ログインกิจกรรมอันเร่าร้อนดำเนินไปจนถึงเช้า จากที่จองโรงแรมไว้แบบชั่วคราวเปลี่ยนเป็นค้างคืนกะทันหันเพราะผู้เช่าทั้งสองยังเสพสุขไม่พอ
“อื้อ~”
หญิงสาวผู้เหนื่อยล้าจากบทสวาทมาทั้งคืนหลับพริ้มภายใต้ผ้าห่มสีขาวตัดกับสีของเตียง เธอไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้คู่นอนของเธอได้ออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งเพียงธนบัตรจำนวนห้าหลักไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
ครืด ครืด~
เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาเที่ยงวันตะวันลอยโด่ง พราวพริมาปรือตาขึ้นพลางกวาดมือคว้าปิดการแจ้งเตือนอันรบกวนหู
“อื้อ~ คุณ เที่ยงแล้วต้องคืนห้อง”
ตอนที่ว่าเปลือกสีไข่ยังปิดสนิท เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับเธอจึงเริ่มเบิกตาทีละข้างก่อนจะหันมองไปรอบห้องอันว่างเปล่าเห็นเพียงเงินปึกหนึ่งวางอยู่
“อื้อ~”
เธอหยัดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เธอไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจที่เขาหนีหายหน้าเมื่อเสร็จกิจ เพราะมันควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่เจอเขาอีก..
โลหการ 68 : วันนี้พี่นัดตอน 5 โมงนะ
โลหการ 68 : ที่ลานเกียร์สาขา อยู่หลังแล็บ
การแจ้งเตือนเด้งขึ้นไม่หยุดบอกแผนประจำวันนี้ แต่ทว่าหญิงสาวที่ถูกพรากพรหมจรรย์ไปหมาด ๆ รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของร่างกาย ลมหายใจที่ร้อนผิดปกตินี้บ่งบอกว่าเธอกำลังมีไข้
xxproudxx : เราอาจไม่ได้ไปนะ เป็นไข้
เธอพิมพ์ตอบกลับในกลุ่มแจ้งเพื่อนไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนบอกเหตุผลที่จำเป็นไว้เหมือนกัน ทำให้เธอไม่ได้รู้สึกผิดมากนัก
หลังจากคืนกุญแจห้องและรับเงินมัดจำคืนแล้ว พราวพริมาก็ตรงกลับที่พักของตนด้วยสภาพอิดโรยราวกับรับศึกหนักมาทั้งคืน
เธออาศัยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีในห้องประทังชีวิต ก่อนจะสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มหนาเพื่อหลับพักผ่อน ยังดีที่เปิดเทอมวันแรกอาจารย์ต่างพากันงดคลาส ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องโดดเรียนเป็นแน่
ภายในห้องพักเกรดต่ำหลังมหาวิทยาลัยแสนอบอุ่น มีหญิงสาววัยเจริญพันธุ์หลับพริ้มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ตามกรอบใบหน้าชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“แม่ ! เฮือก !”
เสียงกรีดร้องเรียกมารดาดังลั่นห้อง เธอสะดุ้งตื่นด้วยอาการหอบหายใจแรง ปลายหางตาเปื้อนฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ
การสูญเสียในวัยเด็กทำให้ทุกค่ำคืนของเธอผ่านไปอย่างยากลำบาก เธอไม่สามารถหลับได้เต็มตาเช่นคนปกติเลยสักวัน
xproudxx : โดนเน้ดจนไข้แตก จะบ้า
เธออาศัยสื่อออนไลน์ลับที่สร้างไว้เป็นแหล่งพักพิงใจ กันตัวเองออกจากโลกความเป็นจริงอันโหดร้ายอยู่ในเงามืดที่ไม่มีใครรู้จักใบหน้าที่แท้จริง
ยกเว้นเขา..
