로그인หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผู้ใหญ่ก็พยายามคิดหาวิธีรบเร้าลูกสาวให้ทำตามคำแนะนำของหมอดู แต่กระนั้นก็ไม่อยากใช้การบังคับบีบคั้นจนเกินไปจนกระทบจิตใจของลูก
ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแต่งงานของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องเล็ก พวกเขายังหวังว่าผู้ที่จะมาแต่งงานกับลูกสาวตนอย่างน้อยก็ต้องเป็นคนดีสักนิด ไม่ทำร้ายร่างกายจิตใจซ้ำเติมไปมากกว่านี้
“พี่เนยมีเรื่องอะไรไหม เล่าให้ยี่หวาฟังได้นะ เห็นข้าวตังดีขึ้นแล้วแต่พี่ยัง..”
มื้ออาหารจบลง เด็กทั้งสองก็แยกไปอีกที่ ส่วนผู้ชายรุ่นพ่อก็นั่งอยู่ไม่ไกล เพียงแต่ไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาของเหล่าแม่บ้านก็เท่านั้น
“หมอดูเขาทัก บอกว่าตังมีเคราะห์ พี่ก็ไม่อยากเชื่อหรอกแต่ช่วงใกล้เรียนจบตังมีแต่เรื่องจนพี่อดห่วงไม่ได้”
“แล้วต้องทำยังไงคะ ลองไปหาพระดูไหม”
“พี่พาไปรดน้ำมนต์มาแล้ว หมอดูเขาบอกต้องแต่งงานแก้เคล็ด แต่พี่ไม่อยากบังคับข้าวตัง”
คนเป็นแม่ทั้งสองคุยกันดูสีหน้าเคร่งเครียดไร้ทางออก ราวกับว่ายืนอยู่ใจกลางอุโมงค์อันคดเคี้ยวมืดมน ไม่สามารถหาทางออกได้
“ลองคุยกับตังดูไหมคะ เผื่อตังมีแฟนอยู่แล้ว”
“ข้าวตังไม่ใช่คนปิดบัง ถ้ามีคงบอกพี่แล้ว”
ยี่หวาพยักหน้าเข้าใจเพราะตั้งแต่เล็กจนโตเด็กคนนี้ก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง เรื่องเช่นนี้ก็คงเหมือนกันหากดูตามนิสัยของเธอ
“งั้นก็ปรึกษาลูกเถอะจ้ะ ให้เขาเลือกเอง อนาคตชีวิตคู่ของเขา”
เนยหวานพยักหน้าพลางสอดสายตามองไปยังม้าหินอ่อนหน้าบ้านที่เด็กทั้งสองนั่งอยู่ แผ่นหลังของเด็กสาวที่พึ่งโตเต็มวัยผู้นั้นช่างสวยงามราวกับดอกไม้ผลิบานยามเช้า จนชักชวนให้แมลงนานาพันธุ์รุมล้อมไต่ตอมไม่เว้นแต่ตัวที่ตายไปแล้ว
“ข้าวตัง..”
“คะ”
หญิงวัยกลางคนเรียกลูกสาวขณะที่กำลังจะนั่งลงตรงข้ามเธอ สายตาผู้เป็นแม่มีความกังวลอยู่ไม่น้อย จนชายหนุ่มผู้ชาญฉลาดมองออก
“คือ.. ข้าวตังมีแฟนไหมลูก”
“ไม่ค่ะ ทำไมคะ”
ณัฐรินีย์วัยยี่สิบกว่ายิ้มตอบอย่างไร้เดียงสา เพราะตั้งแต่จำความได้เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใครเกินเลยสักครั้ง
“ถ้าแม่อยากให้ข้าวตังแต่งงาน.. หนูจะโอเคไหมลูก”
“อะ.. อะไรนะครับ !”
คนที่ตกใจไม่ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในวงสนทนาถึงกับขมวดคิ้วย่นเข้าหากันทันทีที่ได้ฟัง เสียงกระท่อนกระแท่นเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูแทนผู้เป็นน้อง
“ทำไมคะ ตังยังเรียนไม่จบเลย”
สาวน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องราวเกิดความสงสัยอยู่ในใจ พลางมองหน้าแม่สลับกับใบหน้าพี่ชายคนสนิท เพราะสาเหตุที่เธอไม่มีแฟนมาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะเขา
เธอไม่สามารถแต่งงานกับคนอื่นได้ โดยที่ยังมีเงาเขาอยู่ในใจ..
