LOGIN
“แต่งงานเพื่อแก้เคล็ด แต่ทำไมเอวเคล็ด”
ซีรีส์นิยายเซต ลุ่มหลงคนเลว
ลุ่มหลงท่านรอง
ลุ่มหลงเสือร้าย
ลุ่มหลงเด็กปีศาจ
ลุ่มหลงอาจารย์เถื่อน
“พี่เต็มใจไหมคะ”
“แค่แต่งงานปลอม ๆ ไม่กี่ปี พี่ไม่มีปัญหา”
ม่านเมฆ นภทีป์ ธารธีวา
27Y 72/175 เลขมงคล 62
อาจารย์หมาด ๆ คณะวิศวกรรมโลหการ
ดอกเตอร์ที่อายุน้อยที่สุดในมหาวิทยาลัย
ด้วยบุคลิกที่ดี สุภาพ สุขุม รวมกับใบหน้าอันหล่อเหลา
ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งมหาวิทยาลัย
ข้าวตัง (ตังตัง) ณัฐรินีย์ ภูสิริรักษ์
22Y 50/162 Cup D
นักศึกษาวิศวกรรมโลหการ ปี 4
อดีตดาวคณะ เรียนเก่ง เป็นที่ 1 ของคณะ
น่ารัก ยิ้มหวาน ร่าเริง แต่ขี้แย
ไม่รังแกใครก่อนหากไม่โดนกระทำ
“มาเด้อขวัญเอ๊ย~”
เสียงสั่นเครือของพราหมณ์วัยชราเอ่ยขึ้นตามมาด้วยเสียงของผู้คนรอบข้าง ก่อนที่ไข่ไก่ต้มกับข้าวเหนียวคำใหญ่จะถูกยื่นให้ ข้าวตัง ณัฐรินีย์ ภูสิริรักษ์ สาวน้อยวัยยี่สิบสองปีผู้ดวงตก ตลอดหลายเดือนมานี้เกิดเรื่องไม่ดีกับเธอนับครั้งไม่ถ้วน จนท้ายที่สุดถึงขั้นรถชนจนต้องทำพิธีเรียกขวัญในวันนี้ แต่ยังดีที่อยู่ในช่วงปิดเทอมพอได้พักรักษาตัว
“แค่ก ๆ”
หญิงสาวผู้มีแผลเหวอะหวะตามตัวยกมือป้องปากไอเนื่องจากไข่ต้มและข้าวเหนียวที่พ่อพราหมณ์ให้เธอกินเมื่อครู่ติดคอ
“น้ำครับ”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลังผู้เป็นมารดาสาวเจ้าพร้อมกับแก้วน้ำอุณภูมิปกติยื่นให้ เนยหวานรับเอาพร้อมรอยยิ้มแปลกใจก่อนจะยื่นให้ลูกสาว
“เมฆกลับบ้านมีธุระเหรอลูก”
“ครับ พึ่งมาถึงเมื่อกี้เองครับ”
ม่านเมฆ นภทีป์ ธารธีวา ชายหนุ่มรูปงามตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพเจือรอยยิ้มให้ญาติสนิท ทว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ได้มีธุระใด ๆ แต่เพราะได้ข่าวจากผู้เป็นแม่ว่าน้องสาวของเขาประสบอุบัติเหตุ จนตนต้องเหยียบคันเร่งรถราวแปดชั่วโมงเพื่อมาดูอาการ
“เนย เขามาแล้ว”
ชายวัยกลางคนผู้เป็นพ่อสาวเจ้าแทรกขึ้นกลางวงเรียกเนยหวานให้ออกไปต้อนรับแขกด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่นัก ซึ่งผู้เป็นเมียก็เข้าใจดีว่าสามีของตนจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้จึงรีบลุกออกไปอย่างรวดเร็ว แทนที่นั่งด้วยผู้เป็นหลานชาย
ชายเยาวชนอายุไม่ถึงสิบแปดปีคลานเข่าเข้ามาใกล้คนเจ็บ พร้อมทั้งจานดอกไม้สดราวต้องการมาขอขมาในสิ่งที่ทำขึ้น สีหน้าหวาดกลัวแต่ไม่เห็นแววตาสลดรู้สึกผิดอยู่ในนั้นเลยสักนิด
“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นไปงานบวชพี่มากำลังจะกลับบ้านพอดี ผมเมานิด..”
