เข้าสู่ระบบ“เกี๊ยวของเรา ไม่ใส่หอมหัวใหญ่”
“ขอบคุณค่ะ”
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยการทานข้าวหมู่ร่วมกันทั้งสองบ้าน แถมวันนี้ชายหนุ่มยังลงครัวตั้งแต่เช้านวดแป้งเพื่อทำเกี๊ยวให้น้องสาวด้วยตัวเอง
“อร่อยจัง” ไม่ได้กินตั้งนาน
เธอยิ้มออกพร้อมประโยคแรก ทว่าประโยคหลังดังเพียงในใจเท่านั้น เพราะตั้งแต่พี่ชายที่เธอเคารพย้ายไปเรียนในเมืองกรุงเจ้าหล่อนก็ไม่ได้กินอาหารฝีมือเขาอีกเลย แต่กระนั้นเธอยังจำรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้เป็นอย่างดี
“กินเยอะ ๆ แล้วไปกินยาพักผ่อน”
“ตังตังหายแล้ว”
“ไม่ต้องดื้อค่ะ”
เด็กทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมท่ามกลางสายตาของผู้เป็นพ่อแม่ทั้งสองครอบครัวเฉกเช่นตอนที่พวกเขายังเป็นเด็ก
“เมฆเกิดวันนั้นนะพี่”
“แค่ก ๆ”
เมื่อได้ฟังผู้เป็นน้าพูดขึ้นหญิงสาวก็เกิดอาการสำลักอาหารในทันที ความจริงเรื่องนี้เธอก็รู้ว่าพี่ชายมีวันเดือนปีเกิดตรงกับที่พ่อหมอให้มาพอดี ทว่าเธอไม่กล้าคาดหวังหรือร้องขอให้เขามาแต่งงานจอมปลอมเพื่อแก้เคล็ดให้เธออยู่ดี
“จริงเหรอ ! แล้ว.. เมฆแต่งงานกับน้องได้ไหมลูก ให้แม่ทำอะไรตอบแทนอะไรแม่ก็ยอม”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีช่วยน้อง”
คำตอบประดับยิ้มอย่างสุภาพของชายหนุ่มทำให้รอยยิ้มของผู้เป็นแม่อย่างเนยหวานเผยอขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปหลายวัน
“ขอบคุณนะลูก แม่ขอบคุณจริง ๆ”
“ครับ”
ตอนที่ทุกคนดีใจกันใหญ่ หญิงสาวผู้อายุน้อยที่สุดในวงกลับเกร็งจนไม่สามารถกลืนเกี๊ยวลงคอได้ ฝ่ามือเล็กกำช้อนแน่นและเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจนเปียกชื้น
“แล้วข้าวตังโอเคไหมลูก”
“เอ่อ.. โอเคค่ะ”
เธอพยักหน้าตอบอย่างลำบากใจกับคำถาม ถ้าหากเป็นในสถานการณ์ปกติเธอคงดีใจมากที่เขามาขอแต่งงาน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเหมือนว่าเธอเป็นภาระให้เขาอย่างไรอย่างนั้น
และหากว่าเขาไม่ได้เต็มใจอย่างที่ปากพูดล่ะ..
อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างยากลำบากสำหรับข้าวตัง เพราะกว่าเธอจะกลืนข้าวลงคอได้แต่ละคำนั้นใช้เวลาหลายนาที ความรู้สึกจุกอกกระอักกระอ่วนไม่สามารถระบายออกมาได้
“มานั่งทำอะไรอยู่คนเดียว ไม่ไปคุยกับแม่”
“ให้ผู้ใหญ่จัดการเถอะค่ะ ตังตังไม่มีความรู้”
เธอถอนสายตาไปทางอื่นเมื่อถูกคนพี่จ้องมอง พยายามควบคุมตัวเองให้เป็นปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่รู้ทันเธอที่สุด
“เป็นอะไร”
ทว่าดูเหมือนเธอจะเก็บซ่อนความในใจไว้ไม่ได้เลย เธอหันมองหน้าคนพี่อย่างพิจารณา ดวงตากลมโตกะพริบแรงอย่างใช้ความคิด
“พี่เต็มใจแต่งงานกับตังตังไหมคะ”
ความในใจกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูด หญิงสาวเงยหน้ามองคนพี่ตาไม่กะพริบเฝ้ารอคำตอบที่จริงใจจากเขา
“ไม่ต้องคิดมาก แค่สถานะปลอม ๆ พี่ไม่มีปัญหา”
“อ๋อค่ะ..”