ครืดดดดด~
สายโทรเข้าจากเบอร์ปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัยแต่กระนั้นก็คว้ามือถือมากดรับสายแต่โดยดี
(ฮัลโหล)
“พราวด์ใช่ไหม เรามายด์นะ เพื่อนสาขา”
(อ๋อ ว่าไง)
เมื่อรับรู้ว่าใครโทรมาเธอก็เบาใจไปเปราะหนึ่งอย่างน้อยก็ไม่ใช่มิจฉาชีพ ทว่าความฉงนในใจก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด
“พราวด์พอจะมาที่สาขาได้ไหม เพื่อนมาน้อยมาก”
(เราบอกเพื่อนแล้วไงว่าไม่สบาย)
“แต่.. ถ้าเพื่อนไม่ครบคนที่มาจะถูกทำโทษ”
(แต่เราไม่สบายไง ! แค่นี้นะปวดหัว !)
เธอกดวางสายทันทีพร้อมปิดเครื่องเพื่อไม่ให้ใครรบกวนได้อีก ร่างเล็กร้อนรุ่มด้วยพิษไข้เอนกายนอนลงบนเตียงตากลมโตปิดลงสนิทหวังจะพักผ่อนต่อ หากแต่คำพูดที่เพื่อนขอร้องเมื่อครู่กลับวนเวียนอยู่ในหัวจนเธอไม่สามารถหลับได้อย่างบายใจ
“เฮ้อ !”
และแล้วเธอก็ต้านทานต่อตัวเองไม่ไหว ลุกขึ้นจากที่นอนด้วยสภาพอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงเข้าห้องน้ำชำระร่างกายล้างพิษไข้
หญิงสาวสวมเสื้อยืดขาวกางเกงวอร์มรองเท้าผ้าใบต่างจากที่เคยอัปโหลดลงโซเลียลลิบลับ รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กขับออกจากหอพักตรงไปยังลานกิจกรรมของสาขาอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะ”
เมื่อมาถึงเธอก็ไม่ลืมจะแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมต่อรุ่นพี่ ทว่าท่าทางที่ได้กลับมาต่างกันราวพลิกฝ่ามือ นอกจากจะไม่รับไหว้ยังบึ้งตึงใส่เธออีกด้วยซ้ำ
“น้องทำไมมาสายครับ ! พี่นัดกี่โมง !”
เธอที่กำลังจะนั่งลงปลายแถวกลับมีเสียงเข้มดุดังขึ้น พราวด์เงยหน้าขึ้นมองผู้พูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“ไม่สบายค่ะ”
“คนที่มาใหม่ทั้งหมด ไปทางนั้นครับ”
เธอและกลุ่มเพื่อนราวสิบคนถูกแยกไปอีกฝั่งที่ไร้ร่มเงาของต้นไม้ ใช่อยู่ว่าตอนนี้จวนจะหกโมงแล้วแต่แดดประเทศไทยยังคงร้อนระอุไม่ซาลงเลยสักนิด
เธอเข้าแถวต่อเพื่อนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วอย่างสงบเสงี่ยม พยายามเข้าใจว่าตัวเองมาไม่ตรงเวลานัด ถึงจะขัดอารมณ์เธอบ้างก็เถอะ
กลางสนามกิจกรรมกว้าง แสงแดดสาดส่องเผาไหม้ผิวหนังนักศึกษากลุ่มหนึ่งแม้จะมีลมพัดชโลมบ้างแต่ไม่ได้คลายความร้อนลงเลย
“เงยหน้า !”
ราวห้านาทีที่ยืนรอในที่สุดก็มีเสียงเข้มตะคอกขึ้น พราวพริมาเงยหน้าตามคำสั่ง ด้วยความที่ก้มหลบแดดเป็นเวลานานทำให้เธอต้องปรับโฟกัสอยู่ชั่วครู่ถึงเห็นใบหน้าผู้พูดชัดเจน
ร่างกายกำยำสูงชะลูดเด่นอยู่กลางหมู่ผู้คน ผมทรงรากไทรสีดำขลับเช่นเดียวกับคิ้วหนา จมูกโด่งขั้นกลางระหว่างดวงตาคมเฉี่ยว ริมฝีปากบางเสริมความเท่ด้วยห่วงสีเงินขนาดเล็ก
“เชี่ย !”