“เหี้ยเอ๊ย !”
จากที่นั่งฟังอย่างสุขุมเยือกเย็น แต่เมื่อได้ยินปลายประโยคก็ทำให้ภูเขาน้ำแข็งหลอมละลายได้ในพริบตาเดียว พร้อมกับร่างสูงที่ลุกพรวดไปกระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มผู้นั้น
“เมฆ ๆ !”
เสียงผู้ใหญ่นับสิบต่างพากันร้องห้ามปรามลั่นโถงกลางบ้าน จนเขาต้องง้างหมัดค้างไว้อย่างน่าเสียดายไม่ปล่อยรัวระบายโทสะใส่ใบหน้าชายผู้นั้น
“พี่คะ..”
คนเจ็บพยายามลุกขึ้นดึงชายเสื้อผู้พี่ไว้ไม่ให้เขาก่อเหตุร้ายขึ้น แม้ว่าเธอเองจะเจ็บมาก แต่ก็ไม่อยากให้เขาดูไม่ดีในสายตาคนอื่นเพราะต้นเหตุมาจากเธอ
ม่านเมฆปล่อยกึ่งผลักอกเด็กน้อยออกไปเต็มแรงจนเขาเซล้ม แต่กระนั้นคนอย่างเขาก็ไม่คิดจะหยุดแก้แค้นไว้เพียงเท่านี้ แค่จะใช้วิธีการแก้ปัญหาตามแบบฉบับคนมีการศึกษาก็เท่านั้น
เพียงอึดใจเดียวตำรวจที่เจ้าของบ้านไม่ได้เชิญก็กรูกันเข้ามาเต็มลานบ้าน ทว่าคนที่ลุกออกไปต้อนรับดันเป็นหลานชายบ้านตรงข้ามเสียอย่างนั้น
“เขาสารภาพหมดแล้วครับว่าเมา ผมฝากเรื่องตรวจสารเสพติดด้วยนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือแจ้งผมได้เลย”
“ขอบคุณครับ”
ตำรวจหลายนายจับกุมผู้กระทำผิดขึ้นรถตรงไปสอบสวนที่สถานีตำรวจเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป ทว่าการกระทำอันรวดเร็วนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านแปลกใจไม่น้อยเลย
“เจ็บไหมคะ”
หลังจากจัดการต้นตอของปัญหาได้แล้วชายหนุ่มก็ตรงมาหาคนเจ็บอีกครั้ง พร้อมกับถามอาการด้วยความเป็นห่วง นัยน์ตาดำขลับสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทุกส่วนของร่างกายแทบจะพันไปด้วยผ้าขาวจนเขาใจสั่น
น้องสาวที่เขาทะนุถนอมมาอย่างดีกลับถูกขี้เมาทำร้าย..
“นะ.. นิดหน่อยค่ะ”
ข้าวตังตอบครึ่งเสียงเพราะด้วยความที่ห่างกันนานเกือบสิบปี เธอจึงไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ชายบ้านตรงข้ามนั้นยังแน่นแฟ้นเหมือนดังวันวานอยู่หรือไม่
“ขี้แยอย่างเราน่ะเหรอจะนิดหน่อย เจ็บตรงไหนพี่ดูหน่อยค่ะ”
“โอ๊ย ! อย่าจับแรงสิ”
เขาจับมือเล็กเพียงเบา ๆ ก็มีเสียงร้องโอดครวญตามมาทันที จนเขาต้องค่อย ๆ วางลงที่เดิมพร้อมกับทำใบหน้าเย็นชาดุที่เธอเอาแต่พูดโกหก
“ไหนบอกนิดหน่อย”
“พี่จับแรงอ่ะ..”
สาวเจ้าทำหน้าเศร้าสลดเล็กน้อยพลางจับแขนตัวเอง ท่าทางแปลกไปจากตอนเป็นเด็กของเธอทำให้พี่ชายคนสนิทแปลกใจเล็กน้อย
“ไม่อยากคุยกับพี่ ?”
