำชองของพวกเขายังบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่พวกเขาร่วมรักกันมาหลายคราแล้วต่างหาก “พี่ฮุยพื้นนี้แข็งนัก” เสียงชุนเถาร้องออกมา “เช
ตอนที่ยี่สิบหกเที่ยวเล่น“ผู้ใดจะรู้ว่าหากเจ้าได้เห็นความหรูหราในจวนอ๋องจะไม่เปลี่ยนใจ” ซานจิ้นเหอสารภาพความคิดออกมา “เชอะ หรูหราแล้วอย่างไร อ๋องบ้ากามเช่นนั้น ข้าไม่อยากได้เสียหน่อย โชคดีที่ท่านชิงตัวข้ามา ไม่เช่นนั้นชีวิตที่เหลือคงคล้ายตกอยู่ในนรก” เจียจิวซินเอ่ยตามตรง “เช่นนั้นน้องซินซินยินดีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างแน่นอนใช่หรือไม่” ซานจิ้นเหอถามย้ำ “ถึงเพียงนี้ยังต้องถามอีกหรือ” “ที่ข้าตอบท่านแม่ทัพไปล้วนมาจากใจจริง ข้ายินดีแต่งงานกับท่านเพราะหากไม่ยินดี ไม่ว่าผู้ใดก็บังคับไม่ได้” ห
ตอนที่ยี่สิบห้าตกลงกันความคิดในหัวของอ๋องหนุ่มยังวนเวียนอยู่ในความเสียหน้านั้นด้วยไม่เคยมีผู้ใดทำเช่นนั้นกับเขามาก่อนอ๋องมู่ไม่ได้หันมาใส่ใจชายาที่สี่อีก เขาปล่อยให้นางมองดูเขาเสร็จสมกับอนุสาวนางอื่นจนถ้วนทั่วเมื่อเหนื่อยอ่อนแล้วอ๋องหนุ่มจึงนอนหงายมือลูบไล้เล่นอกอวบของอนุสองนางซึ่งนอนขนาบซ้ายขวาอย่างสุขใจ ในขณะที่อนุอีกนางเช็ดทำความสะอาดแท่งหยกให้เขาอย่างเอาใจใส่“เชอะ พวกเจ้าดูสิ ชายาที่สี่ของข้า ใบหน้าหรือก็เรียบๆ รูปร่างก็เล็กแกร่น ยิ่งทรวงอกของนาง สาบานได้ว่านั่นคืออกของหญิงสาว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างแบนจนขันทีของข้ายังมีอกที่ใหญ่กว่า”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะประสานกันดังออกมาจากทั้งสี่คนที่นอนกองกันอยู่บนเตียง สายตาทั้งสี่คู่มองมาอย่างเหยียดหยามจนเจียจิวหลินอยากจะมุดลงไปใต้ดินให้สิ้นอายเขาให้นางมายืนดูการร่วมรักกับหญิงอื่นแล้วยังมาประจานรูปร่างหน้าตาของนางอย่างหยาบคายเช่นนี้อีกเจียจิวหลินแววตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น“อันใด มองหาเรื่องหรือ ฮ่า
ตอนที่ยี่สิบสี่ เสียหน้า เจียจิวซินเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมโดยไม่เหลือบมองใบหน้ายับย่นของอ๋องมู่ซึ่งตะโกนออกมาด้วยความโกรธกริ้ว “นางหญิงไม่รักดี ข้าอุตส่าห์ไม่ถือที่เจ้าโดนปู้ยี่ปู้ยำมาแล้ว หวังดีไปพาตัวออกมาล้างคราบคาวเพื่อให้กินดีมีสุขอยู่ในจวนอ๋อง เจ้ากลับใฝ่ต่ำอยากจะกลับไปกัดก้อนเกลือกับเจ้าโจรหนุ่ม ชิเต็มใจแต่งงานหรือ ยามเจ้าโดนฉุดกระชากพาตัวไปไยไม่ร้องเรียนบ้างเล่า” อ๋องหนุ่มร้องตะโกนอย่างหลุดมาดผู้ดี “ในเมื่อแม่นางเจียอยากกลับไปกับสามีของนาง เช่นนั้นท่านอ๋องก็ปล่อยตัวออกมาเถิด อย่าให้ต้องเป็นเรื่องเป็นราวให้อายผู้คนเลย” แม่ทัพเอ่ยขณะทำสัญญาณให้กำลังทหารขยับตัวเพื่อข่มขู่&nbs
ตอนที่สิบห้า สู้หรือ ครั้นดูแลเย็บแผลเรียบร้อย สองขาเรียวจึงถูกยกขึ้นพาดบ่าเพื่อส่งลำแท่งแข็งให้ตอกลึกอย่างเร่าร้อนโดยไม่รั้งรอเวลาอีกแท่งทวนใหญ่มุดเข้าถอนออกชั่วพริบตาพาหัวบานแดงฉ่ำผ่านปากช่องทางอุ่นชื้นของนางอีกครั้งและอีกครั้งขณะสองมือแ
ตอนที่สิบ ตัวตนของอีกฝ่าย หลินหยุนซีค้อนขวับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงหยิบเสื้อผ้าเดินกระย่องกระแย่งไปผลัดเปลี่ยนที่ฉากด้านหลังครั้นออกมายังเห็นเจ้าเมืองหนุ่มยืนรออยู่จึงมองหน้าเป็นเชิงถาม“ข้ารอเจ้าออกไปกินข้าวพร้อมกัน”
ตอนที่สิบสาม มีแบบนี้ด้วยหลินหยุนซีเหลียวมาค้อนขวับทั้งพยายามขยับหนีแต่ร่างเล็กย่อมไม่อาจไปไหนได้พ้นด้วยมือใหญ่ขยุ้มสะโพกกลมกลึงเอาไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาในทุกคราวที่กระแทกอัดดุ้นลำเข้าแทงทิ่มกลางร่องกลีบสาวจนแย้มบานป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ&ldq
ตอนที่สิบสอง ช่วยข้าหน่อย ครั้นหญิงสาวปรับเปลี่ยนท่าทางลงไปคลานสี่ขาบนเตียงแล้วแนบใบหน้าก้มต่ำทำให้ส่วนสะโพกกลมกลึงเด้งโด่งสูงขึ้นเปิดเปลือยให้เห็นโคนขาขาวเนียนกับก้อนเนื้อกลีบก้นงอนงามเต็มตามู่หยางจับจ้องส่วนโค้งส่วนเว้าของสตรีที่ปรากฏชัด







