로그인เมื่อได้แหวนแล้วจะขาดชุดสำหรับงานพิธีไม่ได้ เขาจึงจูงมือคนน้องเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดหรูภายในห้าง ทว่าก็ทำให้ข้าวตังเกิดความแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้าเขาบอกเองว่างานไม่ใหญ่ ชุดที่ใส่เป็นเสื้อผ้าขาวปกติ
“ขอดูเดรสสำหรับใส่ในพิธีหมั้นครับ”
“ได้ค่ะ เจ้าสาวเชิญทางนี้ค่ะ”
พนักงานร้านผายมือแล้วนำทั้งสองเข้าสู่โซนวีไอพีของร้าน ชุดเดรสหลากสีหลายทรงจัดเรียงไว้ละลานตาอย่างสวยงาม
“พี่คะ ไม่ใช่ว่า..”
“แม่เราบอกชุดขาวใช่ไหม”
“เอ่อ.. ค่ะ”
เธอพยักหน้าตอบคำถามเขาอย่างแปลกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อชุดกระโปรงสีขาวสะพรั่งก็ถูกหยิบมาทาบกับตัวจนเธอต้องยืนนิ่งให้เขาได้ทำตามใจ
“พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องเสื้อผ้า ตังตังชอบชุดไหนคะ”
“ขอลองก่อนได้ไหมคะ”
เธอไม่ได้ตอบเขาโดยตรงแต่หันไปถามพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าได้คำตอบที่ตรงตามใจของเธอ สาวน้อยเดินนำชุดที่คาดว่าจะสามารถใส่ในงานหมั้นได้แล้วตรงเข้าสู่ห้องลอง
ก้นหนาหย่อนลงโซฟารับรองกลางห้อง เรียวขาแกร่งยกขึ้นไขว้กันมือทั้งสองประสานที่หน้าตักนั่งหลังตรงวางมาดผู้ดีเฝ้ารอว่าที่เจ้าสาวของตน
ภายในห้องลองสาวน้อยวัยแรกแย้มหมุนตัวไปมามองทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตนเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยพลางประเมินความเข้ากันของตัวเองกับชุดไปด้วย
เดรสประดับลูกไม้ยาวเหนือเข่าคว้านลึกผ่ากลางอกจนเห็นเนื้อเต้าเล็กน้อยเพื่อความเซ็กซี่ เพิ่มความหรูหราด้วยเข็มกลัดหงส์ปักอกเด่นเป็นนางพญา
“พี่เมฆจะชอบไหมนะ”
สาวเจ้าพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ด้วยขนาดหน้าอกที่ใหญ่พอสมควรจนล้นออกมาบางส่วนทำให้ชุดนี้ดูเหมือนจะโป๊ไปนิดสำหรับเธอ แต่ความที่ห่างกันนานเธอจึงเดาความชอบของผู้ชายไปในทางเช่นนี้ไว้ก่อน
เรียวเท้าสวยก้าวออกจากห้องลองเชื่องช้าด้วยความเกร็ง สาวเจ้าเดินมาหยุดต่อหน้าว่าที่เจ้าบ่าวพลางพิจารณาแววตาท่าทีของเขา
เมื่อเห็นร่างกายเล็กโชว์ส่วนเว้าโค้งชัดเจน อาจารย์ผู้สุขุมถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ใบหน้าขาวสะอาดขึ้นซับสีแดงระเรื่อลามถึงหู กลางอกแกร่งเกิดสั่นสะเทือนจนจับจังหวะได้โดยไม่ต้องสัมผัส
ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณกลางลำตัวด้านบนของเธอมีก้อนเนื้ออวบบางส่วนโผล่พ้นขอบเสื้อล่อสายตาปลุกด้านดิบเถื่อนที่ฝังลึกในร่างกายเขาจนแทบควบคุมไว้ไม่ไหว
“ไม่สวย !”
เขารวบรวมสติฝืนบอกสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความในใจออกไป เหตุก็เพราะว่าชุดที่เธอสวมใส่นั้นมีส่วนที่โชว์เนื้อหนังมากเกินไปจนเขารู้สึกไม่อยากให้คนอื่นเห็น
ไม่ใช่ว่าหวง แต่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนไว้บ้าง..