“คืออย่างนี้นะลูก พ่อหมอบอกว่าข้าวตังมีเคราะห์หนัก แม่กลัวหนูจะ..”
“ผมว่าหมอดูก็คู่กับหมอเดาแหละครับ แม่อย่าเชื่อมากเลย”
ด้วยความมียศดอกเตอร์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ประดับบ่า ทำให้เขาไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์กรรมเวรพรรค์นี้สักเท่าไหร่นัก ในสายตาเขาเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้นจึงจะน่าเชื่อถือ
“เมฆ !”
ยี่หวาดุลูกชายคนเดียวของตนด้วยน้ำเสียงแข็งกว่าปกติด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงก้าวร้าวเช่นนี้ แต่ที่เขาพูดก็ไม่ได้ผิดทว่าด้วยความที่เป็นแม่เหมือนกันทำให้เธอเข้าใจหัวอกญาติดีว่าเจ็บปวดมากแค่ไหนที่เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง
“แล้ว.. ตังต้องแต่งกับใครคะ ไม่แต่งได้ไหม”
“ตังเก็บไปคิดก่อนก็ได้ลูก แม่ไม่อยากให้ชีวิตคู่ลูกไม่มีความสุข”
คนเป็นแม่กล้ำกลืนฝืนพูดอย่างถึงที่สุด ใครจะรู้ว่าภายในใจของเธอเจ็บปวดราวถูกกรีดเนื้อแล้วราดด้วยยาพิษชนิดรุนแรงกัดกร่อนจนพรุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปิ๊ก ปี๊ก~ เสียงแตรรถดังมาจากหน้าบ้าน แล้วชายชราแต่งตัวในชุดนุ่งขาวห่มขาวก็ลงจากรถ ใบหน้าเหี่ยวย่นที่คุ้นเคยทำให้เจ้าของบ้านเร่งรีบออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี
“พ่อหมอ”
“อืม ฉันแวะมาดูนางหนูมันหน่อย เป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
ข้าวตังตอบพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ พ่อพราหมณ์พยักหน้าให้เธอก่อนจะมองไปยังชายที่นั่งข้างกันด้วยรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“เป็นแฟนนางหนูนี่เหรอ”
“มะ.. ไม่ใช่ค่ะ พี่ชาย..”
เธอรีบปฏิเสธทันควันเพราะกลัวว่าพี่ชายของเธอจะรู้สึกไม่ดีที่ถูกทักเช่นนั้น หรืออีกอย่างกลัวว่าตัวเองจะเผยพิรุธด้วยนั่นแหละ
แม้ว่าคำพูดเมื่อครู่ เธอจะอยากให้เป็นจริงเอามาก ๆ ก็ตาม..
“พ่อหมอคะ พอจะมีวิธีอื่นไหมคะ”
ระหว่างที่หมอดูจ้องใบหน้าของชายหนุ่มเสียงหญิงวัยกลางคนก็แทรกขึ้นเรียกให้เขาหันไปอีกทาง พราหมณ์วัยชรายืนนึกอยู่ชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ เป็นการปฏิเสธ
“ไม่มีหรอก แต่แต่งให้พ้นเบญจเพสก็พอเป็นไปได้อยู่”
“จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะ”
เนยหวานยิ้มร่าราวกับเห็นแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ เพราะอย่างน้อยก็ใช้เวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น การแต่งงานนี้ไม่ได้ผูกมัดลูกไปตลอดชีวิต
ผู้ใหญ่ไปส่งพ่อพราหมณ์ขึ้นรถเหลือเพียงวัยรุ่นสองคนเท่านั้น ข้าวตังนั่งถอนหายใจแรงพลางจิกปลายนิ้วจนคนพี่รับรู้ได้ว่าเธอกำลังคิดหนักเรื่องที่ผู้เป็นแม่ถาม
“แล้วเราจะเอายังไง พี่ว่าเรื่องแบบนี้มันเชื่อไม่ได้หรอกนะ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่เพื่อความสบายใจของแม่คงต้องแต่งไปก่อน”
เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบาอย่างไม่เต็มใจ ถึงแม้จะไม่เชื่อเรื่องที่พ่อพราหมณ์คนนั้นพูดแต่เท่าที่สังเกตมาร่วมสัปดาห์ พ่อแม่ของเธอแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ในคราแรกเธอคิดว่าตัวเองหายดีพ่อแม่คงคลายกังวลลงบ้าง แต่เหมือนเธอจะคิดผิด
“เรื่องไร้สาระน่ะตังตัง !”