“อะไรนะคะ”
“ก็เห็นเราเหมือนไม่อยากให้พี่อยู่ตรงนี้”
“เปล่านะ ! พี่นั่นแหละ..”
น้ำเสียงในคราแรกสบถแรงอย่างไม่พอใจ ทว่าในคำพูดต่อมากลับได้ยินเพียงแผ่วเบา ราวกับว่าเธอไม่ต้องการให้คนตรงหน้าได้ยิน
“พี่อะไร”
“ก็พี่.. พี่ไม่อยากให้ตังตังอยู่ใกล้”
น้ำเสียงน้อยใจแฝงความหมองหม่น ใบหน้าของเธอเบนต่ำหลบสายตา ก้อนความเจ็บปวดตีบตันขึ้นกลางลำคอชวนให้หายใจลำบาก
“อะไรทำให้เราคิดแบบนั้นหืม”
เขาถกขากางเกงขึ้นก่อนจะนั่งลงข้างเตียงคนเจ็บ นัยน์ตาอบอุ่นทอประกายส่งผลให้ก้อนความเจ็บละลายหายไปเกือบจะหมดสิ้น
“ก็ตอนอยู่ที่มอ.. พี่ไม่เคยทักตังตังเลย”
“พี่เป็นอาจารย์ ถ้าเกิดพี่คุยกับเราแล้วคนอื่นเข้าใจผิดเราจะทำยังไง”
“คุยกันหน่อยก็ไม่ได้เหรอคะ”
“ไม่ใช่ไม่ได้..”
“เห็นไหม”
สาวน้อยด่วนตัดสินไปเองจนคนพี่ต้องผ่อนลมหายใจเบื่อหน่าย อยากจับเข่านั่งคุยอธิบายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ว่าเหตุผลที่เขาทำก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น
วัยรุ่นคุยกันอย่างเป็นกันเองท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ พ่อพราหมณ์มองพวกเขาสลับกับพ่อแม่คนเจ็บด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนทั้งสองหวั่นวิตก ทั้งต้นและเนยหวานต่างพากันภาวนาในใจไม่ให้มีเรื่องใดเกิดขึ้นกับลูกสาวตนอีก
“มะ.. มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“นางหนูมันมีเคราะห์ใหญ่ถึงขั้นชะตาขาด ครั้งนี้เขามาเตือนนะ ครั้งหน้าเขาจะมาเอามันไปด้วย”
เมื่อได้ฟังคนเป็นแม่ถึงกับเข่าทรุดถึงแม้จะไม่ได้เชื่อเต็มร้อยแต่เรื่องความปลอดภัยของลูกสาว เธอเองก็วางใจไม่ลง
“คู่กรรมเขามาทวงแล้ว ถ้ายังไม่รับแก้คงอยู่ไม่ถึงเบญจเพส”
“ต้องแก้ยังไงคะพ่อพราหมณ์”
“คนมาทวงเขาเป็นคู่กรรม ก็ต้องแก้เรื่องคู่ครอง ให้นางหนูมันแต่งงานอาจจะพอช่วยได้”
พ่อพราหมณ์วัยชราก้าวขึ้นรถทิ้งไว้เพียงคำเตือนเท่านั้น คำพูดดังกล่าวราวกับเป็นลูกศรเคลือบยาพิษปักลงกลางใจคนเป็นพ่อแม่ หากดึกออกเมื่อไหร่สิ้นใจได้ทันที
“เราจะทำยังไงกันดี ลูกยังไม่โตเลยต้น ฮือ~”
หญิงวัยกลางคนทรุดลงกับลานบ้านจนสามีต้องพยุงให้ลุกขึ้น น้ำตาแห่งความห่วงใยปนเศร้าเสียใจหลั่งไหลเป็นทาง หากว่าเธอรับเคราะห์แทนลูกได้คงจะทำไปแล้ว