“อ๋อ.. ค่ะ”
สาวเจ้าตอบหน้าเจื่อนก่อนเดินคอตกเข้าห้องลอง ความรู้สึกราวกับถูกกระชากตกลงหน้าผาอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงของเขาทำลายความมั่นใจของเธอไปเกือบหมดจนแทบอยากร้องไห้ออกมา
“เฮ้อ.. คนไม่ใช่ใส่อะไรก็เหมือนกันนั่นแหละ”
เธอหยิบชุดกระโปรงแขนตุ๊กตาแต่งด้วยโบเล็กบริเวณเอวมาสวมใส่ แววตาอ้างว้างผิดหวังครั้งก่อนทำให้เจ้าหล่อนไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับเขา
“โอ๊ย !”
เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นภายในห้องลองเรียกให้พี่ชายที่นั่งอยู่ด้านนอกสาวเท้าเข้าห้องลองอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจคำทัดทานของพนักงานด้านนอก
“ตังตังเป็นอะไร !”
หน้าตาตื่นตูมแสดงออกชัดเจนถึงความห่วงใย สายตาชายสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอก่อนหน้านี้
“ซะ.. ซิปติดค่ะ”
หญิงสาวทั้งตอบทั้งประคองชุดไปด้วย การที่เขาเข้ามาก็ทำให้เธอตกใจไม่น้อยเลยเช่นกัน ยังดีที่อยู่ในขั้นตอนสวมชุดเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงรูดซิปเท่านั้น
“หันหลังพี่ดูให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเรียก..”
“พี่จะเป็นสามีเราแล้ว จะไว้ใจใครมากกว่าพี่อีก”
เขาจับคนตัวเล็กหมุนหันหลังหาตัวเองก่อนจะแกะผมสลวยที่ติดอยู่กับซิปออกทีละเส้นอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนน้องเจ็บ
ปลายนิ้วประคองซิปสีขาวรูดขึ้นตามแนวยาวทีละน้อย สายตาก็จ้องมองไปด้วย ทว่าความขาวของชุดกลับไม่ทำให้เขาสนใจได้มากกว่าความเนียนใสอมชมพูของแผ่นหลังแบบบางเลยสักนิด
“อึก !”
ม่านเมฆลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตาคู่คมจ้องมองความขาวนวลเนียนไม่กะพริบ กลิ่นกายกลิ่นผมหอมเย้ายวนชวนให้เขาเพ้อฝันอยู่ในภวังค์ ร่างสูงค่อย ๆ โน้มลงใกล้กลุ่มผมสีน้ำตาลสวยจนกระทั่งซิปถูกรูดขึ้นจนสุดเขาถึงได้สติ
“ขอบคุณค่ะ”
“มะ.. ไม่เป็นไร”
เขาขยับถอยออกจากคนน้องหนึ่งก้าวปล่อยให้เธอได้จัดชุดให้เข้ารูป แต่แทนที่เขาจะออกจากห้องไปกลับยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสำรวจเธออยู่ทางด้านหลังจนเจ้าหล่อนเกิดใจแป้วขึ้นอีกครั้ง
“ยังไม่สวยเหรอคะ”
“เปล่า สะ.. สวยแล้ว สวยมาก เอาชุดนี้แหละ”
เสียงตะกุกตะกักอย่างไม่เป็นตัวเองตอบตามความคิดในใจ สายตายังคงจ้องมองเจ้าหล่อนภายในกระจก ความสาวสะพรั่งของเธอเล่นเอาเขาหวั่นไหวเป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เธอเห็นว่าเขายังไม่ออกไปจากห้องจึงเกิดสงสัยจนต้องถาม ตากลมโตสบสายตากับคนพี่ผ่านกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความอยากรู้
“ไม่ถ่ายรูปเหรอ”
“ฮะ ?”