ม่านเมฆเริ่มอยู่นิ่งไม่ได้ ลำพังแค่พ่อแม่ของเธอคิดก็เกินเยียวยาแล้ว แต่นี่เธอยังเชื่อเรื่องเช่นนั้นอีกคนทั้งที่พิสูจน์ความจริงจากลมปากชายแก่ผู้นั้นไม่ได้เลย
“แล้วพี่จะให้ตังตังทำยังไงคะ ดูพ่อกับแม่เครียดอยู่แบบนี้เหรอ”
“ตังตังอย่าดื้อ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นมองใบหน้าเด็กน้อยดื้อรั้น คิ้วหนาเหยียดตรงอย่างไม่พอใจ ภายในอกเกิดความรู้สึกแปรปรวนประหลาดราวกับถูกพันธนาการกับอะไรไว้สักอย่างที่ไม่สามารถปล่อยวางได้
“ตังตังก็ฟังพ่อกับแม่แล้วไงคะ”
“แต่มันไม่ถูกต้องไง”
“ไม่ถูกต้องหรือแค่ไม่ถูกใจพี่คะ !”
คราวนี้สาวน้อยไม่ยอมฟังคนพี่อีกต่อไป เพราะตลอดระยะเวลาที่เธอประสบเรื่องร้ายมานี้ พ่อแม่คงเจ็บปวดไม่น้อย แล้วยิ่งถูกทักเช่นนั้นคงอยู่ไม่สุขในใจกระสับกระส่ายกว่าเธอเป็นแน่
“พูดมาค่ะ หลานรักอยากได้อะไรคะ”และแล้วแผนการของเขาก็สำเร็จ เมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลงรอยยิ้มดีใจก็แย้มออกกว้างจนเห็นฟันหน้าชวนให้นภาอดมันเขี้ยวหลานรักของเธอไม่ได้“ย่าไปขอสาวให้เมฆหน่อย”“หื้ม ? ใคร ! ไม่ใช่ว่าแต่งกับข้าวตังแล้วเหรอ จะมีคนใหม่ก็บอกน้องให้ชัดเจนนะลูกอย่าทำนิสัยไม่ดีเราเป็นผู้ชายรู้ไหม”น้ำเสียงค่อนไปทางดุแต่แฝงไปด้วยการสั่งสอนจากคนในครอบครัว ทว่าผู้น้อยกลับแค่นหัวเราะออกมาให้กับความไม่รู้ของย่า“ก็ข้าวตังนั่นแหละครับ”“อ้าว แล้วจะไปขอทำไมอีกล่ะ ต้องแก้เคล็ดอีกรอบเหรอ”“เปล่า.. ขอมาเป็นหลานสะใภ้ตัวจริงให้ย่า”“หืม ?..”ความคลุมเครือในคำพูดคนแก่ไม่เข้าใจหรือเรียกว่าตามไม่ทันกับการตลบตะแลงของหลานชายก็ได้ ใบหน้าที่ยับย่นเป็นทุนเดิมยู่เข้าหากันแสดงความสงสัย“เมฆ.. อยากมีครอบครัวแล้ว”“จริงเหรอ ! ข้าวตังเหรอ !”“ครับ ย่าชอบไหม”ท่าทางตกใจสุดขีดรวมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มทำให้ชายหนุ่มเข้าใจอารมณ์ว่าย่ากำลังตื่นเต้น จึงรีบตอบคำถามในทันทีก่อนที่เธอจะความดันขึ้นเสียก่อน“ดี ๆ น้องเรียนจบรึยังนะ รอบนี้จะจัดเล็ก ๆ ไม่ได้แล้วนะหลานสะใภ้ย่าจะน้อยหน้าไม่ได้”“จบแล้วครับ ย่าหาฤกษ์ได้เลย”“โ
จังหวัดกาฬสินธุ์ล้อรถเคลื่อนเข้าเขตถิ่นกำเนิด ม่านเมฆทำหน้าที่เป็นพลขับส่วนภรรยาสาวหลับปุ๋ยคอตกตั้งแต่ออกจากเขตเมืองหลวงความจริงพวกเขาตั้งใจจะกลับตั้งแต่ปิดเทอมแรก ๆ แต่คนน้องต้องทำเรื่องเข้ารับปริญญา ตัดชุดครุย รวมทั้งคนพี่มีนัดประชุมหลายครั้งกว่าจะว่างก็จวนจะเปิดเทอมแล้ว“ตังตัง ถึงแล้วค่ะ”“อื้อ~”คนตัวเล็กแอ่นตัวยืดเหยียดแขนจนสุดความยาว เปลือกตาสีไข่ไร้การแต่งแต้มกระพือรับแสงก่อนจะก้าวขาลงจากรถนำคนพี่“นอนบ้านไหนคะ”“นอนบ้านตังตังสิคะ พี่ก็นอนบ้านพี่”“อ้าว !”