เธอสบถกับตัวเองเบา ๆ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย หญิงสาวก้มหน้าหลบเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เขาเห็นตัวเองในตอนนี้
ทว่าในความสับสนก็มีความดีใจปนอยู่ เพราะการที่ได้เจอคนคุ้นเคยอาจจะทำให้เขารู้สาเหตุอาการป่วยในครั้งนี้แล้วอนุโลมให้เป็นพิเศษ
รวิตายืดตัวตรงก่อนจะค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ห่มกายอยู่ออกทีละชิ้น การกระทำแสนยั่วยวนเชื่องช้าเล่นกับความรู้สึกชายหนุ่มจนแทบใจขาด“ตาล... ขอร้อง”“โชต้องอดทนให้ได้มากกว่านี้นะ”สาวน้อยคลานเข่าขึ้นทาบทับบนเรือนร่างกำยำ ผิวเนื้อเนียนนุ่มเสียดสีสัมผัสปลุกปั่นอารมณ์ดิบเถื่อนในกายอันธพาลเลือดร้อนได้เป็นอย่างดี“เมียจ๋า... ผัวยอมหมดแล้ว อย่าแกล้งอีกเลยเอาสักที”ฝ่ามือใหญ่เอื้อมสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา น้ำเสียงประสานสายตาเว้าวอนเสียจนตาลนึกสงสาร ต้องตอบรับคำขอเขาเดี๋ยวนั้นเลยเอวบางร่อนไล้กลีบกุหลาบสีระเรื่อเสียดสีกับแก่นกายความเป็นชาย น้ำรักเหนียวลื่นส่งผลให้ทุกการเคลื่อนไหวเกิดเสียงเฉอะแฉะลามกร่างเล็กหยัดการขึ้นเล็กน้อย มือข้างหนึ่งช่วยประคองท่อนรักตั้งชันจ่อหัวแยกเข้าหาปากทางถ้ำ ตาลค่อย ๆ กดกายลงกลืนกินตัวตนเขาทีละนิด ๆ จนกระทั่งสุดลำยาวสวบ !“ทุกท่ามีราคาต้องจ่ายนะโช”“เซ็นยกมรดกให้เมียหมดเลยครับ”จังหวะนี้โชตะไม่สนใจทรัพย์สินนอกกายใด ๆ ทั้งสิ้น หุ่นทรงนาฬิกาทรายของคนตรงหน้าทำเอาเขาแทบคลั่ง หลงใหลและต้องการเพียงเธอเท่านั้นสิ้นคำสัญญารวิตาก็กระตุกยิ้มพร้อมขยับกายเคลื่อนไหวอีกครั
“ไหวไหม โทษทีโชหิวไปหน่อย”เขาถามเสียงนุ่ม จูบกระหม่อมชื้นเหงื่อปลอบโยนคนในอ้อมแขนเบา ๆ สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองเธอคล้ายเป็นอาหารรสโอชาที่พร้อมจะกินทุกเมื่อ“ไม่หน่อย !”หญิงสาวตอบทั้งที่ยังหลับตา ร่างเล็กถูกอุ้มประคองให้ยืน ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่กระจายอยู่บนพื้นมาสวมให้เธอทีละชิ้นอย่างทะนุถนอม“กลับห้องเรากันเถอะ จะได้เร้าใจกว่านี้”เสียงกระซิบแผ่วเบาประชิดข้างแก้มหลังจากจัดเสื้อผ้าเข้าร่องเข้ารอย ลมปากร้อนผ่าวทำเอาช่องท้องวูบโหวงหายใจติดขัด รวิตาหันขวับสบตาเขาอย่างต้องการคำอธิบาย“จะเอาให้ท้องในวันนี้เลยหรือไง”“เมียจ๋าพร้อมมีลูกแล้วเหรอหืม ?”“โช ! ประชดเหอะ !”ฝ่ามือเล็กผลักเขาออกก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีด้วยความเขินอาย เรื่องพรรค์นั้นแน่นอนว่าจะไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้แน่เพราะทั้งคู่ยังเรียนอยู่ แต่พอเขาเอ่ยขึ้นมามันกลับคล้ายเป็นสัญญาจาง ๆ ที่บอกว่าเขาต้องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเธอสร้างครอบครัวไปพร้อมกับเธอ...“รีบขนาดนั้นอยากโดนผัวเอาแล้วเหรอ !” เขาตะโกนตามหลังพลางคว้าเอากระเป๋าใบเก่าของเธอวิ่งตามเจ้าหล่อนไป“พูดบ้าอะไรไม่รู้ ไม่อายผีสางเทวดา !”รวิตาพึมพำหน้าแดงก่ำ หัวใจดวงน้อยเต้นตุบ ๆ ส