“ก็ปกติผู้หญิงต้องถ่ายรูปไม่ใช่เหรอ”
ยังไม่สิ้นคำพูดฝ่ามือชายล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องใหญ่ออกจากกระเป๋ากางเกงสแลกแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปอย่างรวดเร็ว
“จะทำหน้าอย่างนี้เหรอคะ หื้ม”
ข้าวตังยังอึ้งไม่หาย ไม่คิดว่าผู้สุขุมตอนอยู่มหาวิทยาลัยเช่นเขาจะชอบถ่ายรูปด้วย แต่กระนั้นก็ยังหันหน้าเข้ากระจกพลางยิ้มหวานให้กล้องอยู่ดี
“เดี๋ยวพี่ส่งให้”
“ค่ะ”
เขาพยักหน้าแล้วออกจากห้องพลางเปิดดูรูปแรกที่ถ่ายด้วยกันในฐานะว่าที่สามีภรรยา รวมทั้งเป็นรูปถ่ายแรกในเครื่องที่นอกเหนือจากเรื่องงานด้วย จะว่าไปเด็กน้อยขี้แยของเขาเมื่อวันวานดูเหมือนวันนี้จะโตขึ้นบ้างแล้ว
ชายหนุ่มกดตั้งค่ารูปถ่ายเมื่อครู่เป็นภาพหน้าจอล็อกและหน้าจอหลัก ยังไม่ลืมครอปภาพให้เห็นหน้าภรรยาตัวน้อยชัดเจนอีกด้วย
“ตังตังตัวแสบ”
คำพูดบ่นไม่จริงจังด้วยรอยยิ้มนั้นหากใครได้เห็นก็คงเข้าใจได้ไม่ยากว่าเป็นการเอ็นดู ไม่ใช่เชิงตำหนิแต่อย่างใด หากแต่เอ็นดูในฐานะใด
น้องสาว หรือ ภรรยา..
“พูดมาค่ะ หลานรักอยากได้อะไรคะ”และแล้วแผนการของเขาก็สำเร็จ เมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลงรอยยิ้มดีใจก็แย้มออกกว้างจนเห็นฟันหน้าชวนให้นภาอดมันเขี้ยวหลานรักของเธอไม่ได้“ย่าไปขอสาวให้เมฆหน่อย”“หื้ม ? ใคร ! ไม่ใช่ว่าแต่งกับข้าวตังแล้วเหรอ จะมีคนใหม่ก็บอกน้องให้ชัดเจนนะลูกอย่าทำนิสัยไม่ดีเราเป็นผู้ชายรู้ไหม”น้ำเสียงค่อนไปทางดุแต่แฝงไปด้วยการสั่งสอนจากคนในครอบครัว ทว่าผู้น้อยกลับแค่นหัวเราะออกมาให้กับความไม่รู้ของย่า“ก็ข้าวตังนั่นแหละครับ”“อ้าว แล้วจะไปขอทำไมอีกล่ะ ต้องแก้เคล็ดอีกรอบเหรอ”“เปล่า.. ขอมาเป็นหลานสะใภ้ตัวจริงให้ย่า”“หืม ?..”ความคลุมเครือในคำพูดคนแก่ไม่เข้าใจหรือเรียกว่าตามไม่ทันกับการตลบตะแลงของหลานชายก็ได้ ใบหน้าที่ยับย่นเป็นทุนเดิมยู่เข้าหากันแสดงความสงสัย“เมฆ.. อยากมีครอบครัวแล้ว”“จริงเหรอ ! ข้าวตังเหรอ !”“ครับ ย่าชอบไหม”ท่าทางตกใจสุดขีดรวมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มทำให้ชายหนุ่มเข้าใจอารมณ์ว่าย่ากำลังตื่นเต้น จึงรีบตอบคำถามในทันทีก่อนที่เธอจะความดันขึ้นเสียก่อน“ดี ๆ น้องเรียนจบรึยังนะ รอบนี้จะจัดเล็ก ๆ ไม่ได้แล้วนะหลานสะใภ้ย่าจะน้อยหน้าไม่ได้”“จบแล้วครับ ย่าหาฤกษ์ได้เลย”“โ