“พูดมาค่ะ หลานรักอยากได้อะไรคะ”และแล้วแผนการของเขาก็สำเร็จ เมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลงรอยยิ้มดีใจก็แย้มออกกว้างจนเห็นฟันหน้าชวนให้นภาอดมันเขี้ยวหลานรักของเธอไม่ได้“ย่าไปขอสาวให้เมฆหน่อย”“หื้ม ? ใคร ! ไม่ใช่ว่าแต่งกับข้าวตังแล้วเหรอ จะมีคนใหม่ก็บอกน้องให้ชัดเจนนะลูกอย่าทำนิสัยไม่ดีเราเป็นผู้ชายรู้ไหม”น้ำเสียงค่อนไปทางดุแต่แฝงไปด้วยการสั่งสอนจากคนในครอบครัว ทว่าผู้น้อยกลับแค่นหัวเราะออกมาให้กับความไม่รู้ของย่า“ก็ข้าวตังนั่นแหละครับ”“อ้าว แล้วจะไปขอทำไมอีกล่ะ ต้องแก้เคล็ดอีกรอบเหรอ”“เปล่า.. ขอมาเป็นหลานสะใภ้ตัวจริงให้ย่า”“หืม ?..”ความคลุมเครือในคำพูดคนแก่ไม่เข้าใจหรือเรียกว่าตามไม่ทันกับการตลบตะแลงของหลานชายก็ได้ ใบหน้าที่ยับย่นเป็นทุนเดิมยู่เข้าหากันแสดงความสงสัย“เมฆ.. อยากมีครอบครัวแล้ว”“จริงเหรอ ! ข้าวตังเหรอ !”“ครับ ย่าชอบไหม”ท่าทางตกใจสุดขีดรวมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มทำให้ชายหนุ่มเข้าใจอารมณ์ว่าย่ากำลังตื่นเต้น จึงรีบตอบคำถามในทันทีก่อนที่เธอจะความดันขึ้นเสียก่อน“ดี ๆ น้องเรียนจบรึยังนะ รอบนี้จะจัดเล็ก ๆ ไม่ได้แล้วนะหลานสะใภ้ย่าจะน้อยหน้าไม่ได้”“จบแล้วครับ ย่าหาฤกษ์ได้เลย”“โ
จังหวัดกาฬสินธุ์ล้อรถเคลื่อนเข้าเขตถิ่นกำเนิด ม่านเมฆทำหน้าที่เป็นพลขับส่วนภรรยาสาวหลับปุ๋ยคอตกตั้งแต่ออกจากเขตเมืองหลวงความจริงพวกเขาตั้งใจจะกลับตั้งแต่ปิดเทอมแรก ๆ แต่คนน้องต้องทำเรื่องเข้ารับปริญญา ตัดชุดครุย รวมทั้งคนพี่มีนัดประชุมหลายครั้งกว่าจะว่างก็จวนจะเปิดเทอมแล้ว“ตังตัง ถึงแล้วค่ะ”“อื้อ~”คนตัวเล็กแอ่นตัวยืดเหยียดแขนจนสุดความยาว เปลือกตาสีไข่ไร้การแต่งแต้มกระพือรับแสงก่อนจะก้าวขาลงจากรถนำคนพี่“นอนบ้านไหนคะ”“นอนบ้านตังตังสิคะ พี่ก็นอนบ้านพี่”“อ้าว !”ชายหนุ่มร้องเสียงดังประท้วงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าการกลับมาบ้านเกิดต้องนอนแยกกับภรรยาอันเป็นที่รัก เพราะหากรู้เช่นนั้นไม่พาเธอกลับมาเสียยังจะดีกว่าระยะเวลาสามสี่วันนี้คงทำให้เขาขาดใจตายที่ไม่ได้กอดเมีย..เสียงเครื่องยนต์ทำให้ผู้เป็นมารดารีบวิ่งออกมาต้อนรับ ยี่หวายืนมองคู่หนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยแววตาสงสัยการกลับมารอบนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป..“แม่คะ~ ”“ข้าวตัง หืม เด็กดีเป็นไงบ้างลูก”เสียงหวานเรียกผู้เป็นแม่สามีพร้อมทั้งอ้าแขนกว้างโอบกอดเธออย่างไม่เขินอาย ส่วนคนพี่ที่ถือของพะรุงพะรังได้