ชายหนุ่มร้องเสียงดังประท้วงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าการกลับมาบ้านเกิดต้องนอนแยกกับภรรยาอันเป็นที่รัก เพราะหากรู้เช่นนั้นไม่พาเธอกลับมาเสียยังจะดีกว่าระยะเวลาสามสี่วันนี้คงทำให้เขาขาดใจตายที่ไม่ได้กอดเมีย..เสียงเครื่องยนต์ทำให้ผู้เป็นมารดารีบวิ่งออกมาต้อนรับ ยี่หวายืนมองคู่หนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยแววตาสงสัยการกลับมารอบนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป..“แม่คะ~ ”“ข้าวตัง หืม เด็กดีเป็นไงบ้างลูก”เสียงหวานเรียกผู้เป็นแม่สามีพร้อมทั้งอ้าแขนกว้างโอบกอดเธออย่างไม่เขินอาย ส่วนคนพี่ที่ถือของพะรุงพะรังได้
“ลงโทษด้วยการกระแทกแรง ๆ แบบที่ตังตังชอบไงคะ”พูดจบคนตัวเล็กก็ปลิวขึ้นบนเคาน์เตอร์ปฏิบัติการ แล้วปลดเข็มขัดพร้อมกระดุมกางเกงอย่างรวดเร็วราวกับรอเวลานี้มานาน“อยากโดนลงโทษจังเลยค่ะที่รัก”ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปทั่วลาดไหล่ สายตาเย้าหยอกเพิ่มแรงกระตุ้นกำหนัดในกายอีกฝ่ายได้ดีเสียยิ่งกว่ายาปลุกเซ็กส์“ซนเกินไปแล้วตังตัง มันอยู่ไม่สุขมากใช่ไหม หืม !”เสียงคำรามในลำคอเหลือทนกับพฤติกรรมขี้ยั่วของแฟนสาว ฝ่ามือใหญ่จับเอามือเล็กของอีกฝ่ายประกบเป้าของตัวเองก่อนจะดึงกางเกงในลงให้ความอวบใหญ่ได้ออกมาหายใจข้างนอกฝ่ามือเล็กสัมผัสเบา ๆ ไล้เลื่อนตามความยาวของมันอย่างน่าหวาดเสียว ท้องนิ้วทั้งห้ากำหลวม ๆ ก่อนจะชักขึ้นลงเบา ๆ จนความเป็นชายแข็งตั้งผงาดราวกับเป็นเสาโรมันที่ไม่เคยหักพังมาก่อน“อืม อ่าห์~”ความแข็งขืนเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถูกคนน้องปรนเปรอ ปลายนิ้วชี้สะกิดรูเล็กอย่างซุกซนจนตาน้ำเกิดปริแตกไหลซึมออกมา“กางขาออกหน่อยค่ะ”พูดจบฝ่ามือใหญ่ก็ปลดกระดุมยีนคนน้องด้วยมือเดียวหลังจากนั้นแทรกเข้าสู่กางเกงในลูกไม้สีแดงสดสัมผัสกับความอวบอูมภายใน“อะไรกัน ทำให้พี่ทำไมเราแฉะ”“มันกำลังร้องไห้กลัวพี่ลงโทษมั้งคะ
เข็มยาวชี้บอกเวลาใกล้บ่ายสามโมงนักศึกษาที่นัดไว้ก็พากันทยอยเข้าห้องแล็บ อาจารย์ที่ปรึกษารวมถึงภรรยาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยประจำตัวต่างพากันเตรียมความพร้อมรอเวลาก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าเด็กหนุ่มสามคนเดินเชิดไหล่เข้าห้องแล็บก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะหลังสุดในห้องประชุมเล็กของศูนย์วิจัย“ดีว่ะ ดีกว่าแล็บมออีกมั้ง”“ดีกว่าสิวะ แล็บเอกชนทุนเยอะ”ทั้งสามคนหันมองสำรวจไปทั่วแล็บ ปากก็พร่ำชมความครบครันทันสมัยของที่นี่ไม่ต่างจากทุกคนที่เคยมาครั้งแรก“มึง ผู้หญิงคนนั้นใครวะ”“ทำไม อย่าบอกนะ..”