จังหวัดกาฬสินธุ์ล้อรถเคลื่อนเข้าเขตถิ่นกำเนิด ม่านเมฆทำหน้าที่เป็นพลขับส่วนภรรยาสาวหลับปุ๋ยคอตกตั้งแต่ออกจากเขตเมืองหลวงความจริงพวกเขาตั้งใจจะกลับตั้งแต่ปิดเทอมแรก ๆ แต่คนน้องต้องทำเรื่องเข้ารับปริญญา ตัดชุดครุย รวมทั้งคนพี่มีนัดประชุมหลายครั้งกว่าจะว่างก็จวนจะเปิดเทอมแล้ว“ตังตัง ถึงแล้วค่ะ”“อื้อ~”คนตัวเล็กแอ่นตัวยืดเหยียดแขนจนสุดความยาว เปลือกตาสีไข่ไร้การแต่งแต้มกระพือรับแสงก่อนจะก้าวขาลงจากรถนำคนพี่“นอนบ้านไหนคะ”“นอนบ้านตังตังสิคะ พี่ก็นอนบ้านพี่”“อ้าว !”ชายหนุ่มร้องเสียงดังประท้วงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าการกลับมาบ้านเกิดต้องนอนแยกกับภรรยาอันเป็นที่รัก เพราะหากรู้เช่นนั้นไม่พาเธอกลับมาเสียยังจะดีกว่าระยะเวลาสามสี่วันนี้คงทำให้เขาขาดใจตายที่ไม่ได้กอดเมีย..เสียงเครื่องยนต์ทำให้ผู้เป็นมารดารีบวิ่งออกมาต้อนรับ ยี่หวายืนมองคู่หนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยแววตาสงสัยการกลับมารอบนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป..“แม่คะ~ ”“ข้าวตัง หืม เด็กดีเป็นไงบ้างลูก”เสียงหวานเรียกผู้เป็นแม่สามีพร้อมทั้งอ้าแขนกว้างโอบกอดเธออย่างไม่เขินอาย ส่วนคนพี่ที่ถือของพะรุงพะรังได้
“ลงโทษด้วยการกระแทกแรง ๆ แบบที่ตังตังชอบไงคะ”พูดจบคนตัวเล็กก็ปลิวขึ้นบนเคาน์เตอร์ปฏิบัติการ แล้วปลดเข็มขัดพร้อมกระดุมกางเกงอย่างรวดเร็วราวกับรอเวลานี้มานาน“อยากโดนลงโทษจังเลยค่ะที่รัก”ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปทั่วลาดไหล่ สายตาเย้าหยอกเพิ่มแรงกระตุ้นกำหนัดในกายอีกฝ่ายได้ดีเสียยิ่งกว่ายาปลุกเซ็กส์“ซนเกินไปแล้วตังตัง มันอยู่ไม่สุขมากใช่ไหม หืม !”เสียงคำรามในลำคอเหลือทนกับพฤติกรรมขี้ยั่วของแฟนสาว ฝ่ามือใหญ่จับเอามือเล็กของอีกฝ่ายประกบเป้าของตัวเองก่อนจะดึงกางเกงในลงให้ความอวบใหญ่ได้ออกมาหายใจข้างนอกฝ่ามือเล็กสัมผัสเบา ๆ ไล้เลื่อนตามความยาวของมันอย่างน่าหวาดเสียว ท้องนิ้วทั้งห้ากำหลวม ๆ ก่อนจะชักขึ้นลงเบา ๆ จนความเป็นชายแข็งตั้งผงาดราวกับเป็นเสาโรมันที่ไม่เคยหักพังมาก่อน“อืม อ่าห์~”ความแข็งขืนเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถูกคนน้องปรนเปรอ ปลายนิ้วชี้สะกิดรูเล็กอย่างซุกซนจนตาน้ำเกิดปริแตกไหลซึมออกมา“กางขาออกหน่อยค่ะ”พูดจบฝ่ามือใหญ่ก็ปลดกระดุมยีนคนน้องด้วยมือเดียวหลังจากนั้นแทรกเข้าสู่กางเกงในลูกไม้สีแดงสดสัมผัสกับความอวบอูมภายใน“อะไรกัน ทำให้พี่ทำไมเราแฉะ”“มันกำลังร้องไห้กลัวพี่ลงโทษมั้งคะ
เข็มยาวชี้บอกเวลาใกล้บ่ายสามโมงนักศึกษาที่นัดไว้ก็พากันทยอยเข้าห้องแล็บ อาจารย์ที่ปรึกษารวมถึงภรรยาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยประจำตัวต่างพากันเตรียมความพร้อมรอเวลาก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าเด็กหนุ่มสามคนเดินเชิดไหล่เข้าห้องแล็บก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะหลังสุดในห้องประชุมเล็กของศูนย์วิจัย“ดีว่ะ ดีกว่าแล็บมออีกมั้ง”“ดีกว่าสิวะ แล็บเอกชนทุนเยอะ”ทั้งสามคนหันมองสำรวจไปทั่วแล็บ ปากก็พร่ำชมความครบครันทันสมัยของที่นี่ไม่ต่างจากทุกคนที่เคยมาครั้งแรก“มึง ผู้หญิงคนนั้นใครวะ”“ทำไม อย่าบอกนะ..”