ใบหน้าสวยสลดลงเมื่อได้ฟังคำตอบจากปากเขา เจ้าหล่อนก้มเล็กน้อยพลางใช้เท้าเขี่ยดินเก็บซ่อนความเจ็บปวดภายในใจ
คำว่า ‘ปลอม ๆ’ ของเขาเป็นดั่งศรธนูแหลมอาบยาพิษฤทธิ์แรงเสียบแทงกลางใจสาวอย่างไรอย่างนั้น เพียงถ้อยคำสั้น ๆ ก็พานให้เธอจุกแน่นลามขึ้นเกือบจะระบายออกมาทางกระบอกตา
พี่ชายบ้านตรงข้ามเป็นทั้งพี่และคู่หู เขาคอยสอนการบ้าน ดูแลและปกป้องเธอมาตลอด ไม่ว่าเธอจะเจอเรื่องอะไรก็ตามจะมีอ้อมกอดอบอุ่นของพี่ชายเป็นโล่กำบังให้เธอเสมอ ตั้งแต่เด็กจนโตเธอเชื่อฟังและเคารพเขา
เป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในสายตารวมทั้งอยู่ในใจเธอด้วย..
ด้านชายหนุ่มผู้เป็นฝ่ายพูดเองก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ที่เขาต้องย้ำให้ชัดเจนก็เพราะหากวันหนึ่งเธอพบคนที่ต้องตาต้องใจ สถานะปลอม ๆ นี้จะไม่ไปผูกมัดเหนี่ยวรั้งเธอจนเสียความสุขไป
เขาพร้อมจะถอยให้เสมอ..
แน่นอนว่าการถอยของเขาย่อมมีเงื่อนไขรองรับ เพราะน้องสาวที่ทะนุถนอมดูแลมาดุจเจ้าหญิงจะให้ชายใดมาทำร้ายร่างกายจิตใจเธอไม่ได้ อย่างน้อยเขาต้องมั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาต้องเป็นคนดีและดูแลน้องได้ดีอย่างเช่นที่เขาทำ
หากไม่ ตนก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องถอยให้เช่นกัน..
“พูดมาค่ะ หลานรักอยากได้อะไรคะ”และแล้วแผนการของเขาก็สำเร็จ เมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลงรอยยิ้มดีใจก็แย้มออกกว้างจนเห็นฟันหน้าชวนให้นภาอดมันเขี้ยวหลานรักของเธอไม่ได้“ย่าไปขอสาวให้เมฆหน่อย”“หื้ม ? ใคร ! ไม่ใช่ว่าแต่งกับข้าวตังแล้วเหรอ จะมีคนใหม่ก็บอกน้องให้ชัดเจนนะลูกอย่าทำนิสัยไม่ดีเราเป็นผู้ชายรู้ไหม”น้ำเสียงค่อนไปทางดุแต่แฝงไปด้วยการสั่งสอนจากคนในครอบครัว ทว่าผู้น้อยกลับแค่นหัวเราะออกมาให้กับความไม่รู้ของย่า“ก็ข้าวตังนั่นแหละครับ”“อ้าว แล้วจะไปขอทำไมอีกล่ะ ต้องแก้เคล็ดอีกรอบเหรอ”“เปล่า.. ขอมาเป็นหลานสะใภ้ตัวจริงให้ย่า”“หืม ?..”ความคลุมเครือในคำพูดคนแก่ไม่เข้าใจหรือเรียกว่าตามไม่ทันกับการตลบตะแลงของหลานชายก็ได้ ใบหน้าที่ยับย่นเป็นทุนเดิมยู่เข้าหากันแสดงความสงสัย“เมฆ.. อยากมีครอบครัวแล้ว”“จริงเหรอ ! ข้าวตังเหรอ !”“ครับ ย่าชอบไหม”ท่าทางตกใจสุดขีดรวมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มทำให้ชายหนุ่มเข้าใจอารมณ์ว่าย่ากำลังตื่นเต้น จึงรีบตอบคำถามในทันทีก่อนที่เธอจะความดันขึ้นเสียก่อน“ดี ๆ น้องเรียนจบรึยังนะ รอบนี้จะจัดเล็ก ๆ ไม่ได้แล้วนะหลานสะใภ้ย่าจะน้อยหน้าไม่ได้”“จบแล้วครับ ย่าหาฤกษ์ได้เลย”“โ