ร่างกายของหญิงสาวบิดเร่าทรมานด้วยความเสียวซ่าน สะโพกมนลอยหวือขึ้นจากพื้นโดยไม่รู้ตัว ขาเรียวเกี่ยวรัดเอวหนาไว้แน่น น้ำหวานสีใสไหลเยิ้มออกมาอาบเรียวนิ้วและริมฝีปากเขาจนฉ่ำแฉะเขาผละหน้าออกมามองผลงานตัวเองด้วยความพึงพอใจ คราบน้ำรักเปรอะเปื้อนรอบปาก แถมเขาจงใจเลียริมฝีปากโชว์เธออย่างยั่วยวน“พร้อมโดนง้อระดับพรีเมียมแล้วใช่ไหม หืม ?”ตาลนอนหอบหายใจรวยริน ดวงตาฉ่ำน้ำปรือมองเขาด้วยความเว้าวอนเต็มไปด้วยแรงราคะ ผิวกายแดงระเรื่อชุ่มไปด้วยเหงื่อตัณหาโชตะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลดหัวเข็มขัดโลหะแล้วจึงถอดปราการผ้าออกจนร่างเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเธอ ความใหญ่โตแข็งขึงผงาดง้ำ เส้นเลือดปูดโปนโอบรอบชวนให้คนตื่นตกใจตาลเบิกตากว้างมองสิ่งที่กำลังจะเข้ามาเติมเต็มทุกความรู้สึก น้ำลายเหนียวกล้ำกลืนลงคออย่างยากลำบาก แม้จะเคยผ่านมาแล้วแต่ขนาดของเขาก็ยังทำให้เธอหวั่นใจได้เสมอแขนแกร่งช้อนร่างเล็กอุ้มลอยหวือขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะวางนอนราบลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ความเย็นของผิวพลาสติกทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ทว่าความร้อนจากร่างกำยำที่แทรกเข้ามาตรงกลางหว่างขากลับช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดีก้านมือใหญ่ประ
เขายังคงคร่อมทับอยู่เหนือร่างเล็กบนพื้นห้องเย็นเฉียบซึ่งปูรองด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ แผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับพื้นแข็งกระด้าง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เพราะริมฝีปากอิ่มที่ถูกเขาเคล้าขยี้อยู่นั้นตอบสนองกลับมาอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน“อื้อ~”เสียงครางอู้อี้ในลำคอระหงดังเล็ดลอดออกมาเมื่อเขาสอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานฉ่ำภายในโพรงนุ่ม ลิ้นหนาเกี่ยวพันหยอกเอินกับลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบหนี หากแต่สุดท้ายก็ถูกเขาต้อนจนมุมโชตะดูดดึงริมฝีปากล่างเน้น ๆ จนบวมเจ่อ แดงก่ำราวกับผลเชอร์รี่สุกปลั่งน่ากัดกิน เขาทำเช่นนั้นสลับไปมาจนพอใจจึงถอนจูบออก“หายโกรธได้ไหมครับ”เสียงแหบพร่ากระซิบถามชิดริมฝีปากเฉอะแฉะ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกในดวงตากลมโตที่ตอนนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา“คนเอาแต่ใจ !” ปึก !