“สวยดี ฮึ”แบทแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อสายตากระทบกับหญิงสาวตัวเล็กสวมเสื้อกาวน์ปฏิบัติการยืนตวงสารอยู่อีกห้อง“ค_xx ! เมียอาจารย์ มึงเลือกเอาอยากจบหรืออยากคอขาด !”“ฮะ ! อาจารย์มีเมียสวยขนาดนั้นเลยดิ”“เออ รุ่นพี่เรามึงไม่รู้จักเหรอ ดาวคณะแต่ไม่ค่อยประกาศคนเลยไม่รู้จักเท่าไหร่”จัมพ์แนะนำว่าหญิงที่เพื่อนพูดถึงนั้นมีสถานะอย่างไร พร้อมทั้งเตือนเขาด้วยความหวังดี เพราะเท่าที่เขาได้ยินมาอาจารย์ท่านนี้เบื้องหน้าเป็นอาจารย์ผู้สุขุมแต่เบื้องหลังนั้นโหดเหี้ยมใช่ย่อย“เสียดายว่ะ”ชายหนุ่
ความอบอุ่นที่เกิดจากความรักแผ่ซ่านตลบอบอวลไปรอบห้อง คู่รักที่สารภาพความในใจกันได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มสร้างวันธรรมดาให้เป็นความทรงจำอันหวานชื่นโรแมนติกเรียวแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวภรรยาที่รักดึงเธอเข้ามาแนบกับแผงอกขณะที่อีกฝ่ายกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าให้อย่างตั้งใจ“พี่ไม่อยากไปมหา’ลัยเลย”ด้วยความที่กำลังจะเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ประจำคณะจึงถูกเรียกตัวไปประชุมก่อนเริ่มการเรียนการสอน แต่ทว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับแสดงสีหน้าไม่พอใจเสียอย่างนั้น“หืม เดี๋ยวนี้อาจารย์นภทีป์ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ”“พี่อยากอยู่กับเมียหนิคะ”พูดจบปลายเท้าก็ก้าวเข้าใกล้กว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผากจรดลงกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอมหญิงอันเป็นที่รัก“เดี๋ยวตังตังไปหาค่ะ”เธอกระชับปกเสื้อก่อนจัดระเบียบเชิ้ตให้คนพี่พร้อมคลี่ริมฝีปากเล็กน้อย รอยยิ้มบาง ๆ เป็นดั่งกำลังใจในการทำงานให้อีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี“เจอกันครับ”“เจอกันค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ”เขาพยักหน้ารับคำพลางโบกมือเบา ๆ บอกลาคนน้องมุ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ก่อนเปิดเทอมในห้องประชุมเล็กของคณะ ชายหนุ่มนั่งในตำแหน่งปลายโต
“อะ.. อาจารย์เป็นอะไรไหมครับ”ทว่านักศึกษาคนอื่นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ต่างตกใจที่เห็นอาจารย์ผู้มีเกียรติคุกเข่ากับพื้น ผู้คนรอบโต๊ะต่างหันมองเป็นสายตาเดียวกันจนเขาจำเป็นต้องลุกขึ้น“โทรศัพท์ตกครับ”“ฮึ ไม่แน่จริง”สิ้นคำพูดของคนพี่คนน้องก็เบะปากหยามเบา ๆ ในลำคอ ถึงแม้จะเห็นใจอยู่บ้างแต่เธอยังอยากให้เขาแสดงความจริงใจออกมามากกว่านี้“กูไปเข้าห้องน้ำนะ”“ไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไร เอาเวลาไปเต๊าะผู้เถอะจ้ะ”เธอเหยียดยิ้มให้เพื่อนก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ และในเวลาไม่ถึงนาทีอาจารย์คนเดียวในกลุ่มก็ลุกขึ้นตามไปติด ๆภายในห้องน้ำคลับมีเพื่อนในคณะหลายคนกำลังต่อคิวรอทำธุระส่วนตัว ข้าวตังเองที่ตั้งใจมาปลดทุกข์ไม่ได้คิดอะไรเข้าแถวตามอย่างมีมารยาท“มีบางคนพยายามใช้เต้าไต่ ไม่รู้เลยว่าอาจารย์เมฆเขามีเมียอยู่แล้ว”คำพูดเสียงดังเสียจนลอยมาเข้าหูณัฐรินีย์ และเธอมั่นใจว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นจงใจพูดให้เธอได้ยินอย่างแน่นอนบวกกับสายตาเหยียดหยามที่มองมาด้วยยิ่งทำให้เธอมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน“ยังดีนะที่เขามีเต้าให้ใช้ไต่ ดีกว่าคนไม่มี”เธอก้มเล็กน้อยมองหน้าอกแบนราบของอีกฝ่ายก่อนจะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันหน้าอกอิ่
ตู้ด ตู้ด~ ขณะที่ลิฟต์โดยสารขับเคลื่อนเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนสุด มือสั่นเทาก็พยายามกดต่อสายหาสามีไปด้วย ทว่าผ่านไปเนิ่นนานหลายสายก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะรับณัฐรินีย์ไม่ไขว้เขวคิดเป็นอื่นเข้าใจว่าเขายุ่งเรื่องงานจึงตัดสินใจลงจากคอนโดควงพวงมาลัยรถไปยังสถานีตำรวจแจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่สามารถปล่อยผ
ก่อนงานแต่งหนึ่งวันจะเป็นวันที่ญาติฝั่งเจ้าบ่าวทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือให้ชายหนุ่มก่อนเพื่อเป็นการเรียกขวัญให้อยู่กับเนื้อกับตัวตามธรรมเนียมของชาวบ้านในแถบนั้น“ว่ามาเด้อขวัญเอ๊ย~”พ่อพราหมณ์คนเดิมเป็นผู้ผูกข้อมือรวมทั้งอวยพรชีวิตคู่ให้เป็นคนแรกตามมาด้วยพ่อแม่และญาติสนิททีละคนจนจบพิธี“พ่อคะ ม่านเมฆ..
เวลาผ่านไปจนคนเจ็บหายดีผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านนั่งปรึกษากันเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ เลือกวันมงคลรวมทั้งวางแผนการจัดงานด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วบ่าวสาวแทบไม่มีความคิดเห็น“แขกฝั่งมึงจะเชิญเยอะไหม”“น่าจะไม่ สักสองร้อยคนก็พอกะทันหันเดี๋ยวต้อนรับได้ไม่ดี”“ไม่พ่อมึงสิสองร้อยคน !”ต้นม่านฟ้าเพื่อนสนิทโต้เถียง
“เกี๊ยวของเรา ไม่ใส่หอมหัวใหญ่”“ขอบคุณค่ะ”เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยการทานข้าวหมู่ร่วมกันทั้งสองบ้าน แถมวันนี้ชายหนุ่มยังลงครัวตั้งแต่เช้านวดแป้งเพื่อทำเกี๊ยวให้น้องสาวด้วยตัวเอง“อร่อยจัง” ไม่ได้กินตั้งนานเธอยิ้มออกพร้อมประโยคแรก ทว่าประโยคหลังดังเพียงในใจเท่านั้น เพราะตั้งแต่พี่ชายที่เธอเคารพ