จังหวัดกาฬสินธุ์ล้อรถเคลื่อนเข้าเขตถิ่นกำเนิด ม่านเมฆทำหน้าที่เป็นพลขับส่วนภรรยาสาวหลับปุ๋ยคอตกตั้งแต่ออกจากเขตเมืองหลวงความจริงพวกเขาตั้งใจจะกลับตั้งแต่ปิดเทอมแรก ๆ แต่คนน้องต้องทำเรื่องเข้ารับปริญญา ตัดชุดครุย รวมทั้งคนพี่มีนัดประชุมหลายครั้งกว่าจะว่างก็จวนจะเปิดเทอมแล้ว“ตังตัง ถึงแล้วค่ะ”“อื้อ~”คนตัวเล็กแอ่นตัวยืดเหยียดแขนจนสุดความยาว เปลือกตาสีไข่ไร้การแต่งแต้มกระพือรับแสงก่อนจะก้าวขาลงจากรถนำคนพี่“นอนบ้านไหนคะ”“นอนบ้านตังตังสิคะ พี่ก็นอนบ้านพี่”“อ้าว !”ชายหนุ่มร้องเสียงดังประท้วงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าการกลับมาบ้านเกิดต้องนอนแยกกับภรรยาอันเป็นที่รัก เพราะหากรู้เช่นนั้นไม่พาเธอกลับมาเสียยังจะดีกว่าระยะเวลาสามสี่วันนี้คงทำให้เขาขาดใจตายที่ไม่ได้กอดเมีย..เสียงเครื่องยนต์ทำให้ผู้เป็นมารดารีบวิ่งออกมาต้อนรับ ยี่หวายืนมองคู่หนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยแววตาสงสัยการกลับมารอบนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป..“แม่คะ~ ”“ข้าวตัง หืม เด็กดีเป็นไงบ้างลูก”เสียงหวานเรียกผู้เป็นแม่สามีพร้อมทั้งอ้าแขนกว้างโอบกอดเธออย่างไม่เขินอาย ส่วนคนพี่ที่ถือของพะรุงพะรังได้
“ลงโทษด้วยการกระแทกแรง ๆ แบบที่ตังตังชอบไงคะ”พูดจบคนตัวเล็กก็ปลิวขึ้นบนเคาน์เตอร์ปฏิบัติการ แล้วปลดเข็มขัดพร้อมกระดุมกางเกงอย่างรวดเร็วราวกับรอเวลานี้มานาน“อยากโดนลงโทษจังเลยค่ะที่รัก”ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปทั่วลาดไหล่ สายตาเย้าหยอกเพิ่มแรงกระตุ้นกำหนัดในกายอีกฝ่ายได้ดีเสียยิ่งกว่ายาปลุกเซ็กส์“ซนเกินไปแล้วตังตัง มันอยู่ไม่สุขมากใช่ไหม หืม !”เสียงคำรามในลำคอเหลือทนกับพฤติกรรมขี้ยั่วของแฟนสาว ฝ่ามือใหญ่จับเอามือเล็กของอีกฝ่ายประกบเป้าของตัวเองก่อนจะดึงกางเกงในลงให้ความอวบใหญ่ได้ออกมาหายใจข้างนอกฝ่ามือเล็กสัมผัสเบา ๆ ไล้เลื่อนตามความยาวของมันอย่างน่าหวาดเสียว ท้องนิ้วทั้งห้ากำหลวม ๆ ก่อนจะชักขึ้นลงเบา ๆ จนความเป็นชายแข็งตั้งผงาดราวกับเป็นเสาโรมันที่ไม่เคยหักพังมาก่อน“อืม อ่าห์~”ความแข็งขืนเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถูกคนน้องปรนเปรอ ปลายนิ้วชี้สะกิดรูเล็กอย่างซุกซนจนตาน้ำเกิดปริแตกไหลซึมออกมา“กางขาออกหน่อยค่ะ”พูดจบฝ่ามือใหญ่ก็ปลดกระดุมยีนคนน้องด้วยมือเดียวหลังจากนั้นแทรกเข้าสู่กางเกงในลูกไม้สีแดงสดสัมผัสกับความอวบอูมภายใน“อะไรกัน ทำให้พี่ทำไมเราแฉะ”“มันกำลังร้องไห้กลัวพี่ลงโทษมั้งคะ
เข็มยาวชี้บอกเวลาใกล้บ่ายสามโมงนักศึกษาที่นัดไว้ก็พากันทยอยเข้าห้องแล็บ อาจารย์ที่ปรึกษารวมถึงภรรยาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยประจำตัวต่างพากันเตรียมความพร้อมรอเวลาก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าเด็กหนุ่มสามคนเดินเชิดไหล่เข้าห้องแล็บก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะหลังสุดในห้องประชุมเล็กของศูนย์วิจัย“ดีว่ะ ดีกว่าแล็บมออีกมั้ง”“ดีกว่าสิวะ แล็บเอกชนทุนเยอะ”ทั้งสามคนหันมองสำรวจไปทั่วแล็บ ปากก็พร่ำชมความครบครันทันสมัยของที่นี่ไม่ต่างจากทุกคนที่เคยมาครั้งแรก“มึง ผู้หญิงคนนั้นใครวะ”“ทำไม อย่าบอกนะ..”