“สวยดี ฮึ”แบทแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อสายตากระทบกับหญิงสาวตัวเล็กสวมเสื้อกาวน์ปฏิบัติการยืนตวงสารอยู่อีกห้อง“ค_xx ! เมียอาจารย์ มึงเลือกเอาอยากจบหรืออยากคอขาด !”“ฮะ ! อาจารย์มีเมียสวยขนาดนั้นเลยดิ”“เออ รุ่นพี่เรามึงไม่รู้จักเหรอ ดาวคณะแต่ไม่ค่อยประกาศคนเลยไม่รู้จักเท่าไหร่”จัมพ์แนะนำว่าหญิงที่เพื่อนพูดถึงนั้นมีสถานะอย่างไร พร้อมทั้งเตือนเขาด้วยความหวังดี เพราะเท่าที่เขาได้ยินมาอาจารย์ท่านนี้เบื้องหน้าเป็นอาจารย์ผู้สุขุมแต่เบื้องหลังนั้นโหดเหี้ยมใช่ย่อย“เสียดายว่ะ”ชายหนุ่
ความอบอุ่นที่เกิดจากความรักแผ่ซ่านตลบอบอวลไปรอบห้อง คู่รักที่สารภาพความในใจกันได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มสร้างวันธรรมดาให้เป็นความทรงจำอันหวานชื่นโรแมนติกเรียวแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวภรรยาที่รักดึงเธอเข้ามาแนบกับแผงอกขณะที่อีกฝ่ายกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าให้อย่างตั้งใจ“พี่ไม่อยากไปมหา’ลัยเลย”ด้วยความที่กำลังจะเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ประจำคณะจึงถูกเรียกตัวไปประชุมก่อนเริ่มการเรียนการสอน แต่ทว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับแสดงสีหน้าไม่พอใจเสียอย่างนั้น“หืม เดี๋ยวนี้อาจารย์นภทีป์ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ”“พี่อยากอยู่กับเมียหนิคะ”พูดจบปลายเท้าก็ก้าวเข้าใกล้กว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผากจรดลงกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอมหญิงอันเป็นที่รัก“เดี๋ยวตังตังไปหาค่ะ”เธอกระชับปกเสื้อก่อนจัดระเบียบเชิ้ตให้คนพี่พร้อมคลี่ริมฝีปากเล็กน้อย รอยยิ้มบาง ๆ เป็นดั่งกำลังใจในการทำงานให้อีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี“เจอกันครับ”“เจอกันค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ”เขาพยักหน้ารับคำพลางโบกมือเบา ๆ บอกลาคนน้องมุ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ก่อนเปิดเทอมในห้องประชุมเล็กของคณะ ชายหนุ่มนั่งในตำแหน่งปลายโต
“อะ.. อาจารย์เป็นอะไรไหมครับ”ทว่านักศึกษาคนอื่นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ต่างตกใจที่เห็นอาจารย์ผู้มีเกียรติคุกเข่ากับพื้น ผู้คนรอบโต๊ะต่างหันมองเป็นสายตาเดียวกันจนเขาจำเป็นต้องลุกขึ้น“โทรศัพท์ตกครับ”“ฮึ ไม่แน่จริง”สิ้นคำพูดของคนพี่คนน้องก็เบะปากหยามเบา ๆ ในลำคอ ถึงแม้จะเห็นใจอยู่บ้างแต่เธอยังอยากให้เขาแสดงความจริงใจออกมามากกว่านี้“กูไปเข้าห้องน้ำนะ”“ไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไร เอาเวลาไปเต๊าะผู้เถอะจ้ะ”เธอเหยียดยิ้มให้เพื่อนก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ และในเวลาไม่ถึงนาทีอาจารย์คนเดียวในกลุ่มก็ลุกขึ้นตามไปติด ๆภายในห้องน้ำคลับมีเพื่อนในคณะหลายคนกำลังต่อคิวรอทำธุระส่วนตัว ข้าวตังเองที่ตั้งใจมาปลดทุกข์ไม่ได้คิดอะไรเข้าแถวตามอย่างมีมารยาท“มีบางคนพยายามใช้เต้าไต่ ไม่รู้เลยว่าอาจารย์เมฆเขามีเมียอยู่แล้ว”คำพูดเสียงดังเสียจนลอยมาเข้าหูณัฐรินีย์ และเธอมั่นใจว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นจงใจพูดให้เธอได้ยินอย่างแน่นอนบวกกับสายตาเหยียดหยามที่มองมาด้วยยิ่งทำให้เธอมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน“ยังดีนะที่เขามีเต้าให้ใช้ไต่ ดีกว่าคนไม่มี”เธอก้มเล็กน้อยมองหน้าอกแบนราบของอีกฝ่ายก่อนจะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันหน้าอกอิ่
ก่อนงานแต่งหนึ่งวันจะเป็นวันที่ญาติฝั่งเจ้าบ่าวทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือให้ชายหนุ่มก่อนเพื่อเป็นการเรียกขวัญให้อยู่กับเนื้อกับตัวตามธรรมเนียมของชาวบ้านในแถบนั้น“ว่ามาเด้อขวัญเอ๊ย~”พ่อพราหมณ์คนเดิมเป็นผู้ผูกข้อมือรวมทั้งอวยพรชีวิตคู่ให้เป็นคนแรกตามมาด้วยพ่อแม่และญาติสนิททีละคนจนจบพิธี“พ่อคะ ม่านเมฆ..
เมื่อได้แหวนแล้วจะขาดชุดสำหรับงานพิธีไม่ได้ เขาจึงจูงมือคนน้องเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดหรูภายในห้าง ทว่าก็ทำให้ข้าวตังเกิดความแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้าเขาบอกเองว่างานไม่ใหญ่ ชุดที่ใส่เป็นเสื้อผ้าขาวปกติ“ขอดูเดรสสำหรับใส่ในพิธีหมั้นครับ”“ได้ค่ะ เจ้าสาวเชิญทางนี้ค่ะ”พนักงานร้านผายมือแล้วนำทั
เวลาผ่านไปจนคนเจ็บหายดีผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านนั่งปรึกษากันเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ เลือกวันมงคลรวมทั้งวางแผนการจัดงานด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบ่าวสาวแทบไม่มีความคิดเห็น“แขกฝั่งมึงจะเชิญเยอะไหม”“น่าจะไม่ สักสองร้อยคนก็พอกะทันหันเดี๋ยวต้อนรับได้ไม่ดี”“ไม่พ่อมึงสิสองร้อยคน !”ต้นม่านฟ้าเพื่อนสนิทโต้เถียง
“เกี๊ยวของเรา ไม่ใส่หอมหัวใหญ่”“ขอบคุณค่ะ”เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยการทานข้าวหมู่ร่วมกันทั้งสองบ้าน แถมวันนี้ชายหนุ่มยังลงครัวตั้งแต่เช้านวดแป้งเพื่อทำเกี๊ยวให้น้องสาวด้วยตัวเอง“อร่อยจัง” ไม่ได้กินตั้งนานเธอยิ้มออกพร้อมประโยคแรก ทว่าประโยคหลังดังเพียงในใจเท่านั้น เพราะตั้งแต่พี่ชายที่เธอเคารพ