“ลงโทษด้วยการกระแทกแรง ๆ แบบที่ตังตังชอบไงคะ”พูดจบคนตัวเล็กก็ปลิวขึ้นบนเคาน์เตอร์ปฏิบัติการ แล้วปลดเข็มขัดพร้อมกระดุมกางเกงอย่างรวดเร็วราวกับรอเวลานี้มานาน“อยากโดนลงโทษจังเลยค่ะที่รัก”ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปทั่วลาดไหล่ สายตาเย้าหยอกเพิ่มแรงกระตุ้นกำหนัดในกายอีกฝ่ายได้ดีเสียยิ่งกว่ายาปลุกเซ็กส์“ซนเกินไปแล้วตังตัง มันอยู่ไม่สุขมากใช่ไหม หืม !”เสียงคำรามในลำคอเหลือทนกับพฤติกรรมขี้ยั่วของแฟนสาว ฝ่ามือใหญ่จับเอามือเล็กของอีกฝ่ายประกบเป้าของตัวเองก่อนจะดึงกางเกงในลงให้ความอวบใหญ่ได้ออกมาหายใจข้างนอกฝ่ามือเล็กสัมผัสเบา ๆ ไล้เลื่อนตามความยาวของมันอย่างน่าหวาดเสียว ท้องนิ้วทั้งห้ากำหลวม ๆ ก่อนจะชักขึ้นลงเบา ๆ จนความเป็นชายแข็งตั้งผงาดราวกับเป็นเสาโรมันที่ไม่เคยหักพังมาก่อน“อืม อ่าห์~”ความแข็งขืนเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถูกคนน้องปรนเปรอ ปลายนิ้วชี้สะกิดรูเล็กอย่างซุกซนจนตาน้ำเกิดปริแตกไหลซึมออกมา“กางขาออกหน่อยค่ะ”พูดจบฝ่ามือใหญ่ก็ปลดกระดุมยีนคนน้องด้วยมือเดียวหลังจากนั้นแทรกเข้าสู่กางเกงในลูกไม้สีแดงสดสัมผัสกับความอวบอูมภายใน“อะไรกัน ทำให้พี่ทำไมเราแฉะ”“มันกำลังร้องไห้กลัวพี่ลงโทษมั้งคะ
เข็มยาวชี้บอกเวลาใกล้บ่ายสามโมงนักศึกษาที่นัดไว้ก็พากันทยอยเข้าห้องแล็บ อาจารย์ที่ปรึกษารวมถึงภรรยาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยประจำตัวต่างพากันเตรียมความพร้อมรอเวลาก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าเด็กหนุ่มสามคนเดินเชิดไหล่เข้าห้องแล็บก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะหลังสุดในห้องประชุมเล็กของศูนย์วิจัย“ดีว่ะ ดีกว่าแล็บมออีกมั้ง”“ดีกว่าสิวะ แล็บเอกชนทุนเยอะ”ทั้งสามคนหันมองสำรวจไปทั่วแล็บ ปากก็พร่ำชมความครบครันทันสมัยของที่นี่ไม่ต่างจากทุกคนที่เคยมาครั้งแรก“มึง ผู้หญิงคนนั้นใครวะ”“ทำไม อย่าบอกนะ..”“สวยดี ฮึ”แบทแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อสายตากระทบกับหญิงสาวตัวเล็กสวมเสื้อกาวน์ปฏิบัติการยืนตวงสารอยู่อีกห้อง“ค_xx ! เมียอาจารย์ มึงเลือกเอาอยากจบหรืออยากคอขาด !”“ฮะ ! อาจารย์มีเมียสวยขนาดนั้นเลยดิ”“เออ รุ่นพี่เรามึงไม่รู้จักเหรอ ดาวคณะแต่ไม่ค่อยประกาศคนเลยไม่รู้จักเท่าไหร่”จัมพ์แนะนำว่าหญิงที่เพื่อนพูดถึงนั้นมีสถานะอย่างไร พร้อมทั้งเตือนเขาด้วยความหวังดี เพราะเท่าที่เขาได้ยินมาอาจารย์ท่านนี้เบื้องหน้าเป็นอาจารย์ผู้สุขุมแต่เบื้องหลังนั้นโหดเหี้ยมใช่ย่อย“เสียดายว่ะ”ชายหนุ่
ความอบอุ่นที่เกิดจากความรักแผ่ซ่านตลบอบอวลไปรอบห้อง คู่รักที่สารภาพความในใจกันได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มสร้างวันธรรมดาให้เป็นความทรงจำอันหวานชื่นโรแมนติกเรียวแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวภรรยาที่รักดึงเธอเข้ามาแนบกับแผงอกขณะที่อีกฝ่ายกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าให้อย่างตั้งใจ“พี่ไม่อยากไปมหา’ลัยเลย”ด้วยความที่กำลังจะเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ประจำคณะจึงถูกเรียกตัวไปประชุมก่อนเริ่มการเรียนการสอน