“สวยดี ฮึ”แบทแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อสายตากระทบกับหญิงสาวตัวเล็กสวมเสื้อกาวน์ปฏิบัติการยืนตวงสารอยู่อีกห้อง“ค_xx ! เมียอาจารย์ มึงเลือกเอาอยากจบหรืออยากคอขาด !”“ฮะ ! อาจารย์มีเมียสวยขนาดนั้นเลยดิ”“เออ รุ่นพี่เรามึงไม่รู้จักเหรอ ดาวคณะแต่ไม่ค่อยประกาศคนเลยไม่รู้จักเท่าไหร่”จัมพ์แนะนำว่าหญิงที่เพื่อนพูดถึงนั้นมีสถานะอย่างไร พร้อมทั้งเตือนเขาด้วยความหวังดี เพราะเท่าที่เขาได้ยินมาอาจารย์ท่านนี้เบื้องหน้าเป็นอาจารย์ผู้สุขุมแต่เบื้องหลังนั้นโหดเหี้ยมใช่ย่อย“เสียดายว่ะ”ชายหนุ่
ความอบอุ่นที่เกิดจากความรักแผ่ซ่านตลบอบอวลไปรอบห้อง คู่รักที่สารภาพความในใจกันได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มสร้างวันธรรมดาให้เป็นความทรงจำอันหวานชื่นโรแมนติกเรียวแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวภรรยาที่รักดึงเธอเข้ามาแนบกับแผงอกขณะที่อีกฝ่ายกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าให้อย่างตั้งใจ“พี่ไม่อยากไปมหา’ลัยเลย”ด้วยความที่กำลังจะเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ประจำคณะจึงถูกเรียกตัวไปประชุมก่อนเริ่มการเรียนการสอน แต่ทว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับแสดงสีหน้าไม่พอใจเสียอย่างนั้น“หืม เดี๋ยวนี้อาจารย์นภทีป์ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ”“พี่อยากอยู่กับเมียหนิคะ”พูดจบปลายเท้าก็ก้าวเข้าใกล้กว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผากจรดลงกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอมหญิงอันเป็นที่รัก“เดี๋ยวตังตังไปหาค่ะ”เธอกระชับปกเสื้อก่อนจัดระเบียบเชิ้ตให้คนพี่พร้อมคลี่ริมฝีปากเล็กน้อย รอยยิ้มบาง ๆ เป็นดั่งกำลังใจในการทำงานให้อีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี“เจอกันครับ”“เจอกันค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ”เขาพยักหน้ารับคำพลางโบกมือเบา ๆ บอกลาคนน้องมุ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ก่อนเปิดเทอมในห้องประชุมเล็กของคณะ ชายหนุ่มนั่งในตำแหน่งปลายโต