หญิงสาวฟาดมือลงบนแผ่นหลังหนาแผ่วเบา ลมหายใจหอบกระชั้นนำพาให้อกอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงเสียดสีกับแผงอกแกร่งของเขาเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึก“โชไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลยนะ”“ไม่ชะ... อื้อ~”ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบประโยค เขาก็ปิดปากช่างเจรจานั่นอีกครั้งด้วยจูบอันหนักหน่วงกว่าเดิม มือหนาที่เคยค้ำ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่เขาหลับไป รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่เสียงกุกกักข้างตัวเงียบลง บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทเสียจนน่าฉงนชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาที่เขา และคล้ายว่ากำลังขยับเข้ามาใกล้ โชตะเลือกที่จะไม่ลืมตาสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยก่อน“ตอนหลับก็น่ารักอยู่หรอก แต่พอตื่นมาปากหมาชะมัด !”เสียงก่นด่าแผ่วเบาไม่ได้ทำให้โชตะร้อนใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามอกซ้ายอันหยาบกร้านมันกำลังยิ้มเยาะพอใจกับคำพูดเมื่อครู่อยู่“จมูกโด่ง คิ้วดก แถมขาวชะมัด”นิ้วเย็นเฉียบค่อย ๆ เอื้อมสัมผัสที่จมูกโด่งแผ่วเบา ท้องนิ้วนุ่มไล้ลากไปตามสันคมลงมายังริมฝีปากสากแช่ไว้ชั่วครู่“ปากก็น่าจูบ...”รวิตาลดเสียงลงจนแทบไม่ได้ยิน พวงแก้มทั้งสองแดงเถือกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ยามที่เอ่ยความในใจ ความรู้สึกสับสนตีกันอยู่ในสมอง ขณะที่ชื่นชมเขาอยู่นั้นความเจ็บปวดก็แทรกซึมเข้ามาคนตรงหน้านี้มีทั้งข้อดีและเสียสำหรับเธอ ตั้งแต่รู้จักเขามาเธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก ไม่ว่าจะเลิกดึกแค่ไหน หรือต้องการอะไรเขาก็ประเคนหามาให้ราวกับเธอเป็นเจ้าหญิง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจจนเธอเจ็บปวดแม้จะเพีย
แสงอาทิตย์ยามเย็นลาลับขอบฟ้า เหลือเพียงแสงไฟนีออนขาวโพลนส่องสว่างอยู่ภายในห้องชมรมจิตอาสา บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นสีน้ำมัน กลิ่นทินเนอร์ และกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่านักศึกษาชายฉกรรจ์ที่กำลังง่วนอยู่กับการตัดไม้ ทาสี และประกอบฉากสำหรับออกค่ายที่กำลังจะมาถึงเสียงเลื่อยไฟฟ้าดังหวีดหวิวสลับกับเสียงตอกตะปูฟังดูหนวกหูพิลึกสำหรับคนรักความสงบเช่นโชตะ แต่สำหรับเด็กช่างแล้วนี่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการทำงานซึ่งยกเว้นเขาไว้คนหนึ่ง...“ทำดี ๆ นะน้อง ไม่ผ่านกูเอาเงินคืนนะเว้ย !”เขานั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟ อีกข้างชี้นิ้วสั่งการรุ่นน้องที่กำลังก้มหน้าก้มตาทาสีแผ่นไม้อัดอย่างขะมักเขม้นความจริงหน้าที่นี้อยู่ในความผิดชอบของเขา แต่ด้วยอานุภาพของเงินตรามหาศาล งานหนักพวกนั้นจึงกลายสภาพเป็นงานของคนอื่นไปโดยปริยาย“ครับ ๆ”ทุกคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง แม้ว่าโชตะไม่ได้ทำแต่เขาก็จ้างน้อง ๆ มาช่วยถึงสองคน เพื่อนในกลุ่มจึงไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรเวลาล่วงเลยไปจนเกือบสามทุ่ม นักศึกษาบางส่วนเริ่มทยอยเก็บของกลับบ้านกันบ้างแล้ว เขาเองก็เริ่มเบื่อจนอยากจะลุกหนีก