แต่ทว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับแสดงสีหน้าไม่พอใจเสียอย่างนั้น“หืม เดี๋ยวนี้อาจารย์นภทีป์ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ”“พี่อยากอยู่กับเมียหนิคะ”พูดจบปลายเท้าก็ก้าวเข้าใกล้กว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผากจรดลงกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอมหญิงอันเป็นที่รัก“เดี๋ยวตังตังไปหาค่ะ”เธอกระชับปกเสื้อก่อนจัดระเบียบเชิ้ตให้คนพี่พร้อมคลี่ริมฝีปากเล็กน้อย รอยยิ้มบาง ๆ เป็นดั่งกำลังใจในการทำงานให้อีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี“เจอกันครับ”“เจอกันค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ”เขาพยักหน้ารับคำพลางโบกมือเบา ๆ บอกลาคนน้องมุ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ก่อนเปิดเทอมในห้องประชุมเล็กของคณะ ชายหนุ่มนั่งในตำแหน่งปลายโต
“อะ.. อาจารย์เป็นอะไรไหมครับ”ทว่านักศึกษาคนอื่นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ต่างตกใจที่เห็นอาจารย์ผู้มีเกียรติคุกเข่ากับพื้น ผู้คนรอบโต๊ะต่างหันมองเป็นสายตาเดียวกันจนเขาจำเป็นต้องลุกขึ้น“โทรศัพท์ตกครับ”“ฮึ ไม่แน่จริง”สิ้นคำพูดของคนพี่คนน้องก็เบะปากหยามเบา ๆ ในลำคอ ถึงแม้จะเห็นใจอยู่บ้างแต่เธอยังอยากให้เขาแสดงความจริงใจออกมามากกว่านี้“กูไปเข้าห้องน้ำนะ”“ไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไร เอาเวลาไปเต๊าะผู้เถอะจ้ะ”เธอเหยียดยิ้มให้เพื่อนก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ และในเวลาไม่ถึงนาทีอาจารย์คนเดียวในกลุ่มก็ลุกขึ้นตามไปติด ๆภายในห้องน้ำคลับมีเพื่อนในคณะหลายคนกำลังต่อคิวรอทำธุระส่วนตัว ข้าวตังเองที่ตั้งใจมาปลดทุกข์ไม่ได้คิดอะไรเข้าแถวตามอย่างมีมารยาท“มีบางคนพยายามใช้เต้าไต่ ไม่รู้เลยว่าอาจารย์เมฆเขามีเมียอยู่แล้ว”คำพูดเสียงดังเสียจนลอยมาเข้าหูณัฐรินีย์ และเธอมั่นใจว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นจงใจพูดให้เธอได้ยินอย่างแน่นอนบวกกับสายตาเหยียดหยามที่มองมาด้วยยิ่งทำให้เธอมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน“ยังดีนะที่เขามีเต้าให้ใช้ไต่ ดีกว่าคนไม่มี”เธอก้มเล็กน้อยมองหน้าอกแบนราบของอีกฝ่ายก่อนจะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันหน้าอกอิ่