“อะ.. อาจารย์เป็นอะไรไหมครับ”ทว่านักศึกษาคนอื่นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ต่างตกใจที่เห็นอาจารย์ผู้มีเกียรติคุกเข่ากับพื้น ผู้คนรอบโต๊ะต่างหันมองเป็นสายตาเดียวกันจนเขาจำเป็นต้องลุกขึ้น“โทรศัพท์ตกครับ”“ฮึ ไม่แน่จริง”สิ้นคำพูดของคนพี่คนน้องก็เบะปากหยามเบา ๆ ในลำคอ ถึงแม้จะเห็นใจอยู่บ้างแต่เธอยังอยากให้เขาแสดงความจริงใจออกมามากกว่านี้“กูไปเข้าห้องน้ำนะ”“ไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไร เอาเวลาไปเต๊าะผู้เถอะจ้ะ”เธอเหยียดยิ้มให้เพื่อนก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ และในเวลาไม่ถึงนาทีอาจารย์คนเดียวในกลุ่มก็ลุกขึ้นตามไปติด ๆภายในห้องน้ำคลับมีเพื่อนในคณะหลายคนกำลังต่อคิวรอทำธุระส่วนตัว ข้าวตังเองที่ตั้งใจมาปลดทุกข์ไม่ได้คิดอะไรเข้าแถวตามอย่างมีมารยาท“มีบางคนพยายามใช้เต้าไต่ ไม่รู้เลยว่าอาจารย์เมฆเขามีเมียอยู่แล้ว”คำพูดเสียงดังเสียจนลอยมาเข้าหูณัฐรินีย์ และเธอมั่นใจว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นจงใจพูดให้เธอได้ยินอย่างแน่นอนบวกกับสายตาเหยียดหยามที่มองมาด้วยยิ่งทำให้เธอมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน“ยังดีนะที่เขามีเต้าให้ใช้ไต่ ดีกว่าคนไม่มี”เธอก้มเล็กน้อยมองหน้าอกแบนราบของอีกฝ่ายก่อนจะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันหน้าอกอิ่
ตู้ด ตู้ด~ ขณะที่ลิฟต์โดยสารขับเคลื่อนเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนสุด มือสั่นเทาก็พยายามกดต่อสายหาสามีไปด้วย ทว่าผ่านไปเนิ่นนานหลายสายก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะรับณัฐรินีย์ไม่ไขว้เขวคิดเป็นอื่นเข้าใจว่าเขายุ่งเรื่องงานจึงตัดสินใจลงจากคอนโดควงพวงมาลัยรถไปยังสถานีตำรวจแจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่สามารถปล่อยผ
ก่อนงานแต่งหนึ่งวันจะเป็นวันที่ญาติฝั่งเจ้าบ่าวทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือให้ชายหนุ่มก่อนเพื่อเป็นการเรียกขวัญให้อยู่กับเนื้อกับตัวตามธรรมเนียมของชาวบ้านในแถบนั้น“ว่ามาเด้อขวัญเอ๊ย~”พ่อพราหมณ์คนเดิมเป็นผู้ผูกข้อมือรวมทั้งอวยพรชีวิตคู่ให้เป็นคนแรกตามมาด้วยพ่อแม่และญาติสนิททีละคนจนจบพิธี“พ่อคะ ม่านเมฆ..
เมื่อได้แหวนแล้วจะขาดชุดสำหรับงานพิธีไม่ได้ เขาจึงจูงมือคนน้องเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดหรูภายในห้าง ทว่าก็ทำให้ข้าวตังเกิดความแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้าเขาบอกเองว่างานไม่ใหญ่ ชุดที่ใส่เป็นเสื้อผ้าขาวปกติ“ขอดูเดรสสำหรับใส่ในพิธีหมั้นครับ”“ได้ค่ะ เจ้าสาวเชิญทางนี้ค่ะ”พนักงานร้านผายมือแล้วนำทั
เวลาผ่านไปจนคนเจ็บหายดีผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านนั่งปรึกษากันเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ เลือกวันมงคลรวมทั้งวางแผนการจัดงานด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบ่าวสาวแทบไม่มีความคิดเห็น“แขกฝั่งมึงจะเชิญเยอะไหม”“น่าจะไม่ สักสองร้อยคนก็พอกะทันหันเดี๋ยวต้อนรับได้ไม่ดี”“ไม่พ่อมึงสิสองร้อยคน !”ต้นม่านฟ้าเพื่อนสนิทโต้เถียง







